หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 19 : บทที่.15 [รีไรท์] กราบอาจารย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 829 ครั้ง
    25 ก.ย. 62

บทที่.15

กราบอาจารย์

เฟยเมี่ยวหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งอาการเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้างก็ทุเลาลงมากแล้ว มี่ถงเล่าว่า หลังเขาหลับไปเหวินฮุ่ยเฉิงนำยาวิเศษชนิดหนึ่งมาทาให้ จากนั้นบอกเพียงสั้นๆ ว่าพักผ่อนอีกวันก็สามารถเดินเหินได้เช่นเดิมแล้ว กล่าวจบทั้งคนทั้งแมวก็หายหน้าไปตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังมิเห็นวี่แวว

มีเด็กรับใช้นำอาหารมาส่งให้ถึงห้อง แต่เฟยเมี่ยวก็กินไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหวินฮุ่ยเฉิงหายไปนานถึงเพียงนี้ มิใช่ว่าเรื่องราวที่เขาก่อขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้อีกฝ่ายไปแล้วหรอกนะ ยิ่งคิดถึงความเป็นไปได้นี้ความอยากอาหารของเขาก็ยิ่งลดลง

มี่ถงเฝ้าดูผู้เป็นนายเขี่ยข้าวในถ้วยไปมาอยู่เกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว เขารู้ว่านายน้อยกังวลเรื่องอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าใจนายน้อยนั้นกังวลตรงจุดไหน แต่เหตุการณ์ในยามนี้เขาควรพานายน้อยไปจากที่นี่เสีย ตำหนักซือโฮ่วเดิมทีก็คือสถานที่ลงทัณฑ์เทพและมารที่ก่อกรรม ทำผิดต่อฟ้าทำร้ายผู้อื่น นายน้อยทำร้ายองค์หญิงเผ่าสวรรค์ ทั้งไป๋หนิงเซียนยังมีความสัมพันธ์อันดีกับคนที่นี่ ต่อให้เหวินฮุ่ยเฉิงเลือกที่จะเมินเฉยต่อเรื่องนี้เพื่อปกป้องนายน้อยของเขา แต่ใช่ว่าผู้อื่นจะยินยอม

ยังไม่ต้องพูดถึงเผ่าสวรรค์ที่ชอบพูดว่าตนเองนั้นมีคุณธรรมล้นฟ้า แค่ผู้อาวุโสทั้งหลายในตำหนักซือโฮ่วก็คงสามารถสร้างความลำบากให้นายน้อยได้ โทษอย่างเบาก็คงถูกตัดมือสักข้างเพื่อชดใช้ แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคนพวกนั้นอาจถึงขั้นบีบให้เหวินฮุ่ยเฉิงส่งนายน้อยเข้าสู่เตาหลอมกระดูก[1]

ในยามนี้เขาไม่สามารถเสี่ยงเดิมพันความปลอยภัยของนายน้อยกับเหวินฮุ่ยเฉิงได้ มีใจให้นายน้อยมันก็เรื่องหนึ่ง หน้าที่มันก็เรื่องหนึ่ง เขายังมองไม่เห็นเส้นทางที่เหวินฮุ่ยเฉิงจะเลือกนายน้อยของเขามากกว่าหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติมาทั้งชีวิต

ถงถงข้าอิ่มแล้ว” เฟยเมี่ยววางตะเกียบลง

ทานอีกนิดนะขอรับ จะได้มีแรงเดินทางไกล” มี่ถงกล่าวอย่างนุ่มนวล

เดินทางไกล?” เฟยเมี่ยวขมวดคิ้ว ไปไหน?”

กลับหุบเขาซูเม่ยขอรับ”

กลับได้หรือ เราออกไปจากที่นี่ได้หรือ” เฟยเมี่ยวถามอย่างไม่แน่ใจ

ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองนั้นจะไข้กลับแล้ว คล้ายว่าสติจะเลือนลาง

ได้สิขอรับ” มี่ถงหยิบแผ่นหนังเก่าๆ แผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วกางออกให้เขาดู

แผนที่?

เขามองมี่ถงอย่างขอคำอธิบาย

มี่ถงชี้ไปที่ใจกลางของแผนที่ นี่เป็นแผนที่ทุกซอกทุกมุมและค่ายกลต่างๆ ของตำหนักซือโฮ่วขอรับ เมื่อคืนข้าอ่านและจดจำมันมาได้ทั้งหมดแล้ว ตอนนี้หากคิดออกไปก็สามารถทำได้”

เป็นเช่นนี้เอง” เฟยเมี่ยวพยักหน้า

แต่เขาจะไปได้อย่างไร  อย่างน้อยก็ต้องได้รู้ก่อนว่าตัวเขาเองมิได้สร้างความเดือดร้อนให้เหวินฮุ่ยเฉิงมากนัก มิเช่นนั้นเขาคงจากไปไหนอย่างสบายใจไม่ได้ สร้างปัญหาไว้ให้คนอื่นตามแก้ไขไม่ใช่นิสัยของเขา ในเมื่อกล้าทำ ทำไมจะไม่กล้ารับ

ว่าแต่...เจ้าไปได้แผนที่นี้มาได้อย่างไร”

รอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าค่อยๆหายไป มี่ถงหลบตาผู้เป็นนาย จะบอกได้อย่างไรว่าเขา…. ไปล่อลวงเอากับเจ้าแมวพุงย้วยมาตอนมันเมาเมื่อคืนก่อน

เฟยเมี่ยวหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด “มิใช่ว่าไปขโมยมาหรอกนะ”

แน่นอนว่ามิใช่ ความจริงเสี่ยวไป๋มอบให้ข้าไว้ดูเล่นน่ะขอรับ” แต่ทำให้มอบให้ด้วยวิธีไหนก็อีกเรื่อง

มอบให้ข้าไว้ดูเล่น? แผนที่ค่ายกลต่างๆ เอาไว้ดูเล่นได้เรอะ

ยังไม่ทันจะได้คาดคั้นเอาความ ก็มีเสียงเอะอะมะเทิ่งดังมาจากด้านนอก

มารน้อยเจ้าออกมา!!”

มารชั่ว ต้องได้รับโทษทัณฑ์”

เจ้าตำหนักโปรดให้ความเป็นธรรมกับองค์หญิงหนิงเซียนด้วย”

สารพัดคำกล่าวทั้งอ้อนวอนขอความเป็นธรรมให้ไป๋หนิงเซียน และสาปแช่งเขาดังขึ้นจนน่ารำคาญ  เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น นี่มีประท้วงด้วยเหรอ เขากล่าวออกมาเสียงแผ่วว่า ถงถงประคองข้าที”

มี่ถงทำตามอย่างว่าง่าย “นายน้อยจะไปไหนขอรับ”

ออกไปดูข้างนอก”

มี่ถงลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมพาเขาออกไป เมื่อเดินออกมาถึงลานกว้าง เฟยเมี่ยวก็พบกับคนของตำหนักซือโฮ่วจำนวนมากกำลังคุกเข่าอยู่

บ้างดูโกรธแค้นขุ่นเคือง บางดูเบื่อหน่าย บ้างทำหน้าเหมือนคนถูกบังคับให้มา คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นผู้อาวุโสคนเก่าคนแก่ที่ไม่พอใจต่อการกระทำอันโหดเหี้ยมของเฟยเมี่ยวในครั้งนี้ จึงคิดมาขอให้เหวินฮุ่ยเฉิงลงโทษอีกฝ่าย อีกส่วนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายที่ถูกอาจารย์ของตนลากมาเพื่อกดดันเจ้าตำหนักเหวินโดยมิได้เต็มใจนัก

นั่น มารชั่วอยู่ตรงนั้น!!” มีเสียงของลูกศิษย์คนหนึ่งดังขึ้นและชี้นิ้วมาทางที่เฟยเมี่ยว และมี่ถงยืนอยู่

คนทั้งหมดต่างลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่าทอเขา จนเฟยเมี่ยวทนไม่ไหว เขาปรายตามองตัวน่ารำคาญพวกนี้เพียงนิด กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า “พูดพอหรือยัง”

จิ้งจอกชั่ว จนถึงตอนนี้ก็ยังมิสำนึกผิดชอบหรือ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า แล้วถามเขา

ต้องสำนึกเรื่องอะไร”

เจ้าทำร้ายผู้อื่น อีกทั้งนางยังเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง”

เฟบเมี่ยวกลอกตาไปมา นางทำข้าก่อน”

ถึงกลับกล้าใส่ร้ายองค์หญิงน้อยเชียวหรือ ชั่วช้ายิ่งนัก มิมีบิดามารดาคอยอบรมสั่งสอนหรือไร จึงได้ต่ำช้าเช่นนี้” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวด้วยโทสะ

เฟยเมี่ยวเอ่ยเสียงเย็น “อย่าลามปามมารดาข้า”

มารดาเจ้าแล้วอย่างไร สามารถคลอดลูกออกมาเป็นตัวบัดซบได้เช่นนี้ นางก็คงมิใช่ตัวดีอะไร”

หุบปาก!!”  

เฟยเมี่ยวดีดลูกแก้วอสนีบาตใส่คนที่กล้าว่ากล่าวมารดาของเขา ด่าว่าเขาอย่างไรเขายังอดกลั้นได้ แต่หากคิดลามปามถึงมารดา เขาไม่ไว้หน้าแน่

ผู้คนที่เหลือเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมตำหนักและอาจารย์ของตนถูกทำร้ายก็มีโทสะขึ้นมา พุ่งตัวเข้าใส่เฟยเมี่ยวทันที

แต่ก็เป็นมี่ถงที่ออกหน้ารับแทน ขวางทางปกป้องผู้เป็นนาย ตัวนายน้อยร้อนอย่างกับไฟหากปล่อยให้สู้กับคนมากมายเช่นนี้คนเดียว คงมิใช่เรื่องดีแน่

เกิดการปะทะย่อมๆ ขึ้นบริเวณลานกว้างของเรือนใหญ่ ใช่ว่ามี่ถงจะกันคนมากมายเช่นนี้ออกได้หมดแน่นอนว่ามันต้องหลุดมาถึงเขาบ้าง

ในตอนที่เฟยเมี่ยวเริ่มรู้สึกว่าร่างกายของตนเองหนักอึ่งจนแบกรับไม่ไหวนั้น ก็มีเสียงของกระบี่เล่มหนึ่งแวกอากาศพุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตเขา ในตอนนั้นเองก็มีแสงสีแดงเพลิงลอยลงมาจากท้องฟ้า ปราณมารสายหนึ่งซัดกระบี่เล่มนั้นและผู้เป็นเจ้าของจนกระเด็นไปติดกับกำแพงกระอักเลือดออกมา

หยุดมือ!!”

เหวินฮุ่ยเฉิงที่กลับมาถึงเรือนพอดีเมื่อเห็นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายตรงหน้าก็ส่งเสียงออกคำสั่งขยายความดังออกไปด้วยปราณเพื่อหยุดยั้งทุกสิ่ง

ซูเม่ยอิงประคองบุตรชายเอาไว้ได้ทันก่อนที่เฟยเมี่ยวจะล้มลง นางขมวดคิ้วมุ่น เจ้าลูกโง่ตัวร้อนถึงเพียงนี้ยังจะฝืนสู้อีก

นางมองผู้คนที่กล้ารุมรังแกบุตรชายของนางด้วยแววตาคุกคาม กล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้ากล้ารังแกบุตรชายของข้า ไม่รักชีวิตแล้วใช่หรือไม่”

ผู้อาวุโสเฒ่าผู้หนึ่งที่มิได้เข้าไปร่วมก่อความวุ่นวายกล่าวอย่างตื่นตระหนกว่า “ซูเม่ยอิง เป็นราชินีจิ้งจอกซูเม่ยอิง!!”

เสียงของผู้คนดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง และต่างก้าวถอยหลังจากตรงที่ซูเม่ยอิงยืนอยู่

คำนับเจ้าหุบเขา” มี่ถงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดเจ้าหุบเขาก็มาช่วยนายน้อยแล้ว

ลำพังเขาคนเดียวคงปกป้องนายน้อยจากผู้คนมากมายเช่นนี้มิได้ แต่หากมีเจ้าหุบเขายู่ ต่อให้เป็นขุนพลเทพสวรรค์มาเองนายน้อยก็จะปลอดภัย

เหวินฮุ่ยเฉิงเมื่อเห็นว่าเฟยเมี่ยวคล้ายว่าอาการไม่สบายกำเริบแล้ว ก็คิดก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่กลับถูกคนข้างกายรั้งแขนไว้

เฟยเมี่ยวกล่าวเสียงแหบแห้งว่า “ท่านแม่”

พักเสีย ผู้ใดรังแกเจ้า มารดาจะคิดบัญชีกับมันเอง” ซูเม่ยอิงลูบหลังผู้เป็นบุตรอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวกับกลุ่มคนที่เหลืออย่างเย็นชา “ว่าอย่างไร หากไม่รักชีวิตแล้วข้าก็จะได้รับไว้”

ผู้คนที่คิดทำร้ายเฟยเมี่ยวเมื่อครู่ที่ไม่รู้จักราชินีจิ้งจอกซูเม่ยอิงก็แล้วไปเถอะ แต่ที่รู้จักก็ได้แต่กล่าวอย่างเสียขวัญในใจว่า 'หายนะแล้ว’

ท่านน้าโปรดยั้งมือ” เหวินฮุ่ยเฉิงคำนับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

ซูเม่ยอิงปรายตามองเหวินฮุ่ยเฉิงอย่างเย็นชา พูดคุยกับเขาอย่างมิได้ใส่ใจนัก

มิพบกันนาน เจ้าโตเป็นหนุ่มแล้ว” นางมองเลยไปยังคนที่อยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย “ทั้งยังเป็นหนุ่มน้อยเนื้อหอมเสียด้วย”

 

คำชมนี้ ผู้หลานมิกล้ารับไว้”

เอาเถอะ เรื่องไหนยังไม่ควรกล่าวถึงก็อย่าเพิ่งไปพูดถึงมันเลย ยามนี้ข้าเพียงต้องการชีวิตคนเท่านั้น จะมอบให้หรือไม่”

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวเนิบช้า “เกรงว่าจะไม่ได้”

หึ คิดขวางหรือ”

ผู้หลานมิกล้า เพียงแต่ผู้อาวุโสทั้งหลายเป็นคนเก่าคนแก่ของตำหนักซือโฮ่ว จึงอยากให้ท่านน้าไว้ไมตรีสักครั้งเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนกับท่านแม่”

ซูเม่ยอิงหัวเราะออกมา “เอามารดาเจ้ามาอ้างแล้วได้อะไร ความสัมพันธ์ของข้ากับแม่เจ้า ก็คือของข้ากับแม่เจ้า นับรวมกับความไม่เป็นธรรมที่บุตรชายข้าต้องพบเจอได้หรือ”

“...”

เจ้าพาเฟยเอ๋อร์กลับมาด้วย ข้ามิคิดขวาง เห็นความใส่ใจที่เจ้ามีให้บุตรชายข้าก็คิดปล่อยวางทำใจแล้ว” นางกล่าวต่อไปว่า “แต่แค่ไม่กี่วันที่เฟยเอ๋อร์อยู่ที่นี่กลับต้องพบเจอเรื่องราวเลวร้ายไม่หยุดหย่อน ข้าถามหน่อยหากเจ้าเป็นข้า ยังจะกล้าทิ้งให้บุตรอยู่ในสถานที่เช่นนี้หรือไม่”

เป็นผู้หลานไร้ความสามารถปกป้องเฟยเอ๋อร์มิได้” เหวินฮุ่ยเฉิงยังคงเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น

แน่นอนว่าเป็นเจ้านั่นแหละที่ไร้สามารถ”

เป็นมารชั่วนั่นต่างหากที่ทำร้ายข้า!!”  ไป๋หนิงเซียนเอ่ยแทรกขึ้น

ซูเม่ยอิงถลึงตามองนาง ใครให้เจ้าสอดปากพูด เป็นถึงองค์หญิงเผ่าสวรรค์ แต่กิริยากลับคล้ายหญิงงามเมืองที่ใช่วิธีต่ำช้าเพื่อแย่งแขกกัน บิดามารดามิสั่งสอนหรือ”

เจ้า!!”

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวว่า เสี่ยวเซียนอย่าเสียมารยาท”

แต่นางด่าข้า”

ท่านน้าเม่ยอิงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับมารดาข้า หากเจ้าไม่คิดไว้หน้าข้าก็ควรไว้หน้าท่านแม่ของข้าบ้าง”

ไป๋หนิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่นสะกดกลั้นอารมณ์

ท่านแม่อย่าสร้างความเดือดร้อนให้อาเฉิงอีกเลย ข้าไม่เป็นไร” เฟยเมี่ยวกล่าวเสียงแผ่ว

หากเป็นยามปกติเขาก็คงอยากจะสับคนพวกนี้ให้เป็นพันเป็นหมื่นชิ้นอยู่หรอก แต่พอเห็นหน้าคนแซ่เหวินแล้ว เขากลับรู้สึกว่าไม่ควรให้เรื่องนี้มันบานปลาย

เฟยเมี่ยวผละออกจากอ้อมแขนของมารดา ก้าวเดินเข้าไปหาเหวินฮุ่ยเฉิงด้วยขาที่อ่อนแรง “เจ้าหายไปไหนมา”

ข้า…” เหวินฮุ่ยเฉิงเบี่ยงหน้าหนีไม่คิดสบตา “ข้าคิดมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดก็ได้คำตอบแล้ว”

คำตอบอะไร?”  เฟยเมี่ยวถามกลับอย่างงุงงง เขาถามอย่างทำไมอีกฝ่ายต้องตอบอีกอย่างด้วย

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวเนิบช้า หากคิดจบปัญหาในครั้งนี้ เจ้าควรไปจากที่นี่เสีย”

หมายความว่าอย่างไร” หัวใจของเฟยเมี่ยวกระตุกไปหนึ่งจังหวะ เขาไม่เข้าใจจริงๆ หรือไม่ก็คงเป็นความรู้สึกไม่อยากจะเข้าใจในความหมาย

ตามที่กล่าวมา หากเจ้าไม่ไปจากที่นี่ ผู้คนในตำหนักซือโฮ่วจะต้องเดือดร้อน”

เฟยเมี่ยวถามเสียงแผ่ว “ความหมายของเจ้าคือ เรื่องนี้ตำหนักซือโฮ่วไม่คิดยุ่ง ตัวเจ้าไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับข้าอีกใช่หรือไม่”

เหวินฮุ่ยเฉิงหันกลับมามองดวงหน้างามที่ฉายชัดถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน จากนั้นก็เบนสายตาไปมองทางอื่น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ใช่”

มิคิดฟังข้าอธิบายเลยหรือ เหตุใดเจ้าไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงคิดว่าคนที่ควรไปคือข้า” เฟยเมี่ยวเริ่มถามคำถามที่ปะทะเข้ามาในศีรษะที่เริ่มปวดร้าว

“...เพราะเจ้าทำร้ายเสี่ยวเซียน”

ข้าไม่ได้เริ่มก่อน…”

ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าไปเสียเถอะ”

กล่าวจบเฟยเมี่ยวก็พบว่า คนผู้นี้ก็ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีก

เหวินฮุ่ยเฉิงจูงมือของไป๋หนิงเซียนเดินเข้าเรือนไป ต่อหน้าต่อตาของเฟยเมี่ยวที่มองอยู่ตลอด แต่สิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้ กลับมีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันของไป๋หนิงเซียนเท่านั้น

เหวินฮุ่ยเฉิงเจ้า!”  มี่ถงตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยโทสะ

เดี๋ยว” ซูเม่ยอิงรั้งเหวินฮุ่ยเฉิงไว้ “คิดทำเช่นนี้จริงหรือ”

“...”

จะไม่เสียใจในภายหลังแน่นะ”

“...”

เอาเถอะ ในเมื่อเลือกแล้วก็แล้วแต่เจ้า”

ฮุ่ยเฉิงน้อมส่งท่านน้า”

แต่ในยามนี้เฟยเมี่ยวหาได้ฟังไม่ ว่าท่านแม่ห้ามปรามมี่ถงว่าอย่างไร ไม่ได้ฟังว่าซูเม่ยอิงรั้งอีกฝ่ายไว้แล้วคุยอะไรกัน

เรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิดเหมือนใกล้จะหมดลง คงเพราะพิษไข้ละมั้งมันถึงได้ร้อนที่ขอบตา ทั้งยังไม่แน่ใจว่าศีรษะกับหัวใจอะไรที่มันรู้สึกเจ็บปวดมากกว่ากัน

มีคำถามมากมายที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจ เขาเป็นคนผิดจริงๆ น่ะเหรอ  เขาเหรอที่ควรต้องไป ในเมื่อจะเป็นอย่างนี้ทำไมตอนแรกถึงช่วยเขา ถึงทำเหมือนเข้าข้างเขา ทำไมกันนะ….

ซูเม่ยอิงมองแผ่นหลังบางของบุตรชายที่ยามนี้กลับยิ่งดูบอบบางและเล็กลงจนน่าใจหาย นางใช้หนึ่งฝ่ามือซัดใส่กลุ่มคนที่ยังอยู่ตรงนี้เพื่อระบายอารมณ์ ใครจะตายก็ช่างมันเถอะ

นางกล่าวออกมาเสียงดังอย่างหงุดหงิดใจว่า “ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง บุตรชายของข้า เจ้าคิดพากลับมาก็พากลับ คิดขับไล่ไปก็คือต้องไป”

นางเดินเข้าไปหาผู้เป็นบุตร ยกมือขึ้นลูบหัวของเขาอย่างปลอบโยน “เจ้าของบ้านเขาไล่แล้ว ก็กลับบ้านกับแม่เถอะเจ้าลูกโง่”

เหมียววว  

ในตอนที่กำลังจะเดินจากไปที่เท้าของเฟยเมี่ยวก็มีก้อนกลมๆ สีดำ เข้ามาคลอเคลีย ทั้งยังส่งเสียงเหมียวๆ ไม่หยุด เป็นเจ้าเสี่ยวไป๋ที่วนเวียนอยู่รอบตัวมิยอมให้เขาจากไป

เฟยเมี่ยวก้มมองดูมัน จากนั้นก็ตัดสินใจอุ้มมันขึ้นมากอดไว้ แล้วกล่าวอย่างเหนื่อยล้าว่า “อยากพูดอะไรก็พูดเร็ว ข้าต้องไปแล้ว”

ข้าจะไปด้วย”

อือ...เจ้าว่าไงนะ” เขาขมวดคิ้วมองแมวในอ้อมกอด

เสี่ยวไป๋ใช้หางนุ่มพันรอบข้อมืองาม ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”

ไม่ได้!”  มี่ถงดึงเสี่ยวไป๋ออกจากมือของเฟยเมี่ยว

เจ้ายุ่งอะไรด้วย” เสี่ยวไป๋เอ่ยอย่างไม่แยแส

ใครจะให้แมวผีเช่นเจ้ากลับไปด้วยกัน เจ้ากลับไปอยู่กับเจ้านายของเจ้าเสีย”

เสี่ยวเฟยเฟย ข้าไปด้วยนะ ข้าไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับองค์หญิงนั่น”

เสี่ยวเฟยเฟยคำๆ นี้ถึงกับทำให้เฟยเมี่ยวที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้สติกลับมา นี่มิใช่ว่าเอ็นดูเขาเกินเหตุใช่ไหม แล้วที่สำคัญที่เรียกเขาด้วยคำๆ นี่คือแมวนะ แมวอะไม่ใช่คน

อยากมาก็มาเถอะ” ซูเม่ยอิงตัดรำคาญ

เจ้าหุบเขา!”

แล้วทั้งหมดก็ขึ้นราชรถที่ซูเม่ยอิงนำมาด้วยแล้วเดินทางกลับหุบเขาซูเม่ย…..

พอลับสายตาไป เหวินฮุ่ยเฉิงก็ปล่อยมือที่จับจูงไป๋หนิงเซียนออก แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ขอโทษก็มิต้องทำแล้ว เจ้าก็กลับเรือนพักไปเสีย”

ท่านพี่อาเฉิง นี่ท่าน…” ไป๋หนิงเซียนก้มมองมือตนเอง

นางมิเข้าใจ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเมื่อครู่ท่านพี่อาเฉิงเลือกนาง แล้วเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้

ต้องให้ข้าพูดอีกครั้งหรือ”

ท่านทำแบบนี้ทำไม”

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวอย่างเย็นชา มิใช่เรื่องของเจ้า”

ท่านพี่อาเฉิง!!” นางกรีดร้องออกมา “มันดีกว่าข้าตรงไหน เป็นแค่เผ่ามารต่ำต้อยมันเทียบข้าได้ตรงไหน!!”

เหวินฮุ่ยเฉิงกลับไม่เหลียวมองแม้เพียงหางตา ทั้งยังกล่าวอย่างไร้เยื่อใยว่า “อย่าคิดเอาตนเองมาเทียบกับเฟยเอ๋อร์ เจ้าไม่มีอะไรที่เทียบเขาได้ ”

ท่านว่าข้า ตั้งแต่เด็กจนโตท่านไม่เคยว่ากล่าวข้าสักครั้ง แต่พอมีมันเข้ามา ท่านกลับดุด่าข่มขู่ข้า ข้าเกลียดมัน เกลียดจิ้งจอกชั่วนั่น เกลียดๆๆ!”

หุบปาก!!” ไอเย็นจากปราณน้ำแข็งแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

เหวินฮุ่ยเฉิงหันกลับมา แววตาดุร้ายคุกคามคล้ายไม่ใช่เหวินฮุ่ยเฉิงที่ไป๋หนิงเซียนเคยพบ นางถอยห่างจากเขาอย่างหวาดกลัว

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวว่า “ที่ทำไปเมื่อครู่เป็นความฝืนทนของข้า เจ้าอย่าได้เข้าข้างตนเอง ที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังคงต้องเป็นเช่นนั้น เจ้ากล้าแตะต้องคนของข้า เจ้าก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เมื่อถึงเวลาหากยังดึงดันมิยอมรับผิด ข้าจะให้เผ่าสวรรค์กลายเป็นทะเลเลือด”

คนจากไปแล้ว ไป๋หนิงเซียนทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลออกมาแต่กลับไร้ซึ่งเสียงสะอื้น นางตัวสั่นงันงกไปด้วยความหวาดกลัว ความผิดเพียงเท่านี้ถึงกับคิดทำลายชีวิตนางเชียวหรือ คนเมื่อครู่มิใช่ มิใช่ท่านพี่อาเฉิงของนางอีกแล้ว...

เดินทางมาได้สักพักซูเม่ยอิงที่เห็นผู้เป็นบุตรเงียบเชียบเหม่อลอยก็กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เร็วไม่ช้าว่า

ไม่มีใจ ก็ควรแยกจากนั่นถูกต้องแล้ว เรื่องนี้ก็เห็นอยู่ ว่าเจ้าตำหนักเหวินเลือกคนเผ่าสวรรค์ มิใช่จิ้งจอกน้อยที่แสนซุกซนเช่นเจ้า”

เฟยเมี่ยกล่าวทั้งรอยยิ้มแห้งแล้ง ท่านแม่ ท่านจะซ้ำเติมข้ารึ”

มิใช่ มารดาแค่เตือน”

หึ ข้าไม่อยากได้ลูกเขยเสียอย่าง อย่างไรก็จะขอขัดขวางเจ้าเด็กแซ่เหวินให้ถึงที่สุดละนะ

หุบเขาซูเม่ย

เฟยเอ๋อร์ของแม่” หลิ่งฮวากอดบุตรชายของนางไว้แน่น

ซูเม่ยอิงกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย

เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง นี่ นี่เจ้ามีไข้หรือ!!”

ท่านแม่ข้าไม่เป็นไร” เฟยเมี่ยวยิ้มบาง เพื่อยืนยันคำว่าไม่เป็นไรให้อีกฝ่ายสบายใจ

หลิ่งฮวายังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชาย เอาเถอะ มี่ถงพานายน้อยของเจ้ากลับไปพักเสีย ส่วนเจ้านังจิ้งจอกไปตามท่านหมอมา”

ซูเม่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น ชี้นิ้วเข้าหาตนเอง “เหตุใดจึงเป็นข้าเล่า”

ก็ข้าจะไปต้มโจ๊กให้ลูก”

ก็ใช้เด็กรับใช้สิ” เรื่องอะไรต้องเดินไปเอง

หลิ่งฮวาเท้าสะเอวจ้องเขาเขม็ง “เดินแค่นี้จะตายรึ”

“...” ข้าไปก็ได้!!

ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว หลังจากที่เฟยเมี่ยวต้องนอนซมเพราะพิษไข้ ร่างกายนี้ถึงอย่างไรก็เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอก เมื่อเจ็บป่วยจึงหายช้ากว่าร่างกายของจิ้งจอกทั่วไปมากนัก

ยามนี้เฟยเมี่ยวกำลังเอนกายนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนต้นใหม่ใหญ่ต้นหนึ่ง ในมือยังมีผลไม้ที่หยิบติดมือมากินด้วย เสี่ยวไป๋เองก็นอนขดตัวอยู่บนหน้าท้องของเขาอย่างสำราญใจ

แมวขี้เกียจตัวนี้ วันๆ ไม่ยอมห่างกายเขาไปไหน เอาแต่เดิมตามต่อยๆ พอไล่ให้ไปเล่นที่อื่นก็หลับใส่เสียอย่างนั้น บางครั้งถึงขนาดถูกมี่ถงจับโยนทิ้งก็เคยมี

หลิ่งฮวามองดูบุตรชายของตน ที่ป้อนผลไม้แมวอ้วนที่พากลับมาด้วยไปพลางเหม่อมองท้องฟ้าไปพลาง ทำตัวคล้ายคนเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา มิใช่ว่านางเพิ่งสังเกตเห็น แต่เป็นเพราะไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้บุตรชายทำตัวคล้ายคนที่กำลังทุกใจเช่นนี้ นางจึงมิได้กล่าวออกมา

เจ้าว่าเฟยเอ๋อร์ดูแปลกไปหรือไม่” หลิ่งฮวาถามคนข้างกาย

ซูเม่ยอิงปรายตามองคราหนึ่ง แล้วกล่าวว่า เดี๋ยวก็หายดี”

นางหันหน้ามองซูเม่ยอิงที่ตอบกลับมา ทั้งยังหยอกล้อกับลูกจิ้งจอกของข้ารับใช้ในหุบเขา ที่เพิ่งคลอดเมื่อสองวันก่อน  “เจ้ารู้อะไรมา”

ซูเม่ยอิงชะงักไปหนึ่งจังหวะ จากนั้นกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ไม่รู้”

หลิ่งฮวาหรี่ตามองอย่างจับผิด “มิใช่ว่าเจ้าไปทำอะไรไว้หรอกนะ?”

ไม่มี๊” ราชินีจิ้งจอกหลบตา

นังจิ้งจอก สารภาพออกมา” นางเดินเขาไปใกล้อีกฝ่าย “เจ้าไปก่อเรื่องอะไรไว้ ลูกถึงได้เป็นเช่นนี้”

ก่อนหน้าที่ซูเม่ยอิงจะมาบอกล่าวว่าจะไปรับเฟยเอ๋อร์ของนางกลับบ้าน นางก็พอรู้มาจากซูเม่ยอิงบ้างว่าบุตรชายที่ซุกซนของนางนั้น หลังจากที่แอบหนีออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่นาน ปราณมารในร่างก็ตื่นขึ้น ทั้งยังถูกบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งพากลับบ้านด้วย ในคราแรกที่รู้เรื่องนางก็ร้อนใจ คิดให้ซูเม่ยอิงออกไปตาม

แต่อีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยง เพียงบอกว่าผู้ที่พาเฟยเอ๋อร์ไป เป็นบุตรชายของพี่น้องร่วมสาบานของตน มิมีอะไรให้ต้องห่วง ถึงเวลาก็จะไปรับกลับมาเอง ในตอนนั้นไม่ว่าจะฟังและมองอย่างไรก็แค่คำพูดปัดความรำคาญและขี้เกียจเดินทางไกลก็เท่านั้น

ซูเม่ยอิงช่างใจอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหลิ่งฮวาหยิบแส้หนังงูออกมา นางก็ร้อนรนกล่าวว่า “บอกแล้วๆ ข้าบอกเจ้าแล้ว!”

หญิงชาวมนุษย์ผู้นี้หน้าตาหรือก็งดงามดีอยู่หรอก แต่นิสัยเหตุใดจึงเป็นสตรีป่าเถื่อนชอบใช้กำลังนัก ต่อหน้าเจ้าลูกโง่ที่ทำตัวเป็นมารดาผู้ใจดีมีคุณธรรมก็แล้วไปเถอะ แต่ลับหลังอะไรไม่ถูกใจก็เป็นอันต้องทำลายข้าวของ หนักสุดคือถึงขั้นลงไม้ลงมือกับนางที่เป็นถึงราชินีจิ้งจอกเชียวนะ

หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไป สิ่งที่สู้อุตส่าห์ห้ามปรามไว้ได้กลับไร้ผล หลิ่งฮวาฟาดแส้ใส่เขาอย่างไร้ความปราณี

นางโกรธจนตัวสั่นกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าบ้าไปแล้วหรือซูเม่ยอิง!”

“...” ซูเม่ยอิงที่หลบอยู่หลังฉากกั้นโผล่หน้าออกมามองเพียงนิดแต่มิได้ตอบโต้อะไร

จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร เหตุใดจึงทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กับลูกได้ลงคอ!!”

“...ข้า ข้าก็แค่ไม่อยากมีลูกเขย” ซูเม่ยอิงตอบกลับเสียงแผ่ว

หลิ่งฮวาสูดลมหายใจลึก แล้วเจ้าถามลูกหรือยัง ว่าเขามีใจให้กันหรือไม่ ถามเขาหรือยังว่าเฟยเอ๋อร์ชอบพอชายผู้นั้นหรือไม่”

ข้า…”

หึ ยังไม่ได้ถาม แต่ไปตัดสินใจแทนลูก ผลเป็นอย่างไร เฟยเอ๋อร์ต้องมานั่งเศร้า เหม่อลอย ยามอยู่ต่อหน้าพวกเรายังต้องคอยฝืนยิ้มให้” หลิ่งฮวาพยายามสะกดกลั้นโทสะอย่างสุดความสามารถ “เจ้าพอใจที่เป็นเช่นนี้จริงหรือ เห็นลูกเป็นเช่นนี้เจ้ามีความสุขจริงหรือ”

ข้า ข้าก็แค่” คำกล่าวทั้งหมดในยามนี้คล้ายว่าจะไร้ความหมายแล้ว

ดี ดียิ่งนัก ในเมื่อเจ้าคิดว่ามันดีแล้วก็แล้วแต่เจ้า จากนี้ก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”  หลิ่งฮวาขอบตาแดงก่ำ นางเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง

ซูเม่ยตาเหลือก “ฮวาเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์”

น้อยครั้งมากที่ซูเม่ยอิงจะเรียกขานอีกฝ่ายด้วยคำเรียกเช่นนี้ ปกติทั้งคู่นั้น ต่างคล้ายว่าไม่ถูกชะตากัน คอยแต่จะหาเรื่องทะเลาะกันได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังนั้น คนผู้เดียวที่ราชินีจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ยอมลงให้ กลับเป็นเพียงหญิงสาวชาวมนุษย์ผู้หนึ่ง ที่โชคชะตานำพาให้ได้พบกัน

ยามนี้ถูกอีกฝ่ายโกรธเคืองแล้ว ไม่มีทางที่ราชินีจิ้งจอกจะอยู่เฉยได้ แต่จะให้นางทำเช่นไรก็ในเมื่อทำลงไปแล้ว จะให้ไปสารภาพผิดกับบุตรชายยามนี้ นางคงถูกเมินอีกเป็นแน่

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะใช้วิธีไหนง้อคน นางจึงก้าวเดินไปยังห้องครัวอย่างรีบร้อน เมื่อไปถึงแน่นอนว่าการปรากฏตัวของเจ้าหุบเขาสร้างความแตกตื่นให้แก่เหล่าจิ้งจอกคนครัวเป็นอย่างมาก ที่น่าตื่นตระหนกยิ่งกว่าคือ เจ้าหุบเขาถึงขั้นลงมือทำอาหารด้วยตนเอง เรื่องเช่นนี้ต่อให้เอาไปเล่าขานทั่วแดนมายา ยังไม่แน่ว่าจะมีจิ้งจอกเชื่อถึงสองตนหรือไม่

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วซูเม่ยอิงก็รีบยกสำรับอาหารคาวหวานทั้งหมด ตรงไปยังห้องของหลิ่งฮวา แต่เมื่อมาถึงราชินีจิ้งจอกกลับเกิดอาการใจฝ่อขึ้นมา นางก้มมองอาหารในถาด และมองประตูห้องอย่างลังเลใจ ผ่านไปถึงหนึ่งก้านธูปจึงสามารถทำใจกล้าเคาะเรียกอีกฝ่ายได้

หลิ่งฮวา ข้าเอาอาหารมาให้ เปิดประตูหน่อย” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

นี่ มนุษย์ขี้โมโห หากมิกินตอนนี้อาหารจะเย็นหมดนะ”

เรียกได้ว่าซูเม่ยอิงใช้เวลาพูดคนเดียวนานถึงสองเค่อ ยืนพูดจนเหนื่อยก็แล้ว นั่งพูดจนเริ่มหิวเองก็แล้ว พูดวกไปวนมาประโยคเดิมซ้ำๆ จนกระทั่ง

ข้าเป็นคนทำเองกับมือเลยนะ จะไม่กินจริงหรือ”

ปัง

เสียงกระแทกประตูดังขึ้น ซูเม่ยอิงเงยหน้าขึ้นมองหลิ่งฮวาที่ยืนค้ำหัวตนอยู่ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “กับข้าวเย็นหมดแล้ว จะไปอุ่นให้ใหม่”

หลิ่งฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ “น่ารำคาญนัก”

จากนั้นก็แย่งถาดอาหารในมือของซูเม่ยอิงไปถือ แล้วเดินเข้าห้องปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่าย ซ้ำยังตะโกนออกมาจากในห้องเสียงดังฟังชัดว่า “ข้าหิวหรอกนะ”

ซูเม่ยอิงได้แต่ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น สักพักนางก็เอนหลังพิงแนบกับประตู กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “เป็นข้าที่คิดน้อยไป เจ้าอย่าถือเอามาเป็นอารมณ์ได้หรือไม่”

เป็นข้าตัดสินใจแทนลูก เจ้าอย่าโกรธเคืองได้หรือไม่”

สารพัดคำกล่าวออกไป แน่นอนว่าไร้เสียงตอบกลับ เพียงแต่ซูเม่ยอิงมั่นใจ ทุกคำที่นางพูดออกมานี้ หลิ่งฮวาตั้งใจฟัง...

หลิ่งฮวามองอาหารเย็นชืดในชามหลายใบ นางค่อยๆใช้ตะเกียบคีบมันขึ้นมาใส่ปากทีละอย่าง ทั้งหมดที่ซูเม่ยอิงทำมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดนางทั้งสิ้น เรื่องราวในวันนี้มิใช่ว่านางมิเข้าใจ มารดารักใคร่ห่วงใยหวงแหนบุตร นางเองที่เลี่ยงเฟยร์อวี่มาเข้าใจดี แต่ลูกโตแล้วเฟยเอ๋อร์ในยามนี้แตกต่างจากเฟยอวี่นัก อย่างน้อยๆนางก็เชื่อว่าเฟยเอ๋อร์จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเอง

ไม่อยากให้ลูกรักชอบบุรุษก็มิแปลก แต่ขัดขวางพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมก็อีกเรื่อง เมื่อนึกไปถึงว่า หากเฟยเอ๋อร์รู้เรื่องนี้เข้า คงกลายเป็นใหญ่แน่ นางก็ได้แต่รอสมน้ำหน้าอีกฝ่ายในใจเท่านั้น

กลับไปนอนเสีย จะมานั่งอยู่หน้าห้องผู้อื่นทำไม”

เสียงที่ดังออกมา แน่นอนว่าเป็นไปตามคาดหลิ่งฮวาอยู่แค่หลังบานประตูนี่เท่านั้น ซูเม่ยอิงยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก คนหายโกรธแล้ว เขากล่าวอย่างหยอกล้อว่า “นอนด้วยได้หรือไม่”

นอนกับมารดาเจ้าสิ!”

แน่นอนว่าคืนนั้นราชินีจิ้งจอกก็ได้เข้าไปนอนในห้องจริงๆ เพียงแต่ถูกอีกฝ่ายไล่ตะเพิดให้นอนที่พื้นยันเช้า พอจะเปลี่ยนใจกลับไปนอนที่ห้อง ก็ถูกมองอย่างท้าทายประมาณว่า 'นอนพื้นแค่นี้ไม่ได้เรอะ’ แล้วคนอย่างซูเม่ยอิงเคยเกรงกลัวกับความลำบากที่ไหน สุดท้ายด้วยทิฐิจึงทำให้ต้องนอนที่พื้นทั้งคืน จนกระดูกกระเดี้ยวปวดไปหมด

เฟยเมี่ยวมองมารดาทั้งสองสลับไปมา คนหนึ่งก็ดูอารมณ์ดีจนเกินเหตุ อีกคนก็หน้าตาบูดบึ้งจนแทบดูไม่ได้ เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า?

เฟยเอ๋อร์ กินเยอะๆ เจ้าเพิ่งหายดีต้องบำรุงให้มาก” หลิ่วฮวาตักน้ำแกงหัวปลาให้บุตรชาย

ซูเม่ยอิงถามว่า “แล้วข้าเล่า”

แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว ตักเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”

เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่หันมองบุตรชายอย่างกดดันแทน

ส่งชามน้ำแกงมาให้ข้า ส่งชามน้ำแกงมาให้ข้า เฟยเมี่ยวรู้สึกว่าเขาได้ยินเสียงแบบนั้นในหัวจริงๆ นี่น้ำแกงถ้วยเดียวนะ คุณแม่ที่รักตักเองไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมาแย่งเขาด้วย แน่นอนว่าก็ได้แต่บ่นในใจแล้วส่งชามน้ำแกงให้ไปเท่านั้นเอง

หลังมื้ออาหารซูเม่ยอิงก็กล่าวรวบรัดว่า “เตรียมตัวเสีย อีกหนึ่งชั่วยาม มาหาข้าที่ทางเข้าหุบเขา”

เราจะไปไหนกันหรือ” นี่เขาเพิ่งกลับมาถึงที่นี่ได้แค่เจ็ดแปดวันเองนะ

ไปหาที่ๆ ปลอดภัยให้เจ้าอยู่อย่างไรเล่า ข้าไม่ไว้ใจตัวบัดซบเผ่าสวรรค์พวกนั้นหรอกนะ” เรื่องนี้นางได้ปรึกษากับหลิ่งฮวาแล้ว อีกฝ่ายก็เห็นดีด้วย รอให้เรื่องนี้จบค่อยไปรับกลับมาก็ยังมิสาย

ที่ๆ ปลอยภัย ที่ไหนหรือท่านแม่ แล้วจะให้ข้าไปอยู่กับใคร คนเดียวหรือ” เขาถามอย่างใคร่รู้ ยังมีที่ๆ ปลอดภัยกว่าหุบเขาซูเม่ยอีกเหรอ

ย่อมไม่ใช่ ที่ๆ จะพาเจ้าไปก็คือแดนมาร ส่วนคนที่จะให้เจ้าไปอยู่ด้วยก็ หึ” นางตบบ่าลูกชายเบาๆ กล่าวอย่างอารมณ์ดี “แม่ว่าหลังจากนี้ชีวิตของเจ้าจะพบเจอกับความหรรษาไม่น้อยเชียวละ ฮ่าๆ “

เฟยเมี่ยวเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดคำถามในใจขึ้นว่า  'หรรษาหรือหายนะกันแน่?’

การเดินทางครั้งนี้มิได้ร่ำลาอะไรกันมากมายนัก เพราะซูเม่ยอิงบอกว่าเป็นเพียงการเดินทางไปอยู่ที่นั่นในข่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้เขาหลบหลีกออกจากเรื่องราวทั้งหมดก็เท่านั้น ส่วนเรื่องของไป๋หนิงเซียนในเมื่อเขาไม่ผิด ก็ไม่ต้องไปอธิบายให้เหนื่อยหรอก เดี๋ยวก็มีคนจัดการให้เอง

ที่ว่า 'เดี๋ยวก็มีคนจัดการให้เอง’ นี่มันใครละ…

เดินทางมาหลายชั่วยาม ในที่สุดก็ถึงที่หมาย ที่ๆ พวกเขาอยู่ในตอนนี้เรียกว่าเป็นเมืองหลวงของเผ่ามารก็คงได้ละมั่ง มองผิวเผินก็แทบไม่ต่างจากแดนมายา หรือ แดนมนุษย์เลย เพียงแต่ผู้คนที่นี่ออกจะ...แปลกไปเสียหน่อยเท่านั้นเอง

วังสือซว่าน

เฟยเมี่ยวกระพริบตาปริบๆมองภาพตรงหน้า สิ่งก่อสร้างรูปทรงแปลกตา จะว่าคล้ายหุบเขาซูเม่ยก็ไม่เชิงนัก มันคล้ายว่าจะวิจิตกว่า และลึกลับกว่า แต่มองดูรวมๆ กลับพบว่า ผู้เป็นเจ้าของที่นี่จะต้องเป็นคนรักสวยรักงาม ทั้งยังถือเนื้อถือตัวเป็นอย่างมาก

ซูเม่ยอิงพาเขาเดินผ่านเวรยามหน้าประตูทางเข้า เข้ามาภายใน ทั้งยังแนะนำว่าที่นี่เรียกว่า วังสือซว่าน พูดแบบรวบรัดได้ใจความก็เป็นสถานที่พำนักของจอมมาร หรือ ราชาเผ่ามารคนปัจจุบันนั่นเอง

นั่นเองกับผีน่ะสิ!!  บ้านของจอมมารนะ ไม่ใช่สวนสาธารณะที่อยากจะมาเดินเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ นี่ท่านแม่คิดอะไรอยู่ ถึงพาเขามาที่นี่ นี่อย่าบอกนะว่าจะทิ้งเขาไว้ที่นี่  ไม่นะ ไม่เอาด้วยหรอก!!

ได้แต่บ่นกับตนเอง สุดท้ายก็ต้องมานั่งแหมะอยู่ในห้องโถงใหญ่ของบ้านท่านจอมมารอยู่ดี

ท่านแม่ ท่านคิดจะทำอะไร” เฟยเมี่ยวถามเสียงแผ่ว

หาที่ปลอดภัยให้เจ้าอยู่อย่างไรเล่า” ไม่อยู่ได้ไหม อยากกลับบ้านแล้ว

มิพบกันเสียนาน กาลเวลาก็ทำอะไรความงามของเจ้ามิได้เลยนะเสี่ยวอิง”

ชายผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง น้ำเสียงทุ่มใสกังวานกล่าวทักทายซูเม่ยอิงอย่างเป็นธรรมชาติ เฟยเมี่ยวมองเขาเดินผ่านหน้าไป บุรุษผู้นี้ดวงหน้างดงามไม่แพ้หลิ่งเฟยอวี่เลย แต่จะดูแข็งแกร่งกว่า ภูมิฐานกว่า อายุ...ก็ดูมากกว่า

คำนับท่านจอมมาร” ซูเม่ยอิงคำนับเขาพอเป็นพิธี เฟยเมี่ยวเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เลยทำตาม

ท่านจอมมารที่ถูกผู้คนคำนับ กลับทำเพียงหัวเราะแผ่วเบา มากพิธีไปใย เจ้าเดินทางมาไกลเพียงเพื่อจะมาคำนับข้าหรือ”

ซูเม่ยอิงยิ้ม ย่อมมิใช่อยู่แล้ว”

นั่นสิ เช่นนั้นก็เข้าเรื่องเลยเถอะ ที่นั่งข้างเจ้านั่น ใช่คนที่เจ้าจะมอบให้ข้าใช่หรือไม่”

มอบให้ข้า ฟังดูไม่ชอบมาพากลนะ ว่าไหม…

ซูเม่ยอิงยิ้มขำ หึ ท่านนี่ช่างใจร้อนเสียจริง เฟยเอ๋อร์ ลุกไปให้ท่านจอมมารดูใกล้ๆ สิ”

งานดูตัวหรือไง

เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

ข้ามีนามว่า ฉู่ชิงซา เป็นจอมมารอยู่ในยามนี้ เจ้าละเจ้าตัวเล็กมีนามว่าอะไร” ฉู่ชิงซาเท้าคางมองจิ้งจอกตัวน้อยอย่างนึกเอ็นดู

ก็อีกฝ่ายไม่ยิ้มให้เขาสักนิด จะมิให้นึกเอ็นดูได้อย่างไร

เฟยเมี่ยวเอียงคอถาม “เป็นจอมมารในยามนี้? พรุ่งนี้ท่านจะกลายเป็นนกแก้วหรือไง พูดจาแปลกคน”

เฟยเอ๋อร์” ซูเม่ยอิงใช้น้ำเสียงตำหนิบุตรชาย

แต่ผู้ที่กำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นนกแก้วกลับไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังมิมีท่าทีโกรธเคืองแม้เพียงสักนิดให้เห็น

ฉู่ชิงซายิ้มอ่อน “ตอนนี้เป็นจอมมาร พรุ่งนี้ข้าอาจจะผันตัวไปเป็นอาจารย์ของเจ้าก็ได้”

หะ?”  เขามองหน้ามารดาอย่างขอคำตอบ

ข้าฝากฝังเจ้าให้เป็นศิษย์ของท่านน่ะ” ซูเม่ยอิงกล่าวไม่เร็วไม่ช้า

เหตุใดท่านไม่ถามข้าก่อน!!” แน่นอนว่าเขาต้องโวยวาย คนผู้นี้เป็นใครเขายังไม่รู้จัก จะให้เขากราบอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ให้ตายเขาก็ไม่เอา

มีข้าเป็นอาจารย์มีอะไรไม่ดี ทั่วทั้งแดนมารมีใครไม่อยากได้ข้าเป็นอาจารย์บ้าง” ข้านี่ไง

ซูเม่ยอิงกล่าวว่า เอาละไม่ต้องเถียงกันแล้ว เฟยเอ๋อร์เจ้าก็อยู่ที่นี่ กราบๆ เขาเป็นอาจารย์เสียก็จบเรื่อง มีแต่กำไรทั้งนั้น”

แต่ข้า…”

ข้างกายของเฟยเมี่ยวเกิดเป็นภาพโฮโลแกมขึ้นมา จากนั้นเฉินเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้น  เฟยเมี่ยวกลอกตาไปมาทันที ดูจากปฏิกิริยาคงไม่มีใครเห็นอีกฝ่ายแน่ แต่ว่ามาทำไม เห็นหน้าอีกฝ่ายครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ทำไมเขารู้สึกว่าพระเจ้าแว่นนี่เป็นดวงหายนะนำพาแต่โชคร้ายมาให้ก็ไม่รู้...

รับเขาเป็นอาจารย์”

เฟยเมี่ยวตอบกลับในใจ 'เพื่ออะไร’

อนาคตที่ดีของคุณ สิ่งที่เขามีจำเป็นสำหรับคุณ เฟยเมี่ยว ฉู่ชิงซาจะกลายเป็นกำลังให้คุณได้ในอนาคต” เฉินเยว่มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วกล่าว่า “อีกอย่างนะ ถ้าคุณคิดจะนั่งบัลลังก์นั้นต่อจากเขา คุณจะมีแค่สกิลดีดลูกแก้วกากๆ ไม่ได้”

เฟยเมี่ยวรู้สึกว่าเขาจะมีขีดสีดำผุดขึ้นมากลางหน้าผากแล้ว ไอ้สกิลดีดลูกแก้วกากๆ ที่ว่านี่ ก็ไม่ใช่ระบบเฮงซวยของคุณให้ผมมาหรือไง

ฉู่ชิงซาเมื่อเห็นว่าเฟยเมี่ยวเงียบไปนานจึงกล่าวว่า “คิดตกหรือยังว่าจะเอายังไง”

เฟยเมี่ยว “...”

เฉินเยว่ (พยักหน้า)

เฮ้อ ข้าตกลงก็ได้”

ดียิ่ง” ฉู่ชิงซากล่าว “เช่นนั้นเรามาเริ่มขั้นตอนต่อไปกันเลย”

ขั้นตอนต่อไปคืออะไร”

ข้าจะรับเจ้าไว้ก็ได้แต่เจ้าต้องตอบคำถามของข้าเสียก่อน หากพึงพอใจจะรับเจ้าไว้แน่นอน”

เนี่ยมันกวน...อ่ะ’ เขาทำหน้าประมาณว่า ขอถอนคำพูด ขอถอนคำพูด!!

เมื่อมองไปทางมารดาก็คล้ายว่าจะไร้ที่พึ่งแล้ว เขาก็ได้แต่กัดฟันกล่าวออกไปอย่างอดกลั้นว่า “เชิญถาม”

หากเปรียบคนเป็น รัก เกลียด เคียดแค้น จะเปรียบเช่นไร”

เฟยเมี่ยวครุ่นคิด “รัก คือคนที่ข้าพร้อมจะให้ได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิต”

ฉู่ชิงซาถามต่อไปว่า “เกลียดเล่า”  

เกลียด คือคนที่ข้าไม่อยากพบเจอ

แล้วเคียดแค้น…”

เคียดแค้น คือคนที่ข้าจะไม่ปล่อยให้หายใจร่วมโลกกับข้าเด็ดขาด” เขาตอบออกไปตามที่ใจคิด

ฮ่าๆ ดี  ดียิ่ง ข้าชอบ เสี่ยวอิง บุตรชายเจ้าคนนี้ข้าจะรับเขาไว้” ฉู่ชิงซายิ้มไปถึงดวงตาพูดกับเฟยเมี่ยวว่า “ทั้งยังจะถ่ายทอดวิทยายุทธทั้งหมดที่มีให้แก่เจ้า มากราบข้าเป็นอาจารย์เสียเจ้าหนู

แค่นี้เหรอ ง่ายๆ งี้เลย อยู่ดีๆ ก็มีอาจารย์เฉยเลย...

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกราบอาจารย์อย่างเอิกเกริก ที่จัดขึ้นกระทันหันของเฟยเมี่ยวแล้ว ซูเม่ยอิงก็ขอตัวกลับหุบเขาซูเม่ยทันที ทิ้งให้เฟยเมี่ยวกับมี่ถงอยู่กับฉู่ชิงซา ตัวเขาหิ้วเพียงเจ้าเสี่ยวไป๋กลับมาด้วย

แต่ทางที่กลับ กลับมิใช้หุบเขาซูเม่ย นางปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในสวนเหมยหลังตำหนักซือโฮ่ว

ซูเม่ยอิงมองบุตรชายเพียงคนเดียวของพี่น้องร่วมสาบานผู้ล่วงลับไปแล้วของตน สักพักนางก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วกล่าวพึงพรำเสียงแผ่วว่า “นี่ข้าทำผิดไปแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่”

เหวินฮุ่ยเฉิงสังเกตได้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ท่านน้า”

โกรธข้าหรือ” ซูเม่ยอิงนั่งลงข้างเหวินฮุ่ยเฉิง

มิกล้าขอรับ”

มิแน่ว่าคงเกลียดเขาแล้วสิไม่ว่า ซูเม่ยอิงหยิบไหสุราที่ยังไม่ถูกเปิดขึ้นมาเปิดฝายกขึ้นดื่ม จากนั้นจึงเริ่มพูดคุยถึงสาเหตุที่มาถึงที่นี่  

คิดจะไปแดนสวรรค์เมื่อไหร่”

วันนี้”

นางเลิกคิ้วมอง “มิใจร้อนไปหน่อยหรือ”

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวอย่างมีความหวังว่า “จบเรื่องเร็วเท่าไหร่ ข้าจะได้ไปหาเฟยเอ๋อร์ได้เร็วเท่านั้น”

ซูเม่ยอิงได้แต่เบี่ยงหน้าหนีมิได้กล่าวอันใดต่อ

'เกรงว่าเจ้าอาจต้องเหนื่อยหน่อยละนะ'

 

 ประกาศจ้าสำหรับใครที่อยากตามคู่ของท่านเฉิน  (เฉินเยว่) และองค์รัชทายาทหยางจินเหลียง (จินเกอพญานกของเรานั่นเอง) สามารถตามไปได้ที่นิยายเรื่อง ลำนำรักทัณฑ์สวรรค์นะคะ กดไปตามลิงค์ได้เลยน้าาาาา  

https://writer.dek-d.com/Hanfeng/writer/view.php?id=1931072

เนื่องด้วยเวลาที่กระชั่นชิด เถียนซินจึงตัดสินใจจะลงสลับกันกับเมี่ยวเอ๋อร์เลยนะคะ เรื่องราวของ ลำนำรักทัณฑ์สวรรค์นั้นจะเป็นเรื่องราวหลังจากที่ หนทางสู่การเป็นท่านจอมมารจบไปแล้ว ไม่มีฉากหรือเนื้อหาที่ทับซ้อนกัน อ่านพร้อมกันได้เลยค่ะ ไม่งงแน่นอน

ด้วยรัก เถียนซิน 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 829 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1051 K.white wine (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:28
    แม่!!!! คิดจะทำอะไร!!!!!!!!
    #1,051
    0
  2. #1003 mayaangel (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:55
    อิหยังของอีซูเม่ยวะ โง่เง่ามากคือรำคาญมากตอนนี้อะไรก็ไม่รู้จะยื้อเรื่องเพื่อ อันนี้เข้าข่ายเหยียดเหอะขอร้องตัวเองก็เหมือนจะไปรักเพศเดียวกันยังมีหน้าไปขัดขวางลูกอีก คือจะยื้อตอนทำไมรำคาญมากจุดๆนี้
    #1,003
    0
  3. #842 sayupung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:22
    แม่ๆแอบมีซำติงรองนะจ๊ะ >\\\\\<
    #842
    0
  4. #815 Ash4869 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 23:38
    ฮั่นแน่! สองแม่ยังไงครับยังไงข้าว่าข้าได้เรือแยกเหยียบอีลำแล้วนะขอรับ
    #815
    2
    • #815-1 Hanfeng(จากตอนที่ 19)
      21 ตุลาคม 2562 / 23:55
      เหยียบไว้เลย มีหลายเรือนะคะ 5555
      #815-1
  5. #802 PinkMoon_62442 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 15:52
    ตลก2แม่ มากกกกก5555555555555555555555555555555555555555555555555
    #802
    0
  6. #781 WhyGod (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 02:39
    นี่ก้าวขาข้างนึงต่อเรือท่านแม่ซูเม่ย หลิ่งฮวา แล้วนะโอโหโมเม้น กี๊สๆ
    #781
    0
  7. วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 14:26
    แม่หลิ่งกับแม่ซูเราสามารถจับเขามาแต่งเรื่องใหม่ได้เลยนะเนี่ย ฉันลงเรือนี้ค่าาาาากรี้ดดดเ
    #762
    1
    • #762-1 Hanfeng(จากตอนที่ 19)
      4 ตุลาคม 2562 / 15:14
      จริงๆ คู่แม่เขามีเรื่องแยกของตัวเองนะคะ แต่เขาอยู่คิวสุดท้ายของเซตนี้เลย อาจจะได้ฤกษ์แต่งปี2021 เลย 5555
      #762-1
  8. #758 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 11:45
    เฉินเยว่คือผู้ใด
    #758
    0
  9. #729 ตาา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:36

    น่าจะลงเรื่องนี้ให้จบก่อนค่อยลงอีกเรื่อง​ มันยืดไปยืดมา​ ดีไม่ดีมีสปอยล์​มาถึงเรื่องนี้ได้​ ลงสลับไปมาเรื่องนี้ก้เท่ากับใช้เวลาลงตอนต่อไปเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวใช่มะ

    #729
    1
    • #729-1 Hanfeng(จากตอนที่ 19)
      25 กันยายน 2562 / 09:55
      อย่างที่บอกว่าลำนำรักทัณฑ์สวรรค์ เป็นช่วงเวลาหลังจากที่หนทางสู่การเป็นท่านจอมมารจบแล้วค่ะ ไม่มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือสปอยล์ใดๆ แน่นอน เราจะลงตอนต่อไปในจังหวะที่เควสที่เกี่ยวกับหยางจินเหลียงจบแล้วค่ะ ด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ต้องทำในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะหลังจากปีใหม่เราอาจจะหายหน้าไปอีกครั้ง จึงต้องเคลียร์งานทั้งหมดตอนนี้ ส่วนหนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร หลังจากที่ลงรีไรท์จนจบแล้ว เราจะกลับมาอัพนิยายทุกวันเหมือนเดิมในส่วนของเนื้อหาที่เหลือจนจบ และจะพยายามลงให้จบก่อนจะมีกำหนดเปิดพรีนิยาย ยังไงอ่านแค่เรื่องนี้ก่อนก็ได้ค่ะ ลำนำรักเหลืออีกเยอะกว่าจะจบ เฟบดองไว้ได้เลย สบายใจได้ค่ะ ลงเรื่องนี้จบ เรื่องนั้นก็ยังไม่ปิดตอน มีให้อ่านยาวๆ แน่นอนในส่วนของปีหน้า^^
      #729-1
  10. #619 กิ้งก่อง กิ้งๆ ก่อง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:29
    สุดท้ายจะยังไงเนี่ยยย
    #619
    0
  11. #592 XINDEER (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 20:07
    กี๊ดดด นอกเรื่องครั้งที่สามม คุณน้องแมวเป็นคน!!! เรือเเล่นรัวๆๆๆๆๆๆ ชอบคุณแม่ซูมักๆ ค่ดเท่
    #592
    1
    • #592-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 19)
      15 มีนาคม 2562 / 22:33
      ยกตำแหน่งแฟนคลับเบอหนึ่งของท่านแม่ให้เลยจ้าาา
      #592-1
  12. #512 Ricercare (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:35
    พระเจ้าาาาานายแกล้งน้องทำไม
    #512
    0
  13. #511 lills (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:25
    พระเจ้าแกอย่าแกล้งน้องงง
    #511
    0
  14. #510 godxmeii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:23
    แม่ยกไป๋ถงอยู่นี่ค้า กิ้สสสสส รอววววววววว
    #510
    0
  15. #509 nyde (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:53
    รอตอนต่อไป.........
    #509
    0
  16. #507 trp1021 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:41
    ชอบค่ะ ศีลเสมอกันจริงๆ
    #507
    0
  17. #506 ลั่ว ต้าหมิง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05

    ไม่แน่ใจว่าการอยู่กับจอมมาร อาเฟยจะปลอดภัย- -

    #506
    1
    • #506-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 19)
      6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:31
      เหมือนพาน้องไปทรมานอะ 555+
      #506-1
  18. #504 Thip_Thida (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:47
    ศิลเสมอกัน..อืม~ ~
    #504
    0
  19. #503 godxmeii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:14
    มี่ถง กับ จอมมารนี่ก็...// เดี๋ยวๆๆๆๆ ยังมีเสี่ยวไป๋อยู่นะะะ ลืมๆโทษๆ5555555
    #503
    0
  20. #502 Notty Kero (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:19
    ศีลเสมอค่ะ
    #502
    0
  21. #501 trp1021 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:10

    เอาแล้ว...เอาไงดี ฉันอยากให้เขาคู่กันนะ แต่แบบ มึ้ง้งฝเฝกใกวกง คู่กับจอมมารไหม ฉันชอบคู่เน้!!!!!!!
    #501
    1
    • #501-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 19)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:17
      เรือผีผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง555+
      #501-1
  22. #495 PiyapatBang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:31
    สะใจมากเว่อร์ ท่านอาจ๊าน โครตชอบ5555555555
    #495
    0
  23. #494 LachitaChadow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:27

    ท่านแม่ทำได้สะใจสุดๆ!!!
    #494
    0
  24. #492 Thx. M (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:55

    รักท่านแม่สุดๆ
    #492
    0
  25. #491 Chrysola (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:41

    แม่ก็คือแม่!! อย่าหือกับแม่ พลาดสุดคือรังแกลูกของแม่ หูยยยยย สะใจ!!
    #491
    0