หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 43 : บทที่.36 แลกด้วยชีวิต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

บทที่.36

แลกด้วยชีวิต

เฟยเมี่ยวลงมาจากเวทีประลองแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือการไล่ตามคนร้ายเมื่อครู่ไป ใช้เวลาร่วมสองเค่อ ในที่สุดก็พบซูเม่ยอิงที่ออกมาก่อน กำลังตกอยู่ภายใต้วงล้อมของตัวอะไรสักอย่าง หวูชิงในมือแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ เฟยเมี่ยวเข้าไปรับมือกับสัตว์ประหลาดพวกนั้น เพื่อช่วยเหลือมารดา

ซูเม่ยอิงตวาดลั่นว่า "เจ้ามาทำไม!"

"เจ้าสิ่งนี้คือคนที่คิดลอบทำร้ายข้าเมื่อครู่หรือขอรับท่านแม่"

ซูเม่ยอิงดึงเส้นไหมสีแดงอย่างแรง กระชากร่างของหุ่นวิญญาณจนกลายเป็นเพียงก้อนเลือด "หุ่นวิญญาณเหล่านี้ฆ่าไม่ตาย เฟยเอ๋อร์กลับไปหาเหวินฮุ่ยเฉิงเสีย ไป!"

"ไม่!" จะให้ข้าทิ้งท่านหรือ" เฟยเมี่ยวยังคงตั้งรับการโจมตี ตั้งแต่เขาเข้ามาหุ่นวิญญาณเหล่านี้ก็พุ่งเป้ามาที่เขา แม้จะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาต้องปกป้องมารดาก่อน 

กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่ฟาดฟันลงไปบนตัวพวกมัน แต่ก็เหมือนกับซอมบี้ ที่ไม่ว่าจะฆ่ายังไงก็ไม่มีวันตาย ยังคงลุกขึ้นมาได้เสมอ เฟยเมี่ยวเองก็เพิ่งจะสูญเสียพลังปราณไปกับการประลองเมื่อครู่ ยามนี้จะเหน็ดเหนื่อยก็มิใช่เรื่องแปลก 

หางตาเขาเหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่ง ที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ เข็มพิษในมือก็ถูกซัดออกไปทันที เฟยเมี่ยวตวาดลั่น "นั่นใคร!"

เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว เพลิงทมิฬผุดขึ้นมาจากพื้นดิน แผดเผาหุ่นวิญญาณเหล่านั้นจนส่งเสียงกรีดร้อง และแตกสลายไป ไม่ไกลนักเฟยเมี่ยวได้ยินเสียงของเสี่ยวไป๋คำรามลั่น พร้อมกับมี่ถงที่นั่งอยู่บนหลังของมัน ข้างกายของเขายามนี้ก็มีเหวินฮุ่ยเฉิงอยู่เคียงข้าง 

เห็นคนรักใบหน้าซีดเผือด เหวินฮุ่ยเฉิงก็เอ่ยถามอย่างร้อนรนว่า "เฟยเอ๋อร์เจ้าเจ็บตรงไหน"

เฟยเมี่ยวส่ายหน้า เขาเดินเข้าไปหาคนผู้นั้น ที่ยามนี้ถูกซูเม่ยอิงใช้เส้นไหมสีแดงตรึงเอาไว้กับต้นไม้ "เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงคิดทำร้ายข้า"

อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามของเขา ใบหน้าภายใต้ชุดคลุมก้มลงต่ำ มี่ถงเดินเข้าไปกระชากผ้าคลุมที่ปิดหน้าอีกฝ่ายออก แล้วใช้มีดทาบไปบนลำคอของเขา แววตาเอาเรื่องอย่างถึงที่สุด เมื่อใบหน้านั้นถูกเปิดเผย ผู้คนโดยรอบก็เงียบเสียงลง ด้วยคนตรงหน้านั้น ดูไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นหญิงหรือชาย 

นานทีเดียว เหวินฮุ่ยเฉิงก็เรียกขานอีกฝ่ายอย่างไม่มั่นใจนักว่า "เสี่ยวเซียน?"

"อย่ามาเรียกข้า!" ไป๋หนิงเซียนกรีดร้องออกมาในที่สุด "ทำไม ทั้งที่ข้าส่งหุ่นวิญญาณออกไปตั้งมากมาย เจ้าทำไมยังไม่ตายๆ ไปอีก!"

เฟยเมี่ยวสบเข้ากับดวงตาเคียดแค้นของคนตรงหน้า แม้จะฟังออกแล้วว่าเขาเป็นสตรี แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าสตรีอัปลักษณ์ผู้นี้ เหตุใดจึงต้องทำร้ายตน "เจ้าเป็นใคร เราเคยพบกันหรือ?"

"เหอะ เสแสร้งเก่งเสียจริง" ไป๋หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน "เจ้าจะบอกว่า จดจำคนที่ตนเองเคยทำร้ายมิได้เชียวหรือ"

"ข้าทำร้ายเจ้า?" นิ้วเรียวชี้เข้าหาตนเอง แล้วหันกลับไปถามคนข้างกายว่า "อาเฉิงนี่มันเรื่องอะไรกัน"

เหวินฮุ่ยเฉิงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหลือบตามองซูเม่ยอิง แม่ภรรยาก็มิได้ให้ความช่วยเหลือใด หนำซ้ำยังเมินหน้าหนีเขาเสียอีก ทั้งเรื่องของไป๋หนิงเซียนทั้งเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในแดนเหมันต์ เฟยเอ๋อร์ลืมเลือนไปหมดแล้ว ยามนี้จะให้เล่าเท้าความไปอย่างไรเล่า

"ว่าอย่างไร นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เฟยเมี่ยวเอ่ยถามอีกครั้ง แต่กลับไม่มีใครให้คำตอบอะไรเขาได้แม้แต่คนเดียว อารมณ์ของจิ้งจอกยามนี้จึงขุ่นมัวอย่างยิ่ง เขาคิดหันมาคาดคั้นเอากับไป๋หนิงเซียน แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี ทั้งคนและมีดเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาตัวเขา

"เฟยเอ๋อร์ระวัง! อึก!"

"เฟยเอ๋อร์!"

"หลิ่งฮวา!

คล้ายเวลาของโลกใบนี้ได้หยุดหมุนลงชั่วขณะ เฟยเมี่ยวมองเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนยิ่ง หลังจากที่ถูกผลักออก ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายก้าวไปข้างหน้าเอาโดยสัญชาตญาณ มือเรียวซัดฝ่ามือหนึ่งเข้าใส่หน้าอกของไป๋หนิงเซียนเต็มแรง จากนั้นขาทั้งสองข้างก็อ่อนแรงลง 

ในอ้อมแขนยามนี้ เขากำลังกอดร่างของมารดาอีกคนอยู่ ไม่รู้ว่าจริงหรือฝัน แต่เลือดสีสดที่สัมผัสได้ กลับดูเหมือนจริงจนน่ากลัว ในอกของเขาเจ็บร้าวราวกับเป็นเขาที่ถูกทำร้ายเสียเอง สุดท้ายเฟยเมี่ยวสามารถหาเสียงของตนเองพบ แล้วเอ่ยออกไปได้เพียง "ท่านแม่"

หลิ่งฮวาลมหายใจรวยริน มือเรียวยกขึ้นเช็ดหน้าตาให้ผู้เป็นบุตร เด็กคนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำกระมัง ว่าตนเองร้องไห้อยู่ "หะ ให้แม่ดู เจ้าบาดเจ็บหรือไม่"

"ท่าน ฮึก ท่านแม่" หูทั้งสองข้างของเขาอื้ออึง รอบข้างเกิดอะไรขึ้น เฟยเมี่ยวไม่หลงเหลือสติพอให้รับรู้แล้ว เขากล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า "ข้าจะพาท่านไปหาหมอ ท่านแม่ ท่านรอก่อน ฮึก ข้าจะพาท่านไป"

"แม่ ไม่เป็นไร" หลิ่งฮวายังคงมีรอยยิ้ม แม้ว่าใบหน้าของนางจะซีดเผือด แม้ว่าบาดแผลจะปวดร้าวเพียงใด นางก็ยังรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะบุตรชายของนางกำลังเจ็บปวด "เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว"

"แต่ท่านเจ็บ" เฟยเมี่ยวพยายามมองผู้เป็นมารดา ด้วยดวงตาที่พร่าเรือน "ท่านเจ็บเพราะข้า"

"ล้วนเป็น มารดาเลือกเองทั้งสิ้น" มืออันสั่นเทาประคองใบหน้างามของเฟยเมี่ยวเอาไว้ "อย่า อย่าได้ร้องไห้อีกเลย"

เฟยเมี่ยวสะอึกสะอื่นราวกับเด็กก็มิปาน ความสูญเสียอย่างมิทันตั้งตัวเช่นนี้ จะให้เขาทนแบกรับได้อย่างไร ไม่ให้ร้องไห้ได้อย่างไร ไม่ให้เสียใจได้อย่างไร 

"แค่กๆ เฟย เฟยเอ๋อร์รับปากมารดาเรื่องหนึ่ง"

เฟยเมี่ยวกล่าวทั้งน้ำตา "ไม่ข้าไม่รับปากท่าน อะไรก็ไม่รับปากทั้งสิ้น ท่านแม่ลูกจะพาหลิ่งเฟยอวี่มาหาท่านแล้ว อีกไม่นานจะพาเจ้าเด็กนั่นมาพบท่านแล้ว ท่านแข็งใจไว้ รอข้าก่อน ได้หรือไม่"

"พาเฟยอวี่กลับมาหรือ" ดวงตางดงามของหลิ่งฮวา ในที่สุดก็มีน้ำตาคลอ "ดี ดียิ่ง เฟยเอ๋อร์เจ้ารับปากแม่"

"ข้าบอกว่าไม่รับปาก!" เฟยเมี่ยวกอดร่างของผู้เป็นมารดาเอาไว้แน่น "ท่านห้ามตายนะ ท่านต้องอยู่กับข้า ฮึก ห้ามตาย"

"มะ แม่ไม่อยู่แล้ว อย่าได้ร้องไห้ เจ้าต้องดูแลมารดาของเจ้าให้ดี อย่า อย่าให้นางต้องโดดเดี่ยวอีก…

ความรักที่นางมีให้เด็กน้อยผู้นี้ล้วนเป็นของจริง เวลานี้ปกป้องเขาได้แม้ตายนางก็ไม่เสียใจ ถ้าจะยังมีห่วงอยู่ ก็คงเป็นความเสียดายกระมัง เสียดายที่ยังมิได้บอกลาใครบางคน...

ดวงตางามค่อยๆ ปิดลง มือที่คอยประคองเขา ลูบศีรษะของเขา ให้ความรักความอ่อนโยนแก่เขาร่วงหล่นลงพื้นไปอย่างน่าใจหาย คำพูดสุดท้ายที่เฟยเมี่ยวได้ยินจากหลิ่งฮวาก็คือ "มารดารักเจ้า…"

ลำคอที่กรีดร้องอย่างเจ็บปวด กลับไม่มีเสียงใดออกมาแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าเขาร้องไห้ราวกับคนเสียสติไปนานเท่าใด จึงยอมวางร่างที่เย็นเฉียบให้มี่ถงประคองไว้ ไม่รู้ว่าอาเฉิงกอดเขาไว้นานแค่ไหน เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เขากลับทำเพียงแกะมือของคนรักออก แล้วกล่าวเดินไปทางหญิงชั่วผู้นั้น 

ในที่สุดก็จำได้แล้ว จดจำได้ทั้งหมด หญิงที่อัปลักษณ์ทั้งกายและใจผู้นี้ ก็คือองค์หญิงเผ่าสวรรค์ผู้นั้น ไอมารมากมายไหลออกมาจากตัวของเฟยเมี่ยว มือเรียวกำเข้าที่ลำคอเล็กของไป๋หนิงเซียน แล้วค่อยๆ ออกแรงบีบให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความทรมานอย่างเชื่องช้า

น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยถามนาง "มารดาข้าไปทำอะไรให้เจ้า เหตุใดจึงต้องทำร้ายนาง?"

"แค่กๆ ปะ ปล่อย" ไป๋หนิงเซียนพยายามดิ้นรน "มารดาของตัวชั่วช้า ตายไปก็สมควรแล้ว!"

"ชั่วช้า?" เฟยเมี่ยวหัวเราะออกมาในที่สุด "ผู้ใดคือคนที่เจ้าว่าเล่า หากเป็นข้า ทั้งหมดที่เจ้าได้รับ ก็คือเจ้ารนหาเรื่องใส่ตนเองมิใช่หรือ"

ไป๋หนิงเซียนน้ำตานองหน้า นางไม่อาจยอมรับสิ่งที่เฟยเมี่ยวพูด เรื่องของท่านพี่ฮุ่ยเฉิงก็เป็นนางที่มาก่อน จิ้งจอกชั่วตนนี้ แย่งความรักของนางไป จะให้นางทนอยู่เฉย ปล่อยให้ผู้อื่นมาพรากความรักของนางไปหรือ แม้ในท้ายที่สุด คนที่นางปักใจรักจะไม่ได้รักนาง ไป๋หนิงเซียนคิดว่า ที่ผ่านมาทั้งหมดนางล้วนไม่เสียใจ

แต่รู้สึกเสียใจหรือไม่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แก้แค้นจิ้งจอกชั่วตนนี้ก็เป็นอีกเรื่อง ใบหน้าที่ถูกทำให้เสียโฉมไปแล้ว เผยรอยยิ้มบิดเบี้ยวราวกับคนจิตวิปลาส "ต่อให้วันนี้ข้าต้องตาย ก็อย่าได้หวังว่าเจ้าจะรอดไปได้!"

เหวินฮุ่ยเฉิงที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียดว่า "หมายความว่ายังไง"

"ท่านพี่…" ไป๋หนิงเซียนเอ่ยเรียกเขา "ท่านไม่รักข้า ท่านไม่ดีกับเสี่ยวเซียนอีกแล้ว"

"..."

"ในเมื่อท่านไม่รักข้า ข้าก็จะไม่ให้ท่านได้รักใครอีก!"

"ไป๋หนิงเซียน ข้าถามเจ้าว่าหมายความว่ายังไง!" เหวินฮุ่ยเฉิงตวาดลั่น ดวงตาคมมองกดดันนางอย่างเย็นชา ในกระแสเสียงยังมีความร้อนรนอยู่หลายส่วน ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

เฟยเมี่ยวมองความร้อนใจในแววตาของเหวินฮุ่ยเฉิง เขาเรียกขานคนรักอย่างไม่เข้าใจ "อาเฉิง?"

"ไป๋เสวียน" เหวินฮุ่ยเฉิงไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่เรียกออกคำสั่งกับเสี่ยวไป๋เสียก่อน 

"ขอรับนายท่าน"

"ไปดูว่าทางทิศเหนือ ว่ามีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในแดนมารหรือไม่ ข้าต้องการคำตอบให้เร็วที่สุด"

"ขอรับ" เสี่ยวไป๋ในร่างพยัคฆ์ทมิฬตัวเขื่อง กระโดดหายไปในอากาศ

เจ้าตำหนักเหวินจึงหมุนกาย เดินกลับมาหาภรรยาของตน "เฟยเอ๋อร์ เจ้าไปอยู่กับฉู่ชิงซาก่อน ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเถิด"

"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงร้อนรนเช่นนี้"

"ไม่มีเวลาแล้ว ไปเสียข้าไม่อยากให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย"

"ข้าไม่ไป" ใบหน้างามมีแววยุ่งยากใจ "อาเฉิงเจ้าพูดมาให้ชัดเจน ที่แท้มันเรื่องอะไรกันแน่"

"เผ่าสวรรค์ยกทัพบุกเข้ามาในแดนมาร และกำลังตรงมาที่นี่" ฉู่ชิงซาปรากฏตัวออกมาจากมุมหนึ่ง ใบหน้างามทมึงทึงอย่างถึงที่สุด "เรื่องนี้คงเป็นผีมือเจ้ากระมัง"

ไป๋หนิงเซียนถูกสายตาของฉู่ชิงซามองเข้า ก็สั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย รอยแผลเป็นที่ใบหน้า และร่องรอยบาดแผลตามลำตัวเจ็บร้าวขึ้นมา ราวกับว่ายังคงเป็นแผลสดใหม่ มิใช่แผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว 

เรื่องราวสืบเนื่องมาจากเมื่อครั้งนั้น ที่ฉู่ชิงซาได้กลับมาพบกับหยวนชงเมิ่งอีกครั้ง แล้วได้คุมขังนางเอาไว้ในแดนมาร ตอนแรกก็เพียงต้องการให้นางหวาดกลัว จนไม่กล้ามายุ่งกับคนรักของเขาอีก ท่านจอมมารฉู่จิตใจโหดเหี้ยม หากมิใช่คนที่เขารักใคร่เอ็นดูแล้ว จะให้นับเป็นคน เขายังต้องคิดให้ดีก่อนหลายๆ รอบ 

พอจับไป๋หนิงเซียนไปขังเอาไว้ วันที่หนึ่งยังคิดว่าขังนางเอาไว้สักสองสามวัน ค่อยส่งกลับเผ่าสวรรค์ก็แล้วกัน พอผ่านมาวันที่สองที่สาม ก็ลืมไปแล้วว่าทิ้งองค์หญิงเผ่าสวรรค์ผู้นั้นเอาไว้ในคุก กายเป็นขังลืมนางไปนานนับเดือน จนกระทั่งมีเรื่องของหุ่นวิญญาณเหล่านั้น ที่เขาสืบสาวไปจนถึงต้นตอ แล้วพบว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาคือไป๋ฉินเหยา สนมเล็กๆ ขององค์เง็กเซียนมารดาของไป๋หนิงเซียน 

คาดว่านางคงแค้นเคืองแทนผู้เป็นธิดา ที่ถูกซูเม่ยอิงหยามเกียรติ ด้วยการตบหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ทั้งยังกลายเป็นคนพิกลพิการ เพราะถูกเฟยเมี่ยวตัดแขนไปอีกข้างหนึ่ง ฉู่ชิงซายามนั้น มีโทสะจนวังสือซว่านแทบจะถล่มลงมา ศิษย์รักเพียงผู้เดียวของเขา กลับถูกสองแม่ลูกที่น่าตายพวกนี้ ตามรังควานไม่เลิกลา ถามว่าท่านจอมมารจะอยู่เฉยหรือไม่เล่า 

คำตอบก็ย่อมต้องเป็น ไม่มีทางอยู่แล้ว

ไป๋หนิงเซียนที่ยังคงอยู่ในกำมือของเขา ถูกทรมานอย่างแสนสาหัส เพื่อบีบเค้นให้เขาคายความจริงทุกอย่างออกมา แลกกับชีวิตของนาง ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อไป๋หนิงเซียนยอมสารภาพว่า นางรู้เรื่องหุ่นวิญญาณทั้งหมด แม้กระทั่งเรื่องที่มากล่าวขอขมาครั้งนี้ ก็ยังเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งสิ้น นางก็เพียงอยากจะมาดูให้แน่ใจด้วยตนเอง ว่าเฟยเมี่ยวจะตายจริงๆ ด้วยหุ่นวิญญาณของมารดานาง

ด้วยเพราะการเดินทางครั้งนี้ มีหยวนชงเมิ่งร่วมทางมาด้วย เวลานั้นนางจึงลำพองใจว่าอันตรายไม่มีทางจะมาถึงตัวเป็นแน่ แต่ไป๋หนิงเซียนคงลืมคิดถึงความจริงบนโลกใบนี้ ข้อหนึ่งที่ว่า บนโลกใบนี้นั้นล้วนไม่มีอะไรแน่นอน ผู้ที่เป็นมิตรแท้ของท่านนั้น ชั่วพริบตาก็อาจจะกลายเป็นศัตรูก็เป็นได้

ฉู่ชิงซาพูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น เมื่อนางยอมรับออกมาแล้ว เขาก็ส่งตัวนางกลับไปให้มารดาของนาง แม้ว่าก่อนจะปล่อยคนไป เขาจะทำลายรูปโฉมของนางจนอัปลักษณ์ น่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาดก็ตาม 

ผ่านมาสามปี นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจไปในวันนั้น จะผิดมหันต์ ฉู่ชิงซาแค่นเสียงเหอะ "ข้าน่าจะสังหารเจ้าเสียตั้งแต่ตอนนั้น อย่างมากก็มีเรื่องกับเผ่าสวรรค์สักตั้ง ยังจะไม่ต้องสูญเสียผู้ใดไปเช่นนี้"

มองไปทางซูเม่ยอิง ที่ยามนี้ราวกับว่าสูญเสียวิญญาณไปแล้ว ฉู่ชิงซาก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ในใจ เรื่องระหว่างคนทั้งคู่ แม้ว่าจะมิได้เข้าไปก้าวกาย แต่เขาก็รับรู้มาตลอด เมื่อเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้ ผู้ใดบ้างที่จะไม่เจ็บปวด 

"ชีวิต ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เฟยเมี่ยวที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ดวงตาก็พลันสว่างวาบ แรงที่ใช้บีบคอของไป๋หนิงเซียนยิ่งเพิ่มขึ้น "เสียดายก็แต่ ชีวิตของตัวชั่วช้าเช่นเจ้า เทียบแม้เพียงหนึ่งในสิบของมารดาข้าไม่ได้"

ฉึก

กระบี่เล่มหนึ่ง แทงทะลุหน้าอกของไป๋หนิงเซียนมาด้าหน้า เฟยเมี่ยวสบตากับมารดาอีกคนของตน ในดวงตาที่มักทอดมองเขาด้วยความเบื่อหน่ายคู่นั้น บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า กระบี่โชกเลือดเล่มนั้นถูกดึงออกอย่างเลือดเย็น เฟยเมี่ยวโยนร่างที่ไร้วิญญาณของไป๋หนิงเซียนออกไปให้พ้นทาง จากนั้นพุ่งเข้าไปรับร่างของซูเม่ยอิง ที่ยืนไม่ไหวอีกแล้ว

ซูเม่ยอิงพิงร่างกายเอาไว้กับอกของบุตรชาย มือยังเอื้อมไปจับ กับฝ่ามือที่เย็นเฉียบของหลิ่งฮวาที่มี่ถงประคองไว้ นางกล่าวอย่างเลื่อนลอยว่า "ฮวาเอ๋อร์"

เมื่อนางไม่ขานรับ ก็เข้าใจไปว่านางคงไม่ได้ยิน ซูเม่ยอิงเรียกซ้ำอีกครั้งว่า "ฮวาเอ๋อร์"

เฟยเมี่ยวเม้มริมฝีปากแน่น มือข้างหนึ่งกำเข้าหากันแน่น แม้คนต้นเรื่องจะตายไปแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาความคับแค้นนี้ไปลงไว้ที่ใด ซูเม่ยอิงผละออกไปจากเขา เพื่อไปกอดร่างที่ไร้วิญญาณของหลิ่งฮวาเอาไว้ เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสี่ยวไป๋กลับมาพอดี 

"กองทัพของเผ่าสวรรค์ บุกเข้ามาถึงหุบเขาเลือดแล้วขอรับ

ร่างระหงส์ลุกขึ้นยืน รอบกายปรากฏจิตสังหารเข้มข้น "มี่ถง ข้าฝากมารดาทั้งสองของข้าด้วย"

"นายน้อย" มี่ถงรีบกล่าว "มันอันตรายนะขอรับ"

"ไม่เป็นไร" เฟยเมี่ยวส่งยิ้มให้เขา มี่ถงกลับมองว่ารอยยิ้มของผู้เป็นนายวันนี้นั้น ช่างไปไม่ถึงดวงตาอย่างแท้จริง "มาหนึ่งคนก็ฆ่าหนึ่งคน มาร้อยคนก็ฆ่าร้อยคน ไม่แน่ว่าบางที ความคับแค้นในใจของข้าคงได้ปลดปล่อยออกมาบ้างกระมัง"

หมายความว่า แค่ความตายของไป๋หนิงเซียนนั้น ไม่มากพอชดใช้กับสิ่งที่เขาสูญเสีย เฟยเมี่ยวเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเหวินฮุ่ยเฉิง เขาเอ่ยถามอย่างไม่คาดหวังว่า "หากข้าเป็นคนเลว เจ้าจะยังรักข้าหรือไม่"

เหวินฮุ่ยเฉิงตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่า "รัก"

"หากข้าฆ่าคนมากมาย พรากชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน เจ้าจะยังรักข้าหรือไม่"

"ก็ยังจะรัก" ตอบคำถามนี้แล้ว เหวินฮุ่ยเฉิงก็ยังเข้ามากอดเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยน

เฟยเมี่ยวยกสองแขนอันสั่นเทาขึ้นมา กอดคนรักกลับไปบ้าง "แล้วหากว่า ข้าต้องการชีวิตผู้บุกรุกเผ่าสวรรค์ทั้งหมดในวันนี้เล่า หากเป็นเช่นนั้น เจ้าจะยังรักข้าหรือไม่"

"ย่อมรักเพียงเจ้าเหมือนเดิม เพียงแต่เฟยเอ๋อร์" เหวินฮุ่ยเฉิงลูบศีรษะคนรักอย่างอ่อนโยน "ข้าขอเพียงให้เรื่องราวจบลงที่นี่ได้หรือไม่ ผ่านวันนี้ไป ขอให้ไม่มีการนองเลือดอีกได้หรือไม่"

เขาเข้าใจความเจ็บปวดจากการสูญเสียของคนรักดี มารดาทั้งสองสำหรับเฟยเมี่ยวแล้ว คงเปรียบเสมือนที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ หญิงชาวมนุษย์ผู้นั้น ดูแลเขามาตั้งแต่ที่เพิ่งมายังโลกใบนี้ใหม่ๆ ย่อมมีความรักผูกพันกันไม่มากก็น้อย 

วันนี้เฟยเมี่ยวกล้าเอ่ยขอชีวิตคนพวกนั้นกับเขา จะให้เขาเอาคุณธรรมแบบไหน ไปขัดขวางอีกฝ่ายได้ ในเมื่อเรื่องราวครั้งนี้คนรักของเขาสูญเสียมากที่สุด จะให้เขาบอกให้เฟยเมี่ยวปล่อยวาง นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่เหวินฮุ่ยเฉิงทำได้ก็มีเพียงการหลับตาข้าง ลืมตาข้าง ทำเป็นมองผ่านเรื่องนี้ไป 

อย่างไรในสายตาของเขา ก็มีความไม่เป็นธรรมอยู่ก่อนแล้ว เพราะว่าคนรักของเขาถูกคนเผ่าสวรรค์รังแกก่อน ครั้งนี้ก็ถือเสียว่า เผ่าสวรรค์ชดใช้ให้เฟยเอ๋อร์ของเขาก็แล้วกัน

หุบเขาเลือดยังคงมีบรรยากาศชวนให้อาเจียน เช่นที่เคยมาครั้งแรก ผู้ที่นำทัพมาในครั้งนี้มิใช่แม่ทัพหยวนสองพี่น้อง แต่เป็นผู้อื่นที่ฉู่ชิงซาก็บอกว่าไม่รู้จัก

ฉู่ชิงซาเอ่ยถาม ด้วยเสียงที่ขยายความดังด้วยปราณมารในร่าง "คนเผ่าสวรรค์ บุกรุกเข้ามาในเขตแดนของเผ่ามารด้วยเรื่องใด"

"ส่งตัวจิ้งจอกอนันตกาลมาให้ข้า!" แม่ทัพผู้นั้นกล่าว 

"เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร?" แววตาของฉู่ชิงซาเข้มขึ้น "คิดว่าเผ่ามารของเราไร้ซึ่งผู้คนหรือ"

ชายเสื้อของฉู่ชิงซาวาดผ่านอากาศครั้งหนึ่ง ท้องฟ้าพลันปรากฏตัวอักษรหนังสือสัญญาขึ้นมา เนื้อความในนั้นระบุว่า หากเปิดศึกครั้งนี้แล้ว ทั้งสองเผ่าไม่ว่าฝ่ายใดสูญเสียชีวิต ก็จะไม่มีการล้างแค้นเอาคืน หากเผ่ามารแพ้ จะยอมส่งตัวเฟยเมี่ยวให้ หากเผ่าสวรรค์เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ชีวิตของไป๋หนิงเซียนถือว่าแลกกันไปแล้ว 

ตามกฎการเปิดศึกของทั้งสองเผ่า ต้องประทับตราแม่ทัพลงไปในหนังสือสัญญา ฝ่ายเผ่าสวรรค์ส่งแม่ทัพออกมาหนึ่งคน ฝ่ายเผ่ามารส่งเฟิงคนสนิทของฉู่ชิงซาออกไป เมื่อลงนามในสัญญาเสร็จสิ้น ก็มีเสียงร้องตะโกนว่า "ฆ่า!" ดังกึกก้อง ทั้งสองฝ่ายก็ต่างเข้าห้ำหั่นกันทันที

เฟยเมี่ยวเปลี่ยนหวูชิงให้เป็นกระบี่ เพียงชั่วพริบตาเดียวที่เขาขยับตัว ก็ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงใส่คนนับสิบ ศพของทหารเผ่าสวรรค์ร่วงหล่นสู่พื้นดินราวกับห่าฝน ชายเสื้อสีขาวปลิดปลิวท่อมกลางกองเลือด และซากศพ

แต่ละก้าวเดินของเฟยเมี่ยว ต้องมีศพเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนเสมอ ราวกับสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด ฉีกกระชากชีวิตของผู้คนอย่างโหดเหี้ยม คล้ายได้ปลดปล่อยความทุกข์และความเสียใจทั้งหมดออกมา เฟยเมี่ยวราวกับคนคลุ้มคลั่งไปแล้ว เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ทุกครั้งที่กระบี่ในมือกวัดแกว่ง ก็จะสามารถเพิ่มร่างไร้วิญญาณได้อีกหลายศพ 

เวลาในการทำศึกครั้งนี้ ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น ทหารของเผ่าสวรรค์ ที่ถูกส่งตัวมาทั้งหมดสามพันนาย ก็ถูกสังหารไม่เหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว

เหวินฮุ่ยเฉิงโอบประคองร่างบอบบางของคนรัก ที่ยามนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเอาไว้แนบอก มองเห็นร่องรอยถลอกบนผิวเนียน และคราบเลือดที่เลอะเทอะเสื้อผ้าของคนรักแล้ว เขากล่าวตำหนิว่า "เจ้าฝืนตนเองเกินไปแล้ว"

เฟยเมี่ยวมีรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะกระดิกนิ้วสักนิ้ว เขาก็ไม่มีเหลืออีกแล้ว ทำได้ก็เพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า "ข้าเหนื่อย"

"หลับเถอะ" เหวินฮุ่ยเฉิงกระซิบบอก "ข้าจะพาเจ้ากลับบ้านเอง"

 

ตอนหน้าจบแล้วววววว

 

พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจ เถียนซิน

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1115 littlefoolmoon (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 13:20
    ขอพรกับนางเฉินไม่ได้เรอะ ขึ้นเป็นจอมมารก็ได้พรมาอีกข้อหนิ //นางเฉินชุบชีวิตได้ป่าววะ? ตอนนกเกอเกอยังยื้อไม่ให้ตายได้เลย
    #1,115
    0
  2. #1073 K.white wine (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 23:57
    สวรรค์ล่มก็รอบนี้แหละ บังอาจยิ่งนัก!!!!
    #1,073
    0
  3. #1010 mayaangel (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:47
    สมน้ำหน้าอีซูเม่ย
    #1,010
    0
  4. #991 chalillxx_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 20:42
    ทำไมคนพวกนั้นยังกล้าเรียกตัวเองว่าคนของเผ่าสวรรค์นะ
    #991
    0
  5. #966 DBJJKM97 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:34
    สงสารยัยน้องงงงงแงงงงง
    #966
    0
  6. #908 M110844 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 17:30
    สงสารน้องอ่า มาหาเรื่องกันไม่พอยังฆ่าแม่น้องอีก
    #908
    0
  7. #894 Notty Kero (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:37
    สงสารน้อนนนนนน เปนคนเริ่มเองยังมีหน้าแค้นคนอื่นอีก สารเลวมาก
    #894
    0
  8. #892 MidNiCEzaza (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:09
    ติดตามตั้งแต่ตอนแรกกกกกเลยยยยยย​ พอรุ้ว่าอีกตอนเดียวจบก้ใจหายเหมือนกัน
    #892
    0