หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 36 : บทที่.30 ความจริงแล้ว เขาก็อยู่ข้างกายคุณมาตลอดนั่นแหละ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    11 ธ.ค. 62


คำผิดจะมีการตรวจแก้ไขอีกครั้งในเล่มนะคะ


 บทที่.30

ความจริงแล้ว เขาก็อยู่ข้างกายคุณมาตลอดนั่นแหละ

ภาพเบื้องหน้าของเฟยเมี่ยว แปรเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา คล้ายกระจกที่เริ่มมีรอยร้าว แล้วแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ มิติเวลารอบกายบิดเปี้ยวไม่เหลือเค้าโครงเดิม รอบข้างของเขา กลายเป็นห้วงเวลาที่ว่างเปล่าไร้จุดสิ้นสุด

เฟยเมี่ยวจ้องมองเฉินเยว่ที่มายืนอยู่ตรงหน้าเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อย่างฉงน แล้วจึงเอ่ยถาม "ทำอะไรน่ะ?"

"ขอบคูณ" เฉินเยว่ไม่ตอบคำถามของเขา แต่กลับพูดในสิ่งที่เขาไม่ได้ถาม "เฟยเมี่ยว ขอบคุณที่ทำให้ผมหาเขาเจอ"

"คุณพูดอะไร" เฟยเมี่ยวถามย้ำอีกครั้ง "แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน"

คำตอบที่ได้รับมีเพียงความเงียบงัน และรอยยิ้มที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็น เฟยเมี่ยวเคยพบเฉินเยว่เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ละครั้งแม้มีรอยยิ้มประดับไว้บนใบหน้า แต่ก็ไร้ซึ่งความรู้สึก ในความคิดของเขา ครั้งนี้กลับต่างออกไป เรียกว่าอะไรดีล่ะ มันเป็นรอยยิ้มที่ดูมีความรู้สึกมากกว่าที่เคยล่ะมั้งนะ

"นี่ เฟยเมี่ยวคุณเคยโกรธผมไหม"

"เรื่องอะไร?" คิ้วเรียวขมวดแน่น "เรื่องที่คุณส่งผมมาที่นี่น่ะเหรอ โกรธสิ ต้องโกรธอยู่แล้ว ถ้าฆ่าคุณได้ผมก็ทำ"

เฉินเยว่เลิกคิ้วขึ้นมองหน้าเขา แล้วถามยิ้มๆ ว่า "แล้วทำไมไม่ทำ"

"ทำไม่ได้ไง" บนโลกใบนี้มีใครฆ่าร่างโฮโลแกมได้บ้างล่ะ ถ้าทำได้ เขาจะไม่ลังเลที่จะทำเลย คนสร้างก็น่ารำคาญพอกันกับระบบ

เฟยเมี่ยวกวาดตาไปรอบกายคราหนึ่ง ที่นี่คล้ายห้วงเวลาที่ว่างเปล่า ทั่วทุกพื้นที่เป็นสีขาวโพลน ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด เฟยเมี่ยวเหม่อมองไปเรื่อยเปื่อย เขารู้เพียงว่าเหวินฮุ่ยเฉิงยังรออยู่ข้างนอก หากเขายังติดอยู่ในนี้ คนผู้นั้นต้องร้อนใจแน่ 

คิดถึงเรื่องนี้แล้ว เฟยเมี่ยวก็อดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจไม่ได้ ตกลงพระเจ้าสี่ตานี่ต้องการจะเล่นสนุกอะไรกับเขากันแน่ ถึงได้มากักขังกันไว้แบบนี้ จะให้เล่นเกมจ้องตาเป็นเพื่อนหรือไง

ที่นึกสงสัยอยู่ในใจก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่ต้องถามก็ยังต้องถามอยู่ ถามย้ำเป็นรอบที่สาม "ตกลงว่า…"

เฟยเมี่ยวยังเอ่ยคำถามไม่ทันจบดี เฉินเยว่ก็ชิงเอ่ยตัดบทสนทนา ด้วยคำบอกเล่าที่ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางศีรษะของเฟยเมี่ยว "ความจริงแล้ว ที่ผมให้คุณมาที่นี่ จุดประสงจริงๆ ไม่ใช่เพื่อมาเป็นจอมมารอะไรนั่นหรอก"

"อะไรนะ" เฟยเมี่ยวถามเสียงสั่น ลำคอคล้ายแห้งผากไปอย่างรวดเร็ว "คูณกำลังจะบอกผมว่า ที่ผ่านมาคุณหลอกใช้ผมมาตลอดเหรอ"

เฉินเยว่พยักหน้ารับ "ถ้าจะคิดแบบนั้น ก็ใช่แหละ"

มันก็คิดแบบอื่นไม่ได้แล้วไหม…"คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ ถึงต้องทำเรื่องมากมายขนาดนี้"

"ก็ไม่ต่างจากคุณ" เฉินเยว่ยิ้มบาง "ผมก็แค่อยากตามหาคนคนหนึ่ง"

"ใคร?"

"เขา"

"หยางจินเหลียง? เขาเป็นอะไรกับคุณ" นอกจากเขาและอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้ที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือหยางจินเหลียง สมองที่ใช้ประมวลผลเริ่มรวนขึ้นทุกที เฟยเมี่ยวไม่กล้ากล่าวว่าตนเองนั้นเฉลียวฉลาด แต่เขาก็มั่นใจว่าตนเองไม่ใช่คนโง่งม แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเฉินเยว่และหยางจินเหลียงจะไปเกี่ยวข้องกันที่ตรงไหน

"เสียใจที่ต้องบอกคุณว่า ในชาติภพนี้นั้น เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันเลย

ชายเสื้อคลุมถูกเฟยเมี่ยวถูกกำจนยับย่น "ช่วยพูดให้รู้เรื่องหน่อยได้ไหม หรืออย่างน้อยพูดให้เป็นภาษาคนหน่อยก็ดี"

เฉินเยว่ไม่สนใจใบหน้าที่เริ่มบึ้งตึงของเฟยเมี่ยว ยังคงกล่าวอย่างใจเย็นว่า "ผมกับเขา เมื่อนานมาแล้ว เราก็เคยเป็นเหมือนกับคุณและฮุ่ยจวิน เป็นคนรักกัน"

คราวนี้เป็นดวงตาหงที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง "แล้ว แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?"

"ด้วยเหตุผลบางอย่าง"

"..."

"ความจริงหลังจากที่ผมกลายเป็นพระเจ้าในโลกของคุณ ผมก็ลืมเขาไปแล้ว"

"..."

"มันเป็นเรื่องน่าตลก ที่แม้แต่กฎเกณฑ์ของโลกยังพรากเอาความทรงจำของผมไปได้เพียงชั่วคราว" นิ้วเรียวดีดหนึ่งครั้งเสียงดังกังวาน ไม่นานนักเก้าอี้คล้ายบัลลังก์ของพระราชาของอังกฤษ ก็ปรากฏที่ด้านหลังของเฉินเยว่ อีกฝ่ายนั่งลงด้วยท่วงท่าสง่างามแล้วเล่าต่อว่า "เวลาผ่านไปนานหลายพันปี สุดท้ายผมก็กลับมาจำเขาได้อยู่ดี"

เฟยเมี่ยวเหลือบตามองเก้าอี้เกรดบี ที่หาได้ตามถนนคนเดินข้างตัวอย่างเย็นชา จากนั้นสะบัดชายเสื้อนั่งลงด้วยท่วงท่าที่สง่างามไม่แพ้กัน บนใบหน้าเขายามนี้คงมีคำพูดประมาณว่า 'ต่อให้ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ ผมก็มีสง่าราศรีมากกว่าคุณ' แปะอยู่แน่นอน ใครใช้ให้พระเจ้าแว่นนี่ทำตัวเกินเลยก่อนล่ะ!

เมื่อได้ท่านั่งที่พอใจแล้ว เฟยเมี่ยวก็ถามต่อว่า "คุณก็เลยออกตามหาเขา?"

"อืม"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ผมต้องมาที่นี่?" ต่อให้บอกว่าหลอกใช้เขา เฟยเมี่ยวก็ยังไม่เห็นว่าสองเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกันที่ตรงไหน รออยู่นานน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยของเฉินเยว่ก็ดังขึ้น

"เรื่องมันเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ผมและผู้ช่วยกำลังนั่งดื่มชายามบ่ายกันอยู่"

ดวงตางามกลอกไปมาอย่างเบื่อหน่าย นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะมาเล่นมุกอะไรอีก! "กราบล่ะ ขอเนื้อๆ เลยได้ไหม"

เฉินเยว่หัวเราะน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี "คุณพร้อมจะฟังแล้วหรือยัง แน่ใจนะว่าจะโอเค"

"เล่าๆ มาสักทีเถอะ" เวลาป่านนี้แล้ว คนแซ่เหวินยืนรอเขารากงอกออกมาจากขาแล้วมั้ง

"ผมออกตามหาเขาทันที หลังจากที่จดจำทุกอย่างได้ ใช้เวลาหลายปีก็ยังหาไม่พบแม้แต่ดวงวิญญาณ

"อันนี้ถามได้ไหม"

"ว่ามาสิ"

"คุณไปตามหาเขาได้ยังไง ใช้วิธีไหนตามหากัน"

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนา มองมาที่เฟยเมี่ยวอย่างเอือมระอา "ผมเป็นพระเจ้านะ เผื่อคุณลืม พาคุณมาที่นี่ผมยังทำได้ แค่ตามหาดวงวิญญาณของใครบางคนมันดูยากหรือไง"

เฟยเมี่ยวยกยิ้มเย้ยหยัน "แต่ก็หาไม่เจอไม่ใช่หรือไง"

"คุณนี่มัน…." ขายาวขยับคล้ายจะลุกขึ้นยืน แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง "เอาเถอะ ก็อย่างที่ว่ามา ผมหาเขาไม่เจอ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ใช้วิธีอะไรก็ไม่สามารถมองเห็นเขาได้เลย"

"แล้วคุณไม่ถอดใจไปล่ะ ไม่เหนื่อยเหรอ ที่ต้องวิ่งตามอะไรที่ดูไร้ตัวตน" เหมือนว่าเขาจะเข้าใจสิ่งที่เฉินเยว่พูดมา แต่เวลามันก็ผ่านมาเนิ่นนานมากแล้ว ทำไมถึงยังคงไล่ตามสิ่งที่อาจจะไม่หลงเหลืออะไรไว้บนโลกใบนี้อีกแล้ว ได้นานขนาดนั้นกันนะ

ดวงตาของเฉินเยว่ ปรากฏความเย็นชาครู่เดียวก็จางหายไป เขากล่าวยิ้มๆ ว่า "ถ้าผมบอกให้คุณปล่อยวางเรื่องของฮุ่ยจวิน คุณทำได้หรือเปล่า"

แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ ให้เขาปล่อยวางอะไรบนโลกนี้เขาล้วนทำได้ ให้เขาละทิ้งชีวิตเขาก็ทำได้ มีเพียงอาจวินเท่านั้น ที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถปล่อยวางได้ "ไม่ได้อยู่แล้ว คุณบอกให้ผมไปตายสะ ยังจะดูเป็นไปได้มากกว่าอีก"

"ผมก็ไม่ต่างจากคุณ ก็เพราะปล่อยวางไม่ได้ วันนี้ถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้"

"..."

"หลังจากที่ผมพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว ก็ยังหาเขาไม่เจอ ผมเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีอีกครั้ง โดยใช้ตำแหน่งพระเจ้าให้เป็นประโยชน์ ผมสร้างระบบของจีขึ้นมา แล้วทำพันธสัญญากับผู้เล่นมากมาย ส่งพวกเขาไปยังโลกคู่ขนวนที่แตกต่างกัน เพื่อให้พวกเขาเป็นทางเชื่อมที่ทำให้ผมสามารถเดินทางไปที่โลกใบนั้นได้"

"..."

นิ้วเรียวของเฉินเยว่ชี้มาที่เฟยเมี่ยวอย่างถือวิสาสะ "และคุณเอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น"

ความจริงตรงหน้าทำให้เฟยเมี่ยวนิ่งไปหลังจากนั้น ความรู้สึกตอนนี้ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไงกันแน่ เขาถามตัวเองในใจเป็นร้อยครั้ง หลังจากที่ฟังจบ คนคนนี้ยังเป็นคนสติดีอยู่ใช่ไหม แล้วคนดีๆ ที่ไหนเขาจะเอาชีวิตของผู้คนมากมายมาล้อเล่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ถูกทำให้กลายเป็นของเล่นใช้แล้วทิ้ง แต่ยังมีคนอีกมากมายที่ต้องตกเป็นเหยื่อของความรักครั้งนี้

เฟยเมี่ยวถามต่อในที่สุด "แล้วคุณรู้ได้ยังไง ว่าคนคนนั้นของคุณเขาคือหยางจินเหลียง"

"ไม่รู้หรอก" เฉินเยว่ยักไหล่อย่างไม่แยแส "ความจริงผมไม่สนใจเควสนี้ด้วยซ้ำ ก็แค่คิดอะไรไม่ออก เลยใส่ๆ ไปให้คุณไม่ว่างงานเท่านั้นเอง"

ไอ้เวรนี่…

มือเรียวยกขึ้นมานวดคลึงที่ขมับอย่างตึงเครียด เก้าอี้ที่นั่งอยู่ เหมือนจะเสียสมดุลยังไงชอบกล นี่เขากำลังคุยกับตัวอะไรอยู่กันแน่ ความรับผิดชอบไม่มี จิตสำนึกไม่มี ความเมตตาไม่มี ความเป็นคนไม่มี หัวใจแน่นอนว่าไม่มี! คนแบบนี้มาเป็นพระเจ้าดูแลชีวิตผู้คนได้ยังไง สวรรค์คุณรับสินบนใต้โต๊ะตอนคัดคนเหรอ!

เฟยกระพริบตาปริบๆ มองเฉินเยว่ที่เปลี่ยนอากัปกิริยาไปจากเดิม ขายาวนั่งไขว่ห้องหลังเอนพิงพนักพิงด้านหลัง ตรงหน้ายังมีหน้าต่างข้อความมากมายปรากฏขึ้น เฉินเยว่ใช้มือปัดหน้าจอพวกนั้นไปมา หางตาก็ไม่เหลือบแลเฟยเมี่ยวแม้แต่น้อย "ความจริงตอนนัันผมอยู่ที่แคว้นฉิน แต่ระบบดันแจ้งเตือนว่าคุณเกิดเรื่องเสียก่อน ผมเลยต้องมาดู"

"แล้วคุณก็ได้พบหยางจินเหลียงตอนนั้น?"

"ถูก" ริมฝีปากบางพึมพำอะไรบางอย่าง ก่อนจะเล่าต่อว่า "แต่ไอวิญญาณบนตัวเขาจางมาก ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจว่าใช่เขาไหม"

ดวงตาเรียวของเฟยเมี่ยวหรี่ลง "เกี่ยวอะไรกับที่คุณให้ผมทำร้ายเขาหรือเปล่า"

"แค่ลองดูน่ะ วิธีกระตุ้นเสี้ยววิญญาณอันน้อยนิด ถ้าเขาจดจำความรู้สึกเจ็บปวดที่คล้ายกันได้ เขาก็อาจจะเป็นคนที่ผมตามหาอยู่จริงๆ"

"แล้วตกลงว่าใช่ไหม?"

"ใช่" มุมปากยกยิ้มหน้ามอง "ใช่เขาจริงๆ เสียเวลาทั้งแรงกายแรงใจไปร่วมร้อยปี ในที่สุดก็หาเจอแล้ว"

เฟยเมี่ยวถามต่อว่า "แสดงว่า จุดประสงค์หลักคุณให้ผมมาที่นี่ก็หมดแล้ว?"

"อะหะ"

"งั้น แสดงว่าภารกิจจอมมารของผม ก็ไม่ต้องทำแล้วใช่ไหม" น้ำเสียงที่ใช้ถามคำถามนีั เฟยเมี่ยวใส่ความร่าเริงเอาไว้เต็มเปี่ยม เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนทาสในเรือนที่กำลังจะถูกเจ้านายถีบส่ง หลังจากที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งมันดีมาก!

แต่คำพูดต่อมาของเฉินเยว่ ก็ทำลายความดีใจของเขาจะไม่เหลือชิ้นดี "ต้องทำสิ"

"อ้าว"

"ก็แหม ผมไม่มีคุณแล้ว ผมจะมาเจอเขายังไงล่ะ?" เฉินเยว่เรียนแบบน้ำเสียงเมื่อครู่ของเฟยเมี่ยว พอกล่าวจบ ยังขยิบตาให้เขาอย่างทะเล้น ท่าทางเสแสร้ไม่เอาไหนที่ดูขัดหูขัดตาเช่นนี้ สำหรับเฟยเมี่ยวมันช่างน่ารำคาญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

เฟยเมี่ยวถลึงตาใส่คนแกล้งเย้าตนอย่างดูดัน "ไปตายเสีย"

"ไม่เอาน่า เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ คุณต้องช่วยผมให้ตลอดรอดฝั่งสิ"

"ใครเขานับคุณเป็นเพื่อน?"

"โหดร้ายนะนั่น" ปากว่าแบบนั้น แต่ดวงตากลับระยิบระยับ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

นานครั้งเฟยเมี่ยวจะได้ว่าร้ายใครสักที เขากล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า "ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นดอกบัวขาว คุณมันดอกกุหลาบที่มีแต่หนาม กลีบก็เป็นสีดำมืดไร้ทางเยียวยา"

"ว้าว คำชมใหม่เลยนะเนี่ย ฮ่าๆ" แต่คนหน้าด้าน ยังไงก็ยังคงเป็นคนหน้าด้านไม่เปลี่ยนแปลง "เอาเถอะ ต่อให้ไม่อยากทำคุณก็ต้องทำแล้วล่ะ"

คิ้วเรียวขมวดแน่น "หมายความว่ายังไง"

เฉินเยว่ยักไหล่ "ร่างนี้ของคุณใช้ได้อีกไม่นานแล้ว ตอนนี้มีแค่สองทางเลือก ที่จะให้คุณเลือกแล้วเฟยเมี่ยว"

"อะไร"

"อยู่เฉยๆ ที่นี่รอความตาย กับกลายเป็นจอมมารแล้วหาร่างสถิตใหม่ให้ดวงวิญญาณของหลิ่งเฟยอวี่สะ ถ้าวิญญาณของเจ้าของร่างนี้ มีที่อยู่ใหม่ ร่างนี้ก็จะเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ เท่านี้ก็ไม่ตายแล้ว"

เฟยเมี่ยวลุกพราดขึ้น ราวกับเก้าอีัที่นั่งอยู่เป็นเหล็กร้อน "วิญญาณของหลิ่งเฟยอวี่อยู่กับคุณ!?"

หมายความว่ายังไง ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าหลิ่งเฟยอวี่ตายไปแล้วหรอกหรือ นี่มันเรื่องอะไรกันอีก เฟยเมี่ยวมองใบหน้าภายใต้กรอบแว่นของเฉินเยว่ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย 

เมื่อลองคิดทบทวนให้ดี เฟยเมี่ยวพบว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเฉินเยว่เลย นอกจากหน้าตาและชื่อที่อีกฝ่ายบอกแล้ว อะไรเขาก็ล้วนไม่รู้ ตกลงแล้ว เพื่อตามหาหยางจินเหลียง คนคนนี้ทำอะไรลงไปบ้าง ทำเรื่องเลวร้ายลงไปมากแค่ไหนกัน

"ใช่สิ จะใช้ร่างเขาก็ต้องมีเงื่อนไขนะ เอาไปฟรีๆ ผมจะตบตายมบาลยังไง"

"คุณไม่ได้ทำร้ายเขาใช่ไหม" จะดีจะร้ายยังไงร่างนี้ก็เป็นของเจ้าเด็กนุ่มนิ่มนี่น หากเขายังไม่ตายจริงๆ ล่ะก็ เฟยเมี่ยวก็อยากจะช่วยอีกฝ่าย "แล้วทำไมพูดจาเหมือนตัวเองเปิดคลีนิคเถื่อน เป็นพระเจ้าจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ"

เฉินเยว่ตอบกลับหน้าตายว่า "สร้างระบบเถื่อนต่างหาก"

"นี่ตกลงระบบของคุณเป็นของผิดกฎหมายเหรอ!"

ใบหน้าเรียวหันหนี ไม่สบตา "เอ่อ ช่วยลืมที่พูดไปเมื้อกี้ได้ไหม"

"..." เฟยเมี่ยวส่ายหน้า ลืมได้ก็บ้าแล้ว

เฉินเยว่ลุกขึ้นเต็มความสูง เดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเฟยเมี่ยว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ต่างจากเมื่อครู่ "งั้นเอางี้ ผมจะให้พรคุณเพิ่มเป็นสองข้อ ตอนนี้อนุญาตให้ขอได้หนึ่งครั้ง อยากได้อะไร"

เฟยเมี่ยวตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด "พาผมกลับไปหาฮุ่ยจิน"

คำขอนี้ไม่รู้ว่ายากเกินไป หรือง่ายดายเกินไปกันแน่ จึงเรียกรอยยิ้มให้กลับมาจุดที่ริมฝีปากของเฉินเยว่ได้ เขาถามเฟยเมี่ยวอย่างขี้เล่นว่า "อยากไปจริงเหรอ"

เฟยเมี่ยวลากเก้าอี้ขยับหนีเฉินเยว่อย่างไร้เยื่อใย "ถามอะไรแปลกๆ"

"แล้วคนที่ยืนรออยู่ที่ด้านนอกนั่นล่ะ คุณจะทิ้งเขาหรือไง"

เฟยเมี่ยวกดเสียงต่ำ "ไม่ใช่เรื่องของคุณ"

แต่เฉินเยว่ก็ยังคงเย้าเขาเล่นไม่หยุด "ถ้าคุณจากไป เขาต้องร้องไห้แน่เลย"

เฟยเมี่ยวลุกขึ้นยืนอย่างเหลืออด เขาเอ่ยถามเสียงรอดไรฟันว่า "ไม่วุ่นวายกับชีวิตผมสักเรื่อง จะตายใช่ไหม"

"หึ โกรธแล้วเหรอ โกรธง่ายจัง"

"ไอ้แว่นสี่ตา!"

"โห โหดร้ายนะนั่น แค่สายตาสั้น แล้วไม่ชอบใส่คอนแทคเอง" เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องไปทั่วบริเวณ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายจะไม่อยากเล่นกับตนแล้ว เฉินเยว่จึงยกมือขึ้นยอมแพ้ในที่สุด "เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว แต่ผมพาคุณกลับไปไม่ได้จริงๆ"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เฟยเมี่ยวก็เม้มริมฝีปากเข้าหากัน เขาถามเสียงเบาว่า "ทำไมไม่ได้"

เฉินเยว่กล่าวยิ้มๆ "นั่นก็เพราะว่า ความจริงแล้ว เขาก็อยู่ข้างกายคุณมาตลอดนั่นแหละ"

ความรู้สึกบางอย่างร้องเตือนเขาว่า กำลังมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง "หมายความว่ายังไง ใครอยู่ข้างกายผม"

"ฮุ่ยจวินไง"

เฟยเมี่ยวตัวชาวาบ ตั้งแต่หัวจรดเท้าคล้ายไร้ความรู้สึกไปแล้ว รู้ตัวอีกที กระบี่ในมือก็พาดอยู่บนลำคอของเฉินเยว่แล้ว โดยที่ผู้เป็นเจ้าของอาจจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าทำเช่นนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ กระบี่ในมือสั่นระริก เขาถามอีกฝ่ายเสียงสั่น "เกิดอะไรขึ้น คุณทำอะไรเขา ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามแตะต้องเขา!"

"ผมเปล่า" เฉินเยว่ยังคงยิ้ม "เขาทำตัวเองต่างหากล่ะ"

"..."

เมื่อเห็นว่าเฟยเมี่ยวยังคงจ้องตากดดันเขาไม่หยุด เฉินเยว่จึงเดินไปใกล้เขาอีกสองก้าว ถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม "ช่างเถอะ ผมก็แค่คนที่รับคำขอมา ถ้าคุณไม่เชื่อก็ดูเอาเองก็แล้วกัน"

เฟยเมี่ยวจ้องมองฝ่ามือที่ยื่นมาตรงหน้า ท่าทางเหมือนสองมือของเฉินเยว่ กำลังประคองสองข้างแก้มของเขาเอาไว้ เพียงแต่ไม่สามารถสัมผัสได้ เขาหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ภาพเหตุการณ์มากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ตั้งแต่วันที่เขาตายจากไป อาจวินของเขาอารวาด เอาเรื่องทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ราวกับคนเสียสติ ภายในห้องทำงานของเจียงผิง เอกสารฉบับนั้น ทุกอย่างที่เขาทำค้างเอาไว้ แล้วก็… ภาพเหตุการณ์หลังจากนั้นทั้งหมด

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ยืนอยู่ในห้องโถงของตำหนักเหยียนเต๋อ เท้าทั้งสองข้างหนักอึ่งราวกับมีเหลืกมาถ่วงรั้ง เฟยเมี่ยวก้าวเดินออกไปหน้าตำหนักราวกับคนสิ้นไร้สติ ใบหน้างามที่มีน้ำตาหยดลงมาปะปนกับสายฝนที่หลงฤดู ทุกอย่างนี้เฟยเมี่ยวหาได้ใส่ใจแม้เพียงนิดไม่ ดวงตาของเขายามนี้ปรากฏเพียงคนผู้หนึ่ง ที่กลางร่มยืนรอเขาอยู่ท่ามกลางสายฝน

ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มเมื่อครู่จางหายไป ราวกับเฉินเยว่ที่สดใสร่าเริงไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบหน้า หลงเหลือไว้เพียงใบหน้าเย็นชาราวน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เฉินเยว่ทอดสายตามอง คนสองคนที่ยืนกอดกันท่ามกลางสายฝนพรำ "เฟยเมี่ยว สิ่งที่ผมจะตอบแทนคุณได้ ก็มีเพียงการทำให้คุณกับฮุ่ยจินได้กลับมาอยู่ด้วยกันเท่านั้น ขอบคุณมากจริงๆ

แล้วร่างโฮโลแกมของเฉินเยว่ก็จางหายไป ราวกับหมอกควัน

 

พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจ เถียนซิน

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1110 littlefoolmoon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 02:10
    ทำไมฉันอยากอ่านสตอรี่นางเฉิน
    #1,110
    0
  2. #1067 K.white wine (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:21
    น้องรู้แล้วใช่ไหม บอกทีว่าน้องรู้แล้ว
    #1,067
    0
  3. #1009 mayaangel (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:13
    ยังมีหน้ามาตอบแทนตอนนั้นยังจงใจลบความจำ เกลียดมันโว้ย เอาให้อีพระเจ้าให้ตายไปเลย ให้แยกจากคนรักตลอดกาลไปเลยไป
    #1,009
    5
    • #1009-4 mayaangel(จากตอนที่ 36)
      29 สิงหาคม 2563 / 16:04
      ขอโทษนะคะลืมว่าตอนนั้นคอมเม้นเรื่องอะไรไปแล้ว แต่เราไม่ชอบตัวละครไหนเราไม่มีสิทธิออกความเห็นหรอคะ เขาจะใส่ช่องความคิดเห็นมาทำไม เราไม่ชอบเราก็กดออกไปแล้วค่ะ ถ้าคุณไม่ชอบความเห็นเราก็เลื่อนผ่านสิค่ะ เราเห็นตัวละครที่ไม่ชอบก็หงุดหงิดเหมือนกันจ้า
      #1009-4
    • #1009-5 ppoliusjj(จากตอนที่ 36)
      29 สิงหาคม 2563 / 16:49
      อ่อค่า ลืมไปเลยว่าเรามีสิทธิแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพและไม่สุภาพเหมือนกัน ตอนนั้นอารมณ์ร้อนไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะคะ
      #1009-5
  4. #1008 mayaangel (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:11
    อยากสาปให้อีพระเจ้าโดนเยอะๆ เกลียดมันมาก
    #1,008
    0
  5. #988 chalillxx_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 23:17
    แรงมากกกก ในที่สุดน้องก็รู้แล้ววว
    #988
    0
  6. #987 chalillxx_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 23:03
    แรงมาก ใช่รัชทายาทมั้ยที่เลขาแซวพระเจ้าอพ
    #987
    0
  7. #953 DBJJKM97 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 07:17
    โอ๊ยยคลายปมแล้ววววว เฟยเอ๋อได้รู้สักที
    #953
    0
  8. #875 cattwocolor (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 09:51

    อ้าวๆๆๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png

    #875
    0
  9. #874 Notty Kero (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 21:51
    กว่าจะรู้ตัว ตัวเองปิดกั้นเกินไป
    #874
    0
  10. #873 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 21:27
    จะไม่ร้องไห้ๆๆๆๆ
    #873
    0