หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 9 : บทที่.8 [รีไรท์] ช่วยไม่ว่าแต่กอดทำไม!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,290 ครั้ง
    19 ก.ย. 62


หนึ่งเดือนผ่านไป….



หลังจากที่หานฝูกลับไปได้สามวัน กำหนดการวันมงคล ยังมีชุดเจ้าสาวที่ถูกนำมาให้เขาเลือกสรรอีกมากมายถูกส่งมาที่หออวิ้นเหมย แต่ในเมื่อคนที่ต้องแต่งไม่ใช่เขาจะสนใจของพวกนี้ไปเพื่ออะไร


คนที่ต้องรับภาระหนักทั้งที่ร่างกายยังไม่หายดี ก็คือเพ่ยลี่หลาน เขาไปเยี่ยมเยียนอีกฝ่ายเป็นระยะช่วยจัดการทุกอย่างให้จนเรียบร้อย ใช้เวลาที่เหลือในการฝึกเดินลมปราณควบคุมปราณสายฟ้าในกาย และใช้ลูกแก้วในการสกัดจุดคู่ต่อสู้ วิธีนี้มี่ถงช่วยดัดแปลงและฝึกสอนให้เขา โดยใช้ศาสตร์เดียวกันกับการสกัดจุดด้วยเข็มเงินประยุกต์ให้เข้ากับลูกแก้วอศนีบาตอีกเล็กน้อย ก็เป็นอันใช้ได้


เฟยเมี่ยวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หนึ่งเดือนแล้วที่เขามาอยู่ที่นี่ในฐานะหลิ่งเฟยอวี่ มีชีวิตใหม่ในร่างของคนอื่น มีเรื่องมากมายที่เขาทำลงไปเพื่อให้เควสของระบบสำเร็จ


ตั้งแต่ได้ความทรงจำของหลิ่งเฟยอวี่มา เฟยเมี่ยวก็รู้แล้วว่าใครคือผู้ที่ทำให้หลิ่งเฟยอวี่ต้องตาย และนั่นทำให้แผนการทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น ความทรงจำสุดท้ายของคนงามคือเพ่ยลี่หลานนำน้ำชาหนึ่งกามาให้เขา ทั้งยังคะยั้นคะยอให้ดื่มก่อนที่จะเดินจากไป ใครว่าเพ่ยลี่หลานถูกหลอกในน้ำชานั่นมีพิษอยู่จริง หากจะคิดเอาง่ายๆ ว่าที่เพ่ยลี่หลานลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้เพียงเพราะริษยาในวาสนาของหลิ่งเฟยอวี่ มันก็จะดูง่ายดายเกินไปนัก แค่นายโลมในหอคณิกาจะสรรหายาพิษมาจากที่ใดได้ 


หากเป็นในโลกเดิมของเขาการลอบฆ่าด้วยการใช้ยาพิษก็ยังพอมีให้เห็น ยาพิษรูปแบบต่างๆ ถูกผลิตและขายในตลาดมืดเกลื่อนกลาด เขาเองยังเคยไปหายาแปลกๆ มาใช้ในการทำคดีออกบ่อยไป แต่เท่าที่อ่านประวัติความเป็นมาของโลกใบนี้ นอกจากผู้ที่มีวิชาแพทย์รอบรู้เรื่องสมุนไพรการปรุงยาสกัดพิษ และเผ่ามาร ยากนักที่จะหายาพิษมาใช้ได้ เพราะถึงจะมีขายในตลาดมืดของเผ่ามนุษย์อยู่บ้าง แต่ราคาของมันก็สูงถึงหนึ่งหมื่นตะลึงทองต่อหนึ่งขวดเป็นอย่างต่ำ ยิ่งเป็นยาพิษที่มีสรรพคุณร้ายแรงราคาก็ยิ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ 


พอคิดถึงความเป็นไปได้ ที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเพ่ยลี่หลานจะได้ของหายากเช่นนี้มา มันก็มีแค่หนทางเดียวเท่านั้นคือต้องมีใครสักคนที่ต้องการเอาชีวิตหลิ่งเฟยอวี่มอบให้มา และด้วยเรื่องของหานเจี่ยฟงทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่า มันอาจจะเป็นเหมือนในหนังน้ำเน่าที่เขาเคยดูที่พวกเมียหลวงจะหาทางกำจัดคนที่จะมาแย่งสามีตน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีที่ต่ำช้าเพียงใดพวกนางก็จะทำ 


เฟยเมี่ยวก็เลยสร้างเรื่องราวต่างๆ อย่าง'จงใจ'ให้เกิดขึ้นเพือชักนำให้เพ่ยลี่หลานยอมคายความลับเรื่องผู้ที่มอบยานี้ให้ออกมา แล้วโชคก็อยู่ข้างเขาทั้งที่ยังไม่ทันได้เดินออกไปหา อีกฝ่ายกับรนหาที่ตายด้วยการมายืนข่มขู่เขาถึงหน้าประตูห้องครัว ทุกอย่างก็เลยยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่และเขาก็จงใจไม่บอกกล่าวความจริงในข้อนี้แก่มี่ถง และท่านแม่ตั้งแต่แรกเขารับปากเพียงว่าจะแก้แค้นให้แต่ไม่ได้บอกว่าใครคือคนที่ฆ่าหลิ่งเฟยอวี่ ถึงเขาจะรู้สึกสงสารและรับรู้ได้ว่าทั้งสองคนนั้นยอมรับในตัวเขาอย่างจริงใจ แต่เฟยเมี่ยวก็อยากให้ทุกอย่างมันดำเนินต่อไปตามแผนการที่เขาวางไว้ และไม่อยากให้ใครยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เขาคิดจะทำ 


หากจะถามว่าเหตุใดไม่ใช้พลังพิเศษที่มีก็ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่ามันน่าเบื่อมาก แค่จัดการศัตรูสำหรับเขาไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย เพียงแต่หากเลือกได้เฟยเมี่ยวก็อยากจะเห็นคนพวกนั้นทำลายกันเองจนพินาศย้อยยับไปทั้งสองฝ่ายเสียมากกว่าให้จบง่ายอย่างง่ายดาย ด้วยการบีบให้อีกฝ่ายพูดออกมาแล้วฆ่าทิ้ง มีเรื่องสนุกให้ดูทั้งยังไม่ต้องเปลืองแรงลงมือ เช่นนี้ต่างหากคือการสำเร็จภารกิจแบบสวยงามของเขา 

 

ทั้งยังมีความเพลิดเพลินคั่นเวลาอีกเล็กน้อยด้วยการปั่นหัวเพ่ยลี่หลานเล่น สายตาที่เพ่ยลี่หลานใช้มองเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เขาช่วยชีวิตอีกฝ่ายไว้นั้น ก็เป็นความตั้งใจของเขาอีกเช่นกัน ถึงภายนอกตอนนี้เขาจะเป็นหลิ่งเฟยอวี่ผู้งามล้มเมืองแต่ข้างในเขาก็ยังคงเป็นเฟยเมี่ยว ด้วยความสามารถและเทคนิคในด้านการล้างสมองคนอื่น เฟยเมี่ยวมั่นใจว่าตัวเองไม่เป็นสองรองใครแน่นอน ไม่ต้องพึ่งพาพลังพิเศษแค่ตัวเขาเองก็สามารถทำให้ผู้คนมาสยบอยู่แทบเท้าได้ หากเขาต้องการ


 เพียงแต่เขาไม่ค่อยได้ทำเช่นนี้บ่อยนัก เพราะอาจวินชอบหาว่าเขาหว่านเสน่ห์ไปทั่วอันไหนงานอันไหนแค่เล่นสนุกก็ปะปนกันไปหมด พักหลังๆ ที่คิดจะจริงจังกับอีกฝ่ายเรื่องพวกนี้เขาก็ไม่ค่อยได้ทำแล้ว


นายน้อยขอรับ”  มี่ถงเดินเข้ามาพร้อมกับห่อผ้าเล็กๆ ในมือ


ได้มาแล้วหรือ”  


นี้เป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่ข้าจะหาได้แล้วขอรับเขารับห่อผ้ามาถือไว้แล้วเปิดออกดู ข้างในมีขวดหยกสีขาวอยู่หนึ่งขวด พอลองเขย่า ๆ ดูก็พบว่าตัวยาเป็นน้ำพิษสำหรับมนุษย์เป็นของหายาก แต่ไม่ใช่กับมารอย่างมี่ถง 


อีกอย่างคือหน้ากากหนังมนุษย์ที่ถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ให้เหมือนกับใบหน้าของเขา ตอนแรกที่ถามมี่ถงว่ามีของแบบนี้ไหมก็ไม่คิดว่ามันจะมีหรอก เพียงแต่มันดันมีขึ้นมาจริงๆ เสียนี่เขาก็เลยเบาแรงไปได้อีกหลายส่วน


ใช้ยังไง” 


พิษนี้มีชื่อว่าจิตสลายขอรับ ใช้ผสมลงในอาหารหากได้รับพิษนี้เข้าไป จิตวิญญาณจะถูกกัดกินอย่างรวดเร็ว ไม่เกินหนึ่งเค่อก็จะต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยแน่นอนขอรับ


ทำไมต้องหนึ่งเค่อ?”


ยานี่จะออกฤทธิ์ตามสภาพร่างกายของผู้ที่กินขอรับอย่างช้าคือหนึ่งเค่อ อย่างเร็วคือกินแล้วตายทันที


ดี!!”  เขายกยิ้มสดใสวิธีฆ่าคนที่ทำให้มือตัวเองสะอาดที่สุด ก็คือการใช้พิษนี่แหละเหมือนกับที่มันทำกับคนงาม นี่เรียกว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง 


เอาไปให้เพ่ยลี่หลาน บอกมันว่านี่เป็นเพียงยานอนหลับธรรมดาเท่านั้นเขาโยนขวดยาและหน้ากากหนังมนุษย์ให้มี่ถง แล้วหันกลับไปมองข้างนอกหน้าต่างต่ออย่างเหม่อลอย ถึงอย่างไรเขาก็มิใช่คนที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างหลิ่งเฟยอวี่ จะฆ่าคนเพิ่มอีกสักหลายคนหน่อยจะเป็นไรไป


ทำไมท่านไม่เอาไปให้เองเล่าขอรับมี่ถงขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่อยากไปเจอหน้าเพ่ยลี่หลานเลยทเหตุใดต้องให้เขาไปด้วย


เพราะข้าเป็นเจ้านายอย่างไรเล่าเฟยเมี่ยวตอบอีกฝ่ายอย่างไม่แยแสสีหน้าเหวอๆ หลังจากฟังคำตอบของเขา


มี่ถงพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปอย่างมึนงง คนเช่นนี้ก็มีด้วย วันที่ท่านอยากเป็นสหายท่านก็เป็น วันที่ท่านนึกอยากเป็นเจ้านายท่านก็ตอบกลับมาง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาคำนวนอายุไขตนเองอีกครั้งในใจ ต้องให้เวลากี่ร้อยปีกันถึงจะสามารถเข้าใจคนผู้นี้ได้….


ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับวันนี้ เพ่ยลี่หลานถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นหลิ่งเฟยอวี่ ในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลวดลายงดงาม


เฟยเมี่ยววางมือลงบนบ่าของอีกฝ่ายบีบเบาๆ อย่างปลอบโยน ท่านไม่ต้องตื่นเต้นทุกอย่างจะไม่เป็นอะไร” 


เฟยเอ๋อร์ ข้ากลัว” 


ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว สิ่งที่ท่านต้องทำก็มีเพียงแค่นำยาที่ข้าให้มี่ถงนำมามองให้ท่านเมื่อหลายวัน ก่อนผสมลงไปในน้ำแกงหรือชาที่หานเจี่ยฟงและโจเจียวซิ่นดื่มแล้วจุดพลุส่งสัญญาณบอกข้าเท่านั้นก็พอ ที่เหลือข้าและมี่ถงจะจัดการเองเขามองเพ่ยลี่หลานที่ทำสีหน้าท่าทางหวาดกลัวอย่างใสซื่อ แต่ในแววตากลับมีเพียงความเคียดแค้นชิงชัง คนเช่นนี้ไม่มีทางทำให้แผนที่เขาวางไว้พังเด็ดขาด 


ข้าจะพยายาม จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง” 

เกี้ยวเจ้าสาวขนาดกลางมารับเพ่ยลี่หลานถึงหน้าหออวิ้นเหมย โดยทุกอย่างอยู่ในสายตาของเขาและมี่ถงที่แอบมองลงมาจากชั้นบนของหอ


เสียงฝีเท้าเบาบางของสตรีก้าวเข้ามาภายในห้อง มี่ถงแจ้งเรื่องทุกอย่างแก่นางเอาไว้แล้วเพียงแต่หลิ่งฮวาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี นางมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องราวมันจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่บุตรชายของนางคิด  จึงมาดูให้แน่ใจว่าเฟยเอ๋อร์ของนางเป็นเช่นไรบ้าง


ท่านแม่ นั่งก่อนขอรับ”  เฟยเมี่ยวเมื่อเห็นว่าผู้ใดเดินเขัามาภายในห้อง ก็ยิ้มรับพลางรินน้ำชาให้อีกฝ่าย


แม่สังหรณ์ใจไม่ดีเลย เฟยเอ๋อร์เจ้าไม่ไปได้หรือไม่?” หลิ่งฮวาจับมือบางของบุตรชายไว้อย่างขอร้อง เฟยเมี่ยวทำเพียงยิ้มรับแลัวกล่าวเสียงเรียบ


ท่านอย่าได้กังวลขอเพียงผ่านวันพรุ่งไปเท่านั้น ทุกอย่างก็จะจบแล้ว”  เขาไม่คิดจะยืดเวลาอีกในเมื่อรู้แล้วว่าเป้าหมายคือใคร ก็ควรรีบกำจัด


ความจริงเขาหลอกเพ่ยลี่หลานว่ายานั่นเป็นยานอนหลับธรรมดา มิได้เล่ารายละเอียดอะไรให้อีกฝ่ายฟัง บอกไปเพียงต้องการที่จะจับตัวหานเจี่ยฟงและโจเจียวซิ่นมาก็เท่านั้น จะว่าโหดเหี้ยมก็ได้เพียงแต่การต้องลงมือฆ่าอีกฝ่ายด้วยมือตนเองไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำ แค่สามคนนี้เท่านั้น ขอชีวิตพวกมันแค่สามคนเท่านั้นหนี้แค้นนี้ก็ถือว่าจบสิ้นแล้ว


บ้านตะกูลหาน…..


พิธีการต่างๆ ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายโดยไม่มีคนของหออวิ้นเหมยเหยียบเข้ามาในเขตจวนสกุลหานแม้แต่คนเดียว การเข้าห้องหอดำเนินไปจนถึงรุ่งสางเพ่ยลี่หลานที่ปลอมตัวเป็นคนงามจำต้องตื่นแต่เช้า เพื่อหอบสังขารอันอิดโรยจากการร่วมหอกับหานเจี่ยฟงเมื่อคืนมาคำนับเหล่าฮูหยินของหานเจี่ยฟง ในฐานะอนุภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าจวนตามขนบธรรมเนียมอย่างไม่เต็มใจนัก พอมาถึงก็พบเพียงฮูหยินใหญ่ฮูหยินรอง ที่เขาเกือบจะได้แย่งตำแหน่งอีกฝ่ายและอนุภรรยาอีกหนึ่งคน กลับไม่มีโจเจียวซิ่นอยู่ที่นี่ด้วย


เฟยอวี่คำนับฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรอง พี่หญิงขอรับ


ไม่ต้องมากพิธีไป ลุกขึ้นเถอะ”  เพ่ยลี่หลานลุกขึ้นตามที่ฮูหยินใหญ่บอก แล้วเริ่มยกน้ำชาให้กับทุกคน พูดคุยกับทุกคนเสร็จสับเขาก็ขอตัวไปปรนนิบัติหานเจี่ยฟงล้างหน้าแต่งตัว ในเมื่อโจเจียวซิ่นไม่ยอมมาเขาจะไปหาอีกฝ่ายถึงเรือนก็ย้อมได้ เขาช่วยหานเจี่ยฟงแต่งตัวจนเรียบร้อยจึงเริ่มพูดคุยสิ่งที่จะทำต่อ


เมื่อเช้าเฟยอวี่ได้ไปคำนับฮูหยินใหญ่และพี่หญิงทั้งหลายแล้วขอรับ เพียงแต่…” เขาตีสีหน้าเศร้าสร้อยเพื่อให้หานเจี่ยฟงสงสารแล้วมันก็ได้ผล


เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดจึงมีสีหน้าเศร้าสร้อยเช่นนั้นเล่าเฟยเอ๋อร์ หรือพวกนางรังแกเจ้า!! ข้าจะไปจัดการพวกนางเอง


มิใช่ขอรับมิใช่  ท่านพี่ใจเย็นก่อนเพ่ยลี่หลานเข้าไปกอดแขนที่เต็มไปด้วยไขมันของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่ ทั้งที่ใจจริงเขานั้นแสนรังเกียจ


เพียงแต่ พี่หญิงโจมิได้มาที่เรือนใหญ่เมื่อเช้า เฟยอวี่เลยคิดว่าพี่หญิงโจอาจจะ อาจจะรังเกียจเฟยอวี่จึงไม่ยอมมารับการยกน้ำชาจากข้าน่ะขอรับเขาตอบกลับเสียงเศร้า 


หานเจี่ยฟงขมวดคิ้วมุ่น โจเจียวซิ่นอนุภรรยาอีกคนของเขา?  อ้อ  ซิ่นเอ๋อร์นางร่างกายอ่อนแอคงจะไม่สะดวกมาที่เรือนใหญ่น่ะ เอาอย่างนี้ เย็นนี้ข้าค่อยพาเจ้าไปทำความรู้จักกับนางดีหรือไม่?” 


เพ่ยลี่หลานยิ้มหวานออกมาแล้วตอบด้วยน้ำเสยงยินดี  ดีที่สุดเลยขอรับ



เรือนอนุภรรยาโจ



โจเจียวซิ่นออกมายืนรอรับที่หน้าเรือน ตั้งแต่ที่หานเจี่ยฟงให้บ่าวรับใช้มาแจ้งว่าจะมาหา แต่พอเห็นว่าคนที่มาหาตนในวันนี้กลับเป็นอนุภรรยาคนใหม่ของสามีตน นางก็เกิดความหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก ทำไมมันยังไม่ตายไปอีก!! 


พอนางได้ยินว่าท่านพี่หานจะตบแต่งหลิ่งเฟยอวี่เข้าจวนนางก็แทบจะอกแตกตาย จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเพ่ยลี่หลานบอกนางว่าให้หลิ่งเฟยอวี่ดื่มชานั่นแล้ว นางจ้องมองหลิ่งเฟยอวี่อย่างไม่เป็นมิตรเพียงแต่ตอนนี้คนมากเกินไปจึงทำอะไรมากไปกว่านี้มิได้แล้ว


เจ้าต้องการอะไร”  


ข้าเพียงอยากมายกน้ำชาให้ท่าน ถือเป็นการทำความเคารพผู้ที่อยู่มาก่อน”  


มีอะไรเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”  หานเจี่ยฟงเอ่ยขึ้นแล้วจูงมือคนงามของเขาเข้าไปข้างใน หาได้ชายตามองผู้เป็นเจ้าของเรือนไม่


เมื่อเข้ามาด้านในเพ่ยลี่หลานก็จัดการชงชาด้วยตนเอง และยื่นให้หานเจี่ยฟงดื่ม หลังจากนั้นจึงยื่นให้แก่โจเจียวซิ่น แต่โจเจียวซิ่นกลับเมินเฉยทั้งยังมองอย่างไม่วางใจ


ข้าไม่กิน!!


เฟยเอ๋อร์ยกชาให้เจ้า เจ้าก็รับไปเสีย” 


เสียงของหานเจี่ยฟงดังขึ้นมา วันนี้คุณชายตระกูลหานมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ตบแต่งคนงามของเขาเข้าจวน เขาอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่อีกฝ่ายเพื่อให้เฟยเอ๋อร์ของเขาพอใจ แต่โจเจียวซิ่นกลับทำท่าทางรังเกียจที่จะรับไมตรีของคนงาม นั่นทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมา


ไม่เป็นไรขอรับท่านพี่ คงเป็นเฟยอวี่ที่กระทำการเอาแต่ใจเกินไปจนพี่สาวไม่พอใจ


เสแสร้งนัก!!”  


หานเจี่ยฟงพอได้ยินคำๆ นี้ก็เกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เฟยเอ๋อร์ของเขาทำดีด้วยแต่โจเจียวซิ่นอนุภรรยาผู้นี้ของเขากลับว่าร้ายอีกฝ่ายอย่างหน้าไม่อาย เจ้าหุบปาก


ท่านพี่!!


โจเจียวซิ่นชักสีหน้าใส่หลิ่งเฟยอวี่ มองหานเจี่ยฟงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ดึงถ้วยชาจากมือของเพ่ยลี่หลานมาแล้วยกขึ้นดื่มจนหมด ต่อหน้าสามีของนางต่อให้ไม่ชอบใจนางก็ไม่อยากขัดใจอีกฝ่าย 


หานเจี่ยฟงในสายตาผู้อื่นอาจจะเป็นเพียงชายอัปลักษณ์ผู้มีเงินทอง แต่สำหรับนางเขาคือสามีที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น นางยอมทำทุกวิถีทางสูญเสียอะไรไปตั้งมากมายก็เพื่อได้ใช้ชีวิตเป็นคู่ผัวตัวเมียกับอีกฝ่าย ต่อให้ต้องเป็นเพียงอนุภรรยาต่ำต้อยนางก็ยอม แต่พอมีหลิ่งเฟยอวี่ปรากฏตัวขึ้นมา สามีของนางก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่ใส่ใจนางรักนางมากที่สุดกลับเอาแต่ละเมอเพ้อหาคนงามแห่งหออวิ้นเหมยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


เฟยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย ปกตินางมิได้อารมณ์ร้ายเป็นแม่เสือเช่นนี้ คงจะไปโมโหอะไรมานั่นแหละ


“...ขอรับ


เพล้ง!!


อึก….อ๊ากก”  หานเจี่ยฟงล้มลงกับพื้น ร่างกายปวดแสบปวดร้อนทรมานไม่นานนักก็สิ้นใจ ร่างกายที่ยังคงปกติดีเมื่อครู่กลับเน่าเปื่อยกลายเป็นซากศพในพริบตา


!!!


ท่านพี่!!”  โจเจียวซิ่นเบิกตากว้างมองสามีของตน  เกิดอะไรขึ้น  คำถามมากมายประทุขึ้นมานางเรียบเรียงคำถามและความสงสัยในหัว ทั้งความเสียใจที่ไม่ทันตั้งตัววิ่งเข้าไปกอดประคองซากศพเน่าเหม็นไร้วิญญาณของหานเจี่ยฟง แล้วกรีดร้องแทบขาดใจฮึก...ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้นท่านฟื้นสิท่านพี่!!


เพ่ยลี่หลานที่เห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตา ทั้งยังเน่าเปื่อยทันทีก็ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้ทำนะ  ยังมิทันได้ทำอันใดเลย เขาก็เพียงแค่ พอคิดมาถึงตรงนี้ตัวของเพ่ยลี่หลานก็ชาวาบ ยานั่นหรือว่า ยังมิทันได้คิดอะไรต่อ ร่างทั้งร่างก็ถูกเหวี่ยงติดกำแพงอย่างแรงจนกระดูกแทบหัก


เป็นเจ้าที่ทำ!!”  เพ่ยลี่หลานมองไปตามเสียงของโจเจียวซิ่น แต่สิ่งที่เห็นทำเอาเขาลมแทบจับจะ จะ โจเจียวซิ่น  เป็นปีศาจ!!! 


ลิ้นยาวแลบออกมารัดคอเพ่ยลี่หลานแน่น แล้วยกขึ้นสูงจากนั้นเหวี่ยงอีกฝ่ายลงพื้นอย่างแรง ร่างกายของโจเจียวซิ่นค่อยๆ กลายสภาพกลายไปเป็นปีศาจกิ้งก่าตามเดิมแล้วเดินเข้าไปหาเพ่ยลี่หลานช้าๆ พลางกล่าวว่า


เหตุใดจึงสังหารสามีข้า!!”  นางโมโหจนแทบจะทำลายเมืองทั้งเมืองได้อยู่แล้ว 


เพ่ยลี่หลานน้ำหูน้ำตาไหลพรากเกิดมาทั้งชีวิตเขาไม่เคยพบเจออะไรที่น่าเกียจน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนเลย เขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวแล้วกล่าวกับอีกฝ่ายว่า ยะ  อย่าทำอะไรข้าเลย ข้ากลัวแล้ว ฮึก” 


เหตุใดจึงต้องฆ่าสามีของข้า!! หากตอบคำถามข้าได้ข้าจะปล่อยเจ้าไป


เป็น  เป็นหลิ่งเฟยอวี่ หลิ่งเฟยอวี่เป็นผู้ทำทั้งหมด!!


เจ้าไม่ใช่หลิ่งเฟยอวี่?”  เพ่ยลี่หลานดึงหน้ากากหนังมนุษย์ที่เฟยเมี่ยวสวมให้ทิ้งไปอย่างไม่แยแส เขาสารภาพแผนการ และเรื่องราวทั้งหมดที่เขารู้ให้แก่โจเจียวซิ่นฟัง เพราะเขาเองก็ถูกหลอกเช่นกัน ยาบ้านี่มิใช่เพียงยานอนหลับ หลิ่งเฟยอวี่ยืมมือเขาฆ่าคน!!


โจเจียวซิ่นเมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดในใจก็เกิดความเคียดแค้นชิงชังเป็นอย่างมาก เขาทำผิดพลาดที่ตรงไหนกัน เหตุใดคนที่ควรต้องตายไปแล้วกลับมาแว้งกัดเขาได้อีก แต่ไม่เป็นไรในเมื่ออีกฝ่ายคิดท้าทายเขา ตัวเขาเองก็หาได้หวาดกลัวไม่ เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดากลับคิดเป็นศัตรูกับปีศาจช่างโง่เขลายิ่งนัก  


นางให้เพ่ยลี่หลานส่งสัญญาณบอกหลิ่งเฟยอวี่ว่าวางยาสำเร็จ แล้วจากนั้นจึงกล่าวกับอีกฝ่ายว่าเจ้าทำดีมาก


เช่นนั้น  เจ้าก็ปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่”  เพ่ยลี่หลานถามอย่างมีความหวัง


ได้สิ  แต่เป็นให้เจ้าไปใช้ชีวิตต่อในนรกนะ”  กล่าวจบลิ้นยาวก็รัดคอเพ่ยลี่หลานแล้วสบัดใส่กับผนังห้องอย่างแรง อีกฝ่ายคอหักและสิ้นใจในทันที  ที่เหลือก็เพียงแค่รอให้หลิ่งเฟยอวี่มาดูผลงานของตนเองก็เท่านั้น 


นางเดินเข้าไปกอดร่างของหานเจี่ยฟงไว้แน่นอย่างหวงแหนแล้วกล่าวว่า ท่านพี่เป็นเพราะท่านไม่รู้จักพอ จึงเป็นเช่นนี้ ไม่เป็นไร ฮึก ไม่เป็นไรอีกเดี๋ยวข้าจะตามท่านไปไม่ต้องกลัวว่าท่านจะเหงาเลย แต่ขอเวลาให้ข้าได้ลากตัวคนที่ฆ่าท่านอย่างโหดเหี้ยมลงนรกไปพร้อมกับข้าด้วย!!” 


นางเองก็ได้รับพิษนี้เพียงแต่ตัวนางก็มีพิษมันจึงไม่มีผลอะไร


ยามซวี


ไม่นานหลังจากเห็นพลุสัญญาณ มี่ถงและเฟยเมี่ยวก็มาถึงหน้าจวนสกุลหาน ภายในจวนเงียบเชียบจนผิดสังเกต มี่ถงกล่าวกับผู้เป็นนายว่า


ให้ข้าเข้าไปดูก่อนเฟยเมี่ยวพยักหน้ารับแล้วยืนรออยู่ด้านนอก


ผ่านไปหนึ่งเค่อแล้ว มี่ถงก็ยังไม่ออกมาเฟยเมี่ยวจึงตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในเพื่อตามหา ด้านในนั่นช่างแสนเงียบเชียบนี่บ้านนี้เขานอนเร็วกันหรือ เขาเดินมาได้สักพักก็เห็นเรือนด้านหลัง หลังหนึ่งมีแสงไฟจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เมื่อมองแล้วว่าแถมนี้ไม่มีใครจึงเปิดประตูเรือนเข้าไปภายใน แต่เมื่อเข้ามาถึงส่วนที่เป็นห้องโถงเขากลับต้องผละถอยหลังอย่างตื่นตระหนก มีอะไรบางอย่างพุ่งเข้าใส่เขาอย่างแรง บ้านตอนนี้ก็เหมือนบ้านผีสิงใครไม่ตกใจก็บ้าแล้ว


เขาซัดลูกแก้วใส่สิ่งที่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วจนมันหดกลับเข้าไปในปาก  ใช่  กลับเข้าปากไปเมื่อครู่นี้ นี่มันลิ้นนี่น่า!! เฟยเมี่ยวอ้าปากค้างมองสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนอย่างตกตะลึง เดี๋ยวนะ นี่คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าปีศาจใช่ไหม เฮ้ยทำไมไม่มีใครบอกว่าบ้านของไอ้คุณชายหมูตอนนั่นมีปีศาจเลยล่ะ….


เฟยเมี่ยวก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว เตรียมตัวจะวิ่งหนีไปตั้งหลักก่อน แต่ก็ต้องสะดุดหัวเกือบทิ่มเพราะเตะอะไรสักอย่างเข้าอย่างจังพอก้มลงไปมองดู


เป็นเพ่ยลี่หลาน ไม่สิ เป็นศพของเพ่ยลี่หลาน!


กลัวหรือ”  เสียวหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยถาม


ข้าหรือกลัว ข้าแค่ตกใจ!”  


เช่นนั้นหรือ


แล้วเจ้าเป็นใครเฟยเมี่ยวทำใจดีสู้ปีศาจ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย ยังมีลูกแก้วที่ใช้ป้องกันตัวได้เดินลมปราณใช้สายฟ้าได้อีกนิดหน่อย ตามที่มี่ถงสอนมาคงจะพอเอาตัวรอดจากตรงนี้ไปได้


โจเจียวซิ่น


"..." เขากรีดร้องในใจเสียงดังลั่น จนถ้าระบบฟังอยู่คงมีรำคาญกันบ้างละ


 'นี่ระบบทำไมคุณไม่บอกผมว่าโจเจียวซิ่นเป็นปีศาจ


ระบบ [ ผู้เล่นไม่ได้ถาม ]


"..." เฟยเมี่ยวก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง เพ่ยลี่หลานกลายเป็นศพไปแล้ว แสดงว่าโจเจียวซิ่นรู้แล้วว่าเป็นแผนการของเขา หากคิดจะสู้กับอีกฝ่ายอย่างไรในตอนนี้เข้าก็แพ้แน่ จะทำอย่างไรดี มือขวากำลูกแก้วอสนีบาตแน่น ถ้าซัดใส่อีกฝ่ายด้วยฝีมือเขาตอนนี้โจเจียวซิ่นต้องหลบได้อย่างง่ายดายเป็นแน่ 


ระบบ [ ประกาศคำสั่งเสริม เควสระดับต้นการแก้แค้นของหลิ่งเฟยอวี่ผู้เล่นต้องกำจัดโจเจียวซิ่น ]


ได้ฟังไหมว่าผมกำลังหาทางหนีอยู่นะระบบ!!


เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ตอนแรกก็คิดว่าแค่งานง่ายๆ แต่นี่อีกฝ่ายเป็นปีศาจเลยนะ ถ้ามันสำเร็จตามแผนเขาคงจะแปลกใจกว่านี้  ในเมื่อไม่เหลือทางให้ถอยแล้ว เฟยเมี่ยวจึงตัดสินใจซัดลูกแก้วอสนีบาตใส่โจเจียวซิ่ง และเป็นไปตามคาดอีกฝ่ายหลบได้ทั้งยังพุ่งตัวเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เขารวบรวมปราณสายฟ้าไว้ที่มือซ้ายแล้วซัดฝ่ามือออกไปกระแทกเข้ากับฝ่ามือของโจเจียวซิ่น  กระแสปราณสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง เป็นเฟยเมี่ยวที่ถูกปราณมารของอีกฝ่ายซัดเข้าเต็มๆ กลางอกกระเด็นไปกระแทกประตูจนเจ็บไปหมด  


อึก…”  เขาใช่มือขวากุมอก เจ็บและชาไปทั้งร่างนี่เป็นความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาร้องเตือนว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ต้องเป็นเขาที่ตายเป็นรายต่อไปแน่  


 จะให้มาตายในที่แบบนี้ทั้งที่ยังทำภารกิจแรกไม่สำเร็จเลยเนี่ยนะ แล้วไหนจะข้างนอกหออวิ้นเหมยที่เขายังไม่เคยเห็นอีก ใต้หล้าที่มีอะไรอีกมากมายให้เขาทำ เจ้าทึ่มอาจวินที่รอเขาอยู่ จะให้มาตายเพราะแพ้ปีศาจลิ้นยาวแบบนี้เนี่ยนะไม่มีทาง  เขารอบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดตะโกนออกไปดังลั่น


หยุดอยู่ตรงนั้น!!โจเจียวซิ่นหยุดชะงักไปทันทีเมื่อเฟยเมี่ยวกล่าวจบ นางพยายามจะขยับเขยื้อนเท่าใดก็ไร้ผล จึงใช้สายตาจ้องมองคนที่ทำให้ตนเป็นเช่นนี้อย่างชิงชัง


เจ้ามนุษย์อวดดี เจ้าทำอะไรปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!”  


เฟยเมี่ยวสูดลมหายใจลึกสะกดกั้นความเจ็บปวดแล้วลุกขึ้นยืน เจ็บกว่านี้เขาก็เคยเจอมาแล้วแค่โดนอัดใส่ประตูแค่นี้นับเป็นอะไรได้ เขาพาร่างบอบบางอันบอบช้ำเดินเข้าไปหาโจเจียวซิ่นอย่างเชื่องช้า หยิบมีดพกจากในแขนเสื้อที่มี่ถงมอบให้ยามฉุกเฉินขึ้นมา แล้วดึงมันออกจากฝัก


เจ้าคิดจะทำอะไร!!” 


ถามโง่ๆ เจ้าเห็นข้ากำลังเล่นหมากล้อมอยู่หรือไง?” 


เจ้า!!”  โจเจียวซิ่นแผ่จิตสังหารออกมาอย่างดุดัน เฟยเมี่ยวมองอีกฝ่ายที่โกรธจนเส้นเลือดในสมองแทบแตกตายแล้ว ก็ได้แต่ส่งเสียงเหอะออกมาหนึ่งคำ เขาไม่ได้ตั้งใจจะกวนโจเจียวซิ่นเลยจริงๆ แต่ปากมันไปเอง 


เจ้า เจ้า เจ้า อยู่ได้ อยากกล่าวสั่งเสียอะไรก็รีบกล่าวเสีย” 


เหตุใดจึงฆ่าสามีข้า!!


หานเจี่ยฟง?”  เขามองไปรอบๆ ห้องก็พบร่างเน่าเฟะของใครบางคนนอนอยู่ที่พื้นข้างหลังของโจเจียวซิ่น คาดว่าคงจะเป็นหานเจี่ยฟงที่ถูกพิษที่เขามอบให้เพ่ยลี่หลาน เขาร้องอ้อขึ้นมาหนึ่งคำ แล้วตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยคำถามเช่นเดียวกัน

แล้วเหตุใดเจ้าจึงคิดฆ่าข้า?” 

โจเจียวซิ่นกล่าวอย่างดุร้ายว่า เพราะเจ้าคิดแย่งสามีข้า!


ข้าหรือ? ไม่ใช่สิ หมายถึงเฟยอวี่คนงามเนี่ยนะคิดแย่งสามีของนาง..  ปีศาจแซ่โจผู้นี้ใช่ดวงตามืดบอดเพราะรักหรือไม่ จึงได้คิดว่าคนที่งดงามเป็นหนึ่งไม่มีสองอย่างหลิ่งเฟยอวี่จะมาแย่งเจ้าตือโป๊ยก่ายนี่กับตน   เอาเถอะเรื่องความรักหากเกิดแล้วก็ไม่เลือกว่าเป็นผู้ใดหรอก เขาเองก็เคยผ่านมันมาก่อนหาได้คิดดูถูกความรักที่อีกฝ่ายที่มีต่อสามีไม่ เพียงแต่สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องทำจะให้ใจอ่อนทั้งที่ฆ่าสามีนางตายแล้วก็ไม่ใช่เรื่อง ทั้งหมดคงต้องโทษความหึงหวงแบบไม่ลืมหูลืมตาของนางแล้ว


เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเพียงเพราะความหึงหวงเองหรือนี่ ช่างน่าขันนัก โจเจียวซิ่น หากว่าหานเจี่ยฟงมีใจรักซื่อตรงต่อเจ้าจริง เหตุใดจึงประกาศแต่งข้าเข้าจวนเหตุใดจึงยังแจกจ่ายความรักที่เจ้าเทิดทูนให้แก่ผู้อื่นอีกเล่า?” เขาวางใบมีดแหลมคมทาบทับบนลำคอขาวของโจเจียวซิ่นแล้วกล่าวอย่างเนิบช้า


เพื่อผู้ชายไม่รักดีผู้หนึ่ง เจ้าถึงกับคิดช่วงชิงชีวิตของข้านี่ไม่เรียกว่าทำตัวโง่งมเกินไปหรือ


หุบปากเจ้ามันจะไปรู้อะไร ใครจะตายข้าต้องสนหรือ เพื่อให้ได้อยู่กับเขาข้าเหยียบย่ำซากศพของผู้คนมาตั้งเท่าไหร่ ความรักที่ข้าต้องการเขาให้ข้าแล้วแต่เป็นเจ้าเป็นเจ้าที่แย่งมันไป!!”  


เฟยเมี่ยวที่ได้ฟังเช่นนั้นก็กดใบมีดกรีดผ่านเนื้อเข้าไปจนเกิดแผล แต่โจเจียวซิ่นก็ไม่แม้แต่จะกรีดร้องออกมาหรือขอความเมตตา ดวงตาสีนิลของเฟยเมี่ยวหรี่ลงอย่างคุกคาม นี่ถึงกับฆ่าผู้บริสุทธิ์เชียวหรือ เขาไม่กล้าพูดว่าตนเองนั้นเป็นคนดีแต่ในสีเทาของเขา  เขาก็ไม่เคยเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นโดยไร้ความผิดและเกลียดชังวิธีการเช่นนี้เป็นที่สุด


ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว หนี้แค้นทั้งหมดก็มาทำให้มันจบเสียเถิดโจเจียวซิ่น”  เขากำด้ามมีดแน่นเตรียมกดลงบนลำคอของอีกฝ่าย


ตึก ตึก


!?


เพียงเสี้ยววินาทีกลับกลายเป็นเขาที่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น แม้แต่แรงที่จะถือมีดก็ไม่มีเหลือ ความเจ็บร้าวที่มากกว่าโดนซัดติดประตูเมื่อครู่ เข้าจู่โจมทุกอนูของร่างกายความหนาวเย็นอย่างไร้ที่มาทิ่มแทงอวัยวะภายในจนต้องกระอักเลือดออกมา 


ระบบ [ ขออภัยร่างกายของผู้เล่นเข้าสู่สภาวะพิษในกายกำเริบ ความสามารถในการใช้พลังพิเศษเป็น 0 ]


เฮ้ยเดี๋ยว จะทำกันแบบนี้ไม่ได้นะระบบ  ระบบ!!


โจเจียวซิ่นพอขยับร่างกายได้ ก็ใช้เท้าเตะเข้าที่ท้องของเฟยเมี่ยวเต็มแรง จนร่างนั้นกระเด็นออกไปไกลจากตัว กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเจ้าอย่าอยู่เลย


เสี่ยวไป๋…”


สิ้นเสียงเรียกนั้น ดวงตาสีอำพันของเจ้าแมวเหมียวตัวอ้วนก็เรืองรองด้วยจิตสังหาร มันกระโดดเข้าไปขวางหน้าปีศาจกิ้งก่าพิษที่กำลังจะใช้ลิันตวัดรัดตัวหลิ่งเฟยอวี่ที่ถูกพิษร้ายเล่นงาน จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ในเสี้ยววินาทีร่างแมวน้อยกลับกลายเป็นพยัคฆ์ทมิฬหนุ่มแสนองอาจ กรงเล็บแหลมคมตะปบลิ้นยาวจนขาดออกเป็นสองท่อนสร้างความเจ็บปวดให้แก่โจเจียวซิ่นเป็นอย่างมาก


ใคร!!โจเจียวซิ่นเก็บลิ้นกลับมาพลางจ้องมองพยัคฆ์ทมิฬตัวเขื่องที่ยืนบังหลิ่งเฟยอวี่ไว้จนมิด พร้อมทั้งใช้สายตาสีอำพันจ้องมองนางเหมือนพร้อมจะขย่ำนางได้ทุกเมื่ออย่างโกรธแค้น


ทำอย่างไรกับปีศาจตนนี้ดีขอรับนายท่านเสี่ยวไป๋ถามผู้เป็นนายที่เข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ข้างคนงาม


“...กำจัดน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นเพียงสองคำสั้นๆ ก่อนจะช้อนตัวคนงามขึ้นแนบอก แล้วหันหลังเดินจากไป เสี่ยวไป๋มองตามผู้เป็นนายอย่างมึนงง แค่นี้หรือขอรับ นี่ท่านไม่คิดจะลงแรงอะไรเลยจริงหรือ ศีรษะกลมๆ ของพยัคฆ์ทมิฬส่ายไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่อยู่ดีๆ ก็โดนเจ้านายทิ้งงานไว้ให้ แล้วยังโดนแย่งบทช่วยชายงามไปเสียหน้าตาเฉย 


กล้าดีอย่างไรจึงสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของข้า!!โจเจียวซิ่นโมโหจนหน้าดำหน้าแดง เจ้าสัตว์หน้าขนนี่ พลางมองไปที่ชายชุดดำสวมหน้ากากผู้หนึ่งที่กำลังอุ้มหลิ่งเฟยอวี่เดินออกจากเรือนไป แล้วก็ต้องชะงักค้างไปชั่ววูบหนึ่งในตอนนี้จิตใต้สำนึกของนางกำลังร้องเตือนว่าสิ่งที่นางหวาดกลัวได้มาเยือนนางถึงในเรือนพักแล้ว


เสี่ยวไป๋มองปีศาจกิ้งก่าพิษอย่างเฉยเมยมิได้สนใจว่านางจะแผดเสียงร้องออกมาขนาดไหน  เจ้านายข้าก็ไปแล้วข้ารีบจัดการเจ้า แล้วตามไปดูมนุษย์ผู้นั้นดีกว่า


สี่ขาทรงพลังวิ่งทะยานเข้าหาปีศาจกิ้งก่าพิษอย่างดุดันพร้อมฉีกร่างอีกฝ่ายในคราเดียว โจเจียวซิ่นหลบพ้นอย่างหวุดหวิด นางหาได้คิดยอมจำนนไม่  มิใช่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะคราชีวิตตนอยู่ตอนนี้คือสัตว์วิเศษบรรพกาล พยัคฆ์ทมิฬที่ปีศาจเล็กๆ อย่างนางไม่สามารถต่อกรได้เป็นแน่ แต่แล้วอย่างไรต่อให้ต้องตายอยู่ภายใต้คมเขี้ยวของมันแล้วอย่างไร  หลายปีมานี้นางก่อกรรมทำเข็นแย่งชิงชีวิตผู้คนมามากมาย ก็เพื่อให้ได้อยู่กับสามีผู้เป็นที่รัก แต่ในยามนี้ท่านพี่ของนางไม่อยู่แล้วนางจะอยู่หรือตายก็มิได้แตกต่างกัน เพียงแต่ก่อนตายนางจะขอลากหลิ่งเฟยอวี่ลงนรกไปกับนางด้วย!!


ทั้งสองฝ่ายแบ่งรับแบ่งสู้กันอย่างสูสี แต่ฝ่ายที่เสียเปรียบเห็นทีจะเป็นโจเจียวซิ่นทเพราะตามเนื้อตัวของนางปรากฏบาดแผลจากกรงเล็บของเสี่ยวไป๋อยู่หลายแห่ง นางกล่าวอย่างคับแค้นใจกับเสี่ยวไป๋ว่า เจ้าคือพยัคฆ์ทมิฬสัตว์วิเศษของเหวินฮุ่ยเฉิงเจ้าตำหนักซือโฮ่วมิใช่หรือ เหตุใดจึงช่วยเหลือฆาตกรที่ฆ่าสามีข้า!!"


ฆาตกร? สามีเจ้า?"


ใช่!! เป็นมัน หลิ่งเฟยอวี่ฆ่าสามีข้าเหตุใดยังขัดขวางข้าอีก พวกเจ้ามิได้มีหน้าที่ต้องลงทัณฑ์ผู้ที่กระทำผิดหรอกหรือนางหอบหายใจถี่ เลือดสีแดงฉานไหลออกมาตามบาดแผลที่ถูกข่วน


 เสี่ยวไป๋ในร่างพยัคฆ์อ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน ในความเป็นจริงมันก็แค่กระโดดไปกระโดดมา โจมตีอีกฝ่ายเล่นรอเวลาก็เท่านั้น ตอนนี้นายท่านคงไปไกลแล้วมันกระโดดลงมายื่นอยู่ต่อหน้าโจเจียวซิ่นอีกครั้ง แต่แววตาของสัตว์ร้ายกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวแผ่จิตสังหารเข้มข้นออกมา


ตำหนักซือโฮ่วต้องทำเช่นนั้นก็จริง แต่ขอบเขตของเรามีเพียงมารปีศาจและเทพที่กระทำความผิดสร้างความวุ่นวายให้ทั้งสามเผ่าก็เท่านั้น จะใช้กฎของเรากับมนุษย์มิได้ ปีศาจน้อย ตายด้วยน้ำมือข้า ถือว่านายท่านเมตตาต่อเจ้ามากแล้ว บาปกรรมที่เจ้าก่อจงชดใช้มันด้วยชีวิตของเจ้าเสียเถิด”  กล่าวจบเปลวเพลิงสีดำก็พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรายล้อมลอบตัวของเสี่ยวไป๋ มันตบอุ้งเท้าหน้าของตนเองลงที่พื้นหนึ่งครั้งเปลวเพลิงสีทมิฬก็พุ่งเข้าไปล้อมรอบโจเจียวซิ่น ค่อยๆ เผาไหม้นางให้ตายทั้งเป็น


กรี๊ดดดดนางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกแผดเผา สิ่งสุดท้ายที่นางคนึงหาก่อนสิ้นใจกลับเป็นเพียงภาพของชายคนรัก ร่างของนางถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับความเคียดแค้นที่มี


ฮัดชิว!!


เสี่ยวไปกลายร่างกลับไปเป็นแมวดำอีกครั้ง แล้วก็ต้องจามออกมา มันย่นจมูกแล้วใช้อุ่งเท้าหน้าของตนถูไถจมูกไปมาอย่างหัวเสีย กลิ่นไหม้นี้ช่างเหม็นสาบเสียจริงเชียว คอยดูเถอะกลับตำหนักซือโฮ่วเมื่อไหร่ข้าจะประท่วงให้นายท่านซื้อสมุนไพรอบตัวแมวสูตรใหม่ให้เลย โทษฐานที่ทิ้งให้ข้าจัดการนังปีศาจนี่คนเดียว


อีกด้าน


“...เป็นเจ้าอีกแล้วเหวินฮุ่ยเฉิงมองคนในอ้อมกอด ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้หน้ากากขมวดคิ้วมุ่นกล่าวพึมพำเสียงเบา


สายลมที่พัดผ่านทำให้เฟยเมี่ยวได้สติกลับมาอีกครั้งแบบครึ่งๆ กลางๆ เขามองเห็นลวดลายพยัคฆ์งดงามบนหน้ากากสีขาวสะอาดตา เป็นเขา? เหวิน เหวินอะไรสักอย่าง  เขาหอบหายใจหนักด้วยความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัว พิษที่อยู่ในตัวกำลังกำเริบเขารู้ตัวและคนผู้นี้ช่วยเขาไว้แต่ว่าทำไมกัน...


แค่กๆ ชะ..ช่วย ขะ ทะ ทำไม ฮึกน้ำเสียงขาดๆ หายๆ ทั้งยังพยายามสะกดกั้นความเจ็บปวดอย่างสุดความสามารถ ทำให้เหวินฮุ่ยเฉิงต้องตอบคำถามและเอ่ยห้ามปรามอีกฝ่ายไปพร้อมกัน


ตอบแทนเรื่องเสี่ยวไป๋เมื่อคราวก่อน ไม่ต้องพูดแล้ว”  กระบี่เหมันต์ทะยานไปด้วยความเร็วตามความเร่งรีบของผู้เป็นนาย ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงถ่ำแห่งหนึ่งซึ่งเขาและเสี่ยวไป๋ใช้พักผ่อนหลับนอนมาหลายคืนตั้งแต่มาถึงเมืองนี้ 


เหวินฮุ่ยเฉิงอุ้มอีกฝ่ายเข้ามาภายในถ่ำ แล้ววางลงอย่างเบามือพลางกล่าวเสียงแผ่วว่า เจ้าถูกพิษ ข้าจะช่วย” 


เขาจับให้เฟยเมี่ยวนั่งหันหลังโดยมีตนเองนงซ้อนหลังไว้ แล้วรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างวางไว้ตรงกลางหลังของคนงามเพื่อช่วยขับพิษ ไอเย็นพวยพุ่งขึ้นมาจากตัวของเฟยเมี่ยว ร่างกายเย็นเฉียบเหมือนกำลังโดนแซ่แข็ง ใบหน้าซีดเซียว


ฮึก…”  เฟยเมี่ยวขบกรามแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวด ยิ่งลมปราณของเหวินฮุ่ยเฉิงทะลวงไปตามจุดต่างๆ ในร่างเพื่อช่วยขับพิษ ร่างกายของเขากลับยิ่งปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ 


พรวดดด


โลหิตกองโตถูกพ้นออกมาจากปากของเฟยเมี่ยวอีกครั้ง เขากระอักเลือดออกมาเป็นรอบที่สามแล้ว แต่ความทรมานไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย 


เหวินฮุ่ยเฉิงดึงฝ่ามือกลับมา รับคนงามเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้งพลางขมวดคิ้วมุ่น คนผู้นี้ถูกพิษแสงจันทร์ พิษชนิดนี้มันจะว่าแก้ง่ายก็ง่ายจะว่าแก้ยากก็ยาก พิษแสงจันทร์เวลาที่พิษกำเริบคือวันพระจันทร์เต็มดวง ร่างกายจะเย็นเฉียบเหมือนคนตายความหนาวเย็นจะทิ่มแทงอวัยวะภายในจนบอบช้ำไม่สามารถเดินลมปราณเพื่อขับพิษเองได้ และจะตายในที่สุด มนุษย์ที่ถูกพิษนี้เข้าไปแล้วไม่มียาถอนพิษหากพิษกำเริบเพียงครั้งเดียวก็สิ้นใจแล้ว 


วิธีแก้หากพิษกำเริบคือต้องให้ผู้ที่มีธาตุหยางเข้มข้น และมีลมปราณอยู่ในขั้นสูงถ่ายเทธาตุหยางเข้าไปเสริมในร่างกาย และใช้ลมปราณช่วยทะลวงชีพจรสลายไอเย็นในกายไปพร้อมๆ กันเป็นการระงับพิษได้ชั่วคราว ตัวเขาเองก็ทำได้เพียงแต่...วิธีที่เขาใช้เป็น มันค่อนข้างจะเป็นการเสียมารยาท และล่วงเกินต่ออีกฝ่ายสักเล็กน้อยและเขาเองก็ไม่เคยต้องมาส่งธาตุหยางให้ผู้ใดมาก่อนด้วย

  

หากว่าสิ่งที่ข้าจะทำต่อจากนี้ไปเป็นการช่วยชีวิตเจ้า เจ้าจะไม่โกรธเคืองข้าใช่หรือไม่?”  จะอย่างไรก็ต้องถามความสมัครใจขงไรก็ต้องถามความสมัครใจของอีกฝ่ายก่อน


เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้เขาทั้งหนาวทั้งเวียนหัวคนแซ่เหวินพูดอะไรเขาฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก ดูเหมือนจะเป็นถ้าอีกฝ่ายจะช่วยเขาจะได้ไหมหรือเปล่านะ? ด้วยสติอันพร่าเลือนเฟยเมี่ยวจึงตอบกลับไปเสียงแผ่วเบาว่าอืม


เหวินฮุ่ยเฉิงเมื่อได้ฟังคำตอบแล้วก็พยักหน้ากับตัวเองเบาๆ หนึ่งครั้งแล้ว จับอีกฝ่ายให้ขึ้นมานั่งบนตักของตนดีๆ หันหน้าเข้าหากัน  เขากล่าวเสียงแผ่วกับหลิ่งเฟยอวี่ว่าขออภัย ต้องล่วงเกินแล้ว


ฝ่ามือหนาเอื่อมปลดหน้ากากของตนออก แล้ววางไว้ข้างกายเพื่อความสะดวก แล้วใช้มือหนึ่งเฉยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากบางกดลงไปบนริมฝีปากสีซีดของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา แล้วผละออกก่อนจะกดย้ำลงไปอีกครั้ง และอีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายเปิดปากให้เขาได้ถ่ายเทธาตุหยางในกายให้


เฟยเมี่ยวที่ไร้สติค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้าเพราะรู้สึกว่าตนเองถูกรบกวน และเหมือนกับว่าเขากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งฝัน ในฝันนั้นเขามองเห็นภาพใบหน้าของอาจวินถึงแม้จะเลือนรางแต่ดวงตาสีนิล คิ้วเข้มที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน จมูกเรียวสวยไม่แข็งกระด้างเหมือนผู้ชายทั่วไป ในระยะแค่นี้เขาจำได้ไม่ผิดแน่เป็นอาจวินของเขา  แขนเรียวยกขึ้นคล้องคออีกฝ่ายบดเบียดตนเองให้แนบชิดด้วยความคนึงหา แล้วเปิดปากรับรสจูบแสนหวานจากคนรัก


เหวินฮุ่ยเฉิงกระพริบตาปริบๆ มองคนที่อยู่ดีๆ ก็ตอบสนองตนจนเกินกว่าเหตุอย่างคาดไม่ถึง แต่ในเมื่อคนผู้นี้ยอมเปิดปากให้เขาแล้วอย่างอื่นก็ช่างมันเถอะ ธาตุหยางในตัวถูกส่งผ่านทางริมฝีปากให้อีกฝ่าย ฝ่ามืออีกข้างถูกวางไว้ที่แผ่นหลังบางลมปราณอุ่นสายหนึ่งถูกส่งผ่านเข้าไปภายในร่างของเฟยเมี่ยว เพื่อช่วยสลายไอเย็นในกายให้อีกฝ่ายกินเวลายาวนานถึงหนึ่งเค่อ


แต่ในขณะนี้ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ยังไม่ผละออกจากกัน กลับยิ่งแนบชิดธาตุหยางที่ถูกถ่ายเทเข้าไปทำให้ร่างกายของเฟยเมี่ยวอบอุ่น จนตอนนี้เริ่มร้อนรุ่มเพราะรสจูบแทนเสียแล้ว


เหวินฮุ่ยเฉิงรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกมอมเมา เดิมทีเพียงคิดช่วยเหลืออีกฝ่ายแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด จึงกลายมาเป็นถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ได้ เขาพยายามนึกถึงผิดชอบชั่วดี จะดีร้ายอย่างไรเขาก็เป็นถึงเจ้าตำหนักซือโฮ่วที่ผู้คนทั่วหล้าต่างหวั่นเกรง จะมารังแกคนที่ไร้สติเช่นนี้ช่างหน้าละอายยิ่งนัก แต่ในจิตใจส่วนลึกมันกลับร่ำร้องว่าต้องการอีกฝ่ายมากเหลือเกิน รสจูบที่หอมหวานสัมผัสดื้อรั้นที่แสนคุ้นเคยเหมือนมันสลักลงกลางแกนวิญญาณตราตรึงอยู่ในหัวใจ เขามั่นใจว่าเคยพบคนผู้นี้เพียงครั้งเดียวคือตอนที่ไปตามหาเสี่ยวไป๋ที่เข้าไปเที่ยวเตร่ในเมืองเมื่อหนึ่งเดือนก่อน แต่เมื่อได้สัมผัสเหตุใดจึงได้รู้สึกคุ้นเคยและโหยหาถึงเพียงนี้กัน 


อือ…”


ฟันคมถูกประทับตราลงบนลำคอขาว เหวินฮุ่ยเฉิงจูบซับไปตามลาดไหล่บางเสื้อผ้าของเฟยเมี่ยวหลุดลุ่ยไปตามแรงอารมณ์ของคนที่ตนนั่งตักอยู่ เขากล่าวอย่างเลื่อนลอยว่า “...อาจวิน"


เสี่ยวไป๋หลังจากที่ทำภารกิจสำเร็จแล้วมันก็รีบเร่งเดินทางกลับมาหาผู้เป็นนายเพื่อรายงานผล แต่จะว่าไปแล้วนายท่านของเสี่ยวไป๋ก็เป็นคนที่แปลกประหลาดไม่น้อยเลย แปลกอย่างไรน่ะหรือ ก็แทนที่จะพามันไปพักในโรงเตี๋ยมของพวกมนุษย์สบายๆ กลับพามันมานอนอยู่ที่ถ่ำด้านนอกเมืองเสียนี่ พอลองถามเหตุผลก็กล่าวเพียงว่ามนุษย์นั้นน่ารำคาญ แต่ไม่ถามข้าสักคำว่าอยากนอนฟูกนอนนุ่มๆ บ้างหรือไม่


เหมียว เหมียว หางที่ปกคุมด้วยขนสีดำฟูฟ่องสบัดไปมา ปากก็ร้องเหมียวเหมียวไปตลอดทาง ปลาย่างเกลือ ปลาทูนึ่ง ปลากรอบ หัวปลา~~ เหมียวเหมียว  สารพัดอาหารจานโปรดที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นทำนองเพลงภาษาแมวอย่างสนุกสนาน เสี๋ยวไป๋เดินสี่ขาโยกย้ายส่ายหางไปมาอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงรางวัลที่มันจะขอจากนายท่านซึ่งเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่มีทุกอย่างที่มันอยากกิน แมวตะกละแลบลิ้นเลียน้ำลายของตนเองอย่างน่าเอ็นดู มันเดินอย่างเริงร่ามาจนถึงหน้าทางเข้าถ่ำ แต่ก็ต้องเอียงคอมองทางเข้าอย่างฉงน เหตุใดจึงเงียบเชียบเช่นนี้เล่า หรือนายท่านจะหลับไปแล้ว?


'เหมียว  นายท่านขอรับข้ากลับมาแล..แงวว!!!' จากที่ตั้งใจจะเรียกขานผู้เป็นนาย กลับกลายเป็นว่าต้องร้องเสียงหลงแทน  นี่  นี่ นี่ท่านกับ...


ขวับ  


เฮือกก!!


เสี่ยวไป๋นอนหมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วใช้อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างปิดตาเอาไว้เมื่อสายตาคมกริบของผู้เป็นนายตวัดมามองอย่างคุกคาม   ข้าไม่รู้ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ข้าเป็นแมวตาบอด!!


เจ้า...ออกไปเฝ้าข้างนอก


'ขอรับ!!' ขาแมวๆ รีบพาตนเองออกมาจากสถานะการณ์เสี่ยงตายโดยเร็ว เมื่อมาถึงหน้าถ่ำแล้วมันก็พ้นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ไม่นานก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เมื่อครู่มิใช่ข้าเพิ่งไปขัดขวางเรื่องดีงามของนายท่านกับมนุษย์ผู้นั้นหรอกหรือ? แย่แล้ว ข้าตายแน่ ข้าโดนนายท่านจับไปทำแมวทอดกรอบแทนปลาแน่ ไม่นะข้ายังไม่อยากตาย!


เหวินฮุ่ยเฉิงหลังจากที่ได้สติกลับมาเพราะเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็จัดการไล่เจ้าแมวเจ้าปัญญาออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอก แล้วก้มลงมองคนในอ้อมกอดที่สภาพในตอนนี้นั้น


เขาถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจ หากว่าเสี่ยวไป๋มิได้เข้ามาเมื่อครู่เขาจะทำเรื่องผิดบาปอันใดลงไปบ้างก็มีอาจทราบได้ ฝ่ามือหนาวาดผ่านใบหน้าอันงดงามเพียงหนึ่งครั้งเฟยเมี่ยวก็เข้าสู่นิทรา  เหวินฮุ่ยเฉิงจัดการแต่งตัวให้คนงามใหม่อย่างเบามือ แล้ววางอีกฝ่ายลงที่พรมขนสัตว์หนานุ่มที่เคยเป็นที่หลับนอนของตน แต่เมื่อจะผละออกไปกลับถูกมือบางดึงรั้งชายเสื้อเอาไว้แน่นทั้งยังพึมพำอะไรบ้างอย่างเสียงแผ่ว 


อาจวิน นายอย่าไปนะอาจวิน..


อาจวิน? ผู้ใดกันหรือจะเป็นคนรักของอีกฝ่าย? เหวินฮุ่ยเฉิงมองคนที่หลับไปแล้วอย่างรู้สึกผิด หากว่าเจ้ามีคนรักอยู่แล้ว เช่นนั้นสิ่งที่ข้ากระทำไปเมื่อครู่มิเพียงล่วงเกินเจ้าแต่ยังผิดต่อคนรักของเจ้าด้วย…. เขาเองก็หาได้ไร้จิตสำนึกต่อให้ยังมิทันได้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้น แต่การที่เขาเกือบจะหยามเกียรติอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องจริง รอคนผู้นี้ตื่นขึ้นมา เขาจะต้องพูดคุยกับอีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แน่ชัดอีกครั้งให้ได้ 


เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็หยิบหน้ากากลายพยัคฆ์ขึ้นมาสวมใส่ แล้วทิ้งตัวลงนอนข้างคนงามแทนที่จะออกไปหาเจ้าอ้วนเสี่ยวไป๋ แล้วหลับเปือกตาลง


 เฟยเมี่ยวที่รู้สึกอึดอัดเพราะแรงกอดรัดขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจนัก แล้วจึงคล้ายๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เขาได้เห็นควรเป็นเพดานห้องนอนในหออวิ้นเหมยมิใช่หรือแต่นี่มัน  เสื้อไม่สิ  หน้าอกของใครบางคน เหตุใดจึงมีหน้าอกคนอยู่ตรงหน้าเขาเล่า


เดี๋ยวก่อนนะ


เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาเข้าไปตามหามี่ถงที่บ้านของหานเจี่ยฟง แล้วก็ไปพบเข้ากับโจเจียวซิ่นที่เป็นปีศาจ จากนั้นก็ต่อสู้กันแล้วพิษในร่างของเขาก็กำเริบ จากนั้นก็มีแมวไม่สิพยัคฆ์ดำตัวใหญ่กระโดดเข้ามาช่วย แล้วเขาก็ถูกเจ้าของพยัคฆ์ตนนั้นอุ้มออกมา แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น


เฟยเมี่ยวไล่สายตามองจากหน้าอกแกร่งลงไปยังลำตัวของตนเอง แลัวเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อได้พบว่าสาเหตุที่ทำให้เขานอนไม่สบายตัวนั้นเป็นเพราะว่า


ขวับ 


เขาตวัดสายตาขึ้นไปมองใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากากลายพยัคฆ์อย่างดุร้าย คนแซ่เหวินเจ้าลูกเต่าที่น่าตายกล้าดีอย่างไรจึงมากอดข้า!!  เฟยเมี่ยวสูดลมหายใจเข้าไปลีกๆ แล้วเปล่งเสียงตะโกนดังลั่นว่า


ตื่น!!พร้อมทั้งดื้นรนสุดแรงเกิด เพื่อที่จะออกจากอ้อมแขนอีกฝ่าย


เหวินฮุ่ยเฉิงที่ถูกตะโกนใส่หูในระยะประชิดลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายนั้นเป็นผู้ใด เขาก็ทำเพียงปล่อยแขนออกจากอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า แล้วลุกขึ้นนั่งกล่าวเสียงนุ่มว่าขออภัย


ขออภัยบิดาเจ้าสิ!!


เฟยเมี่ยวมองอีกฝ่ายเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววว่าคนข้างกายจะหันมาสบตากับตนเอง เขาจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่าหัวเสียว่าที่นี่ที่ไหน?”


ถ่ำที่นอกเมือง


แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร


เมื่อคืนเสี่ยวไป๋วิ่งตามกลิ่นอายของปีศาจไป แล้วก็ไปเจอเจ้ากำลังจะถูกทำร้ายพอดี จึงช่วยเอาไว้ พิษในกายเจ้ากำเริบข้าเองก็ไม่รู้ว่าบ้านเจ้าอยู่ที่ใด จึงพาเจ้ามาที่นี่ก่อน


เจ้าช่วยข้า?”


อืม”  เหวินฮุ่ยเฉิงมิกล้าหันไปมองอีกฝ่านตรงๆ อย่างคนมีชนักติดหลัง เท่าที่สังเกตดู เหมือนว่าอีกฝ่ายจะจดจำเรื่องราวเมื่อคืนมิได้เลย


เหอะ”  ช่วยไม่ว่าแต่กอดทำไม!!  นี่มันเป็นวิธีช่วยแบบไหนกัน


“....”


“...เฮ้อ  เอาเถอะ ถือว่าติดหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว”  เหวินฮุ่ยเฉิงหันหน้ามามองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้า


ตอบแทนเรื่องที่เจ้าช่วยเสี่ยวไป๋เมื่อคราวก่อน”  ความจริงเจ้าแมวตัวแสบเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้เขาฟังแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะชมชอบมนุษย์ผู้นี้มากทีเดียว 


ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณอีกฝ่ายเพียงพยักหน้ารับมิได้กล่าวอันใดอีก


เอ่อ...ข้ากลับบ้านได้เลยหรือไม่?” 


อะเจ้าหายไปทั้งคืนคนที่บ้านคงเป็นห่วงแล้วเช่นนั้นข้าจะไปส่ง” 


เขาคิดคำนวนความคุ้มค่าอยู่ในหัวก่อนที่จะตอบตกลง ถึงอย่างไรมีคนไปส่งก็ดีกว่ากลับเองแล้วหลงทาง ป่านนี้มี่ถงและท่านแม่คงเป็นห่วงเขามากทีเดียว อีกอย่างเจ้ามี่ถงตัวดี อย่าให้ข้าเจอนะกล้าปล่อยให้ข้าถูกปีศาจเล่นงานแล้วตัวเองหายหัวไปไหนก็ไม่รู้


เหวินฮุ่ยเฉิงจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา จนคนถูกมองต้องหันกลับมาถลึงตาใส่ จะจ้องทำไมนักหนาไม่เคยเห็นคนงามหรือไง


เจ้าจะช่วยคืนเสื้อคุมให้ข้าได้หรือไม่?” เฟยเมี่ยวมองตามนิัวมืออีกฝ่าย ก็พบว่ามีเสื้อคุมสีดำปักลวดลายพยัคฆ์กองอยู่ที่ตักตน เขารีบโยนมันคืนแล้วทำหน้าตาบูดบึ่งใส่  ห่มให้ข้าเองยังมีหน้ามาทวงอีก!! 


ทั้งสองคนเดินออกมาถึงหน้าถ่ำ ก็พบกับเสี่ยวไป๋ที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์อยู่  เมื่อมันสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวมันก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา แล้วรีบวิ่งอุ้ยอ้ายเข้ามาหาเฟยเมี่ยวทันที แทนที่จะเป็นผู้เป็นนายจนหน้าหมั่นไส้


เฟยเมี่ยวก้มมองแมวดำตัวอ้วนบนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วใช้มือขยุ่มขนนุ่มฟูบริเวรลำคอมันแล้วยกขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา กล่าวอย่างเฉยเมยว่าเจ้าแมวอ้วน เจ้าช่วยข้าไว้หรือ?” 

 

เหมียววว 'ใช่ข้าช่วยเจ้าไว้ เจ้ามนุษย์นิสัยเสียอุ้มข้าดีๆ!!'


เอาแต่ร้องเหมียวๆ อยู่ได้ฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ เจ้า แมว หมู ตอน”  เขาเบะปากใส่มัน กล่าวแค่นั้นก่อนจะยื่นมันในท่าห้อยต่องแต่งคืนเจ้าของไป 


พวกเขาทั้งคู่เดินเข้ามาในเมืองจนถึงกลางตลาด เดินไปอีกนิดตรงหัวมุมถนนก็จะถึงหออวิ้นเหมยแล้ว เฟยเมี่ยวจึงหุดเดินแลัวหันหน้าไปหาอีกฝ่ายพลางกล่าวว่า คนแซ่เหวิน ขอบคุณมากแต่อีกเดี๋ยวก็จะถึงบ้านข้าแล้วควรส่งกันเพียงเท่านี้”  


เหวินฮุ่ยเฉิงเลิกคิ้วขึ้นภายใต้หน้ากากเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างแปลกใจว่าเจ้ารู้จักข้า?”  


เฟยเมี่ยวยักไหล่แล้วตอบกลับก็ไม่เชิง มี่ถงเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังนิดหน่อย


มี่ถง? มารน้อยที่อยู่กับเจ้าในตอนนั้น”  เฟยเมี่ยวที่กลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจสหายของตนผิด ก็รีบแก่ต่างให้ทันที มี่ถงเป็นคนดี  มิได้เป็นมารที่เลวร้ายนะ” 


ข้าก็ยังมิทันพูดสักคำว่าเขาไม่ดี” 


จิ๊  นี้เจ้าแมวอ้วน เจ้าชื่ออะไรนะ?”


เหวินฮุ่ยเฉิงตอบแทนว่า เสี่ยวไป๋


อือ  เสี่ยวไป๋เด็กดี ขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยเหลือข้า เอาไว้หากมีวาสนาได้พบกันครั้งหน้า ข้าจะซื้อปลาทูให้ก็แล้วกัน” 


เขายกมือขึ้นลูบหัวเจ้าแมวขี้งอนอย่างอ่อนโยน ก็มันเล่นเมินไม่ยอมมองหน้ากันขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามันงอนอยู่เขาก็อายแมวแล้ว เสี่ยวไป๋เมื่อได้รับการลูบหัวเอาใจทั้งยังมีสัญญาว่าจะซื้อของโปรดให้มันก็หายงอนคนงามเป็นปลิดทิ้ง ร้องเหมียวๆ เอาหัวกลมๆ ถูไถกับฝ่ามือนุ่มของอีกฝ่าย  มือของเจ้ามนุษย์นี่เล็กกว่าฝ่ามือของนายท่านมากแต่นุ่มนิ่มสบายยิ่งนัก!


ข้าต้องไปแล้วเขาโบกมือลาอีกฝ่ายแล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป แต่ยังเดินไม่ทันครบสามก้าวก็ถูกเสียงเรียบเฉยของเหวินฮุ่ยเฉิงรั้งเอาไว้เสียก่อน


“...เดี๋ยวก่อน


หืม


เจ้า...มีนามว่าอะไร


ข้าหรือ”  เฟยเมี่ยวชี้เข้าหาตนเอง  อีกฝ่ายเพียงพยักหน้ารับง่ายๆ เขาจึงส่งรอยยิ้มสดใสราวน้ำค้างยามอรุณให้เจ้าคนแซ่เหวินไปแล้วกล่าวว่าหลิ่งเฟยอวี่”  


อีกฝ่ายเดินจากไปแล้ว เหลือเพียงแมวตัวอ้วนและผู้เป็นนายที่ยังยืนมองตามแผ่นหลังบางจนสุดสายตา เหวินฮุ่ยเฉิงพึมพำแผ่วเบากับตนเองว่าหลิ่งเฟยอวี่  เช่นนั้นหรือ” 


เขายกยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย จนแล้วจนรอดกลับไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องเมื่อคืนกับอีกฝ่ายเพียงเพราะเขากลัวว่าเฟยอวี่จะโกรธเคือง  ก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเหตุใดเมื่อได้ใกล้ชิด และพูดคุยกับอีกฝ่ายแล้วเขากลับเกิดความรู้สึกคุ้นเคย และเป็นสุขขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเกิดกับใครมาก่อน เพียงแต่ความรู้สึกเช่นนี้ก็มิได้เลวร้ายอะไรนัก


ทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของเสี่ยวไป๋ตลอดเวลา  นายท่านขอรับในที่สุดท่านก็มีวันที่ไม่ไร้ใจเช่นนี้กับเขาแล้ว


เฟยเมี่ยวเดินจากมาจนมาหยุดยืนอยู่หน้าหออวิ้นเหมย นิ้วเรียวยกขึ้นแตะไปที่ริมฝีปากตนเองช้าๆ หลังจากที่สติกลับมาครบถ้วนภาพเรื่องราวต่างๆ เมื่อคืนนั้นก็หลั่งไหลข้ามาในหัว  มิใช่เขาลืมเลียนเพียงแต่ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด แล้วเหตุใดเหวินฮุ่ยเฉิงผู้นั้นจึงได้หน้าตาเหมือนกับอาจวินของเขาราวกับแกะเช่นนั้นกัน ต่อให้ไร้สติแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางมองผิดไปเป็นแน่


ระบบ [ ประกาศผู้เล่นทำเควส 'แก้แค้นให้หลิ่งเฟยอวี่สำเร็จแล้ว รับ...]

[พลังชีวิต 100%]

[ค่าความชั่วร้าย 100แต้ม]

[ค่าความเสแสร้ง 100แต้ม]

[ไอเทมฟื้นฟูพลังพิเศษ : เหวินฮุ่ยเฉิง]

[วิธีใช้งาน จุมพิษที่ริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง]


เฟยเมี่ยวตาเหลือกกล่าวคัดค้านในใจว่า 'เราไม่ได้ตกลงเรื่องไอเทมอะไรนี่กันไม่ใช่เหรอระบบ?’


[ระบบ เป็นไอเทมพิเศษที่ระบบมอบให้ด้วยรัก]


ไม่ต้องการ!


ระบบคุณจะเอาคนเป็นๆ มาเป็นไอเทมไม่ได้นะ !!




พูดคุยกับเถียนซิน

ทวิตเตอร์ : @Hanfeng62416408

แฟนเพจ  : เถียนซิน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.29K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1128 namfonnpp12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 10:28
    น้องเพ่ยน่าสงสารรรร;-;
    #1,128
    0
  2. #1127 namfonnpp12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 10:28
    ไม่นะเพ่ยของเจ่เจ้ หนูออกมาได้แค่9ตอน ก็หมดสิทธิ์แล้วเหรอลูกกก
    #1,127
    0
  3. #1101 littlefoolmoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 18:07
    กลายเป็นไอเทมฉุกเฉินไปซะแล้ว55555555555
    #1,101
    0
  4. #1046 Kamobee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 23:15

    ไอเทมดีจังงงงง

    งือออ อยากได้บ้าง
    #1,046
    0
  5. #1040 K.white wine (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:53
    ระบบ ระบบเป็นกัปตันใช่ไหม
    มีความให้ด้วยใจ ถัมจีงระบ๊บบบบบบบ
    #1,040
    0
  6. #1001 mayaangel (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:39
    อิหยังของระบบวะงง เหมือนจงใจสร้างสถานการณ์เกินไปอะ มันแบบไม่สมูทเลย รำคาญระบบมาก
    #1,001
    0
  7. #975 chalillxx_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 21:40
    ต้าวแมวตั่ลลั่กกก
    #975
    0
  8. #920 DBJJKM97 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 23:04
    อาจวินกลับชาติมาเกิดหรือยังไง
    แต่เสี่ยวไป๋แมวอ้วนน่ารักมาก
    #920
    0
  9. #899 Felix_Dmsc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 08:17
    จุมพิษ>> จุมพิต
    #899
    0
  10. #855 Jupitersadd (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    ปมมากมีเสี่ยวไป๋น่ารักกกก ไอแมวอ้วนเอ้ย5555
    #855
    0
  11. #836 sayupung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 12:54
    อาจวินนนนนน ใช่อาจวินใช่มั้ย แงงงงง ดีใจนายตามน้องมาใช่มั้ย มาตามหาน้องใช่มั้ย
    เราว่า-ระบบของโลกนี้มันต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่าง เกี่ยวกับมิชชั่นที่น้องกับอาจวินทำแน่ๆ เอ๊ะหรือเป็นระบบที่อาจวินสร้างขึ้นเพื่อนช่วยชุบชีวิตน้อง ตื่นเต้นๆ เดาไปทั่วแล้วจ้า
    #836
    0
  12. #779 มากิริจัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:23
    เพิ่งเห็นความน่ารักของระบบตอนนี้ล่ะ
    หวังว่าจะได้ฟื้นพลังกันเยอะๆนะคะ
    #779
    0
  13. #707 Whatever it is (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:18
    ขำไอเทมพิเศษ แต่ว่าเรื่องอาจวินนี่ยังไงอะเนี่ย
    #707
    0
  14. #699 Pristill (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:03
    กรี้ดดดดด กร้าวใจมากกก
    #699
    0
  15. #689 barious (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 23:18
    เรือเราล่มซะละ สงสารมี่ถง ส่งมาให้เราดูแลแทนก็ได้นะ แงงงง
    #689
    0
  16. #616 กิ้งก่อง กิ้งๆ ก่อง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:28
    เป็นไอเทมพิเศษที่น่าอิจฉามาก
    #616
    0
  17. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    ในที่สุด พี่แมวอิชั้นก็อัพไซส์เป็นไททานิกแบ้ว 555
    (ขอให้เป็นอาจวินเถ๊อะ เพี้ยงงง)
    #526
    0
  18. #505 pegger15384 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:57
    ไททานิกมาจากไหนเรือถงถงฉันล่มแล้ว เฮ้อ ไม่เป็นไรนะถงถง เอาจินจินปลอบใจนะ ขอตัวขึ้นไททานิก(แสยะ *-*)
    #505
    0
  19. #415 bsss27 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:16
    เอาสองคนไม่ได้เหรอเสียเรือรำแรก
    #415
    0
  20. #395 RhongTood (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:21
    เ​รืออีกสองลำคว่ำไปแล้วจ้าา​ 555
    #395
    0
  21. #235 chira10127 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:54
    รู้แล้ว ว่าต้องขึ้นเรือไหน5555
    #235
    0
  22. #210 Peachz. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 23:01

    เรือไหนก็ต้องล่มในเมื่อพี่เหวินคือคู่แห่งโชคชะตาของยัยน้อนนน บอกเลยลงเรือนี้ตั้งแต่เจอพี่เขาแล้ว อร๊ายย สาธุๆอย่าล่มสาธุ ดูพี่เขามีชัยมากกว่าครึ่งแล้วเพราะน่าจะเป็นคล้ายๆจิตวิญญาณแฟนเก่ายัยน้อนเมื่อโลกเก่า
    #210
    0
  23. #202 The Killer Princess (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:30
    กรี้ดดดดดดดดดดดด ฉันลงเรือนี้!! กฏอะไรไม่สนแล้วโว้ยยย
    #202
    0
  24. #198 เทพเจ้าแห่งกาลเวลา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 18:29

    กรี๊ดดดดดด อาจวินนนนนนนนน ขอให้เป็นอาจวินตัวจริงด้วยเถิดดดดด ชอบเสี่ยวไป๋จัง เจ้าแมวอ้วน ฮิๆๆๆๆ

    #198
    0
  25. #128 เทพบุตรแห่งแสง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 19:55

    อาจวินจริงๆด้วย~

    #128
    0