หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 21 : บทที่.17 [รีไรท์] นามของข้าคือไป๋เสวียน #ไป๋ถง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 580 ครั้ง
    30 ก.ย. 62

บทที่.17

นามของข้าคือไป๋เสวียน #ไป๋ถง

เมื่อนานมาแล้ว สัตว์เทพบรรพกาลได้ถือกำเนิดขึ้นมาตามมธาตุทั้งห้า ครอบครองดินแดนต่างๆ ทั่วทั้งสิบทิศ ดำรงชีวิตอยู่ในเผ่าพันธุ์และอาณาเขตปกครองของตน ต่างฝ่ายต่างทำพันธสัญญาไม่ก้าวล้ำดินแดนของกัน เวลาล่วงผ่านมานับหลายล้านปี ในที่สุดมนุษย์ก็ถือกำเนิดขึ้น โลกใบนี้กลับตาลปัตรจากที่สัตว์เคยปกครองดินแดนกลับกลายเป็นถูกมนุษย์ยึดครองอำนาจ 

เพื่อให้สายเลือดของสัตว์เทพบรรพกาลยังคงอยู่ ผู้เฒ่าของเผ่าสัตว์เทพที่ยิ่งใหญ่ทั้งหกเผ่า อันประกอบด้วยจิ้งจอกเทพ พยัคฆ์ทมิฬ กิเลนเลือด มังกรฟ้า หงส์เพลิง และเต่าวายุได้ทำสัญญากับผู้นำของมนุษย์ในเวลานั้นที่เรียกตนเองว่าเป็นคนของตำหนักซือโฮ่ว ในพันธสัญญาระบุว่าเผ่าสัตว์เทพทั้งหกจะไม่ทำร้ายมวลมนุษย์ แลกกับพื้นที่สงบสุขในดินแดนที่ตนอาศัยอยู่มาตั้งแต่กำเนิด ให้พวกเขาไม่ต้องจากบ้านเกิด ทั้งยังห้ามมิให้มนุษย์หน้าไหนเข้ามารบกวนในอาณาเขตของสัตว์เทพเด็ดขาด

ตำหนักซือโฮ่วในเวลานั้นอยู่ภายใต้การนำของฮวามี่เจิน สตรีหนึ่งเดียวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นธิดาของสวี่หลิวโดยแท้จริง นางมิใช่มนุษย์แต่กลับมีใบหน้าเฉกเช่นเดียวกันกับมนุษย์ เรียกว่าหาคำจำกัดความให้แก่สตรีผู้นี้มิได้เลยถึงจะถูก เพราะนางถือกำเนิดขึ้นมาด้วยความปรารถนาของสวี่หลิว เพื่อที่จะปกป้องมวลมนุษย์ มีสิทธิในการตัดสินความอย่างเป็นธรรมที่สุด ยิ่งใหญ่เหนือสามเผ่า 

หลังจากทำพันธสัญญาได้หนึ่งพันปี ทุกอย่างคล้ายว่าจะสงบดีแล้ว แต่ก็เพียงแค่คล้ายเท่านั้น ไหนเลยการปกครองผู้คนมากมายจะง่ายดายออกปานนั้น ฮวามี่เจินได้ขอให้สัตว์เทพบรรพกาลเพิ่มสัญญาอีกข้อลงไป ก็คือให้สามารถทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนความซื่อสัตว์กันได้ คล้ายความสัมพันธ์ของนายบ่าว แต่ก็ไม่ใช่ จะเป็นมิตรสหายร่วมสู้รบก็ไม่เชิง 

ที่ทำเช่นนี้เพื่อผูกมัดสัตว์เทพไว้ข้างกาย หากว่าในภายภาคหน้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นางยังวางใจได้ว่าลูกหลานในตำหนักซือโฮ่วในอีกหลายหมื่นหลายแสนปี จะยังมีสัตว์เทพบรรพกาลคอยคุ้มครอง 

ในเวลานั้นที่นางเลือกทำพันธสัญญาด้วยคือพยัคฆ์ทมิฬ นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เผ่าสัตว์เทพอีกห้าเผ่าไม่พอใจ เพียงแต่ต่อให้ยามนี้ฮวามี่เจินกลายเป็นเพียงหญิงชราผมขาวผู้หนึ่ง หากแต่ยามที่นางกอบกุมกระบี่เหมันต์ไว้ในมือ ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะอันหนาวเหน็บ เหล่าสัตว์เทพก็ทราบแก่ใจแล้วว่า ต่อให้ทุ่มเทกำลังของคนทั้งเผ่าก็ยังเท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า

ในวาระสุดท้ายของชีวิต ก่อนนางจะสิ้นใจได้ให้พรแก่พยัคฆ์ทมิฬที่จงรักภักดีกับนาง สายเลือดบริสุทธ์ของพยัคฆ์ทมิฬจะคงอยู่สืบไป หากสวี่หลิวไม่ล่มสลาย ต่อให้เกิดศึกสงครามใหญ่หลวง พยัคฆ์ทมิฬล้มตายจนไม่หลงเหลือใครเลย ทายาทของตำหนักซือโฮ่วก็จะสามารถสร้างสัตว์เทพบรรพกาลเผ่านี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ขอเพียงผู้ที่จงรักภักดีนั้นอยู่เคียงข้างตำหนักซือโฮ่วไม่แปรเปลี่ยน พรนี้ก็จะเป็นนิรันดร์ ทั้งยังทิ้งคำจาลึกไว้บนผนังในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักซือโฮ่ว เอาไว้ให้คนรุ่นหลังระแวดระวังภัยในอีกหลายพันหลายหมื่นปีข้างหน้า

เมื่อความสงบสุขไม่อาจคงอยู่ให้ระวัง จิ้งจอกอนันตกาล สายเลือดแห่งหายนะ หากมีจิตใจชั่วช้าแม้เพียงนิด มิอาจละเว้น’ 

สายเลือดพิเศษที่หาได้ยากยิ่งของเผ่าจิ้งจอกเทพ ไหนเลยจะกลายเป็นตัวหายนะได้ ต่อให้มีใครมีความคิดเห็นเช่นนี้ ก็ยังมิกล้ากล่าวว่าผู้ธิดาแห่งสวี่หลิวผู้นี้พูดจาเหลวไหล หลายร้อยหลายพันปีก็ยังคงเฝ้าระวังเอาไว้ จากรุ่นสู่รุ่นมิเคยละเลยหน้าที่

ตำแหน่งเจ้าตำหนักซือโฮ่วว่างเว้น คล้ายว่าเมื่อผู้ที่ควบคุมกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ได้จากไป เผ่ามารและเผ่าสวรรค์ก็เริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันหนักข้อขึ้นทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่เผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอจนอยู่กันแทบไม่ได้ เมื่อพยัคฆ์ทมิฬออกหน้าจัดการเรื่องนี้ก่อนจะมีการแต่งตั้งเจ้าตำหนักซือโฮ่วขึ้นมาใหม่ ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่เผ่าสัตว์เทพที่เหลือเป็นอย่างมาก ด้วยเข้าใจไปว่าอำนาจทั้งหมดภายในตำหนักซือโฮ่วนั้น ฮวามี่เจินได้ยกให้กับเผ่าพยัคฆ์ทมิฬไปหมดแล้ว

เมื่อเกิดความไม่พอใจไหนเลยจะยังอยู่ร่วมกันได้ ไม่ถึงห้าร้อยปีเผ่าจิ้งจอกเทพก็หันหลังให้กับพันธสัญญา เข้าร่วมกับเผ่ามาร กลายเป็นเทพมารบรรพกาลของเผ่ามารสืบมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเผ่าพันธุ์อื่นล้วนหลบหลีกหนีหาย ด้วยต่อให้มีใจริษยาก็ไม่อาจเอาศีรษะของตนเองไปขวางทางใครได้ ทั้งพยัคฆ์ทมิฬและจิ้งจอกเทพต่างทะเลาะกันใหญ่โต หนี่งพูดเรื่องผิดชอบชั่วดี หนึ่งพูดเรื่องความสบายใจ เปลี่ยนนายไม่เปลี่ยนอุดมการณ์

เป็นเช่นนี้มานานแสนนาน จนกระทั่งสงครามระหว่างเผ่าสวรรค์และเผ่ามารเริ่มต้นขึ้น ตำหนักซือโฮ่วที่ไม่เข้าร่วมกับฝ่ายใด ก็ทำเพียงยืนมองคนตีกันไปเรื่อย พอความเสียหายเริ่มลุกลามมาถึงเผ่ามนุษณ์จึงค่อยหยุดยั้งสถานการณ์ ว่ากันว่าด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตำหนักซือโฮ่วจึงสูญเสียเขตปกครองทางเผ่ามารและเผ่าสวรรค์ไป เหลือเพียงคุ้มครองเผ่ามนุษย์เท่านั้น 

แต่นั่นจริงแท้แค่ไหนใครจะทราบได้ ในเมื่อหลังจากเหตุการณ์สงบลง ผู้คนที่ทะเลาะกัน กระทำผิดทั้งเผ่ามารละเผ่าสวรรค์ก็ต่างต้องตบเท้าเข้าไปรับโทษที่ตำหนักซือโฮ่วอย่างพร้อมหน้าอยู่ ผู้นำในเผ่าจิ้งจอกเทพในเวลานั้นเกิดความสงสารต่อเผ่ามนุษย์เกรงว่าสวี่หลิวจะสูญเสียสมดุล จึงตบปากรับคำพยัคฆ์ทมิฬว่าจะไม่ให้จอมมารของพวกเขาก่อเรื่องอีก หากตนเองยังมีชีวิตอยู่ นี่จึงทำให้ทั้งสามเผ่าสงบสุขมาได้ตลาดหลายหมื่นหลายแสนปี

 เสี่ยวไป๋อ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน สีหน้าของแมวจอมตะกละยับยู่ เมื่อได้กลิ่นปลาเผาโชยมาจากทางปิ่นโตไม้ที่วางอยู่ไม่ไกล แต่ไหนเลยเวลานี้มันจะมีกะจิตกะใจวิ่งไปดูชมหาของอร่อยได้อีก เรี่ยวแรงที่มีวันนี้ทั้งวันหมดไปกับการไล่จับเจ้าเด็กเผ่ามาร จิ้งจอกหน้าเหม็นสมควรตายมี่ถงหมดแล้ว ชีวิตของมันอยู่มานานแค่ไหนกันแล้ว อายุอานามปีนี้เอาอายุของนายท่านที่รักยิ่งของมันอีกกี่สิบคนมานับรวมกัน ยังไม่ได้เท่ามันตนเดียวเลย

มารดามันเถอะเจ้าลูกจิ้งจอกเทพเวรตะไล หนีเก่งเสียจริง!

เหลือบมองพวงหางของตนที่เกี่ยวไว้กันหางจิ้งจอกสีดำสวยหางหนึ่งแล้ว เจ้าเสี่ยวไป๋ก็ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ไหนเลยชีวิตแสนสะดวกสบายของมันจะต้องมากลายเป็นผู้ปกครองคุมประพฤติเจ้าจิ้งจอกหน้าเหม็นนี่ หากมิใช่ว่ารักและภักดีต่อผู้เป็นนายอย่างสุดซึ้งไหนเลยจะกระทำเช่นนี้ได้

มี่ถงในร่างจิ้งจอกร้องคำรามเลิกวุ่นวายกับข้าเสียที!

แต่เสี่ยวไป๋หาได้เหลือบแลความเดือดดาลของมันไม่เจ้าก็เป็นเด็กดีอยู่ข้างกายข้าไปสักพัก ให้นายท่านของข้ามีเวลาอยู่กับเจ้าหนูเฟยอวี่อีกสักหน่อย ช่วยให้คนรักกันได้บุญใหญ่เชียวนะ

แมวที่รู้จักแต่กินแล้วก็นอนเช่นเจ้า ไหนเลยยังกล้ากล่าวเรื่องบุญบาปมี่ถงค่อนแคะ ไหนเลยเรื่องราวจึงเป็นเช่นนี้ เขาหรือสู้อุตส่าห์หักห้ามใจปล่อยนายน้อยทิ้งไว้กับท่านจอมมาร แล้วเดินทางมาหาที่สงบในการฝึกปราณมารให้แข็งแกร่ง แต่ทำไมไอ้แมวผีนี่จึงต้องเอาแต่ตามเขามิยอมห่างด้วยเล่า น่ารำคาญเสียจริง

เสี่ยวไป๋กระตุกพวงหางที่เกาะเกี่ยวกันไว้แผ่วเบา ทั้งยังกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสไหนเลยข้าจะทำเป็นเพียงกินและนอน พยัคฆ์ทมิฬเช่นข้าย่อมมีประโยชน์กว่าเป็นแมวบ้านที่นายท่านเลี้ยงไว้ดูเล่น

เหอะ!มี่ถงตัดสินใจว่าจะเลิกสนใจเจ้าแมวผีตนนี้อย่างแน่วแน่

แต่ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อเจ้าเสี่ยวไป๋ก็เกิดทนนอนต่อไปไม่ไหวเพราะหิวจนเริ่มจะหน้ามืด มันเหลือบตามองมี่ถงที่หลับตานอนหลับทำตัวเป็นก้อนขนสีดำนุ่มฟูคราหนึ่ง จากนั้นกระแอมเสียงแผ่วเจ้าลูกจิ้งจอก เจ้า...หิวหรือไม่

ดวงตาสีอำพันของมี่ถงกลอกไปมาอย่างเบื่อหน่าย เจ้าแมวครึ่งพยัคฆ์ครึ่งนี่ช่างหายใจเข้าออกก็มีแต่เรื่องกินเสียจริง เมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้วเขาเพิ่งเห็นอีกฝ่ายคาบหมั่นโถไว้ในปากไป วิ่งตามเขาไปอยู่เลย ยามนี้ถามคำถามเช่นนี้กับเขา คือหิวอีกแล้วใช่หรือไม่ สวรรค์นี่เจ้าตำหนักเหวินเลี้ยงแมวผีนี่ออกเป็นตัวอะไรกันแน่ เหตุใดจึงกินได้ไม่มีหยุดเช่นนี้

มี่ถงคิดจะดุด่าเจ้าแมวอ้วนนี่ไปสักครั้ง แต่เมื่อหันกลับไปมองให้ดี ใบหน้าแมวๆ นั่นกลับยับยู่จนแทบดูมิได้ พวงหางที่เกี่ยวหางของเขาไว้ค่อยๆ คลายออก ขาทั้งสี่ข้างของเจ้าแมวอ้วนถีบไปมาบนอากาศ มันร้องง่าวๆ คล้ายกำลังเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด มี่ถงเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้า นี่ นี่มิใช่ว่ากำลังจะตายหรอกนะ ไม่นะจะมาตายทั้งที่อยู่กับเขาแค่สองคนไม่ได้ เหวินฮุ่ยเฉินคิดเอาความขึ้นมายังพอว่า แต่นายน้อยชมชอบเจ้าแมวนี่ไม่น้อยเลย หากว่ามันมาตายอยู่ใกล้เขาแล้วนายน้อยเข้าใจผิดคิดว่าเขาสังหารมันเพราะชังน้ำหน้า แล้วคิดเอาผิดเขาขึ้นมา เขาไหนเลยจะสามารถแบกรับความผิดนี้ไหว

ในที่สุดมี่ถงก็ตัดสินใจกลายร่างกลับไปเป็นคนอีกครั้ง จากนั้นใช้มือเขี่ยดูว่าเจ้าก้อนกลมๆ ที่เอาแต่ร้องง่าวๆ นี่ใกล้ตายหรือยัง แล้วลองเอ่ยเรียกดูนี่ เจ้าแมวผี คงยังไม่ตายหรอกกระมัง” 

เสี่ยวไป๋มิได้เอ่ยตอบ แต่มันกลับขดตัวจนกลมเป็นก้อนแทน แล้วครางออกมาแผ่วเบาคล้ายว่าใกล้จะสิ้นใจเต็มที มี่ถงเห็นท่าไม่ดีจึงคว้าเอาตัวมันขึ้นมา คิดพามันกลับไปยังวังสือซว่านให้ท่านหมอในวังได้ดู วังสือซว่านของท่านจอมมารใหญ่ออกเพียงนั้น แค่หาคนมารักษาแมวโง่เง่าตนเดียวคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก

คิดได้ดังนั้นมี่ถงก็เตรียมจะพุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว ยามนี้เขาอยู่ในป่าไผ่รกร้างแห่งหนึ่งมิได้ไกลจากวังสือซว่านมากนัก หากเร่งรีบเดินทางสักหน่อยมิแน่ว่าหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว แต่ก่อนที่จะได้ทันขยับตัวแม้เพียงครึ่งก้าว เขาก็สัมผัสได้ถึงอุ้งเท้าเล็กที่ตะปบลงบนมือของเขา แล้วออกแรงตีแผ่วเบา เป็นเจ้าพยัคฆ์ร่างแมวที่ทำเช่นนั้น เขาสบมองเข้ากับดวงตากลมโตสีอำพันที่มองกลับมา ภายในนั้นยังมีความอ่อนล้าพาดผ่าน

มี่ถงขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "เป็นเช่นไรบ้าง เดี๋ยวข้าจะรีบพาเจ้ากลับไปให้ท่านหมอในตำหนักสือซว่านรักษา"

เสี่ยวไป๋อ้าปากออกจนเห็นคมเคี้ยวแหลมคม ไม่พูดพล่ำทำเพลงมันก็งับเข้าที่ฝ่ามือของมี่ถงเต็มแรง 

"โอ้ย!" ไอ้แมวบัดซบ!

มี่ถงสะบัดมือออกไม่ออมแรง ร่างแมวสีดำตัวอ้วนลอยละลิ่วไปติดอยู่ในกอไผ่ สภาพไร้เรี่ยวแรง ดวงตายังคงเลื่อนลอย จิ้งจอกที่มีโทสะแล้วยามนี้ไหนเลยยังจะสนใจความเป็นความตายของใครอีก ถูกกัดจนได้เลือด มี่ถงก็รู้สึกหน้ามืดอยากจะสังหารแมวผีนั่นขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปใกล้กับกอไผ่นั่น ใช้มือกระชากร่างอันอ่อนแรงของเจ้าพยัคฆ์เห็นแก่กินขึ้นมามองใกล้ๆ อีกครั้ง

"อยากตายใช่หรือไม่? ไม่อยากกลับไปหานายท่านของเจ้าแล้วใช่หรือไม่!" มี่ถงทั้งเขย่าทั้งด่าทอ ใจอยากบีบแมวผีนี่ให้ตกตายคามือไปให้รู้แล้วรู้รอด

แต่เจ้าเสี่ยวไป๋ก็ทำเพียงครางเสียงต่ำคล้ายแมวป่วย มันปรื่อตาขึ้นมองมี่ถง จากนั้นยังพยายามตะปบอุ้งเท้าลงบนมือของเขาอีกครั้ง มี่ถงเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าตนเองอาจจะถูกกัดเข้าอีกจึงคิดจะเหวี่ยงร่างของมันไปอีกรอบ แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงของเสี่ยวไป๋เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

"เจ้าลูกจิ้งจอก" เสี่ยวไป๋พยายามเอ่ยเรียก หลังจากถูกจับโยนใส่กอไผ่ก็ดูเหมือนว่ามันจะมีสติขึ้นมาบ้าง

มี่ถงใช้สองมือประคองใต้รักแร้ทั้งสองข้างของแมวอ้วน ทำให้ขาล่างอีกสองข้างห้อยอยู่กลางอากาศ เขายืดแขนออกไปมองมันอย่างระแวดระวัง "หายบ้าแล้ว?"

เสี่ยวไปพยายามอย่างมากที่จะมองใบหน้าของอีกฝ่าย "ข้า คะ แค่ปวดท้อง"

"ปวดท้อง? แล้วเจ้ามากัดข้าทำไม"

"เอ่อ" เสี่ยวไป๋รีบหลบตา ดวงตาสีอำพันกลอกไปมาอย่างหาเหตุผลที่พอฟังได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ออกมาแล้วกล่าวว่า "ข้า... เห็นแขนเจ้าเป็นน่องไก่น่ะ ฮ่าๆๆ"

"..."

มี่ถงรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออก เขามองเจ้าเสี่ยวไป๋ที่ยกอุ้งเท้าด้านหน้าของตนขึ้นมาปิดตาไว้อย่างเหลือเชื่อ เห็นแขนของเขาเป็นน่องไก่ หมายความว่าที่ทำท่าคล้ายกำลังจะเดินผ่านประตูผีเมื่อครู่นี้ คือเจ้าพยัคฆ์ครึ่งแมวนี่กำลังปวดท้องเพราะหิวข้าว?

สวรรค์นี่ท่านส่งตัวอะไรให้มาวุ่นวายกับชีวิตข้ากันแน่!

เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจึงจบลงที่มี่ถงกลายเป็นคนป้อนอาหารแมว เขาฉีกเนื้อของปีกไก่และปลานึ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นป้องถึงปากเจ้าแมวตะกละที่อ้าปากรอรับ อาหารพวกนี้ก็ล้วนเป็นท่านจอมมารฉู่สั่งให้คนนำมามอบให้ มองเห็นอาหารมากมายเช่นนี้ในใจก็อดที่จะคิดถึงผู้เป็นนายมิได้ ตั้งแต่เขาจากมาก็เป็นเวลาสองสามวันแล้ว มิรู้ว่าป่านนี้นายน้อยจะเป็นเช่นไรบ้าง 

นายน้อยของเขานั้นขยันหมั่นเพียร ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกับท่านจอมมารเป็นอย่างดี แม้ว่าตนเองจะถูกท่านจอมมารกลั่นแกล้งมากเพียงใดก็ตาม จนถึงยามนี้จะรู้ตัวหรือยังนะว่าข้างกายนั้นไร้ซึ่งเงาของเขาแล้ว อาหารสามมื้อจะกินครบหรือไม่ วันนี้จะกินข้าวน้อยลงกว่าเมื่อวานหรือเปล่า ที่เขาเป็นห่วงที่สุดก็คือเจ้าแมวผีตามมาเฝ้าเขาถึงที่นี่ คงมิใช่ว่าคนใจร้ายจากตำหนักซือโฮ่วจะตามมารังควานนายน้อยของเขาอีกหรอกกระมัง

นานทีเดียวกว่าที่เจ้าแมวหน้าชังนั่นจะกินดื่มจนเสร็จ มันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างสำราญใจ ปากเล็กหาวออกมาอย่างเกียจคร้านแล้วก็หลับไปอีกรอบ กว่ามันจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เข้าสู่ยามอิ่วแล้ว มี่ถงหาได้ให้ความสนใจมันอีกไม่ เขาเพียงท่องจำสิ่งที่ท่านจอมมารบอกกล่าว แล้วฝึกตาม แม้ว่าออกจะเป็นวิธีที่ทรมานตนเองไปหน่อย แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะแข็งแกร่งขึ้นไหนเลยจะใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ได้ สายรัดเอวค่อยๆ ถูกปลดออกอย่างเชื่องช้า สาบเสื้อถูกแหวกออกเผยให้เห็นถึงแผงอกแกร่งที่มีรอยแผลเป็นอยู่บ้าง ไม่มากไม่น้อยแต่ทำให้ผู้ที่พบเห็นรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของบุรุษเพศได้อย่างชัดเจน

มี่ถงนั้นแตกต่างจากผู้เป็นนาย เขามิได้รูปงามเป็นโฉมสะคราญหนึ่งเดียวในใต้หล้าอย่างนายน้อย เป็นเพียงเด็กกำพร้าผู้หนึ่งที่เกิดมาก็เป็นสายเลือดของเผ่ามารโดยแท้ ได้รับความเมตตาจากเจ้าหุบเขาชุบเลี้ยงเขามาหลายสิบปี จวบจนเขาถูกส่งให้ไปอยู่เคียงข้างกายนายน้อยเฟยอวี่ ใบหน้าก็มิได้มีอะไรโดดเด่นกว่าบุรุษทั่วไปมากนัก ทั้งเขายังฝักไฝ่ในความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องผู้เป็นใน แค่ปราณมารภายในร่างไหนเลยจะเพียงพอ เขาจึงต้องฝึกฝนมิเคยขาดจนกระทั่งร่างกายมีบาดแผลบ้างจากการฝึก

ขายาวก้าวลงสู่สระน้ำขนาดใหญ่กลางป่าไผ่ ที่นี่คือที่ที่ท่านจอมมารบอกให้เขามาฝึก โคจรลมปราณดูดซับพลังมารจากสระร้อยกระดูก น้ำภายในสระร้อนแรงและแผดเผา เพียงเหยียบลงบนผืนน้ำก็รู้สึกคล้ายเหยียบลงบนกองเพลิงร้องแรง เผาไหม้มิต่างกัน มี่ถงกัดฟันกรอดแม้ว่าร่างกายนี้จะทรมานคล้ายกำลังถูกเผาทั้งเป็น แต่ไหนเลยจะสามารถละทิ้งสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ได้ เขารวบรวมสมาธิโคจรลมปราณตามที่ท่านจอมมารฉู่เคยกล่าวไว้

ไม่นานนักก็มีไอสีดำมากมายลอยขึ้นมาปกคลุมผืนน้ำในสระ น้ำเริ่มปะทุความร้อนออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน ไอมารมากมายไหลเวียนล้อมรอบตัวมี่ถงเอาไว้จนแทบมองไม่เห็น แล้วจึงค่อยซึมเข้าสู่ผิวหนังเจาะทะลวงเข้าไปในเลือดเนื้อและกระดูกสร้างความทรมานแสนสาหัสให้กับมี่ถงจนต้องกรีดร้องออกมา

"อ๊ากกกกก"

เสี่ยวไปกวัดแกว่งพวงหางไปมามองภาพตรงหน้า เจ้าลูกจิ้งจอกที่น่าตายนี่ หรือถูกมันก่อกวนจนมิรักชีวิตแล้วหรือไร รับเอาปราณมารมากมายถึงเพียงนั้นเข้าไปภายในร่างในคราเดียว หากไม่ทันระวังไหนเลยจะยังสามารถมีวันพรุ่งนี้ให้ได้กลับไปหาผู้เป็นนายของมันได้อีก เสี่ยวไป๋ได้แต่ครุ่นคิด มันล่ะสงสัยเสียจริงว่าท่านจอมมารของพวกเผ่ามารคิดจะทำอะไรกันแน่ บอกวิธีดูดซับปราณให้ แต่ไม่บอกวิธีหลอมรวมปราณหรือ คิดจะฆ่าคนหรือไร

หรือท่านจอมมารอะไรนั่นบอกแล้ว แต่เจ้าหนูนี่ฟังแต่ไม่จำ?

ความสงสัยทั้งหมดของเสี่ยวไป๋หยุดชะงักลง เมื่อเหลือบมองไปเห็นเจ้าลูกจิ้งจอกนั่นพ่นเลือดสีสดออกมาคำใหญ่ เลือดนั่นไหลเวียนปะปนไปกับน้ำภายในสระ ยิ่งทำให้น้ำนั่นเดือดปะทุขึ้นมามากกว่าเดิม 

เสี่ยวไป๋ถอนหายใจออกมาอย่างคนจนปัญญา อุ้งเท้าทั้งสี่ก้าวเดินไปทางสระน้ำ ดวงตาสัตว์ร้ายจ้องมองร่างของมี่ถงไม่วางตา เพลิงสีทมิฬล้อมรอบตัวของเสี่ยวไป๋ ไม่นานนักก็ปรากฏร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังก้าวลงไปในสระน้ำ ตรงไปยังร่างที่เปลือกตาปิดสนิท

มือหนาคว้าเอวสอบเข้ามาชิดอกของตน คางเกยอยู่บนหัวไหล่แข็งแกร่งของอีกร่าง ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งวางทาบไว้ตรงแผ่นหลังในตำแหน่งที่ตรงกับหัวใจ เสี่ยวไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าจะถือเสียว่าช่วยเจ้า แลกกับการปรนนิบัติเมื่อครู่ก็แล้วกัน"

ปราณมารแปลกปลอมในร่างกายของมี่ถงค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับปราณดั้งเดิมในร่าง เวลาหมุนผ่านไปกว่าสามชั่วยามในที่สุดร่างกายที่ร้องฉ่าราวกับกองเพลิงของมี่ถงก็สงบลง เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่สลบไสลขึ้นมาแนบอก มันพามี่ถงมาไว้ในเรือนไม้ไผ่ที่อยู่มิห่างไกลจากสระนัก ภายในมีพรมหนังแกะปูไว้สำหรับหลับนอน เสี่ยวไป๋วางร่างที่ไร้ซึ่งสติของมี่ถงไว้บนพรมนุ่ม จากนั้นจึงก้มลงถอดกางเกงสีขาวบางที่เปียกน้ำออกจากร่างกายของอีกฝ่าย

การลอกคราบอีกค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากลำบากไปสักหน่อยเพราะต้องทำไปกลอกตาขึ้นบนไป เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นบุรุณเช่นเดียวกันกับมี่ถง แต่ใช่ว่าพยัคฆ์ที่ชอบการกินและนอนเป็นชีวิตจิตใจเช่นมันจะชมชอบการมองเรือนร่างของบุรุณด้วยกันเสียเมื่อไหร่ ถ้างดงามอย่างเจ้าหนูเฟยอวี่ก็ว่าไปอย่าง แต่คิดอีกทีให้มันมองมี่ถงคงดีกว่า ถ้าเกิดมันมีความกล้าขนาดที่ว่าจะไปมองเจ้าหนูเฟยอวี่ในยามที่ร่างกายเปลือยเปล่า เห็นทีแม้แต่ชีวิตที่มีมายาวนานนี้ก็คงรักษาเอาไว้มิได้แล้ว

หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้มี่ถงเรียบร้อยแล้ว เสี่ยงไป๋ก็เดินออกมานั่งดูดาวด้านนอกเรือนไม้ไผ่เผื่อมิให้ตนเองรบกวนการนอนของอีกคน กระทั่งมันเผลองีบหลับไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน

มี่ถงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวและร่างกายแทบทุกส่วนอย่างรุนแรง เขากลอกตามองบริเวณโดยรอบคราหนึ่ง จึงสังเกตได้ว่าที่นี่คือเรือนไม้ไผ่ที่เขาใช้หลับนอนทุกคืนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แต่ว่า... เขากลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ก้มมองดูสภาพของตนเองที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้น ผู้ใดพาเขากลับมาที่นี่กัน แล้วเจ้าแมวผีนั่นหายไปไหน

คุณชายเจ้าคะ คุณชาย...

รอเดี๋ยว คล้ายว่ามีคนเอ่ยเรียกอยู่ที่ด้านนอก มี่ถงจึงขานรับแล้วจัดเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปดู ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือสาวใช้ของวังสือซว่านกำลังชะเง้อคอมองร่างของใครบางคน ที่นอนหลับอยู่หน้าเรือนไม้ไผ่อย่างสนใจใคร่รู้ มี่ถงขมวดคิ้วมุ่น รีบสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ เมื่อเพ่งมองในระยะใกล้กลับไม่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคนผู้นี้แม้แต่น้อย มี่ถงหันไปถามสาวใช้นางนั้นอย่างสงสัย เขาเป็นใคร?”

สาวใช้นางนั้นส่ายหน้า มิทราบเจ้าค่ะ ข้ามาถึงก็พบบุรุษผู้นี้นอนอยู่ที่นี่แล้ว มีใช่แขกของท่านมี่ถงหรือเจ้าคะ

ไม่ มี่ถงเหลือบมองร่างที่นอนหลับอยู่คราหนึ่ง แล้วข้าก็บอกแล้วว่าให้เรียกมี่ถงเฉยๆ ก็พอ ข้าเองก็เป็นเพียงบ่าวที่ติดตามมารับใช้นายน้อย ไหนเลยจะเอ่ยเรียกด้วยคำพูดเช่นนี้ได้

หญิงรับใช้ผู้นั้นก้มหน้าลงต่ำ ท่านศิษย์เป็นบุคคลสำคัญของท่านจอมมาร ท่านมี่ถงที่ติดตามข้างกายบ่าวย่อมมิกล้าละเลยเจ้าค่ะ

นางเป็นข้ารับใช้ที่ได้รับมอบหมายให้นำอาหารและของว่างมาส่งที่ป่าไผ่นี่ทุกวัน ไหนเลยจะไม่รู้ว่าคนที่นางปรนนิบัติดูแลคือคนสนิทของท่านศิษย์แก้วตาดวงใจของท่านจอมมารเล่า แม้ว่าจะมีศักดิ์ฐานะเป็นบ่าวไพร่เหมือนกัน แต่นางที่เป็นเพียงบ่าวก้นครัว ไหนเลยจะอาจเอื้อมเทียบเคียงกับคนสนิทของท่านศิษย์ได้

มี่ถงเห็นแววลำบากใจในดวงตาของนางก็ได้แต่บอกปัด เอาละ ไม่เรียกก็ช่างเถอะ แต่มิต้องทำตัวเกรงใจมากมารยาทกับข้า อย่างไรก็เป็นเพียงบ่าวเหมือนกัน

ทราบแล้วเจ้าค่ะ นางกล่าวยิ้มๆ นี่เป็นอาหารเช้าเจ้าค่ะ มีข้าวต้มไข่มุกและเนื้อตุ๋นอีกชามเจ้าค่ะ

มี่ถงรับมาถือไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณ แล้วนางจึงเดินจากไป มี่ถงหันมองไปทางคนที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ครุ่นคิดถึงที่มาที่ไปของคนผู้นี้พลันก้มมองเสื้อผ้าชุดใหม่บนตัวของตนเองคราหนึ่ง หรือว่าคนผู้นี้คือคนที่ช่วยพาเขากลับมาที่นี่เมื่อวาน?

ไม่รอให้ความสงสัยรั้งอยู่นาน มี่ถงก็วางของไว้แล้วตรงเข้าไปปลุกคนที่กำลังนอนหลับอยู่ทันที เขาตบแผ่วเบาที่ข้างแก้มของอีกฝ่าย นี่ นี่ตื่น

แต่คนที่หลับอยู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย จนคนปลุกได้แต่จนใจนี่เจ้านี่มันหลับหรือมันซ้อมตายกันแน่ ตอนนี้เขาหิวแล้วด้วยเพราะเมื่อวานอาหารของเขาเจ้าแมวอ้วนเสี่ยวไป๋กินไปจนหมด เหลือบมองคนที่ยังหลับอยู่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา กินก่อนค่อยว่ากันแล้วกัน มี่ถงยกอาหารออกมาจากปิ่นโตไม้ข้าวต้มไข่มุกสุกใสส่งกลิ่นหอมน้ำซุปไก่อวบอวนไปทั่ว ยังมีเนื้อตุ๋นที่น่ากินไม่แพ้กัน

ทันทีที่ได้กลิ่นหอมของอาหาร คนที่มี่ถงค่อนแคะว่าซ้อมตายเมื่อครู่ก็ดีดตัวลุกพรวดขึ้นมาจนมี่ถงสะดุ้งโหยงเกือบทำชามข้าวต้มหลุดมือ เขาหันกลับมามองอีกคนอย่างอึ่งๆ เขาสบมองเข้ากับดวงตาเรียวที่คมกริบ แล้วดวงตานั้นก็เลื่อนมองมายังข้าวต้มในมือของเขา คนผู้นั้นจ้องเขม็งจนมี่ถงทำตัวไม่ถูก  สีหน้ายังกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง มองเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หรือว่าจะหิว?

เขายื่นชามข้าวต้มให้ แล้วถามว่า หิวหรือ

คนผู้นั้นมิได้ตอบกลับ เพียงแต่รับชามข้าวต้มไข่มุกที่มีกลิ่นหอมไปแล้วใช้ช้อนตักกินอย่างเก้ๆ กังๆ คิ้วขมวดคล้ายว่าแค่การใช้ช้อนตักข้าวกินเป็นเรื่องที่ลำบากนักหนา ไม่นานดวงตาคมนั้นก็ตวัดมองมาที่เขา เอาแต่มองอยู่อย่างนั้นมิยอมกล่าวอะไร จนมี่ถงอึดอัดไปหมด และสาเหตุที่คนผู้นี้จ้องมอนเขาก็เพราะว่าเขากำลังจะคีบเนื้อตุ๋นเข้าปาก....

มี่ถงเปลี่ยนทิศทางของตะเกียบ วางเนื้อตุ๋นกลิ่นหอมไว้ในชามข้าวต้มของอีกคนแทนที่จะเอาเข้าปากตนเอง คนผู้นั้นผงกหัวให้คล้ายว่าจะขอบคุณ เขาจึงพยักหน้าตอบรับไป จนกระทั่งกินข้าวหมด มี่ถงก็ต้องแปลกใจและอึ่งอีกรอบ เพราะคนผู้นั้นกินข้าวต้มไปถึงสามชาม! ชามใหญ่ด้วย! เนื้อตุ๋นอีกชามใหญ่ก็หมด!

ในขณะที่เขากินไปเพียงชามเดียว กับเนื้อตุ๋นอีกสามชิ้น....

น้ำชาที่เพิ่งชงเสร็จถูกยื่นให้กับบุรุษอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน มี่ถงเอ่ยถามเรื่องที่คาใจมาตั้งแต่นามเช้า เจ้า...เมื่อวานเจ้าช่วยข้าไว้ ใช่หรือไม่?”

ชายผู้นั้นเหลือบมองเขาคราหนึ่ง แล้วพยักหน้าขึ้นลง แต่ยังมิยอมกล่าวอะไรเช่นเดิม ครั้งนี้มี่ถงเริ่มคิดจริงจังแล้ว หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นใบ้ มิสามารถเอ่ยวาจาได้กัน เหตุใดจึงมิยอมกล่าวสิ่งใดเลย

มี่ถงส่ายศีรษะไปมา ผู้คนจะเป็นเช่นไรเกี่ยวอะไรกับตนเล่า คนผู้นี้ช่วยเหลือเขาไว้ บุญคุณอย่างไรก็ต้องตอบแทน มี่ถงลุกขึ้นประสานมือโค้งกายลงคำนับผู้มีพระคุณอย่างนอบน้อม สรรพนามที่ใช้ก็เปลี่ยนให้ดูเป็นทางการมากกว่าเมื่อครู่ ขอบคุณท่าน บุญคุณช่วยชีวิตข้าจะจำใส่ใจไว้ หากว่ามีสิ่งใดที่ท่านต้องการให้ทำเป็นการตอบแทน มี่ถงล้วนเต็มใจช่วยเหลือ

เสี่ยวไป๋มองคนที่มีใบหน้าเรียบเฉย กล่าวขอบคุณมันอย่างจริงจัง แล้วให้ความรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจยิ่งนัก เจ้าลูกจิ้งจอกตนนี้เวลาทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายรู้จักคุณคน กลับให้ความรู้สึกว่ามองแล้ว น่าเอ็นดูมิน้อยเลย ยิ่งนึกไปถึงยามที่อีกฝ่ายยื่นชามข้าวต้มกับคีบเนื้อตุ๋นให้ตนแล้ว เสี่ยวไป๋คิดว่าความน่าเอ็นดูของมี่ถงในใจของมันนั้นเพิ่มขึ้นมาอีกสองในสิบส่วนเลยก็ว่าได้

วันนี้มันคงต้องมองเจ้าเด็กหน้าเหม็นนี่ใหม่เสียแล้ว ไม่เสียทีที่มันสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจช่วยเหลือ นับว่าไม่เลวเลย

เสี่ยวไป๋ลุกขึ้นยืน เตรียมที่จะเดินจากไป เป็นมี่ถงที่เอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียก่อน เอ่อ ท่านจะไปแล้วหรือ

เสี่ยวไป๋หันมาพยักหน้ารับ

ข้ามีนามว่ามี่ถง มี่ถงถามอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะกลัวว่าจะเป็นการล่วงเกินอีกฝ่าย ข้า...ขอทราบนามของท่านได้หรือไม่

รอยยิ้มเบาบางคล้ายมิได้ยิ้ม ถูดจุดขึ้นมาบนริมฝีปาก นามของข้าคือไป๋เสวียน

ชั่วพริบตานั้นร่างสูงสง่าเบื้องหน้าก็หายลับไปราวกับภูตผี มี่ถงได้แต่มองตามสายลมที่พัดพาคนผู้นั้นไป ริมฝีปากได้รูปพึมพำตามที่อีกคนเพิ่งกล่าว ไป๋เสวียนหรือ

ในเวลานี้นามนี้สำหรับมี่ถงแล้วคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิต แต่จิ้งจอกหนุ่มมิมีทางรู้ได้เลยว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ นามของคนผู้นี้จะตอกฝังลึกลงไปบนหัวใจ กลายเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตที่เหลืออยู่ของเขา บุพเพแปลกประหลาดนี้ ก็เริ่มต้นขึ้นเช่นนี้แหละ


พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

เพจ เถียนซิน
ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 580 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1104 littlefoolmoon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 15:21
    กฏหมายมนุษย์คุ้มครองถึงเยาวชนปีศาจไหมเอ่ย
    #1,104
    0
  2. #1053 K.white wine (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 15:17
    หลงเขาแล้วไป๋เสวียนนนน
    #1,053
    0
  3. #1048 Kamobee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:09

    มีคู่กับเค้าแล้ววววว
    #1,048
    0
  4. #936 DBJJKM97 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 01:18
    หุหุมาแล้วเสี่ยวไป๋กะมี่ถงงงง
    #936
    0
  5. #866 Danik_z (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 18:18
    เขินคู่นี้มากกกกหหด้่รนยยง
    #866
    0
  6. #843 sayupung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:01
    กลายเป็นหนุ่มหล่อแล้วก็ยังคงความตะกละเหมือนเดิมเลยเจ้าแมวหมู
    #843
    0
  7. #786 มากิริจัง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 17:04
    ชอบบทนี่อ่ะ
    ความรักที่เริ่มพัฒนามาจากความเอ็นดู
    ท่านผู้เฒ่าโคตรทวดแมว
    จะกินจิ้งจอกเด็กน้อย
    #786
    1
    • #786-1 Hanfeng(จากตอนที่ 21)
      8 ตุลาคม 2562 / 17:15
      เสี่ยวไป๋เสวี่ยน : ง่าวววว ข้ามิใช่ท่านผุ้เฒ่าโคตรทวดแมวนะเจ้ามนุษย์! ข้าเป็นพยัคฆ์หนุ่มต่างหากเล่า
      5555 เรียกเจ้าอ้วนเสี่ยวไป๋ได้น่ารักมากๆ เลยค่ะ เราชอบ 5555
      #786-1
  8. #765 MookMokarin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 17:38
    น่ารักกกอีกแล้วววว
    #765
    0
  9. #759 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:06
    คู่นี้น่าจะหรรษา
    #759
    0
  10. #735 พี่แว่น;เจวายพี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:50
    เขินไปหมดเลยอ่ะ กรี้ดดดดด
    #735
    0
  11. #653 trp1021 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:23
    "ย่อมเป็นเจ้า" ลั่นเลย ตบโต๊ะดังมาก 555555
    #653
    0
  12. #621 iiวมlwรน้oe (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:50
    อยากอ่านคู่จอมมารรร
    #621
    1
    • #621-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      31 มีนาคม 2562 / 18:29
      รอก่อนนนนน เมี่ยวเอ๋อร์จบถึงจะเริ่มเขียนพร้อมๆ กับภาคแยกอีกเรื่องนะคะ^^
      #621-1
  13. #596 XINDEER (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 12:31
    องค์หญิงคือไม่มีใครเอาสุด
    #596
    0
  14. #568 PM170146 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:18
    อยากอ่านมากกกกกก
    #568
    0
  15. #567 rujira3199 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:10
    อยาก

    จิ
    อ่าน
    #567
    0
  16. #564 NiGhte N.S.N. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:38
    อยากอ่านนนนนนน
    #564
    1
    • #564-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:25
      รอก่อนนะคะ ^^
      #564-1
  17. #563 F9tiss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:45
    อยากบอกว่าเราร้องไห้ไปเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ

    ดีใจที่ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
    #563
    1
    • #563-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:25
      รอก่อนนะคะ ^^
      #563-1
  18. #562 saitgong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:05
    อยากอ่านนนนนนนนน ท่านแม่ทัพพพน่าสงสารจากงูน้อยกลายเป็นงูโหด
    #562
    1
    • #562-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:35
      น้องงูเป็นคนไสยไสย
      #562-1
  19. #561 บ้านอยู่บนดาวอังคาร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:51
    โหยยยย เกือบร้องไห้ละ
    #561
    0
  20. #555 baimon2003 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:22
    อยากอ่านนนน
    #555
    0
  21. #554 Mifeng (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:05
    อยากอ่านค่ะ ฮื่ออพลิกมากกกก เอาน้ำตาเราคืนม๊าาาา ฉากเผาป่า กระโดนหน้าผาคทอร้องหนักมากอ่ะ 5555555
    #554
    1
    • #554-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:06
      ซินขอโทษ~~~ (กระพริบตาอ้อน)
      #554-1
  22. #552 N\'noey Butter (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:46
    แน่นอนนนน ว่าต้องบอกว่าอยากอ่านค่ะ!
    #552
    1
    • #552-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:49
      เข้าทีมนั่งรออย่างเป็นระเบียบจ้า ไม่ยืนรอนะคะมันเมี่อย อิอิ
      #552-1
  23. #551 Redharing (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:30

    ชอบท่านจอมมมาร งูน้อยผู้ไม่รู้จักความรักในตอนนั้น มาตอนนี้....... ไว้อาลัยให้ท่านหยวน
    ปล.อยากอ่านตอนของท่านจอมมารนะคะไรท์
    #551
    1
    • #551-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:31
      รอน้าาาา เขียนให้อ่านแน่นอนจ้าาา
      #551-1
  24. #547 Chrysola (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:17
    อยากอ่านเรื่องแยกค่ะ ท่านแม่ทัพใจกล้ากับเมียจอมมารของเค้า 55555555+
    #547
    3
    • #547-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:24
      แก้ตัวเร็วขนาดนี้ไม่น่าจะใจกล้าแล้วมั่งคะ 5555
      #547-1
    • #547-3 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:32
      ขอให้หยวนเหอโชคดี อาเมน 5555+
      #547-3
  25. #546 Chrysola (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:15

    พี่หยวนสู้ๆ นะคะ พี่ต้องรอดแน่นอน เพราะเมียให้เลือกปุ๊บ พี่ตอบเลือกเมียทันที พี่หยวนอยู่เป็นสุดๆ //ใครจะชิ่งหนีเร็วเท่าอาเล่อ ไม่มี๊ 55555
    #546
    1
    • #546-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
      เล่อเล่อก็อยู่เป็นสุดเช่นกัน เรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว 555+
      #546-1
  26. #545 แว่นน้อยอาราเล่ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
    อยากอ่านตอนท่านจอมมารค่าา
    #545
    1
  27. #544 nyde (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:07
    คู่ของอาจารย์เราอยากอ่าน.........
    #544
    1
    • #544-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26
      เปิดเรื่องใหม่ก่อน รอน้าาาา
      #544-1