Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 29 : จะไปหาบ่อยๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

“พ่อจะรอหนูกลับมาเสมอนะเมื่อถึงวันนั้นครอบครัวเราคงอยู่กันพร้อมหน้าสักที”แทมุนตบไปที่หลังของเตนล์เบาๆเป็นการปลอบใจก่อนที่ตัวเองจะผละออกมาดูใบหน้าลูกชายชัดๆอีกครั้ง


“เอาล่ะตอนนี้เราคงต้องแยกย้ายกันก่อนเพราะยังไงสภาก็จะมีประชุมต่อสองพ่อลูกออกไปคุยต่อด้านนอกดีกว่า”มุนอาว่าอย่างยกยิ้มก่อนจะส่งสัญญาณให้แทมุนพาเตนล์ออกไปเพราะเธอก็ต้องคุยเรื่องการรับคนเข้าและเรื่องของเตนล์ต่ออีกสักหน่อยกับบรรดาสภานักปรุงยา







                สองพ่อลูกเดินออกมาจากห้องสู่ลานกว้างหน้าวังที่ตอนนี้มีเด็กๆหลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอพวกเขาออกมาโดยเฉพาะเด็กคนอื่นๆที่แทมุนคิดว่าคงจะอยากคุยกับลูกชายคนเล็กของเขามากมายแน่นอน


“วันนี้ผมไม่มีฝึกเพราะฉะนั้นอย่าทำหน้าดุ”แทยงรีบห้ามผู้เป็นพ่อเมื่อเห็นว่ากำลังมองเขาด้วยสายตาตำหนิเหมือนเช่นทุกที


“พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อย คงอยากจะคุยกับน้องแล้วล่ะสิ”แทยงพยักหน้ารัวเป็นคำตอบก่อนจะรีบเดินเข้ามากอดคอน้องชายตัวเล็กอย่างดีใจ


“เอาล่ะยังไงก่อนกลับก็แวะมาหาพ่อหน่อยนะคงต้องมีอะไรติดตัวกลับไปสักหน่อย”เตนล์พยักหน้าอย่างเบาๆเพราะเขาก็ไม่ค่อยคุ้นชินกับสรรพนามและสถานการร์ตอนนี้ แต่เมื่อแทมุนเดินจากไปเหล่าบรรดาเพื่อนและพี่ชายต่างก็เข้ามารุมถามกันอย่างวุ่นวาย


“ใจเย็นก่อนพวกนายให้เตนล์ได้หายใจบ้างจะถามอะไรมากมายกันขนาดนั้น”ฮัลซลเข้ามาห้ามทัพเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างรุมถามคำถามที่คนตอบได้แต่อ้าปากค้าง


“ขอบคุณครับ”เตนล์หันไปขอบคุณที่ช่วยชีวิตเขาจากเพื่อนและพี่ชายรวมทั้งน้องชายอย่างมาร์คด้วย


“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าจะกลับ”จู่ๆแจฮยอนก็ถามขึ้นมาเสียงเครียดทำเอาทุกคนหันไปมองเด็กชายที่สูงมากพอสมควรกำลังกอดอกยืนมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนตอบคำถามคนอื่นๆอยู่สักพักเพราะแจฮยอนนั้นไม่สามารถแทรกบทสนทนาเหล่าบรรดาลุกพี่ลูกน้องได้สักคน


“ทางนั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือ เตนล์ทิ้งพวกเขาไว้ไม่ได้หรอก”


“แล้วทางนี้ล่ะไม่คิดเห็นใจกันหน่อยหรอ”แทยงถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นว่าเตนล์เลือกฝั่งโน้นมากกว่าครอบครัวตัวเอง


“ไม่ใช่อย่างนั้นนะแทยง พวกเขาช่วยเตนล์ไว้จะให้ทิ้งออกมาช่วงนี้มันก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย”


“ถ้าอย่างนั้นตอบพี่มาซิว่าทำไมยังต้องกลับไป”แทยงคาดคั้นน้องชายทันทีเพราะเขาก็ไม่อยากให้เตนล์กลับไปอยู่ห่างเขาอีก


“ท่านแม่เขากำลังจะมีน้องช่วงนี้งานก็ยุ่งจะให้คนตั้งท้องทำงานหนักมันก็ดูไม่ดี”


“แสดงว่าจะกลับไปจนกว่าทางนั้นจะคลอดล่ะสินะ”แจฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะถ้าคิดแล้วอยู่นานกว่านี้มันก็ดูจะมากเกินไปและถ้าเกิดเตนล์เลือกที่จะไปอยู่ดับครอบครัวที่ช่วยชีวิตนานแบบนั้นเขานี่แหละที่จะคัดค้านแทนแทยง


“ใช่”น้ำเสียงใสตอบอย่างชัดเจนเพราะเขาก็ไม่อยากจะอยู่กับช่วงเวลาที่พวกเขามีความสุขกับครอบครัวนานเมื่อครอบครัวของเขาก็มี เตนล์อยากจะมีความสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆกับพ่อบ้าง


“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องยอมให้ฉันไปหาบ่อยๆด้วย”คำพูดของแจฮยอนทำให้เตนล์เลิกคิ้วสูงเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ดูจะไม่เข้าใจด้วยเหมือนกันกับอาการและท่าทางที่เปลี่ยนไปของแจฮยอน


“ทำไมต้องไปหาด้วย?”เตนล์ถามอย่างไม่เข้าใจ


“ก็เพราะอยากจะไปหาทำไมต้องถามมากด้วยล่ะ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน”คำพูดที่พูดเองตกลงเองนั้นทำให้แทอิลเลือกที่จะหัวเราะออกมากับท่าทางของน้องชายคนที่สามคนนี้ ปกติแล้วแจฮยอนจะเป็นคนที่เคร่งขรึมแสดงอารมณ์ได้ยากเมื่อเทียบกับคนอื่นๆและที่สำคัญน้องชายคนนี้ของเขานั้นปากแข็งอย่างกับอะไรดีเมื่อเห็นแบบนี้แทอิลก็อดจะหยอกล้อไม่ได้


“มาร์คทำไมน้องชายของพี่คนนี้ดูจะปากแข็งจังเลยนะ”


“มาร์คเริ่มจะเบื่อพี่แจฮยอนแล้วมัวแต่วางมาดอยู่ได้”มาร์คหันไปพยักหน้าสนับสนุนพี่ชายคนโตอย่างแทอิลทันทีก่อนทั้งสองจะหัวเราะเข้าใจกันสองคน


“คุยอะไรกัน”แทยงและคนอื่นๆหันไปมองสองพี่น้องอย่างไม่เข้าใจแต่คำตอบที่ได้ก็แค่รอยยิ้มของสองพี่น้องแทนทำให้แทยงเลือกที่จะมองผ่าน เขาถอนหายใจเบาๆกับน้องชายที่ดูจะดื้อและมีเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มักจะชอบถามความเห็นเขาอยู่เสมอ ความรู้สึกคนเป็นพี่นั้นเหมือนเดิมเสมอแต่สำหรับแทยงแล้วไม่ว่าเตนล์จะเป็นยังไงก็ยังคงรักและเอ็นดูเหมือนเดิม


“ถ้าเลือกแบบนั้นก็แล้วแต่เพราะเตนล์คงโตขึ้นจากแต่ก่อนมากแล้ว”แทยงลูบหัวเตนล์อย่างเอ็นดูก่อนจะถูกแจฮยอนปัดมือออก






                ด้วยความไม่เข้าใจของแทยงต่อแจฮยอนที่จู่ๆเขาก็ถูกปัดมือออกไปแบบนั้นแต่แทยงก็ไม่ได้โวยวายเหมือนเมื่อก่อนเพราะเขารู้ว่าแจฮยอนกำลังคิดกับน้องชายตัวเอง ถึงจะไม่ชอบใจนักแต่แทยงก็ไม่ได้คิดจะห้ามหรือขัดขวางเพราะเขาก็เข้าใจเรื่องแบบนี้ดีไม่อย่างนั้นคงไม่ตัดสินใจคบกับกษัตริย์ของประเทศนี้


“ตอนนี้ดูเหมือนฉันกับยูตะต้องแยกกลับแล้วเพราะทางปราสาทเรามีเรื่องให้ทำอีกตั้งเยอะ”ฮัลซลว่าเนือยๆเพราะที่จริงแล้วเขาอยากกลับไปพักผ่อนเมื่อวันนี้เขาได้วันหยุดมาหลังจากทนฝึกมานานหลายอาทิตย์แล้ว


“ฉันไม่มีอะไรที่จะต้องทำนะ”คนถูกพาดพิงที่ไม่อยากกลับว่าขัดทันทีเพราะยูตะยังอยากจะคุยกับเพื่อนใหม่อย่างเตนล์อยู่


“นายต้องกลับไปเรียนวิชาลูกคุณหนูของปราสาทไม่ใช่รึไง”


“วิชาการวางตัวเป็นราชวงศ์ โถ่คำก็คุณหนูสองคำก็คุณหนูนายไม่มีเชื้อคุณหนูเลยว่างั้น?”คนสูงกว่าหยักไหล่อย่างไม่สนใจก่อนที่เขาจะคว้าคอคนที่ตัวเล็กเข้ามากอดอย่างสนุกสนานพร้อมกับกันไปมองพี่น้องคนอื่นๆ


“ไปก่อนนะ ลาเลยแล้วกันส่วนนาย”ฮัลซลหันไปทางเตนล์อย่างครุ่นคิด


“ไว้จะไปหาพร้อมกับแจฮยอนนะ พานี่ไปด้วย”เสียงโวยวายจากวงแขนนั้นดังขึ้นทันทีเมื่อจู่ๆเขาถูกดังไปกระทันหันทำเอาคอแทบเคล็ดแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตัวเล็กยูตะก็เลือกที่จะยกยิ้มกลับไปให้แทนการโวยวายลูกพี่ลูกน้องตัวเขื่องที่ล็อคคอเขาอยู่


“ถามรึยังว่าจะให้ไปด้วยไหม?”แจฮยอนขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่พอใจ ทำไมทุกคนถึงอยากเข้าหาเตนล์นักนี่คือสิ่งที่แจฮยอนไม่เข้าใจและรู้สึกไม่พอใจเอามากๆ


“ไปสิครับเตนล์จะรอทุกๆคนนะอยู่ที่นั่นเหงาแต่ถ้าทุกคนจะไปเที่ยวเตนล์ก็ยินดีมากๆ”รอยยิ้มที่แสนสดใสที่แทยงยกให้เป็นทานตะวันประจำตัวเขานั้นเป็นสิ่งที่ใครๆก็เห็นด้วยเพราะรอยยิ้มของเตนล์ทำให้ทุกคนมีความสุขเสมอ


“งั้นเราจะไปหาทุกวันเลยครับพี่เตนล์”มาร์คเข้าไปกอดคอพี่ชายตัวเล็กอย่างยั่วโมโหอีกคนที่จ้องราวกับจะหาเรื่อง


“อ่า....ทุกวันเลยหรอไม่ต้องหรอกมั้งมาร์ค”คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรกลับตอบด้วยใบหน้าที่ซื่อจนคนแอบแกล้งอย่างมาร์คต้องรู้สึกผิดขึ้นมาทันที มันเป็นเรื่องที่มาร์ครู้สึกผิดจริงๆ


“ยังไงซะพวกเราก็จะไปเยี่ยมบ่อยๆแต่กับคนบางคนคงอยากจะไปทุกวัน”แทอิลเสริม


“แต่เพราะมีซ้อมคงไปทุกวันไม่ได้ เสียดายนะ”แทยงว่าเสริมอีกคน คราวนี้แจฮยอนรู้สึกเหมือนถูกรุมแต่เพราะรู้ดีว่าทำไมพวกเขาถึงพูดจี้จุดเขานักนั่นเพราะแจฮยอนรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนปากแข็งทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้อยากจะปากแข็งเลยสักนิดเขาอยากจะบอกความรู้สึกทั้งหมดให้เจ้าตัวรู้สักทีแต่เพราะมันไม่มีโอกาศดีๆเลย


“หมายถึงแจฮยอนหรอครับ?”เตนล์ถามอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการอ้อมทำเอาทุกคนนหัวเราะกันเสียงดัง


“คงหมายถึงฉันมั้ง”โดยองว่าหน้านิ่งทำเอาทุกคนหุบยิ้มทันทีแต่เตนล์กลับหัวเราะออกมาอย่างตลกขบขันแทน


“เพราะเตนล์รู้ว่ายังไงโดยองคงมาบ่อยกว่าคนอื่นอยู่แล้วน่ะสิ”


“หมายความว่ายังไง”แจฮยอนหันไปมองพี่ชายรุ่นเดียวกันอย่างโดยองทันทีและคนถูกมองก็ได้แค่เลิกคิ้วสูงก่อนจะยกยิ้มุมปาก


“แพทย์อาสาเขาก็ต้องหมั่นตรวจตราทั่วแถวนี้อยู่แล้วอีกอย่างเจ้าของร้านก็นักปรุงยาเก่าของราชวัง”


“ยังไม่ได้เป็นแพทย์ก็กล้าเรียกตัวเองว่าแพทย์ซะแล้ว”แจฮยอนว่าด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย


“เจอกันเป็นต้องตีกันทุกที เตนล์พี่จะพาไปดูที่บ้านท่านพ่อกันส่วนคนอื่นๆอยากตามมาก็ตามใจนะ”แทยงรีบตัดบทก่อนจะยืดยาวไปมากกว่านี้และทุกคนก็พร้อมใจกันเดินไปที่บ้านหลังไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ถือว่าเล็กของแทมุนที่ตอนนี้กำลังเตรียมมื้อเที่ยงไว้ให้ลูกชายทั้งสองเป็นมื้อพิเศษ






                บรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นของฤดูใบไม้ผลิดแต่ก็ถือว่ายังไม่หนาวซะทีเดียวเมื่อเดินเข้ามาในบ้านที่มีกลิ่นของซุปกระต่ายและกลิ่นของขนมปังที่เหมือนพึ่งออกมาจากเตาและเสียงดังของเครื่องมือทำอาหารดังเป็นระยะนั่นทำให้เตนล์รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวที่แม้เขาจะได้ยินหรือสัมผัสแบบนี้มาตลอดสองปีแต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นบรรยากาศและกลิ่นของความสุขที่แท้จริง


“ทำไมวันนี้ท่านเข้าครัวเอง?”แทยงถามอย่างตกใจเพราะปกติแล้วมักเป็นตัวเขาเองที่เป็นคนดูแลมื้ออาหารของที่บ้าน


“เพราะพ่อรู้ว่าองค์ชายและลูกจะมายังไงล่ะ นั่งสิเตนล์เดี๋ยวพ่อเตรียมให้”เมื่อเห็นว่าแววตาประกายมองมาอย่างชื่นชมเขาก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้เพราะนี่ก็นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เข้าครัวเพราะถูกแทยงสั่งห้ามไว้เนื่องจากเขาเคยทำงานหนักเผลองีบจนครัวไหม้ไปแล้วครั้งหนึ่ง


“ให้ผมช่วยนะ”เตนล์ถามอย่างตื่นเต้นเพราะเขาก็อยากจะลองเข้าครัวกับพ่อสักครั้งเหมือนกัน


“เอาอย่างนั้นก็ได้ แทยงเตรียมโต๊ะส่วนองค์ชายทั้งสี่เชิญตามสบายเดี๋ยวผมและเด็กๆจะเตรียมให้เอง”ทั้งสี่คนพยักหน้ารับก่อนจะนั่งประจำตำแหน่งเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา บ่อยมากกับการร่วมโต๊ะอาหารกับบ้านนี้องค์ชายทุกคนของวังมักจะมาคลุกตัวอยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะจอห์นนี่กษัตริย์ขี้เหงาและขี้อ้อนของแทยงชอบบังคับให้พี่น้องทุกคนมาทานมื้อเย็นฝีมือว่าที่องค์รักษ์รักษาพระองค์กันประจำ


“มีอะไรรึเปล่าแจฮยอน”รอยยิ้มค้างนั้นทำให้แจฮยอนกระแอมไอเบาๆเป็นการกลบเกลื่อนเพราะตลอดการเคลื่อนไหวของเตนล์มันดูน่ามองไปซะทุกอย่าง ตลอดสองปีที่ผ่านมาแจฮยอนจำภาพครั้งล่าสุดของเตนล์ได้คือตัวเล็กเสียงสดใจแต่พอสองปีผ่านไปแม้จะดูโตขึ้นแต่ก็ยังถือว่าตัวเล็กเหมือนเดิมด้วยความสูงและรูปร่าง


“ทางนั้นเลี้ยงไม่ดีรึไงตัวถึงได้เท่าเดิมแบบนี้”


“เราโตขึ้นมากแล้วนะ!!”น้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกทักแบบนั้นทำให้แจฮยอนหัวเราะร่าออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


“นี่หรอที่เรียกว่าโต”แจฮยอนลุกขึ้นแล้วเข้ายืนประชิดจนคนตัวเล็กกว่าผงะถอยออกเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เข้าใจการกระทำนี้


“ก็บอกว่าตัวเล็กเหมือนเดิมไง”รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าขาวที่ดูหล่อเหลามากกว่าแต่ก่อนทำเอาเตนล์ที่มองอยู่ถึงกับเบนสายตาหนีด้วยความรู้สึกที่แปลกไป เขาไม่เคยใกล้ชิดแจฮยอนมากขนาดนี้มาก่อนและนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เตนล์ได้สนทนายาวขนาดนี้


“ระ...เราต้องเข้าไปในครัวก่อน”


“ทำไมไม่แทนตัวเองว่าเตนล์เหมือนเดิมล่ะ?”แจฮยอนเลิกคิ้วถามอย่างยียวนเพราะเขารู้สึกว่าการแกล้งคนตัวเล็กมันเป็นเรื่องที่สนุกมาก การเห็นใบหน้าง่ำหงึของการถูกแกล้งมันเหมือนยารักษาความเหนื่อยล้าของเขาได้มากทีเดียว


“กะ...ก็”


“เผื่อจะลืมว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่นายสองคนนะ เตนล์ฉันหิวแล้วมัวแต่ทำอะไรอยู่?”โดยองว่าอย่างนิ่งๆเพราะเขารู้สึกหมั่นไส้แจฮยอนและรู้สึกไม่พอใจที่เห็นคนแอบชอบกับศัตรูหัวใจกำลังทำอะไรกันแบบนั้น แม้กำลังจะตัดใจแต่เห็นแบบนี้โดยองก็เจ็บไม่น้อย


“ขอโทษนะเตนล์จะไปเตรียมอาหารให้”ว่าแล้วเตนล์ก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวอย่างเขินอายเป็นที่น่าพอใจของแจฮยอนไม่น้อยกับท่าทางแบบนั้น เห็นแล้วอยากจะดึงเข้ามากอดให้แน่นๆสักครั้งจริงๆ


“ทำอะไรคิดถึงคนอื่นด้วยทั้งๆที่มีพ่อและพี่ชายเขาอยู่ด้วยนะ ยังจะทำอะไรแบบนั้นอีก”โดยองติเตือนเบาๆ


“แต่พวกเขาไม่เห็นนี่อีกอย่างนายก็เห็นไม่ใช่รึไงว่าหมอนั่นเขินฉัน?”


“เบื่อจะคุย”โดยองตัดบทไปดื้อๆทำเอาคนเตรียมจะลับฝีปากอย่างแจฮยอนต้องงงกับท่าทางของโดยองที่ผิดปกติ


“พวกนายเป็นพี่น้องกันยังจะตีกันอีก”แทอิลว่าบ่นออกมาแม้เขาจะคอยพร่ำบ่นแบบนี้แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะยอมทำตามที่เขาสั่งโดยเฉพาะน้องชายอย่างแจฮยอนที่มักจะเพิกเฉยต่อคำพูดของเขามากที่สุด







                การทะเลาะกันนั้นหยุดลงเพราะมาร์คพยายามเปลี่ยนบรรยากาศโดยการเดินไปทั่วบ้านเพื่อตามเล่นตามคุยกับพี่ชายที่หายไปนานอย่างเตนล์และคนถูกวอแวก็ดูจะสนุกเมื่อมีคนมาคอยคุยคอยกวนตลอดเวลา มาร์คชอบที่จะเห็นรอยยิ้มพี่ชายคนนี้จริงๆและมาร์คก็รู้ว่ามีคนไม่พอใจเขาอยู่เมื่อเข้าใกล้พี่ชายคนนี้


“มองผมทำไมครับ?”สงครามการทะเลาะกันครั้งที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นทำเอาแทอิลถึงกับกุมขมับทันที


“สนุกนักรึไง?”แจฮยอนตอบอย่างนิ่งๆก่อนจะมองไปที่มือที่กำลังเกาะไหล่เตนล์อยู่ มาร์คเห็นแบบนั้นก็ได้แค่ยกยิ้มมุมปากกลับมาให้ก่อนจะพยายามจะเอาใบหน้าตัวเองไปใกล้พี่ชายตัวเล็กกว่าที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมผัก


“โอ๊ะ”เสียร้องเบาๆของเตนล์เมื่อถูกกระชากออกมาด้วยแรงเบาๆแต่ก็ทำให้เขาเซถอยไปชนกับอกหนาที่ตีหน้านิ่งมองไปยังมาร์คที่ได้แค่ยิ้มแห้งกลับมาให้เขาเท่านั้น


“เกิดอะไรขึ้น?มีอะไรรึเปล่าแจฮยอน”ใบหน้าใสซื่อพร้อมกับท่าทางรนๆก่อนจะรีบผละออกมาจากแจฮยอนของเตนล์ทำให้มาร์คต้องหัวเราะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินไปหาพี่ชายตัวเองแล้วแตะไปที่ไหล่





“นี่น้องชายไงครับมองยังกับจะฆ่ากันให้ตายไปได้”











________________________________________________________________________________
ตอนนี้ดราฟไว้นานมากแต่งเสร็จแล้วแต่ไม่มีเวลามาลง คิดถึงผู้อ่านขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล(เล่นใหญ่5555)

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะมีกำลังใจขึ้นเยอะเห็นว่ายังมีคนติดตามยังมีคนอ่านเราก็มีแรงจะเอาให้จบ(ยอมรับว่าท้อไปพักหนึ่งตอนนี้ไม่แล้วอ่านไม่อ่านเราก็จะลง5555555555) ขอบคุณมากๆนะคะอีกไม่กี่ตอนก็น่าจะจบแล้วตอนนี้กำลังบิ้วอารมณ์ให้ขยันแต่งเพราะเราเคยเป็นผู้อ่านมาก่อนการที่เรื่องมันค้างนานเราก็โมโห ฮ่าฮ่าฮ่าขำแห้งพอมาแต่งเองก็รู้สึกเข้าใจคนแต่ง

ว่าจะไม่ทอร์คยาว ไหนๆนานๆมาทีก็ขอสักหน่อยละกัน ป.ล.ที่สต็อคไว้ใกล้หมดแล้วชิบหายละ555555555555555555 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #96 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 08:40
    หึงได้น่ารักมากคุณพี่แจฮยอน 55555
    #96
    0
  2. #95 TNTnew (@TNTnew) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 01:47
    หึงได้น่ารักจัง
    #95
    0