Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 19 : สงสัย คาดเดา ตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

     ทางด้านสนามสอบที่เนียงแน่นไปด้วยผู้คนตอนนี้แทอิลก็สอบเสร็จแล้วและเขาต้องเข้าสอบภาคบ่ายด้วยการสอบภาคปฏิบัติซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับแทอิลมาก เขาไม่ถนัดการจำแนกด้วยของจริงและนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่คนเราจะเก่งในทุกๆเรื่อง มันคือสิ่งที่แทอิลคิดมาตลอดว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นนักปรุงยาจริงหรือเปล่า


“อย่าทำหน้าผิดหวังทั้งๆที่ผลยังไม่ออกแบบนั้นสิ”น้ำเสียงนุ่มชวนน่าฟังทำให้แทอิลหันไปมองอย่างรวดเร็วและก็เป็นแม่ของเขาและเตนล์ที่ยืนยิ้มให้กำลังใจอยู่


“ท่านแม่...เตนล์...มาที่นี่ได้ยังไง”แทอิลรีบเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ก่อนจะสวมกอดอย่างโหยหาแม้จะผ่านไปไม่กี่วันแต่มันก็นานเหมือนผ่านไปเป็นปีก็ว่าได้


“ก็ลูกแม่มาสอบทั้งทีก็ต้องมาให้กำลังใจอยู่แล้วสิ”มุนอาลูบผมแทอิลอย่างให้กำลังใจ


“ทำไมพี่ทำหน้ากังวลอย่างนั้นล่ะครับ”เตนล์ถามอย่างสงสัยเพราะเขารู้ดีว่าเรื่องทฤษฎีแทอิลคือที่หนึ่งเสมอ


“พี่ว่าพี่ทำปฏิบัติไม่ได้แน่ๆ”


“พี่แทอิลทำได้เชื่อเตนล์สิ”ใบหน้าใสซื่อนั้นทำให้แทอิลรู้สึกมีพลังแปลกๆเขาแค่ยิ้มกลับไปให้เตนล์ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นมารดาที่กำลังมองเขาทั้งสองคนอยู่แต่แล้วเธอก็ขอคุยเป็นการส่วนตัวกับแทอิลทำให้เตนล์ต้องออกมายืนรอไกลจากทั้งสองคนหน่อยแต่เพราะใบหน้าที่ดูสะดุดตากับคนปกติทำให้เตนล์รู้สึกไม่มั่นใจเพราะต่างก็มองมาที่เขากันทั้งนั้น









“เธอน่ะหลงกับพ่อแม่อย่างนั้นหรอ”ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาประชิดตัวจนทำให้คนยืนเหม่อต้องสะดุ้งสุดตัวก่อนจะส่ายหน้ารัวเป็นคำตอบ


“แล้วมายืนทำอะไรคนเดียวตรงนี้”


“ผมมากับพวกเขา”ว่าแล้วเตนล์ก้ขี้ไปยังที่ๆเคยมีแทอิลและมุนอายืนอยู่แต่ตอนนี้พวกเขากลับหายไปแล้วนั่นทำให้เตนล์รู้สึกกังวลทันทีเขารีบผละตัวแยกออกมาจากชายคนนี้ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่เดิมและพบว่ามีแค่แทอิลที่ยืนคุยกับคนอื่นๆอยู่แต่มุนอากลับหายไปแล้ว


“พี่แทอิลฮะ”เตนล์เข้าไปสะกิดเล็กๆกับพี่ชายที่เคารพก่อนจะสอดส่องหามุนอาแต่ก็ไม่พบเธอ


“ท่านแม่พี่แทอิลไปไหนแล้วล่ะครับ”


“อ้าวท่านแม่เดินไปหาเตนล์นี่พี่คุยเสร็จไปนานแล้วนะ”แทอิลว่าอย่างแปลกใจก่อนจะรีบสอดส่องหาผู้เป็นแม่ที่ควรจะอยู่แถวนี้แต่กลับหายไปและอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาก็ต้องเตรียมตัวเข้าสองแล้วด้วย


“สงสัยไปรอที่ร้านเดิมมั้งครับ...พี่คงต้องเตรียมตัวแล้วเดี๋ยวเตนล์เดินไปหาท่านแม่มุนอาที่ร้านเดิมแล้วกัน”แทอิลพยักหน้ารับเพราะเพื่อนที่เข้าสอบเหมือนกันก็เร่งเขาให้ไปเตรียมตัวด้านในแล้วทำให้แทอิลต้องลาเตนล์จากตรงนี้ก่อนจะเดินเข้าไปยังสนามสอบแข่งขัน










                เตนล์ที่มีลางสังหรณ์แปลกๆเกี่ยวกับมุนอาก็ต้องร้อนรนเพราะเขามั่นใจว่ามุนอาไม่ได้กลับไปที่ร้านนั้นลำพังแน่ๆแต่เพราะไม่อยากให้แทอิลต้องคิดมากทำให้เขาเลือกที่จะโกหกออกไปแบบนั้น เร็วเท่าความคิดขาทั้งสองข้างของเตนล์ก็รีบเดินออกสำรวจทั่วบริเวณแม้จะมีคนทยอยเข้าไปบ้างแล้วแต่คนด้านนอกก็เยอะอยู่ดี


“ไปไหนกันนะ”ตอนนี้เตนล์เริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงการเลือกเดินกลับไปที่ร้านเดิมก็เข้ามาในแผนทันที ไม่รอช้าเตนล์ก้าวขาวิ่งตามกำลังตัวเองโดยใช้เวลาที่เร็วกว่าปกติมากในการมาถึงร้าน





                ภายในร้านที่มีลูกค้าต่างถื่นมานั่งจิบชาก็มีประปรายแต่มุนอากลับไม่ได้อยู่ที่นี่เลยนั่นทำให้เตนล์กังวลมากเพราะยังไงสถานการณ์ตอนนี้สำหรับมุนอาและเขาก็เสี่ยงที่จะถูกแม่เลี้ยงคนนั้นจ้องเล่นงานอยู่เสมอ


“อ้าวมาด้อมๆมองๆอะไรแถวนี้ล่ะไอ่หนู...คนที่มากับผู้หญิงสวยๆคนนั้นนี่”ถ้าเตนล์จำไม่ผิดคนนี้คือคนชงชาในร้านนับเป็นเรื่องที่ดีที่เขาคนนี้จำได้


“พอดีผมพัดหลงกับเขาคุณพอจะเห็นเขาที่นี่ไหมครับ”


“อืมจะว่าไปผู้หญิงที่อยู่กับเธอก็คุ้นเหมือนกันแฮะแต่ฉันพึ่งเห็นเดินไปทางโน้นกับผู้หญิงอีกคนน่ะ”ไวเท่าความคิดเมื่อเตนล์สามารถเดาสถานการณ์น่ากังวลนี้ออกผู้หญิงที่ว่าต้องเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายคนนั้นแน่นอนและเขาต้องรีบตามหามุนอาให้เร็วที่สุดซะแล้ว


“ขอบคุณครับ”เตนล์โค้งลาก่อนจะรีบวิ่งไปตามที่ชายคนนั้นชี้ไป มันเป็นตรอกซอยที่คับแคบแต่ก็พอเดินได้สบายสำหรับเตนล์ ใบหน้าที่ดูกังวลและเคร่งเครียดถูกฉายออกมาบนใบหน้าหวานนั้น เขารีบวิ่งจนลืมว่าร่างกายตัวเองไม่ได้แข็งแรงพอที่จะวิ่งเร็วได้แต่เวลานี้เตนล์กลับไม่ได้สนใจความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมายังต้นขา






                ขาทั้งสองข้างของเตนล์พาตัวเองมายังตรอกเล็กๆที่ไม่มีทางไปต่อและก็พบกับมุนอาและผู้หญิงอีกคนอย่างที่เจ้าของร้านคนนั้นได้บอกแต่กลับผิดคาดกับที่เขาคิดไว้ มุนอาไม่ได้อยู่กับแม่เลี้ยงคนนั้นแต่กลับเป็นคนอื่นแทน


“เกิดอะไรขึ้นรีบวิ่งตาตื่นมามีอะไรหรอเตนล์”มุนอาเดินเข้ามาลูบใบหน้าหวานที่ผุดเม็ดเหงื่อมากมายในเวลานี้


“เอ่อเตนล์นึกว่าท่านแม่หายไปไหนเลยไปถามเจ้าของร้านมา....เตนล์นึกว่าอยู่กับ....”มุนอาหันกลับไปมองเพื่อนเก่าก่อนจจะยกยิ้มให้เตนล์เพราะดูเหมือนเธอกำลังทำให้เด็กตรงหน้าเป็นห่วงซะแล้ว


“นี่ลูกชายของเธอหรอกเหรอ”ผู้หญิงที่ตัวสูงกว่ามุนอาเล็กน้อยเธอคนนั้นอยู่ในชุดที่ดูดีและเมื่อร่างเล็กเหลือบไปเห็นตราสำนักราชวังก็ทำให้เขานั้นรีบคุกเข่าเคารพทันที


“ยืนขึ้นเถอะจ่ะ”เธอว่าอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเดินเข้ามาประคองเด็กอย่างเตนล์ให้ลุกขึ้น





                เป็นครั้งแรกที่เตนล์ไม่เข้าใจในสายตาที่ผู้หญิงตรงหน้าที่ใช้มองมาที่เขาเลยสักนิด มันเป็นสีหน้าที่ดูแปลกใจและสายตาที่ดูไม่เข้าใจนั้นทำให้เตนล์ทำตัวไม่ถูกราวกับว่าตอนนี้เขากำลังถูกสำรวจ


“เขาเป็นเด็กในปราสาทของเราน่ะ”มุนอาว่าอย่างยิ้มๆก่อนจะลูบหัวเตนล์อย่างเอ็นดู


“ฉันคงเข้าใจผิดไปเองว่าเขาหน้าเหมือนจูวอน”เพียงแค่นั้นมุนอาก็ชะงักทันที ชื่อที่เธอนึกมาตลอดที่เห็นหน้าแทยงและเตนล์ชื่อที่เธอลืมจนกระทั่งเพื่อนคนนี้ได้พูดขึ้น มุนอาหันไปมองหน้าเตนลือีกครั้งอย่างพิจรณาเช่นกันและก็ต้องดีดนิ้วทันที


“เรานึกมาตั้งนานว่าเด็กคนนี้หน้าเหมือนใครเราลืมจูวอนไปจริงๆให้ตายสิ”


“ใครหรอฮะ”เพราะไม่เข้าใจบทสนทนาที่อิงบุคคลอื่นเตนล์ก็ถามตามประสาเด็กอยากรู้


“ฉันขอถามอะไรเธอหนน่อยได้ไหมจ๊ะ”ผู้หญิงตรงหน้าจ้องมายังเตนล์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอลูบไปทั่วตัวเตนล์เหมือนค้นหาบางอย่างส่วนคนถูกลูบก็ได้แต่ดิ้นอย่างตกใจจนหลุดออกมาจากผู้หญิงคนนั้นแล้ววิ่งไปหลบหลังมุนอาทันที


“คุณจะทำอะไรครับ”หางเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้มุนอาต้องกุมขมับเพราะเพื่อนคนนี้ของเธอได้ทำให้เด็กของเธอกลัวเสียแล้ว


“แค่สงสัยว่ามีสร้อยหรือเปล่า”สีหน้าที่ไร้สำนึกในความผิดที่อุกอาจค้นตัวเมื่อกี้ทำให้เตนล์ค่อนข้างไม่พอใจแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อคนตรงหน้าก็เป็นเพื่อนกับมุนอา


“สร้อย?”มุนอาทวนคำถาม


“ใช่ถ้าเป็นลูกของจูวอนจริงแม่นั่นคงทิ้งอะไรให้ลูกไว้บ้างแหละอย่างเช่นของประจำตัวอย่างสร้อยประจำตัว”


“อืม...ใช่สร้อยที่เหมือนของแทมุนรึเปล่า”มุนอากระพริบตาปริบๆเหมือนกำลังประมวณผมในความคิด แทมุนก็คือเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันเพียงแต่เป็นเพื่อนที่ยศต่างกันเท่านั้น


“เด็กนั่นมี?”ผู้หญิงตรงหน้าชี้ไปยังเตนล์ที่ยังคงหลบหลังมุนอาไม่ไปไหน ส่วนคนถูกถามอย่างมุนอาก้ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงเป็นคำตอบเพราะก่อนหน้านี้แทยงก็เคยมาปรึกษาเรื่องที่มาของสร้อยนั้นเหมือนกันและเธอก็แปลกใจที่เด็กสองคนนี้มีแต่ตอนนี้ความแปลกใจของเธอคงได้คำตอบแล้ว


“บังเอิญมาก...บังเอิญจริงๆ”มุนอาไม่ได้สนใจเพื่อนของเธออีกเมื่อความสนใจตอนนี้ไปอยู่ที่เตนล์ เด็กตาโตราวกับสุนัขจิ้งจอกที่กำลังจ้องเธออย่างไม่เข้าใจทำให้เธอนึกถึงตาโตของเพื่อนอีกคนที่จากไปอย่างจูวอน


“แม่ว่ามันคงไม่บังเอิญขนาดนั้น...เตนล์หนูไม่เคยเห็นพ่อกับแม่จริงๆอย่างนั้นหรอ”ไม่เข้าใจว่ามุนอาถามแบบนั้นทำไมเมื่อเขาก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่ที่แท้จริงเลยและเขาก็ไม่คิดที่จะค้นหาจนกระทั่งก่อนหน้านี้ที่แทยงตัดสินใจว่าจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงจากสร้อยที่พวกเขามี


“ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกชายของแทมุน”มีเพียงความเงียบที่เข้าครอบคลุมพื้นที่ เด็กอายุ 12 ที่เติบโตมากับพี่ชายอย่างแทยงคนที่ไม่เคยสัมผัสคำว่าครอบครัวมาก่อนแต่พอได้ยินคำว่าพ่อแม่แบบนี้จู่ๆน้ำตาก็ไหลมาแบบไม่รู้ตัว


“เตนล์...เตนล์มีพ่อแม่หรอฮะ”เพราะคำว่าเป็นเด็กทำให้มุนอารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสงสารจริงๆและถ้าแทมุนเพื่อนของเธอเป็นพ่อของเด็กทั้งสองจริงๆเธอนี่แหละที่จะต่อว่าเพื่อนคนนั้นให้สาสมที่บังอาจทิ้งลูกตัวเอง


“หนูมีพ่อแม่แน่นอนสิ”มุนอายังไม่อยากคิดว่าแทมุนคือพ่อของเตนล์ในตอนนี้เพราะเธอแค่คิดไปเองกับเพื่อนจากในวังคนนี้เท่านั้น


“แม้ว่าแทมุนจะติดอันดับพ่อของเธอก็ตาม...เด็กน้อยถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงดีไม่น้อยเลย”


“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าดี”เพราะความเป็นเพื่อนที่มากกว่าครึ่งชีวิตกับแทมุนทำให้มุนอารู้จักคนๆนั้นดี ผู้ชายที่ยอมทิ้งภรรยาตัวเองไว้ลำพังเพราะคำว่างานจนพลาดไปทั้งชีวิตแบบนั้น


“สำหรับองค์รักษ์ส่วนพระองค์น่ะถ้าไม่มีสร้อยติดตัวมันก็เหมือนตัวเองติดคุกขนาดใหญ่ที่เรียกว่าราชวังไงล่ะ”มุนอาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนัก


“ก็แทมุนไม่ได้ออกจากราขวังมาเกือบเดือนแล้วน่ะสิ”


“แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่าที่ฉันตามหาเธอก็เพราะเรื่องพ่อของเธอน่ะสิมุนอา”ตอนนี้เตนล์เช็ดคราบน้ำตาออกจนหมดแล้วก่อนที่
มุนอาจะสนใจเพื่อนเธอไม่ลืมที่จะช่วยเตนล์เช็ดคราบน้ำตานั้นด้วย


“หนูออกไปนั่งรอแม่ที่ตรงนั้นก่อนนะเดี๋ยวแม่ตามไป”เพราะเรื่องนี้เธอก็ไม่ได้อยากให้ใครได้ยินมันเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนักแต่นั่นมันก็เกี่ยวกับลูกชายคนรองอย่างจอห์นนี่ที่ต้องรับผิดชอบต่อจากพระบิดาของเธอเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเตนล์เดินไปตามที่เธอขอแล้วเธอก็เริ่มคุยจริงจังทันทีราวกับคนละคนกับเมื่อกี้





                ทางด้านเตนล์ที่นั่งรอตามคำสั่งแล้วเขาก็เกิดอาการปวดขาทันทีเพราะเมื่อกี้เขาคงออกแรงวิ่งเยอะไปหน่อยเลยทำให้เข่าของเขาเกิดอาการปวดขึ้นมาอีกครั้งนับจากตั้งแต่เกิดเรื่องที่ปราสาทครั้งล่าสุด ตอนนี้นับได้ว่าอาการปวดมันรุนแรงพอที่จะทำให้น้ำตาที่เหือดแห้งกลับมาชุ่มได้อีกครั้ง


“ไม่เจ็บหรอกแค่นี้เอง...ไม่เจ็บหรอกนะ”เพราะที่ผ่านมาเขามักเก็บอาการไว้กับตัวเองแม้แต่แทยงก็รับรู้ได้แค่บางส่วนเท่าที่เขาจะปิดบังไหวและเมื่อเจ็บและปวดมากๆสิ่งที่เตนล์ทำคือการปลอบตัวเอง


“เตนล์เก่งเตนล์ทำได้เจ็บแค่นี้เองเตนล์ทนได้”คำพูดที่ปลอบใจตัวเองช่วยได้ไม่มากแต่ก็พอทำให้บรรเทาได้ เตนล์เชื่อแบบนี้มาตลอดเขาเชื่อว่าชีวิตนี้มีเพียงแค่การช่วยเหลือตัวเองเท่านั้นที่สำคัญเพราะพี่ชายอย่างแทยงก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ทุกเรื่องนั่นคือสิ่งที่เตนล์คิดเสมอมา






                สายตาเหม่อลอยเพราะการสะกดตัวเองว่าไม่เจ็บทำให้ผู้พบเห็นที่เดินผ่านไปมาแบบนานๆทีต้องมองอย่างเหยียดหยาม ไม่มีคนดีๆมานั่งตามทางเดินในตามซอกอาคารแบบนี้หรอกแม้เตนล์จะรู้สึกแย่แต่เพราะความเคยชินที่เขาเฝ้ากลัวมาตลอดตอนนี้มันทำให้เขารู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเคยชินนั้นไปซะแล้ว



                เพราะตอนนี้เตนล์รู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งขาขวาและการนั่งรอมุนอาที่กำลังตุยกับเพื่อนอยู่นั้นก็ดูจะนานพอสมควรเขาเลยตัดสินใจที่จะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นแล้วหันไปทางมุนอาที่เหลือบมองมาที่เขาพอดีอย่างบังเอิญ เตนล์ส่งท่าทางที่บอกว่าเขาจะไปรอมุนอาที่เดิมตรงลานหน้าสถานที่สอบเพื่อรอตอนแรกมุนอาลังเลแต่เธอก็พยักหน้ารับรู้เป็นการอนุญาติ



                ขาทั้งสองของเตนล์ค่อยๆพาตัวเองเดินมายังลานกว้างที่ตอนนี้เหมือนจะมีเหล่าบรรดาญาติพี่น้องหรือเพื่อนที่มาส่งสอบมารอกันเต็มลานและเมื่อเตนล์หันไปมองหอนาฬิกาขนาดใหญ่ก็พบว่าตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่แทอิลจะสอบเสร็จแล้ว




“ขอโทษนะคะพอดีว่าพี่สาวฉันปวดท้องคือ....”เก้าอี้เล็กๆที่เตนล์พึ่งได้นั่งไม่กี่วินาทีนี้เหมือนกำลังที่จะสละให้ผู้หญิงอีกคนได้นั่งซะแล้ว


“ครับ”เตนล์ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกไปแต่เขากลับลุกให้ผู้หญิงท้องแก่นั้นนั่งแม้อาการปวดขาจะทุเลาลงบ้างแต่ก็ใช่ว่าการยืนนานๆแบบนี้มันจะช่วยให้ทุเลาลงอีกเพราะมันกลับปวดขึ้นมาอีกครั้ง





                .ผ่านไปหลายนาทีตอนนี้สัญญาณการสอบเสร็จก็ดังขึ้นพร้อมกับที่มุนอาเดินเข้ามาเพียงลำพังและผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้มากับเธอด้วย เตนล์รีบโบกมือให้มุนอาทันทีก่อนจะขยับขาขวาเพื่อให้คุ้นชินกับการเคลื่อนไหวและป้องกันการเจ็บของตัวเองเตนล์เลือกที่จะค่อยๆก้าวเดินอย่างเบาๆ


“เป็นอะไรจ๊ะ?”มุนอาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยเพราะท่าเดินของเด็กตรงหน้าดูแปลกไปมากแต่คำตอบที่ฌะอได้กลับเป็นแค่รอยยิ้มเท่านั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกว่าพักหลังๆมานี้เตนล์เลือกที่จะยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองแบบนี้


“พี่แทอิลคงจะออกมาแล้วเราไปรอพี่เขาตรงนู้นเถะฮะ”ไม่ว่าเปล่าเตนล์รีบคว้าแขนเรียวนั้นออกเดินให้ไวขึ้น





                ท่ามกลางผู้ปกครองและคนรู้จักของเหล่าบรรดาผู้เข้าสอบแตอนนี้กลับเพิ่มจำนวนด้วยผู้เข้าสอบที่ต่างก็หาคนรู้จักให้ทั่วแต่สำหรับแทอิลที่มีสายตาดีเขาไม่ต้องหาแม่และน้องชายอีกคนอย่างเตนล์นาน เห็นแบบนั้นแทอิลรีบเดินเข้าไปหาทั้งสองทันที


“ทำได้ไหมฮะพี่แทอิล”คนที่คาดหวังและคอยให้กำลังใจอย่างเตนล์ถามด้วยใบหน้าที่ทำให้แทอิลรู้สึกปิด ไม่ใช่เพราะเขาทำไม่ได้เลยแต่เพราะเขาคิดว่าการเป็นนักปรุงยาคงไม่เหมาะกับตัวเองแล้วเท่านั้น การเป็นนักปรุงยาที่ดีควรที่จะจำและเข้าใจในตัวสมุนไพรให้มากกว่านี้แต่สำหรับเขาแล้ว แค่พอให้ผ่านๆก็ทำได้แต่เขาเลือกที่จะทำให้มันตก


“ไม่ได้หรอก”สายตาที่หลุบต่ำลงของเตนล์ทำให้แทอิลรู้สึกผิดจริงๆเพราะเตนล์เป็นคนเดียวที่เฝ้ารอคอยการเป็นนักปรุงยาของตัวเอง


“ตั้งใจทำไม่ได้น่ะ”เพราะผู้เป็นแม่กำลังมองมาและเตนล์กลับหลบสายตาเขาไปซะแล้วทำให้แทอิลต้องคุยกับผู้เป็นแม่แทน


“ผมคิดว่าไม่ได้อยากเป็นนักปรุงยาอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก...พี่ตั้งใจให้ตกเองนะเตนล์”ประโยคหลังเหมือนจะพยายามบอกให้น้องชายคนสนิทรับรู้และเตนล์ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอย่างไม่เข้าใจ


“ทำไมล่ะครับพี่แทอิลบอกเตนล์เสมอว่าพี่อยากเป็นนักปรุงยาในราชวัง”


“พี่คิดว่าการจดจำชื่อยาชื่อสมุนไพรมันไม่ได้เหมาะกับพี่เท่าไหร่”


“แล้วอะไรที่ลูกคิดว่าเหมาะล่ะจ๊ะ”มุนอายกยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นการปลอบใจ เธอก็คิดไว้ตั้งแต่วันที่รู้ว่าแทอิลจะเข้าสอบนักปรุงยาแล้วว่าลูกชายคนโตของเธอไม่ได้อยากเป็นอย่างที่ตั้งใจจริงๆเพราะเธอดูออกว่าเส้นทางของแทอิลมันเหมือนของเธอมากจนน่าตกใจ


“บางทีผมอาจจะอยากเป็นหมอ”






__________________________________________________________________________\

พึ่งสังเกตุว่าเราตั้งชื่อตัวละคร มุนๆ แทๆ ไปเยอะเลย 555 สองพี่น้องจะเจอพ่อแม่หรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

ช่วงนี้แต่งฟิคไม่ได้เลยไถทวิตมีอันต้องเศร้า จอยก็ไม่ได้แต่งเด็กดีก็ค้างไว้แบบนั้นยังไม่จบสักทีพอมีอารมณ์เผลอไปไถทวิตก็เป็นอันต้องพับเก็บไว้ อากาศก็หนาววววเหลือเกินบ้านเราต่ำสุดของวันที่ 7-8 องศาแหนะ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

ช่วงบ่นสินะ 555

เอาจริงๆที่ยากที่สุดของการแต่งนิยายคือการแต่งชื่อตอน เพื่อนก็บอกว่าทำไมไม่เอาชื่อเรื่องแล้วใส่เลขลำดับเอาล่ะ.....เหยบางทีเราก็คิดน้อยไปไงมันมา 19 ตอนไปแล้วด้วย ถ้าให้เปลี่ยนจะไปต่อก็ลำบากใจจะย้อนแก้ไขก็คงไม่ได้เพราะฉะนั้น ขอบคุณค่ะ 55555















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #87 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 12:37
    เตนล์หนูเป็นอะไรลูกก เจ็บขาทำไมไม่บอก ดื้อมาก เดี๋ยวก็เป็นหนักหรอก รีบรักษาตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่อาการจะทรุดลงนะ
    #87
    0
  2. #62 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:47
    พ่อแทยงกับเตนล์ต้องเป็นองค์รักษ์แน่เลย
    #62
    0
  3. #32 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 07:57
    นั่นไงงงง ในที่สุดก็เป็นไปอย่างที่เราคิด ฮี่ๆๆ พ่อแทเตนล์เป็นองครักษ์จริงๆด้วย
    #32
    0
  4. #31 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 07:57
    นั่นไงงงง ในที่สุดก็เป็นไปอย่างที่เราคิด ฮี่ๆๆ พ่อแทเตนล์เป็นองครักษ์จริงๆด้วย
    #31
    0