Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 20 : ตามหาพ่อแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

“บางทีผมอาจจะอยากเป็นหมอ”


“เป็นหมอ?”เตนล์ทวนถามอย่างสงสัยเพราะตั้งแต่รู้จักกับแทอิลมาไม่คิดว่าคนๆนี้จะสนใจด้านนี้เลย


“ลูกทำมันได้จ่ะแต่ก่อนจะทำได้ลูกต้องสอบเข้าเรียนโรงเรียนแพทย์ให้ได้ก่อน”


“ผมตั้งใจว่าจะอ่านหลังจากนี้ครับท่านแม่”


“แม่เป็นกำลังใจให้ลูกเสมอส่วนตอนนี้...เราไปฉลองการสอบเสร็จนี้กันดีกว่า”มุนอาคว้าไหล่เด็กทั้งสองเข้าโอบก่อนจะดันให้เดินไปด้านหน้าเพื่อไปร้านอาหารเล็กๆที่ไม่ได้ใหญ่อะมากมายและคนก็ไม่ได้เยอะเหมือนร้านอื่นเลย







                ทั้งสามคนเดินเข้าไปในร้านก่อนที่มุนอาจะเลือกโต๊ะด้านริมสุดที่ดูจะเป็นส่วนตัว เธอยกมือเรียกเจ้าของร้านแล้วสั่งเมนูที่พอจะจำได้ เป็นอีกครั้งที่เธอคิดถึงชีวิตที่หายไปตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาเพราะตอนนี้เธอก็มีอายุที่มากขึ้นและใบหน้าที่ไม่ได้ดูเด็กอย่างเมื่อก่อนทำให้น้อยคนที่จะจำเธอได้


“ท่านแม่ดูช่ำชองกับร้านนี้จัง”แทอิลว่าก่อนจะมองสำรวจรอบๆร้าน


“ก็เมื่อก่อนมาบ่อยนี่นา”ความเงียบเข้าครอบคลุมอีกครั้งเพราะตอนนี้ดูเหมือนบทสนทนาจะไปต่อไม่ได้และคนที่ดูอยู่ไม่นิ่งก็คงจะเป็นเตนล์ที่ดูขยับตัวตลอดเวลา


“เป็นอะไรไปเตนล์?”


“เปล่าครับพี่แทอิล”แม้ปากจะบอกว่าไม่แต่สีหน้าที่แสดงออกชัดนั้นทำให้อดีตหมออย่างมุนอาจับสังเกตุได้ เธอลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งข้างๆเตนล์ก่อนจะใช้มือขวาแตะที่ขาขวาของเตนล์อย่างเบามือและด้วยความเจ็บปนตกใจทำให้เตนล์กระตุกถอยอย่างรวดเร็ว


“ทำไมไม่บอกแม่ว่าหนูเจ็บ?”


“ตะ..เตนล์ไม่ได้เจ็บมากฮะ”


“รู้ไหมว่าการโกหกมันไม่ได้น่ารักนะ”น้ำเสียงที่ดูตำหนิแต่สีหน้านั้นกลับไม่ได้ตำหนิตามทำเอาเด็กวัย12คนนี้รู้สึกวูบวาบที่หัวใจอย่างแปลกประหลาดมันเป็ฯความรู้สึกที่เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันแปลว่าอะไรแต่หัวใจเขาคงสัมพันธ์กับตาเมื่อน้ำสีใสไหลออกจากดวงตาโตนั้นอย่างไม่รู้ตัว


“เตนล์เป็นอะไรครับท่านแม่”แทอิลที่ยืนอยู่ด้านหลังมุนอาไม่สามารถมองเห็นเด็กขี้แยได้ก็พูดถามอย่างเป็นห่วง


“ดูเหมือนเราจะมีเด็กขี้แยซะแล้ว”เธอว่าอย่างอ่อนโยนพร้อมกับมือขวาที่เลื่อนขึ้นเช็ดน้ำตาเด็กน้อยก่อนจะลูบหัวเป็นการปลอบใจ เมื่อมองใกล้ๆแบบนี้ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่คล้ายจูวอนแต่ดวงตาโตนี้มันเหมือน เหมือนกันมากจนเธออดที่จะนึกย้อนความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้ทันที


“กลับบ้านเราคงต้องรักษากันซักหน่อยแล้วนะ”เพราะสมองมันสั่งให้เตนล์พยักหน้าอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่มุนอาจะยกยิ้มเป็นการปลอบใจและกลับไปนั่งที่ แต่เมื่อมุนอากลับไปนั่งที่แล้วทำให้แทอิลเห็นว่าเตนล์ได้ร้องไห้ก็ตกใจ


“ร้องไห้ทำไมเตนล์?”


“ไม่เป็นอะไรแล้วครับพี่แทอิล”เตนล์ยกยิ้มอย่างเช่นทุกครั้งก่อนจะเหลือบไปมองมุนอาที่ยกยิ้มให้เขาอยู่ก่อนแล้ว



                เพราะใบหน้าที่อ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจดวงเล็กของเตนล์กลับเต้นรัวเหมือนเขาเจอความรักที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ความรักที่เขาไม่คิดว่าจะได้จากใครความรักที่เขารับรู้ได้ว่ามันอบอุ่นทั้งตัวและหัวใจ ตอนนี้เขาภาวนาให้แทยงเจอแม่โดยเร็วเขาอยากสัมผัสความรักจาก แม่ แท้ๆสักครั้งว่ามันจะอบอุ่นเหมือนที่มุนอาได้ให้เขาไว้หรือเปล่า






 

ทางด้านแจฮยอนที่ได้ข้อมูลที่ดีมาแล้วก็ต้องรีบกลับปราสาทอย่างรวดเร็วเพราะการจะดำเนินเรื่องใหญ่แบบนี้ลำพังเด็กอายุ12อย่างเขาไม่สามารถทำงานได้เพียงลำพังและการที่จะเอาเรื่องกับแม่เลี้ยงคนนี้ก็เหมือนจะต้องใช้คนของพ่อเขาในหารช่วยเหลือแน่นอนว่าคือเลขาประจำตัวอีกคนที่อยู่ปราสาท


“คุณชายแจฮยอนคะจะรับประทานอะไรไหมคะ”แจฮยอนส่ายหัวเป็นคำตอบก่อนจะรีบปลีกจากพี่เลี้ยงส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานของเลขาท่านพ่อทันที


                ก็อกๆ เสียงเคาะประตูไม้บานใหญ่ดังสองทีแต่คำตอบที่ได้มาก็มีแค่ความเงียบและเมื่อมือใหญ่ของเด็กอายุ 12 ที่สูง 170 นิดๆผลักประตูไม้นั้นก้พบว่ามันล็อคอย่างแน่นหนา น่าแปลกที่ท่านเลขาคนนี้ไม่อยู่ปราสาท ความคิดที่ไม่เข้าท่าก็ได้ผุดเข้ามาในสมองของแจฮยอนทันที


“นี่เราไว้ใจใครได้บ้างล่ะ?”การถอนหายใจให้กับตัวเองเป็นสิ่งที่แจฮยอนไม่ได้อยากจะทำสักนิด แต่เมื่อความคิดที่ว่าท่านเลขาคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่พรรคพวกของเขามันก็อยู่ในเหตุผลมากมายในสมองทันที


“หมดที่พึ่งของจริงซะแล้วแจฮยอน”แจฮยอนว่ากับตัวเองเบาๆพร้อมกับเดินคอตกลงไปยังห้องโถและล้มตัวนั่งพิงโซฟาคุณภาพดีอย่างใช้ความคิด


“เป็นอะไรไปพี่แจฮยอน”มาร์คที่เสร็จจากการเลิกเรียนประจำวันถามอย่างแปลกใจเมื่อเขาเดินมาเจอพี่ชายตัวเองนั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้


“เรียนเสร็จแล้วหรอ?”มาร์คพยักหน้ารับแทนการตอบ


“เห็นท่านเลขาจางบ้างรึเปล่า”


“เรียกผมหรอคุณชายแจฮยอน”ร่างสูงโปร่งในชุดชูททางตะวันตกขยับแว่นเล้กน้อยพร้อมกับมองมายังแจฮยอนอย่างสงสัย


“คุณไปไหนมาครับ?”


“วันนี้เลขาจางสอนวิชาบริหารให้มาร์คเอง”มาร์คเป็นคนตอบแทนเพราะเขาพึ่งเรียนกับเลขาจางเสร็จพอดี แจฮยอนที่นิ่งค้างเพราะเขาคิดผิดก้ได้แต่ยกยิ้มแห้งๆและเกาหัวตัวเองอย่างเก้อเขินเพราะดันเข้าใจว่าเลขาจางคนนี้หักหลังเขาไปซะแล้ว


“คุณชายแจฮยอนมีอะไรรึเปล่าครับ?”


“เราไปคุยกันที่ห้องทำงานคุณเลขาดีกว่าส่วนมาร์คกลับไปทบทวนสิ่งที่เรียนมาซะ”


“เวลาจะสั่งคนอื่นตัวเองก็ทำให้ได้ซะก่อนนะ”เพราะมาร์ครู้ดีว่าเมื่อก่อนแจฮยอนก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเขานักเพราะพี่ชายคนนี้นอกจากแอบเที่ยวเล่นนอกปราสาทไปวันๆแล้วเรื่องเรียนแม้จะหัวดีแต่ก็มักโดนท่านพ่อดุบ่อยๆเหมือนกัน


“ยอกย้อนรึไง”


“ครับๆไปแล้วครับพี่ชาย”ว่าเสร็จมาร์คก็รีบวิ่งหลบแจฮยอนที่เหมือนจะปรี่เข้าไปทำร้ายตามประสาพี่น้อง


“มีอะไรที่ร้ายแรงรึเปล่าครับ?”


“ร้ายสิร้ายแรงมากๆและผมต้องมั่นใจว่าคุณเลขาจางจะไม่หักหลังผมเพราะฉะนั้นเราต้องขึ้นไปคุยห้องคุณครับ”เด็กวัย12พูดจาฉะฉานราวกับเด็กอายุยี่สิบคนนี้ทำให้เลขาจางที่ทำงานให้พ่อของเขาคนนี้ต้องยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจเพราะแจฮยอนเป็นเด็กที่เขาคิดไม่ผิดที่จะให้เป็นผู้สืบทอดธุรกิจต่อ


                ความในใจและเรื่องราวทุกอย่างจากแจฮยอนได้ถูกถ่ายทอดและระบายแก่เลขาจางทั้งคืนโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่ห้องเลขาแม้แทอิลจะเรียกและมาร์คจะตามแจฮยอนก็เลือกที่จะคุยกับเลขาคนนี้

 







               

                เช้าวันที่จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาเหมือนหัวจะระเบิดให้ได้เพราะตั้งแต่หกโมงเช้าที่เขาถูกปลุกขึ้นพร้อมกับโดยอง ยูตะและฮันซลเพื่อให้เข้าเฝ้ากษัตริย์จนตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงเก้าโมงเช้าและพวกเขาทั้งสี่ก็ยังไม่ได้ออกจากห้องนี้เลยแต่ตลอดสองสามชั่วโมงที่ผ่านมานั้นจอห์นนี่ก็ได้รับรู้ข้อมูลต่างๆมากมายจนสมองเขาแทบจะระเบิด


“จอห์นนี่เข้ามาใกล้ๆข้าหน่อยสิ”มือเหี่ยวย่นนั้นเอื้อมเรียกอย่างเบาๆและจอห์นนี่ก็เดินเข้าไปหาอย่างช้าๆด้วยความเคารพ


“หลังจากนี้ข้าคิดว่าคงไม่นานที่เราจะต้องจากกันแต่เธอมีใบหน้าที่คล้ายแม่เธอมาก”ความเงียบเข้าครอบคลุมและจอห์นนี่ก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเมื่อหันกลับไปมองพี่น้องคนอื่นก็ดูทุกคนจะก้มหน้าโศกเศร้ากัน


“ถ้าท่านเจอท่านแม่อีกสักครั้งท่านยังจะหวังอะไรจากท่านแม่บ้างครับ”


“เราคงไม่หวังไม่ขัดขวางนางอีกแล้วล่ะก็เราจะไม่อยู่แล้วนี่นะฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะที่แห้งๆนี้ไม่ได้ทำให้ทั้งห้องเกิดอาตรมณ์ขันตามได้ทุกคนล้วนแต่อยู่ในอาการสงบ


“ผมว่าท่านแม่คงต้องอยากพบท่านมากเหมือนกัน”รอยยิ้มอ่อนๆถูกฉายบนใบหน้าของจอห์นนี่ เขาเอื้อมมือตัวเองไปจับอีกครั้งและคราวนี้จอห์นนี่มั่นใจว่าท่านแม่ของเขาต้องมาแน่ๆ


“ตอนนี้เราอยากจะพักแล้วล่ะ”คำขอร้องที่ส่งผ่านยังร่างที่ไร้เรี่ยวแรงทำให้แพทย์ประจำตัวหลายสิบคนกรูเข้าไปดูอาการอย่างรวดเร็วส่วนเด็กๆทั้งสี่คนก็ถูกเชิญออกจากห้องอีกครั้ง เป็นการใช้ชีวิตในวังที่ดูน่าเบื่อ กดดัน และมีความหวังแรงฮึกเหิมในอนาคตที่จอห์นนี่รู้สึกได้







                หลังจากที่ออกมาจากห้องกษัตริย์แล้วยูตะกับฮันซลก็แยกย้ายกันกลับที่พักตัวเองเว้นเสียแต่จอห์นนี่และโดยองที่แอบเข้ามายังห้องเอกสารของทางราชวังแม้จะรู้ว่าผิดแต่ตอนนี้เขาก็อยากจะสืบหาความจริงเรื่องใครแอบช่วยเหลือแม่เลี้ยงของพวกเขา


“เรื่องท่านแม่เป็นยังไงบ้างโดยอง”ระหว่างที่กำลังรื้อหาข้อมูลจอห์นนี่ก็ถามอย่างอยากรู้ความคืบหน้าเพราะเวลาที่ท่านตาของเขาก็น้อยเต็มทีแล้ว


“ผมขอให้เพื่อนท่านน้าไปคุยแล้ววันนี้เขาคงจะกลับเข้ามา”จอห์นนี่พยักหน้ารับและทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเอกสารที่เกี่ยวข้องการใช้เงินของพวกขุนนางต่างๆอย่างจริงจังจนเวลาล่วงเลยมาสักพัก


ความเงียบภายในห้องทำให้เสียงนาฬิกาที่ได้มาจากชาติอื่นเพื่อเป็นของขวัญจากต่างแดนในห้องก็ดังเบาๆตามการเดินของเข็ม จอห์นนี่ที่ค้นเจอบางอย่างถึงกับเลิกคิ้วสูงเมื่อเจอข้อมูลจากกองเอกสารที่เขากำลังค้นหาอยู่


“พี่ว่าพี่เจอมันแล้วล่ะ”จอห์นนี่รีบสะกิดโดยองที่ก้มหน้าก้มตาหาแต่พอได้ยินว่าเจอแล้วเขาก็หยุดแล้วรีบเดินเข้าไปดูทันที





                ข้อมูลในมือของตจอห์นนี่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากทีเดียวเพราะมันคือการใช้จ่ายเงินของทางราชวังและแน่นอนว่ารวมถึงเหล่าบรรดาขุนนางและทุกคนที่อยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์ ราชชื่อโดยองยังมีด้วยซ้ำไป


"อายุแค่นี้ใช้เงินเก่งไม่เบานะพวกนาย”เพราะการเรียงลำดับเหล่าบรรดาทายาทมักขึ้นก่อนเสมอ จอห์นนี่หันไปล้อน้องชายร่วมตระกูลก่อนจะรีบพลิกดูการใช้เงินที่น่าสงสัยและไม่ต้องหาให้นานเมื่อเลขมันโดดชัดถึงกับไม่ต้องพลิกดูคนอื่นๆ


“โดดขนาดนี้คงต้องเป็นฝ่ายบัญชีแล้วล่ะ”โดยองว่าเขาไล่นิ้วชี้ไปตามรายชื่อแล้วก็พบว่ามันมีตัวเลขโดดๆอยู่สองคนหนึ่งในสองก็เป็นถึงองค์รักษ์ส่วนพระองค์อีกต่างหาก


“คนช่วยตำแหน่งใหญ่ใช้ได้เลยแหะ”จอห์นนี่หันไปสบตาโดยองอย่างครุ่นคิด


“กลัวอะไรกับแค่ตำแหน่งเขาล่ะในเมื่อพี่ก็จะมีอำนาจเหนือพวกนี้แล้ว”โดยองตบบ่าจอห์นนี่อย่างปลอบใจ


“พูดยังกับว่าพี่ต้องใช้ตำแหน่งในอนาคตในการจัดการอย่างนั้นแหละ”


“เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถทำตัวให้ใสสะอาดเพื่อที่จะทำให้มันจบลงได้หรอกนะครับ”เพราะจากการที่คลุกคลีกับเรื่องพวกนี้มามากโดยองไม่ลังเลใจที่จะใช้ทางเลือกที่ไม่ได้ใสสะอาดในการแก้ปัญหาเพราะท่านพ่อของเขาเป็นนักธุรกิจที่เก่งมากและได้ถ่ายทอดกลวิธีที่ทำให้เรื่องมันง่ายโดยไม่ต้องเปลืองสมองมาก


“พอได้คลุกคลีกับนายแบบนี้ชักสงสารแจฮยอนซะแล้วสิ”


“ผมไม่บังคับหรือฝืนใจเพื่อให้ได้มาเป็นของตัวเองหรอกครับ...เรื่องแบบนี้เราไม่ควรเลือกใช้วิธีสกปรก”ดูจากความคิดจอห์นนี่นับถือโดยองเป็นน้องคนสนิทมากกว่าแจฮยอนซะอีกเพราะรายนั้นแม้จะทันคนแต่เพราะความบ้าบิ่นในการตัดสินใจทำให้มักไม่รอบคอบเท่ากับโดยองที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าแบบนี้


“ถ้าอย่างนั้นเราแอบจดข้อมูลแล้วรีบออกไปกัน”จอห์นนี่รีบเร่งทันทีเพราะจากเวลาอีกไม่นานพวกเขาต้องเข้ารับประทานอาหารแล้ว หากไปสายแล้วทำตัวมีพิรุธคงจะใช้ชีวิตได้ยากแน่ๆ สองพี่น้องรีบจัดการธุระก่อนจะแอบเนียนออกมาราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

               






                แม้จะแอบเนียนสอบถามคนที่ออกมาจากวังบ้าง ทหารในวังบ้างแต่แทยงก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากไปกว่าเรื่องราวซุบซิบนินทาจากบรรดาขี้เมา เด็กวัย 14 แบบเขาไม่สมควรที่จะเข้ามานั่งในร้านเหล้าแบบนี้แต่เพราะไม่ได้มีใครสนใจกันเท่าไหร่เพราะต่างก็เมามายไร้สติกันแล้ว เป้ฯเวลากว่าสามวันที่แทยงไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเลย


“ไอ่หนูเป็นเด็กเป็นเล็กเข้ามาทำไมในนี้”แม้จะค่ำแล้วแต่ชายตรงหน้าก็คงยังใส่ชุดที่ดูก็รู้ว่าทำงานในกำแพงสูงนั้น


“ผมมาตามหาคน”สำหรับแทยงการที่จะเคารพใครสักคนเขาต้องรู้สึกผูกพันธ์ด้วยแน่นอนว่ากับชายที่เมาตรงหน้าเขาไม่จำเป็นต้องพูดจาไพรเราะมีหางเสียงให้มาก


“ตามหาคน?”แม้น้ำเสียงจะยานแค่ไหนแต่สายตาสงสัยก็แสดงออกมาได้อย่างชัดแจ๋ว


“ใช่ผมมาตามหาพ่อกับแม่”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆตลกดีว่ะไอ่เด็กนี่!!!!”เสียงตะโกนลั่นร้านทำให้ทุกคนในร้านต่างหันมามองอย่างพร้อมเพรียง แทยงมองไปรอบๆร้านอย่างตกใจก่อนจะรีบเดินหนีคนตรงหน้าทันทีแต่เพราะเขาช้าไปเลยทำให้ถูกจับไว้ได้


“เฮ้พวก!บอกมาสิใครเป็นพ่อแม่ของเด็กนี่กัน”เสียงหัวเราะดังระงมในร้านทำให้แทยงรู้สึกแย่เอามากๆเพราะเขาทำเหมือนแทยงเป็นตัวตลก


“ปล่อยสิวะ!!”แทยงดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากแขนแกร่งนั้นแต่เพราะแรงเขาไม่สามารถสู้แรงผู้ชายคนนี้ได้เลยเพราะยิ่งเขาดิ้นชายคนนี้ก็ยิ่งรัดตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา


“บอกให้ปล่อยไง”ยิ่งเขาตะโกนดังมากแค่ไหนเสียงหัวเราะของคนในร้านก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น








_____________________________________________________________________________

ช่วงนี้แม่เรียกเป็นนางกวักหน้าร้านเลยไม่ค่อยว่างมาลง(แต่ลงจอยบ่อย 55555) เราว่าจะพักจอยมาแต่งเรื่องนี้ให้จบ(อือฮึ)
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและขอบพระคุณที่รออ่านเราประทับใจมากจริงๆ (ก้มกราบสามครั้งแล้วท่องนะโม)


ป.ล. 20 ตอนกับ 100 หน้าพอดี บอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่แต่งยาวขนาดนี้กลัวจะดองจังเลยพล็อตใหม่ก็แล่นเรื่อยๆ 555555 แต่บอกเลยว่าไม่ทิ้งค่ะไม่ทิ้ง จะแต่งจนกว่าน้องจะคัมแบ็ค (พรุ่งนี้ประกาศคัมแบ็คเราก็จะจบแค่ตอนนี้แหละค่ะ 55555 ขำไหมไม่ขำนะ)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #63 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:54
    อย่าทำไรกับแทยงนะ
    #63
    0