Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 17 : เริ่มการทวงคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

“เตรียมตัวก่อนค่ะคุณชายและก็ไปถึงจะมีพี่เลี้ยงชุดเดิมคอยดูแลต่อ”


“ครับขอบคุณครับผมต้องไปก่อน”แม้จะเป็นผู้ดูแลแต่จอห์นนี่ก็ทำความเคารพเหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือคนหนึ่งนั่นทำให้สี่พี่น้องเป็นที่รักใคร่ของเหล่าบรรดาผู้รับใช้ในปราสาทมากทีเดียวเว้นสียแต่แม่เลี้ยงของพวกเขาที่ดูจะดีด้วยก็ต่อเมื่อสามีอยู่เท่านั้น





                เส้นทางที่ระหว่างทางเป็นเมืองใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนเดินควักไคว่แน่นทั้งพ่อค้าและนักเดินทางจากหลายที่มารวมกันและรถม้าของจอห์นนี่ก็เคลื่อนไปช้าๆเพราะดูเหมือนวันนี้จะมีคนเข้ามาในเมืองมากกว่าปกติเนื่องจากพรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบคัดเลือกการเข้ารับของสภานักปรุงยาประจำปีทำให้ต่างคนต่างหลากหลายที่เข้ามาเตรียมพร้อมเพื่อการสอบแข่งขันนี้



                รถม้าชะลอให้ช้าลงทำให้จอห์นนี่รู้สึกแปลกใจแต่เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าคนที่หยุดรถม้าเขาก็คือผู้ชายร่างไม่สูงมากเขากำลังเจรจากับคนขับรถม้าเหมือนพยายามจะขอคุยกับเขาแน่นอนว่าในรถมีแค่เขาคนเดียวและผู้ชายคนนั้นก็มองเห็นหน้าไม่ชัดเพราะคลุมฮูตที่มิดชิดดูแล้วไม่น่าไว้ใจ


“กรุณาหลีกทางด้วยครับ”คนขับรถม้าว่าอย่างสุภาพแต่แล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่มีทีท่าจะหลบให้เลยสักนิด


“เรามีของมาให้เขาจริงๆนะ”


“กรุณาหลีกทางด้วยครับตอนนี้ท่านชายกำลังยุ่งไม่รับของแปลกหน้า”ท่าทางของชายในฮูตดูไม่พอใจก่อนจะเหลือบมองมายังรถม้าที่จอห์นนี่จ้องมองอยู่แต่เมื่อเห็นแววตานั้นจอห์นนี่ก็รีบโผล่หน้าออกไปทันที


“ให้เขาขึ้นมาด้วย”จอห์นนี่สั่งคนรถให้พาผู้ชายคนนั้นขึ้นมาและแม้จะเป็นคำสั่งที่อันตรายแต่คนม้าก็ม่สามารถขัดใจเจ้านายได้เขาจึงอนุญาติให้ผู้ชายที่ดูไม่น่าไว้ใจคนนี้ขึ้นรถมา




                เมื่อขึ้นมาแล้วตอนนี้จอห์นนี่ก็จ้องมองฮูตที่ปกปิดร่างกายทั้งหมดรวมทั้งใบหน้านั้นไว้ด้วยเขาอนุญาติทันทีเพราะใบหน้าหวานภายใต้ฮูตนั้นคือคนที่จอห์นนี่รู้จักดีและก็พึ่งจากกันได้ไม่กี่วัน


“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”ทันทีที่เปิดคำถามออกไปมือเรียวนั้นก็เปิดฮูตออกพร้อมเสียงหายใจที่เหมือนปลดปล่อยความอึดอัดเพราะตอนนี้รถม้านั้นได้เคลื่อนออกจากเมืองที่วุ่นวานแล้วเรียบร้อย


“ท่านแม่ของนายส่งมา”แทยงว่าอย่างไม่สบอารมณ์เพราะเขาถูกผู้หญิงคนนั้นว่ายวานให้มาช่วยจอห์นนี่เรื่องการเข้ารับฟังคำตัดสินการเป็ฯกษัตริย์ส่วนเตนล์และเธอก็เข้าเมืองเพื่อมาทำธุระที่เป็นความลับกันสองคนและเขาก็ถูกหลอกล่อให้มาในเมืองเพื่อดักรอรถม้าของจอห์นนี่ด้วยความช่วยเหลือของแจฮยอนที่ดันบังเอิญเจอกันเมื่อสักครู่อีก


“แล้วเตนล์ล่ะ?”


“อยู่กับแม่ของนายไงฉันถูกแม่ของนายหลอกเข้าเลยติดมาด้วยนี่ไง”แทยงว่าอย่างหัวเสียส่วนจอห์นนี่ก็ได้แค่ยกยิ้มกลับไปให้เท่านั้น


“แล้วจะติดตามฉันจนถึงวัง?”


“ก็ใช่น่ะสิแต่แค่หน้าวังนะเพราะคงเข้าไม่ได้อีกอย่างฉันก็มีธุระของฉันเหมือนกันแค่คอยสังเกตการณ์ให้แม่นายเฉยๆ”แทยงว่าอย่างไม่ใส่ใจเพราะที่เขาเนียนมาด้วยนอกจากจะมาตามคำขอร้องของมุนอาแล้วก็มาสืบเรื่องเจ้าของสร้อยนี้เหมือนกันเพราะระหว่างที่อยู่บ้านพักนั้นมุนอาได้ทำให้เขาสงสัยที่มาของสร้อยพอสมควร


“ไม่กลัวถูกจับได้รึไง”


“ทำยังกับจะช่วยได้อย่างนั้นแหละเอาเรื่องตัวเองให้รอดเถอะ”จอห์นนี่พิงรถอย่างอ่อนใจเรพาะเขาก็เถียงเพื่อนคนนี้ไม่เคยได้เลยและเมื่อเห็นว่าแทยงไม่ต้องการพึ่งพาเขาเลยเขาก็ควรที่จะปล่อยแทยงทำตามตัวเองส่วนเขาก็มีเรื่องต้องทำมากมายเช่นกัน เวลานี้คง
เหมะกับคำว่าตัวใครตัวมันมากกว่า






                ใช้เวลาไม่นานรถม้าคันใหญ่ก็แล่นมาถึงวังและเป็นไปตามคำขอของแทยงที่ขอแค่ลงหน้าวังจริงๆแต่เมื่อจอห์นนี่เห็นว่า
แทยงดูไม่มีกังวลอะไรกับสถานการณ์เขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะวังนี้มีการป้องกันแน่นหนาและจุดประสงค์ของแทยงเขาก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเรื่องสร้อยที่เจ้าตัวเผลอพูดออกมาระหว่างทางแค่นั้น


“จะอยู่ที่นี่กี่วัน”ก่อนที่จะลงจากรถม้าแทยงไม่ลืมที่จะถามระยะเวลาที่เขาสามารถอยู่ที่นี่ได้แน่นอนว่าขากลับก็ต้องกลับกับจอห์นนี่เหมือนเดิม


“น่าจะสักหนึ่งสัปดาห์”แทยงทำตาโตหลังจากได้ยิน มันเป็นระยะเวลาที่นานกว่าที่คิดเพราะนั่นแปลว่าเขาต้องหาที่ซุกหัวนอนกว่าหนึ่งสัปดาห์


“ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้อีกเจ็ดวันฉันจะมารอที่นี่แล้วกัน”ไม่มีอะไรที่ทำให้แทยงกังวลเพราะเขาก็เป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายแค่ต้องไปหาเสื้อผ้ามาอีกสักชุดสองชุดเพราะก่อนที่มาเขาคิดว่าจอห์นนี่คงมาแค่วันสองวันเท่านั้น


“นายจะไม่เป็นไรใช่ไหม?”จอห์นนี่ถามด้วยความเป็นห่วง


“แค่นี้สบายมากนายก็ไปจัดการเรื่องของนายซะ”จอห์นนี่พยักหน้ารับแม้จะเป็นกังวลเรื่องแทยงแค่ไหนแต่เวลานี้เขาก็มีหน้าที่ใหญ่พอสมควรอยู่เหมือนกัน




                เมื่อเห็นว่าแทยงวิ่งออกไปแล้วจอห์นนี่จึงสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวเข้าวังทันทีจากมาดที่ดูผ่อนคลายเมื่อกี้กลายเป็นจอห์นนี่ที่เงียบขรึมทันทีเขาสามารถปรับอารมณ์ได้ดีเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธรณะชนและยิ่งกับในวังเขายิ่งเข้มขรึมเข้าไปใหญ่

 




                ทางด้านของเตนล์และมุนอาที่แยกออกมาจากแทยงตอนนี้ทั้งสองก็เดินทางเข้าสู่สนามสอบคัดเลือกการเข้าเป็นนักปรุงยาตามที่ประกาศและสายตาทั้งสองก็คอยมองหาแทอิลแต่เพราะจำนวนคนที่เยอะและการจารจรของรถม้าที่ดูวุ่นวายทำให้มุนอาและแทอิลถอดใจนั่งรออยู่หน้าสนามสอบ


“พี่แทอิลเก่งจะตายต้องทำได้อยู่แล้วฮะ”เตนล์ว่าอย่างปลอบใจเพราะตั้งแต่เดินเข้ามายังที่แห่งนี้มุนอาก็เอาแต่ถอนหายใจอย่างนึกกังวลตลอดเวลา


“ทำไมเตนล์ไม่ลองสอบดูบ้างล่ะ”จู่ๆมุนอาก็ถามออกมาเรียบๆทำเอาเตนล์ถึงกับยิ้มเจื่อนทันที


“แทยงบอกว่าตราบใดที่เรายังเป็นทาสเราไม่สามารถออกมาสอบแบบนี้ได้และอีกอย่างเตนล์ก็อายุยังไม่ถึงด้วย”สีหน้าที่เศร้าของ
เตนล์ทำให้มุนอาตาโตแต่เธอกลับแปลกใจเรื่องทาสมากกว่าเพราะเธอจำได้ว่าก่อนที่เธอจะถูกขังนั้นกฏการเลิกทาสมันถูกยกเลิกไปแล้วทำไมยังมีทาสหลงเหลือในปราสาทไปได้


“แต่ครั้งหน้าเตนล์มาสอบได้ฮะเพราะตอนนั้นเตนล์คง 15 แล้ว”มุนอาพยักหน้าตามคำพูดนั้นอย่างรู้สึกเอ็นดู เธอรู้สึกถูกชะตากับทั้งแทยงและเตนล์อย่างน่าแปลกใจเพราะเมื่อมองมาที่เด็กสองคนนี้เธอกลับทำให้นึกถึงใบหน้าของใครอีกคนที่เธอก็สับสนว่าเป็นใครที่รู้สึกคุ้นแต่พอนึกไปนานๆก็ปวดหัวซะอย่างนั้นแต่เธออยากจะรู้เรื่องราวของเด็กทั้งสองให้มากกว่านี้


“จะว่าอะไรไหมถ้าแม่ขอถามหนูสักอย่างสองอย่าง”คำขอที่ทำให้เตนล์ชะงักก่อนจะสบตากับมุนอาที่มีแววตาอยากรู้จริงๆและนั่นก็ทำให้เตนล์ปฏิเสธเธอไม่ได้


“ถ้าไม่ยากเกินไปเตนล์จะตอบฮะ”มุนอายกยิ้มอย่างพอใจ


“หนูกับแทยงมาอยู่ที่ปราสาทตั้งแต่เมื่อไหร่?”คนถูกถามชะงักไปนิดหนึ่งก่อนที่เขาจะทำท่าครุ่นคิดเพราะตั้งแต่เตนล์จำได้เขาก็อยู่ที่ปราสาทนั้นแล้วแต่แทยงน่าจะรู้ช่วงเวลาที่แม่นยำกว่า


“น่าจะเด็กๆมั้งฮะเตนล์ตอบไม่ได้หรอกฮะว่าตั้งแต่เมื่อไหร่”


“แล้วพ่อแม่ล่ะจ๊ะ”คำถามนี้ทำให้เตนล์ชะงักจริงๆเพราะเรื่องพ่อแม่เป็นเรื่องที่ทั้งเขาและแทยงไม่เคยรับรู้มากก่อนแต่แทยงเคยบอกเขาไว้ว่าก่อนหน้าที่จะมาอยู่ที่ปราสาทพวกเขาทั้งสองพี่น้องถูกเลี้ยงโดยนายพรานก่อนที่นายพรานคนนั้นจะหายตัวไปและเป็นช่วงที่แทยงพาหนีมาอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้


“ไม่รู้ฮะ”มุนอามีสีหน้าที่ครุ่นคิดทันทีเพราะนั่นแปลว่าเธอไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เข้าข่ายความคิดก่อนหน้านั้นแม้ใบหน้าจะคล้ายมากเพียงใดแต่เมื่อเจ้าตัวยังไม่รู้ที่มาของตัวเองเธอก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าทั้งเตนล์และแทยงเป็นลูกของคนที่รู้จักหรือไม่


“ทำไมท่านแม่เกิดอยากรู้ล่ะฮะ”เมื่อโดนถามกลับมุนอาก็หัวเราะเบาๆกลับไปแทน


“เพราะเธอทั้งสองคนเหมือนกับคนรู้จักน่ะ....แต่คงไม่ใช่ฮ่าๆๆๆ”เธอลูบผมเตนล์เบาๆอย่างเอ็นดูเพราะแม้ท้ายที่สุดทั้งสองจะเป็นใครก็ตามแต่เธอก็รู้สึกผูกพันธ์ไปแล้วและยินดีรับเด็กทั้งสองเข้ารับการดูแลเป็นบุตรบุญธรรมด้วยซ้ำ


“แล้วเราต้องนั่งรอพี่แทอิลจนถึงเมื่อไหร่ฮะ”แม้จะเป็นคนที่รอได้เสมอแต่เมื่อต้องมานั่งตาลมเย็นๆในที่โล่งแจ้งแบบนี้เตนล์ก็รู้สึกแย่ขึ้นมาดื้อๆเพราะเหมือนน้ำมูกเขาจะไหลเสียให้ได้อีกอย่างอาการปวดหนึบๆที่ขาก็เริ่มออกอาการนิดหน่อย


“อืม....เราไปรอที่ร้านชาตรงนั้นดีกว่า”ว่าแล้วมุนอาก็จูงมือเล็กนั้นให้เดินตามมาและทำการสั่งเครื่องดื่มอุ่นๆสองแก้วทันทีและไม่รอช้าเธอพาเตน,ไปนั่งยังโต๊ะมุมด้านในทุกการกระทำเหมือนเธอมาเป็นประจำกับร้านนี้


“เอ่อท่านแม่มาบ่อยหรอฮะ”เพราะไม่อาจกลั้นความสงสัยไว้นานเตนล์ก็ถามออกไปตรงๆทำเอาคนที่ลืมไปแล้วว่าแต่ก่อนเธอก็ชอบมาเดินเล่นในเมืองบ่อยๆ


“เมื่อก่อนก็บ่อยจ่ะ”ไม่มีบทสนทนาอะไรต่อจากนี้เพราะต่างคนก็ต่างจิบชาอุ่นๆที่ได้มา

 






                ด้านแจฮยอนที่ตามสืบเรื่องมหาเศรษฐีที่คอยหนุนหลังแม่เลี้ยงตลอดที่ผ่านมาให้ทำเรื่องที่ต่างก็รับไม่ได้แต่วันนี้ทั้งวันแจฮยอนรับรู้ได้ถึงความเบื่อหน่ายเมื่อวันนี้เขาดันมาเข้าร่วมประชุมของผู้มีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูงโดยที่เขาเอาชื่อพ่อตัวเองเข้าร่วมแทนชื่อตัวเองและเมื่อท่านพ่อที่เคารพของเขารู้เข้าคงหูชาแน่ๆ


“น่าแปลกจริงๆที่ท่านโจให้ลูกชายอย่างท่านมางานแบบนี้ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สนใจ”หญิงสาวอายุราวแม่ของแจฮยอนทักทายอย่างแปลกใจจริงๆเพราะงานแบบนี้สำหรับโจนาธานหรือเรียกอีกชื่อว่าโจชุนไม่เคยจะตอบรับเข้าร่วมเลยสักครั้งแม้ว่าหลายๆคนต้องการตัวเขามากก็ตาม


“ผมขอมาเองครับ”แจฮยอนตอบอย่างไม่ใส่ใจเพราะมันคือความจริงเรื่องที่เขามาเองไม่ได้มาตามคำสั่งหรืออะไรทั้งนั้นแต่เขามาเพื่อข้อมูลต่างหาก


“หือ....น่าแปลกจริงๆด้วย”


“ท่านพ่อช่วงนี้ก็ยุ่งๆกับต่างประเทศผมก็ต้องเรียนรู้บ้างก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ”ผู้หญิงตรงหน้าพยักหน้ารับรู้อย่างไม่อยากจะเขื่อเท่าไหร่แต่เพราะเธอก็ไม่ได้ชอบใจกับแม่เลี้ยงปราสาทนี้นักเพราะในแวดวงงานสังคมชั้นสูงแบบนี้ใครๆก็ต่างเล่าขานเรื่องภรรยาใหม่ที่โจนาธานเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากคนนั้น


“แล้วเม่เลี้ยงเธอล่ะจ๊ะ”เป็นคำถามที่ตรงใจแจฮยอนเพราะเขาก็อยากจะถามคำถามนี้กลับเหมือนกันแต่เพราะเขาจะแสดงออกมากไม่ได้ว่าตั้งใจมาทำอะไร


“นั่นสิครับปกติเธอก็ไม่เคยพลาดงานแบบนี้แต่ก็ออกจากปราสาทตั้งแต่เช้าแล้วด้วย”เพราะไหวพริบของแจฮยอนที่คิดได้เขาเลยปูทางเพื่อที่จะดูปฏิกิริยาฝ่ายตรงข้ามไปก่อนเพราะถ้าเกิดเขาหลอกถามผิดคนมันก็จบเรื่องซะเปล่าๆ


“พักนี้เหมือนเธอไม่ค่อยออกงานตั้งแต่หลายวันก่อนดูเหมือนจะอยู่กับท่านมุนแจและท่านจุนโฮบ่อยๆ”รอยยิ้มของมุมปากแจฮยอนกระตุกอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม เขาถามได้ถูกคนนั่นถือเป็นเรื่องที่ดี


“ท่านทั้งสองคือใครหรอครับ”


“อืม....มหาเศรษฐีน้ำมันกับเครื่องจักรทันสมัยน่ะ”เธอว่าและนั่นก็เพียงพอสำหรับแจฮยอนเพราะเมื่อเดาเองแล้วทั้งสองก็คงช่วยหนุนหลังเรื่องเงินแน่นอน


“สนิทกันมากเลยหรอครับ?”


“สำหรับแม่เลี้ยงเธอน่ะขออะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ....อ่ะ!เป็นความลับสำหรับเราสองคนนะจ๊ะ”แจฮยอนยกยิ้มจางๆไปให้เพราะดูเหมือนเขาจะมีฝ่ายเพิ่มซะแล้ว ผู้หญิงคนนั้นคงไปทำอะไรจนคนอื่นเขาไม่พอใจแน่ๆ


“ครับระหว่างเราแน่นอน”แจฮยอนโค้งให้นิดหน่อยแต่ไหนๆก็ได้ข้อมูลคือชื่อมาแล้วเขาก็อยากจะเห็นหน้าสักหน่อยและทั้งสองคงต้องมางานแบบนี้แน่ๆ


“ว่าแต่คุณมุนแจกับคุณจุนโฮมาที่นี่ไหมครับ”ผู้หญิงตรงหน้ามีท่าทางครุ่นคิดก่อนเธอจะยกยิ้มกลับมาให้แจฮยอนและชี้ไปที่มุมห้องที่มีชายคนหนึ่งกำลังยกยิ้มกับบทสนทนากับเหล่าบรรดาเจ้าของปราสาทต่างๆ


“นั่นคือคุณจุนโฮส่วนคุณมุนแจได้ข่าวว่าวันนี้ไม่ได้มาด้วย”






_____________________________________________________________________________________
สกิลการตัดตอนนี้เราได้ไปเรียนจากสำนักไหนมา  ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ที่ผ่านมานะคะเห็นว่าชอบก็ดีใจมาก ปมเราไม่ยากหรอก 555555 ตอนนี้ตอนล่าสุดก็แต่งทะลุ 100 หน้า word ไปแล้วไม่รู้มันไปสิ้นสุดที่กี่หน้าแต่เนื้อเรื่องน่าจะอยู่ที่ 70-80% แล้วตอนนี้ต้องแต่งให้จบก่อนเปิดเทอมไม่อย่างนั้นตายค่ะ 555555 

ขอบคุณสำหรับการติดตามและเข้ามาอ่านจริงๆนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #61 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:32
    หรือจะเป็นผู้ชายคนนั้นเปล่าที่เป็นพ่อของเตนล์
    #61
    0
  2. #29 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 04:27
    เริ่มสงสัยครอบครัวน้องเตนล์กับแทยงอะ อยากให้น้องสูงศักดิ์เหมือนกัน จะได้รักกันได้โดยไม่มีข้อแม้ TT ฮือ เพ้อหนักมาก ฝัน
    #29
    0