หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 27 : บทที่.21 [รีไรท์] เรื่องราวในใจคนงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    1 ต.ค. 62

บทที่.21

เรื่องราวในใจของคนงาม

เอาผ้านี่ไปซัก

“...”

แล้วหากวันนี้ เจ้าปัดกวาดห้องของพวกเราไม่เสร็จ อย่าได้คิดหวังว่าจะมีข้าวตกถึงท้องแม้เพียงเม็ดเดียว!

“...”

เย็บผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ให้ข้าด้วย ผืนเก่าข้าให้เถ้าแก่ร้านข้าวสารเป็นของดูแทนใจไปแล้ว

ผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ที่ไร้ลวดลาย ถูกโยนใส่ศีรษะเด็กตัวน้อย “...”

เสร็จงานทั้งหมดแล้ว รีบไปที่ห้องของพี่เสี่ยวนี่ว์ วันนี้นางบ่นปวดเมื่อย เจ้าต้องไปนวดให้นาง เข้าใจหรือไม่?”

“...” เด็กน้อยทำเพียงพยักหน้ารับ

แล้วผ้าข้าเมื่อไหร่จะซักเสร็จ!” 

“...” ก้มหน้าก้มตาซักผ้าต่อ

หลิ่งเฟยอวี่ในวัยห้าขวบ ก้มมองฝ่ามือของตนที่แช่อยู่ในน้ำ แล้วก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาซักเสื้อผ้าของพี่สาวในหออวิ่นเหมย ทุกครั้งที่ท่านแม่ไม่อยู่ก็จะเป็นเช่นนี้ พวกพี่สาวจะดูวุ่นวายและคล้ายว่ามีแต่เรื่องให้เขาช่วยเหลือ อย่างวันนี้ที่พวกนางต่างพากันพร้อมใจหอบเสื้อผ้ามาให้เขาซัก ทั้งยังให้เขาปักผ้าให้ ไหนจะต้องไปทำความสะอาดห้องของพวกนางทีละคน หรือบางครั้งยังต้องไปคอยอยู่ข้างกายคนิกาอันดับหนึ่งของหอ เพื่อช่วยบีบนวดชงชา หรือบรรเลงกู่ฉินให้นางฟัง 

บางคราหากว่าเขาดีดได้ไม่ไพเราะ ก็จะถูกอบรมสั่งสอนด้วยการหยิกบ้าง ด่าบ้าง ตีมือบ้าง แต่เด็กน้อยในวัยห้าขวบหาได้โกรธเคืองไม่ หลิ่งเฟยอวี่เพียงมองว่าพวกนางหวังดี อยากให้เขาเป็นงานเร็วๆ จะได้ช่วยท่านแม่แบ่งเบาภาระ ทดแทนบุญคุณ 

พี่ชายคนงามในหอจะคอยตักเตือนให้เขารู้ตัวเสมอ ว่าตนเองนั้นมาจากที่ไหน เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้ บอกเขาว่าท่านแม่มีบุญคุณมากเพียงใด ที่่รับเด็กที่ถูกบิดามารดาทอดทิ้งให้ใกล้ตายอยู่ริมแม่น้ำมาเลี้ยงดู หากเขาอยากตอบแทน ก็ต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังท่านแม่ แบ่งเบาภาระพี่น้องในหอ หากพวกเขาขอความช่วยเหลือหลิ่งเฟยอวี่ห้ามเอ่ยปฏิเสธ มิเช่นนั้นจะถือเป็นเด็กเนรคุณ

เจ้าเด็กเหลือขอ!

เพี๊ยะ

หลิ่งเฟยอวี่ลอยตามแรงกระชากของใครบางคน ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี ฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดเข้าที่แก้มด้านซ้าย จนเด็กน้อยล้มลงไปกองกับพื้น หลิ่งเฟยอวี่เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ลงไม้ลงมือกับตนทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอ เป็นจือเจ้าหราน คนิกาคนใหม่ที่แม่เล้าหลิ่งเพิ่งรับเข้ามา

 ถึงแม้มาทีหลังเพียงไม่นาน แต่นางกลับเป็นที่โปรดปรานของแขกทั้งประจำและขาจร ด้วยฝีมือในการดีดผีผาที่เป็นเลิศ และหน้าตาที่จัดได้ว่างดงามหมดจด อีกทั้งยังมิเคยผ่านการประมูลคืนแรก นางจึงเรียกได้ว่าเป็นลูกรักตัวทำเงินเบอหนี่งของแม่เล้าหลิ่ง

จือเจ้าหรานกระชากหลิ่งเฟยอวี่ขึ้นมาจากพื้น หาได้แยแสว่าเด็กน้อยจะบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าจงใจกลั่นแกล้งข้าใช่หรือไม่!

หลิ่งเฟยอวี่นิ่วหน้า เมื่อถูกจือเจ้าหรายจิกเล็บยาวลงไปที่แขนพี่เจ้าหราน เฟยอวี่เจ็บขอรับ

อย่ามาทำสำออย เจ้าจงใจปักผ้าลายนกยุงให้ข้านำไปมองให้ท่านจงใช่หรือไม่ท่านจงที่ว่าก็คือนายทหารมียศผู้หนึ่ง ที่มาติดพันกับจือเจ้าหราน

กะ ก็ท่านบอกเฟยอวี่เอง ว่าท่านอยากได้นกยุงหลิ่งเฟยอวี่พยายามบอกกล่าว วันที่จือเจ้าหรานไหว้วานให้ตนปักผ้าให้เด็กน้อยจำได้ดี วันนั้นจือเจ้าหรานบอกกับหลิ่งเฟยอวี่ว่าตนอยากได้นกที่งดงามที่สุด เมื่อหลิ่งเฟยอวี่เสนอว่าจะปันเป็นนกยุงให้ นางก็ตกลง เหตุใดมาวันนี้กลับเป็นเขาที่คิดกลั่นแกล้งนางกัน

ข้าไม่เคยพูด!เล็บที่จิกอยู่ที่แขนบีบแน่น จนหลิ่งเฟยอวี่น้ำตาเล็ดเจ้าอิจฉาในวาสนาของข้า ที่ท่านจงจะไถ่ตัวข้า เจ้าจึงปักนกยุงให้ข้านำไปมอบให้เขา เพราะรู้ว่าท่านจงเกลียดชังนกยุงใช่หรือไม่

ขะ ข้าไม่รู้จักท่านจงเลยนะขอรับ

โกหกตัวของหลิ่งเฟยอวี่กระเด็นตามแรงเหวี่ยง ไปชนกับโต๊ะน้ำชาเสียงดัง

โอ้ย!เด็กน้อยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั่วทั้งหออวิ่นเหมย ที่ทำเพียงมองดูหาได้มีใจคิดยุ่งเกี่ยวหรือช่วยเหลือไม่

หลิ่งเฟยอวี่!รายแรกยังไม่ทันจะพ้นรายที่สองก็ตามมา เป็นหนึ่งในชายงามของหออวิ่นเหมยที่ร้องเรียกเขา

หลิ่งเฟยอวี่พยายามลุกขึ้นจากพื้น ส่งเสียงที่มีก้อนสะอึกจุกอยู่ที่ลำคอออกไปอย่างยากลำบากขะ ข้าอยู่นี้ขอรั …

พลั่ก

ตึง

ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นยืนดีๆ ด้วยขาทั้งสองข้าง หลิ่งเฟยอวี่ก็ล้มตึงลงไปอีกครั้ง เพราะถูกชายงามผู้นั้นผลักอย่างแรง

เจ้าทำเสื้อตัวโปรดของข้าพัง!

หลิ่งเฟยอวี่พินิจดูคนที่มาใหม่ด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา เป็นลี่ยวี่หงชายงามอันดับหนึ่งในหออวิ่นเหมย

หลิ่งเฟยอวี่เอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ  “ขะ ข้าทำอันใดผิดไปหรือขอรับ

ลี่ยวี่หงชี้หน้าเขายังจะกล้าถามอีกนะ เสื้อที่ข้าฝากให้เจ้าซักเมื่อคืนวาน เหตุใดมันจึงมีสภาพเป็นเช่นนี้!” 

เสื้อตัวหนึ่งถูกโยนลงมาคลุมศีรษะน้อยไว้ หลิ่งเฟยอวี่ค่อยๆ ดึงมันออกแล้วดูว่าเสื้อตัวนี้มีอันใดผิดแปลกไป เมื่อพลิกหาดีๆ กลับพบว่าด้านหลังมีรอยฉีกขาดเป็นวงกว้าง หลิ่งเฟยอวี่กล่าวว่าเมื่อคืนวานที่ข้าซัก มันมิได้มีรอยขาดแบบนี้นะขอรับพี่ยวี่หง

ก็ตอนนี้มันมีแล้ว เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร?”

ขะ ข้าหลิ่งเฟยอวี่ช่างใจอยู่นานจึงกล่าวต่อไปว่าข้าจะปะให้ขอรับ

ปะ?” ลี่ยวี่หงก้มหน้าลง มองหลิ่งเฟยอวี่ที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้นเจ้าจะให้ข้าใส่เสื้อผ้าที่มีรอยปะ เช่นนั้นหรือ

หลิ่งเฟยอวี่พยักหน้า ทุกครั้งที่เสื้อผ้าเขาพังก็ทำเช่นนี้ ใส่แล้วก็มิได้ดูแย่นัก ทั้งยังประหยัดเงินช่วยท่านแม่ได้หลายตำลึงเชียว

ใช่ขอรับ ข้าก็ทำเช่นนี้มิเดือดร้อนเงินของท่านแม่ด้วย ท่านแม่บอกว่าหากยังพอซ่อมแซมได้ ประหยัดไว้ถึงจะดีหลิ่งเฟยอวี่กล่าวด้วยความใสซื่อ

ลี่ยวี่หงถลึงตาดุมอง จากนั้นเอื้อมมือดึงร่างของหลิ่งเฟยอวี่ขึ้นมา ทั้งยังตะคอกใส่หน้าเด็กน้อยอย่างดุร้ายเจ้าหาว่าข้าไม่รู้จักใช้เงิน เป็นภาระท่านแม่ใช่หรือไม่!

ขะ ข้าเปล่า ฮึกน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาผ่านแก้มเนียน หลิ่งเฟยอวี่ส่ายหน้าปฏิเสธคำกล่าวหา ด้วยความหวาดกลัว พะ พี่หวี่หง เฟยอวี่เจ็บขอรับ

เจ็บหรือ เด็กเหลือขอไร้ประโยชน์เช่นเจ้า มีสิทธ์อะไรมาสั่งสอนข้า

ข้าเปล่า ฮึก”  หลิ่งเฟยอวี่กล่าวเจือเสียงสะอื้น

หึ ถือตัวว่าตนเป็นบุตรบุญธรรมของท่านแม่ จึงไม่เห็นหัวข้า ไม่ไว้หน้าใครใช่หรือไม่ฝ่ามือบางรวบผมด้านหลังของหลิ่งเฟยอวี่ไว้แน่น แล้วออกแรงกระชากจนใบหน้าเล็กที่เปรอะเปื่อนคราบน้ำตาเงยขึ้นมาหากวันนี้มิสั่งสอนเจ้า ก็อย่ามาเรียกข้าว่าลี่ยวี่หงเลย!

!!!

ร่างเล็กของหลิ่งเฟยอวี่ถูกเหวี่ยงไปกลางลานกว้าง กลิ้งไปกับพื้นปูนร้อนฉ่าจากแสงแดด

พี่น้องทุกคน ตั้งแต่วันที่เจ้าเดรัจฉานน้อยนี่เข้ามาในหออวิ่นเหมย พวกเราทุกคนไม่ว่าใครก็ต่างถูกท่านแม่ลดทอนความสำคัญ หมางเมินคล้ายคนแปลกหน้า พวกเจ้ามิเจ็บแค้นบ้างหรือลี่ยวี่หงกล่าวต่อไปวันนี้ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะลงโทษมันให้หลาบจำ หากผู้ใดเห็นต่างก็จงกลับเข้าห้องไปเสีย

ฮึก พี่ยวี่หงอย่าตีเฟยอวี่ เป็นเฟยอวี่ไม่รู้ความ ขอพี่ยวี่หงโปรดอภัยด้วยเด็กน้อยน้ำตานองหน้า หัวใจดวงน้อยบับรัดด้วยความหวาดกลัว

หุบปาก!ลี่ยวี่หงหันกลับไปออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้ส่วนตัวของตนไปจับมันไว้

ผู้คนโดยรอบบ้างก็ยังยืนอยู่ที่เดิม บ้างก็หลบเลี่ยงถอยหนี แต่กลับมิมีผู้ใด ที่เห็นใจในเคราะห์กรรมของเด็กชายวัย5ขวบแม้เพียงคนเดียว

ลี่ยวี่หงสั่งให้บ่าวรับใช้โบยตีหลิ่งเฟยอวี่อย่างหนัก แต่แน่นอนว่ามิได้กระทำให้ถึงแก่ความตาย โบยจนร่างของเด็กน้อยเปียกโชกไปด้วยเลือด เมื่อสาแก่ใจแล้ว ยังจับหลิ่งเฟยอวี่โยนเข้าไปไว้ในห้องเก็บของเก่าด้านหลังหออวิ่นเหมย ที่ไม่เคยมีใครเดินผ่านไปทางนั้น

หึ อีกสามวัน รอท่านแม่กลับมาจากต่างเมือง เจ้าค่อยออกมาก็แล้วกัน” 

เสียงสุดท้ายก่อนที่สติของหลิ่งเฟยอวี่จะดับลง ยังคงดังชัดเจนในความทรงจำของเฟยเมี่ยว จะพูดให้ถูกคือความทรงจำของหลิ่งเฟยอวี่ที่เขาได้รับมา เสียงร้องครางดั่งสัตว์ตัวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ดังก้องผสมปนเปไปกับเสียงของสายลมที่พัดเข้าปะทะใบหน้า จนทำให้หูอื้อ 

เฟยเมี่ยวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อแสงตะวันสาดส่องเข้ามาในม่านตา ที่ยังไม่ทันได้ปรับตัว เขาใช้สายตามองไปรอบๆ บรรยากาศรอบข้างยังคงเป็นกลุ่มก้อนเมฆบนท้องนภา เฟยเมี่ยวขยับตัวเตรียมที่จะลุกขึ้นนั่ง กลับพบว่าตนนั้นเอนตัวพักพิงอกแกร่งของใครบางคนอยู่

เหตุการณ์เมื่อคืนฉายชัดดั่งจอภาพในความทรงจำ เป็นคนแซ่เหวินที่เขาอิงแอบอยู่ และเป็นเขาที่มาซบอกคนผู้นี้ด้วยตนเอง

มารดามันเถอะ! ไร้สติอีกแล้วเฟยเมี่ยว

เหวินฮุ่ยเฉิงก้มหน้าลง มองคนที่ขยับตัวในอ้อมแขนของตนด้วยสายตาอ่อนโยน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตื่นแล้วหรือ

เฟยเมี่ยวตอบกลับตะกุกตะกัก  “อะ อืม

หิวหรือไม่?” เหวินฮุ่ยเฉิงยังคงไม่ยอมปล่อยคนออกจากอ้อมแขน

ปล่อยก่อนค่อยถามไม่ได้เหรอ เฟยเมี่ยวได้แต่ตั้งคำถามในใจ แล้วตบเบาๆ ที่แขงแกร่งเพื่อบอกเป็นนัยให้อีกฝ่ายปล่อยตน

เมื่อเหวินฮุ่ยเฉิงคลายอ้อมกอดออก ให้นั่งดีๆ เฟยเมี่ยวจึงเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยเราถึงไหนกันแล้ว

ตอนนี้เข้าเขตแคว้นหยางแล้ว เราอยู่เพียงชายป่านอกเมืองเหวินฮุ่ยเฉิงตอบกลับ

เสี่ยวไป๋เหนื่อยหรือไม่เฟยเมี่ยวโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางฝ่ามือลงบนหัวกลมของเสี่ยวไป๋ น้ำเสียงในการเอ่ยถามยังอ่อนโยนลงหลายส่วน จนเหวินฮุ่ยเฉิงคิ้วกระตุก

เจ้าเสี่ยวไป๋ในร่างพยัคฆ์ทมิฬตัวเขื่องคำรามรับคำเสียงดังกังวาน "จิ้งจอกที่ดี รู้จักเป็นห่วงข้าด้วย?”

เฟยเมี่ยวหัวเราะแผ่วเบาก็เจ้าพาข้ามา ไม่ห่วงแมวอ้วนขนฟูเช่นเจ้า จะให้ข้าห่วงผู้ใดอีก

เช่นนั้นพอเข้าเมืองแล้ว เจ้าตอบแทนข้าด้วยปลานึ่งสักตัว ความเป็นห่วงเป็นใยนี้ข้าจะรับไว้อย่างดี

ไอ้แมวตะกละ!

เฟยเมี่ยวดึงมือตนเองกลับมาอย่างเบื่อหน่าย เขาหรือก็เห็นว่ามันแบกพวกเขาทั้งสามคนมาทั้งคืน ไหนจะเหาะเหินขึ้นมาเหนือนภาเป็นเวลาหลายชั่วยาม คงจะเหนื่อยมากแล้ว จึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย แต่ไอ้แมวอ้วนตนนี้กลับทวงบุญคุณด้วยปลานึ่งทั้งตัว คุ้มค่าไหมถามใจดูเถอะ

เมื่อพูดคุยกับแมวไม่รู้เรื่อง จึงต้องเปลี่ยนแผนหันมาสนใจผู้เป็นเจ้าของแทนเราจะเข้าไปในเมืองหรือไม่

ตามใจเจ้า หากเจ้าอยากเที่ยวเล่นที่แคว้นหยางสักหลายวัน เราเข้าไปหาโรงเตี๊ยมพักกันก็ได้” 

เสี่ยวไป๋แทบอยากพุ่งลงสู่พื้นดินเสียเดี๋ยวนั้น ทุกครั้งที่มาแดนมนุษย์ผู้เป็นนายของมันเคยพูดเรื่องโรงเตี๊ยมที่ไหนกัน อย่างดีก็แวะพักกินข้าวดื่มชา หาได้เคยมีความคิดว่าจะหาโรงเตี๊ยมพักค้างคืนปรากฏขึ้นมาสักนิดไม่ วันนี้พาเจ้าจิ้งจอกน้อยมาด้วย กลับเอ่ยปากด้วยตนเอง หากมิเรียกว่าหลงไหลว่าที่ฮูหยินจนเสียสติ จะให้ผู้ติดตามผู้เป็นดั่งกามเทพอย่างเขาคิดเป็นอื่นใดได้อีกกัน

ด้วยเพราะรักและสงสารนายท่านผู้ไม่ชมชอบการอยู่ร่วมกับมนุษย์ ผู้ติดตามที่ดีอย่างเสี่ยวไป๋จึงต้องเอ่ยคัดค้านนายท่านขอรับ ท่าน… รังเกียจมนุษย์มิใช่หรือ ไปพักโรงเตี๊ยมจะไม่เป็นการฝืนใจตนเอ….

ยังพูดไม่ทันจบคำ เสียงห้วนสั้นของเหวินฮุ่ยเฉิงก็ดังขัดความหวังดีของเสี่ยวไป๋อย่างไร้เยื่อใยข้ารังเกียจมนุษย์เมื่อไหร่กัน เจ้าแมวเลอะเทอะ

เสี่ยวไป๋ได้แต่โอดครวญในใจอย่างขื่นขม เป็นข้าที่พูดผิดอีกแล้ว….

เฟยเมี่ยวเงยหน้าขึ้น มองคนที่รีบเอ่ยขัดคำที่แมวอ้วนเสี่ยวไป๋พูด เขาเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้เจ้าไม่ชอบมนุษย์หรือ

เหวินฮุ่ยเฉิงเมื่อสบเข้ากับดวงตาใสซื่อ ของคนงามก็เกิดอาการอึกอักไป หากว่าเขาตอบกลับไปตามตรงว่ามิชอบ เฟยเอ๋อร์ที่แสนดีคงยอมทนลำบากนอนในป่าในถ้ำกับเขาเป็นแน่ จะให้อีกฝ่ายลำบากเช่นนั้นได้อย่างไรกัน แต่หากต้องฝืนใจตนแล้วเฟยเอ๋อร์มารู้ทีหลัง คงจะถูกคนงามมองว่าเป็นบุรุษที่ไม่สามารถเชื่อถือวาจาที่กล่าวออกมาได้

ข้า…

แต่ข้าชอบมนุษย์นะเฟยเมี่ยวเอ่ยขัดขึ้นข้าเติบโตมากับท่านแม่หลิ่งฮวาที่เป็นมนุษย์ วันเวลาในชีวิตที่ผ่านมาล้วนอยู่กับมนุษย์ ดังนั้นข้าจึงชมชอบมนุษย์ที่สุด

นี่มิใช่ว่าเฟยเอ๋อร์กำลังบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาให้ตนฟังอยู่หรอกหรือ คำที่จะเอ่ยบอกกล่าวถูกกลืนหายไปในลำคอ เฟยเอ๋อร์ชอบคนเผ่ามนุษย์ เช่นนั้นเขาก็ต้องชอบคนเผ่ามนุษย์ด้วยข้าก็ชอบ เฟยเอ๋อร์ไม่ว่าเจ้าชอบอะไร ข้าล้วนชมชอบเช่นเดียวกับเจ้า

เฟยเมี่ยวพยักหน้ารับเช่นนั้นพวกเราก็ พักโรงเตี๊ยมในเมืองสักหลายคืนหน่อย เจ้าคิดว่าดีหรือไม่?”

ดียิ่ง

เมื่อพูดคุยตกลงกันได้แล้ว เสี่ยวไป๋ก็พาทุกคนลงมาอยู่ที่ชายป่านอกเมืองเพราะหลังจากนี้ต้องเดินเท้าเข้าเมืองไป เพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่น หนึ่งคนยิ้มแย้มแจ่มใส เหนือกว่าน้ำอุ่นในโรงเตี๊ยมหรืออาหารการกินในตลาด คือการได้กลั่นแกล้งคนแซ่เหวินเล็กๆ น้อยๆ ดูอย่างไรก็รู้ได้ว่าคนผู้นี้รังเกียจการอยู่ร่วมกับมนุษย์ เขาก็แค่จงใจเอ่ยเรื่องชมชอบมนุษย์เพื่อให้อีกฝ่ายยอมตามใจ มาถึงเมืองหลวงแคว้นหยางแล้ว เรื่องอะไรจะต้องไปนอนในป่าให้ปวดเมื่อยตัว ร่างกายคนงามบอบบางปานกลีบบุปผาหาที่นอนนุ่มๆ ปรนเปรอตนเองมิดีกว่าหรือ 

ว่าแล้วก็ยังยกมือขึ้นรูปศีรษะของมี่ถงในร่างจิ้งจอก ที่นิ่งเงียบมาตลอดทาง เฟยเมี่ยวมิได้เอ่ยถามอะไร เพราะคิดว่าถงถงของเขาคงจะอ่อนเพลียจากการเดินทาง อีกทั้งในยอมปกติอีกฝ่ายก็ชอบยืนอยู่ใกล้ตัวเขา แล้วเงียบใส่เป็นประจำอยู่แล้ว

ระบบ [มีความคิดชั่วร้าย กลั่นแกล้งผู้อื่น +10 แต้ม]

เสียงระบบขี้งกที่ดังขึ้นมา คล้ายคำเอ่ยชมที่ทำให้เฟยเมี่ยวยิ้มกว้างขึ้นไปอีก 

ส่วนอีกหนึ่งคนใบหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เหวินฮุ่ยเฉิงนั้นหาได้หวาดกลัวมนุษย์ไม่ เพียงแต่เมื่อนึกภาพของตนเอง ที่ต้องไปนอนในโรงเตี๊ยมที่มีประชากรมนุษย์อาศัยอยู่มากมาย ขามันก็รู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาเพียงรู้สึกว่ามนุษย์นั้นจิตใจยากแท้หยั่งถึง เข้าใจยากกว่าแมวหรือจิ้งจอก ทั้งยังเกลียดชังเวลาที่ถูกมนูษย์ตามประจบเอาใจ อย่างที่เคยเป็นเวลาออกมานอกแดนเหมันต์  ทุกครั้งจึงเลือกพักอาศัยในป่าเขา มากกว่าออกไปสุงสิงกับพวกมนุษย์ที่ชอบใส่หน้ากากเข้าหาผู้อื่น

'เหตุใดมิบอกเฟยอวี่ไปตรงๆ เล่าขอรับเสี่ยวไป๋ที่ลุ้นอยู่นานว่าผู้เป็นนายจะเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน เพราะทำใจนอนในที่ ที่มีมนุษย์ยั้วเยี้ยไม่ได้เอ่ยถามอย่างอดใจไม่ไหว

ข้าไม่อยากให้เฟยเอ๋อร์ทนลำบากเหวินฮุ่ยเฉิงตอบตามที่คิด

ยิ่งได้ฟังเหตุผล เสี่ยวไป๋ก็ยิ่งไม่เข้าใจความคิดของผู้เป็นนาย 'เหตุใดเฟยอวี่จึงจะลำบากเล่าขอรับ

ก็ถ้าข้าบอกไป เฟยเอ๋อร์จะต้องขอนอนในป่า เพื่อมิให้ข้าต้องทนฝืนใจเป็นแน่ ข้าจะทำให้เขาลำบากได้อย่างไรกัน

“...” อะไรทำให้ท่านคิดเช่นนั้น?

เสี่ยวไป๋อยากจะเอากรงเล็บของตนเจาะสมองของผู้เป็นนาย แล้วดูว่านายท่านของมันกำลังคิดอะไรอยู่ หรือไม่ก็เปลี่ยนดวงตากัน จะได้รู้ว่าผู้เป็นนายนั้นมองจิ้งจอกน้อยหลิ่งเฟยอวี่เป็นคนเช่นไร จึงได้มีความคิดเพ้อฝันอย่างการที่เจ้าเด็กนั่นจะมายอมทนลำบากเพราะตน 

เสี่ยวไป๋ได้แต่คิดในใจข้าว่านะ หากท่านบอกความจริงไปจริงๆ ก็มีแต่ท่านนั่นแหละที่จะถูกหลิ่งเฟยอวี่ทิ้งไว้ในป่าคนเดียวก็ได้แต่คิด ไหนเลยผู้ที่รักเจ้านายเช่นมัน จะกลับไปทำลายภาพฝันอันแสนงดงามนี้ลงได้ 

ก่อนเข้าไปในเมือง เหวินฮุ่ยเฉิงยังเสกหมวกปีกกว้างพร้อมผ้าคลุมหน้าให้กับเฟยเมี่ยวเองกับมือ

เจ้าโดดเด่นเกินไป ใส่ไว้จะเป็นผลดีกว่า

เฟยเมี่ยวทำได้แค่พึมพำขอบคุณ ครั้งก่อนเขายังดูเป็นเพียงคนงามธรรมดา แต่ครั้งนี้เขากลายร่างเป็นคนงามที่ผมขาวทั้งศีรษะแล้ว ใส่ไว้คงดีกว่าจริงๆ 

หลายเดือนที่ไม่ได้มาที่นี่ ในเมืองหลวงแคว้นหยางก็ยังคงคึกคักเหมือนอย่างวันวานที่จากมา ทั้งสองคนตกลงกันว่าจะหาที่หลับที่นอนในคืนนี้เสียก่อน ให้เจ้าแมวเสี่ยวไป๋ได้พักผ่อนจากการเดินทางไกล ตกเย็นค่อยไปเดินเล่นที่ตลาดตรงหัวมุมถนน  โรงเตี๋ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเป็นสถานที่ ที่เหวินฮุ่ยเฉิงเลือกที่จะพาเขามาเข้าพัก 

ห้องเดียว/สองห้องคิ้วเรียวขมวดมุ่น เฟยเมี่ยวหันมองคนที่พูดพร้อมกันกับตน ห้องเดียวกับแมวอะไรละ มีกันถึงสี่ชีวิตเชียวนะ จะให้ขี่คอกันนอนหรือไง

เขากล่าวอย่างไม่ชอบใจนักว่าแยกห้อง

แต่ข้าอยากนอนกับเจ้าเหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวอย่างไม่ทุกไม่ร้อน

เฟยเมี่ยวแทบอยากกลายร่างเป็นจิ้งจอก แล้วขย้ำอีกฝ่าย นอนกับมารดาเจ้าสิ เสี่ยวเอ้อทำหน้าเตรียมสอดรู้สอดเห็นอย่างกับจะดูผัวเมียทะเลาะจะแยกห้องนอนกันแล้ว คนแซ่เหวินสังเกตเห็นหรือไม่?

ไม่ ข้าอึดอัด เจ้าก็ไปนอนกับเจ้าแมวนั่น ข้านอนกับถงถงของข้าว่าแล้วเฟยเมี่ยวยังยกมี่ถงที่อยู่ในอ้อมแขนขึ้นมา เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นชัดๆ ว่านี่เห็นไหมว่ามีถึงสองชีวิตเชียวนะ ที่ต้องนอนในห้องๆ เดียว

เหวินฮุ่ยเฉิงครุ่นคิดสักพัก จึงค่อยตัดสินใจเช่นนั้น ก็เอาสองห้อง

เฟยเมี่ยวพยักหน้าพอใจ ว่าง่ายๆ แบบนี้ย่อมดีที่สุดแล้ว พอเสี่ยวเอ้อนำทางมาถึงห้องพักห้องแรก เหวินฮุ่ยเฉิงก็หยุดเดิน คล้ายเป็นสัญญาณว่าตนจะพักห้องนี้ เฟยเมี่ยวจึงคิดเดินต่อไปห้องถัดไป แต่กลับถูกฝ่ามือแกร่งยึดข้อมือไว้ จนต้องหันไปเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถาม

เสี่ยวไป๋จะนอนห้องนี้เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองผู้เป็นนายอย่างมึนงง ดวงตากลมโตสีอำพันทำได้เพียงส่งสายตา ถามผู้เป็นนาย 

'ข้าพูดเช่นนั้นหรือ

เฟยเมี่ยวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจแล้วเจ้าเล่า จะไปนอนที่ใด?”

กับเจ้าว่าแล้วเหวินฮุ่ยเฉิงก็เปิดประตูห้อง แล้วโยนเจ้าเสี่ยวไป๋แมวอ้วนเข้าไปในห้องอย่างไร้เยื่อใย

กับข้า?” เฟยเมี่ยวคล้ายว่าสมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะไม่ได้สิ ก็ข้ามีถงถง…

พูดยังไม่ทันจบมี่ถงในร่างจิ้งจอก ก็ถูกเหวินฮุ่ยเฉิงจับโยนตามเสี่ยวไป๋เข้าไป ต่อหน้าต่อตาของเฟยเมี่ยวที่ทำได้เพียงก้มมองอ้อมแขนอันว่างเปล่าของตน  

แย่งจิ้งจอกจากมือเขาไปโยนแล้ว เจ้าตำหนักเหวินยังมีน้ำใจปิดประตูให้เสร็จสับ ปิดแล้วยังไม่ลืมลงคาถาง่ายๆ ให้เปิดประตูไม่ได้และไม่ได้ยินเสียงของคนข้างในอีกด้วย

เรียบร้อย เจ้านอนกับข้า เสี่ยวไป๋กับเจ้าลูกจิ้งจอกนั่น ก็นอนด้วยกันลงตัวแล้ว ไปที่ห้องของเรากันเถอะเหวินฮุ่ยเฉิงจับจูงมือคนงามที่ยังคงตามเรื่องตามราว วิธีแก้ไขปัญหาของเขาไม่ทันกลับห้องพักไป

เสี่ยวเอ้อที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ คุณชายท่านนี้ ช่างรักและหลงภรรยายิ่งนัก ถึงขนาดยอมลงทุนจ่ายเงินเพิ่มหลายตำลึง เปิดห้องให้หมาแมวนอนเพิ่ม เพื่อที่จะได้มีเวลาส่วนตัวกับภรรยา คงเป็นข้าวใหม่ปลามันกระมัง

เฟยเมี่ยวถอดหมวกออก เผยใบหน้าขาวผ่องที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมข้างขมับ เขามองเหวินฮุ่ยเฉิงที่ทำตัวหน้าด้านไร้ยางอาย ฉกเอามี่ถงไปโยนต่อหน้าต่อตา ไหนจะลากเขามานอนห้องเดียวกันแบบมัดมือชก คล้ายว่าความรู้สึกยามได้กลั่นแกล้งอีกฝ่ายเมื่อครู่ จะเป็นเรื่องหลอกลวงแล้ว เพราะตอนนี้เขาหลงเหลือเพียงความรู้สึก ที่อยากบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือ

เหวินฮุ่ยเฉิงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ซับเหงื่อให้เฟยเมี่ยวอย่างเบามือเฟยเอ๋อร์ เจ้าร้อนใช่หรือไม่” 

ผีเข้าหรือไง! เฟยเมี่ยวได้แต่ผงะถอยหลังหนี คนผู้นี้จะว่าสนิทชิดเชื้อกันก็เห็นทีจะไม่ใช่ เพราะเขาเคยพบอีกฝ่ายแค่ไม่กี่ครั้งจริงๆ ในส่วนที่ยอมตามใจกันมันก็ดีอยู่หรอก แต่การที่มาทำตัวเหมือนเป็นผัวทั้งที่ไม่ใช่นี่มันเยอะเกินไปแล้ว!

'ระบบ ผมมีคำถาม

ระบบ [ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ จี ยินดีให้บริการ]

'อะ ไอ้ไอเทมพิเศษด้วยรักจากใจของคุณเนี่ย รวนหรือเสียได้ไหม?’

ระบบ [....]

'ผมหมายถึง เหวินฮุ่ยเฉิง

ระบบ [ไอเทมในรูปแบบที่มีตัวตน ไม่มีทางเสียหรือรวนค่ะ]

'แล้วที่เหวินฮุ่ยเฉิงทำอยู่นี่คืออะไร?’

ระบบ [ประมวลผลคำถามไม่สำเร็จ ผู้เล่นโปรดติดต่อเข้ามาใหม่ในภายหลัง] [ตี๊ดดดดดด]

เฟยเมี่ยว “…”

เฟยเอ๋อร์ เจ้าเฟยเมี่ยวยกมือขึ้นห้ามอีกฝ่ายไว้ ก่อนที่เหวินฮุ่ยเฉิงจะได้กล่าวอะไรออกมา 

ข้าปวดหัว วันนี้อากาศคงร้อนเกินไป ถ้ายังไงเจ้าให้ข้าพักสักหน่อยได้หรือไม่?” เหวินฮุ่ยเฉิงพยักหน้ารับแต่โดยดี

เฟยเมี่ยวตัดเรื่องที่คิดไม่ตกออกไป เข้าสู่ห้วงนิทราโดยมีเหวินฮุ่ยเฉิงนั่งมองจากอีกมุมของห้อง เมื่อแน่ใจแล้วว่าเฟยเมี่ยวหลับไปแล้ว เหวินฮุ่ยเฉิงก็เดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงนอน เขานั่งลงที่ข้างเตียง ใช้พัดๆ ลมไล่ความร้อนให้กับอีกฝ่าย ในความทรงจำของเขา เฟยเมี่ยวเป็นคนขี้ร้อน เด็กคนนี้เกลียดชังที่สุดคืออากาศร้อน ทุกครั้งที่ย่องเข้าห้องอีกฝ่ายเขาก็ทำเช่นนี้ คอยพัดให้อีกฝ่ายนอนหลับได้สบายขึ้น

เหวินฮุ่ยเฉิงจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักที่เขามีให้เฟยเมี่ยวไม่เคยเสื่อมคลาย แม้ว่าภายนอกอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปแล้ว เขาก็ไม่เคยนึกรังเกียจเดียดฉันท์ เพียงแต่กลับกัน ในชาตินี้พบนี้เขามิใช่ฮุ่ยจวินอีกต่อไปแล้ว เขาก็คือเขาเป็นเพียงเหวินฮุ่ยเฉิงที่มีความทรงจำของอาจวิน มีความทรงจำในช่วงเวลาหนึ่งที่เคยใช้ร่วมกัน 

เพราะเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่เขามาหาเฟยเมี่ยว จึงมิเคยมีสักครั้งที่จะกล้าพอแล้วบอกความจริงออกไป เขาเพียงอยากให้เฟยเมี่ยวรักเขาในตอนนี้ รักเหวินฮุ่ยเฉิงที่เป็นเหวินฮุ่ยเฉิง มิใช่รักเหวินฮุ่ยเฉิงเพียงเพราะเขาคืออาจวิน ไหนจะภาระหน้าที่ ที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด หากว่าเรื่องนี้ยังมิได้รับข้อพิสูจน์ อย่างไรเฟยเอ๋อร์ของเขาก็ยังคงตกอยู่ในอันตราย

เมี่ยวเอ๋อร์เด็กดี พี่รักเจ้าถึงเพียงนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็จะปกป้องเจ้า ต่อให้ต้องดำดิ่งลงสุดห้วงเหวอเวจี ก็จะมิยอมให้อะไรมาพรากเราสอง ให้ต้องจากกันอีกแล้วเหวินฮ่ยเฉิงเอียงหน้านอนลงตรงข้ามเฟยเมี่่ยว สายตาสะท้อนความในใจมากมายเพียงหวังว่าสักวัน เจ้าจะรักพี่ รักให้มากกว่าที่เคยรักฮุ่ยจวิน รักให้มากกว่าคนที่ชะตากำหนดให้ต้องตายจากกัน

ตลาดยามเย็นมากมายด้วยของกินของใช้ ร้านรวงต่างๆ ตั้งเรียงรายกันนับไม่หวาดไม่ไหว เฟยเมี่ยวถือห่อหมั่นโถร้อนๆ ทั้งยังมีขนมอีกมากมายหลากหลายอย่างในอ้อมแขน

เหวินฮุ่ยเฉิงมีรอยยิ้มอ่อนโยนแต่งแต้มใบหน้า เมื่อมองตามร่างเล็กที่มองซ้ายแลขวา เพื่อหาของกินไม่หยุดย่อน เขากล่าวติดจะขบขันยังมิพออีกหรือ

ไม่เฟยเมี่ยวเดินเข้าร้านขายถุงเครื่องหอมแผงลอยข้าถือคติว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

แต่มากมายขนาดนี้ คิดว่าคงเดินไม่ไหวแล้วกระมัง

น่ารำคาญเฟยเมี่ยวหันกลับไปชักสีหน้าใส่คนพูดมาก เขาจะกินมันก็เรื่องของเขา กินให้อ้วนเป็นหมูมันก็เขาที่เป็นหมู คนแซ่เหวินพวกชอบขัดขวางความสุขของผู้อื่น

เหวินฮุ่ยเฉิงหาได้สะทกสะท้านสะเทือนใจ กับคำด่าที่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาของเฟยเมี่ยวไม่ กลับกันเขายังนึกขันคนงามเห็นแก่กินมิหายเสียด้วยซ้ำ  “เห็นแก่กินเหมือนเสี่ยวไป๋

เฟยเมี่ยวถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างดุร้ายพูดมากผายลม

ถุงเครื่องหอมมากมาย ลวดลายล้วนวิจิตร เฟยเมี่ยวก้มมองถุงเครื่องหอมแต่ละอันด้วยความสนใจ เขาเลือกเดินเข้าร้านนี้ เพราะเดิมทีตั้งใจคิดหาของตอบแทน สำหรับการเดินทางครั้งนี้ให้แก่เหวินฮุ่ยเฉิง เดินหามาทั่วทุกร้านจึงคิดได้ว่าให้ถุงเครื่องหอมน่าจะดี คงคล้ายคลึงกับเวลาที่ตนซื้อน้ำหอมเป็นของขวัญให้เพื่อนสักคนละมั้ง

เจ้าของร้านเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชม ก็เริ่มบรรยายสรรพคุณของถุงเครื่องหอมแต่ละชิ้นอย่างละเอียด การเป็นพ่อค้าที่กระตือรือร้นนั้นเป็นเรื่องดี แต่บางทีสำหรับเฟยเมี่ยวแล้ว ออกจะน่ารำคาญไปเสียหน่อย

แม่นาง ท่านจะซื้อไว้สำหรับใส่เอง หรือมอบเป็นของแทนใจให้แก่บุรุษรึขอรับ

แม่นาง…

เฟยเมี่ยวเงยหน้าขึ้น มองพ่อค้าผ่านผ้าคลุมหน้าให้ดีอีกครั้ง อะไรทำให้อีกฝ่ายเรียกเขาว่าแม่นางกันนะทั้งที่ก็มิได้เปิดเผยใบหน้า ก็ได้แต่คิดแล้วถามตัวเองเงียบๆ เขาหยิบถุงเครื่องหอมใบหนึ่งขึ้นมาเพื่อถามราคาเท่าไหร่

แม่นางท่านช่างตาถึงยิ่งนัก ชิ้นอยู่ที่2ตำลึงขอรับ

เฟยเมี่ยวไม่รู้ว่ามันถูกหรือแพงไป เพียงแต่รู้ว่าเขามีเงิน2ตำลึงจ่ายแน่นอน จนกระทั่งตอนนี้ ที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถุงเงินของเขาหายไป เฟยเมี่ยววางถุงเครื่องหอมในมือลง เอ่ยกับเจ้าของร้านด้วยความรู้สึกผิดขออภัยเถ้าแก่ แต่ข้าไม่มีถุงเงิ….

ถุงเงินสีดำถูกยื่นมาตรงหน้า เมื่อมองตามไปก็พบว่าเป็นเหวินฮุ่ยเฉิงยื่นถุงเงินให้ตน เฟยเมี่ยวถามอย่างสงสัย  “อะไร

ถุงเงินอย่างไรเล่า

รู้แล้ว แต่เอามาให้ข้าทำไม

ก็เจ้าอยากได้ถุงเครื่องหอมนี่ มิใช่หรือ?” 

แต่นี่มันเงินของเจ้า

เหวินฮุ่ยเฉิงยัดถุงเงินใส่มือของเฟยเมี่ยว ทั้งยังกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติว่าข้ากับเจ้า ยังต้องแบ่งของเจ้าของข้าอะไรอีก ทรัพย์สินของข้า อะไรที่เจ้าพอใจ ก็ล้วนเป็นของเจ้าทั้งนั้น

หืมมม สายเปย์เสียด้วย

พ่อค้าเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจว่า ทั้งสองคือสามีภรรยากัน จากใบหน้าถมึงทึง เตรียมจะด่าทอเฟยเมี่ยวที่ทำให้ตนเสียเวลา ก็เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มประจบประแจง จนเฟยเมี่ยวต้องจิกตาผ่านหมวกปีกกว้างที่ปิดหน้าอยู่ พ่อค้ากล่าวด้วยวาจาสุภาพน่าฟัง  “นายท่าน ที่แท้แม่นางท่านนี้ก็เป็นฮูหยินบ้านท่านหรือนี่ ข้ามีตาหามีแววไม่ ต้องขออภัยที่เสียมารยาทแล้ว

เหวินฮุ่ยเฉิงชะงักค้างเพียงนิด จากนั้นพยักหน้ารับ 

พ่อค้าขายถุงเครื่องหอมกลัวเสียลูกค้าไป จึงรีบเอ่ยต่อเมื่อครู่ฮูหยินของท่าน ชอบพอถุงหอมชิ้นนี้มาก หากว่าท่านอยากเอาใจฮูหยินให้นางพออกพอใจแล้วละก็ ลองซื้อให้นางสักชิ้นสองชิ้น ข้ารับรองได้ว่ากำไรไม่มีขาดทุน

กำไรกับแมวที่บ้านเจ้าสิ คำก็ฮูหยิน สองคำก็แม่นาง เนี่ย ผู้ชาย ผู้ชายทั้งแท่งเลย ถึงหลิ่งเฟยอวี่จะมีน้อยไปนิด ก็ยังนับเป็นผู้ชาย!  แล้วอะไรคือการเชียร์ขายของข้ามหน้าข้ามตาเขาที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ 

แล้วคนแซ่เหวิน เจ้าทึ่มเอ๊ย เขาหลอกขายของให้ยังไม่รู้ตัว ทึ่มในทึ่มจริงๆ 

เหวินฮุ่ยเฉิงเห็นว่าเป็นหนทางที่ดี ที่จะทำให้เฟยเมี่ยวพอใจ จึงเอ่ยว่าเช่นนั้นข้าเหมาหมดนี่

ไม่ได้!เฟยเมี่ยวเอ่ยแย้งเสียงดัง

เจ้ามิชอบหรือ

รู้สึกอยากเอาถุงหอมฟาดหน้าคนก็วันนี้ เฟยเมี่ยวหยิบแค่ชิ้นเดียวแบบสุ่มเลือกข้าเอาชิ้นเดียว

เอ่อ ฮูหยินมิรับอีกชิ้นหรือขอรับ” 

ซื้อก็ซื้อแล้ว จะขายหรือไม่ แล้วข้าก็เป็นบุรุษ!

เหวินฮุ่ยเฉิงรีบกล่าวด้วยความร้อนรนเฟยเอ๋อร์เจ้าอย่าได้มีโทสะ หากเจ้าไม่พอใจ เช่นนั้นเราไปดูร้านอื่นกันดีหรือไม่ “  

เฟยเมี่ยวหันมาดุอีกฝ่ายเสียงดังเขาหลอกขายของให้ ยังไม่รู้ตัวอีก เหวินฮุ่ยเฉิงเจ้าทึ่ม!

เงิน2ตำลึงถูกโยนใส่ศีรษะพ่อค้าจนอีกฝ่ายหงายหลังไป เฟยเมี่ยวสะบัดชายเสื้อด้วยความหงุดหงิดใจ แล้วรีบเดินจากมา โดยมีตัวโง่งมที่อยากเอาใจคนงามตามมาด้วย

ทั้งสองคนเลือกที่จะมานั่งรับลมยามเย็นกัน ที่ศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง ในที่สุด เหวินฮุ่ยเฉิงที่อดทนต่อความเงียบงันที่เฟยเมี่ยวสร้างขึ้นไม่ไหว ก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

โกรธข้าหรือ

เฟยเมี่ยวหันมองอีกฝ่ายใช่ โกรธเจ้า

เหวินฮุ่ยเฉิงเขยิบเข้ามานั่งใกล้เฟยเมี่ยวอีกนิดคนงาม เจ้าโกรธเคืองข้าด้วยเรื่องใด?”

ที่โกรธ เพราะเจ้าโง่เฟยเมี่ยวไม่คิดอ้อมค้อมถนอมน้ำใจ ไม่ต้องมาเล่นมุขถามคนงาม คนซื่อบื้อน่าหงุดหงิด ทำเป็นแต่ปกครองคนปราบปีศาจหรือไง ซื้อของแค่นี้กลับเชื่อคำยุยงของพ่อค้าง่ายๆ มิใช่ว่าแวะร้านไหนก็ต้องเทถุงเงินไว้ที่ร้านนั้นหมดเลยหรือ

เหวินฮุ่ยเฉิงก็ยังไม่เข้าใจ เขาเพียงอยากเอาใจอีกฝ่าย เหตุใดกลายเป็นคนโง่ให้เฟยเอ๋อร์โกรธเคือง แต่เมื่อเห็นเฟยเมี่ยวเอาถุงเครื่องหอมฟาดกับขอบโต๊ะ ก็คิดไปเองว่าอีกฝ่ายคงมิพอใจ ที่ถูกพ่อค้าเรียกว่าฮูหยินหรือแม่นางกระมัง

หากเจ้าไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่เห็นต้องซื้อมันมาเลย โยนทิ้งไปเสียก็สิ้นเรื่องหากถุงเครื่องหอมชิ้นนี้ มองแล้วทำให้เฟยเอ๋อร์หงุดหงิดใจ ถุงเครื่องหอมนี่ต่อให้ราคาหมื่นตำลึงทอง สำหรับเหวินฮุ่ยเฉิงมันก็ยังกลายเป็นก้อนกรวดที่ไร้ค่า สมควรนำไปทิ้ง

ทิ้งหรือเฟยเมี่ยวจุดรอยยิ้มร้ายแต่ข้าตั้งใจซื้อมาให้เจ้า จะทิ้งจริงหรือ ได้โยนลงแม่น้ำไปก็แล้วกัน

พรึบ

ช่างเป็นถุงผ้าไหมที่ปักลวดลายได้งดงามอะไรเช่นนี้ ตำหนักซือโฮ่วจะหาของประณีตเช่นนี้สักชิ้น ยังยากยิ่งกว่างมเข็มในทะเลแดนใต้ กลิ่นหรือก็หอมหวนชวนใกล้ชิด แต่กลับเป็นกลิ่นที่คงเอกลักษณ์ของบุรุษเพศ บ่งบอกว่าผู้เลือกใส่ใจและคำนึงถึงผู้ใช้มากเพียงใด เฟยเอ๋อร์เจ้าใส่ใจข้าถึงเพียงนี้ มอบของแทนใจแสนมีค่าเช่นนี้ให้ แน่นอนว่าถุงหอมชิ้นนี้ฮุ่ยเฉิงจะมิยอมให้ห่างกายแม้เพียงกระพือเดียว

“....”  ถุงหอมที่หยิบมาสุ่มๆ เพราะเห็นว่าสีถุงเป็นสีม่วงที่ชอบ กลับกลายเป็นว่าถูกเจ้าทึ่มแซ่เหวินพรรณนาความหมายออกมาได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เฟยเมี่ยวแทบอยากเอาหัวโขกต้นไม้ตายรอบสองเพราะความช่างเพ้อของอีกฝ่ายแล้ว

เมื่อไม่สามารถหาเรื่องราวมาหยุดความเพ้อฝันของเหวินฮุ่ยเฉิงได้ เฟยเมี่ยวจึงเลือกที่จะให้ความเงียบเข้ามาแทรกกลางระหว่างกัน ถูกความมโนของคนแซ่เหวินตีแสกหน้าขนาดคนหน้าด้าน แค่กๆ คนหน้าหนาอย่างเขายังถึงกับจนต่อคำจะกล่าว ได้แต่นั่งฟังอีกฝ่ายพ่ำเพ้อต่อไปเรื่อยๆ อย่างจำทน ใจจริงก็อยากจะบอกให้หยุดพูดอยู่หรอกไม่ใช่ว่าเขินอายจนทนฟังต่อไปไม่ไหว แต่ความรำคาญมันเริ่มจุกอกแล้ว แต่พอหันมองเสี้ยวหน้าคมที่ยิ้มแย้มออกมายามก้มมองถุงเครื่องหอม ไม่รู้ทำไมจึงได้รู้สึกว่า ไม่อยากทำลายรอยยิ้มนี้ 

ช่างเถอะ อย่างไรก็ยังต้องเดินทางร่วมกัน เขายังอยากไปเที่ยวอีกหลายที่มีอะไรอีกมากมายของโลกนี้รอให้เขาไปค้นหา แค่ทนฟังต่อไปคงไม่เกินความสามารถของท่านเฟยเมี่ยวหรอกถึงมันจะน่ารำคาญไปเสียหน่อยก็เถอะนะ 

ระบบ [ขออนุญาตประกาศเควส คลี่คลายปมในใจของหลิ่งเฟยอวี่]

[หากผู้เล่นทำเควสนี้สำเร็จจะได้รับ]

[ค่าความเหมาะสมในการเป็นจอมมาร : 80แต้ม]

[ค่าความชั่วร้าย : 50แต้ม]

[ค่าความเสแสร้ง : 80แต้ม]

[ค่าความน่าเกรงขาม : 40แต้ม]

[พลังชีวิต50%]

ระหว่างปฏิบัติเควสผู้เล่นสามารถสะสมแต้มไปได้เรื่อยๆ ตามสิ่งที่ผู้เล่นกระทำ

ยังไม่ทันที่เฟยเมี่ยวจะทะเลาะกับตนเองในใจจบ ก็มีอันแทบจะหัวทิ่มลงน้ำ หลังจากที่เสียงระบบเพื่อนรักเพื่อนแค้นประกาศดังลั่น แค่ชื่อเควสก็รู้ได้เลยว่าเรื่องที่จะสั่งต่อไป ระบบเพื่อนยากจะพูดอะไรกับเขา หางานให้ทำอีกแล้ว อะไรคือการทำลายจินตนาการที่เขาสร้างขึ้น ว่าจะได้เที่ยวไปทั่วทุกแคว้นด้วยการประกาศเควสที่ฟังยังไงก็เหมือนต้องไปยุ่งเกี่ยวกับภูมิหลังของคนงาม ตอนนี้แค่ต้องทนฟังคนแซ่เหวินเพ้อถึงตนเหมือนสาวน้อยหัดรักก็เติมกลืนแล้วนะ

'ระบบคุณเคยมีวันหยุดไหม?’ นี่เขาสงสัยจริงๆ จะไม่ให้เขาหายใจเลยหรือไง ถึงเขาจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ระบบหน้าเลือดนี่ใช้งานเขามันคือตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เขารู้สึกเหมือนว่าตนเองยังไม่ได้พักผ่อนเลย 

ระบบ [ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะแสตนบาย24ชม. ไม่มีวันหยุด]

เฟยเมี่ยวกลอกตาใส่อากาศ 'มิน่าถึงได้ไม่ยอมให้คนอื่นว่างงาน’ 

ระบบ [ผู้เล่นจะรับทำเควสนี้หรือไม่]

[ปุ่มตกลง/ปุ่มยอมโดนหักแต้ม]

เหอะเฟยเมี่ยวส่งเสียงเหอะออกมาแผ่วเบา แล้วหันไปสบตาเหวินฮุ่ยเฉิงที่หันมองตนอยู่อย่างมึนงง  'แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม

ระบบ [ยืนยันการรับเควส ขอให้ผู้เล่นโชคดี]

เหตุใดจึงทำหน้าตาเช่นนี้” 

คำถามปะปนกับน้ำเสียงขบขันของเหวินฮุ่ยเฉิง ทำให้เฟยเมี่ยวชักสีหน้าหงุดหงิดใจใส่ยุ่งอะไรด้วยนี่หน้าข้า จะทำหน้ายังไงก็เรื่องของข้า

เหวินฮุ่ยเฉิงยิ้มอ่อนใจกับความช่างเถียงของอีกฝ่าย ยื่นนิ้วมือไปแตะหว่างคิ้วที่ขมวดเป็นปมของเฟยเมี่ยวแล้วนวดเบาๆทำหน้าทำตาเช่นนี้ ดูดุร้ายราวกับแม่เสือที่สามีไม่ยอมกลับบ้าน ไม่งดงามเลย

ปากเช่นนี้เจ้าอยากลงไปนอนเล่นเป็นศพอยู่ใต้น้ำ?” เฟยเมี่ยวแยกเขี้ยวใส่เหวินฮุ่ยเฉิง มาหาว่าเขาเป็นแม่เสือ จะมโนว่าตนเองเป็นสามีเขาหรือไรกัน ฝันไปเถอะ

เหวินฮุ่ยเฉิงเก็บมือของตนกลับมา กล่าวอย่างไม่จริงจังนักดุร้ายนัก ระวังจะขายไม่ออก

อาเมี่ยวนายดุแบบนี้ ระวังเถอะนายจะขายไม่ออกนะ

ลมหายใจของเฟยเมี่ยวสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ภาพเด็กสองคนกำลังวิ่งไล่จับกันฉายชัดขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หนึ่งคนวิ่งหนีพร้อมรอยยิ้มในมือยังคงถือถุงคุกกี้ที่แย่งมาได้ อีกคนวิ่งไล่จับคว้าตัวอีกฝ่ายเพื่อแย่งขนมคืนมา นั่นก็คือวันที่เฟยเมี่ยววิ่งไล่จับฮุ่ยจินในอดีต วันวานที่ยังไม่อาจหวนคืน

บ้าจริง ความรู้สึกวูบโหวงในอกนี่มันอะไรกัน คนแซ่เหวินพูดจาไม่คิดทำให้เขาต้องนึกถึงเรื่องที่กลบฝังไว้ในใจ คนพูดไปแล้วก็หาได้สนใจว่ามันจะสร้างความรู้สึกเช่นไรให้คนฟัง คนที่ฟังและคิดตามก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เหมือนกันยิ่งกว่าฝาแฝด เสียดายก็แต่ไม่ใช่ ไม่มีทางใช่ และเพราะไม่ใช่นี่แหละที่มันเป็นปัญหา

เจ้าออกเรือนหรือยังอยู่ดีๆ เฟยเมี่ยวก็เอ่ยถามอีกฝ่าย ทั้งที่ก็ไม่เข้าใจว่าตัวเขาเองนั้นต้องการคำตอบแบบไหน

ยังคนตอบก็รีบตอบกลับอย่างกระตืนรือร้นจนออกนอกหน้า

มีคนที่รักแล้วหรือไม่พอได้ถามก็คล้ายว่าจะหยุดถามไม่ได้ขึ้นมา ทำไมต้องเหมือนกันขนาดนี้นะ ถ้ามีสักอย่างที่ต่างออกไปคงปล่อยไปได้แล้วแท้ๆ

ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย มิใช่บู่ซัวมิใช่เมฆ

 (เคยมีความรักฝังใจ ไม่บังเกิดความรักใหม่)

แปลว่าอะไร

เจ้าก็แปลเองสิ

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย สีหน้าแสดงถึงความแปลกใจอย่างไม่ปิดบัง คนแซ่เหวินเล่นตัวเป็นด้วย? “ใครสนใจเจ้าละ เดี๋ยวข้าขอให้ถงถงของข้าช่วยก็ได้

ปากหรือก็เล็กนิดเดียว เหตุใดจึงช่างต่อล้อต่อเถียงมือหนายื่นมาบีบริมฝีปากของเฟยเมี่ยวแผ่วเบา

เฟยเมี่ยวสะบัดหน้าออกข้าแค่อยากรู้ ไม่ได้เถียง” 

ท่าทีหงุดหงิดของเฟยเมี่ยว ยังคงทำให้เขายิ้มได้เสมอข้าบอกก็ได้” 

“…”

แปลว่าชอบเจ้า

!!!

จะแต่ก่อนหรือในยามนี้ที่มีพระจันทร์เป็นพยาน ก็ล้วนมีเพียงเจ้าที่อยู่ในใจฮุ่ยเฉิงขยับใบหน้าเข้าใกล้เฟยเมี่ยวที่ิ่นิ่งงันไปส่วนเรื่องออกเรือน เจ้ายังไม่รับปากแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินให้ ข้าจะออกเรือนได้อย่างไร

ฮูหยินกับผีน่ะสิ นิ้วมือที่สั่นระริกถูกยกขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง  “คนแซ่เหวิน เจ้า  เจ้ามัน!

 

ตอนที่รีไรท์ลงจบแล้วหลังจากนี้จะเป็นเนื้อหาในเควสต่อไปแล้วนะคะ ไหนใครคิดถึงจินเกอพญานกของเถียนซินบ้าง ขอแอบสปอยล์ว่าตอนหน้ารัชทายาทของเราจะกลับมาทวงอวี่เอ๋อร์ของเขาคืนแล้ว! คำเตือนโปรดกำไม้พายให้แน่น และเกาะเรือของท่านเอาไว้ให้ดี กระแสน้ำเชี่ยวกรากระวังเรือล่ม แค่กๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1078 p__-p (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:16
    พี่ลืมสองหมาแมวที่ออกห้องไม่ได้เพราะคาถาของพี่แล้วเรอะ?
    #1,078
    0
  2. #1057 K.white wine (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 20:27
    จัดมาไม่้องปราณี!!!!
    #1,057
    0
  3. #984 chalillxx_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:17
    เอาเลยจ้า มา มาให้สุด!!!!
    #984
    0
  4. #940 DBJJKM97 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 15:08
    โอ๊ยยยยทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกันมั้ยย
    #940
    0
  5. #744 Notty Kero (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:48
    คำเตือนน่ากลัวววว
    #744
    0
  6. #738 Mio26082549 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 07:30

    อ๊ากกก!?

    คำเตือนไรท์เเทบทำเค้าช็อก55. จับไม้พายไว้ให้ดี...ลางร้ายซะมิมี=^=:

    ของคุณที่อัพฮะ~

    รักษาสุขภาพด้วยน้าา~
    #738
    0
  7. #737 bobbyislove (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 04:32
    พี่เหวินนนน
    #737
    0