หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 24 : บทที่.20 [รีไรท์] มิอาจลืมเลือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 485 ครั้ง
    1 ต.ค. 62

บทที่.20

มิลืมเลือน

จำมิได้สักอย่างเลยหรือซูเม่ยอิงเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ฉู่ชิงซาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนให้ฟัง

ฉู่ชิงซาพยักหน้ารับ กล่าวงึมงำในลำคออืม” 

เมื่อหลายวันก่อนอยู่ดีๆ เสี่ยวเฟยก็เกิดความทรงจำบางส่วนขาดหายไป ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเหวินฮุ่ยเฉิงทั้งสิ้น ฉู่ชิงซาได้ให้หมอทั่วทั้งแดนมารมาตรวจดูอาการของศิษย์รักแต่ก็ไม่พบต้นสายปลายเหตุของสิ่งที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ฉู่ชิงซาจึงได้เรียกให้ซูเม่ยอิงมาพบเพื่อบอกเล่า และปรึกษาหารือในเรื่องนี้ อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมารดา หากว่าเสี่ยวเฟยเกิดเจ็บป่วยร้ายแรงขึ้นมาจะทำอย่างไร 

แต่เมื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกไปจนหมด คนที่ไม่อยากมีลูกเขยเป็นทุนเดิมอย่างซูเม่ยอิงกลับไม่ทุกข์ไม่ร้อน ทั้งยังจุดรอยยิ้มงามแต่งแต้มใบหน้า กล่าวอย่างรื่นรมว่าช่างเป็นเรื่องที่ดีอะไรเช่นนี้ สวรรค์ช่วยข้าแล้ว

ความดีอกดีใจที่บุตรชายลืมเลือนเด็กน้อยแซ่เหวินไปช่วงระยะเวลาหนึ่งของซูเม่ยอิง ช่างขัดหูขัดตาฉู่ชิงซายิ่งนัก จำมิได้แล้วอย่างไรเล่า ใช่ว่าซูเม่ยอิงจะรอดพ้นการมีลูกเขยเป็นเจ้าตำหนักซือโฮ่วเสียเมื่อไหร่ เสี่ยวเฟยจำมิได้ ก็ยังมีเหวินฮุ่ยเฉิงที่จำได้อยู่ แล้วเรื่องที่ว่าเหวินฮุ่ยเฉิงหายหน้าหายตาไปจากวังสือซว่านก็หาใช่ความจริงไม่ เขายังเห็นเจ้าเด็กน่าตายนั่นย่องเข้าห้องของเสี่ยวเฟยทุกคืนอยู่เลย…

ฉู่ชิงซากล่าวออกไปคล้ายตำหนิกลายๆมิห่วงลูกบ้างหรือไร เอาแต่ยิ้มอย่างกับคนเสียสติ

ซูเม่ยอิงยักไหล่ห่วงก็ห่วงอยู่ แต่ในเมื่อหมอทั่วทั้งแดนมารยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเฟยเอ๋อร์แข็งแรงดี ข้าก็เบาใจได้แล้ว

ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ฉู่ชิงซาก็ตัดสินใจได้ เรื่องของเด็กก็ปล่อยให้เด็กๆ เขาจัดการกันเอง คนแก่ๆ แถวนี้ไม่ต้องรับรู้ก็ได้กระมังเจ้า...รังเกียจเด็กแซ่เหวินถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ซูเม่ยอิงกล่าวไม่เร็วไม่ช้ามิได้รังเกียจอะไร เพียงแต่ท่านต้องเข้าใจ ข้าเป็นมารดาของเขา ในบั้นปลายชีวิต ก็อยากเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวตบแต่งภรรยามีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง

เจ้านี่นะ ยิ่งกล่าวออกมา วาจายิ่งเหมือนพวกเผ่ามนุษย์เข้าไปทุกทีแล้วฉู่ชิงซาส่ายหน้าปลงตก ซูเม่ยอิงอยู่แต่กับหญิงชาวมนุษย์ผู้นั้น จนแทบลืมไปแล้วกระมังว่าตนเองเป็นปีศาจจิ้งจอก…

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ฉู่ชิงซากำลังคิดว่า วันนี้เด็กแซ่เหวินนั่นก็คงจะมาย่องเข้าห้องของศิษย์เขาอีก หากจะถามว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเหวินฮุ่ยเฉิงแอบเข้ามาในวังสือซว่านในยามวิกาล คงต้องย้อนไปในตอนที่เขากับชงเมิ่งกำลัง… พูดคุยปรับความเข้าใจกันอยู่ แล้วถูกเจ้าเด็กบ้านี่ขัดขวางการพูดคุยอย่างไม่น่าให้อภัย หลังจากวันนั้นเขาก็ต้องมานั่งมองคนปีนกำแพงบ้านตนเองแทบทุกคืน

ซูเม่ยอิงกำลังคิดว่า หากว่าลืมเรื่องราวเลวร้ายก่อนหน้านี้ไปได้ก็เป็นการดี เฟยเอ๋อร์ของเขาแม้ว่างดงามกว่าสตรีทั่วหล้า ก็ใช่ว่าจะหาจิ้งจอกน้อยชาติตระกูลดีๆ มาตบแต่งมิได้ นางเป็นคนมักน้อย หากจะมีสะใภ้สักคนก็ไม่ขอหญิงงามเป็นหนึ่งเพราะบุตรชายของนางงดงามพอแล้ว แต่ขอคนที่รักมั่นจริงใจต่อบุตรชายนาง ปรนนิบัติรับใช้สามีอย่าได้บกพร่อง และที่สำคัญสตรีป่าเถื่อนชาวมนุษย์ที่บ้านจะต้องชอบสะใภ้ผู้นี้ด้วย มิเช่นนั้นเคราะห์กรรมคงมาตกอยู่ที่นางอีกเป็นแน่ 

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ซูเม่ยอิงก็เบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นตะโกนเสียงดัง จนฉู่ชิงซาสำลักน้ำชาด้วยความตกใจข้านึกออกแล้ว!

แค่กๆ จะ อึก เจ้าเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกฉู่ชิงซาถามพลางปิดปากไอ

ซูเม่ยอิงเดินกลับไปกลับมา กล่าวด้วยอารมณ์ตื่นเต้นดีใจทำไมข้าไม่คิดวิธีนี้ได้แต่แรกนะ ทำไมกัน

คนที่ยังไม่เข้าใจก็ได้แต่ถามออกไปอย่างมึนงงวิธีอะไรของเจ้า แล้วช่วยหยุดเดินก่อนได้หรือไม่ ข้าเวียนหัวจะตายอยู่แล้ว

ท่านแก่แล้วก็ยอมรับมาเถอะว่าแก่ซูเม่ยอิงกลอกตาไปมา จากนั้นกล่าวต่อไปคล้ายพูดให้ตนเองฟังมากกว่าพูดกับฉู่ชิงซาข้าจะจัดงานหาลูกสะใภ้ คัดเลือกหญิงงามจากตระกูลจิ้งจอกชนชั้นสูงสักคน มาตบแต่งกับเฟยเอ๋อร์ของข้า

หะ …ฉู่ชิงซาคิดว่าตนอาจจะฟังผิดไปงานอะไรนะ ข้าว่าเมื่อครู่คงไอแรงเกินไปจนหูอื้อฟังอะไรไม่ค่อยถนัด

งานคัดเลือกจิ้งจอกน้อยมาเป็นสะใภ้” 

“...เจ้าบ้าไปแล้วหรือฉู่ชิงซากุมขมับหากเฟยเอ๋อร์รู้เรื่องเข้า แล้วโกรธเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร

ซูเม่ยอิงกล่าวสบายๆ ว่ามิใช่ข้า แต่เป็นเรา

ข้าไม่เอาด้วยเด็ดขาด!คัดสะใภ้บ้าบออะไร ทำไปก็มีแต่จะถูกเสี่ยวเฟยเมินเอาเสียเปล่าๆให้ตายก็ไม่ร่วมมือกับเจ้า

ซูเม่ยอิงถลึงตากราดเกรี้ยวใส่ไม่ช่วยก็ไม่ช่วยสิ แต่ก่อนตอบช่วยคิดก่อนสักนิดมิได้เชียวหรือ

มันเรื่องอะไร ที่ข้าต้องรนหาเรื่องให้เสี่ยวเฟยไม่พอใจด้วยเล่าเขาเอ่ยเตือนต่อว่าเจ้าก็เหมือนกัน ระวังเถอะลูกจะไม่รัก

ท่าน ท่าน ท่าน! นั่นปากหรือซูเม่ยอิงมีโทสะจนหน้าแดง แต่ก็ทำได้แค่ถลึงตาใส่

ฉู่ชิงซาเปลี่ยนเรื่องทันทีเรื่องนั้นเล่า ไปถึงไหนแล้ว

ดวงตางามของซูเม่ยอิงฉายแววโหดเหี้ยมขึ้นมาทันใด น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็เย็นชากว่าเมื่อครู่มากนักไม่ได้ความ หุ่นวิญญาณพวกนั้นต่อให้เราจับได้มากแค่ไหน สุดท้ายพวกมันก็ทำลายตนเองได้อยู่ดี

แปลกฉู่ชิงซาขบคิดพวกมันจงใจลอบทำร้ายเสี่ยวเฟย ทั้งยังใช้วิชาหุ่นวิญญาณวิชามารที่หายสาบสูญไปนานแล้ว ผู้บงการเป็นใครกันแน่

ท่านคิดว่าจะใช่คนในเผ่ามารหรือไม่ซูเม่ยอิงถามต่อ

เฟยเมี่ยวได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของฉู่ชิงซา ต่อให้ตนเองไม่คิดผู้อื่นก็ต้องคิด ใครบ้างไม่รู้ว่าฉู่ชิงซาคาดหวังในตัวลูกศิษย์ผู้นี้มากแค่ไหน วางเขาไว้ในตำแหน่งสำคัญเพียงใด ฝึกฝนเคี่ยวกรำเพื่อหวังให้เฟยเมี่ยวได้ปีนขึ้นมานั่งในตำแหน่งราชาเผ่ามารแทนตน 

เมื่อถูกจอมมารคาดหวัง ย่อมตกเป็นเป้าหมายในการรอบโจมตีของพวกเผ่ามารชนชั้นสูง ที่คิดให้บุตรเข้ารับการคัดเลือกคุณสมบัติในการเป็นจอมมารครั้งต่อไป หลังฉู่ชิงซาหมดวาระในการปกครองภพมารแล้ว 

มิน่าจะใช่ฉู่ชิงซาคิดถึงเหตุและผลคนพวกนั้นไม่น่าจะลงมือเร็วขนาดนี้ อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาอีกมาก กว่าข้าจะลงจากตำแหน่งอีกทั้งทั่วทั้งแดนมารมีใครไม่รู้บ้าง ว่าข้ารักและเอ็นดูเสี่ยวเฟยมากแค่ไหน ชนชั้นสูงของเผ่ามารกลุ่มใดเล่าจะกล้ามาเสี่ยงกับโทสะของข้า

ซูเม่ยอิงพยักหน้ารับเช่นนั้น...หรือจะเป็นคนเผ่าสวรรค์?” 

แน่นอนว่าเผ่าสวรรค์ควรตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะเคยเกิดความบาดหมางกันมาก่อน อีกทั้งยามนี้ไป๋หนิงเซียนก็ยังอยู่ในมือของท่านจอมมาร 

ข้าก็ยังคิดว่าไม่ใช่ฉู่ชิงซายกชาขึ้นจิบแล้วกล่าวต่อแม้ว่าเคยมีเรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจกันมา แต่เผ่าสวรรค์ไม่น่าจะมีใครใช้วิชามารเช่นนี้ได้กระมัง มิเช่นนั้นคงถูกส่งตัวไปตำหนักซือโฮ่วแล้ว

ซูเม่ยอิงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ เมื่อเดือนที่แล้วมีหุ่นวิญญาณถูกส่งมายังวังสือซว่านเป้าหมายในการสังหารคือเฟยเอ๋อร์ของนาง บุตรชายนางพักนี้ก็เป็นเด็กดีหาได้ก่อเรื่องก่อราวกับผู้ใดไม่ เหตุใดจึงถูกตามฆ่าได้กัน หุ่นวิญญาณเป็นวิชามารชนิดหนึ่ง ตัวหุ่นจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยเลือดของผู้เชิดหุ่น หน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นการฆ่าใครสักคนตามที่ผู้เชิดออกคำสั่งทว่าวิชานี้หากมิใช่คนเผ่ามารโดยกำเนิดก็ต้องเป็นคนที่เข้าสู่วิถีแห่งมารแล้วจึงจะใช้ได้ ทั้งมันยังหายสาบสูญไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพิ่งจะกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้งก็คืนวันนั้น…

เป็นความโชคดีที่ฉู่ชิงซาอยากเดินเล่นชมจันทร์ยามค่ำคืน จึงสังเกตเห็นความผิดปกติว่ามีคนลอบเข้ามาในวังสือซว่าน แต่กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายเกินไป คนของฉู่ชิงซาถูกฆ่าไปนับร้อยด้วยฝีมือหุ่นวิญญาณเพียงสิบตน กว่าจะตามหาเจอมันก็เกือบเข้าไปในห้องของเฟยเมี่ยวแล้ว หลังจากวันนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้าออกวังสือซว่านได้ หรืออาหารการกินของเฟยเมี่ยวล้วนต้องผ่านการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยทั้งสิ้น

ฉู่ชิงซาไม่ได้บอกเล่าเรื่องนี้ให้ผู้เป็นศิษย์ฟัง แต่ส่งข่าวไปหามารดาของศิษย์แทนเพื่อปรึกษาหารือ เมื่อซูเม่ยอิงรู้เรื่องทั้งคู่จึงตัดสินใจสืบหาต้นตอของเรื่องราวด้วยตนเอง ปิดบังเรื่องนี้กับเฟยเมี่ยวเอาไว้ เพียงเพราะไม่อยากให้ผู้ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจต้องมารับรู้ว่าตนกำลังถูกใครบางคนที่อยู่ในเงามืดปองร้าย

เฮ้อ เอาเถอะเรื่องนี้ไว้ว่ากันทีหลัง วันนี้ดึกมากแล้วเจ้าควรกลับไปพักผ่อนฉู่ชิงซากล่าวอย่างเหนื่อยล้า วันนี้เขาวิ่งวุ่นเรื่องในแดนมารทั้งวัน ยังต้องมาถกเถียงประเด็นนี้ให้ปวดหัวอีก อย่าให้รู้เชียวว่าใครกล้าคิดรังแกศิษย์รักของเขา หากว่าจับมันได้ละก็รับรองได้เลยว่ามันผู้นั้นต้องอยากไปนรกมากว่าอยู่ใกล้เขาเป็นแน่

ซูเม่ยอิงปิดปากหาว วันนี้นางเองก็เหนื่อยมากแล้วควรกลับไปพักผ่อนสักที ก่อนไปยังไม่ลืมฝากฝังบุตรและหยอกล้อท่านจอมมารฉู่ให้เลือดลมสูบฉีดฝากท่านดูแลเฟยเอ๋อร์ด้วย อ้อ แล้วก็นะหากอยากรีบกลับไปหาสามีแม่ทัพสวรรค์ของท่านเร็วๆ ครั้งหน้าก็บอกข้ามาตรงๆ ก็ได้เราคนกันเองทั้งนั้น อย่ามาใช้ข้ออ้างว่าข้าควรกลับไปพักผ่อนเลย มันฟังไม่ขึ้น ฮ่าๆ

ฉู่ชิงชาถลึงตาดุซูเม่ยอิง นังจิ้งจอก เจ้า!จะด่าก็ไม่ทันแล้ว เพราะวินาทีต่อมาซูเม่ยอิงก็หายวับไปราวกับวิญญาณก็ไม่ปาน คนที่ถูกล้อเลียนก็ได้แต่ยืนนิ่งหน้าแดงก่ำ ทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้จึงพึมพำกับตนเองเบาๆร้ายนักนะ

สถานที่นัดพบของเขาและราชินีจิ้งจอกก็ไม่ใกล้ไม่ไกล เป็นตำหนักเล็กด้านหลังสุดของวังสือซว่าน ฉู่ชิงซาเดินไปหนึ่งก้าวก็บ่นหนึ่งคำ  พักนี้มีแต่เรื่องแต่ราวได้ไม่เว้นแต่ละวัน เขาได้แต่คิดตั้งแต่มีลูกศิษย์ตัวน้อย? ชีวิตของเขาก็ไม่เงียบเหงาอีกเลย เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้เสี่ยวเฟยแล้ว

!!!

เข็มพิษในมือเกือบจะถูกซัดออกไป หากแต่ยั้งมือไว้ได้ทัน เมื่อผู้ที่มาขวางทางเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดียิ่งในช่วงนี้ 

เหวินฮุ่ยเฉิง?” ฉู่ชิงซากล่าวเสียงเรียบประตูมีเจ้าไม่เข้า กลับชอบปีนกำแพงบ้านผู้อื่น

เหวินฮุ่ยเฉิงหาได้สนใจที่เจ้าของบ้านว่ากล่าว เปลี่ยนเรื่องเข้าประเด็นที่ตนต้องการพูดคุยทันทีท่านน้าคิดหาสะใภ้?”

ฉู่ชิงซาเลิกคิ้วขึ้น กล่าวคล้ายหยอกล้อแอบฟังหรือ”  

เปล่า ข้ายืนฟังเลยต่างหากเล่า พวกท่านไม่สนใจเอง

“...” เส้นเลือดข้างขมับคล้ายว่าจะปวดอีกแล้ว ปีนี้เขาก็เพิ่งจะไม่กี่ร้อยปี ไม่น่าเรียกว่าเป็นตาแก่ได้เลย เหตุใดคล้ายความดันจะขึ้นได้ตลอดเวลาก็ไม่รู้ ฉู่ชิงซาเดินนำอีกฝ่ายไปนั่งที่โต๊ะ จากนั้นเอ่ยถามอย่างสนใจหาสะใภ้แล้วอย่างไร เจ้าเป็นคนนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ไปขัดขวางอยู่แล้ว

เหวินฮุ่ยเฉิงสีหน้าเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดเฟยเอ๋อร์เป็นของข้า ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้เขาล้วนเป็นคนของข้าผู้เดียวเท่านั้น

เด็กน้อยเอ๋ย อาศัยเพียงความดื้อดึงของเจ้า ซูเม่ยอิงไม่มีทางเปลี่ยนความคิดฉู่ชิงซามองเหยียดเหวินฮุ่ยเฉิงอย่างไม่ปิดบังแล้วยังจะมีอะไรไปหยุดยั่งความคิดนางอีก

เหวินฮุ่ยเฉินครุ่นคิด  “...พาหนี” 

ดี ความคิดนี้ดี ข้าชอบหัวคิ้วขมวดเข้าหากันแต่เฟยเอ๋อร์จะยอมไปกับเจ้าหรือ หรือเจ้าคิดหาทางออกได้แล้ว

“...ยัง

ไม่เป็นไร เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง” 

เหวินฮุ่ยเฉิงถามอย่างแปลกใจอยู่ในทีท่านมิค่อยชอบหน้าข้ามิใช่เหรอ เหตุใดจึงคิดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ฉู่ชิงซากลับหัวเราะออกมาข้าแค่ไม่ชอบที่เจ้าไร้สัมมาคารวะ มิได้เกลียดชังถึงขนาดเก็บมาเป็นอารมณ์ แล้วขัดขวางบุพเพของพวกเจ้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา

นั่นก็ยังไม่น่าจะใช้เหตุผลที่ยอมช่วยเหลือ เพราะหากขัดแย้งกับท่านน้าเม่ยอิงขึ้นมา ตัวท่านเองก็จะลำบาก

อย่างมากข้าก็แค่ลำบากใจ ดีกว่าทนเห็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวไร้ความสุขไปชั่วชีวิต…

เหวินฮุ่ยเฉิงลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม ประสานมือโน้มกายมาด้านหน้าเล็กน้อยกล่าวว่าบุญคุณในครั้งนี้ ฮุ่ยเฉิงจะจำใส่ใจไว้ วันหน้าขอเพียงท่านเอ่ยปากหากมิใช่เรื่องที่ผิดต่อหลักธรรมคำสอนของบรรพชน ตำหนักซือโฮ่วพร้อมช่วยเหลือท่านทุกเรื่อง

ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปกคลุมใบหน้าเรียวอย่างแผ่วเบา รูปร่างหน้าตาเช่นนี้หาใช่คนในความทรงจำของตนไม่ เพียงแต่จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนี้อย่างไรก็คือเฟยเมี่ยวเป็นแน่ ความสงสัยในความผูกพันและความรักที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วหมดลงไปแล้ว

คราแรกที่ถูกปฏิเสธความรัก เหวินฮุ่ยเฉิงคิดดื้อดึงต่อต้านอย่างไรก็คิด ว่าตนนั้นสามารถเอาชนะอาจวินผู้นั้นที่อยู่ในใจอีกฝ่ายได้ ต่อมาคล้ายว่าสวรรค์จะเมตตาต่อเขาเป็นอย่างมาก ทำให้เขาได้ค้นพบว่าแท้จริงบุรุษผู้เดียวในใจของอีกฝ่ายกลับเป็นตนเสมอมา ความรักมั่น พันธนาการในอดีตยิ่งทำให้หัวใจพร่ำเรียกหา เอ่ยนามคนรักในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

จากกันมาแล้วหนึ่งชาติภพ ภาพร่างไร้วิญญาณของเฟยเมี่ยวในตอนนั้น ยังคงฉายชัดคล้ายตามหลอกหลอนเขาทุกลมหายใจ ครั้งนี้หากปล่อยวางวาสนาที่สู้อุตส่าห์เอื้อมคว้ามาได้ ต้องสูญเสียเฟยเมี่ยวไปอีกครั้ง เขายังจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรอีก….

อาเมี่ยว คิดถึง ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน….ริมฝีปากบางจูบลงบนหลังมือของเฟยเมี่ยวอย่างอ่อนโยน

เหวินฮุ่ยเฉิงใช้เวลาในการจ้องมองใบหน้าของคนรักจนถึงรุ่งสาง จึงค่อยจากไปเฉกเช่นที่ทำมาตลอดหลายวัน…

เฟยเมี่ยวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาจากที่นอน มือบางปิดปากหาวอย่างเกียจคร้านบิดขี้เกียจอีกสองสามครั้ง ก็เหลือบตาไปเห็นมี่ถงกำลังถืออ่างน้ำเข้ามาพอดี เขาจึงรีบลุกไปล้างหน้าล้างตาให้หายง่วงนอน กินมื่อเช้าที่มี่ถงเตรียมไว้ให้ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาหมดไปกับการเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพื่อรับบทเรียนใหม่จากฉู่ชิงซา 

ไม่รู้ว่าวันนี้จอมมารนั่นจะเอาอะไรมาแกล้งเขาอีก ฟังไม่ผิดหรอก แกล้งจริงๆ ในใจของเฟยเมี่ยวที่เล่าเรียนกับฉู่ชิงซาทุกวันนี้มีความรู้สึกคล้ายว่าอีกฝ่ายจะสั่งสอนตนอย่างจริงจังก็เพียงสองในสิบส่วนเท่านั้น ที่เหลือเรียกว่าทรมานเขาผู้เป็นศิษย์เล่นเสียมากกว่า

หลังจากเก็บที่นอนของเฟยเมี่ยวเรียบร้อยแล้ว มี่ถงก็เดินออกมาอีกทั้งในมือยังถือของสิ่งหนึ่งมาประคองส่งให้เฟยเมี่ยวอย่างดีนี่ขอรับนายน้อย

เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น มองของในมือของมี่ถงอย่างสงสัยนี่อะไร

มี่ถงตอบกลับพัดของนายน้อยอย่างไรเล่าขอรับ” 

เฟยเมี่ยวชี้นิัวเข้าหาตนเองของข้า?” ครุ่นคิดอยู่นานก็ถามมี่ถงว่าข้ามีพัดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“...” มี่ถงก้มมองพัดพับในมือมิใช่ของท่านหรือ ข้าเห็นมันวางอยู่ที่หัวเตียงนะขอรับ

สองนายบ่าวก้มลงมองดูพัดพับนั่นอีกครั้ง ตัวพัดทำมาจากหยกสีขาวบริสุทธิ์ที่แกะสลักอย่างประณีต พู่ห้อยพัดเป็นกระดิ่งสีเงินวาว เฟยเมี่ยวหยิบพัดเล่มนั้นออกมากางดู ภาพวาดด้านในเป็นทิวทัศน์งดงามของหุบเขาหิมะ ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ลงไปบนภาพวาด ในใจก็ได้แต่ชื่นชมผู้วาดว่ามีผีมือยอดเยี่ยมหาผู้ใดเปรียบ ความงดงามของธรรมชาติที่ถ่ายทอดอยู่บนพัดเล่มนี้ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถทำได้ 

เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วเป็นปม ภาพนี้งดงามก็จริง แต่เพราะอะไรยิ่งมองเขากลับยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่ในภาพนี้นักถงถงเจ้าช่วยข้าดู พวกเรามีครั้งไหนบ้าง ที่เคยไปเยือนหุบเขาหิมะในภาพวาดบนพัดเล่มนี้หรือไม่

มี่ถงชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ กลับกลายเป็นว่าร่างกายชะงักไปหนึ่งจังหวะ เมื่อเหลือบตามองผู้เป็นนายที่เอาแต่จมอยู่กับความคิดของตนเอง ก็ได้แต่กระแอมไอออกมาเพื่อเรียกสติ 

นายน้อยขอรับมี่ถงเรียกขานผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงจริงจังข้าลองไตร่ตรองดูแล้ว เราหาได้เคยไปในสถานที่เช่นนี้ไม่

เช่นนั้นหรือเฟยเมี่ยวยังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพนั้น

นายน้อยขอรับ ในเมื่อมันไม่ใช่ของๆ ท่าน เช่นนั้นให้ข้านำมันไปมอบให้ท่านจอมมารดีหรือไม่ขอรับเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงนิ่งเงียบ มี่ถงจึงกล่าวต่อไปว่าบางทีอาจเป็นสาวใช้คนใดคนหนึ่งทำตกไว้ ให้ท่านจอมมารตามหาเจ้าของ ของมันดีหรือไม่ขอรับ

เฟยเมี่ยวหุบพัดพับในมือแล้วดึงเข้าหาตัว กล่าวอย่างเอาแต่ใจว่าเรื่องอะไรล่ะ มันอยู่ในห้องของข้าก็ต้องเป็นของข้าสิ

มี่ถงมีสีหน้าลำบากใจแต่ว่า…

ไม่รู้ล่ะเฟยเมี่ยวยกพู่กระดิ่งห้อยพัดขึ้นมาระดับสายตา รอยยิ้มพอใจฉายชัดบนใบหน้างามข้าชอบมัน มันก็ต้องเป็นของข้า

ว่าเสร็จก็ถือพัดเดินออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้มี่ถงมองตามตาปริบๆ ลับหลังผู้เป็นนายใบหน้าคมของมี่ถงก็เรียบนิ่งติดเย็นชาลงหลายส่วน เขากล่าวกับตนเองอย่างอดกลั้นเหวินฮุ่ยเฉิง นายน้อยลืมเลือนเจ้าแล้ว เจ้ากลับกล้าไม่ปล่อยนายน้อยของข้า!

ภาพวาดนั่นดูอย่างไรก็คือทิวทัศน์ในแดนเหมันต์ที่นายน้อยลืมเลือนไป แล้วผู้ที่จะมอบของเช่นนี้ให้นายน้อยได้จะเป็นใครอื่นไปได้อีก นอกจากเจ้าตำหนักเหวินผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น มี่ถงกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือด ในวันที่นายน้อยถูกผู้คนในตำหนักซือโฮ่วรังแก ในวันที่นายน้อยถูกหญิงชั่วแดนสวรรค์ใส่ร้ายคนแซ่เหวินทำอะไร ไม่คิดปกป้องกลับขับไล่ใสส่ง 

คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาคราใดก็ยังมีโทสะได้ตลอด ยิ่งคิดถึงหน้าแมวๆ ของเจ้าแมวผีข้างกายเจ้าตำหนักเหวินโทสะของเขาก็ยิ่่งสูงขึ้นไปอีก น่าชังทั้งคนทั้งแมว!

เฟยเมี่ยวเดินถือพัดออกมาอย่างรีบร้อน เพราะกลัวมี่ถงมาแย่งคืนไป จะเป็นของใครก็ช่างมันสิแต่ภาพด้านในเขาถูกใจมาก เพราะฉนั้นพัดนี่ถือเป็นของเขา เฟยเมี่ยวโบกพัดพับในมืออย่างสบายอารมณ์เดินทอดน่องอย่างกับเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ก็มิปาน พอเดินมาถึงลานฝึกที่มีฉู่ชิงซานั่งจิบชารอตนอยู่ ก็ยังมิวายแจกรอยยิ้มงามรับอรุณให้ผู้เป็นอาจารย์อย่างแจ่มใส

ฉู่ชิงซา ปลายตามองลูกศิษย์ของตน กล่าวอย่างเกียจคร้านว่าวันนี้จะสอนเคล็ดวิชาและมรรคาอาวุธให้แก่เจ้า  เลือกได้หรือยังว่าอยากใช้อะไร

เฟยเมี่ยวเอียงคอมองเขาด้วยสีหน้างุงงง เรียนอะไรไม่เคยได้ยิน...

ฉู่ชิงซา กวาดตามองลูกศิษย์ตัวดีอย่างจับผิด หากกล้ากล่าวว่าไม่ได้ฟังที่ข้าพูดไปเมื่อวานละก็ จะให้เจ้ากินหนอนพิษกู่ตัวใหม่เลยคอยดู   จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับพัดพับในมืออีกฝ่าย จึงได้มีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นกล่าวอย่างรื่นรมว่า   พัดดี พัดก็ดี พัดก็ดี  พัดก็…!

ชั่วพริบตานั้นฉู่ชิงซาก็มาถึงตัวของเฟยเมี่ยว ทั้งยังบีบรัดข้อมือของเขาเอาไว้แน่น เพ่งมองพัดนี่ให้ดีอีกครั้ง จากนั้นกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า  “หวูชิง เป็นหวูชิง ศิษย์โง่  เจ้าได้มันมาได้อย่างไร?”

เฟยเมี่ยวกระพริบตาปริบๆข้า ข้าตื่นมาก็เจอมันแล้ว

เช่นนั้นหรือฉู่ชิงซาลอบคิดในใจ เจ้าเด็กแซ่เหวินถึงขนาดนำสมบัติล้ำค่าเช่นนี้มามอบให้ศิษย์เขา ถือว่ามีความจริงใจไม่น้อย

เฟยเมี่ยวเอ่ยถามอย่างใคร่รู้เมื่อครู่ท่านเรียกพัดนี่ว่าอะไรนะ หวูชิง พัดนี่มีนามว่าหวูชิงหรือท่านอาจารย์

ฉู่ชิงซาดึงรั้งข้อมือบางของลูกศิษย์ให้มานั่งลงข้างกัน จากนั้นจึงเอ่ยปากเล่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่นี่เรียกว่าหวูชิง เป็นหนึ่งในสามอาวุธมารที่ร้ายกาจที่สุด ว่ากันว่าเพียงโบกสะบัดหวูชิงหนึ่งครั้งก็สามารถสังหารศัตรูได้นับพันคน ทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามแต่ใจผู้ที่ครอบครอง

เฟยเมี่ยวตาลุกวาว ก้มมองพัดในมือของตนอีกครั้งวิเศษถึงเพียงนี้

ฉู่ชิงซาพยักหน้า เล่าต่อไปว่าหลายพันปีก่อนมันเป็นของจางฮวาเหลียน นางมารผู้เคยได้ขึ้นชื่อว่า เป็นสตรีผู้เดียวที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของเผ่ามาร ต่อมามอบให้จางจิวเอ๋อร์ผู้เป็นบุตรสาว

เฟยเมี่ยวเอ่ยถามหมายความว่าอย่างไร?” 

ฉู่ชิงซาแสยะยิ้มหมายความว่า อาวุธที่เจ้าถืออยู่นั่นน่ะ เป็นของอดีตจอมมารหญิงคนเดียวของเผ่ามารอย่างไรเล่า

หลังจากเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของหวูชิงให้เฟยเมี่ยวฟังสักพักใหญ่ ฉู่ชิงซาจึงเริ่มสอนวิธีการใช้งานให้กับเฟยเมี่ยวอย่างละเอียด ละเอียดชนิดที่ว่าต่อให้เขาเป็นเพียงตัวโง่งมผู้หนึ่ง แต่เมื่อมีพัดเล่มนี้อยู่ในมือก็สามารถเป็นผู้กล้าพิชิตแดนสวรรค์ได้สบายๆ เลยเชียวล่ะ 

เฟยเมี่ยวใช้เวลาครึ่งเช้าทั้งหมดไปกับการทดสอบการใช้งานอาวุธใหม่ของตน อีกทั้งยังเป็นการทดสอบการใช้าวุธที่ทำให้จิตใจเบิกบานยิ่งนัก พัดหวูชิงเล่มนี้นอกจากจะเป็นพัดไว้คลายร้อน ยังสามารถเป็นกระบี่ หอก ทวน แส้หรืออาวุธแทบทุกชนิดที่เขาอยากให้เป็น สารพัดประโยชน์ยิ่งกว่าระบบหน้าเลือดหน้าเงิน ที่ชอบขูดรีดเขาเป็นไหนๆ

รอบแรกที่ลองเปลี่ยนหวูชิงเป็นอาวุธ เฟยเมี่ยวเลือกเปลี่ยนมันเป็นธนู และเป้ายิงก็คือหินศิลาแกะสลักรูปงูสองตัวกำลังกอดรัดกัน ซึ่งเป็นของประดับสวนที่จอมมารฉู่รักถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิว แน่นอนว่าผลรับไม่ทำให้ผิดหวังไปจากการที่ถูกเครมว่าเป็นอาวุธของอดีตจอมมารเลย เพราะทันทีที่ลูกธนูที่สร้างจากปราณมารถูกปล่อยออกไป เจ้างูสัปดนทั้งสองตัวก็ระเบิดตูม ต่อหน้าต่อตาเจ้าของมันที่นั่งหน้าสั่นระริกด้วยความโกรธปนตกใจ 

ต้องตกใจอยู่แล้วก็ตอนแรกเขาเล็งเป้าที่เตรียมไว้ ไม่ได้หันคันธนูมาทางงูบ้านั่นสักนิด ตั้งใจให้ห้ามไม่ทันเลยนะ หึ สมน้ำหน้า ถึอว่าท่านเฟยเมี่ยวเอาคืนนายเรื่องที่ฉันต้องดื่มยาพิษครั้งนั้นก็แล้วกันนะท่านอาจารย์จอมมาร

ละ ละ หลิ่งเฟยอวี่เจ้า เจ้าลูกจิ้งจอก!ฉู่ชิงซาตบเก้าอี้ที่ตนนั่งจนแตกละเอียด ยืนขึ้นชี้หน้าเฟยเมี่ยวอย่างกราดเกรี้ยว ข้ารับใช้ล้วนแล้วแต่รีบคุกเข่าก้มหน้า

มี่ถงเอาตัวเข้ามาขวางปกป้องผู้เป็นนาย ประสานมือโค้งตัวลงกล่าวกับฉู่ชิงซาท่านจอมมารโปรดระงับโทสะ

ระงับกับมารดาเจ้าสิ! งูของข้า หินศิลาหมื่นปีของข้า…

เฟยเมี่ยวหาได้สนใจฉู่ชิงซาไม่ แต่กลับยกยิ้มงามมองพัดหวูชิงในมืออย่างเป็นสุข การได้จับอาวุธอย่างอื่นนอกจากนั่งดีดลูกแก้วกากๆ ไปวันๆ นี่มันดีอย่างนี้นี่เอง

เจ้าอย่าได้มาทำเมินเฉยต่อความผิดตนเชียวนะ!ฉู่ชิงซาเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งเตรียมจะก้าวเข้าไปหาเฟยเมี่ยว แต่หยวนชงเมิ่งกลับขวางทางไว้

อาฉู่เจ้าก็...เหลือบมองศิษย์ของคนรักก็ใจเย็นลงหน่อยจะเป็นไรไป เสี่ยวเฟยคงมิได้ตั้งใจกระมัง

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วมองแม่ทัพสวรรค์ที่แก้ต่างแทนตน เขากล่าวอย่างไม่เดือดไม่ร้อนว่าข้าตั้งใจ

เจ้า!!ฉู่ชิงซาแทบอยากพุุ่งเข้าไปรัดร่างของอีกฝ่ายให้แหลกละเอียด แต่เมื่อนึกดูแล้วทำเช่นนั้นไม่ได้ จึงได้แต่หันมาลงโทสะที่คนของตนเจ้านั่นแหละที่ไม่ดี!

หยวนชงเมิ่งเผยสีหน้าเลิ่กลั่กอะไรคือข้าไม่ดี

ฉู่ชิงซาทุบตีเขาไปหนึ่งฝ่ามือเจ้าเข้ามาห้ามข้า ข้าเลยทุบตีจิ้งจอกน้อยนี่ไม่ได้

หยวนชงเมิ่งชี้เข้าหาตนเองอย่างมึนงงข้าหรือ

ใช่หันกลับไปถลึงตาใส่ผู้เป็นศิษย์ครั้งหนึ่ง กล่าวอย่างหัวเสียข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว!

ฉู่ชิงซาเดินออกมาจากลานฝึกด้วยใบหน้าถมึงทึง ข้ารับใช้ที่เดินผ่านจากที่ปกติแค่ก้มหน้าลงต่ำ ครั้งนี้กลับแทบต้องลงไปหมอบคลานอยู่บนพื้น สีหน้าของท่านจอมมารช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!

เดินมาจนถึงสวนดอกสือซว่านทางด้านหลัง ก็หยุดยืนรับลมเพื่อสงบจิตสงบใจ ความจริงเขาจะลงมือทุบตีสั่งสอนก็ได้อยู่หรอก เพียงแต่ความรักเอ็นดูที่มีให้ศิษย์ผู้นี้ช่างมากเกินพอดีไปเสียหน่อย หากว่าทุบตีไปแล้วเกินแขนขางามๆ นั่นเป็นรอยเป็นแผลขึ้นมา เขาคงรู้สึกเสียใจยิ่งกว่าตอนที่ศิลาหมื่นปีพังย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาเสียอีก 

และที่สำคัญหากเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวดีมีรอยขีดข่วนขึ้นมา มีหวังเขาต้องโดนซูเม่ยอิงและเด็กแซ่เหวินตามมาถอนหงอกเป็นแน่ เมื่อคิดจนปลงตกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา แล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้แล้วกล่าวกับก้อนกลมๆ สีดำบนนั้นอย่างหัวเสีย

หางของเจ้าทำให้มันอยู่นิ่งๆ ได้หรือไม่ ดอกเหมยกิ่งเหมยของข้าพังหมดทำไมวันนี้มีแต่คนทำลายข้าวของในบ้านเขาก็ไม่รู้

เสี่ยวไป๋หาวหวอดท่านมาช้า

ฉู่ชิงซาอดไม่ได้ เก็บก้อนหินแถวนั้นขึ้นมาปาใส่แมวโง่บนต้นไม้ข้าช้าเจ้าก็นอนรอไปสิ รอแค่นี้จะตายหรือ

“...” เสี่ยวไป๋ไม่ตอบอะไรกลับไป มันทำเพียงยกเท้าหน้าของตนขึ้นมาเลียทำความสะอาด

เฮ้อ คืนนี้ตามนัดหมายฉู่ชิงซากล่าวเสร็จก็เดินจากไป 

เสี่ยวไป๋เพียงปรายตามองคนที่เดินจากไป และกระโดดหายไปในชั่วพริบตา…

การทดสอบรอบที่สอง เฟยเมี่ยวเลือกเปลี่ยนพัดเป็นแส้ เพราะเคยชินเวลาเห็นท่านแม่หลิ่งฮวาใช้ทุบตี อะแฮ่ม ใช้เพื่อให้สามารถเจรจากับท่านแม่เหม่ยอิงอย่างราบรื่น รอบนี้คนที่ช่วยทดสอบคือทหารมารสามคนที่ดูก็รู้ว่ามีฝีมืออยู่ไม่น้อย เฟยเมี่ยวครุ่นคิดเขาไม่เคยเห็นหลักการใช้แส้ของคนที่นี่ แต่เคยเห็นคนที่ใช้แส้ทรมานคนอื่นตอนอยู่โลกเดิม คงไม่ต่างกันเท่าไหร่มั้ง 

เฟยเมี่ยวกำแส้ในมือแน่นขึ้น ถ่ายเทปราณมารเข้าไปในอาวุธของตน ฟาดลงพื้นในครั้งแรกเสียงดังกึกก้อง ทหารสามนายกระเด็นออกไปไกลพอดู เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวได้แล้วจึงฟาดแส้ครั้งที่สอง ครั้งนี้ตั้งใจฟาดใส่หนึ่งในสามคน อีกฝ่ายเองก็รวดเร็วมากยกดาบขึ้นมาป้องกันได้ทันท่วงที

เขาถ่ายเทปราณมารเข้าไปมากกว่าเดิมฟาดแส้เข้าใส่ทั้งสามคนอีกครั้ง ครั้งนี้คนทั้งสามหลบไม่พ้นกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนล้มลงมา ถือว่าจบการทดลองใช้แส้ไป

การทดสอบครั้งที่สาม เฟยเมี่ยวเลือกเปลี่ยนหวูชิงให้กลายเป็นกระบี่ และคนที่มาช่วยเขาทดสอบกระบี่ในครั้งนี้ก็คือแม่ทัพหยวนนั่นเอง

เฟยเมี่ยวกล่าวว่าเหตุใดจึงออกหน้าช่วยข้า

หยวนชงเมิ่งเพียงยักไหล่ข้าก็แค่รู้สึก อยากลองสู้กับอาวุธวิเศษของเผ่ามารก็เท่านั้น

ท่านจะบอกว่า ไม่เห็นคนที่ถือมันอย่างข้าอยู่ในสายตา?” เฟยเมี่ยวเอ่ยถามยิ้มๆ คนผู้นี้นอกจากเวลาอยู่ต่อหน้าฉู่ชิงซา เขาก็ไม่ค่อยได้สนทนาด้วยมากนัก ครั้งนี้กลับพูดจาคล้ายจะยั่วยุเขา ต้องการอะไรกันแน่

อาฉู่บอกว่าเจ้าเหมือนเขาหยวนชงเมิ่งกล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอยแต่ข้ากลับเห็นต่าง

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่า 'แล้วอย่างไร

เจ้าไม่เหมือนอาฉู่ ไม่แม้แต่จะคล้าย” 

เฟยเมี่ยวกลอกตาไปมา นี่ท่านแม่ทัพใหญ่จะอวยเมียของตนเองให้เขาฟังหรือไง เห็นอยู่ว่าเขากำลังทำเรื่องมีสาระ เฟยเมี่ยวกล่าวอย่างตัดรำคาญไม่มีใจจะสู้ก็ถอยไป อาจารย์ของข้ามีเพียงฉู่ชิงซา หาได้มีความจำเป็นต้องไว้หน้าท่านไม่

หยวนชงเมิ่งกดยิ้มเย็นเวลาทำสีหน้าเช่นนี้ ค่อยคล้ายขึ้นมาหน่อย

กระบี่ในมือของเฟยเมี่ยวพุ่งเข้าใส่หยวนชงเมิ่งทันที ที่อีกฝ่ายพูดจบ ให้ตายเถอะ เขาไม่ชอบคนของเผ่าสวรรค์อะไรนี่เสียจริงเชียว ไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ก็ชวนให้หงุดหงิดได้ทั้งนั้น 

ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยกระบี่ ครั้งนี้ไร้ซึ่งการใช้พลังปราณ เพราะเป็นคู่ต่อสู้ที่ตนเองประเมินมิได้จึงไม่เสี่ยงใช้วิธีรุนแรงให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ เฟยเมี่ยวสู้ได้อย่างสูสี ที่ว่าสูสีเพราะหยวนชงเมิ่งเพียงตั้งรับหาได้ตอบโต้ เรียกว่าอีกฝ่ายต้องการลองเชิงเขาโดยแท้ แต่คนอย่างท่านเฟยเมี่ยวมีหรือจะสนใจแม่ทัพสวรรค์กวนประสาทผู้นี้ แค่ทำให้เขาหงุดหงิดก็มากพอให้เขาทุบตีอีกฝ่ายแล้ว

เขาไม่เก่งเรื่องวิชาซับซ้อนของที่นี่ก็จริง อ่อนด้อยเรื่องการร่ายรำเพลงกระบี่ก็จริง แต่เขาเป็นคนจากยุคที่ศิลปการต่อสู้มีให้เรียนได้หลากหลาย คนผู้นี้คิดดูแคลนเขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เฟยเมี่ยวพลิกตัวหลบวิถีกระบี่ของอีกฝ่าย เปลี่ยนกระบี่ของตนให้กลายเป็นพัดในชั่วพลิบตา หมุนตัวอย่างรวดเร็วไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังของหยวนชงเมิ่ง แล้วใช้ด้ามพัดสกัดจุดเขาไว้ไม่ให้ขยับได้ 

เพียงหนึ่งก้านธูป ศิษย์รักของท่านจอมมารฉู่ ก็ชนะแม่ทัพสวรรค์ไปได้อย่างง่ายดาย

เฟยเมี่ยวกลางพัดออก โบกเบาๆ ที่หน้าอกวางมาดเป็นคุณชายน้อยผู้หยิ่งทนง เมื่อเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหยวนชงเมิ่งอีกครั้ง ก็หุบพัดลงประสานมือคารวะ กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนักว่าแม่ทัพหยวน ขอบคุณท่านที่ออมมือให้เฟยอวี่ขอรับ

หยวนชงเมิ่งนิ่งอึ่งไป ด้วยไม่คิดว่าตนเองจะเพลี่ยงพล้ำให้กับเสี่ยวเฟยตัวน้อยของภรรยาตน ไม่นานก็ระเบิดหัวเราะออกมา เจ้าเด็กคนนี้ชนะเขาได้ แล้วยังมาเยาะเย้ยเขาด้วยวิธีเช่นนี้ อาฉู่มีลูกศิษย์ที่ไม่เลวเลยจริงๆ 

เขาขยับตัวสองสามครั้ง จุดที่ถูกสกัดไว้ก็ถูกคลายออก เมื่อมองจิ้งจอกน้อยที่ยังยิ้มละมุนละไมให้ตนอยู่ก็รู้สึกว่า น่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาฉู่ของเขาถึงได้รักใคร่อีกฝ่ายนัก หยวนชงเมิ่งกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะเดินจากไปว่าก็เหมือนกันจริงๆ นั่นแหละ

เฟยเมี่ยวยิ้มค้าง กระพริบตามองหยวนชงเมิ่งที่เดินจากไป แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า 'อะไรของเขา เดี๋ยวเหมือน เดี๋ยวไม่เหมือน ประหลาดทั้งผัวทั้งเมีย

ยามไฮ่ช่วงปลาย

มี่ถงที่อุ้มเฟยเมี่ยวในร่างจิ้งจอกยืนอยู่ด้านนอกวังสือซว่าน จิ้งจอกน้อยเฟยเมี่ยวมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ ความจริงในตอนที่นำหวูชิงไปให้ฉู่ชิงซาดูนั้น อีกฝ่ายแอบยัดจดหมายฉบับหนึ่งใส่มือเขา เมื่อเปิดอ่านก็มีเพียงคำไม่กี่คำที่เขียนด้วยลายมือของฉู่ชิงซาแน่นอน

'มีอันตราย ย่ามไฮ่ห่างจากวังสือซว่านสิบลี้ ผ้าแดงในป่าไผ่

เมื่อให้มี่ถงตีความในจดหมาย จึงพบว่าฉู่ชิงซาต้องการบอกเขาว่าที่นี่มีอันตราย ให้เขาไปจากวังสือซว่าน ไปที่ป่าไผ่ห่างจากวังสือซว่างสิบลี้ จุดนัดพบคือที่ๆ มีผ้าแดงผูกไว้ บอกตามตรงว่าตอนที่มี่ถงตีความสิ่งนี้ออกมาเขากลายเป็นตัวโง่งมไปแล้ว คนสมัยนี้ทำไมชอบเขียนอะไรยากๆ ให้หนีก็บอกสิ นัดตรงไหนก็บอกสิ ทำไมต้องแกะเนื้อความในจดหมายให้ยุ่งยากด้วย

ไม่นานนักก็มีเสียงการเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ มี่ถงมือหนึ่งประคองกอดร่างจิ้งจอกของผู้เป็นนาย อีกมือหยิบมีดสั้นขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวจากสิ่งที่กำลังเข้ามาใกล้พวกเขา

เหมียวววว

เสียวร้องเบาๆ ถึงกับทำให้มี่ถงชะงักกึก ลางสังหรณ์บอกเขาว่า สิ่งที่เข้ามาใกล้นั้นคือ…

เจ้าตำหนักเหวินและแมวหน้าโง่อีกหนึ่งตัว

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วขึ้นมองผู้มาใหม่ เป็นคนผู้นี้อีกแล้ว เขากลายร่างกลับไปเป็นคนอีกครั้งแล้วยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเป็นเจ้า

เหวินฮุ่ยเฉิงมองข้ามเฟยเมี่ยวไปด้วยสีหน้าเย็นชา จนเฟยเมี่ยวต้องมองตามอีกฝ่ายไป แล้วก็ได้รู้ว่า ที่คนแซ่เหวินมองอยู่คือถงถงของเขา แล้วทำไมสองคนนี้ต้องสบตากันโดยมีเขาคั้นกลางด้วยละ ไม่ได้ๆ ถึงอย่างไรใบหน้าของคนแซ่เหวินก็เหมือนอาจวินเกินไป จะให้ทนเห็นอีกฝ่ายมายืนสบตากับชายอื่นต่อหน้าต่อตาแบบนี้ไม่ได้!

คนแซ่เหวิน ข้าคุยกับเจ้าอยู่นะเฟยเมี่ยวกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้างามนิ่งสนิท

เหวินฮุ่ยเฉิงถอนสายตากลับมามองจิ้งจอกน้อยของตน ที่ตอนนี้ดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีแล้ว? “เมื่อครู่ เจ้าว่าอย่างไรนะ

เหอะเฟยเมี่ยวแค่นเสียงใส่ จากนั้นเอ่ยถามเจ้ามาทำไม

เหวินฮุ่ยเฉิงที่ถูกคนงาม เหอะใส่หน้า ก็ถึงกับมึนงง ได้แต่โอดครวญอยู่ในใจว่า 'ข้าเพิ่งเดินเข้ามา แล้วเผลอไปทำให้เจ้าไม่พอใจตอนไหนกัน

ข้ามารับเจ้า เอ่อ ตามคำขอของฉู่ชิงซากล่าวออกไปจบ ก็อยากตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง เหตุใดมิกล่าวว่ามารับเจ้าเพราะคิดถึง เพราะเป็นห่วง เพราะอะไรก็ตามแต่ ทำไมต้องกล่าวว่ามาตามคำขอของผู้อื่นด้วย เหวินฮุ่ยเฉิงสมแล้วที่เฟยเอ๋อร์ชอบเรียกเจ้าว่าเจ้าทื่ม

เฟยเมี่ยวแค่พยักหน้ารับ ถามต่อไปว่าเราจะไปที่ไหนกัน

เหวินฮุ่ยเฉิงมีรอยยิ้มนุ่มนวลบนใบหน้า ก้าวเข้ามาหาเฟยเมี่ยวได้หนึ่งก้าว แต่กลับถูกมี่ถงขวางก้าวที่สองไว้ เขาเลยจงใจเหยียบเท้าเจ้าจิ้งจอกที่ทำตัวเป็นก้างขวางคอนี่เสียเลย แล้วกล่าวยิ้มๆ กับเฟยเมี่ยวว่าเจ้าอยากไปที่ใดหรือไม่

เฟยเมี่ยวครุ่นคิดไปทุกที่เลยได้หรือไม่

มาอยู่ที่นี่ก็นานมากแล้ว นอกจากหอนางโลม หุบเขาซูเม่ย และเผ่ามารเขาก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนอีกเลย รู้สึกใช้ชีวิตไม่คุ้มกับที่ได้เกิดใหม่เลยจริงๆ

เหวินฮุ่ยเฉิงพยักหน้าเช่นนั้นไปแดนมนุษย์ก่อน หากเจ้าคิดออกว่าอยากไปที่ใด ค่อยบอกข้าอีกทีดีหรือไม่?”

เฟยเมี่ยวพยักหน้าเออออไปกับอีกฝ่าย อย่างไรก็ช่างเถอะ แค่ตามใจเขาก็พอแล้วเช่นนั้นจะไปอย่างไร

ขี่เสี่ยวไป๋ไปดีหรือไม่ เจ้าจะได้นอนพักด้วยเหวินฮุ่ยเฉิงเสนอความคิด

เสี่ยวไป๋ เจ้าแมวหรือเฟยเมี่ยวมองหา เสี่ยวไป๋ก็รู้งานรีบวิ่งออกมา กระโดดเข้าใส่ให้เขาอุ้มไงสหายตัวอ้วน มิเจอกันตั้งนาน

เสี่ยวไป๋ใช้หัวกลมถูไถไปกับฝ่ามือนุ่มข้าเจอเจ้าทุกวันเลยต่างหาก

แค่กๆๆเหวินฮุ่ยเฉิงไอออกมาเสียงดัง จากนั้นกล่าวอย่างรีบร้อนว่าเราออกเดินทางกันได้แล้ว เดี๋ยวฟ้าจะสางเสียก่อน

เสี่ยวไปกระโดดลงจากอ้อมแขนของเฟยเมี่ยว แล้วกลายร่างเป็นพยัคฆ์ทมิฬร่างยักษ์ เหวินฮุ่ยเฉิงเดินเข้าไปจับมือของเฟยเมี่ยว แล้วพาขึ้นไปนั่งบนหลังของเสี่ยวไป๋โดยตนเองนั่งซ้อนหลังจิ้งจอกน้อยไว้อย่างแนบชิด

มี่ถงที่กัดฟันทนความเจ็บปวดที่เท้ามาได้ เดินกะเผลกๆ เข้ามาหาทั้งคู่ ในใจก็สาปแช่งเหวินฮุ่ยเฉิงให้ตายเป็นพันครั้ง

เฟยเมี่ยวกล่าวว่าถงถงเจ้าขึ้นมาสิ

เหวินฮุ่ยเฉิงกว่าว่ารีบๆ ขึ้นมา เสียเวลายิ่งนักว่าเปล่ายังไม่พอ ยังเอามือกอดเอวของเฟยเมี่ยวไว้ต่อหน้าต่อตามี่ถงที่ถลึงตาใส่อีก

เฟยเมี่ยวก้มมองแขนแกร่งที่อยู่ดีๆ ก็มากอดรัดรอบเอวบางของตน เขาเอ่ยถามออกมาแผ่วเบาว่าเจ้ากอดข้าทำไม

เหวินฮุ่ยเฉิงวางคางลงบนไหล่บาง กล่าวเสียงนุ่มว่ากลัวเจ้าตกลงไป หากง่วงก็เอนตัวพิงอกข้าก็ได้

เฟยเมี่ยวคิดตาม เหตุผลมันแปลกๆ นะว่าไหม เพียงแต่ยามนี้เขาง่วงเกินกว่าที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยแล้ว จึงได้พยักหน้ารับ แล้วหลับตาพิงอกของอีกฝ่ายเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา

มี่ถงที่ขัดขวางไปแล้ว เจ็บตัวก็เจ็บไปแล้ว แต่คนแซ่เหวินก็ยังเอานายน้อยไปกกกอดได้หน้าตาเฉย เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่เดินไปขึ้นหลังของเจ้าแมวโง่อย่างจำทน 

เหวินฮุ่ยเฉิงปรายตามอง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบกลับร่างไปเป็นจิ้งจอกค่อยขึ้นมา เดี๋ยวเสี่ยวไป๋จะปวดหลัง

หลังหักไปเลยยิ่งดี! มี่ถงคิดในใจ แต่ความเป็นจริงก็ทำได้เพียงกลายร่างกลับไปเป็นจิ้งจอกดำ แล้วกระโดดขึ้นไปขดตัวจ้องมองแผ่นหลังของชายผู้ได้กกกอดนายน้อยของตนอย่างชิงชัง

เสี่ยวไป๋ถอนหายใจออกมาเมื่อมันจะได้ออกเดินทางสักที เท้าทั้งสี่วิ่งด้วยความเร็วสูงไม่นานจากวิ่งบนพื้นดินก็กลายเป็นวิ่งบนท้องฟ้า หากมีใครสักคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามนี้ ก็จะเห็นเพลิงสีทมิฬที่ล่องลอยอยู่บนท้องนภา มุ่งหน้าสู่แคว้นหยาง

 

 พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจ เถียนซิน

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 485 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1106 littlefoolmoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 19:45
    แล้วป่าไผ่จอมมารเล่า555555555
    #1,106
    0
  2. #1056 K.white wine (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 19:41
    ใครมันกล้ามาทำร้ายน้องเนี้ย!
    #1,056
    0
  3. #1007 mayaangel (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:27
    อยากสาปอีซูเม่ยมากอีขี้เหยียด
    #1,007
    0
  4. #983 chalillxx_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:02
    ถ้าชั้นเป็นอาจวินก็คงจะเหนื่อยมากๆเลยอะ ไม่เคยรู้อะไรบ้างเลยยย
    #983
    0
  5. #939 DBJJKM97 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:50
    แหมมมมมมใครกันมาตามฆ่ายัยน้องโดนจัดการแน่
    #939
    0
  6. #692 111111aaa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:57
    เราคิดว่าถ้าเฟยเมี่ยวไม่ใช่นายเอกอ่ะโดนด่าเละ ข้อหา ทอแหลเก่งง :(
    #692
    1
    • #692-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 24)
      22 พฤษภาคม 2562 / 23:21
      แต่น้องเป็นนายเอก ให้อภัยน้องเถอะนะคะ ซินจะพยายามให้น้องเป็นคนดี
      #692-1
  7. #687 ebony967 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:49
    รุกมันเข้าไป555
    #687
    0
  8. #685 godxmeii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:44
    แหมมมมมมม มาทีนี่ก็คือแลงนะพ่ออออ
    #685
    0
  9. #668 Mio26082549 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 14:27
    พี่ไนท์!!

    หนูควรดรามาอดีตของน้องรึฮาอินังพี่เหวินดีเจ้าคะ5555
    #668
    1
    • #668-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 24)
      1 พฤษภาคม 2562 / 14:29
      เกลียดความเรียกชื่อกันอะ คือตกใจจนต้องสบถออกมา หนูหลุดหรือตั้งใจลูก 555+ โอ้ยยย พี่ว่าก็ต้องปรับอารมณ์ตามเรื่องตามรางให้ทันนะคะคนดี
      #668-1
  10. #664 พี่ทนได้ พี่โอเค (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 19:53
    น้องงงงงงง;-;
    #664
    0
  11. #661 aommy-22 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 14:50

    เพ้อมาก55555
    #661
    0
  12. #660 Silent Scream (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:48
    มีคำผิดอยู่นะคะ แต่ไม่มากหรอก ถ้ากลับมาแก้ได้ก็ช่วยแก้ด้วยค่ะ เพื่ออรรถรส
    มีคำผิดที่อยากจะบอกอยู่คำนึงนะคะ คำว่า 'ใช้พัดๆลม'
    ที่จริงจะต้องเป็น 'ใช้พัดพัดลม' นะคะ
    'Cause พัดตัวที่1 เป็นประธาน
    ส่วนพัดตัวที่2 เป็นกริยาค่ะ
    จะใช้ตัว ๆ ไม่ได้ค่ะ

    ปล.ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ สนุกมากเลยยยย พี่ฮุ่ยมีความหลงน้องจนตาบอดเลยจริงๆ555
    #660
    1
    • #660-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 24)
      25 เมษายน 2562 / 12:06
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ นะคะ ลงนิยายครั้งต่อไปจะแก้ไขให้นะ^ และขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเราและชอบน้องนะคะ ปล. ค่ะ นังพี่ตาบอดจริงๆ นั่นแหละ 555+
      #660-1
  13. #659 lills (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:48
    พี่รักเจ้าถึงเพียงนี้ๆๆๆโห้ยย
    #659
    0
  14. #658 PM170146 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 07:33
    หลงน้องอะไรขนาดนั้นพี่
    #658
    0
  15. #657 godxmeii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 06:21
    ขอฉากที่มีเสี่ยวไป๋กับถงถงค่ะ!!!!!!
    #657
    1
    • #657-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 24)
      25 เมษายน 2562 / 13:32
      รอเลยค่ะ กำลังจะมาแล้วววว
      #657-1
  16. #656 aommy-22 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:08
    ควรเผาให้ตายทุกคนนั่นแหละ
    #656
    0
  17. #650 VKK42 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:34
    สารเลวมันทุกคน...
    #650
    0
  18. #649 lills (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:47
    แงงงงน้องงงงง
    #649
    0
  19. #648 พี่แว่น;เจวายพี (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:57
    สงสารน้องงงง โอ๋เอ๋นะๆ
    #648
    0
  20. #647 BLOODY BABY (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 09:31
    ทำไมเปิดมาแล้วนึกถึงซินเดอเลล่า
    #647
    0
  21. #646 Notty Kero (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 07:04
    ทำไมต้องทำน้องขนาดนี้อ่ะ อิจฉาน้องมากกว่าคนใจบาป
    #646
    0
  22. #634 Kn_nann (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 02:27
    อะจึ่ยยยย
    #634
    0
  23. #632 มิลุนซัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 23:16
    น้องงงง 😂😂😂
    #632
    0
  24. #631 aommy-22 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 20:05
    แสดงว่า....น้องรู้อะไรบางอย่างสินะ
    #631
    0
  25. #628 TD.Spain312 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:37

    ซี๊ดเลยยย

    #628
    0