Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 12 : ผ้าห่มไม่พอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

“ตอนนี้คงไม่เหมาะที่จะเล่าให้น้องและผู้ป่วยสามคนพักผ่อนดีกว่า”มุนอายกยิ้มจางๆก่อนจะชี้ไล่จากมาร์คและเธอ เตนล์ แทยงเป็นการบอกลูกชายคนที่สามว่านี่ดึกแล้วพวกเขาควรได้รับการพักผ่อน


“เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะจ่ะแจฮยอน”เธอเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วสั่งให้ลูกชายคนเล็กอย่างมาร์คเข้านอนพร้อมกับสองพี่น้องอย่างแทยงและเตนล์ที่ขอนอนเตียงเดียวกันเพราะบ้านนนี้แม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็มีแค่สามเตียง


“มาร์คอยากนอนกับท่านแม่”ลูกชายคนเล็กที่ไม่เคยสัมผัสการนอนกับแม่ก็เรียกร้องทันทีทำให้เธอต้องยกยิ้มอย่างเอ็นดูและพยักหน้ารับเพื่อที่จะเข้าไปนอนอีกห้องที่เป็นเตียงขนาดใหญ่นอนได้กว่าสามคน เป็นบ้านที่เธอแปลกใจมากสำหรับบ้านหลังนี้ที่โดยองหลานชายได้บอกไว้ว่าเป็นบ้านสำหรับช่างตัดไม้เพราะมันใหญ่พอสมควรสำหรับช่างตัดไม้นี้


“ถ้าอย่างนั้นแทอิลกับมาร์คนอนกับแม่ส่วนจอห์นนี่และแจฮยอนนอนกับแทยงและเตนล์ละกัน”จอห์นนี่พยักหน้ารับกับแจฮยอนก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปนอนเว้นเสียแต่สี่คนที่ยืนจ้องกันเหมือนหยั่งเชิง


“เตียงมันก็ไม่ใหญ่มากนะ”แทยงชี้ไปยังเตียงข้างๆที่ขนาดเท่าเตียงที่เตนล์นอนก่อนจะมองสองพี่น้องที่ตัวยักษ์ทั้งคู่


“จะยัดลงเตียงกันได้หรอ”แทยงว่าอีกครั้งก่อนจะมองหน้าสองพี่น้องอย่างครุ่นคิด


“แต่ลองคิดๆดูพี่แทยงก็นอนกับพี่จอห์นนี่ผมจะนอนกับเตนล์เอง”แจฮยอนสรุปหลังจากที่คำนวณขนาดตัวกับขนาดเตียงเพราะดูๆแล้วแทยงก็ไม่ได้ตัวใหญ่มากเทียบกับพวกเขาก็เล็กนิดหนึ่งคงนอนยัดๆลงเตียงได้


“ไม่มีทาง/ไม่เอาหรอก”สองพี่น้องว่าขึ้นพร้อมกันทันทีอย่างไม่ได้นัดหมาย


“ทำไมต้องรีบปฏิเสธขนาดนั้นกัน”จอห์นนี่เลิกคิ้วมองแทยงอย่างจับผิดเพราะสีหน้าของแทยงมันบ่งบอกอายบางอย่างอยู่ผิดกับเตนล์ที่แสดงออกทางสีหน้าชัดว่าไม่อยากนอนกับแจฮยอน


“นายตัวโตจะตายเตียงเนี่ยคงแค่คนเดียวก็เต็มละมั้ง”แทยงว่าเหตุผลทันที


“โอเคๆงั้นแจฮยอนนอนเตียงเดี๋ยวพี่นอนเก้าอี้ไม้ละกัน”จอห์นนี่หัวเราะเบาๆก่อนจะสั่งให้แจฮยอนไปนอนเตียงและเขาไปนอนเก้าอี้ไม้แทนเพราะยังไงเก้าอี้ไม้ก็ดูยาวกว่าเตียงเล็กนี่แน่ๆ


“ตามประสงค์ครับท่านพี่”แจฮยอนก้มหัวเคารพให้อย่างประชดก่อนจะหันไปสบตากับเตนล์ที่นิ่งเงียบไม่ยอมคุยแต่พอเขาสบตาเพื่อนร่างเล้กก็หลบสายตาอย่างชัดเจนทันที


“แต่ผ้าห่มมันไม่พอนะ”เมื่อแจฮยอนเปลี่ยนใจจากเดินเข้าไปคุยกับเตนล์เป็นล้มตัวลงนอนก็เด้งตัวขึ้นมาถามพี่ชายคนรองที่นอนทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้ความอบอุ่นนอกจากเตาผิงในบ้านเลยจริงๆ


“เอาเสื้อคลุมมาแล้วก็นอนห่มผ้าไป”จอห์นนี่ชี้ไปที่เสื้อคลุมแขนยาวของแจฮยอนก่อนจะสั่งให้น้องชายตัวดีถอดมาให้เพราะยังไงก็ดีกว่านอนแค่เสื้อคลุมของเขาแค่ตัวเดียว แจฮยอนถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีขาวตามแบบยุคตะวันตกในยุค 50 แบบนี้ดูแล้วเข้ากับร่างของแจฮยอนจนเตนล์ใจเต้นแรงทันที


“นอนกับแจฮยอนก็จบเรื่อง”แทยงว่าอย่างหมั่นไส้สองพี่น้องเพราะถ้านอนเตียงเดียวกันกอดกันนอนก็จบไม่ต้องมาทำเป็นสุภาพบุรุษกันให้เห็นแบบนี้เพราะเขากับเตนล์ก็มีผ้าห่มผืนเดียวกับชุดที่เป็นแขนสั้นทั้งคู่เพราะแขนยาวที่เคยคลุมก็ใช้เป็นเชื้อเพลิงตอนคุกในคุกจนหมดทั้งคู่แล้ว


“ฝันดี”จอห์นนี่ไม่ได้สนใจกลับล้มตัวนอนไปดื้อๆเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่มทำให้เมื่อล้มตัวนอนสติก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วย ตอนนี้เหลือเพียงสามคนที่ยังคงไม่นอนแจฮยอนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงสายตาก็จ้องไปยังหน้าต่างตรงหน้าที่มีเพียงความมืดมิด


“เตนล์ห่มผ้าดีๆ”แทยงดุน้องชายตัวเองที่แบ่งผ้าห่มให้เขามากกว่าตัวเอง


“ก็แทยงได้นิดเดียวเดี๋ยวก็หนาวหรอก”คนเป็นน้องบอกอย่างเป็นห่วงเพราะเสื้อด้านหลังก็ขาดจากรอยเฆี่ยนเช่นเดียวกับเตนล์แต่ต่างกันที่ของแทยงขาดมากกว่าแม้แผลจะยังไม่หายดีแต่ก็ไม่ได้เจ็บมากเท่าตอนโดนใหม่ๆแล้ว


“ไม่หนาวก็กอดเตนล์ไว้แล้วนี่ไง”แทยงว่าพร้อมกับกระชับกอดเพื่อสร้างความอบอุ่นแต่ดูจากท่าทางแล้วเป็นเตนล์มากกว่าที่อุ่นและการที่แทยงได้ผ้าห่มน้อยกว่าเขามันก็ดูเห็นแก่ตัวมากเกินไป


“เตนล์อุ่นจนร้อนแล้วแทยงอย่างดื้อเอาผ้าห่มไป”เมื่อเห็นว่าคนน้องยืนยันที่จะให้เขาห่มแทยงก็เลือกที่จะดึงผ้ามาฝั่งเข้าให้มากนิดหน่อยก่อนจะกอดน้องชายไว้ในอ้อมอกทันที


                บทสนทนาทั้งหมดอยู่ในความรับรู้ของแจฮยอนเขานั่งฟังสองพี่น้องและนั่งมองจนทั้งคู่หลับไป ร่างสูงของแจฮยอนลุกขึ้นจากเตียงด้วยผ้าห่มก่อนจะพบว่าแม้เตนล์จะถูกแทยงกอดเพื่อสร้างความอบอุ่นแต่เพราะอากาศตอนนี้มันเย็นลงเรื่อยๆยิ่งยังไม่หายไข้ดียิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อเห็นจังหวะการหายใจที่เป็นจังหวะของทั้งคู่แจฮยอนเลยถือวิสาสะดึงผ้าห่มไปทางแทยงก่อนจะใช้ผ้าห่มตัวเองให้เพื่อนร่างเล็กเบาๆ


                รอยยิ้มจากมุมปากทำเอาคนที่ยิ้มแบบไม่รู้ตัวตกใจกับการกระทำของตัวเองเขารีบหุบยิ้มก่อนจะเดินไปทางจอห์นนี่แล้วรีบไปที่เตาผิงเพื่อสุมไฟให้เกิดความอุ่นในห้องให้มากกว่าเดิมจนแน่ใจว่าพวกเขาจะไม่หนาวตายก่อนสว่างไปซะก่อน เมื่อสุมไฟอุ่นมากพอแล้วเขาก็เดินกลับไปนอนยังเตียงตัวเองแบบไม่มีอะไรให้ความอุ่นนอกจากเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวตัวเดียว


                แม้จะยังมืดอยู่แต่คนที่นอนมากพอจนสะดุ้งตื่นอย่างเตนล์ก็ต้องแปลกใจเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าแทยงปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดพร้อมผ้าห่มหนึ่งผืนแต่ที่น่าแปลกใจกว่าคือการที่ตัวเขาเองก็มีผ้าห่มอีกหนึ่งผืนอยู่บนตัวด้วยและเมื่อมองข้ามไปยังเตียงตรงข้ามก็เห็นแจฮยอนนอนขดตัวด้วยความหนาว


“ทำไมล่ะ?”ด้วยความไม่เข้าใจเตนล์รีบลุกขึ้นแล้วค่อยๆเดินไปยังเตียงของแจฮยอนแล้วห่มผ้าให้ด้วยความเบามือก่อนจะถอนหายใจเบาๆที่เห็นว่าแจฮยอนเลือกที่จะเอาผ้าห่มมาให้เขาแทนตัวเองที่ทนนอนหนาวแต่พอคิดว่ามีอีกคนที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันก็ดูเหมือนจะเป็นจอห์นนี่


                ร่างเล็กเดินไปยังหน้าเตาผิงที่มีร่างสูงใหญ่ของจอห์นนี่นอนขดตัวอยู่ที่เก้าอี้ไม้เขารีบจัดการเอาเสื้อคลุมแจฮยอนที่ตกลงกับพื้นขึ้นคลุมให้แล้วไปสุมไฟเพื่อให้เกิดความอบอุ่นอีกครั้ง


“ตื่นเช้าจัง”เสียงนุ่มว่าเบาๆก่อนที่คนที่ตื่นเพียงคนเดียวจะสะดุ้งสุดตัว


“คุณมุนกึน”


“เรียกแม่ก็ได้จ่ะ”รอยยิ้มที่เหมือนถูกสะกดทำให้เตนล์ต้องยกยิ้มเบาๆกลับไปให้ก่อนที่จะเดินไปหาเพราะมุนอาได้เรียกไว้ แม้เตนล์จะรู้ว่าแท้จริงแล้วมุนกึนชื่อมุนอาแต่เพราะติดปากเรียกชื่อเดิมมากกว่าเลยทำให้เขาเลือกที่จะพูดชื่อเดิม


“แล้วนี่ดูแลลูกๆของแม่ดีขนาดนี้ดีใจแทนเลยนะเนี่ย”


“เปล่าฮะก็เพราะแจฮยอนเอาผ้าห่มให้เตนล์เลยต้องตอบแทนเขา”มุนอายกยิ้มอย่างอบอุ่นก่อนจะลูบผมนั้นอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง


“เป็นเด็กดีจังเลย...ว่าแต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ไปเก็บของมาปรุงอาหารกันดีกว่า”แม้จะมีแสงรำไรจากดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วแต่ก็ยังถือว่าเช้ามากเมื่อเห้นแบบนั้นเตนล์ก็พยักหน้ารับทันทีเพราะเขานอนอุดอู้มานานขอออกไปชมข้างนอกหน่อยก็ดี


“เอาผ้านี่คลุมหน่อยดีกว่าอากาศมันหนาว”ผ้าสะอาดที่ไม่รู้ว่ามุนอาได้มาจากโดยองครั้งล่าสุดถูกยื่นให้เตนล์ก่อนที่ทั้งคู่จะทิ้งเด็กที่เหลือแล้วออกไปลำพังกันสองคน




                อากาศที่เย็นแต่เพราะได้ผ้าคลุมที่ทำให้อุ่นทำให้ตอนนี้เตนล์รู้สึกผ่อนคลายที่ได้ออกมาหาพืชผักไว้ปรุงอาหารกินในมื้อเช้าตามที่มุนอาได้บอกเขาไว้และด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่เดินผ่านต้นสมุนไพรที่รู้จักสายตาโตก็ดูสนใจจนมุนอาต้องยกยิ้ม


“อยากเป็นนักปรุงยาหรอจ๊ะ”ร่างเพียวนั่งลงข้างๆเตนล์ที่กำลังสนใจพืชสมุนไพรก่อนจะเด็ดมาใบสองใบด้วยความเคยชิน


“แค่ชอบเฉยๆฮะเตนล์ไม่คิดขนาดนั้นอีกอย่างเตนล์คงเป็นไม่ได้หรอกฮะ”ดวงตาที่จ้องมองต้นสมุนไพรดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดทำเอามุนอาเหมือนจะทำตัวไม่ถูก เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปสั่งให้ใครเป็นอะไรได้อยู่แล้วอีกอย่างดูเหมือนเด็กคนนี้ก็หวังที่จะเป็นนักปรุงยาแน่นอนดูจากสายตาเธอก็มองออก


“ไม่ลองก็ไม่รู้นี่จ๊ะ”


“ว่าแต่เรามาเก็บอะไรกันหรอฮะ”เมื่อเห็นว่าบทสนทนาดูไปในทางที่เครียดเกินไปเตนล์เลยเลือกที่จะเบี่ยงประเด็นมาเป็นการออกจากบ้านของพวกเขาดีกว่า เนื่องจากนี่คือฤดูหนาวที่ยังไม่มีหิมะตกทำให้ยังพอมีพืชพันธุ์ไม้ที่ยังคงใบไว้ไม่ร่วงหล่นแต่หน้านี้จะมีอะไรให้พวกเขากิน


“ป่านี่น่าจะมีเห็ดอยู่บ้างและก็แครอทป่า...อืมน่าจะได้ซุป”มุนอาที่เดินนำหน้าทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะหยุดเดินแล้วจ้องมองสัตว์ป่าที่ดูน่าตื่นเต้นแน่นอนว่าสัตว์ป่าตัวนี้เป็นกระต่ายป่าที่หาพบเจอได้ทั่วไปแต่สำหรับคนที่ติดคุกมืดๆมากว่า 10 ปีก็ตาโตด้วยความสนใจ


“เมื่อวานออกมาเดินก็ค่ำแล้วไม่ได้เจออะไรน่าตื่นเต้นแบบนี้เลย”มุนอาหันไปเรียกเตนล์ที่ค่อยๆเดินตามมาทีหลังก่อนจะชี้ไปที่กระต่ายป่าสีเทาแกมน้ำตาลอย่างตื่นเต้น


“มื้อเช้าหรอฮะ”


“............มันน่ารักมากเลยนะ”มุนอาถามอย่างแปลกใจเพราะสีหน้าของเด็กคนนี้ดูไม่ได้ตื่นเต้นกับเขาเลยอีกอย่างดันมองสัตว์น่ารักตัวนี้เป็นมื้อเช้าซะได้ สำหรับมุนอาที่มีแต่ลูกชายก็อยากจะมีลูกสาวบ้างแต่รอบตัวเธอกลับมีแต่ผู้ชายเต็มไปหมดที่ทำให้ถูกใจก็ดูจะเป็นใบหน้าที่น่ารักราวกับตุ๊กดาเด็กของเตนล์ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีลูกสาวมากกว่า


“แทยงชอบจับมาทำสตูให้เตนล์กินบ่อยๆฮะ...แต่มันก็น่ารัก”


“เด็กน้อยเธอกำลังเติบโตเป็นเด็กชายเหมือนลูกๆของฉันซะแล้ว”มุนอาว่าด้วยความเสียดายเพราะอย่างน้อยเด็กตุ๊กตาคนนี้ก็น่ารักจนไม่อยากให้เป็นแบบลูกชายพวกเขาเลยจริงๆ แต่ลูกๆเธอก็หน้าตาดีกันทั้งนั้นสาวๆคงเยอะไม่น้อย


“มันไม่ดีหรอฮะ”ดวงตาใสซื่อทำให้มุนอายกยิ้มหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ


“เป็นแบบไหนเธอก็น่ารักเสมอ”


“แล้วเราจะทำยังไงกับกระต่ายฮะให้เตนล์จับให้ไหม?”นิ้วเล็กชี้ไปยังกระต่ายที่ยังคงไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องเป็นมื้อเช้า


“เธอจับมันได้?”


“เคยลองจับสองสามครั้งตอนออกล่ากับแทยงฮะ”มุนอาพยักหน้าเบาๆเป็นการบอกว่าได้นั่นทำให้เตนล์ยกยิ้มและทั้งคู่ก็ดูสนุกกับการหามื้อเช้าแม้ที่บ้านจะมีแป้งมีวัตถุดิบสำหรับอาหารเช้าที่โดยองได้เตรียมไว้ให้แล้วแต่สำหรับผักและเนื้อสัตว์ก็เป็นสิ่งต้องการของมุนอาอยู่ดี

 




                รถม้าคันไม่ใหญ่มากเข้าจอดเทียบยังบ้านกลางป่าเป็นช่วงเวลาที่เช้ามากและไม่เห็นความจำเป็นของโยองที่ต้องออกจากปราสาทเช้าขนาดนี้แต่เมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็พบแต่ความเงียบเขาเดินสำรวจในบ้านก็พบว่ายังไม่มีใครตื่นจนสะดุดกับร่างที่นอนนั้นก็พบว่าคนหายไปจากเตียงถึงสองคนและหนึ่งในนั้นก็คือเตนล์





                ร่างสูงของโดยองเดินไปทั่วบ้านก็ไม่พบเตนล์และมุนอาที่หายไปทำให้เขารู้สึกกังวลทันทีสั่งให้คนขับรถม้าออกไปดูรอบๆบริเวรบ้านด้วยความกังวลก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้ามาในบ้านและเข้าไปปลุกพี่ชายของเตนล์อย่างแทยง


“พี่แทยง”ไม่ว่าเปล่าโดยองสะกิดไปหนึ่งทีทำให้คนที่หลับอยู่สะดุ้งตื่นอย่างตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ได้แต่ขยี้ตาอย่างงัวเงีย


“อ้าวโดยองเองหรอมีอะไรรึเปล่า”


“เตนล์ไปไหนครับ”ชื่อบุคคลที่สามที่ถูกเอ่ยขึ้นในบทสนทนาทำให้แทยงรีบกลับหลังหันไปมองก็พบว่าตอนนี้เขานอนคนเดียวบนเตียงและแจฮยอนก็ดูเหมือนจะตื่นตามเพราะคงได้ยินเสียงคุยกันและตามมาด้วยจอห์นนี่


“มาทำไมแต่เช้า”ไม่มีคำทักทายสวัสดีเหมือนเคยตอนนี้แจฮยอนจ้องมองโดยองอย่างจับผิดก่อนจะเหลือบไปมองแทยงที่นอนแบบไร้น้องชายอยู่ข้างๆ


“เตนล์ไปไหน?”


“ก็จะถามอยู่ว่าเตนล์ไปไหนตามหาทั่วแล้วก็ไม่เจอท่านน้าก็ด้วย”โดยองตอบกลับก่อนจะยืนมองหน้าทุกคนในห้องอย่างต้องการคำตอบ


“ก็พึ่งตื่นจะรู้ไหมเนี่ย”แทยงว่าอย่างหัวเสียตื่นมาก็มีคนสนใจแต่น้องของเขาจนน่าหมั่นไส้ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าสองคนนี้คิดยังไงกับน้องชายตัวเองแต่เขาก็เป็นพี่ที่ขี้หวงน้องเอามากๆเหมือนกันนั่นแหละ


“คงออกไปเดินเล่นล่ะมั้งไม่ได้หายไปไหนหรอก”จอห์นนี่ว่านิ่งๆก่อนจะโยนเสื้อคลุมให้แจฮยอน และแจฮยอนก็พึ่งรู้ตัวว่าเขามีผ้าห่มอยู่บนตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้



                ทั้งสี่คนมองหน้ากันเงียบๆไร้บทสนทนานานจนได้เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเตนลืและมุนอาดังเข้ามาก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับตะกร้าผักและกระต่ายสองตัวที่ยังมีชีวิตและผ้าคลุมที่โดยองจำได้ว่าให้ท่านน้าไว้เมื่อวานก็ถูกพับทำให้เป็นกระเป๋าสะพายที่เต็มไปด้วยผลไม้


“อ้าวตื่นกันแล้วหรอจ๊ะ”ใบหน้าสวยยกยิ้มก่อนจะมองหน้าสี่หนุ่มที่จ้องมายังพวกเขาทั้งสองอย่างแปลกใจ


“ออกไปข้างนอกทั้งๆที่ใส่แขนสั้นแบบนั้นได้ยังไงเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”เป็นแทยงที่ทักท้วงก่อนจะรีบเอาผ้าห่มมาคลุมให้เพราะดูแล้วเตนล์คงหนาวไม่น้อย


“ตอนเตนล์ออกไปเตนล์คลุมผ้าอยู่นะทำไมต้องดุ"


“ก็ตอนนี้ไม่ได้คลุมละจมูกแดงหมดแล้วยังจะเถียง”ด้วยความเป็นห่วงทำให้แทยงเผลอดุไปนิดหน่อยแต่แล้วก็ดุได้ไม่นานเมื่อเตนล์ตัดบทยื่นกระต่ายมาให้เขาทั้งสองตัวถือ


“แม่ชวนเตนล์ออกไปหาของมาทำมื้อเช้าเองอีกอย่างเมื่อกี้ก็เจอผู้ติดตามของโดยองแล้วด้วย”


“คราวหลังจะออกไปไหนท่านแม่ก็เรียกพวกผมก็ได้ครับ”จอห์นนี่ถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอก


“ก็เห็นนอนหลับกันสบายแม่เลยไม่อยากรบกวนว่าแต่ตอนนี้หิวกันรึยัง”ว่าแล้วมุนอาก็หอบตะกร้าผักไปยังห้องครัวส่วนเตนล์ก็รีบเดินตามไปโดยมีจอห์นนี่และแทยงตามไปด้วยเพราะแน่นอนว่าอาหารส่วนใหญ่พวกเขาก็ช่วยกันทำจะเหลือก็แต่สองลูกพี่ลูกน้องที่ยืนมองหน้ากันงงๆเหมือนไม่รู้จะทำอะไร


“ไหนๆก็เหลือแค่นายละขอคุยด้วยหน่อย”


“มีสาระไม่คุยถ้ามีสาระเชิญพี่จอห์นนี่”แจฮยอนตัดบทเอาดื้อๆทำเอาโดยองต้องถอนหายใจแรงๆออกมา


“หัดทำตัวให้เป็นคนพึ่งพาได้ทีเถอะจะคุยเรื่องปราสาทของนาย”แจฮยอนจ้องหน้าโดยองอย่างครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับและเดินออกไปคุยกันนอกบ้านสองคน


     อากาศเย็นยามเช้าดูอบอุ่นเมื่ออยู่กันพร้อมหน้าเสียงในครัวทำให้แทอิลและมาร์คตื่นก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปดูจากสาเหตุความวุ่นวาย ตอนนี้จอห์นนี่กับแทยงกำลังยุ่งกับการจัดการกระต่ายที่ไร้ชีวิตโดยมีมารดาและเตนล์กำลังยุ่งกับการเตรียมผักผลไม้และเมื่อทั้งสองผู้มาใหม่เดินเข้าไปก็ยุ่งเกิดเสียงดังเข้าไปอีกด้วยความสนุกสนานในการทำอาหาร


                ด้านนอกดูจะเครีงเครียดกว่าด้านในเมื่อตอนนี้โดยองและแจฮยอนกำลังคุยเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปราสาทเมื่อท่านอาของเขากำลังหัวเสียที่ลูกชายทั้งสี่หายจากปราสาทไปนานหลายวันโดยไร้การติดต่อและเรื่องของมุนอาก็ยังไม่ม่ใครรู้นอกเสียจากพวกเขาที่อยู่ที่นี่


“เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยทั้งเรื่องท่านน้าและเรื่องของพี่แทยงกับเตนล์พวกนายควรกลับปราสาท”






_______________________________________________________________________________________

ขอบพระคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ อ่านเฉยๆก็ได้ไม่เม้นไม่เป็นไรเราเข้าใจ 5555555555 แค่อยากให้อ่านเฉยเรื่องนี้มันแนวไม่ถนัดเราเท่าไหร่แต่อยากลองจริงจังบ้างติดตลกในจอยเยอะไปหน่อยหมดอารมณ์จริงจังเฉยเลยตอนนี้ 55555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #83 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 23:14
    อบอุ่นแทนเตนล์มากๆตอนที่เดินเล่นในป่ากับแม่แจฮยอน ฮืออ หนูน่าเอ็นดูจังเลยลูก หน้าตาท่าทางน่ารักไปหมด หลงเตนล์จนจะบ้า น่ารักโว้ยยย
    #83
    0
  2. #57 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:55
    ชอบแนวนี้มากๆค่า สู้ๆนะคะไรท์
    #57
    0
  3. #22 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 13:42
    อยากเม้นให้กำลังใจเหมือนกันค่า ^^ ชอบอ่านแนวนี้มากๆ สู้ๆนะคะ
    #22
    0
  4. #11 ปรียาภรณ์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 06:04
    จะเม้นเป็นกำลังใจ 555 สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่นะ สนุกดี ป่าเขาลำเนาไพรดี ชอบๆ 55
    #11
    0