หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 40 : บทที่.33 บุพเพที่ร้อยเรียงใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

บทที่.33

บุพเพที่ร้อยเรียงใหม่

"รู้ไหม ว่าเวลาที่เรารู้สึกคิดถึงใครสักคนน่ะ เราไม่ได้คิดถึงที่ตัวเขาหรอก แต่เราคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยทำร่วมกันกับเขาต่างหากล่ะ"

ฮุ่ยจวินก้มหน้าลง มองคนที่นอนหนุนตักเขาอยู่อย่างมึนงง "อารมณ์ไหนถึงพูดเรื่องนี้"

เฟยเมี่ยวลดหน้าจอไอแพดในมือลง เขายิ้มน้อยๆ แล้วโชว์หน้าจอที่ข้อความ ที่ตนเองอ่านเมื่อครู่ให้อีกคนดู "เปิดไปเจอน่ะ"

"ก็ว่า" ฮู่ยจวินยิ้มบาง "นายไม่น่าจะพูดอะไรทำนองนี้เป็น"

ผลที่ได้รับคือถูกคนชอบดุถลึงตาใส่ "อยากตายเหรอเจ้าทึ่ม"

"ถ้าคนที่ฆ่าเป็นนาย ฉันยินดีเลยล่ะ" 

"งั้นก็ไปตายสะ!" พอพูดจบ เฟยเมี่ยวก็หยิบหมอนที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมา แล้วฟาดใส่อีกฝ่ายเต็มแรง

"โอ้ย เจ็บนะ" คนถูกตีลูบจมูกตัวเองไปมาอย่างน่าสงสาร ยู่หน้ามองเขาด้วยใบหน้างอง้ำ

เฟยเมี่ยวยักไหล่ "ไม่ตีให้ตายก็ดีเท่าไหร่แล้ว"

ฮุ่ยจวินสนกลับทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันไม่ตายหรอก เดี๋ยวนายร้องไห้"

"ฝันอยู่เหรอ?"

"คืนนี้จะกินอะไรดี"

"ฮุ่ยจวิน" เฟยเมี่ยวใช้หมอนฟาดเขาอีกครั้ง "นายจะกวนประสาทฉันเหรอ"

มือหนาดึงหมอนในมือคนรักเอาไว้ "ฉันเปล่า"

เฟยเมี่ยวหรี่ตาลง เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม จากนั้นก็ลุกขึ้นกดอีกคนให้นอนราบไปบนเตียงคิงไซส์ จากนั้นใช้ร่างกายของตัวเองคร่อมทับเอาไว้ "เจ้าทึ่มฮุ่ยจวิน ตัวก็แค่นี้ กล้าทำให้ฉันโมโหเหรอ"

คนถูกกดในท่วงท่าสุ่มเสี่ยงไม่ได้รู้สึกร้อนใจแต่อย่างใด กลับกันเขากลับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น แล้วกอดไปที่รอบเอวสอบของคนด้านบน ออกแรงดึงร่างของอีกฝ่ายให้ลงมานอนทับเขาเอาไว้ทั้งตัว พอถูกถลึงตาใส่ก็ยังหัวเราะออกมาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน "หนักจัง"

"โดนทับตายไปเลยไป๊" เฟยเมี่ยวพยายามดิ้นให้หลุด แต่กลายเป็นว่าอ้อมกอดของอีกคนกลับยิ่งรัดแน่น เจ้าทึ่มที่เอาแต่กอดเขาไม่ปล่อย ยังอุตส่าห์แกล้งเขาต่อด้วยการจี้เอวเขาจนเขาหัวเราะไม่หยุด

สงครามหมอนและกองผ้าห่ม ระหว่างผู้ชายสองคนเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะเลือนหายไป ราวกับหมอกควัน

ฮุ่ยจวินสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะเสียงของโทรศัพท์มือถือที่มีสายเรียกเขา เขากวาดมืออย่างสะเปะสะปะไปบนโต๊ะทำงานรกๆ ที่มีรูปถ่ายและเอกสารมากมายวางอยู่ หาอยู่นานก็ยังไม่พบมือถือที่แผดเสียงร้องเตือนไม่หยุด

เสียงเรียกเข้ามือถือของเขา คือเพลงโปรดของใครอีกคน เมื่อก่อนเวลาได้ยินเพลงนี้ ก็รู้สึกแค่ว่ามันน่ารักดี ยิ่งน่ารักมากขึ้นไปอีก เวลาที่เฟยเมี่ยวมาร้องเหมียวเหมียวใกล้ๆ เพราะทั้งเพลงมีแค่ท่อนนี้ที่อีกคนร้องแล้วไม่เพี้ยน พอตอนนี้ได้ยินแล้วกลับรู้สึกว่าขาดสีสัน ไม่ได้รู้สึกว่ามันน่ารักที่ตรงไหน แล้วเนื้อเพลงท่อนไหนที่เพราะบ้าง

เขาเคยอยากจะลบมันทิ้งไปสะ จะได้ไม่ต้องไปนึกถึง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยกล้าทำสักครั้ง ก็คนที่ตั้งเพลงนี้ให้น่ะ เอาแต่ใจแล้วก็เผด็จการที่สุด ถึงขนาดเคยพูดว่าถ้าเขาเปลี่ยน จะขอให้เขาโชคร้ายเชียวนะ

ที่ทำได้ทุกวันนี้จึงมีเพียง การทนอยู่กับเพลงนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฟังมันซ้ำๆ ทั้งที่คนที่ชอบฟังเพลงนี้จริงๆ ไม่สามารถกลับมาฟังพร้อมกันกับเขาได้อีกแล้ว

ฮุ่ยจวินหามือถือพบในที่สุด เขาเปิดเปลือกตาขึ้น หน้าจอโชว์มิสคอลที่ไม่ได้รับเกือบร้อยสายจากเบอร์ปลายทางเบอร์เดียว และตอนนี้เบอร์ของคนคนนั้นก็ยังโชว์เป็นสายเรียกเข้าอยู่ นิ้วแกร่งเลื่อนไปกดรับสาย แล้วกรอกเสียงที่แหบแห้งลงไป "อืม"

[ยังไม่ตื่น?]

"อืม"

[คืนนี้จะไปกี่โมง]

"ฉันส่งรายละเอียดทั้งหมด ไปไว้ให้ในเมลแล้ว"

[ก็ตอบๆ มาไม่ได้หรือไง ฉันยิ่งชวนคุยไม่เก่งอยู่] เสียงจากปลายสายติด จะมีความจนปัญญาอยู่มากทีเดียว

ฮุ่ยจวินกล่าวอย่างเย็นชาว่า "เจียงผิง ฉันไม่อยากคุยกับนาย เลิกพยายามเถอะ"

[...อาจวิน]

"แค่นี้นะ ฉันต้องการเวลาเตรียมตัว" สายถูกตัดไปในที่สุด ฮุ่ยจวินเขวี้ยงมือถือออกไปให้ห่างตัวอย่างหัวเสีย ขายาวภายใต้กางเกงที่เข้าชุดกับชุดนอน ก้าวเดินไปทางห้องครัว มือหนาเปิดตู้เย็นออกมาแล้วหยิบเบียร์มาหนึ่งขวด เขาเปิดมันออกแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด เหมือนดื่มน้ำเปล่า

เขาพาตัวเองกลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง มือหนาหยิบเอกสารทั้งหมดขึ้นมากวาดตามองลวกๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเลือกหยิบภาพของใครบางคนขึ้นมา คนที่เป็นเป้าหมายในการล่าครั้งนี้ เขาปรายตามองภาพนั้นอย่างเย็นชา

เขาเก็บเอกสารทั้งหมดใส่ในซองสีน้ำตาล จากนั้นยื่นส่งให้คนบางคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง "ส่งหลักฐานทั้งหมดนี่ให้องค์กรกวาดล้างต่อสะ งานของฉันเสร็จแล้ว"

ผู้ชายตัวเล็กอีกคนที่ยืนอยู่ภายในห้องนี้ รับซองเอกสารนั้นมาถือไว้ เขาเอ่ยถามฮุ่ยจวินอย่างไม่มั่นใจนักว่า "นายจะไปจริงๆ เหรอ"

"ฉันช่วยเท่าที่ทำได้ไปแล้ว ต่อไปฉันจะทำตามใจตัวเองบ้าง"

"แต่ที่นายจะทำคือบุกไปหาถงเหยียนคนเดียวนะ นั่นมาเฟียนะอาจวิน"

"แล้วยังไง" บุหรี่ที่ตลอดชีวิตเขาไม่เคยคิดจะแตะต้อง ถูกหยิบขึ้นมาจุดไฟ ฮุ่ยจวินอัดนิโคตินเข้าปอด ก่อนจะพ่นครัวสีเทาออกมาจากปาก "แค่ถงเหยียนเท่านั้น ที่ฉันไม่สามารถทนให้มันมีชีวิตต่อไปได้อีก"

อาเมี่ยวนายเห็นไหม ทุกอย่างที่นายพยายามทำมาตลอด ฉันกำลังจะทำให้มันจบแล้ว คนที่ฆ่านาย ฉันก็กำลังจะส่งมันไปขอโทษนายแล้ว แน่นอนว่าก่อนตาย ฉันจะทำให้มันสำนักและเสียใจกับสิ่งที่มันทำ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายที่ดับลงเลยล่ะ

เนียร์มองคนที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน และพี่ชายที่เขาเคารพรักอย่างเจ็บปวด คนเราเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสีย ก็เหมือนกับว่าชีวิตนั้นสูญสิ้นทุกสิ่ง ในวันที่ไปนำร่างที่ไร้วิญญาณของเฟยเมี่ยวกลับมาที่องค์กรเขาก็อยู่ด้วย วันนั้นทุกคนก็เสียใจ แต่แน่นอนว่าคนที่เปรียบเสมือนครอบครัวคนเดียวเขาอาเมี่ยว อย่างอาจวินเจ็บปวดยิ่งกว่าใคร

ในตอนที่เขารู้ว่าฮุ่ยจวินรับภารกิจต่อจากเฟยเมี่ยวมานั้น เขาก็รู้แล้วว่าจะต้องมีวันนี้ เฟยเมี่ยวทำงานนี้เพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเองและคนรัก แต่ฮุ่ยจวินไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น ไม่มีอาเมี่ยวแล้วชีวิตของเขาก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เขารับภารกิจนี้ต่อมานั้น ทุกคนในทีมต่างก็รู้ดีว่า เหตุผลมีเพียงการแก้แค้น

ถงเหยียนฆ่าเฟยเมี่ยวอย่างเลือดเย็น แผนการของเรารั่วไหล หลักฐานในการทำผิดกฎหมายที่เฟยเมี่ยวมีทั้งหมดหายไปแล้ว หายไปพร้อมกับลมหายใจของเขา ไม่นึกว่าอาจวินกลับใช้เวลาเพียงเดือนเดียว ในการสืบหาและรวบรวมหลักฐานทุกอย่างได้ สิ่งที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้ เป็นสิ่งที่สามารถถอนรากถอนโคนเจ้าพ่อมาเฟียที่มีอิทธิพลในประเทศนี้ได้ทั้งหมด รวมทั้งบิ๊กบอสอย่างถงเหยียนด้วย

วันนี้มีการประชุมรวมทีมเพื่อแบ่งหน้าที่วางกำลัง สกัดจับขบวนสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่ของถงเหยียน ที่กำลังจะถูกส่งออกไปทางท่าเรือ ส่วนหนึ่งก็จะบุกทำลายฐานลับของพวกนั้นไปพร้อมกัน งานครั้งนี้ที่แผนกของเราต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะคนของถงเหยียนเกินครึ่ง เป็นผู้มีพลังพิเศษ เลี้ยงสุนัขประสิทธิภาพดีไว้มากมายขนาดนี้ ถงเหยียนสำหรับประเทศนี้ ไม่สิสำหรับวงการมาเฟียในโลกมืดแล้ว เขาถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากทีเดียว

ครั้งนี้ฮุ่ยจวินไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เขาเพียงขอส่งหลักฐานทั้งหมดให้องค์กร และขอรับหน้าที่กำจัดถงเหยียนเท่านั้น

เนียร์ก้าวเท้าถอยหลังออกห่างไปสามก้าว กล่าวด้วยความรู้สึกจากใจจริง "ผมขอให้พี่ปลอดภัย"

เมื่อพยายามพูดแล้วไม่ได้ผล เขาก็ไม่คิดเข้าไปขัดขวางหรือรั้งฮุ่ยจวินเอาไว้ แม้ว่าบางครั้งเขาจะโง่ไปบ้าง แต่เรื่องที่ควรเข้าใจ เขาก็สามารถทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้เป็นความแค้นของฮุ่ยจวิน เขาทำได้เพียงภาวนาให้อีกฝ่ายปลอดภัยกลับมาเท่านั้น อย่าให้เขาต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงานดีๆ ไปอีกเลย

ฮุ่ยจวินไม่ได้ตอบรับคำอวยพรนั้น เขาเพียงเดินหนีเข้าห้องมาอย่างเย็นชา แล้วเข้าไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้ น้ำจากฝักบัวค่อยๆ ไหลผ่านศีรษะชำระล้างฟองของแชมพูออกไปทีละน้อย ฮุ่ยจวินใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำร่วมหนึ่งชั่วโมง กว่าที่เขาจะออกมาแต่งตัว ผมที่เปียกลู่ไปกับศีรษะและใบหน้า ถูกขยี่ด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก

ฮุ่ยจวินนั่งลงที่ขอบเตียง ที่ขวามือของเขานั้นเป็นโต๊ะหัวเตียง ที่มีรูปภาพของเขาและเฟยเมี่ยวตั้งอยู่ มือหนาหยิบกรอบรูปที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมา เขาใช้นิ้วมือเกลี่ยไปที่ใบหน้าของเฟยเมี่ยวในภาพ ที่ยังคงส่งยิ้มให้เขาอย่างเคย แล้วยิ้มตามอีกฝ่าย โดยที่ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มนี้ของตนนั้นน่าเศร้าแค่ไหน

"อาเมี่ยว วันนี้ฉันนอนไปแค่สามชั่วโมงเอง" เขาเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน "ข้าวก็ไม่ได้กิน"

"..." ยังคงมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา

เขาพูดต่อไปอีกว่า "ถึงฉันจะไม่หิวก็เถอะ แต่วันนี้ฉันก็เป็นเด็กไม่ดีจริงๆ นายจะไม่ดุฉันหน่อยเหรอ"

"..."

"ทำไมนายต้องเงียบใส่ฉันด้วยล่ะ ฉันเหงามากเลยนะ"

"..."

"แต่ถึงช่วงนี้ฉันจะทำตัวไม่ดีไปบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยนอกใจนายเลยนะ ไม่คุยไม่ยุ่งกับใครเลย"

"..."

"รวมๆ แล้วฉันก็ยังคงเป็นคนดีของนายนะ เพราะงั้นนายช่วยพูดอะไรกับฉันหน่อยได้ไหม"

"..."

"จะบ่นก็ได้ ด่าก็ได้ ต่อให้นายอยากจะตีฉัน ฉันก็จะไม่หลบแล้วก็ไม่สู้กลับด้วย แต่นายอย่าเงียบใส่ฉันเลยนะ ฉันเสียใจมากรู้ไหม"

"..."

"ฮึก ไม่มีนายอยู่ข้างๆ แต่ละวันมันผ่านไปได้ยากมากๆ เลยนะ"

เคยมีคนพูดไว้ ว่าผู้ชายนั้นร้องไห้ไม่เป็น แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผู้ชายเองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง โกรธเป็น ดีใจ มีความสุข เสียใจ และร้องไห้เป็น หากจะถามว่าแล้วผู้ชายร้องไห้ตอนไหนล่ะ คงตอบได้แค่ว่า พวกเขานั้น จะสามารถร้องไห้ได้ ก็เมื่ออยู่ในสถานะการณ์ที่หัวใจไม่สามารถแบกรับอะไรได้ไหวอีกแล้ว

เพราะมีความรู้สึกเสียใจจนเกินจะแบกรับ จึงระบายความเจ็บปวดด้วยการร้องไห้ออกมาในที่สุด

ริมฝีปากบางจรดลงบนภาพของคนรัก ฮุ่ยจวินวางกรอบรูปนั้นลงอย่างเบามือ "นายรอฉันอีกนิดเดียว ฉันจะส่งคนที่มันทำร้ายนาย ให้ไปขอโทษนายเร็วๆ นี้แหละ"

หลังจากแต่งตัวเสร็จ ฮุ่ยจวินก็หยิบBeretta93R ปืนสุดรักสุดหวงของเฟยเมี่ยวออกไปด้วย แทนที่จะเป็นปืนพกของตัวเอง ในเวลาแบบนี้ที่เขาต้องการไม่ใช่การสวดภาวนา เพื่อขอให้ตัวเองปลอดภัย ไม่ใช่กำลังใจจากคำพูดที่สวยหรู เขาเพียงมีความต้องการที่เรียบง่ายอย่างเดียว เขาอยากให้เฟยเมี่ยวอยู่เคียงข้างเขา

Ferrari Romaเคลื่อนตัวออกจากคอนโด ฮุ่ยจวินเหยียบคันเร่งไต่ระดับความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ เวลาสามทุ่มในเมืองที่เขาอาศัยอยู่ ตามสองข้างทางผู้คนยังคงพลุกพล่าน จุดมุ่งหมายของเขาในครั้งนี้คือท่าเรือใหญ่ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือที่ถงเหยียนบริหารอยู่

เขาต่อสายหาเนียร์เพื่อยืนยันตำแหน่ง ไม่นานปลายสายก็กดรับ "อีกห้านาทีฉันไปถึง"

"พวกมันกำลังเริ่มขนย้ายสินค้า"

"ถงเหยียนอยู่ที่ไหน"

เนียร์เงียบไปสักพัก ก็พูดต่อว่า "ออฟฟิศข้างบน รอบนี้มันน่าจะเดินทางไปพร้อมขบวนสินค้า"

ฮุ่ยจวินเหยียบคันเร่งอีกครั้ง "ใช้เวลาเท่าไหร่"

"ราวๆ ครึ่งชั่วโมง" เสียงกดคีย์บอร์ดดังรอดออกมาตามสาย "พี่ จะไปคนเดียวจริงเหรอ รอกำลังสนับสนุนก่อนดีไหม ถงเหยียนยังไงเราก็ต้องได้ตัวมันอยู่แล้ว ช่วยกันไม่ดีกว่าเหรอ"

"มันต้องตาย" ฮุ่ยจวินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา "นายเลิกคิดเรื่องจับเป็นได้เลย"

เนียร์เงียบเสียงลงอีกครั้ง ก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้เขาถึงกับต้องบีบพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น "แต่เบื้องบนให้เราจับเป็น"

"เหอะ" ฮุ่ยจวินเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาตอบเนียร์กลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "ชีวิตของมันเป็นของฉัน อยากได้มันกลับไปแบบเป็นๆ พวกนายมีความสามารถก็มาแย่งเอา!"

จับเป็นคืออะไร มาเปลี่ยนใจเอาวินาทีสุดท้าย ไม่เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ที่ต้องสังเวยชีวิต ทั้งสามศพนั้นตายเปล่าเหรอ จะให้เขายอมรับ ว่าคนรักของเขาต้องตาย เพียงเพราะเบื้องบนอยากจะได้ถงเหยียนมาไว้ในปกครองเหรอ ระบบปกครองประเทศเฮงซวย ฝันไปเถอะ

เนียร์ร้องออกมาด้วยความตกใจ และร้อนรน "อาจวิน พี่คิดจะขัดคำสั่งเบื้องบนเหรอ"

"..."

"พี่ใจเย็นนะ เดี๋ยว เดี๋ยวผมต่อสายบอสให้พี่คุยด้วย"

"คุยทำไม"

"ก็ให้บอสมายืนยันไง ว่าที่ผมพูดเป็นเรื่องจริง เบื้องบนต้องการอย่างนั้น"

"ไม่จำเป็น" เขาไม่ได้สนใจว่าใครต้องการอะไร มีแค่ชีวิตของถงเหยียนเท่านั้นที่เขาต้องการ และเขาจะต้องได้มันในวันนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็ยอม

สายของเนียร์ถูกตัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ฮุ่ยจวินเหยียบเบรครถในมุมอับสายตา เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วลงมาจากรถ จากนั้นเดินอ้อมไปทางด้านหลังของตึกที่เป็นออฟฟิศบังหน้า ท่าเรือนี้ภายนอกก็ดูเป็นท่าเรือธรรมดา เป็นธุรกิจของคนมีเงินที่บริหารมาได้ไม่เลวเลย ใครจะรู้ว่าเบื้องหลัง มันจะเป็นเส้นทางสายหลัก ในการส่งของผิดกฎหมายออกนอกประเทศ

เขาลอบเข้าไปด้านในตัวอาคารได้สำเร็จ โดยผ่านรปภ.ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกมาได้อย่างหวุดหวิด เดินต่อไปอีกนิด ก็เจอห้องทำงานของถงเหยียน ฮุ่ยจวินกระชับปืนในมือให้แน่นขึ้น เขาใช้มือหมุนลูกบิดประตูดู ปรากฏว่าประตูนั้นไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ เขาจึงยกเท้าถีบประตูเต็มแรงเพื่อเข้าไปด้านใน แต่ห้องกว้างนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า

ถงเหยียนไม่ได้อยู่ที่นี่…

ปัง ปัง ปัง

เสียงปืนดังขึ้นหลังจากนั้นเพียงเสี่ยววินาที ที่ท่าเรือไม่ไกลเกิดการปะทะกันขึ้นแล้ว ฮุ่ยจวินเตะเก้าอี้ที่อยูตรงนั้นอย่างหัวเสีย ถ้าจะให้เขาเดา ถงเหยียนตอนนี้คงไปถึงเรือที่จะใช้ขนส่งสินค้าของมันแล้ว ขายาวออกวิ่งในทันที เขาพลาดไม่ได้ นี่เป็นโอกาสเดียวของเขา ถ้าเขาพลาดเขาจะไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อแก้แค้นให้อาเมี่ยว

เมื่อมาถึง ฮุ่ยจวินก็พบว่าถงเหยียนกำลังจะขึ้นเรือไปแล้ว เขาลั่นไกปืนอย่างไม่ลังเลทันที ความแม่นยำในการยิงยังคงไม่เปลี่ยน ขอเพียงเป็นกระสุนที่เขายิง ร้อยเปอเซ็นยังไงก็เข้าเป้า กระสุนจากปืนBeretta93Rเจาะผ่านต้นแขนด้านซ้ายของถงเหยียนอย่างจัง จากนั้นฮุ่ยจวินก็เริ่มยิงนัดที่สองและสาม เพื่อให้คนทั้งหมดถอยห่างออกมาจากเรือ เขาได้ยินเสียงตะโกนว่า

"นายครับ มาทางนี้ก่อนครับ!" ถงเหยียนวิ่งตามคนที่คล้ายว่าจะเป็นบอดี้การ์ดไป

หลังจากนั้น เขาก็ได้ยินเสียงของเนียร์ตะโกนมาจากที่ไกลๆ ว่า "อาจวินอย่าตาม!"

แต่มันก็เป็นแค่เสียงห้ามที่ไร้ผล เพราะเขาออกตัววิ่งตั้งแต่เนียร์ยังพูดไม่ทันจบเสียด้วยซ้ำ ทั้งยิง และวิ่งตามอยู่นานจนกระทั่งมาถึงพื้นที่โล่ง ข้างซ้ายมือคือโกดังสภาพทรุดโทรม น่าจะเป็นโกดังเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ขวามือคือแม่น้ำที่ไร้เรือจอด ฮุ่ยจวินยกกระบอกปืนขึ้นมา ดวงตาคมมองตรงไปทางร่างของผู้ชายตรงหน้า "หยุดเดี๋ยวนี้!"

ถงเหยียนหันมองมาทางเขา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความหวาดกลัว กลับกันเมื่อสบตากับฮุ่ยจวินแล้ว ดวงตาที่ดูเย็นชาคู่นั้น กลับแปรเปลี่ยนเป็นพราวระยับอย่างน่าประหลาด คล้ายว่าจะได้พบเจอกับเรื่องสนุก

"ดูสิว่าใครมา" ถงเหยียนเหยียดยิ้ม "ที่แท้ก็เป็นคุณคนพิเศษของอาเฟยนี่เอง"

"..."

พอเห็นว่าเขาเงียบไป อีกฝ่ายก็ถามอย่างนึกสนุกว่า "ตกใจเหรอครับที่ผมรู้จักคุณ"

"ฉันมีทางเลือกให้นายสองทาง" ฮุ่ยจวินไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไร เขาเพียงบอกในเรื่องของตัวเองเท่านั้น "ทางแรกฆ่าตัวตายไปสะ ฉันจะใจดีเก็บอวัยวะของนายให้ครบทุกชิ้น ทางที่สองตายด้วยน้ำมือของฉัน แต่นายอาจจะไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง"

ถงเหยียนมองเขาอึ่งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา "คุณคิดว่าตัวเองมีอำนาจในการต่อรองหรือไง ผมสืบเรื่องของคุณมาหมดแล้ว"

"..."

"คุณอยู่ในหน่วยนั้นก็จริง แต่คุณไม่มีพลังพิเศษอะไรเลย ในขณะที่คนของผมที่อยู่ตรงนี้ เป็นผู้มีพลังพิเศษทั้งหมด แล้วคุณจะฆ่าผมได้ยังไง"

"..." ฮุ่ยจวินก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทีละก้าว ปืนในมือไม่ได้ลดระดับลงแม้แต่น้อย เขามีพลังพิเศษอย่างคนอื่นก็จริง แต่แล้วมันยังไงล่ะ ในเมื่อการฆ่าใครสักคน ไม่จำเป็นต้องมีพรจากพระเจ้า

ถงเหยียนเลิกคิ้วขึ้นมอง เขาสบตากับดวงตาที่ทอดมองเขาราวกับคนตาย ภายในใจก็เกิดความรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาลึกๆ ทั้งที่เขาถือไพ่เหนือกว่า "จัดการ!"

สิ้นเสียงออกคำสั่ง บอดี้การ์ดที่มีพลังเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายก็วิ่งเข้าใส่ฮุ่ยจวินทันที แต่เพียงชั่วพริบตานั้น ร่างของชายคนนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับปรากฏภาพปลายมีดที่มีเลือดโชกในมือของฮุ่ยจวิน

ที่ถงเหยียนประหมาดเป็นเพราะเขาเป็นเพียงคนธรรมดา อีกฝ่ายอาจจะคิดว่าเขาใช้เส้นสาย หรือเงินในการเข้ามาทำงานที่นี่ แต่ความจริงแล้วเขาเข้ามาในทีมด้วยความสามารถของตัวเอง ความสามารถทางกายที่สามารถเอาชนะผู้มีพลังพิเศษหลากหลายรูปแบบได้ แล้วเขาจะตายง่ายๆ ได้ยังไง

ฮุ่ยจวินเป็นฝ่ายเลิกคิ้วขึ้น เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางที่เป็นต่อบ้าง "ต้องฆ่าคนพวกนี้ให้หมด นายถึงจะเลือกได้ ว่าอยากจะตายยังไงงั้นสินะ"

ภาพหลังจากนั้นก็เป็นอย่างในตอนแรก บอดี้การ์ดของถงเหยียนตาไปทีล่ะคน จนกระทั่งที่ตรงนี้เต็มไปด้วยศพนองเลือดมากมาย และพวกเขาสองคน ถงเหยียนชักปืนออกมา แล้วเล็งไปที่ฮุ่ยจวิน ในดวงตาปรากฏความตึงเครียดไม่น้อยเลย "แกมันเป็นตัวอะไรกันแน่!"

ฮุ่ยจวินกลับถามกลับว่า "จะเลือกดีๆ หรือให้ฉันเลือกให้"

"แกต้องการอะไร เงินเหรอฉันจะให้"

ฮุ่ยจวินส่ายหน้ายิ้มๆ "เงินสำหรับฉันตอนนี้ มันก็แค่เศษกระดาษ"

"งั้นแกต้องการอะไร" ครุ่นคิดสักพักถงเหยียนก็ถามว่า "แก้แค้นให้อาเฟย"

ดวงตาของฮุ่ยจวินมีจิตสังหารเข้มข้น "แน่สิ แกคิดว่าฉันจะปล่อยให้คนที่มันฆ่าเมียฉัน หายใจต่อไปได้อีกหรือไง"

"หึ แกโทษฉันไม่ได้หรอก เมียแกมันหักหลังฉันก่อน"

ฮุ่ยจวินแคนเสียงเหอะ "อาเมี่ยวไม่เคยรักแก เผื่อว่าจะเข้าใจผิด"

"ใช่ มันไม่เคยรักฉัน" รอยยิ้มของถงเหยียนบิดเบี้ยว "เพราะมันหลอกฉัน เพราะมันไม่ได้รักฉันจริงๆ มันถึงต้องตายไง!"

"..." ฮุ่ยจวินมองคนที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ในตอนที่พูดเรื่องนี้ ถงเหยียนดูควบคุมตัวเองไม่ได้ราวกับคนเสียสติ

"มึงรู้ไหม วันที่กูฆ่าเมียมึง ก่อนตายมันมีสภาพเป็นยังไง" เสียงหัวเราะที่บิดเบี้ยว และรอยยิ้มที่แสนเศร้าของอีกฝ่ายดุไม่น่ามองเอาเสียเลย "มันไม่แม้แต่จะร้องขอชีวิตจากกูด้วยซ้ำ ทั้งที่ถ้าอ้อนวอนกูสักคำ กูก็คงไม่ฆ่ามันแล้วแท้ๆ แต่มันกลับยอมตาย แต่ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมก้มหัวให้กู ตอนแรกกูก็ไม่เข้าใจว่าทำไม"

"แล้วยังไง แค่เขาไม่ก้มหัวให้มึง มึงก็เลยต้องฆ่าเขาอย่างเลือดเย็นงั้นสิ" มือที่ถือปืนอยู่กำแน่น ฮุ่ยจวินหรี่ตาลงมองถงเหยียนที่หัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ หลังจากที่เขาพูดจบ

"มึงรู้ไหมว่ากูถูกใจเฟยเมี่ยวแค่ไหน กูพร้อมจะให้เขาทุกอย่างที่เขาต้องการ แม้กระทั่งวันที่รู้ว่าเขาเป็นหมาล่าเนื้อของทางการ กูก็ยังคิดจะเก็บเขาเอาไว้ข้างกาย" ถงเหยียนหยิบรูปแผ่นหนึ่งออกมาอกเสื้อ ในนั้นคือภาพของฮุ่ยจวินและเฟยเมี่ยว ที่กำลังนั่งกินไอติมถ้วยเดียวกันอยู่ "จนกระทั่งกูรู้ว่ามีมึงอยู่ พอกูเอาเรื่องมึงมาขู่ สิ่งที่กูได้รับกลับมากลับกลายเป็นว่า คนที่ใจเย็นมาได้ตลอดเอาปืนมาจ่อหัวกู ในดวงตาของเฟยเมี่ยวตอนนั้นมันบอกว่าเขาฆ่ากูแน่ ถ้ากูกล้าแตะต้องมึง"

ฮุ่ยจวินเหยียดยิ้มออกมา เขารู้อยู่แล้วบนโลกใบนี้ เขาสำคัญสำหรับอาเมี่ยวที่สุด เหมือนกันกับที่อีกฝ่ายก็เป็นทุกอย่างในชีวิตเขา ขนาดคนที่อาเมี่ยวเล่นสนุกด้วยยังเอามาเทียบกันกับเขาไม่ได้ ถงเหยียนที่ต้องทำเพราะเป็นคำสั่งจากเบื้องบน ยิ่งไม่ต้องคิดฝันว่าจะได้แม้เพียงเศษเสี้ยวความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย

"ตอนแรก กูก็คิดว่าจะเก็บมึงสะ ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป" ถงเหยียนเป็นฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาใกล้ฮุ่ยจวินมากขึ้น "แต่พอกูเห็นมึงขอเฟยเมี่ยวแต่งงาน แล้วเขาร้องไห้จนแทบขาดใจที่ปฏิเสธมึง กูถึงเข้าใจ"

ฮุ่ยจวินถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า "อาเมี่ยวร้องไห้?"

วันนั้นเขาเองก็เสียใจ และรู้ว่าอีกฝ่ายก็เสียใจ แต่ไม่คิดว่าคำพูดใจร้ายที่ตัวเองเป็นคนพูดออกมาเองในวันนั้น จะถึงกับทำให้คนอย่างเฟยเมี่ยวร้องไห้ ที่แท้วันนั้นในมุมมองที่เขามองไม่เห็น ก็เป็นแบบนี้เอง

"ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว มึงจะอยู่หรือตาย กูก็ไม่ใช่คนที่เขาเลือก"

ฮุ่ยจวินกล่าวอย่างเย็นชาว่า "รู้ตัวก็ดีแล้วนี่"

"ก็เพราะแบบนั้นแหละ มันถึงต้องตายไง ในเมื่อไม่รักกู พวกมึงสองคนก็อย่าหวังว่าจะได้รักกันเลย! ฮ่าๆ" รอยยิ้มของถงเหยียนบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง

ฮุ่ยจวินลั่นไกทันทีอย่างไม่ลังเล กระสุนฝั่งลงบนหน้าท้องของอีกฝ่าย พร้อมกันกับที่กระสุนจากปืนของถงเหยียนก็ถูกยิงออกมา แล้วฝังลงที่หน้าท้องของเขาเช่นกัน แม้ว่าจะเจ็บแต่ฮุ่ยจวินไม่ได้สนใจแผลของตัวเอง เขาเพียงเดินเขาไปถามด้วยสีหน้าเวทนาว่า "กูให้มึงเลือกอีกครั้ง"

"กูไม่ยอมตาย!" ถงเหยียนยิงสวนกลับมาอีกครั้ง แต่ฮุ่ยจวินเตะปืนในมือของเขาออกได้ทัน วิถีของกระสุนจึงพุ่งไปทางอื่น

"กูถือว่ามึงเลือกแล้ว" กระสุนอีกสองนัดถูกฝังลงไปบนต้นขาทั้งสองข้าง ฮุ่ยจวินมองถงเหยียนกรีดร้องออกมา ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขากระชากศีรษะของถงเหยียนขึ้นมา "กูไม่ให้มึงตายง่ายขนาดนั้นหรอก"

ดาบสั้นของญีปุ่นถูกหยิบออกมาจากด้านหลัง เขายังจำได้ กระสุนที่ฝังอยู่ที่หน้าอกข้างซ้ายของคนรัก รอยบีบที่คอซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิต ร่องรอยของบาดแผลที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดทุกส่วน ทุกบาดแผลที่ทำให้เฟยเมี่ยวต้องเจ็บปวดเขาจำได้ จำได้ทั้งหมด

"ฮ๊ากกก ปล่อยกู ช่วยด้วย อ๊ากก" ฮุ่ยจวินบรรจงกดปลายดาบคมลงบนผิวเนื้อของถงเหยียน รอยถลอกบนร่างกายของเฟยเมี่ยว ถูกทดแทนด้วยรอยกรีดลึกยาว บนร่างกายของถงเหยียนนับไม่ถ้วน

ต่อมาเขากระชากเส้นผมของถงเหยียนขึ้น กดเสียงต่ำ "มึงอย่าเพิ่งรีบตาย"

แทนที่เขาจะใช้ปืนยิงเข้าไปที่หัวใจของอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่เฟยเมี่ยวเคยถูกกระทำ ฮุ่ยจวินกลับใช้ดาบญีปุ่นแทงเข้าไปที่อกด้านซ้ายของถงเหยียน แล้วถามเขาว่า "เจ็บไหม ถ้ามึงเจ็บ รู้เอาไว้เลยว่ามันเจ็บไม่ได้ครึ่งของกู ในวันที่ต้องเห็นเมียตัวเองนอนไร้ลมหายใจ ด้วยสภาพแบบนั้นหรอก"

"ฮ๊ากก" เมื่อพูดจบแล้ว เขาก็กระซากดาบสั้นเล่มนั้นออกมาอย่างแรง แล้วจึงออกแรงแทงเข้าไปใหม่ ซ้ำกับปากแผลเดิม โดยไม่สนใจว่าแผลที่หน้าท้องของตนเองนั้น จะมีเลือดสดสดไหลออกมามากมายเพียงใด

เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของถงเหยียน ที่บีบข้อมือของตนอยู่ตกลงบนพื้น ฮุ่ยจวินก็กระซากดาบสั้นเล่มนั้นออกแล้วโยนทิ้งไป เขาลากร่างของถงเหยียนที่สิ้นใจไปแล้ว ไปที่ริมแม่น้ำ มือหนากำเขาที่ลำคอของอีกฝ่ายแล้วออกแรงบีบจนหัก จากนั้นเขาก็ทิ้งร่างของถงเหยียนลงน้ำไป

ฮุ่ยจวินกุมหน้าท้องของตนเองที่เลือดยังคงไหลไม่หยุด เขาเงยหน้าขึ้นไปมองพระจันทร์บนท้องฟ้า วันนี้พระจันทร์กลมโตและสวยมาก แม้ว่ารอบข้างจะไม่มีดวงดาวเลยก็ตาม อาเมี่ยวในที่สุด ฉันก็แก้แค้นให้นายสำเร็จแล้ว

ปัง

"อึก…" กระสุนนัดหนึ่งยิงใส่กลางแผ่นหลังของฮุ่ยจวิน เลือดสีแดงฉานไหลย่อนขึ้นมาบนมุมปาก เขาหันกลับไปมองอย่างเชื่องช้า เป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของถงเหยียนที่ใช้แรงเฮือกสุดท้าย หยิบปืนขึ้นมายิงเขา

ปัง ปัง ปัง

กระสุนอีกสามนัดยิงเข้าที่หน้าท้องของฮุ่ยจวิน ทุกนัดไม่มีพลาดเป้าก่อนที่คนยิงจะสิ้นใจไปในที่สุด ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ฮุ่ยจวินมองเห็นช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งทุกข์และสุขทุกช่วงเวลาที่เขาได้ใช้ร่วมกันกับเฟยเมี่ยว เหมือนเป็นภาพฉายซ้ำวนไปวนมา ความเจ็บปวดทำให้สมองของเขาพร่าเรือน

ในวาระสุดท้ายของชีวิต ฮุ่ยจวินกลับสามารถยิ้มออกมาได้อย่างเป็นสุข บนโลกใบนี้เขาไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีกแล้ว ตายไปก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไปหาอาเมี่ยวสักที ร่างกายของฮุ่ยจวินจมลงไปในแม่น้ำที่เย็นเฉียบ และลมหายใจของเขาค่อยๆ หมดลง

คำอธิษฐานอย่างแรงกล้าก่อนสิ้นใจของเขา มีเพียงอย่างเดียว "พระเจ้าครับ ถ้าหากว่าคุณมีอยู่จริงล่ะก็ ได้โปรดช่วยให้ผมได้เจอกับอาเมี่ยวอีกครั้งด้วยเถอะ"

แสงสีขาวสาดส่องไปทั่วบริเวณ ฮุ่ยจวินรู้สึกคล้ายถูกแสงเหล่านั้นรบกวน เขาฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วพบว่าตนเองนั้นอยู่ในที่ๆ เขาไม่รู้จัก พื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีที่สิ้นสุด ต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังก้องอยู่ในหัว

"คำอธิถฐานของคุณ ผมได้ยินแล้ว"

"เสียงใครน่ะ" ฮุ่ยจวินกวาดตามองไปโดยรอบ เขาเห็นผู้ชายในชุดสูทสีขาวทั้งตัวยืนอยู่ไม่ไกล "คุณเป็นใคร?"

"คนที่จะทำให้คุณได้พบกับเฟยเมี่ยวอีกครั้ง"

ดวงตาคมเบิกกว้าง "คุณเป็นพระเจ้าเหรอ"

"อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ เรื่องนั้นสำคัญเหรอ"

"ไม่" ฮุ่ยจวินส่ายหน้าไปมา "ถ้าคุณทำได้จริง ช่วยพาผมไปหาเขาที"

"ถ้าการไปครั้งนี้ ทำให้คุณต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส คุณจะยินยอมไหม"

"ผมยอม"

"ถ้ามันต้องแลกกับความทรงจำทั้งหมดของคุณ คุณพร้อมที่จะแลกหรือเปล่า"

ฮุ่ยจวินตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่า "ผมพร้อม"

"แต่นั่นหมายความว่า คุณจะไม่สามารถจดจำคนรักของคุณได้อีก ชีวิตหลังจากนี้คุณจะไม่ใช่ฮุ่ยจวินอีกแล้ว ในชาติภพหน้าของคุณไม่แน่ว่าต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต คุณก็อาจจะตามหาเฟยเมี่ยวไม่พบ"

"ไม่เป็นไร" เขายิ้มออกมา เพียงแค่คิดว่ายังมีความหวังว่าจะได้พบคนรัก หัวใจที่ด้านชาก็คล้ายว่าจะกลับมาเต้นแรงได้อีกครั้ง "ขอแค่ให้ผมได้อยู่ในโลกใบเดียวกับเขา สักวันผมจะต้องหาอาเมี่ยวของผมพบแน่"

"หาพบแล้วยังไง ในเมื่อคุณก็จำเขาไม่ได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ"

"ผมจะรัก ต่อให้เป็นในวันที่ผมจำเขาไม่ได้ ผมก็จะยังรักเขา" ฮุ่ยจวินตอบกลับอย่างมั่นใจ "ไม่ว่าในโลกใบใหม่ อาเมี่ยวจะเป็นใคร ผมจะจำเขาให้ได้ จะรักเขาให้มากยิ่งว่านี้ และจะไม่มีวันยอมให้อะไรมาพรากเขาจากผมไปอีกเป็นครั้งที่สอง"

เฉินเยว่ระบายยิ้มออกมาในที่สุด "ความปรารถนาของคุณ ผมรับไว้แล้ว ขอให้ดวงวิญญาณผู้มีความรักนำทาง ได้ไปจุติณ.ดินแดนแห่งเหมันต์อันหนาวเหน็บ ขอให้ความรักที่มั่นคงคุ้มครองคุณ และขอให้คุณโชคดี"

ณ แดนเหมันต์

“เด็กคลอดแล้ว เป็นคุณชายน้อย!”

“ยินดีด้วยเจ้าค่ะเจ้าตำหนัก ท่านมีบุตรชายไว้สืบสกุลแล้ว!!”

“ไหน” เจ้าชีวิตของผู้คนทั่วทั้งแดนเหมันต์กล่าวว่า “ขอข้าดูหน้าบุตรชายของข้าใกล้ๆ หน่อย”

หญิงรับใช้ส่งคุณชายน้อยให้ผู้เป็นนายอย่างเบามือ “ฮูหยินเจ้าดูเขาสิ ตัวแดงเชียว”

จางจิวเอ๋อร์กล่าวทั้งรอยยิ้ม แม้จะยังอ่อนแรงอยู่ว่า “ท่านพี่ตั้งชื่อให้เขาสิเจ้าคะ”

“บุตรชายคนนี้ของข้า ภายภาคนหน้าเขาจะต้องสืบทอดตำหนักซือโฮ่วต่อไป” เหวินฉางหลางครุ่นคิดสักพักจึงยิ้มออกมา เขากล่าวว่า “ฮุ่ยเฉิง ชื่อนี้ฮูหยินเห็นว่าเป็นเช่นไร”

“ฮุ่ยเฉิง...” จางจิวเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย “มีทั้งปัญญาและความสำเร็จ ฮุ่ยเฉิงชื่อนี้ดีแล้วเจ้าค่ะท่านพี่”

เหวินฉางหลางหัวเราะเสียงดังก้อง เขาก้มมองลูกน้อยในอ้อมแขนด้วยแววตารักใคร่ “ลูกพ่อ บิดาขอตั้งชื่อเจ้าว่าเหวินฮุ่ยเฉิง ก็แล้วกัน”

 

 

happy New Year นะคะทุกคน ส่งท้ายปี2019 ด้วยนิยายหนึ่งตอนเต็มๆ นะคะ ปีใหม่แล้วเถียนซินขอให้รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี2020 และตลอดไปเลยนะคะ อยู่ด้วยกัน ติดตามอ่านนิยายของเถียนซินไปนานๆ น้า

 

พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจเถียนซิน

ทวิตเตอร์@Hanfeng62416408

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1113 littlefoolmoon (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 03:50
    นางเฉินบวกหนึ่งแต้มความดี หักลงแล้วคงเหลือ-999,795,577แต้ม โปรดทำความดีต่อไป
    #1,113
    0
  2. #1070 K.white wine (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    อาจวินคือย้อนไปเกิดตั้งแต่ต้นเลยอะ โหหห
    #1,070
    0
  3. #963 DBJJKM97 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 15:51
    สงสารอาจวิ้นคนอยู่ก็ทรมานคนไปก็เจ็บปวด
    #963
    0
  4. #883 Mio26082549 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:46

    สุขสันต์วันปีใหม่นะเตงงง น้ำตาพรากกกก. ซึ้งมากอาจวินน...เเงงงงง
    #883
    0
  5. #882 3557 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 00:24

    HNY นะคะไรท์
    #882
    0
  6. #881 poly_ploypoly (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 00:08
    Happy New Year ค่ะ​ไรท์🎉🎉
    #881
    0