หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 22 : บทที่.18 [รีไรท์] อดีตและการตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 628 ครั้ง
    1 ต.ค. 62

เถียนซินได้ลงตอนของไป๋ถงไว้ในตอนที่แล้ว แล้วนะคะ มันไม่แจ้งเตือนสามารถกลับไปอ่านได้เลยค่ะ

บทที่.18

อดีตและการตัดสินใจ

กลิ่นหอมจางของใบชาชั้นดีที่ถูกชงอย่างพิถีพิถัน ลอยอบอวนอยู่ภายในห้อง เฟยเมี่ยวทอดสายตามองออกไปยังที่อันแสนไกล ริมฝีปากบางละเลียดจิบน้ำชาในจอกใบเล็กอย่างอ้อยอิ่ง มิใช่ว่าเขาอยากหัดหาความสำราญอย่างคนยุคสมัยนี้ จิบชาชมทิวทัศ ร่ายกวีชมแมกไม้ เพียงแต่อยากใช้เวลาทบทวนตนเองก็เท่านั้น 

มีหลายอย่างที่เฟยเมี่ยวคิดไม่ตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ แรกเริ่มเขาให้ความสนใจเพราะใบหน้าของอีกฝ่ายคล้ายคลึงกับฮุ่ยจวิน ต่อมาเพราะความสะเพร่าหรือตั้งใจก็แล้วแต่ของเฉินเยว่ไอ้พระเจ้าเฮงซวย ทำให้ต้องรับเควสบ้าๆ นั่นมาทำ เพียงคิดว่าหากทำสำเร็จจะได้จบเรื่องไปแล้วเริ่มเควสจอมมารที่ไร้จุดหมายนั่นต่อ แต่เมื่อได้เห็นความใส่ใจ ห่วงใยที่คนแซ่เหวินแสดงออกมา ทั้งยังดวงตาคู่นั้น สายตาที่ฮุ่ยจวินชอบใช้มองเขา เหวินฮุ่ยเฉิงกลับมีมันไม่ต่างกัน 

เฟยเมี่ยวมองออกว่าในใจอีกฝ่ายคิดอย่างไร แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องบีบให้คนแซ่เหวินเอ่ยคำนั้น กลับเป็นตัวเขาเองที่ไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจว่าหนทางข้างหน้าจะต้องทำอย่างไรต่อ จะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อเขารับเอาความรู้สึกของอีกฝ่ายมาไว้ดูแลไม่ได้ ยิ่งรักถนอมให้ดีไม่ได้ ที่ทำได้ก็เพียงกลายเป็นคนใจร้าย โยนความรู้สึกนั้นทิ้งไปไม่ใยดี แล้วเดินต่อไปในเส้นทางของตนเอง ทอดทิ้งความรู้สึกนั้นของคนแซ่เหวินเพื่อรักษาความรักของอาจวินที่อยู่ภายในใจ ไม่ให้ผู้ใดเข้ามาแทนที่

เขาคิดใคร่ครวญมาสักพักใหญ่แล้ว การที่ถูกส่งมาที่นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความจริงเขาไม่เคยเชื่อคำว่าเรื่องบังเอิญด้วยซ้ำ การเป็นจอมมารเกี่ยวอะไรกับเขา ในเมื่อเฉินเยว่บอกว่าเขาต้องใช้ชีวิตแทนหลิ่งเฟยอวี่ แล้วทำไมหลิ่งเฟยอวี่ถึงต้องเป็นจอมมาร ด้วยนิสัยของอีกฝ่ายที่เขาพอรู้ หลิ่งเฟยอวี่นับได้ว่าเป็นเพียงกระต่ายน้อยผู้แสนอ่อนแอ ถ้าบอกว่ามี่ถงจะเป็นจอมมารยังเหมาะเสียมากกว่า 

เป็นจอมมารแล้วหลังจากนั้นจะทำยังไง? จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เฟยเมี่ยวไม่เข้าใจและมองไม่เห็นทางเลย คล้ายกับว่าเฉินเยว่พยายามชักนำเขาเพื่อให้ได้ไปพบเจอสิ่งที่หลิ่งเฟยอวี่จะต้องเผชิญ หากอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ แล้วเฉินเยว่จะทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร เฮ้อ จะถามระบบก็ไม่ได้เพราะคนที่ควบคุมระบบก็คือปีศาจในคราบพระเจ้าคนนั้น

เรื่องหลิ่งเฟยอวี่ตอนนี้คงต้องปัดตกไปก่อน เพราะเวลานี้ต้องมาคิดก่อนว่าหลังจากนี้จะทำยังไงกับเรื่องของเขาและเหวินฮุ่ยเฉิง ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกอย่างไร ในใจนั้นมีใครอยู่กันแน่ จะสามารถทรยศความรักของฮุ่ยจวินแล้วใช้หัวใจที่อาจวินมอบให้มารักคนอื่นได้จริงหรือ หรือเขาเพียงแค่สับสนเลอะเลือนไปชั่วครู่ ที่ทำดีกับเหวินฮุ่ยเฉิงอาจเพียงเพราะว่าเขาเห็น เห็นเงาร่างของอาจวินซ้อนทับกับอีกฝ่าย จึงคิดใช้คนแซ่เหวินเป็นตัวแทน…

คงจะใช่ เขาคงจะเห็นคนแซ่เหวินนั่นเป็นเพียงตัวแทน เขาต้องกลับไปหาอาจวินของเขา เหวินฮุ่ยเฉิงที่ผ่านมาสำหรับเขาแล้ว คงเป็นเพียงเงาร่างแห่งความคะนึงหาคนรักเท่านั้น

ก๊อก ก๊อก

เสี่ยวเฟย อาจารย์เข้าไปได้หรือไม่?” เสียงฉู่ชิงซา…

เชิญ

ฉู่ชิงซาเปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้อง เขาทอดมองผู้เป็นศิษย์แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ คนที่เอาแต่ทำหน้าทำตารำคาญใส่เขาได้ไม่เว้นวัน อยู่ดีๆ วันนี้ก็หน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าคล้ายแบกโลกไว้ทั้งใบ เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเฟยน้อยของเขากัน…

ใครทำอะไรให้ จึงได้ขังตนเองไว้ในห้องเช่นนี้” 

แค่มีเรื่องให้คิด ท่านอาจารย์โปรดอย่าใส่ใจเฟยเมี่ยวกล่าวเนิบช้า

ฉู่ชิงซาเป็นอาจารย์ที่บ้าบอที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น โหดร้ายกว่าพวกครูฝึกนรกที่เขาเคยเจอ แต่วิธีสอนของอีกฝ่ายก็ใช้กับเขาได้ดี ทั้งยังจริงใจที่จะสอนเขาจริงๆ ตอนนี้ทั้งปราณมารและปราณสายฟ้าในร่างสามารถใช้ได้ดั่งใจแล้ว ไหนจะวิชาสายต่างๆ ที่ฉู่ชิงซาช่วยถ่ายทอดให้ เป็นการเรียนระยะสั้นที่ได้ผลลับดีทีเดียว 

มิใส่ใจได้หรือ ข้ามีลูกศิษย์คนเดียวฉู่ชิงซายิ้มอ่อน

เฟยเมี่ยวช่างใจชั่วครู่จึงเอ่ยถามท่าน...เคยทำอะไรที่ต้องฝืนใจหรือไม่ เช่นว่าเป็นเรื่องที่ต่อให้ไม่อยากทำก็ไม่ทำไม่ได้

ฉู่ชิงซาพยักหน้าช้าๆ กล่าวว่าเคย

อย่างไร”  คนอย่างนี้ก็ยังมีคนกล้าบังคับให้ทำเรื่องที่ฝืนใจหรือ…

เรื่องฝืนใจที่สุดของอาจารย์ก็คือ การต้องมาอยู่ตรงนี้ เป็นข้าในตอนนี้” 

เฟยเมี่ยวครุ่นคิดท่านหมายถึงการเป็นจอมมารหรือ

ฉู่ชิงซาพยักหน้ารับเบาๆ

ท่านจะบอกข้าว่า ท่านไม่ได้อยากเป็นจอมมาร…” 

ฉู่ชิงซาหัวเราะเสียงแผ่วเด็กโง่ เป็นจอมมารวุ่นวายจะตายชัก หากมีทางเลือก มีหรือข้าจะเลือกทางนี้

แล้วท่านมาเป็นจอมมารได้อย่างไรเพราะคำถามนี้ เฟยเมี่ยวจึงถูกฉู่ชิงซาเคาะหน้าผากไปหนึ่งครั้งโอ้ย..

สอดรู้สอดเห็น

ไม่ได้คำตอบแล้วยังเจ็บตัวฟรีอีก “...ข้าไม่ถามท่านแล้วก็ได้

ฮ่าๆ แต่อาจารย์อยากเล่า เด็กน้อยเช่นเจ้าก็ฟังเสีย

เรื่องเล่าของฉู่ชิงซา

เมื่อราวเจ็ดร้อยปีก่อน ณ ป่าต้องสาปแห่งหนึ่งในแดนมาร มีงูขาวตัวน้อยผู้แสนอาภัพอาศัยอยู่ งูน้อยตัวนั้นเป็นเพียงปีศาจตัวน้อยที่ไร้ญาติขาดที่พึ่ง มันอาศัยอยู่ในถ้ำมรกตดูดกลืนแสงจันทร์ที่สาดส่องตกกระทบกับสระมรกตภายในถ้ำเพื่อเพิ่มปราณมารของตนให้แข็งแกร่ง 

เป้าหมายในยามนั้น เจ้างูขาวตัวน้อยคิดเพียงว่าหากเติบใหญ่และได้ออกไปจากถ้ำแห่งนี้เพื่อพบกับโลกภายนอก มันก็จะออกไปในตอนที่ตนเองนั้นเข้มแข็งพอจนไม่สามารถมีผู้ใดรังแกได้อีก มารดาของมันเคยสั่งเสียเอาไว้ก่อนนางจะสิ้นใจว่า โลกภายนอกถ้ำมรกตนั้นแสนเลวร้าย ผู้ที่อ่อนแอจะต้องถูกข่มเหงรังแก งูขาวน้อยมิอยากเป็นเช่นนั้นหลังจากท่านแม่ของมันจากไปมันจึงได้ฝึกฝนพลังปราณทุกวันคืน

เมื่ออายุไขเข้าสู่ช่วงที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้มาถึง งูน้อยสีขาวก็กลายร่างเป็นเด็กน้อยอายุราวสิบขวบหากเทียบกับลูกของมนุษย์ งูน้อยในตอนนั้นตัดสินใจออกมาข้างนอกถ้ำเป็นครั้งแรก เที่ยวเล่นท้าตีท้าต่อยกับปีศาจน้อยใหญ่ในป่าต้องสาปไปเรื่อยเปื่อย แพ้บ้างชนะบ้างจนกระทั่งมีสหายให้คบหามากมาย ชีวิตแต่ละวันหมดไปกับการฝึกเดินปราณมารในร่าง และเล่นซนกับปีศาจตัวน้อยในป่าเป็นชีวิตที่แสนสงบสุข

จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่งูน้อยกำลังเลื้อยอย่างเกียจคร้านอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ปากก็งับเอาผลไม้ลูกเล็กสีแดงหวานอมเปรี้ยวเข้าปากอย่างสำราญใจอยู่นั้น อยู่ดีๆ ก็มีวัตถุ? ไม่สิคน ใครสักคนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หล่นตรงไหนไม่หล่นดันมาหล่นตรงใต้ต้นไม้ที่มันกำลังนอนอยู่ งูน้อยในตอนนั้นปากก็ยังเคี้ยวผลไม้สุดโปรด ดวงตาสีแดงฉานของอสรพิษก็จับจ้องไปยังคนที่อยู่เบื้องล่าง 

มองอยู่นานอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติมิใช่ว่าคอหักตายไปตอนตกลงมาจากฟ้าหรอกนะงูน้อยค่อยๆ เลื้อยลงมาจากต้นไม้ จากนั้นเลื้อยขึ้นไปบนตัวของบุรุษหนุ่มที่สลบอยู่ ใช้หางสีขาวนวลของตนอังไปที่จมูกของอีกฝ่าย 'ยังหายใจเมื่อรู้ว่ายังไม่ตาย งูน้อยก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ใช้ลิ้นเล็กแลบออกไปเลียข้างแก้มของคนที่หมดสติ

กลิ่นอายของคนผู้นี้ไม่เหมือนพวกปีศาจน้อยใหญ่ที่มันเคยพบ เป็นกลิ่นอายที่ให้ความรู้สึกสดชื่น แจ่มใส คล้ายแสงอรุณยามเช้าที่งูน้อยชอบไปนอนอาบ หรือนี่จะเรียกว่ามนุษย์ เอ๊ะ หรือจะเป็นเทพสวรรค์นะ…?

เจ้างูน้อยตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เพราะมันไม่เคยได้พบเจอกับคนเผ่ามนุษย์หรือเผ่าสวรรค์ เรียกได้ว่านอกจากมารปีศาจในป่าแห่งนี้แล้ว มันก็ไม่เคยได้พบเจอคนจากเผ่าอื่นเลย เมื่อคิดได้ว่าคนตรงหน้ามิใช่คนของเผ่ามาร มันก็เกิดความระแวงขึ้นมา หากว่าผู้อื่นพบเห็นคนผู้นี้ อีกฝ่ายอาจจะถูกจับกินก็เป็นได้ งูขาวน้อยรวบรวมปราณมารในร่าง ขยายร่างกายตนเองให้ใหญ่ขึ้น ในตอนนี้มันยังเป็นเพียงเด็กขยายร่างได้ใหญ่ที่สุดก็เพียงสามารถโอบรัดบุรุษแปลกหน้าไว้ แล้วพากลับไปยังถ้ำมรกต จะให้ขยายได้ใหญ่เท่ามารดาเหมือนที่เคยเห็นในวัยเยาบางทีอาจจะต้องใช้เวลาถึงร้อยปี แต่ตอนนี้แค่สามารถลากอีกฝ่ายกลับมาด้วยได้ก็ดีที่สุดแล้ว

 

หลังจากนั้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว งูน้อยจึงกลายร่างกลับไปเป็นเด็กชายตัวน้อยอายุสิบขวบอีกครั้ง แต่กลายเป็นคนแล้วต้องทำอย่างไรต่อมันไม่รู้เลย ก็ไม่เคยต้องดูแลใคร อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ที่ทำได้จึงมีเพียงหาเศษผ้ามาชุบน้ำเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย แล้วนั่งเฝ้า เฝ้าไปเฝ้ามาเจ้างูน้อยก็กลายเป็นฝ่ายที่หลับเสียเอง

อือ…” 

สัมผัสเย็นชื้นที่แตะลงบนผิวแก้ม ทำให้เจ้างูน้อยส่งเสียงครางออกมาด้วยความรำคาญใจ แล้วพลิกตัวหนี 

บุรุษหนุ่มมองเด็กน้อยที่ตนเซ็ดหน้าเช็ดตาให้ หันหลังใส่ก็ได้แต่อมยิ้มขำ เจ้าเด็กที่มานอนซบอกเขานี่เป็นใครกัน แล้วที่นี่ที่ไหน เขาตื่นมาพร้อมกับ ความทรงจำที่หายไป… จำไม่ได้ว่าตนเองนั้นเป็นใคร รู้เพียงฟื้นขึ้นมาก็พบกับเจ้าเด็กนี่แล้ว บางทีอีกฝ่ายอาจจะรู้จักเขา

ตื่นเร็วชายหนุ่มเขย่าแขนเด็กน้อยตรงหน้าเด็กน้อยเจ้าตื่นเร็ว…

ดวงตาสีแปลกค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เด็กน้อยตรงหน้าเบะปากออกท่าทางยังงัวเงียแต่ก็ยอมลุกขึ้นมานั่งดีๆ แล้วจ้องหน้าเขาเขม็งจะปลุกข้าทำไม!” 

คนโดนเด็กตะคอกใส่ก็ได้แต่เผยรอยยิ้มแห้งแล้งส่งให้ เขาไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไรกับเด็กน้อยผู้นี้ จึงไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรกับอีกฝ่ายข้าแค่...มีเรื่องอยากจะถาม

ถาม? ก็ถามมาสิงูน้อยหงุดหงิด ไม่เคยมีใครกล้ามาปลุกเวลามันนอนเลยนะ!! (ก็อยู่คนเดียวใครจะมาปลุก)

“...ข้า เป็นใคร

จิ๊ เจ้าก็...เดี๋ยวนะงูน้อยตื่นเต็มตาเจ้าถามว่าอะไรนะ

ข้าเป็นใคร

งูน้อยเอียงคอมองเจ้าเป็นใครละ

บุรุษหนุ่มขมวดคิ้วข้าก็ถามเจ้าอยู่นี่ไง ว่าข้าเป็นใคร

งูน้อยทำหน้าครุ่นคิดเอ๊ะ ข้าไม่รู้จักเจ้า ก็แค่บังเอิญเก็บมาได้จากใต้ต้นไม้เท่านั้นเอง จะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นใคร

เก็บมาได้? ชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก นี่เจ้าเด็กนี่เห็นเขาเป็นหมาหรือไรกันจึงใช้คำว่าเก็บกับเขา

เขาตัดสินใจกล่าวออกไปข้าจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร

งูน้อยถามอย่างไม่ใส่ใจนักว่าแล้วอย่างไร

ก็ถ้าจำไม่ได้ ก็กลับบ้านไม่ได้น่ะสิ

งูน้อยเริ่มขมวดคิ้วกลับทำไม ใครให้กลับ

ชายหนุ่มหน้าเหวอไปแล้ว ถามเช่นนี้ก็ได้หรือ…

งูน้อยยืนขึ้นยกมือเท้าสะเอวอย่างแก่แดด กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ว่าเจ้าจำได้หรือไม่ข้าไม่สน แต่ชีวิตเจ้าข้าเก็บมา เจ้าเป็นของข้าแล้วต้องอยู่กับข้าที่นี่!

หลังจากโวยวายเอาแต่ใจได้สำเร็จ งูน้อยก็มานั่งจ้องหน้าคนที่เขา 'เก็บมาได้อย่างเงียบเชียบ มองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นจนเป็นอีกฝ่ายที่ทนไม่ไหวเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างกัน

จ้องหน้าข้าทำไม

งูน้อยเอ่ยตอบคิดชื่อ

หืม ชื่อของข้า?” งูน้อยพยักหน้ารับ

มันอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ชื่อที่มารดาตั้งให้ก็นานมากแล้วที่ไม่ได้มีคนเรียกขาน เหล่าสหายของงูน้อยในป่าก็ไม่ได้สนใจว่ามันจะมีนามว่าอะไรจึงไม่เคยนึกเอ่ยถึง ตอนนี้มีอีกฝ่ายมาอยู่ด้วยก็คงต้องคิดหาชื่อเพื่อใช้เรียกกันมิใช่หรือ

ฉู่งูน้อยก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ ด้วยความประหม่าฉู่...นามของข้าหรือ” 

มิใช่ ฉู่คือชื่อที่มารดาตั้งให้ข้า

คนภพมารไหนเลยจะสนใจการตั้งชื่อแซ่ให้กัน ยิ่งเป็นปีศาจน้อยที่อยู่แต่ในป่าต้องสาปการมีชื่อสักพยางค์ก็ดีแค่ไหนแล้ว

จิ่นเหิงงูน้อยยิ้มแฉ่ง

“...ชื่อข้าหรือบุรุษหนุ่มคิ้วกระตุกยิกๆ ทำไมเป็นจิ่นเหิง (มีน้ำหนักมาก) ล่ะ ชื่อที่ดีกว่านี้ไม่มีแล้วหรือ

ใช่ ชื่อเจ้า

เหตุใดต้องเป็นจิ่นเหิง” 

เพราะเจ้าตัวใหญ่มาก หนักมาก จิ่งเหิงนั่นแหละดีแล้วงูน้อยอธิบายชัดถ้อยชัดคำ

พูดอย่างกับเคยแบกข้าอย่างนั้นแหละชายหนุ่มหรี่ตามองงูน้อยอย่างจับผิด ส่วนเจ้างูตัวน้อยก็รีบหลบตา

อะ เอ่อ ข้าไปหาอะไรให้เจ้ากินดีกว่าว่าแล้วก็ลุกขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายคล้ายผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กจิ่นเหิงเด็กดี รอที่นี่นะ

คนถูกเด็กลูบหัวก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองดูเด็กน้อยที่เก็บตนมาเดินออกไปหาอาหารมาให้ นี่เด็กนั่นคิดว่าเขาเป็นหมาจริงๆ ใช่หรือไม่?

เวลาที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวในวันเก่าหมุนผ่านไปตามกาลเวลาบัดนี้เข้าสู่ปีที่ห้าแล้ว ที่จิ่นเหิงอาศัยอยู่กับเจ้างูน้อยอาฉู่ ในช่วงแรกที่จิ่นเหิงยังคิดหาหนทางที่จะรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อกลับบ้าน ทั้งคู่ก็ทะเลาะกันแทบทุกวัน นานวันเข้าอาฉู่ก็ถึงกลับร้องไห้ออกมา หาว่าจิ่นเหิงไม่อยากอยู่กับตน จิ่นเหิงจึงยอมละทิ้งอดีตใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอาฉู่ในป่าแห่งนี้

งูน้อยอาฉู่ตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่ตนเองนั้นเป็นปีศาจให้จิ่นเหิงได้รับรู้ เขาทำใจไว้แล้วว่าต่อให้ถูกรังเกียจก็จะต้องบอกออกไป เพราะเขาไม่อยากมีความลับกับอีกฝ่าย วิธีที่เขาใช้คือการกลายร่างกลับไปเป็นงูขาวต่อหน้าต่อตาของจิ่นเหิง แล้วเลื้อยเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ

แต่แทนที่จิ่นเหิงจะหวาดกลัวเขา กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเลือกที่จะรวบเอาตัวของเขาในร่างของอสรพิษ เข้าไปกกกอดไว้แนบอก อย่างที่ชอบกอดเขาในร่างมนุษย์ 

เมื่อฉู่เอ่ยถาม จิ่นเหิงก็เพียงยิ้มขบขันกล่าวว่าคิดว่าตนเองเก็บความลับเก่งนักหรือ ข้ารู้ตั้งแต่ปีแรกที่อยู่ด้วยกันแล้ว

คำกล่าวนั้นทำให้ฉู่ไม่ยอมกลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ถึงสามวัน

เวลาก็ยังหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ปีที่10ที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมา ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ทำให้จิ่นเหิงเลือกที่จะรักอาฉู่ รักในแบบที่มากกว่าผู้มีพระคุณช่วยชีวิตหรือน้องชาย เมื่อมีหนึ่งคนคิดไม่ซื่อสารภาพความในใจ กับอีกหนึ่งคนที่รับความรู้สึกอีกฝ่ายมาอย่างมึนงง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งของความสัมพันธ์ไร้ชื่อเรียก กลายเป็นสามีภรรยากราบไหว้ฟ้าดิน สัญญารักมั่นไม่แยกจาก 

อือ...อาเหิงข้าจะนอน” 

ฟันคมขบกัดลงไปที่ใบหูเนียนอย่างหยอกล้อ จิ่นเหิงกดจูบผะแผ่วข้างขมับคนขี้เซา 

กระซิบเสียงพร่าแต่พี่ยังมิอยากให้เจ้านอน

ในถ้ำมรกตมีสองร่างเปลือยเปล่าที่ตระกองกอดกันไม่รู้จบ เป็นการแสดงความรัก ความปรารถนาที่แสนเอาแต่ใจ คล้ายตอกตะปูยึดพื้นที่กลางใจของกันและกัน ตอกย้ำถึงตัวตนของอีกฝ่ายในใจอย่างชัดเจน…

ฉู่มองผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของตนที่หลับไหลไปแล้วจากความอ่อนล้า ความรักที่ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ ความหวงแหนที่แสนน่ากลัว เขากลัวตนเองจะยึดติดกับจิ่นเหิง กลัวว่าจะต้องสูญเสียไม่เหลือใครอย่างครั้งที่ต้องสูญเสียมารดา ฉู่รู้ดี จิ่นเหิงมิใช่คนเผ่ามารในอนาคตข้างหน้าอีกฝ่ายอาจจะจากเขาไป ทิ้งเขาไว้ตรงนี้แล้วไม่เหลียวมองกันอีก 

มันเป็นความคิดที่เขาสลักลงกลางใจให้คอยย้ำเตือนตนมาเนิ่นนานว่า จิ่นเหิงไม่ใช่ของเขา สักวันอีกฝ่ายก็ต้องไป แต่เมื่อมีความรักมาเกี่ยวข้องมันกลับเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะปล่อยผ่าน หากเลือกได้ เขาอยากผูกจิ่นเหิงไว้กับตัว ไม่ต้องให้อีกฝ่ายจากไปไหนอยู่แต่กับเขา รักเขา ให้โลกทั้งใบของจิ่นเหิงมีเพียงเขา...

สามปีต่อมาความหวาดกลัวนี้ก็คล้ายว่ามาถึงแล้ว เมื่ออยู่ดีๆ จิ่นเหิงก็เอ่ยถามเขาเรื่องออกจากป่าต้องสาป อีกฝ่ายอยากพาเขาออกไปใช้ชีวิตข้างนอกป่า ไปในที่ๆ ไกลจากที่นี่มาก ซึ่งเขาไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นที่จิ่นเหิงพูดถึงคือที่ไหน 

ป่าต้องสาปเป็นบ้านของฉู่ ถ้ำมรกตก็เป็นบ้านของฉู่แล้วจะให้ไปที่ไหนได้อีก หากเป็นแต่ก่อนเขาคงจะดีใจที่จะได้ออกไปท่องเที่ยวทั่วหล้ามีจิ่นเหิงอยู่ข้างกาย ความรักของจิ่นเหิงเขาได้เห็นมาพอแล้ว และรู้ดีว่าจิ่งเหิงนั้นรักเขามากเพียงใด

แต่ในยามนี้ตัวเขาเองกลับมีเพียงความหวาดกลัว หากว่าไปจากที่นี่แล้วในสักวันที่จิ่นเหิงไปพบเจอคนที่งดงามกว่าเขา คู่ควรกว่าเขาเล่าจะทำอย่างไร หากว่าอีกฝ่ายคิดทอดทิ้งกัน เขายังจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหรือ

จิ่นเหิงเริ่มพูดเรื่องออกจากป่าต้องสาปบ่อยขึ้น นานวันเข้าก็กลายเป็นว่าต้องมาทะเลาะกันเพราะคนหนึ่งดื้อดึงอยากไปจากที่ๆ เรียกว่าบ้าน ส่วนอีกคนอยากจะรั้งอยู่

เหตุใดจึงอยากอยู่ที่นี่นักจิ่นเหิงมองภรรยาของตนอย่างไม่เข้าใจ

แล้วเหตุใดจึงอยากออกไปนัก ที่นี่ไม่ดีตรงไหนฉู่เองก็ไม่คิดยอมแพ้

อาฉู่ ที่นี่มีแต่ป่ามีแต่ปีศาจ ใต้หล้านี้ยังมีดินแดนอีกเป็นร้อยเป็นพันแห่งให้เราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน” 

แต่ข้าอยากอยู่ที่นี่! เจ้าลืมไปแล้วหรือจิ่นเหิงว่าข้าก็เป็นปีศาจ หากเจ้ารังเกียจกันนักก็ไปคนเดียว จะไปไหนก็ไปเลย!เมื่อความอดทนหมดลง น้ำตาแห่งความอึดอัดใจก็หลั่งไหลออกมาจากดวงตาสีแปลก

ข้า…”  จิ่นเหิงคิดเข้าไปปลอบคนรัก แต่ฉู่กลับกลายร่างเป็นงูขาวแล้วเลื้อยหนีไป

จิ่นเหิงหลับตาลงอย่างปวดร้าวอาฉู่ พี่ทำเช่นนี้ก็เพื่อเจ้าทั้งสิ้น หวังก็แต่ว่าเจ้าจะเข้าใจก่อนที่มันจะสายเกินไป

สายเกินไปแล้วจริงๆ…

ทุกหย่อมหญ้าในป่าต้องสาปลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกชีวิต เสียงการต่อสู้และเสียงกรีดร้องของเหล่ามารปีศาจในป่าดังกึกก้องไปทั่วทุกหนแห่ง กลิ่นคาวเลือดลอยคะคลุ้งไปในอากาศ

ฉู่ก้าวเดินข้ามผ่านซากศพของสหายร่วมเผ่าพันธุ์ สองขาที่แสนอ่อนแรงช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย ชุดสีขาวที่จิ่นเหิงชอบยัดเยียดให้ใส่ถูกอาบไปด้วยสีแดงฉาน

หายไป...จิ่นเหิงหายไป

ในตอนสายของวัน กองทัพทหารสวรรค์มากมายบุกเข้ามาภายในป่าไล่ล่าสังหารปีศาจน้อยใหญ่ในป่าอย่างโหดเหี้ยม ไร้ความปราณี ฉู่ที่กำลังนอนกลางวันอย่างสบายใจอยู่ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเสียงกรีดร้องของเหล่าสหาย เขาสั่งให้จิ่นเหิงหลบอยู่แต่ในถ้ำมรกต ส่วนตนเองนั้นก็ออกมาช่วยสหาย แน่นอนว่าอีกฝ่ายห้ามปรามแต่ถูกเขาฉก แล้วฉีดพิษใส่ พิษของเขาที่เขาสามารถควบคุมได้ ก็เพียงทำให้จิ่นเหิงสลบไปก็เท่านั้น

เมื่อไม่สามารถช่วยไว้ได้หมด ทั้งตัวฉู่เองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เขาจึงตัดสินใจกลับไปหาจิ่นเหิงที่ถ้ำ เพื่อจะพาคนรักหนีไปจากที่นี่ แต่จิ่นเหิงหายไป ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แล้วคนอยู่ที่ไหน?

ฉู่เดินตามหาอีกฝ่ายไปทั่วทุกที่ แต่ก็ไร้วี่แววของสามี

มารชั่วหยุดอยู่ตรงนั้น!เสียงตะโกนสั่งทำให้ฝีเท้าของฉู่หยุดชะงัก

เขาเพียงปรายตามอง 'ไม่ใช่จิ่นเหิงจากนั้นหันหลังเตรียมที่จะเดินต่อไป แต่คมดาบกลับแหวกอากาศฟาดฟันเข้าที่กลางหลังจนเป็นแผลยาว

อึก…เข่าทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้น ฉู่เงยหน้าขึ้นมามองคนที่ทำร้ายตนอย่างเย็นชา เขาเอ่ยถามคล้ายคนไร้วิญญาณ “...จิ่นเหิงอยู่ไหน

ตายสะเถอะคมดาบคมกริบพุ่งตรงเข้าที่ลำคอขาว คิดตัดให้ขาดภายในดาบเดียว

ร่างกายของฉู่แปรเปลี่ยนเป็นงูยักษ์สีขาวนวล เข้าฉกกัด ฉีกกระชากร่างทหารสวรรค์ที่คิดทำร้ายตน ดวงตาสีแดงฉานของอสรพิษจับจ้องไปที่ทหารสวรรค์ที่เหลือ 

จิ่นเหิงอยู่ไหนร่างใหญ่ยักษ์ของงูขาวสะบัดหางหนึ่งครั้งผู้คนโดยรอบก็กระเด็นกระดอนออกไปข้าถามว่าพวกเจ้าเอาสามีข้าไปไว้ที่ไหน!

ปราณมารแผ่ซ่านออกเป็นวงกว้างผสมปนเปไปกับพิษร้าย คนพวกนี้เข้ามาจิ่นเหิงของเขาก็หายไป ต้องเป็นพวกมันแน่ๆ ที่ขโมยจิ่นเหิงไปจากเขา สมควรตาย!

การต่อสู้ดำเนินไปคล้ายว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่น้ำน้อยไหนเลยจะสู้ไฟได้ สุดท้ายฉู่ก็อ่อนแรงลงจนร่างกายกลับมาเป็นคนอีกครั้ง 

ปีศาจต่ำช้ากล้าล่อลวงท่านแม่ทัพ ตายสะเถอะ!” 

ฉึก

ภาพที่เรียกสติที่ใกล้ลับหายของฉู่ คือภาพของจิ่นเหิงที่ใช้ตนเองเป็นโล่เข้ามารับคมดาบแทนเขา ปลายดาบเสียบทะลุกลางอกเลือดมากมายไหลทะลักออกมาจากบาดแผล

ท่านพี่!” 

ท่านแม่ทัพ!

แรงที่มีถูกใช้เพื่อไปให้ถึงตัวผู้เป็นดั่งดวงใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าขณะนี้ความอลหม่านรอบข้างได้หยุดนิ่งแล้ว ผู้คนโดยรอบกล่าวอะไรฉู่ไม่ได้ยินอีกแล้ว เขารู้เพียงว่าจิ่นเหิงเลือดออก จิ่นเหิงของเขากำลังจะตาย…

เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาช่างเสียดแทงใจผู้ฟังยิ่งนักฮึก เจ้าห้ามตายนะ ห้ามตาย!

จิ่นเหิงยกฝ่ามืออันสั่นเทาขึ้นแตะข้างแก้มคู่ชีวิตยะ อย่าร้องไห้” 

เจ้าห้าม ฮึก ห้ามตาย ข้าจะพาเจ้าไปรักษานะ อย่าเพิ่งหลับ ฮึกสองแขนบางตระกองกอดคนรักไว้อย่างถนอม

ฉู่พยายามลุกขึ้นโดยประคองร่างของคนรักเอาไว้ เขาต้องพาจิ่นเหิงไปรักษา จิ่นเหิงจะตายไม่ได้

จิ่นเหิงกล่าวเสียงเศร้าตัวเจ้าแค่นี้จะแบกข้าไปได้อย่างไรในวินาทีสุดท้ายก็ยังอยากให้ภรรยาตัวน้อยของตนยิ้มได้

ข้าแบกได้! หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ก็แค่กลืนเจ้าลงท้องถึงมือหมอค่อยคายออกมาฉู่กล่าวทั้งน้ำตา ไม่ว่าจะวิธีไหนขอเพียงอีกฝ่ายปลอดภัยเขาจะทำ

จิ่นเหิงยิ้มเศร้า ลูบแก้มฉู่อย่างอ่อนโยนเด็กโง่ หากทำเช่นนั้นจริง ข้าคงตายตั้งแต่เจ้ากลืนข้าลงท้องไปแล้ว

ฮึก แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ก็ข้าแบกเจ้าไม่ได้…น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด 

น้ำเสียงที่กล่าวซ้ำไปซ้ำมาว่าห้ามเจ้าตายคล้ายเด็กเอาแต่ใจ กลับทำให้คนฟังหวูบไหวในอก…

ฉู่รวบรวมแรงทั้งหมดกลายร่างกลับไปเป็นงูยักษ์ เข้าโอบรัดร่างของสามีแล้วเลื้อยหายเข้าป่าไป

ทหารสวรรค์ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าขยับตัว ตามไปแม้แต่คนเดียว เสียงดังฉับดังขึ้นมาหนึ่งครั้ง ศีรษะของทหารชั้นเลวที่กล้าลงมือกับผู้บังคับบัญชาก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

ใครให้พวกเจ้าลงมือโดยพลการ ยังเห็นข้าอยู่ในสายตาหรือไม่?”

ท่านรองแม่ทัพ ทำอย่างไรต่อดีขอรับ

ผู้มีศักดิ์เป็นถึงรองแม่ทัพเผ่าสวรรค์ มีสีหน้าเคร่งเครียด มือที่ถือทวนใหญ่สั่นจนมิอาจควบคุมตายแน่ พี่ใหญ่เอาข้าตายแน่…ต้องยืนสงบนิ่งอยู่นานจึงสามารถออกคำสั่งต่อไปได้ว่า  “ไปเอาร่างท่านแม่ทัพคืนมา

ฉู่พาร่างของจิ่นเหิงมาไกลถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง เขากลายร่างกลับไปเป็นคนอีกครั้งกอดจิ่นเหิงไว้อย่างหวงแหน 

ท่านพี่ ข้าจะเป็นเด็กดีแล้ว จะไม่ดื้อกับท่านอีกอย่าจากข้าไปเลย สุดหล้าฟ้าเขียวขอเพียงท่านบอกมาข้าจะไปกับท่าน ท่านได้ยินข้าไหมท่านพี่ ฉู่รักท่าน” 

จิ่นเหิงหัวเราะเสียงแผ่วคำรักที่นานครั้งคนขี้อายของเขาจะกล้าพูดออกมา คำที่เรียกเขาว่าท่านพี่ จะฟังอีกสักกี่ครั้งก็ยังคงหวานล้ำมิเสื่อมคลาย

อาฉู่ รับปากพี่สักเรื่องได้หรือไม่” 

ได้ ทุกอย่างย่อมให้ได้ทั้งนั้นขอเพียงท่านอยู่กับข้า” 

เด็กดีจิ่นเหิงประคองใบหน้างามอย่างถนอมพี่ไม่อยู่แล้ว เจ้าต้องใช้ชีวิตให้ดีอย่าได้คิดแก้แค้นเพราะเจ้าสู้คนพวกนั้นไม่ได้ พี่หวังเพียงว่าในสักวันเจ้า อึก จะสามารถลืมพี่แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่

ไม่!ฉู่ปฏิเสธเสียงดังข้าไม่ลืมท่าน กี่ร้อยกี่พันชาติก็ไม่ลืม...

 ส่วนแก้แค้นเขาทำแน่ หากว่ายังมีลมหายใจอย่างไรก็จะต้องแก้แค้นคนใจร้ายพวกนั้นที่คิดพรากท่านไปจากข้า

จิ่นเหิงรู้ รู้ว่าภรรยาของตนนั้นเป็นเด็กดื้อดึง ไม่มีทางที่ฉู่จะไม่คิดแก้แค้น แต่หากเจ้าคิดแก้แค้นแล้วรู้ความจริง คนที่เจ้าอยากฆ่าให้ตายที่สุดอาจเป็นพี่ก็ได้…

“...ฉู่เอ๋อร์พี่รักเจ้า

ฝ่ามืออุ่นที่จับข้างแก้มตกลงสู่พื้นดิน คนจากไปแล้ว จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

ฉู่กอดร่างที่เย็นเฉียบของคนรักไว้แน่น น้ำตามากมายหลั่งไหลออกมาเพื่อระบายความเจ็บในอก 

รองแม่ทัพและทหารสวรรค์อีกห้านาย มองภาพตรงหน้าอย่างแสนเวทนาในเส้นทางรักของทั้งคู่ แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ อย่างไรก็แค่ไม่ไปแตะต้องอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ อย่างมากก็คงแค่ถูกพี่ใหญ่กระทืบซี่โครงหักสองสามซีก ไม่น่าจะถึงตาย รองแม่ทัพหนุ่มส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนถอยห่างออกไป จากนั้นกระแอมไอสองครั้งเรียกความมั่นใจ

งูน้อย คืนร่างของเขาให้ข้าได้หรือไม่

ฉู่เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ เครื่องแบบทหารยศสูงของเผ่าสวรรค์ทำให้แววตาเศร้าสร้อยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมุ่งร้าย 

เขาตายแล้ว พวกเจ้ายังมีอะไรไม่พอใจอีก!!” 

เอ่อ...คือ

ยังจะต้องการอะไรอีก ชีวิตข้าหรือ

รองแม่ทัพเผ่าสวรรค์ลอบปาดเหงื่อย่อมมิใช่ แต่คือ…

ได้!!ฉู่รู้ว่าตนเองในยามนี้มิสามารถสู้กับคนตรงหน้าได้ ปราณมารในร่างเหือดแห้งแทบไม่เหลือแล้ว

ชาตินี้พวกเจ้าทำลายครอบครัวของข้าฉู่ก้าวถอยหลังไปทางริมหน้าผา แน่นอนว่าเขาลากร่างของสามีติดมือมาด้วย

เห็นดังนั้นรองแม่ทัพผู้ห้าวหาญก็กล่าวอย่างร้อนรนเดี๋ยวๆ งูน้อยเจ้าใจเย็นก่อน ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน เรื่องนี้เราคุยกันได้

คนที่สูญเสียทุกอย่างยังต้องฟังข้อเสนออะไรอีก ไม่มีจิ่นเหิง โลกนี้ก็ไร้ความหมายแล้ว

ชาตินี้เป็นพวกเจ้าทำร้ายข้า ชาติหน้าข้าจะเอาคืนแน่ จะจองเวรพวกเจ้าเผ่าสวรรค์ทุกชาติ!!

เฮ้ย!!

สองร่างร่วงหล่นลงจากหน้าผาสูง วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะไร้ซึ่งสติ ฉู่ก็ยังกอดร่างของจิ่นเหิงไว้แน่น เสียงกระซิบผะแผ่วลอยหายไปตามสายลม

จะอีกสักกี่ชาติ ข้าก็ขอเกิดมาเป็นภรรยาของเจ้า…

รองแม่ทัพเผ่าสวรรค์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น พึมพำอย่างคนอับจนหนทางข้าตายแน่แล้ว ชีวิตของข้าจบสิ้นแล้ว

ทหารสวรรค์อีกห้านายก็ได้แต่ยืนไว้อาลัยให้กับท่านรองแม่ทัพและตนเองอย่างเงียบเชียบ จะเอาเวลาที่ไหนไปปลอบใจผู้อื่น ถ้าแม้แต่ท่านรองแม่ทัพยังถึงตาย พวกมันที่เหลือ ที่เป็นเพียงทหารคนสนิทยังจะเหลือศีรษะไว้หายใจได้หรือ...

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์ก็พบว่าตนเองและจิ่นเหิงถูกกระแสน้ำพัดพามาเกยอยู่ที่ฝั่งของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางใต้ของเผ่ามารฉู่ชิงซาเป่าน้ำชาร้อนๆ ในจอกอย่างแผ่วเบา แล้วยกขึ้นจิบ

แสดงว่าข้างล่างหน้าผาเป็นแม่น้ำ?” เฟยเมี่ยวเอ่ยถาม

ฉู่ชิงซายิ้มขำแน่นอนสิ ถ้าเป็นป่าเขาอาจารย์เจ้าตอนนี้คงกลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว

เฟยเมี่ยวกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย คนผู้นี้จะให้เขาซาบซึ้งในความรักของตนเองอีกสักนิดก็มิได้เชียวหรือ…

แล้วหลังจากนั้นล่ะ

ข้าก็แบกร่างของจิ่นเหิงเดินไปเรื่อยๆ หมู่บ้านนี้ไม่ต้อนรับก็ไปที่ใหม่” 

ต้อนรับท่านก็แปลกแล้ว แบกศพไปด้วยนะ ไม่ใช่แบกกระเป๋าเดินทางแน่นอนว่าเขาบ่นในใจมิได้เอ่ยออกมา

ก็เดินอยู่อย่างนั้นสามวันสามคืน ใช้พลังชีวิตของตนเองส่งให้ร่างไร้วิญญาณของจิ่นเหิงเพื่อรักษาร่างกายเขาไว้ จนได้พบกับชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง เขาช่วยข้าไว้ให้ที่อยู่ที่กิน ทั้งยังช่วยรักษาศพของจิ่นเหิงมิให้เน่าเปื่อย

เก่งขนาดนั้นเชียว? เขาคือผู้ใดหรือ

ฉู่ชิงซากระตุกยิ้มร้าย กล่าวอย่างไม่เดือดไม่ร้อนก็แค่อดีตจอมมารแก่ๆ

เฟยเมี่ยว “...”

ฉู่ชิงซาเมื่อเห็นสีหน้าจนด้วยคำพูดของลูกศิษย์ จิตใจก็เบิกบานเป็นอย่างยิ่ง เขาเล่าเรื่องราวต่อไปว่า 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็สอนเคล็ดวิชาต่างๆ ให้แก่ข้า โดยที่ห้ามข้ากราบเขาเป็นอาจารย์ เพราะเขาใกล้ตายแล้วไม่อยากมีลูกศิษย์ให้มีห่วงฉู่ชิงซายักไหล่ไม่แยแสแน่นอนว่าข้อเสนอนี้ย่อมดีกับข้าด้วย ถือว่าไม่มีอาจารย์ก็ดี ไม่ต้องมานั่งคำนึงถึงคำสอนของอาจารย์จนทำอะไรตามใจตนไม่ได้

เฟยเมี่ยวเอ่ยค้านเช่นนี้หากว่าข้าทำผิดต่อสิ่งที่ท่านสั่งสอนมา ก็ไม่เท่ากับว่าข้ากลายเป็นเด็กอกตัญญู เนรคุณต่อคำสอนของอาจารย์หรือ

ฉู่ชิงซายกมือขึ้นเท้าคางทุกวันนี้ข้าสอนอะไรเจ้าบ้าง

มีแต่เรื่องเลวๆ…

ฮ่าๆเห็นหน้าอีกฝ่ายก็รู้แล้วว่ากำลังด่าทอเขาในใจเสี่ยวเฟย สิ่งเดียวที่เจ้าต้องจดจำไว้ก็คือ หากผู้ใดกล้ารังแกเจ้า ก็ทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย

เฟยเมี่ยวพยักหน้ารับแกนๆ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับคำสั่งสอนนี้นัก ไม่ต้องรอให้ฉู่ชิงซามาสอนเรื่องนี้ ใครกล้ารังแกเขา เขาก็ไม่คิดปล่อยให้มันมีชีวิตที่สงบสุขอยู่แล้ว

จากนั้นเล่า ท่านทำอย่างไรต่อเฟยเมี่ยวเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง 

ก่อนตายตาแก่นั่นทิ้งตำราไว้ให้ข้าสองเล่ม หนึ่งคือ แยกวิญญาณ สองคือ คืนวิญญาณ

ต่างกันอย่างไร

หนึ่งเล่มสามารถแยกวิญญาณของคนเป็นออกจากร่าง อีกหนึ่งเล่มสามารถเรียกคืนวิญญาณของคนตายให้กลับมา

ท่านคิดชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้ว?” เฟยเมี่ยวถามเสียงสูง จะแฟนตาซีก็ให้มันเบาๆ หน่อยเถอะ ถึงขนาดทำให้คนตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้นี่ก็เกินไปนะ

ย่อมแน่ อาจารย์ใช้เวลาฝึกเคล็ดวิชาในนั้นอยู่นานหลายปี ตะเตรียมทุกอย่างไว้จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนสุดท้าย

อะไร…

ห้องหลอมยา ทั้งยังต้องเป็นห้องหลอมยาของเผ่ามารเท่านั้น สิ่งที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจหามาจึงจะสามารถนำมาใช้ได้

เช่นนั้นที่ท่านมาเป็นจอมมารก็เพื่อสิทธิ์ในการใช้ห้องหลอมยาของเผ่ามารหรือ” 

เขาก็เคยอ่านกฎของเผ่ามารอยู่บ้าง ห้องหลอมยาเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ของห้องพิธีกรรมของจอมมารที่จะใช้ทำพิธีมนต์ดำต่างๆ มีเตาหลอมที่ไม่ได้หลอมได้แค่ยาอยู่ด้วย เรียกว่าเป็นห้องอเนกประสงค์สิทธิพิเศษเฉพาะจอมมารเท่านั้นที่ใช้ได้…

ฉู่ชิงซาเพียงตอบรับเบาๆ ว่าใช่

เฟยเมี่ยวอดตื่นเต้นไม่ได้แล้วทำสำเร็จไหม

ฉู่ชิงซาส่ายหน้า แววตาหม่นแสงข้าเพิ่งค้นพบว่า วิชาคืนวิญญาณกลับเป็นการใช้ชีวิตของตนแลกกับชีวิตของผู้อื่น

ท่านรักตัวกลัวตายหรือ จึงได้เลิกล้มความตั้งใจในน้ำเสียงไม่ได้เจือปนไปด้วยความเยาะหยันแต่อย่างใด มีเพียงความใคร่รู้

ฉู่ชิงซาส่ายหน้าย่อมมิใช่ เป็นเพราะข้ารักเขามาก และรู้ว่าเขาจะต้องโกรธมากหากข้าแลกชีวิตของข้าเพื่อให้เขาฟื้นขึ้นมา สุดท้ายเขาก็จะเป็นเหมือนอาจารย์เจ้าในยามนี้ มีเพียงร่างแต่ไร้ใจ หากว่าต้องเป็นเช่นนั้นความทุกใจนี่ ข้ารับไว้เองมิดีกว่าหรือ ใช้ชีวิตที่เขามอบให้ เมื่อหมดอายุไขค่อยตามเขาไปก็ยังไม่สาย

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แล้วท่านรับข้าเป็นศิษย์เพื่ออะไรเฟยเมี่ยวรีบเปลี่ยนเรื่องหนี เขาไม่ชินกับฉู่ชิงซาโหมดเศร้าเลย อยู่ใกล้แล้วอึดอัด

เดิมทีเพราะมารดาเจ้าฝากฝัง ต่อมาเพราะถูกชะตากับจิังจอกน้อยเช่นเจ้า เด็กตัวแค่นี้เหตุใดจึงมีแววตาที่คล้ายข้านัก…ฉู่ชิงซาเคาะหน้าผากของเฟยเมี่ยวเบาๆ แล้วยิัมให้ เป็นรอยยิ้มที่ต้องการสือว่าอาจารย์ไม่เป็นไร

เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่นคล้ายท่าน? จะคล้ายได้อย่างไร...

คล้ายสิ คล้ายคนที่เคยสูญเสียในสิ่งเดียวกันมาก่อนฉู่ชิงซาชี้ไปที่หัวใจของเขา

เฟยเมี่ยว “...”

อีกอย่างอาจารย์ก็สงสัยอยู่ดีๆ ท่านอาจารย์ที่เคารพก็หรี่ตามองเขาอย่างจับผิด

สงสัยอะไร

เหตุใดวิญญาณและร่างกายของเจ้า จึงได้ไม่สมดุลกัน

!!! 

ฝ่ามือเย็นเฉียบขึ้นมาโดยฉับพลัน

ฉู่ชิงซายังกล่าวต่อไปอย่างใจเย็นว่าแปลกเสียจริง...

ท่านรู้ได้อย่างไรเฟยเมี่ยวสูดลมหายใจลึก ฉู่ชิงซาอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าเขาไม่ใช่...

หึ เจ้าหลอกคนทั่วหล้าได้ แต่หลอกข้าที่สำเร็จวิชาแยกวิญญาณแล้วมิได้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยากตอบเขาก็ไม่คาดคั้น

เอาเถอะ อาจารย์เองก็หาได้คิดบังคับให้เจ้าตอบไม่ หากเจ้าต้องการอาจารย์ก็จะอยู่ข้างเจ้า ส่วนเรื่องที่ว่าข้ารับเจ้าเป็นศิษย์แล้วจะได้อะไรนั้น

“...”

แค่เจ้าสามารถชนะการประลองเพื่อเป็นจอมมารคนต่อไปได้ ก็ถือว่าเป็นการทดแทนคุณให้อาจารย์แล้ว

ผลักภาระให้กันชัดๆ

พูดเหมือนมันง่ายเฟยเมี่ยวได้แต่โอดครวญในใจ 

ทำไมใครๆ ก็ยัดเยียดตำแหน่งบ้าบอนี่ให้เขานัก แล้วจะให้ก็ยกให้เลยสิ จะมาทำให้ชีวิตเขาลำบากทำไม

ต้องไม่ง่ายอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่เกินบ่ากว่าแรงเสี่ยวเฟยหรอกเชื่ออาจารย์สิ” 

อะไรที่ทำให้ท่านมั่นใจขนาดนั้น?” ขนาดตัวเขาเองยังไม่มั่นใจเลย….

ฉู่ชิงซายืดอกภูมิใจเพราะเจ้าเป็นลูกศิษย์ของข้าอย่างไรเล่า

เฟยเมี่ยวยิ้มแหย ไม่อยากไปขัดความเพ้อฝันหลงตัวเองของอีกฝ่าย หากว่าทำเช่นนี้แล้วท่านจะลืมความโศกเศร้าไปได้บ้าง ก็ทำไปเถอะ

รายงานท่านจอมมาร แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าสวรรค์หยวนชงเมิ่ง รองแม่ทัพหยวนซิ่นเล่อ และองค์หญิงห้า ไป๋หนิงเซียนขอเข้าพบ ท่านศิษย์ขอรับ

เฟยเมี่ยวคิ้วกระตุกยิกๆ ชื่อสุดท้ายถ้าจำไม่ผิด นั้นมันชื่อของยัยหนูคู่หมั้นของคนแซ่เหวินนี่ มาทำไม…. เมื่อจะหันไปขอความเห็นจากฉู่ชิงซา ก็ได้รับมาเพียงรอยยิ้มแปลกประหลาด และคำกล่าวที่เขาไม่เข้าใจ

อาจารย์จะไปดูผลงานของมารดาเจ้ากล่าวจบอีกฝ่ายก็รีบเดินออกไปทันที นี่ตกลงว่าแขกมาพบเขาหรือฉู่ชิงซากันแน่?

เมื่อเดินตามออกไปก็พบกับไป๋หนิงเซียนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ในมือถือกระดาษแผ่นใหญ่อยู่

เฟยเมี่ยวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนักว่ามาทำไม

ไป๋หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นดวงตาแดงก่ำ นางกล่าวอย่างยากลำบากว่าเสี่ยวเซียนมาขอเข้าพบครั้งนี้  เพื่อกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ…

นางกล่าวอะไรเฟยเมี่ยวหาได้สนใจฟังไม่ แต่ที่เขาสนใจตอนนี้ก็คือ ใบหน้าเล็กที่เคยดูน่ารักสดใส เป็นโฉมสะคราญผู้หนึ่งตอนนี้กลับดู…บิดเบี้ยว? ไม่ มันดูแย่ยิ่งกว่านั่นอีก แย่จนเขาอยากจะถามว่าแถวนี้มีหมอศัลยกรรมไหม เขาจะได้แนะนำยัยหนูนี่ให้ไปทำหน้าใหม่

'อาจารณ์จะไปดูผลงานของมารดาเจ้า'

อยู่ดีๆ คำพูดเมื่อครู่ของฉู่ชิงซาก็ลอยเข้ามาในหัว นี่อย่าบอกนะว่า… เขาหันหน้าไปขอคำตอบจากผู้เป็นอาจารย์และอีกฝ่ายก็เพียงพยักหน้าตอบรับมาง่ายๆ เฟยเมี่ยวส่ายหน้าในใจจดบันทึกในความทรงจำของตนอย่างชัดเจน

ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามทำให้มารดามีโทสะเด็ดขาด!'

ฉู่ชิงซาเดินวนรอบตัวไป๋หนิงเซียน กล่าวเสียงเนิบช้าเจ้าเองหรือ ที่เอาน้ำชาร้อนๆ มาสาดใส่เสี่ยวเฟยที่น่ารักของข้า

ไป๋หนิงเซียนตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอจอมมารมาก่อนเลยในชีวิต บัดนี้อีกฝ่ายกลับยืนอยู่ตรงหน้า ต่อให้ถือตัวอวดดีแค่ไหน นางก็ไม่กล้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในแดนมาร นางจึงเมินสิ่งที่ฉู่ชิงซาถาม และเริ่มต้นอ่านกระดาษที่มีการเขียนคำที่ควรกล่าวเอาไว้

“…เสี่ยวเซียน

ไม่มีความจริงใจเฟยเมี่ยวเอ่ยแทรกขึ้น ถึงขนาดอ่านตามกระดาษเหมือนบทละครที่คนอื่นเขียนให้ก็ไม่ต้องขอโทษก็ได้มั้ง

ฉู่ชิงซาเลิกคิ้วมองลูกศิษย์ จากนั้นแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ใช่ ไม่มีความจริงใจ เจ้ากล้ามากที่มาแสดงกิริยาที่ไม่ควรต่อหน้าข้าจากนั้นหันไปขยิบตาให้ศิษย์รัก

เฟยเมี่ยวกัดปากกลั้นขำ คงจะมีเรื่องนี้ที่อีกฝ่ายดูเข้าขากับเขาได้เป็นอย่างดีเจ้าทำเช่นนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติข้าที่เป็นลูกศิษย์เพียงผู้เดียวของท่านจอมมาร นั่นก็เท่ากับว่าเจ้าไม่ให้เกียรติท่านจอมมารของเราด้วย เรื่องนี้จะรับผิดชอบอย่างไร…

ไป๋หนิงเซียนน้ำตาคลอเบ้าเสี่ยวเซียน…

เฮ้อ เอาเช่นนี้้เป็นอย่างไรฉู่ชิงซาก้าวขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ข้าเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว หาได้อยากถือสาความผิดเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กไม่

เหมือนยกภูเขาออกจากอก ไป๋หนิงเซียนเอ่ยถามต่อไปว่าเช่นนั้นเรื่องนี้…

เอาเป็นว่าลงโทษสถานเบา โขกศีรษะสัก...กี่ครั้งนะเสี่ยวเฟยตอนท้ายก็ยังอุตส่าห์หันไปขอความคิดเห็นจากเฟยเมี่ยว

ร้อยครั้งเฟยเมี่ยวตอบกลับแทบไม่ต้องคิด

ดียิ่งฉู่ชิงซาหันมาชี้นิ้วสั่งไป๋หนิงเซียนที่น้ำตาร่วงไปแล้วเจ้าก็โขกศีรษะสำนึกผิดสักร้อยครั้ง ถือว่ารวมกับคำขอโทษของเฟยอวี่ไปเลยก็ได้ ข้าอนุญาตวันนี้ข้าอารมณ์ดี

ก่อนที่ไป๋หนิงเซียนจะทันได้โขกศีรษะหนึ่งร้อยครั้ง ก็มีเสียงไม่สบอารมณ์ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน 

 

เหตุใดต้องโขกตั้งร้อยครั้ง เผ่ามารใช่ว่าจะรังแกกันมากไปหรือมะ…เสียงในตอนท้ายหายเข้าไปในลำคอ หยวนซิ่นเล่อดวงตาเบิกกว้างใบหน้าซีดเผือดจ้องมองผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

พะ พี่สะใภ้

รอบกลายของฉู่ชิงซาแผ่รังสีสังหารเข้มข้นออกมาจนเฟยเมี่ยวที่ยืนอยู่ข้างกาย ยังต้องเขยิบหนี กระบี่สีนิลปรากฏขึ้นในมือ ชั่วพริบตาหลังจากนั้นฉู่ชิงซาก็ปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้าของหยวนซิ่นเล่อ กระบี่คู่ใจฟาดฟันลงไปหมายเอาชีวิต

 เคร้ง

กระบี่สองเล่มกระทบกันจนเกิดเสียงดัง ฉู่ชิงซาเบิกตากว้างกระบี่ในมือร่วงล่นไป ปลายกระบี่ของอีกฝ่ายพาดเข้าที่ลำคอระหง

ท่านอาจารย์!เฟยเมี่ยวกำลังคิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่ก็กลายเป็นต้องยืนเหวอไป เมื่ออยู่ดีๆ กระบี่ในมือของคนมาใหม่ที่้เข้ามาขวางก็ร่วงล่นไปเหมือนกับกระบี่ของฉู่ชิงซาเมื่อครู่

หยวนชงเมิ่งมองคนที่คิดลงมือสังหารน้องชายของตนเมื่อครู่อย่างเลื่อนลอย “…อาฉู่

จิ่นเหิง” 

น้ำตาสายหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาสีแปลกของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของวังสือซว่าน ฝ่ามืออันสั่นเทายกขึ้นเพียงเพื่อจะแตะต้องใบหน้าของคนรักที่ใจเฝ้าคะนึงหา ตอกย้ำให้แน่ใจว่าคนตรงหน้ามิใช่ภาพลวงตาที่ตนชอบสร้างขึ้น

ความอบอุ่นที่ได้สัมผัสคล้ายเครื่องยืนยัน จิ่นเหิงของเขายังอยู่ จิ่นเหิงยังไม่ตาย…

หยวนชงเมิ่ง! ช่วยข้าเร็วความอบอุ่นถูกกระซากออกไป เมื่อมีมืออีกคู่ดึงรั้งแขนของหยวนชงเมิ่งจนเขาเซไปด้านหลัง

ฉู่ชิงซาสีหน้าเย็นชาลงถึงที่สุด เขากล่าวเสียงแผ่วหยวนชงเมิ่ง?” มองมือที่กอดรัดแขนของสามีตน สีหน้าท่านจอมมารก็ยิ่งถมึงทึงเข้าไปทุกทีเจ้าคือหยวนชงเมิ่งแม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าสวรรค์ มิใช่จิ่นเหิงของข้าหรอกหรือ…

หยวนชงเมิ่งแกะมือของไป๋หนิงเซียนออก กล่าวอย่างร้อนรนอาฉู่ฟังข้าก่อน

เมื่อเห็นท่าไม่ดีเฟยเมี่ยวจึงรีบเข้ามาดึงรั้งแขนของผู้เป็นอาจารย์ตนไว้ ตีกันไม่ว่า แต่เขาแค่ไม่อยากถูกลูกหลงโทสะของผู้เป็นอาจารย์

ฉู่ชิงซาเหยียดยิ้มเยาะหยันที่แท้เจ้าเป็นคนเผ่าสวรรค์ ที่แท้เจ้าเป็นคนทำลายบ้านของเรา

รังสีสังหารแผ่ออกมามากขึ้นจนเฟยเมี่ยวต้องปล่อยมือ เขาถอยออกมายืนอยู่ไกลๆ คล้ายว่าจะเป็นเรื่องในครอบครัวคนนอกเช่นเขาอย่าสอดมือจะดีกว่า

หยวนชงเมิ่งแววตาหม่นแสง อาฉู่ของเขา คนรักที่เขาคิดว่าตายไปนานแล้ว เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่

หยวนซิ่นเล่อกระซิบพี่ชายของตนเสียงแผ่วพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ตอนนี้เป็นจอมมารแล้ว เรื่องในครอบครัวของท่าน เล่อเล่อไม่ขอยุ่งเกี่ยว ข้าขอออกไปรอข้างนอก

หยวนชงเมิ่งมองคนตรงหน้าให้ดีอีกครั้งอาฉู่ เจ้า…เจ้าคือฉู่ชิงซา เจ้าคือจอมมาร เป็นไปได้อย่างไร อาฉู่หลายร้อยปีมิได้พบเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า

ใช่แล้วอย่างไร มิใช่แล้วอย่างไรฉู่ชิงซายกนิ้วมืออันสั่นเทาชี้หน้าอีกฝ่ายเจ้าหลอกข้า เจ้า ทุกอย่างที่ผ่านมาล้วนหลอกลวงข้า! แม้แต่คนที่ทำลายบ้านของเราก็ยังเป็นน้องชายเจ้า ข้าเข้าใจถูกหรือไม่

หยวนชงเมิ่งพยักหน้าเรื่องที่เล่อเล่อเป็นน้องชายร่วมสายเลือดเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องอื่นนอกจากนั้นเจ้าฟังพี่ก่อน

ฉู่ชิงซาคล้ายคนเหม่อลอยข้าก่อกรรมทำเข็นมาแล้วเกือบทั้งชีวิต นี่คงเป็นกรรมของข้าแล้วเขามองหยวนชงเมิ่งอย่างอ้อนวอนจิ่น… ไม่สิ แม่ทัพหยวน จะช่วยให้ผู้แซ่ฉู่หายจากความโง่เขลาได้หรือไม่? ช่วยบอกข้าว่าที่ผ่านมาอะไรที่จริง อะไรที่เจ้าหลอกลวง…

หยวนชงเมิ่งพยายามที่จะเดินเข้าไปหาฉู่ชิงซา แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงก้าวเดินถอยหลังหนีอาฉู่อย่าเป็นเช่นนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลยที่พี่ไม่คิดถึงเจ้า ได้โปรดอย่าเย็นชากับพี่

“…”

หลังจากสามารถมีชีวิตกลับมาได้ เล่อเล่อบอกพี่ว่าเจ้ากระโดดหน้าผาไปพร้อมกับร่างของพี่ พี่ออกตามหาอยู่หลายปีกลับไร้วี่แววของเจ้าสุดท้ายก็ได้แต่ตัดใจ กลับไปแดนสวรรค์

“…”

มาเถอะหยวนชงเมิ่งยื่นมือให้อีกฝ่ายให้โอกาสพี่ได้เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เจ้าฟัง หากหลังจากนี้เจ้ายังโกรธหรือคิดจะเกลียดกัน พี่ก็จะไม่ฝืนใจเจ้า

ฉู่ชิงซาช่างใจคิด เขาควรให้อีกฝ่ายได้อธิบายใช่หรือไม่ อย่างไรฟ้าก็ปรารณีเขาการรอคอย ความทรมานหลายร้อยปีจบสิ้นแล้ว จิ่นเหิงของเขายังไม่ตาย… ยังครุ่นคิดไม่ทันเสร็จดีก็กลายเป็นว่า มีมารมาขวาง

หยวนชงเมิ่ง เจ้าคิดจะทำอะไร!!ไป๋หนิงเซียนดึงแขนแม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าสวรรค์อย่างแรง ทั้งยังตะคอกใส่

องค์หญิงห้าสำรวมกิริยาด้วย

แล้วที่เจ้าพูดคุยสนิทสนมกับฉู่ชิงซาหมายความว่าอย่างไร

ท่านจะพูดอะไร อาฉู่เป็นภรรยาของข้า เรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ข้าจะคุยกับภรรยาของตนเองเหตุใดจะทำมิได้หยวนชงเมิ่งขมวดคิ้วมุ่นสีหน้าเคร่งเครียด

แต่เจ้ากำลังจะแต่งงานกับข้า!

ข้าบอกแล้วว่าไม่แต่งกับท่าน ข้ามีภรรยาอยู่แล้ว

เฟยเมี่ยวถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว นี่ไม่มีใครเอาถึงขนาดต้องบังคับให้ผู้ชายแต่งด้วยเลยเรอะ เมื่อเหลือบตามองคนแซ่เหวินที่ยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายก็แค่ทำสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ขอออกความเห็น

ฉู่ชิงซาเอ่ยถามไป๋หนิงเซียนเสียงเย็นเจ้าว่าใครจะแต่งกับเจ้านะ…

เป็นเขาชี้ไปทางหยวนชงเมิ่ง 

ข้าไม่เคยพูด ไม่เคยรับปาก ไม่เคยตกลงใดๆ ทั้งสิ้นข้าสาบานหยวนชงเมิ่งรีบแก้ต่างให้กับตนเองก่อนที่หายนะจะมาเยือน

ไป๋หนิงเซียนเจ้า!” 

ดี ดียิ่ง กล้าพูดว่าจะแต่งกับสามีของข้า ในบ้านของข้า องค์หญิงห้าแห่งเผ่าสวรรค์ช่างอาจหาญยิ่งนักฉู่ชิงซาขบกรามแน่น หันไปถามหยวนชงเมิ่งว่าเผ่าสวรรค์กับข้า เจ้าเลือกใคร

ย่อมเป็นเจ้าในเมื่อฟ้าให้โอกาสเขาอีกครั้ง อาฉู่ของเขายังไม่ตาย นอกจากได้ใช้ชีวิตกับอีกฝ่ายอะไรหยวนชงเมิ่งก็ไม่ต้องการอีก

เสี่ยวเฟย จำที่อาจารย์สอนได้หรือไม่

ใครกล้ารังแกข้า จะต้องทำให้มันอยู่ไม่สู้ตายเฟยเมี่ยวกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

จำเพิ่มอีกข้อ ใครกล้ามายุ่งกับสามีเจ้า ก็ทำให้มันขออยู่ก็ไม่ได้ ขอตายก็ไม่ได้!

กรี๊ดดดดด

 สิ้นคำสั่งสอนของอาจารย์ที่เคารพเสียงกรีดร้องของไป๋หนิงเซียนก็ดังระงม ดังชนิดที่ว่าหยวนซิ่นเล่อที่รออยู่ข้างนอกห่างๆ อย่างห่วงๆ ยังถึงกับสะดุ้งขวัญกระเจิงจนต้องย้ายตัวเองไปรอหน้าประตูใหญ่ของวังสือซว่านแทน

ฉู่ชิงซาเช็ดมือที่เพิ่งล้างเสร็จหมาดๆ จากนั้นเรียกหาคนสนิทของตน

เฟิง

ขอรับท่านจอมมาร

เขียนจดหมายถึงเผ่าสวรรค์ องค์หญิงห้าไป๋หนิงเซียนขอเที่ยวเล่นที่เผ่ามารอีกสักระยะไม่มีกำหนดกลับ เด็กๆ พาองค์หญิงไปพักผ่อนให้สม 'เกลียด’” ฉู่ชิงซาหันมองสามีที่เพิ่งได้พบกันของตนส่วนเจ้า อยากอธิบายใช่หรือไม่ หึ คืนนี้ได้อธิบายยาวแน่!

ภาพสุดท้ายที่เฟยเมี่ยวเห็นก่อนที่ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่จะกลับคืนสู่ความเงียบก็คือหยวนชงเมิ่งถูกฉู่ชิงซาลากคอเสื้อออกไปอย่างคนไร้สติ ถ้าให้อ้างอิงจากสิ่งที่ได้ฟังมา ฉู่ชิงซาในสายตาสามีก็คงจะเป็นเพียงงูน้อยแสนน่ารัก พอเจอเมียตัวเองเวอร์ชั่นจอมมารเข้าไปก็ต้องช็อคเป็นเรื่องธรรมดา


พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจ เถียนซิน

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 628 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1105 littlefoolmoon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 16:30
    Before Afterหลังเจอสามีเลยทีเดียวท่านจอมมาร ก่อนหน้าดูสุขุมมีวุฒิ ตอนนี้แปลงร่างเป็นภรรเมียผู้ยิ่งใหญ่
    #1,105
    0
  2. #1085 Maysa15 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 22:57

    ไป๋หนิงเซียนนนนน ~

    เจ้าจะสร้างความร้าวฉานให้ทุกคู่มิได้นะ(•ω•)
    #1,085
    0
  3. #1054 K.white wine (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 15:54
    หูย ทวงผัวคืนได้โหดมากแม่ ชอบๆๆๆ
    #1,054
    0
  4. #937 DBJJKM97 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 01:49
    หูยดราม่าไปอีกจบท้ายตอนด้วยทวงผัวข้าคืน55555
    #937
    0
  5. #934 bambybamby (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 00:10
    ชอบคู่อาฉู่มาก55555
    #934
    0
  6. #844 sayupung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 23:19
    คู่ท่านจอมมารท่าทางจะแซ่บนะคะ >\\\\\<
    #844
    1
    • #844-1 Hanfeng(จากตอนที่ 22)
      18 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
      จริงๆ ทั้งคู่ท่านแม่(ยูริ) และคู่ของท่านจอมมารจะมีเรื่องแยกของตัวเองนะคะ แต่อาจจะรอนานหน่อยเพราะเถียนซินลงตามคิวไปทีละเรื่อง
      #844-1
  7. #787 มากิริจัง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 17:35
    สมน้ำหน้ายันองค์หญิง
    ชีวิตหาเรื่องตายไม่รู้จบ
    สมองมีไม่คิดเอาแต่ใจตัวเองที่สุด
    สะใจเล็กๆ... ชอบเรื่องราวความรักของท่านจอมมารมากค่ะ
    #787
    1
    • #787-1 Hanfeng(จากตอนที่ 22)
      8 ตุลาคม 2562 / 17:41
      ท่านจอมมารก็มีภาคแยกเป็นยของตัวเองนะคะ แต่ต้องรอก่อนน้าาาา
      #787-1
  8. #736 Konrafah (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 15:48
    คือแบบองค์หญิงห้า ซวยมาก 5555
    #736
    0
  9. #654 trp1021 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:39
    รู้สึกว่า เออ พระเจ้าสั่งลบความทรงจำของเฟยเมี่ยวอะดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้น้องตีกับตัวเองจนอยากจะกุมขมับทุกวิ
    #654
    0
  10. #639 MynameisPoon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 11:51
    ขออนุญาติยิงบาซูก้าขึ้นฟ้าไปหาพระเจ้าจะผิดไหม
    #639
    1
    • #639-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      16 เมษายน 2562 / 12:41
      เอาเลยค่ะ เต็มที่นะ 5555
      #639-1
  11. #587 C.BenChin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 01:50
    สมองเบลอไปแล้วว สู้ๆนะไรท์เตอร์ ขอนอนแล้วจะมาอ่านต่อ
    #587
    1
    • #587-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      13 มีนาคม 2562 / 01:52
      ฝันดีและขอบคุณค่ะ^^
      #587-1
  12. #582 nyde (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 07:56
    รออ่านตอนต่อไป.........
    #582
    0
  13. #581 aoo1909 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:38
    ไม่ม่าเยอะนะ ยังไม่สิ้นเดือน
    #581
    1
    • #581-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      8 มีนาคม 2562 / 21:47
      ไม่ม่าแล้วววว มาม่าหมดช่วงนี้ยังไม่มีตังค์ซื้อ มีแต่เซอร์วิสแฟน
      #581-1
  14. #580 Ragdoll (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 06:53
    อืม เอาน่า ที่ลบไปคือความทรงจำเกี่ยวกับอาเฉิง ตอนนี้อาเฉินก็จำได้แล้วว่สคืออาจวิน ดังนั้นก็น้องก็น่าจะโดนจีบหนักอยู่นะคะ สู้ๆ 555
    ว่าแต่การที่ระบบมัน error เนี่ย มีลับลมคมในอะไรหรือเปล่าน้อ
    #580
    0
  15. #579 godxmeii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 12:08
    เอิ่มมม5555555 เดี๋ยวนะะะะ
    #579
    1
  16. #578 lills (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:27
    อ่าา555555ต้องขอบคุณเฉินเยว่แล้ว อาจวินจีบน้องใหม่เลยนะ
    #578
    1
    • #578-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 12:39
      รออาจวินจีบน้องใหม่ อิอิ
      #578-1
  17. #577 natangbabee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 07:55
    เมิงทำอัลไลลลล
    #577
    0
  18. #576 nyde (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 02:13
    เฮ้ยยยยยย........ไรวะ.......... ไหงทำแบบนี้ได้ด้วยอ่ะ
    #576
    1
    • #576-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 02:17
      ใจเย็นๆ นะคะ ไม่วะ เนาะ ยังไม่ครบ100 เลย ☺️
      #576-1
  19. #574 lills (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 00:34
    โอ้ยยยยเฉิยเยว่ ถามจริงงงงง
    #574
    1
    • #574-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 02:20
      จริง แฮะๆ ครบ100%ก่อนจะขอบคุณนางเชื่อสิ ฮุฮุ (หัวเราะแบบมีแผนการ)
      #574-1
  20. #573 Mio26082549 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:50

    ไม่!!ค้างโครต น้องไม่ต้องรักเดียวใจเดียวก็ได้ลูกกก....

    #573
    4
    • #573-3 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      4 มีนาคม 2562 / 03:09
      ุถถถถถ ยังไม่ครบ100% อะไรก็เกิดขึ้นได้ อิอิ
      #573-3
    • #573-4 MimaRuJi_Xx(จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 08:11
      เอาจริงงงอ่ะะะะ​ ถามเจรงงงงงจะเล่นกันเเบบนี้หราาาาาาา​ ปวดตับไม่พอใช่ปะคะ5555555...=_=
      #573-4
  21. #572 N\'noey Butter (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 23:29

    โอ้ววว ม่ายยยย นร้องงงงง ทำไมคิดแบบนี้
    #572
    0
  22. #571 nyde (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 23:20
    อ้าววววว.......
    #571
    0
  23. #570 lills (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:14
    แงงงงน้องงงต้องรักกันได้สิแง
    #570
    0
  24. #569 GFMB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:05
    ง๊าาา เรื่องมันซับซ้อน ใครมันผูกปมให้น้อง มาเฉลยเดี๋ยวนี้!!!
    #569
    1
    • #569-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 22)
      1 มีนาคม 2562 / 22:20
      เดี๋ยวเขาก็มานะใจเย็นๆ ไว้ เดี๋ยวก็ได้ด่า เอ๊ย ได้มีประเด็นให้พูดถึงกันอีกยาวๆ ฮุฮุ
      #569-1
  25. #566 godxmeii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:58
    เส้าาาาา ต้องรักกันได้สิ น้องเปิดใจรู้กๆๆๆๆๆๆๆ
    #566
    0