Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 1 : ยอมเพราะรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    5 ต.ค. 60



โซ่ตรวนคือสิ่งที่เขาเห็นมากว่าหลายวันที่ผ่านมา ภายในห้องโล่งๆกลิ่นเหม็นสาบความชื้นและสนิมที่ตลบอบอวลอยู่ในห้องกว้างแห่งนี้และเสียงโซ่ล่ามขาที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะตามไปทุกที่ทำให้เกิดเสียงดังจนปวดหูเมื่อย่างก้าวแต่ละที


“เลิกเดินไปมาสักทีเถอะ”เสียงทุ้มว่ากล่าวตักเตือนคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายและน้องในการปกครองของเขาเอง


“ผมทำคุณตื่นหรอครับแทยง”เสียงเล็กถามอย่างเกรงใจเพราะเขานอนไม่หลับเลยต้องเดินเพื่อให้เกิดความเหนื่อยเพื่อข่มตานอน


“เพราะเสียงโซ่ที่ขามันรบกวน”คนที่ถูกเรียกชี้ไปที่ขาก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะสภาพตอนนี้ไม่มีใครดูดีเลยสักคนโดยเฉพาะกับน้องตัวเล็กของเขา เตนล์ เด็กชายที่เคยหัวเราะยิ้มและร้องไห้ได้ง่ายเมื่อก่อนกลับกลายเป็นเด็กเงียบขรึมและหวาดกลัวง่ายขึ้นมาแทน


“อ่าขอโทษครับเตนล์จะกลับไปนั่ง”ไม่ว่าเปล่าร่างเล็กก็ค่อยๆเดินเพื่อไม่ทำให้เกิดเสียงลากของโซ่ดังขึ้นแต่มันก็ดูขัดตาแทยงที่ดูทุกการเคลื่อนไหวนั้น


“วันนี้พวกนั้นพาไปไหนมา”ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้แทยงเดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเล็กของเขา ใช่ไม่มีใครอยากโดนอะไรแบบนี้ถ้าเกิดว่างานที่พวกเขาต้องทำมันดูจะขัดใจเจ้านายที่ไม่รู้ว่าโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหนแค่ทำงานไม่ได้ดั่งใจก็ถูกล่ามโซ่หรือให้คิดอีกแบบคือเจ้านาย อาจจะเรียกใหม่ว่าเจ้าของของพวกเขาดูจะไม่ชอบพวกเขาสองคนเอามากๆ


“ก็ออกไปเหมือนเดิมแหละครับ”สายตาโตหลบอย่างมีพิรุธและนั่นทำให้แทยงไม่ล้มเลิกที่จะถามซ้ำอีกรอบเพื่อให้แน่ใจ


“มันไม่เหมือนเดิม เตนล์เดินมานั่งข้างๆเดี๋ยวนี้”


“ไม่มีอะไรจริงๆครับคุณแทยงเตนล์สบายดี”สายตาคมจ้องมองเตนล์อย่างไม่สบอารมณ์เพราะคนตัวเล็กกำลังปิดบังเขาอยู่และให้มองแบบไม่ต้องถามก็รู้ว่ารอยฟกช้ำตามตัวที่มันเพิ่มขึ้นจากอันเดิมนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร


“พวกนั้นถามถึงแจฮยอนใช่ไหม”อีกคนไม่ตอบนั่นทำให้แทยงต้องค่อยๆถอนหายใจเพื่อควบคุมอารมณ์ตัวเอง


“พวกมันถามถึงแจฮยอนใช่ไหม”เสียงที่กดต่ำฟังแล้วเย็นวาบทั้งตัวทำให้เตนล์ต้องพยักหน้ารัวๆเพราะกลัวต่อท่าทางโกรธนั้นมาก


“เหอะรังแกคนไม่มีทางสู้แล้วเจ็บมากไหม”เตนล์ส่ายหน้าเป็นคำตอบแม้ว่าทุกการเคลื่อนไหวเหมือนมีดที่กรีดแทงเข้าไปทั้วทั้งร่างกายก็ตาม


“คุณแทยงนอนเถอะครับเตนล์ไม่เป็นอะไรแล้ว”


“เตนล์ไม่ต้องพูดคุณกับครับบอกกี่ครั้งแล้ว”คนถูกท้วงสะดุ้งนิดหน่อยส่วนคนว่าก็ได้แต่กุมขมับเพราะเผลอทำอีกคนตกใจจนกลัวไปอีกครั้ง เขาก็อยากจะตบปากตัวเองที่เผลอตะคอกใส่เตนล์บ่อยๆ


“แทยง...เตนล์ขอโทษที่ทำให้แทยงลำบากไปด้วย”


“เลิกพูดได้แล้วขอโทษมากี่วันไม่เบื่อบ้างรึไง”คนที่ถูกขอโทษทุกวันลูบหัวคนที่ตัวเล็กกว่าเบาๆเป็นการปลอบใจ


“วันหลังจะทำอะไรก็คิดให้ดีครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน”เตนล์พยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบแต่สำหรับแทยงนั้นคิดว่าถ้าจะให้ดีควรลาก
แจฮยอนมากระทืบให้ตายน่าจะง่ายกว่าการที่พวกเขาต้องมาติดอยู่ในนี้บ่อยๆ


“ช่วยคนอื่นจนเดือดร้อนตัวเองแบบนี้เขาไม่เรียกการช่วยเหลือที่ถูกต้องหรอกนะ”แทยงยังคงว่าเตือนเหมือนเช่นทุกครั้ง แม้จะเป็นโลกสมัยใหม่ที่ยกเลิกทาสยกเลิกการใช้ความรุนแรงแต่สำหรับที่นี่ที่ปราสาทอันห่างไกลไม่เคยมีกฏการยกเลิกเลย


“แล้วแจฮยอนให้นายช่วยอะไร”ตลอดหลายวันที่ติดอยู่ในห้องนี้แทยงก็คอยถามถึงสาเหตุที่คนข้างๆต้องมาถูกล่ามโซ่ตรวจกับเขาผู้ซึ่งเป็นพี่ชายและพ่วงด้วยผู้ปกครองที่ดูแลด้วยกฏของปราสาทที่ว่าใครคนหนึ่งกระทำผิดต้องโดนลงโทษทั้งครอบครัว ซึ่งพวกเขาก็มีกันแค่สองคนพี่น้องพ่อกับแม่ก็เสียไปตั้งนานแล้ว


“คือ......”


“ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร”แทยงตัดบทเอาดื้อๆเพราะคิดว่ายังไงแล้วน้องชายคนนี้ก็ไม่บอกเขาหรอกให้ตายยังไงก็ไม่เคยบอกถึงการลงโทษไม่ว่าจะครั้งไหนๆ


“แจฮยอนบอกว่าอยากไปเที่ยวกับโดยองให้ช่วยพาออกจากปราสาทหน่อย”แต่ผิดคาดเมื่อจู่ๆน้องชายของเขาก็เปิดปากกพูดมันออกมาครั้งแรก นั่นทำให้แทยงต้องตั้งใจฟังและถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นเรื่องรักๆไคร่ๆของเด็กที่ชื่อแจฮยอนแน่นอน




แจฮยอนก็คือทายาทของท่านผู้หญิงและท่ายผู้ชายเจ้าของปราสาทมีพี่น้องร่วมกันสี่คนคนโตคือแทอิล จอห์นนี่ แจฮยอนคือคนที่สามและคนเล็กชื่อมาร์ค สองคนแรกถือเป็นคนที่จิตใจดีเมตตาและค่อนข้างไม่ถือตัวแต่อีกสองคนหลังขึ้นชื่อว่าร้ายและดื้อมากดื้อพอที่จะทำให้คนดูแลส่วนตัวต้องออกจากงานไม่รู้กี่คนจนปัจจุบันก็ไม่มีตำแหน่งผู้ดูแลส่วนตัวในปราสาทไปแล้ว


“แล้วนายช่วยหมอนั่นไปแบบไหน”สายตาที่หลบไปหลบมาของเตนล์ทำให้แทยงยิ่งต้องขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่


“เพราะโดยองอยู่นอกปราสาทเตนล์เลยให้แจฮยอนออกทางประตูเล็กออกไป”เมื่อได้ยินแบบนั้นแทยงอยากจะเอาหัวโขกให้ตายจริงๆไม่แปลกใจทำไมคราวนี้เตนล์ถึงโดนหนักเพราะเหตุการณ์นี้นับว่าสาหัสมากยิ่งพาลูกชายเขาแอบหนียิ่งหนักใหญ่เพราะแจฮยอนไม่ได้กลับเข้ามาในปราสาทหลายวันแล้ว แทยงได้ยินพวกทหารพูดกันบ้างช่วงที่มาส่งอาหาร


“ช่วยเขาละเขาเคยช่วยนายบ้างไหม”เตนล์นิ่งเงียบทันทีนั่นทำให้แทยงต้องคว้าตัวเตนล์เข้ามากอดปลอบ เพราะหัวอ่อนไม่ทันคนเลยมักถูกแจฮยอนหลอกใช้ด้วยคำว่า รัก ใช่เพราะคำว่ารักของแจฮยอนทำร้านเตนล์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะหลอกใช้เพื่อออกไปหา รัก ที่ต่างออกไปรักแบบเพื่อนคนหนึ่งกับรักของเตนล์ที่มากกว่าเพื่อนนี่คือสิ่งที่แทยงไม่สามารถยอมรับแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกันเพราะยิ่งเขาต่อต้านคนที่เจ็บและเสียเปรียบก็คือเตนล์และเขาเอง


“รักมันมากไหม”เตนล์พยักหน้าสองทีเป็นคำตอบนั่นทำให้แทยงนิ่งก่อนจะยกยิ้มให้กับตัวเอง


“ตัดใจจากมันได้รึเปล่า”เตนล์ส่ายหัวในอ้อมกอดของเขานั่นทำให้หัวใจแทยงรู้สึกบีบแน่นราวกับกำลังประท้วงสิ่งที่มันไม่ถูกต้องแต่เพราะนี่คือน้องชาย น้องชายคนเดียวของเขาที่มีอยู่ครอบครัวคนเดียวของเขาเอง


“เตนล์”แทยงผละออกมาจากเตนล์ก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาโตราวกับจิ้งจอกนั้นนิ่งๆ


“อย่าทำให้ตัวเองเจ็บอีกเลย เดินออกมาตอนนี้ยังไม่สาย”


“เตนล์...เตนล์...พยายามแล้วเตนล์น่ะ...เตนล์ทำไม่ได้”น้ำตาใสที่ไหลออกมาจากตายิ่งตอกย้ำให้แทยงรู้สึกแย่เขาไม่สามารถบังคับหรือขอร้องให้เตนล์เลิกรักแจฮยอนคนที่เห็นน้องชายของเขาเป็นแค่เครื่องมือได้เลย เมื่อเตนล์พ้นโทษแจฮยอนก็จะมาหาพร้อมขนมเพื่อขอโทษแล้วก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมที่เข้ามาทำดีด้วยก็เพียงเพื่อให้เตนล์ช่วยและคนที่เจ็บก็ไม่ใช่ใครนอกจากเตนล์


“โดยองก็เป็นเพื่อนเตนล์...ส่วนแจฮยอนนั้น....”เตนล์เงียบไปทันทีก่อนจะหันไปสบตากับแทยงโดยที่คนเป็นพี่ไม่สามารถรู้หรือคาดเดาได้จากสายตานั้นเลย


“เตนล์ทำไม่ได้ครับพี่แทยง”คนที่พยายามเข้มแข็งมาตลอดอย่างแทยงกลับมีน้ำใสๆไหลออกจากตาไม่แพ้น้องชายนานหลายปีที่เตนล์ไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่แต่ครั้งนี้คงเพราะเตนล์คงจะเจ็บมากจริงๆ พวกเขาไม่มีหาทางจะหาทางออกจากปราสาทนี้ก็ยากเหลือเกินแต่จะอยู่ต่อก็มีแต่จะเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว


“พี่แทยงอย่าร้องไห้เตนล์จะเข้มแข็งนะ”


“เด็กโง่เลิกร้องไห้ให้ได้ก่อนเถอะ”แทยงเช็ดน้ำตาที่ไหลมาไม่หยุดของเตนล์ส่วนขอตัวเองก็มีเตนล์คอยเช็ดให้เหมือนกัน


“แล้วยังไงพวกเขาพาเตนล์ไปทำอะไรมา”สายตาวูบไหวของเตนล์นั้นกระตุกแปปหนึ่งก่อนจะกลับมาเหมือนเดิม


“เขาให้เตนล์ไปเก็บลูกพลัมในป่าแล้วบังเอิญเตนล์เจอฝูงหมาป่าเข้า..เอ่อเลยอย่างที่เห็น”


“แน่ใจนะว่าแค่นี้”เตนล์พยักหน้าเบาๆ รอยถลอกบาดแผลตามร่างกายแม้จะมีให้เห็นบ่อยๆแต่แทยงก็ไม่ชินเลยสักนิดเขากลับคิดว่ามันมากเกินไปกับการที่เขาและน้องต้องมาเจออะไรแบบนี้โดยที่ไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้เลย


“แต่มีคนช่วยเตนล์ไว้นะตอนอยู่ในป่า”ไม่ว่าเปล่าเตนล์หยิบบางอย่างออกมาจากเสื้อตัวบางและพบว่ามันเป็นถุงผ้าเล็กๆสีน้ำตาล แทยงรับมาเปิดดูก่อนจะพบว่ามันคือสร้อยที่เขาคุ้นมากและมันมีสองเส้นพอดีด้วย


“รู้ชื่อเขาหรือเปล่า”เตนล์ส่ายหน้าเป็นคำตอบ


“เขาแค่บอกว่าสักวันเขาจะมารับเตนล์และแทยง...เขารู้จักเราได้ยังไงเตนล์ก็ไม่รู้”คำนำหน้าของคำว่าพี่ได้หายไปซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้แทยงสนใจเท่าเรื่องที่เตนล์เล่าเลยสักนิด


“เขายังบอกอีกว่าให้เข้มแข็งไว้จนกว่าจะถึงวันนั้น”




                แทยงจ้องหน้าเตนล์นิ่งในหัวก็นึกย้อนถึงความคุ้นเคยของสร้อยก่อนจะไล่ให้เตนล์ไปนอนเพราะพรุ่งนี้ก็ครบกำหนดการลงโทษแล้ว มือเรียวของแทยงหยิบสร้อยขึ้นมาดูอย่างพิจารณาแม้จะเป็นสร้อยเงินธรรมดาแต่จี้ที่ห้อยมาด้วยนั้นมันคุ้นซะจนหัวของแทยงปวดตุ๊บๆแม้จะแปลกใจที่มีคนให้สร้อยนี้มาแต่แทยงก็เลือกที่จะเก็บมันไว้

 

                เช้าที่สดใสตอนนี้สองพี่น้องที่ถูกทำโทษก็ได้ออกมาทำงานอีกครั้งและแม้จะพ้นความผิดแต่คุณผู้หญิงของที่นี่ก็ไม่ได้ชอบคู่สองพี่น้องอยู่ดีเพราะแทยงก็ได้รับหน้าที่ตัดฟืนส่วนเตนล์ก็หาบน้ำจากนอกปราสาทเข้าไปปราสาทไม่มีใครโชคดีได้ทำงานในปราสาทสักคน


“เตนล์”เสียงเรียกเบาๆดังจากด้านหลังระหว่างที่เตนล์กำลังจะเดินกลับไปหาบน้ำอีกรอบ เสียงที่คุ้ยเคยดีทำให้เตนล์หันกลับไปยิ้มบางๆให้เท่านั้นโดยไม่พูดอะไร


“แผลนั่นไปโดนอะไรมา”ร่างที่สูงกว่าถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะเดินเข้ามาลูบแผลที่มุมปากเตนล์เบาๆและเตนล์ก็ตอบโต้อัตโนมัติโดยการถอยห่าง


“เตนล์ไม่ได้เป็นอะไรหรอกว่าแต่โดยองมาทำอะไรที่นี่หรอ”ถ้าเตนล์จำไม่ผิดโดยองต้องอยู่กับแจฮยอนและถ้าโดยองออกมาอยู่ข้างนอกแบบนี้แสดงว่าแจฮยอนคงกลับเข้าปราสาทไปแล้ว


“เพราะเห็นนายเลยมาหาไง...แล้วแผลตามตัวนี่ไม่ใช่เพราะเราใช่ไหม”เตนล์ยกยิ้มบางๆพร้อมกับส่ายหัวเป็นคำตอบ


“เราขอโทษนะเตนล์เพราะแจฮยอนมันตื้อจะออกมาเล่นด้วยเลยทำนายลำบากอีก”


“ไม่เป็นไรหรอกเตนล์ไม่เป็นไรจริงๆนะ”แม้ใบหน้าจะยกยิ้มแต่สายตาของเตนล์ไม่ได้ทำให้โดยองรู้สึกดีและถ้าให้เดาคงถูกล่ามโซ่อีกเพราะโดยองสังเกตเห็นได้จากข้อเท้าของเพื่อนตัวเล็กที่เขารัก ใช่เขาแอบรักเตนล์มานานตั้งแต่คนๆนี้ออกนอกปราสาทเมื่อหลายปีก่อนและเขาก็เข้าหาจนกลายเป็นเพื่อนที่สนิท


“ขอโทษนะเตนล์”


“เตนล์บอกแล้วไงนี่เป็นความผิดเตนล์เองโดยองไม่เกี่ยวหรอกแต่ถ้าเตนล์ยังไม่กลับนั่นอาจเป็นความผิดของโดยองจริงๆนะ”เสียงเจื้อยแจ้วของเตนล์ที่ดูจะกลัวเล็กน้อยนั่นทำให้โดยองยกยิ้มก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กแบกหาบน้ำกลับไป จะว่าไปตัวเล็กนิดเดียวแต่ดูแข็งแรงมาก


“ท่านชายโดยองจะกลับปราสาทเลยไหมครับ”ผู้ติดตามที่เดินเข้ามาหลังจากที่เตนล์เดินกลับไปและสรรพนามที่เรียกโดยองนั้นก็เป็นดั่งที่ได้ยินเพราะโดยองคือลูกชายเจ้าเมืองข้างๆที่แอบปลอมตัวเป็นเด็กชายธรรมดาของเมืองนี้หวังเพียงเพราะจะเจอกับเตนล์ คนใช้ในปราสาทของแจฮยอนคนที่เขาเห็นว่าเป็นศัตรูหัวใจเพราะใครจะดูไม่ออกว่าแจฮยอนชอบเขาแต่เตนล์ชอบแจฮยอนและที่สำคัญเขานั้นชอบเตนล์


“เราว่าเราจะอยู่อีกสองวันฝากบอกท่านพ่อด้วยว่ายังไม่กลับ”


“แต่ถ้าท่านชายไม่กลับตอนนี้นายท่านอาจจะโกรธเอา”ผู้ดูแลว่าเตือนสติเพราะคุณชายคนนี้ได้ออกนอกเมืองมาได้หลายวันแล้วไม่กลับไปคราวนี้ผู้ดูแลนี่แหละที่จะโดนหนัก


“บอกท่านพ่อว่าเรามีธุระกับลูกชายเมืองนี้แล้วกัน”ผู้ดูแลถอนหายใจพร้อมกับก้มหัวรับและเดินอยกออกไปปล่อยให้อนาคตอาจได้เป็นเจ้าชายทำตามใจไปก่อนเพราะกลับไปปราสาทก็คงจะโดนผู้เป็นบิดาเขี้ยวเข็ญอีกเยอะ

 



                ร่างเล็กที่กลับมาพร้อมหาบน้ำก็ต้องถอนหายใจแรงๆกับความเหนื่อย น้ำไม่หนักมากแต่พอคิดว่าต้องเดินไกลแค่ไหนกว่าจะมาถึงก็ทำเอาเตนล์ลบแทบจับแต่พอเสร็จสิ้นหน้าที่สามเที่ยวแล้วก็ต้อมมีเรื่องที่น่าปวดหัวมาเพิ่มอีก


“ไอ่ลูกหมานายท่านเรียก”เสียงคนใช้ในปราสาทตะโกนออกมาเสียงดังนั่นเป็นการบอกว่าวันนี้เขาจะยังไม่ได้พักและแทยงพี่ชายของเขาคงจะโดนเหมือนกันเพราะเมื่อเช้าเขาแอบเห็นคุณจอห์นนี่ไปหาแทยงด้วย


“เร็วสิวะแกอยากโดนขังอีกรอบรึไง”เพียงแค่คำว่าขังก็ทำให้เตนล์รีบวิ่งตามไปทันทีอย่างไม่ต้องรอ แม้จะโดนบ่อยแต่ยอมรับเลยว่าการถูกขังล่ามโซ่คือสิ่งที่บั่นทอนจิตใจเตนล์ขั้นแรงที่สุดก็ว่าได้และเมื่อจินตนาการว่าไม่มีแทยงอยู่ด้วยป่านนี้เตนล์คงสติแตกไปแล้ว




__________________________________________________________________________________________________

เพิ่งแต่งแนวนี้ครั้งแรกยังไงก็มีความผิดพลาดบ้างขออภัยมา ณ ที่นี้ ตื่นเต้นค่ะ 5555

จริงๆอยากใช้ภาษาตัวละครแบบยุคโบราณพูดข้าเจ้าแต่เราว่าเป็นภาษาปกติมันแปลกดีไม่ชอบยังไงขออภัยด้วยนะคะ ที่สำคัญเรื่องแนวนี้แต่งยากแต่เราจะไม่เทค่ะแต่เรื่องการอัพอาจจะไม่ถี่แต่ก็ไม่นานเกินไปงงไหมเรางง สุดท้ายนี้เหนือกว่าการแต่งเนื้อเรื่องก็คือคิดชื่อตอนนี่แหละ 555555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจริงๆค่ะฝากด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #120 Wica (@Wica) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 16:11
    สงสารน้องงงง
    #120
    0
  2. #117 Yingmei_rj (@Yingmei_rj) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 07:25
    ฮือ น่าสงสารอ่า
    #117
    0
  3. #72 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 17:57
    ฮืออทำไมหนูช่างน่าสงสารอย่างงี้นะเตนล์ หนูเป็นเด็กดี สักวันหนูจะต้องหลุดพ้นได้แน่ สู้ๆนะลูกก/หอมหัว
    #72
    0
  4. #46 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:15
    สงสารเตนล์ ฮือออ
    #46
    0
  5. #13 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 04:23
    ชอบค่ะ น่าสนใจดี อยากอ่านพล็อตเรื่องแบบเจ้าชาย ปราสาทอะไรแบบนี้มานานแล้ว ^^ สู้ๆนะคะ
    #13
    0
  6. #2 ANZHELA. (@12111993) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 21:42
    สงสารพี่น้องเค้า ฮืออ.
    #2
    0