Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 10 : ลำดับญาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 พ.ย. 60

“มะ...แม่ขอกอดพวกหนูได้ไหม”คำขอร้องเบาๆที่เหมือนไม่ได้คาดหวังว่าจอห์นนี่และแจฮยอนจพเข้ามากอดแต่กลับผิดคาดเมื่อคนที่เดินเข้ามากอดคนแรกคือแจฮยอนก่อนที่แทอิลและจอห์นนี่จะเข้ามากอดเธอจนจมมิดใต้อ้อมกอดที่โหยหา



                ความเงียบที่กัดกินห้องนอนเล็กๆตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แม้จะไม่มีการพูดคุยแต่การสัมผัสผ่านอ้อมกอดที่พวกเขาจากมากว่า 10 ปีแต่วัยเด็กแม้แจฮยอนที่เด็กที่สุดในนี้จะจำไม่ได้แต่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดมันบอกเขาว่าอ้อมกอดนี้ก็โหยหาพวกเขาไม่ต่างกัน


“พี่จอห์นนี่มาร์คหิว”น้องคนเล็กที่ตื่นขึ้นมาก็ร้องเรียกหาพี่ชายคนรองที่สนิทที่สุดก่อนจะทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าพี่ๆของเขาทั้งสามคนกำลังร้องไห้โดยมีผู้หญิงบนเตียงกำลังลูบหัวพี่คนโตอย่างแทอิลอยู่


“นี่มันอะไรกับครับเนี่ย”


“มาร์ค...นี่...แม่ของเราแม่ที่เคยจากเราไป”เมื่อจอห์นนี่พูดจบมาร์คก็นิ่งเหมือนถูกแช่ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แม่ของพวกเขาได้เสียไปนานแล้วและตอนที่เสียเขาก็อายุเพียง 1 ขวบเท่านั้นและสิ่งที่มาร์คคิดคือพวกพี่ๆกำลังโกหกเขาอยู่


“มาร์คมาหาแม่หน่อย”ผู้หญิงที่ตามตัวมีแต่รอยฟกช้ำและบาดแผลร้องเรียกให้มาร์คเข้าไปด้วยใบหน้าอ่อนโยนแม้จะไม่เข้าใจอะไรมากแต่ขาของมาร์คกลับก้าวเข้าไปหาอย่างอัตโนมัติ อ้อมกอดที่อบอุ่นแปลกๆทำให้มาร์คต้องโอบกอดตอบอย่างไม่เข้าใจตัวเองตอนนี้มาร์คไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงแต่ใบหน้าของแจฮยอนนั้นกลับยกยิ้มให้เขาเป็นการปลอบใจ


“นี่แม่จริงๆหรอแล้ว.....”มาร์คพยายามจะสื่อถึงหลุมศพที่พวกเขาต้องไปเคารพทุกการครบรอบ


“ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างทำให้ต้องตั้งหลุมศพแม่แต่ตอนนี้แม่กลับมาหาทุกคนแล้ว”บรรยากาศชื่นมื่นนั้นทำให้พวกเขาทั้ง5ในอีกห้องหนึ่งลืมสองพี่น้องยังอีกห้องหนึ่งไปชั่วขณะ

 



                เตียงไม้ที่มีผ้าปูให้ความนุ่มและความอบอุ่นตอนนี้เตนล์มีอาการดีขึ้นมากแล้วแต่คงเพราะความง่วงเลยทำให้เขายังหลับไหลราวกับเด็กน้อยและแทยงที่ทำหน้าที่เป็นคนดูแลประจำตัวตอนนี้ก็ต้องปาดเหงื่อบนใบหน้าเพราะเขาพึ่งไปเปลี่ยนน้ำเพื่อเช็ดตัวเตนล์ครั้งล่าสุดมา


“นอนหลับเป็นตายเลยสิเด็กน้อย”แทยงหัวเราะเบาๆก่อนจะเกลี่ยผมที่ใบหน้าหวานนั้นเบาๆก่อนจะนึกได้ว่าเขายังพกถุงสีน้ำตาลที่
เตนล์เคยได้มาตอนถูกทำโทษครั้งก่อนไว้ ไม่รอช้าแทยงหยิบสร้อยเส้นเล็กๆสองเส้นขึ้นมา เส้นหนึ่งถูกสวมที่คอตัวเองส่วนอีกเส้นหนึ่งแทยงจัดการใส่ให้เตนล์ทันที


“ใส่เผื่อจำเป็นที่เขาต้องคลาดจากกันแล้วกัน”แทยงว่าอย่างเศร้าๆเพราะหลังจากนี้ไม่รู้ว่าชีวิตพวกเขาจะต้องเดินไปทางไหนแม้จะหนีออกมาจากที่นั่นได้แต่สถานะของพวกเขาก็คือทาสของปราสาทนั้นอยู่ดี การจะออกไปจากเมืองอื่นเป็นนเรื่องที่ยากลำบากหรืออีกทางที่แทยงคิดได้คือ การใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนๆในป่า


“หิวน้ำ”เสียงแหบเล็กร้องเรียกก่อนที่มือจะควานหาเหมือนเพ้อเพราะพิษไข้มากกว่า มือที่ป่ายไปมาไร้ทิศทางทำให้แทยงต้องรวมมือนั้นให้อยู่นิ่งๆแล้วเอื้อมเอากระบอกน้ำก่อนจะค่อยๆป้อนคนไร้สติอยู่บนเตียงอย่างใจเย็น เพราะตลอดการป้อนของเขาก็มักจะมีมือของเตน,ก่อกวนอยู่ตลอดเวลาและเขาก็ไม่ใช่คนใจเย็นนัก


“แค่กๆๆๆๆๆๆ”เสียงไอตัวโยนของเตนล์ทำให้แทยงต้อรีบเอากระบอกน้ำออกจากปากเตนล์และพบว่าตอนนี้น้องชายของเขาสำลักน้ำไปแล้ว


“นั่นกำลังทำอะไรน่ะ”โดยองที่เดินเข้ามาปรายตามองคนพี่ที่กำลังทำตัวไม่ถูกกับคนน้องที่นอนไออย่างทรมาร


“พี่จะฆ่าเขาหรอ?”ไม่ว่าเปล่าโดยองเข้าไปช่วยประคองเตนล์ให้นั่งแบบกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยโดยองนั้นเอาตัวเองเป็นพำนักพิงแทนหัวเตียงไปก่อนส่วนเตนล์ก็เหมือนจะได้สติเริ่มลืมตาปรือๆขึ้นมอง


“แล้วคนอื่นไปไหนหมดครับ”โดยองลูบหลังเตนล์พร้อมกับมองหาคนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้เลยสักคน


“อยู่อีกห้องหนึ่ง”แทยงชี้ไปที่อีกห้องลวกๆก่อนจะเดินเข้ามาดูอาการเตนล์อย่างเป็นห่วงเพราะใบหน้าที่แดงจากการสำลักทำให้เขารู้สึกผิดจริงๆ



                โดยองที่ลูบหลังจนอีกคนหายไอแล้วก็ต้องถอนหายใจเบาๆเมื่อเตนล์มีท่าทีที่กำลังจะขยับตัวเองเพื่อเปลี่ยนท่านั่งที่กำลังพิงอกเขาอยู่แต่แล้วร่างเล็กตรงหน้าก็ลอยออกจากอกเขาไปอยู่อกแจฮยอนแทน โดยองมองแจฮยอนอย่างไม่เข้าใจ


“อ้าวเสร็จธุระกันแล้วหรอ แล้วนั่นมาร์คกับพี่แทอิลเป็นอะไร?”ตาบวมแดงนั้นบ่งบอกได้ว่าทั้งสองผ่านการร้องไห้มาแน่นอนแต่เพราะแทยงไม่อยากพูดตรงๆเลยถามอ้อมจะดีกว่า


“เตนล์เป็นอะไร”แทอิลไม่ได้ตอบอะไรแทยงแต่กลับสนใจคนที่พิงอกแจฮยอนอย่างอ่อนแรงทันที อาการของเตนล์ก็ดีขึ้นจากเมื่อวานมากแล้วแต่ทำไมยังมีอาการอ่อนแรงแบบนี้ได้


“พอดีสำลักน้ำนิดหน่อยแต่ก็คงดีแล้วล่ะ”แทยงเกาหัวอย่างทำตัวไม่ถูกเพราะตอนนี้สายตาทุกสายตาจ้องมาที่เขาอย่างคาดหวังแต่พอทุกคนรู้สาเหตุก็แค่พยักหน้าเข้าใจแล้วแยกย้ายกันทำกิจกรรมส่วนตัว มาร์คก็กลับไปนอน แทอิลก็เดินเข้ามาดูเตนล์ และจอห์นนี่ก็อาสาไปทำอาหารกับแทยง


“เตนล์ได้ยินพี่พูดไหม”แทอิลสะกิดเรียกคนตาปรือเบาๆและเตนล์ก็แค่พยักหน้าเป็นการตอบรับ ตอนนี้เตนล์รู้สึกเหมือนไม่มีแรงเอาดื้อๆทั้งๆที่ก่อนตื่นนอนเขาก็รู้สึกดีแล้วแต่ทำไมร่างกายเขามันกลับไม่ขยับดั่งใจต้องการ


“ปวดหัวรึเปล่า”แทอิลยังถามคำถามที่เป็นพื้นฐานแม้เขาจะอายุ15แต่การคลุกคลีห้องปรุงยาและโรงพยาบาลของเมืองและปราสาทเขาก็เป็นสิ่งที่ทำให้แทอิลซึมซับมามากทีเดียว


“มะ...ไม่..คะ..ครับ”เสียงที่ขาดหายเป็นช่วงๆบ่งบอกว่าตอนนี้ไข้คงยังไม่หายดีและอาจจะกลับมาร้อนอีกก็ได้ สำหรับเตนล์ตอนนี้เขารู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังพิงอะไรอยู่แต่ความอุ่นและนุ่มมันทำให้เขาเหมือนจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบ


“เมื่อคืนเปลี่ยนผ้าชุบน้ำบ่อยแค่ไหน”แทอิลเลิกสนใจเตนล์ที่เหมือนจะหลับคาอกแจฮยอนไปแล้วเปลี่ยนเป็นหันมาถามเจ้าน้องชายที่อยู่เฝ้าทั้งคืนแทน ด้านโดยองที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่ได้พูดขัดอะไรขึ้นมาเขาเอาแต่จ้องมองคนที่หลับตาพริ้มเหมือนฝันดีที่อกแจฮยอนอย่างนึกขัดใจที่ไม่ใช่เขา


“บ่อยจนจำไม่ได้”


“อาจจะเพราะร่างกายอ่อนแอมั้งเลยหายช้า”แทอิลจับคางอย่างครุ่นคิดก่อนจะหันไปมองโดยองอย่างต้องการความเห็นในเรื่องของเตนล์


“เรียกหมอมาไหมครับคงจะดีถ้าถึงมือหมอ”


“แบบนั้นคนอื่นก็รู้น่ะสิว่าเราแอบช่วยสองคนนี้ออกมา ข้างนอกคงเกิดเรื่องวุ่ยวายอยู่ล่ะสิ”แจฮยอนว่าขัดเพราะเขาคิดว่าคนอย่างแม่เลี้ยงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่กัดไม่ปล่อยและจากที่เขาสังกตมาบ้างก็ทำให้รู้ว่าเส้นสายของผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดาเอามากๆ


“แต่ลำพังแค่พี่แทอิลก็ไม่สามารถรักษาตามอาการได้หมดนะ”โดยองอธิบายถึงเหตุผลที่เขาควรให้หมอสักคนมาที่นี่แต่ดูเหมือนสี่พี่น้องจะไม่เห็นด้วยกับเขาเท่าไหร่แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ใช่แค่เตนล์ที่จะแย่แต่ผู้หญิงที่พวกเขาช่วยเหลือมาก็ดูอาหารไม่ได้ทรงตัวมากนักดูเหมือนไม่แข็งแรงพอๆกับเตนล์ด้วยซ้ำ


“ผมมีหมอสนิทคนหนึ่งรับรองไม่มีใครรู้แน่นอน”โดยองพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อที่จะให้แทอิลอนุญาติให้นำหมอมารักษาที่นี่แต่สำหรับโดยองไม่คิดจะถามแจฮยอนหรอกเพราะหมอนี่นอกจากเรื่องสร้างความปวดหัวก็ดูเหมือนไม่มีเรื่องไหนพึ่งพาได้เลย


“ได้สิถ้าคิดว่าทั้งสามคนจะปลอดภัยจากแม่เลี้ยงเรา”โดยองพยักหน้าเข้าใจและวันนี้เขาต้องเข้าไปติดหมอหมอใหญ่ที่สนิทให้เข้ามารักษาในวันรุ่งขึ้นแน่นอน


“ว่าแต่เรื่องที่ปราสาทเราเป็นยังไงบ้างท่านพ่อคงรู้แล้วว่าเราไม่อยู่ที่ปราสาท”แทอิลรู้สึกกังวลเรื่องของท่านพ่อพอสมควรและเขาก็รู้มาจากแจฮยอนว่าท่านพ่อรู้เรื่องที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่และพยายามตามหามาตลอด ตอนแรกที่วพกเขาได้ยินจากแจฮยอนก็ไปไม่เป็นเหมือนกันแต่พอได้ยินแบบนี้แล้วพวกเขาก็คิดว่าอย่างน้อยเรื่องนี้จะจบได้ก็มีคนเข้าข้างพวกเขามากพอสมควร


“ท่านพอทราบแล้วว่าพวกพี่ไม่อยู่แต่ยังไม่ทราบว่าเพราะอะไรเพราะตอนนี้ท่านก็ยุ่งเรื่องการรับตำแหน่งกษัตริย์คนใหม่”


“หมายความว่ายังไงกษัตริย์คนใหม่”แจฮยอนที่จัดท่าให้เตนล์นอนลงกับเตียงได้แล้วก็เดินมาคุยกับโดยองและแทอิลที่เปลี่ยนมานั่งคุยยังโต๊ะน้ำชาเล็กๆในห้องแทน


“เพราะว่ากษัตริย์ปัจจุบันมีอาการไม่สู้ดีนักและคาดว่าจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองอาทิตย์”โดยองว่าอย่างครุ่นคิดเพราะเขาก็เป็นหนึ่งในชื่อที่ขึ้นครองเหมือนกันและเป็นไปได้เขาไม่อยากจะเป็นกษัตริย์เลยจริงๆ


“นายก็มีชื่อเข้าร่วมด้วยใช่ไหม”แทอิลถามอย่างไม่แน่ใจเพราะจอห์นนี่ก็มีเหมือนกันแต่ที่น่าแปลกคือทำไมจอห์นนี่ถึงมีสิทธิ์นั้นเพราะใครๆต่างก็รู้ว่าผู้สืบทอดอำนาจกษัตริย์นั้นต้องมาจากเลือดเนื้อกษัตริย์เหมือนกันและพวกเขาก็ดูจะไม่เป็นแบบนั้นเลยเนื่องจากท่านพ่อก็เป็นเพียงแค่ปุถุชนคนธรรมดาและท่านแม่ของพวกเขาก็เป็นเหมือนกัน


“ครับผมมีชื่อ”


“แต่ในบรรดาผู้มีชื่อใครๆก็บอกว่าพี่จอห์นนี่ได้”โดยองยักไหล่อย่างไม่เครียดเท่าไหร่เพราะจอห์นนี่ก็ดูเหมาะสมที่สุดพอสมควร


“ว่าแต่คุณมุนกึนเป็นยังไงบ้าง”โดยองเรียกถามอีกคนที่จำได้ว่าก็ป่วยติดเตียงเหมือนกันแต่พอเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายของแทอิลโดยองก็พอเข้าใจสถานการณ์ คงสบายดีแล้ว




แกร็ก เสียงเปิดประตูเบาๆเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ดูสะอาดขึ้นทำเอาแจฮยอนและแทอิลนิ่งไปทีเดียวแต่มีคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะตกใจพอสมควรแม้จะเคยเจอเมื่อตอนยังเป็นเด็กวัยเยาว์ที่ตามติดพระมารดาไปยังวังหลวงบ่อยๆแต่โดยองจำไม่ผิดแน่ๆใบหน้าที่อ่อนหวานแบบนี้


“ท่านน้ามุนอา”โดยองเรียกเบาๆก่อนที่เจ้าของชื่อจะยกยิ้มจางๆแล้วก้มหัวทำความเคารพก่อนที่โดยองจะคุกเข่าข้างเดียวเพื่อทำความเคารพผู้ได้ศักดิ์เป็นน้าของเขา


“น้า?”แจฮยอนมองท่านแม่ของตัวเองก่อนจะก้มมองโดยองที่ถวายความเคารพราวกับว่าผู้หญิงคนนี้คือราชวงศ์


“ทำไมท่านถึงเป็น.....ไม่สิทำไมท่านท่านถึง......”


“น้ามีเรื่องมากมายที่จะเล่าแต่คงยังไม่ใช่ตอนนี้”รอยยิ้มราวกับเจ้าหญิงของคนตรงหน้าทำเอาคนมีสติทั้งหลายในห้องต่างนิ่งเงียบอย่างพร้อมเพียงกันคนที่นิ่งไปรอบสองของวันดูเหมือนจะเป็นแจฮยอนและแทอิลไปซะแล้ว



                ร่างเพรียวระหงษ์ของมุนกึนหรือชื่อจริงๆก็คือ ชเวมุนอา เดินตรงเข้าไปหามาร์คที่นอนหลับราวกับเด็กเล็กเธอเข้าไปจุมพิศที่หน้าผากลูกชายคนเล็กอย่างเอ็นดูก่อนจะเปลี่ยนไปยังเตียงข้างๆที่มีร่างเล็กนอนนิ่งเพราะความง่วงหรือเพราะพิษไข้ไม่รู้


“แทอิลลูกช่วยเปลี่ยนน้ำให้แม่หน่อยได้ไหมจ๊ะ”ท่าทางแม้จะดูไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะอาการบาดเจ็บแต่รังษีความเป็นหมอจู่ๆก็แผ่ออกมาจากตัวมุนอาทันที


“ขอคุยด้วยข้างนอกหน่อย”แจฮยอนที่เหมือนนิ่งไปผิดปกติก่อนจะเรียกให้โดยองเดินออกไปคุยกันนอกบ้านโดยปล่อยให้แทอิลและ
มุนอาดูแลเตนล์ ส่วนจอห์นนี่และแทยงกำลังเตรียมมื้อเช้าอยู่ในครัวเล็กๆนั้น

 



                ด้านนอกที่แม้อากาศจะเย็นนิดหน่อยแต่ก็ถือว่าเย็นพอที่จะต้องใส่ชุดคลุมแต่เวลานี้ความร้อนในร่างกายของแจฮยอนนั้นช่วยทำให้เขาไม่ได้รู้สึกหนาวกับอากาศเลย ในหัวของเขามีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด


“หมายความว่ายังไงที่เรียกท่านแม่ว่าน้า”แจฮยอนไม่รอให้เงียบไปนานกว่านี้เขารีบเปิดประเด็นที่ค้างคาทันที


“ท่านแม่?........บังเอิญ...บังเอิญจริงๆ”โดยองพร่ำเพ้ออย่างครุ่นคิด มันบังอิญที่น้ามุนอาหรือลูกสาวคนที่สี่ของกษัตริย์ที่หายตัวไปนานราวสิบกว่าปี ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหนบ้างก็ว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกเขาบ้างก็ว่าหายสาปสูญเพราะคำสาปต่างๆสารพัดเรื่องเล่าลือแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอในสภาพแบบนี้แถมยังเป็นแม่ของเพื่อนเขาอีก


“ท่านคือน้าของฉันเรียกได้ว่าตามลำดับญาติท่านคือบุตรสาวคนสุดท้องของกษัตริย์”ความเงียบก่อตัวขึ้นทันที แจฮยอนขมวดคิ้วที่เรียกได้ว่าแทบหลอมรวมกัน


“ไม่แปลกใจทำไมพวกนายถึงถูกเรียกเข้าพบในวัง อันที่จริงก็สงสัยมาได้สักพักแต่เพราะเรื่องเตนล์ฉันก็ไม่มีเวลาหาความจริงนี้”โดยองร่ายยาวพร้อมกับเหตุผลที่บังเอิญเชื่อมโยงกันมากมายราวกับภาพที่ฉายย้อนหลัง


“หมายความว่ายังไง”แจฮยอนเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินแน่นอนว่าสำหรับเขาที่เกิดความรู้สึกดีๆกับโดยองแล้วแต่ที่น่าแปลกใจก็คือเขาทั้งสองมีลำดับความสัมพันธ์เป็นญาติกันแม้จะรู้สึกใจหายแต่ลึกๆแล้วแจฮยอนกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเสียดายหัวใจเขากลับไม่ได้เต้นผิดแปลกเมื่อได้รู้ความจริงนี้นัก


“นายคงไม่โง่ที่จะเดาเรื่องนี้ไม่ออกหรอกแจฮยอน”คนที่ตัวสูงเกือบเท่าแจฮยอนว่าอย่างยกยิ้มแม้จะรู้ดีว่าแจฮยอนคิดยังไงกับตัวเองแต่เอาจริงๆแล้วมันก็ไม่สามรถเป็นไปได้


“ถ้าเรียงลำดับขั้นฉันก็เกิดก่อนนายไม่เท่าไหร่ลำดับญาติของเราฉันก็ถือว่าเป็นพี่ชาย”


“ตลกสิ้นดี”แจฮยอนว่าเบาๆก่อนจะยกยิ้มมุมปากพร้อมกับเสมองไปด้านอื่น จากคนที่แอบชอบกลายมาเป็นพี่ชายสายเลือดเดียวกันและที่แปลกก็คือดูเหมือนเขาเองก็รู้สึกยินดีที่จะให้โดยองมาเป็นพี่ชายซะอย่างนั้น





___________________________________________________________________________

ตอนก่อนได้แม่ตอนนี้ได้พี่ชาย  55555555555555555555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #122 Wica (@Wica) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 16:38
    กลายเป็นพี่ชายไปแล้ววว ตาแจเอ๊ยย
    #122
    0
  2. #81 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 22:47
    เมื่อไหร่แจฮยอนจะรู้ตัวว่าชอบเตนล์ คนบื้อเอ๊ยย เดี๋ยวเชียร์โดยองซะเลย หนูเตนล์น่าเอ็นดูจังเลยลูกก
    #81
    0
  3. #55 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:36
    ตอนหน้าจะได้อะไรน่อวววว 555
    #55
    0
  4. #20 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 13:06
    พลิกล็อคมากเว่ออร์ 555555
    #20
    0
  5. #7 ปรียาภรณ์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 04:14
    5555 ตอนหน้าจะได้อะไรน้ออ รออ่านนะคะ
    #7
    0