Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 14 : ความกังวลของจอห์นนี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60

     หลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายทำกิจกรรมเสร็จตอนนี้ก็ได้เวลามื้อค่ำแล้วเป็นช่วงวันที่มีความสุขมากสำหรับเตนล์เพราะวันนี้ทั้งวันนอกจากจะไปเที่ยวเล่นในป่ากลับมายังได้เล่นกับมาร์คที่มาพร้อมกระรอกตัวเล็กๆที่ตามมาร์คตลอดเวลาจนล่วงเลยที่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องระงมทั่วผืนป่า


“ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวกันก่อนนอน”ตอนนี้มุนอาเหมือนหัวหน้าครอบครัวเมื่อเธอรู้สึกเหมือนมีลูกถึงเจ็ดคนในความดูแลตอนนี้และแน่นอนว่าโดยองยังไม่กลับเพราะจะรอกลับรับเอาสี่พี่น้องกลับไปด้วยทำให้วันนี้พวกเขาต้องนอนในบ้านนี้กัน 8 คนนับเป็นจำนวนที่มากรวมทั้งคนขับรถม้าที่อาสานอนนอกบ้านทำให้ในบ้านต้องนอนกัน 8 คน


“จะนอนยังไงล่ะทีนี้”หลังจากที่แทยงอาบน้ำเสร็จคนที่สองรองจากเตนล์ที่อาบคนแรกทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างครุ่นคิดเพราะโดยองเพิ่มมาอีกหนึ่ง


“ต้องถามแจฮยอน”เตนล์กล่าวถึงบุคคลที่นอนเตียงคนเดียวเพราะนั่นแปลว่าโยองอาจจะต้องนอนเตียงเดียวกับโดยองเพราะจอห์นนี่คงนอนที่เดิม


“ได้ตีกันตายน่ะสิ”แทยงโบกมือปฏิเสธทันทีเพราะจากเมื่อตอนเย็นที่เล่นด้วยกันดูก็รู้ว่าโดยองกับแจฮยอนดูจะข่มกันแต่แทยงไม่รู้ว่าเพราะเรื่องอะไรแต่เมื่อก่อนสองคนนี้ตัวติดกันอย่างกับอะไรดี


“ดูเคร่งเครียดกันมีอะไรจ๊ะ”มุนอาเดินเข้ามาในห้องก็พบสองพี่น้องที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะมองมาที่เธออย่างขอความหวัง


“จะให้โดยองนอนที่ไหนฮะ”เตนล์ถามอย่างซื่อตรงเขาไม่มีการอ้อมค้อมเวลาถามเพราะแบบนี้มุนอาเลยเอ็นดูเตนล์มาก


“รายนั้นบอกว่าจะขอนอนในรถม้าแทน”มุนอายกยิ้มอย่างเอ็นดู


“รถม้า?แต่มันแคบมากนะฮะจะนอนได้หรอ”


“งั้นก็มีทางเดียวคือให้นอนกับแจฮยอน”แทยงหันไปบอกน้องชายที่ดูเป็นห่วงเพื่อนมากคนนี้


“นอนในรถม้านั่นแหละให้นอนกับแจฮยอนไปนอนในรถม้าดีกว่าเป็นไหนๆ”เป็นเวลาที่เหมาะเจาะพอดีเมื่อคนอื่นๆต่างทะยอยเดินเข้ามาด้วยชุดที่โดยองได้เตรียมมา ทุกอย่างโดยองเตรียมมาให้หมดเหมือนรู้ว่าขาดอะไรไปบ้างจนมาร์คเรียกว่าแม่คนที่สองของเขาเพราะโดยองมักรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรและขาดอะไรก็สามารถหามาให้ได้


“มันหนาวนะข้างนอกนั่น”เตนล์หันไปมองโดยองอย่างคิดหนักเพราะแน่นอนว่าราชวงศ์อย่างโดยองจะไปนอนลำบากทำไมในเมื่อนี่คือบ้านของโดยองเอง


“ให้ฉันนอนกับนายไหมล่ะ”


“ลามปามไอ่เด็กนี่”ไม่ใช่เสียงของใครนอกเสียจากแทยงที่ดันเตนล์ไปด้านหลังอย่างหวงแหนเพราะสายตาโดยองเมื่อกี้มันชัดเจนมากจนผู้เป็นพี่ชายเกรงว่าน้องชายซื่อๆคนนี้จะเสียท่าทีให้กับเพื่อนตัวเอง


“ล้อเล่นเฉยๆครับ”


“อย่าเล่นบ่อย”คราวนี้เป็นทีของแจฮยอนที่ว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทำเอาคนในห้องทั้งหมดเงียบอย่างพร้อมเพรียงกัน ส่วนเตนล์ก็ได้แต่ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจเพราะตามไม่ทัน


“เอาล่ะสรุปแล้วโดยองนอนในรถม้าใช่ไหมจ๊ะ”มุนอาอาสาเบี่ยงประเด็นทันทีเพราะดูเหมือนครั้งนี้เด็กน้อยของเขาจะเนื้อหอมเพราะทั้งหลานชายและลูกชายทั้งสองเหมือนจะไม่ได้คิดกับเตนล์แค่เพื่อนธรรมดาซะแล้ว สำหรับมุนอากับความรักแบบนี้เธอไม่ได้ยินดีแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเธอเข้าใจดีกับการถูกขัดขวางความรักและอีกอย่างเตนล์ก็ไม่ใช้คนเลวร้ายอะไรการที่เธอเปิดใจมันคือสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว


“ครับไม่ต้องห่วงผมมีผ้าห่มกันหนาวที่พอจะนอนยันเช้า”


“ดีแล้วล่ะจ่ะ ส่วนคนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นมาเตรียมอาหารเช้ากัน”ด้วยความเป็ฯแม่ทำให้เด็กๆทุกคนพยักหน้ารับแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอนเว้นเสียแต่เตนล์ที่มองตามโดยองอย่างครุ่นคิด เขาเป็นห่วงจริงๆที่โดยองไปนอนในรถม้า


“มองอะไรมันนักหนาจะแลกที่กับมันรึไง”แจฮยอนว่าอย่างไม่สบอารมณ์ทำให้เตนล์ชะงักแล้วหันไปมองอย่างไม่เข้าใจเพราะสีหน้าและท่าทางรวมทั้งน้ำเสียงของแจฮยอนมันบ่งบอกว่าไม่พอใจเขาอยู่


“นั่นเป็นพี่ชายนายนะ”เมื่อก่อนเตนล์เคยแทนสรรพนามกับแจฮยอนด้วยชื่อแต่มาคราวนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปห่างเหินกว่าเดิมทำเอาแจฮยอนหงุดหงิดเข้าไปอีก


“นาย?ฉันไม่ได้ให้แทนฉันแบบนั้นนะ”


“ตะ...เตนล์ขอโทษ”ราวกับลูกสุนัขที่กลัวมนุษย์เพราะท่าทางของเตนล์นั้นดูกลัวแจฮยอนจนเจ้าตัวอย่างแจฮยอนชะงักไปเล็กน้อย


“ช่างเถอะไปนอนได้แล้ว”แจฮยอนบอกปัดก่อนจะเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนส่วนจอห์นนี่และแทยงยังคงเถียงกันเรื่องผ้าห่มหน้าเตาผิงอย่างเอาเป็นเอาตาย


“เอาไปอีกผืนนั่นแหละคราวก่อนก็หนาวมากไม่ใช่รึไง”แทยงยัดผ้าห่มในมือให้จอห์นนี่ก่อนที่ตัวเองจะเดินตึงๆไปนอนที่เตียงโดยไม่ลืมที่จะเรียกเตนล์มานอนด้วย





                เมื่อเห็นว่าแทยงล้มตัวนอนกับเตนล์อย่างเอาแต่ใจแล้วจอห์นนี่ก็ได้แต่หันหน้าไปมองแจฮยอนที่ทำสีหน้าไม่ต่างจากเขานักแต่ต่างกันที่แจฮยอนอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดแต่เขาอยู่ในอารมณ์จะดีใจจะยิ้มหรือจะโกรธที่แทยงให้ผ้าห่มเขามากันแน่เพราะแน่นอนว่าเมื่อแทยงให้ผ้าห่มเขามาสองพี่น้องก็ห่มแค่ผืนเดียวเหมือนเดิม


                จอห์นนี่ล้มตัวลงนอนด้วยรอยยิ้มจางๆก่อนจะนอนจ้องเปลวไฟในเตาผิงเนิ่นนานเพราะวันนี้เขานอนไม่หลับด้วยความครุ่นคิดเรื่องหลังจากพรุ่งนี้ที่เขาต้องไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง การเป็นความหวังที่จะถูกแต่งตั้งให้เป็นราชาหรือกษัตริย์นั้นเป็นความกดดันที่ทุกคนไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาได้ ไม่มีใครรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาได้ว่าอยากหรือไม่อยากเป็น




                แกร็กๆๆเสียงเหมือนอะไรร่วงหล่นพื้นทำให้จอห์นนี่สะดุ้งลุกขึ้นพร้อมกับหันไปมองต้นเสียงและก็พบว่าเป็นแทยงที่พลิกตัวไปอีกทางกับเตนล์ที่ตอนนี้ไม่มีผ้าห่มคลุมกายตัวเองทำให้จอห์นนี่ยกยิ้มกับคนเป็นพี่ที่แย่งผ้าห่มน้องไปอย่างไม่รู้ตัว


“บอกแล้วว่าให้ใช้สองผืน”จอห์นนี่เดินเข้าไปห่มผ้าให้เตนล์ก่อนจะดึงผ้าห่มของแทยงที่มันคลุมกายคนขี้เซาไม่หมดให้คลุมได้ทั่วร่างและเมื่อมองต่ำลงไปข้างเตียงก็ต้องสะดุดกับสร้อยที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน





                ด้วยความอยากรู้ทำให้จอห์นนี่เลือกที่จะหยิบสร้อยนั้นขึ้นมามองมันเป็นสร้อยที่มีตราสัญลักษณ์ราชวังที่พบเห็นได้ทั่วไปของเหล่าบรรดาองค์รักษ์กษัตริย์แต่ที่ทำให้จอห์นนี่นึกถึงเรื่องที่แทอิลเคยพูดเรื่องสีของอัญมณีบนสร้อยคิ้วจอห์นนี่ก็ขมวดเข้าหากันทันที


“อัญมณีสีน้ำเงินกับรูปแบบสร้อยองค์รักษ์?ไปเอามาจากไหนกัน”ด้วยความสงสัยและใคร่อยากรู้ของจอห์นนี่ทำให้เขาเดินไปหาเตนล์ที่พลิกตัวนอนหงายตอนที่เขาเดินไปฝั่งนั้นทำเอาจอห์นนี่หยุดชะงักเพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่นแต่แล้วเมื่อเห็นลมหายใจที่เป็นจังหวะก็อดโล่งใจไม่ได้




                สายตาของจอห์นนี่สำรวจลำคอเตนล์อย่างสนใจเมื่อเห็นว่าบนลำคอของเตนล์ก็มีสร้อยแบบเดียวกันอยู่ด้วยและมันก็เป็นอัญมณีสีน้ำเงินเหมือนกัน ทำให้จอห์นนี่ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่


“ทำอะไร”เสียงทุ้มๆที่ดังมาจากเตียงข้างๆทำให้จอห์นนี่ละสายตาจากเตนล์มาที่น้องชายรองจากตัวเองและสายตาของแจฮยอนก็ทำเอาจอห์นนี่ยกยิ้มล้อเลียนให้ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆอย่างเงียบๆ


“ไปยืนจ้องเตนล์ทำไม?”น้ำเสียงไม่พอใจที่จอห์นนี่ไม่รู้ว่าแจฮยอนไม่พอใจเรื่องไหนระหว่างเรื่องที่เขาเข้าใกล้หรือที่เขาไปยืนจ้องแบบนั้นกันแน่


“เปล่าแค่เห็นนี่ตกข้างเตียงฝั่งแทยงเลยสงสัยว่าเตนล์มีมันด้วยรึเปล่า”ว่าแล้วจอห์นนี่ก็ยื่นสร้อยเส้นนั้นให้แจฮยอนที่รับมันไปมองอย่างสงสัยไม่แพ้กันก่อนจะตาโตด้วยความอึ้งทำเอาจอห์นนี่แปลกใจ


“นี่มันสร้อยองค์รักษ์นี่”


“ใช่แต่แปลกที่อัญมณีสีน้ำเงิน....มันควรเป็นสีแดง”จอห์นนี่ถอนหายใจด้วยอาการคนคิดไม่ออกแล้วหงุดหงิด


“ก็เพราะมันเป็นสีขององค์รักษ์ส่วนพระองค์น่ะสิ”คำตอบของแจฮยอนทำให้จอห์นนี่ชะงักเพราะไม่คิดว่าแจฮยอนจะรู้เรื่องอะไรแบบนี้ด้วย


“เคยได้ยินโดยองพูดเมื่อนานมาแล้ว...เตนล์ก็มี?”จอห์นนี่พยักหน้าเบาๆเพราะเขาก็เห็นมันห้องที่คอของเตนล์เหมือนกัน


“ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นมาแล้วตอนยังไม่เกิดเรื่องแต่มาคราวนี้พึ่งได้รู้จากนายว่ามันคือขององค์รักษ์ส่วนพระองค์”


“ทำไมพวกเขาถึงมีได้ล่ะ”จอห์นนี่ส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะนึกออกว่าเตนล์เคยบอกไว้


“อ้อเตนล์ได้มันมาตอนเข้าไปในป่าน่าจะมีคนให้มา”ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันไร้บทสนทนาใดๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แจฮยอนมั่นใจคือเตนล์ไม่ได้ไปขโมยมาแน่นอนแต่เขาแค่แปลกใจที่ทำไมถึงมีคนให้สิ่งล้ำค่าขนาดนี้มากัน เรื่องสร้อยนี้เท่าที่แจฮยอนรู้มากคร่าวๆก็ตรงที่มันเป็นของมีค่าของเหล่าองค์รักษ์รักษาพระองค์ที่มีแค่ 10 คนเท่านั้นแต่ทั้งแทยงและเตนล์กลับมีมันก็น่าแปลกใจมากทีเดียว


“ใส่คืนให้พี่แทยงเถอะตื่นมาอาจโวยวายเรื่องนี้มันคงมีเหตุผลของมันอยู่”แจฮยอนยื่นสร้อยนั้นกลับคืนให้จอห์นนี่ก่อนที่ร่างสูงของจอห์นนี่จะเดินเข้าไปสวมมันไว้ที่คอของแทยงที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงกับเตนล์ที่ดูนอนนิ่งกว่าคนเป็นพี่พอสมควร


“แล้วทำไมถึงตื่นมากลางดึกแบบนี้”จอห์นนี่ว่าอย่างแปลกใจเพราะปกติแจฮยอนเป็นคนหลับลึกพอสมควรใครจะปลุกก็ยาก


“ผมต้องถามพี่มากกว่า นอนไม่หลับหรอ?”




                ความเงียบเข้าคลุมมีเพียงเสียงเปลวไฟที่แผดเผาฟืนในเตาผิงและเสียงลมหนาวจากด้านนอกที่คอยพัดต้นไม้ให้สั่นไหวอยู่ตลอดเวลา จอห์นนี่ที่สีหน้าดูออกได้นิดหน่อยว่ามีท่าทีกังวลส่วนแจฮยอนผู้เป็นน้องชายแท้ๆก็ได้แค่ตบบ่าปลอบพี่ชายแม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็ตาม


“ถ้าฉันได้เป็นกษัตริย์นายว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไหม?”สายตาของพี่ชายจ้องอยู่ที่เตียงตรงหน้าเพราะตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ที่เตียง
แจฮยอนทั้งสองคนนั่งหันหน้าไปหาเตียงที่มีสองพี่น้องนอนอยู่


“ขนาดเขารู้ว่าเราเป็นใครยังปฏิบัติเหมือนเดิมเลย...น่าจะเพราะเตนล์ก็แปลกกับผมเหมือนกัน”เหมือนจะสับสนในคำตอบแจฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเพราะเตนล์ก็มีท่าทีแปลกทั้งกับเขาและโดยองแต่กลับคนอื่นเจ้าตัวนั้นก็เหมือนเดิม


“เตนล์เป็นเด็กขี้เกรงใจขี้กลัวแต่เก่งนะ”จอห์นนี่ยกยิ้มเมื่อพูดถึงน้องชายคนสนิทที่เขามักเอ็นดูราวกับเตนล์นั้นเป็นน้องชายแท้ๆอีกคน


“แล้วอะไรทำให้พี่ชายของผมกังวลกันไม่ใช่เพราะเมื่อได้เป็นกษัตริย์จะต้องห่างใครหรอกนะ”ด้วยความสนิทกันมากทำให้แจฮยอนรู้ดีว่าสิ่งที่กังวลรองจากตำแหน่งก็คือเรื่องของแทยงแน่นอน เมื่อได้ยินแจฮยอนพูดแบบนั้นจอห์นนี่ก็ได้แต่ยักไหล่กลับไปก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง


“เราก็ต่างมีภาระหน้าที่กันไปสักวันหนึ่งคงจะมีหนทาง”แจฮยอนมองพี่ชายที่พยายามจะปลอบใจตัวเองอย่างนึกขำขัน


“อีกอย่างก็ไม่ใช่ว่าฉันจะได้เป็นสักหน่อยเพราะยังมีพี่น้องอีกตั้ง 4 คนที่ชิงด้วย”


“แต่ใครๆก็บอกว่าพี่ชายผมได้”แจฮยอนว่าขึ้นมาทำเอาจอห์นนี่ชะงักเพราะเขาก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกันยิ่งโดยองคอยตอกย้ำว่าสภาภายในได้เลือกไว้แล้วก็ยิ่งจนหนทาง เขาอาจได้เป็นกษัตริย์จริงๆ





                สองพี่น้องนั่งสักพักก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนแม้จะเกิดความกลุ่มใจมากมายแค่ไหนแต่เมื่อความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวันอยู่เหนือความกังวลสองพี่น้องก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างไม่รู้ตัว



                ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเตนล์นอนท่าไหนเพราะเมื่อตื่นมารู้ตัวอีกทีเขาก็ลงมานอนด้านล่างเตียงได้ยังไงไม่ทราบได้มารู้ตัวก็ตอนเช้ามืดที่มุนอามาสะกิดให้เขาตื่นแล้วขึ้นไปนอนดีๆแต่เมื่อตื่นแล้วเขาก็ไม่สามารถกลับไปนอนได้จึงเลือกที่จะมาช่วยมุนอาเตรียมอาหารเช้าซะเลย


“แน่ใจว่าไม่กลับไปนอน?”มุนอาถามในขณะที่กำลังล้างผักเพื่อทำซุปอีกครั้งแต่มื้อนี้พิเศษที่มีเนื้อสัตว์จากการล่าของคนรถม้าที่ล่ากระต่ายป่าไว้เมื่อวาน


“เตนล์ไม่ง่วงแล้วล่ะฮะ”คนตัวเล็กตอบอย่างน่าเอ็นดูในสายตาของมุนอา แม้ใบหน้านั้นจะดูยิ้มแย้มที่ทำให้คนมองต้องยกยิ้มตามแต่มุนอาก็ยังแอบสงสารเด็กคนนี้ไม่ได้เพราะดูเหมือนเป็นเด็กขี้กลัวไปซะอย่างนั้นเมื่อเจอสถานการณ์บีบคั้นมากๆเธอยังจำช่วงเวลาที่อยู่ในคุกได้ดี


“ถ้าอย่างนั้นจุดไฟเป็นไหมจ๊ะ”เตนลืพยักหน้ารับทันทีเพราะเมื่อก่อนเขาก็จุดให้แทยงบ่อยๆ


“จุดไฟได้เลยจ่ะ”มุนอายกยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับหันไปเตรียมเครื่องปรุงต่างๆอย่างตั้งใจแม้จะไม่ได้ทำมานานแต่เมื่อได้ลองทำมาสองสามครั้งเธอก็สามารถใช้ความรู้สึกที่เคยในการปรุงอาหารด้วยรสชาติที่ใครต่างก็บอกว่าอร่อยอีกครั้ง




                ด้วยความร่วมมืออย่างดีจากลูกมือวันนี้มุนอาได้ทำอาหารเสร็จเร็วกว่าปกติแต่เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่มากและยังไม่มีใครตื่นเลยสักคนทำให้มุนอาเลือกที่จะออกมาเดินเล่นกับเตนล์สองคนโดยมีคนรถม้ามองด้วยความดูแลตลอดเพราะเธอก็ไม่กล้าเดินออกไปมากกว่านี้ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับป่าท่าไหร่




______________________________________________________________________________

ตัดตอนได้แบบเอี้ยมาก 555555555 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นที่พุ่งพรวดอย่างน่าตกใจนะคะขอแค่มีคนเข้ามาอ่านเราก็ดีใจมากมายแล้ว ขอบพระใจจริงๆค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #85 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 23:53
    ขอให้สองพี่น้องรู้ความจริงเรื่องพ่อเร็วๆเถอะ พวกหนูจะได้สบายบ้าง ลำบากมาตั้งแต่เด็กแล้ว สู้ชีวิตมากๆลูกเอ้ยย
    #85
    0
  2. #59 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:17
    สงสัยสร้อยที่เตนล์กับแทยงสวมมากตอนนี้
    #59
    0
  3. #23 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 04:31
    สงสารจอนนี่ แอบชอบแทยงอยู่ อย่าแยกกันเลยนะ TT ส่วนสร้อยนี่ก็สงสัยเหมือนกัน แต่ฐานะของแทยงกับเตนล์คงไม่ธรรมดาแน่ ขอให้สมหวังทั้งคู่เล้ยย
    #23
    0