หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 18 : บทที่.14 [รีไรท์] เมื่อถูกรังแก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 803 ครั้ง
    23 ก.ย. 62

บทที่.14

เมื่อถูกรังแก

เช้าวันใหม่ที่ไม่สดใสเอาเสียเลย เฟยเมี่ยวลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง นั่นคงเป็นเพราะเมื่อวานเขาดื่มหนักเกินไป ในตอนที่ยังทำงานที่องค์กรเขาถือเป็นนักดื่มคนหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นผีสุราเลยทีเดียว แต่เขาลืมนึกไปร่างกายนี้ของหลิ่งเฟยอวี่นั้น ไม่ถูกโรคกับสุราทุกชนิด ดื่มเพียงนิดเดียวก็สามารถเมามายข้ามวันได้แล้ว แต่เมื่อวานเขาดื่มไปตั้งหลายไห จำได้ลางๆ ว่า ตอนนั้นดื่มไปก็ทั้งด่าทั้งสาปแช่งคนแซ่เหวินอยู่ในใจไปด้วย ช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่า ซื่อบื้อจนไม่รู้จะหาคำใดมาเปรียบดี แค่มีหญิงงามมาพูดจาอ่อนหวานนุ่มนวลด้วยก็เชื่อเขาไปเสียหมด

เขาหันข้างก้มมองมือตนเองที่เหมือนถูกกุมเอาไว้ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อสิ่งที่เห็นคือ คนที่เขาเพิ่งนินทาในใจยามนี้กลับนอนหลับอยู่ที่ข้างเตียง ฝ่ามือหนาก็กุมมือเขาเอาไว้ บ้าจริง...อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายเฝ้าเขาเช่นนี้อยู่ตลอดทั้งคืน คิดได้ดังนั้นเขาก็ลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มืออีกข้างสะกิดไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

คนแซ่เหวินๆ ตื่นเร็ว ได้ยินหรือไม่”

เหวินฮุ่ยเฉิงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เขาเพิ่งได้นอนช่วงรุ่งสาง เพราะเฟยเมี่ยวอาเจียน ทั้งยังมีไข้สูงเพราะดื่มสุรามากเกินไป

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว เฟยเมี่ยวก็ชักมือที่เหวินฮุ่ยเฉิงกุมไว้ออกมาจากนั้นหันไปมองเสาเตียงแทน กล่าวว่า เมื่อวาน…”

เมื่อวานเจ้าเมามากทั้งยังมีไข้สูง ข้าจึงพาเจ้ากลับมาที่นี่ เรียกหมอมาตรวจดูอาการ โชคดีที่มิได้แพ้สุรา เพียงดื่มมากไปและร่างกายเจ้าอ่อนแอเท่านั้น”

อืม”

บรรยากาศของทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ก่อนที่เหวินฮุ่ยเฉิงจะกล่าวต่อไปว่า

ข้า...คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน”

เฟยเมี่ยวหันมองอีกฝ่าย “เรื่องอะไร”

 

เสี่ยวเซียน”

ชื่อนี้อีกแล้ว….

ไม่มีอะไรต้องคุย” เขาลุกขึ้นเตรียมเดินไปหยิบเสื้อคลุม แต่ถูกเหวินฮุ่ยเฉิงดึงแขนไว้ก่อน

เขาเป็นเพื่อนเล่นกับข้ามาตั้งแต่เด็ก” เหวินฮุ่ยเฉิงเริ่มอธิบายโดยที่ไม่ยอมปล่อยข้อมือเล็กของอีกฝ่าย

“...”

บิดาของข้ากับนางเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน พวกเราจึงค่อนข้างสนิทกัน”

อ้อ ก็เลยกลายเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็ก”

เรื่องคู่หมั้นหมายหรือแม้แต่งานแต่ง ข้าเองก็เพิ่มรู้ก่อนที่จะออกจากแดนเหมันต์ไม่กี่เดือน ก่อนที่จะได้พบเจ้า” เสียงในตอนท้ายแผ่วเบา

เฟยเมี่ยวสะบัดข้อมือของตนออกจากฝ่ามือของอีกฝ่าย แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเหวินฮุ่ยเฉิงโดยตรง เขากล่าวเสียงเรียบว่า แล้วอย่างไร”

รู้ก่อนที่จะพอเขา ก็เท่ากับว่าตั้งใจจะปิดบังเขามิใช่หรือ

ข้ามองนางเป็นเพียงน้องสาว หาได้คิดเกินเลย”

เฟยเมี่ยวรู้ว่าตัวเขาเองในยามนี้กำลังจะทนิสัยเสียๆ ที่แก้ไม่หายออกมา ทุกครั้งที่เขาไม่สบายก็จะเป็นเช่นนี้ ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ไม่ค่อยดีนัก บางครั้งเคยถึงขั้นลงไม้ลงมือกับอาจวินเพราะหึงหวงไร้สาระเลยก็มี ยิ่งเห็นหน้าของเหวินฮุ่ยเฉิงที่เหมือนอาจวิน แล้วย้อนนึกไปถึงองค์หญิงเผ่าสวรรค์ที่บอกว่าจะมาคุยเรื่องงานแต่งกับคนตรงหน้า เขาก็ยิ่งมีโทสะ จนไม่อยากจะมองใบหน้านี้อีก

ก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่อาจวิน แต่ไม่รู้ว่าทำไม ในใจมันกลับเกิดความรู้สึกเดียวกันขึ้นมาได้

 

เฟยเอ๋อร์ เรื่องของข้ากับนาง เป็นเพียงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ข้าหาได้ยินยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่”

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วขึ้น “แล้วเจ้าจะทำอย่างไร”

ข้าจะยกเลิกงานแต่ง”

เมื่อไหร่”

เหวินฮุ่ยเฉิงครุ่นคิด ข้า...ขอเวลาสักพัก”

เหอะ” เขาหมุนกายเตรียมจะเดินไปแต่งตัว

เหวินฮุ่ยเฉิงรีบคว้าร่างนั้นมากอดไว้ เฟยเอ๋อร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย อีกทั้งหนิงเซียนเป็นสตรี จะให้ข้าเป็นฝ่ายปฏิเสธเรื่องที่ผู้ใหญ่คุยกันไว้แล้วมันไม่ควร”

เช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าจะทำอะไรได้เล่า แต่งแล้วค่อยหย่า?” เฟยเมี่ยวสะบัดเขาออก แล้วเดินมานั่งลงที่โต๊ะน้ำชา รินน้ำชาขึ้นมาจิบแก้กระหาย หางตาก็ไม่มองคนแซ่เหวินแม้แต่น้อย

เหวินฮุ่ยเฉิงส่ายหน้า เดินเข้ามาหาอีกฝ่าย “ข้าจะลองไปคุยกับหนิงเซียนดูนางคงเข้าใจ”

หากนางไม่เข้าใจเล่า?”

ข้าก็จะบอกนางว่าข้าชอบเจ้า เสี่ยวเซียนเป็นเด็กดี นางต้องเข้าใจว่าบุรุษที่มีผู้อื่นในใจ หาใช่บุรุษที่คู่ควรกับนางไม่”

เฟยเมี่ยวยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ กล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า “เจ้าชอบข้า เช่นนั้นหรือ”

ย่อมแน่ ในยามนี้ข้าอาจจะยังบอกไม่ได้ว่ารักเจ้าหรือไม่ แต่ข้ามั่นใจว่าคนที่อยู่ในใจข้าในยามนี้มีเพียงเจ้า เจ้าจะให้โอกาสข้าได้พิสูจน์คำพูดในวันนี้ได้หรือไม่”

จอกน้ำชาที่กำลังเข้าปากชะงักไปหนึ่งจังหวะ จากนั้นก็ถูกวางกลับไปบนโต๊ะ เฟยเมี่ยวเงยหน้าขึ้นมองเหวินฮุ่ยเฉิง

ข้าจะเชื่อได้อย่างไร?”

ต้องทำอย่างไร เจ้าจึงจะยอมเชื่อ”

เฟยเมี่ยวจ้องมองเหวินฮุ่ยเฉิงสักพัก กล่าวออกมาเสียงเนิบช้าว่า “จูบสัญญา”

เหวินฮุ่ยเฉิงยิ้ม ย่อมได้

วงแขนแกร่งโอบรัดรอบเอวบางให้เข้ามาแนบชิด ริมฝีปากร้อนประกบลงมาบนกลีบปากบาง เหวินฮุ่ยเฉิงค่อยๆ แตะต้องอย่างอ้อยอิ่ง ละเลียดจูบซับความหวานบนริมฝีปากงามของจิ้งจอกน้อยของเขา ไม่นานเฟอเมี่ยวก็ยอมเปิดปากรับเรียวลิ้นร้อนให้สอดเข้ามาสำรวจภายในโพลงปากของตน จากจุมพิตเนิบช้า กลายเป็นจูบที่เร่นร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์

ปลายรองเท้าที่หน้าประตูหายไปแล้ว เฟยเมี่ยวเก็บสายตากลับมา ถอนริมฝีปากออกจากอีกฝ่าย

ทำให้เหวินฮุ่ยเฉิงรักเขามันก็เป็นเรื่องหนึ่ง เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่หมายเขาก็พร้อมจะถอนตัวไม่คิดดื้อรั้นแย่งชิง ไปเจรจาเหตุผลกับพระเจ้าแว่นสักหน่อยอีกฝ่ายคงเข้าใจ

แต่ในทางกลับกัน ในเมื่อองค์หญิงน้อยนั่นกล้ายั่วโทสะเขา เขาก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า ท่านเฟยเมี่ยวไม่ใช่คนที่แม่นางน้อยที่ถูกเลี่ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะมารังแกได้ และคนที่เขาต้องการเขาก็มีวิธีที่จะทำให้ได้มา เขาเป็นคนที่มาจากยุคไอที มีแบบอย่างให้ดูเยอะแยะ ถ้าคิดว่าสตรีในห้องหอสมัยนี้จะเทียบได้ก็ลองดู เควสครั้งนี้เขาจะไม่ยอมถูกหักอะไรแม้แต่แต้มเดียว…

นิ้วมือสากเช็ดมุมปากให้เขาอย่างถนอม เฟยยเมี่ยวสบตากับดวงตาสีนิลที่ยามนี้น้ำหวานยิ่งกว่าน้ำผึ่งเสียอีก ในใจก็ลอบเกิดความกระอักกระอ่วนขึ้นมาลึกๆ เมื่อครู่คิดแต่จะกลั่นแกล้งคนสอดรู้สอดเห็น มายืนแอบฟังชาวบ้านเขาคุยกันตั้งแต่เช้าตรู่ไหนเลยจะทันได้คิด ว่าวิธีของตนจะทำให้คนผู้นี้มองตนอย่างกับอยากจะกลืนกินลงท้องไปเช่นนี้

เฟยเมี่ยวเผยรอยยิ้มจืดจางหัวเราะแฮะๆ กล่าวว่า ข้าว่า ข้าไปหาเสี่ยวไป๋ดีกว่า

แต่ยังไม่ทันจะได้เดินไปถึงไหน กลับถูกเหวินฮุ่ยเฉิงรวบกอดเข้าที่เอว แล้วลากให้กลับมายืนอยู่ที่เดิม พร้อมทั้งยืนช้อนหลังแล้วกอดเขาเอาไว้แน่น คางก็ยังเอามาเกยไว้บนไหล่อย่างถืวิสาสะ

มารดามันเถอ้เจ้าคนนี้นี่!

อะ อาเฉิง เจ้าก็อย่าเล่นอีกเลย สายแล้ว เฟยเมี่ยวพยายามเกลี้ยกล่อม

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวเสียงพร่า ขอกอดเจ้าเช่นนี้อีกสักพัก

ไม่ได้! ก็ได้แต่ตะโกนในใจอย่างบ้าคลั่ง ส่วนความจริงนั้นก็ยังต้องทำเป็นขัดขืนพอเป็นพิธี ทั้งที่ใจเขายามนี้แทบจะถีบไอ้คนหน้าหนานี่ให้ออกไปนอกโลกได้อยู่แล้ว

ลมหายใจร้อนที่เป่ารดบนต้นคอทำให้เฟยเมี่ยวถึงกับชะงักงันไป ไม่นานเขาก็รู้สึกได้ว่าริมฝีปากชื้นแตะแผ่วเบาในบริเวณเดิม จนขนทั่วร่างลุกชัน สมองน้อยๆ ของเฟยเมี่ยวหมุนติ้วเพื่อหาทางเอาตัวรอด แต่ในสถานะการณ์เช่นนี้เขายังจะเหลือทางรอดอะไรอีก

หลังจากถูกเจ้าตำหนักเหวินผู้ยิ่งใหญ่วอแวจนไม่เป็นอันทำอะไรอยู่นาน พวกเขาทั้งคู่ก็มาถึงโต๊ะอาหารกันได้เสียที แขกร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้ในตำหนักซือโฮ่ว แน่นอนว่ามีองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสวรรค์นั่งหน้าตึงอยู่อีกหนึ่งชีวิต 

ด้วยความที่เมื่อวานข้าวปลาก็ไม่ได้กิน ยังอุตส่าห์ไปดื่มแบบจัดเต็มกับเจ้าแมวอ้วนเสี่ยวไป๋จนไร้สติ ยามนี้เฟยเมี่ยวจึงรู้สึกปวดศีรษะเป็นอย่างมาก ทั้งยังจะอาเจียนเอาเหล้าที่ดื่มเข้าไปเมื่อวานออกมาอยู่รอมร่อ หากเป็นภาษาสมัยใหม่ก็แฮงค์นั่นแหละ ตอนดื่มมันก็ดีอยู่หรอก หลังจากนั้นนี่สิอย่าให้บรรยายตอนนี้เขาอยากได้ชาเข้มๆ สักกามาแก้กระหายมาก 

เฟยเอ๋อร์ เมื่อวานเจ้าดื่มหนักเกินไปแล้ว คงปวดหัวอยู่ใช่หรือไม่ ข้าให้พ่อบ้านเตรียมชาร้อนๆ ไว้ให้เจ้า ดื่มเสียอาการจะได้ดีขึ้น” เหวินฮุ่ยเฉิงรินชาให้เฟยเมี่ยวอย่างเอาใจ

ขอบคุณ” เฟยเมี่ยวเอ่ยเสียงแผ่ว แล้วรับชาจอกนั้นมาจิบเงียบๆ ลอบมองปฏิกิริยาของไป๋หนิงเซียนไปด้วย และเป็นไปตามคาดไป๋หนิงเซียนขบเม้มริมฝีปากแน่นดวงตาที่ใช้มองเขาไม่มีความเป็นมิตรเลย

ท่านพี่เจ้าคะ คุณชายท่านนี้คือ…?” ไป๋หนิงเซียนพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับความหึงหวงของตนเอง แล้วกล่าวดึงความสนใจจากคู่หมั้นคู่หมายของนาง

อ้อ ข้าจะแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เสี่ยวเซียน นี่คือ หลิ่งเฟยอวี่ เป็น…”  เหวินฮุ่ยเฉิงเหลือบมองเฟยเมี่ยวอย่างขออนุญาต เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าให้เขาก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นว่าที่ภรรยาของข้า”

พรวด

แค่กๆ ภรรยาบ้าบออะไร!

เฟยเมี่ยวแทบอยากจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากให้รู้แล้วรู้รอด คนแซ่เหวินไอ้ตัวซื่อบื้อ ที่พยักหน้าไปนั่นคือให้บอกยัยหนูนั่น ว่าเขาเป็นคนที่อีกฝ่ายกำลังดูใจอยู่ต่างหาก…

เฟยเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ผ้าเช็ดหน้าในอกเสื้อถูกนำออกมาเช็ดมุมปากให้เฟยเมี่ยวอย่างไม่รังเกียจ

ไป๋หนิงเซียนที่นั่งมองภาพนั้นทั้งยังคำตอบเมื่อครู่ของคู่หมาย นางก็อยากกรีดร้องออกมาแล้วถามท่านพี่ของนางว่า ‘แล้วข้าเล่า ท่านเอาข้าไปไว้ที่ใด’ แต่สุดท้ายนางก็ทำได้เพียงบีบผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างเคียดแค้น

เฟยเมี่ยวยกมือขึ้นห้ามปรามเหวินฮุ่ยเฉิงที่ห่วงเขาจนออกนอกหน้า ปรายตามองไป๋หนิงเซียนที่ความอิจฉาพุ่งขึ้นหน้าจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ แล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมาในใจ เขายังไม่ต้องลงแรงความซื่อบื้อของคนแซ่เหวินก็แทบจะทำให้คนคลั่งตายแล้ว ดูสิว่าถ้าลองฝ่ายชายพูดออกมาขนาดนี้แล้วยังจะทำอย่างไรต่อ

ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว เฟยเอ๋อร์ส่วนนี่ไป๋หนิงเซียน องค์หญิงห้าแห่งเผ่าสวรรค์”

เขาแค่พยักหน้ารับและยิ้มบางให้อีกฝ่าย เท่าที่ดูองค์หญิงน้อยก็คงไม่อยากพูดคุยกับเขานักหรอก

เอาละ กินข้าวกันเถอะ” เมื่อเจ้าบ้านว่ามาแบบนั้น แขกทั้งสองก็เริ่มรับประทานอาหารกันอย่างเงียบเชียบ

จนกระทั่งเวลาอาหารผ่านพ้นไป ในห้องโถงเล็กของตำหนักซือโฮ่วยามนี้กลับมีเพียงความตรึงเครียดเกิดขึ้น ยกเว้นคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างเฟยเมี่ยวที่ไม่รับรู้ถึงเรื่องจริงจังที่ผู้อื่นจะกล่าว ไม่สนกระทั่งว่ามันจะเกี่ยวกับตน ยังคงนั่งลูบขนเจ้าเสี่ยวไป๋เล่นอย่างเพลิดเพลิน แน่นอนสิ เรื่องที่กำลังจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในครั้งนี้ เขาเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์แล้วจะต้องเดือดเนื้อร้อนใจไปเพื่ออันใด

เสี่ยวเซียน อย่างที่เจ้าได้ยินที่โต๊ะอาหารเมื่อครู่ เฟยอวี่เป็นว่าที่ภรร…”  ยังกล่าวไม่ทันจบเหวินฮุ่ยเฉิงก็ต้องกลืนคำว่า 'ว่าที่ภรรยา’ ลงคอไปแล้วเปลี่ยนไปใช้คำอื่นเมื่อถูกเฟยเมี่ยวตวัดสายตาดุดันมามอง

อะแฮ่ม ว่าที่คนรักของข้า ดังนั้นงานแต่งที่ท่านลุงกับท่านป้าได้ตกลงกันกับบิดาและมารดาของข้าไว้ จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้”

ไป๋หนิงเซียนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก็จะกล่าวออกมาว่า “เหตุใดจึงจะเป็นไปมิได้เล่าเจ้าคะ”

นั่นก็เพราะว่า...

นางยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนหวาน จากนั้นกล่าวอย่างไม่ทุกไม่ร้อนต่อไปว่า “เรื่องที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น”

แต่ข้ามีคนที่ชอบพออยู่แล้ว ทำเช่นนี้จะไม่เป็นการ…”

ไม่แน่นอนเจ้าค่ะ เสี่ยวเซียนเคารพการตัดสินใจของท่าน หากท่านชอบพอกับคุณชายหลิ่ง หลังจากที่เราแต่งงานกันแล้ว ท่านก็สามารถรับคุณชายหลิ่งไว้เป็นอนุภรรยาข้างกายได้”

เจ้า/เจ้า!!” สองเสียงของเหวินฮุ่ยเฉิงและมี่ถงดังประสานกัน 

เฟยเมี่ยวเองก็ถึงกับเผลอจิกเล็บที่ไม่ค่อยมีของตน ลงไปบนหลังคอของเสี่ยวไป๋ ยัยหนูองค์หญิงที่น่าตายคนนี้ เมื่อครู่พูดว่าอนุภรรยาใช่หรือไม่ ชีวิตเขาจะหนีคำๆ นี้ไม่พ้นจริงหรือ

มี่ถงมองไป๋หนิงเซียนอย่างโกรธเคือง เขากล่าวอย่างไม่เกรงกลัวว่า “คิดให้นายน้อยของข้าไปเป็นอนุภรรยาของเจ้าตำหนักเหวิน ต้องดูก่อนว่าเจ้าคู่ควรเป็นฮูหยินของเจ้าตำหนักเหวินหรือไม่”

ซือซือที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ออกโรงปกป้องผู้เป็นนาย “เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าองค์หญิงแห่งเผ่าสวรรค์”

เขาเป็นคนของข้า” น้ำเสียงราบเรียบของเฟยเมี่ยวทำให้ทุกคนในห้องหันกลับไปมอง

เช่นนั้นคุณชายหลิ่ง ท่านควรสั่งสอนคนของท่านว่าไม่ควรกล่าววาจาเช่นนี้ กับผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าตน”

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วมองซือซือที่กล้าพูดจาตำหนิเขา หาว่าเขาไม่สั่งสอน มี่ถงจึงกล่าวเช่นนั้น จากนั้นหัวเราะออกมาเบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า เช่นนั้น องค์หญิงไป๋หนิงเซียนจะบอกผู้แซ่หลิ่งได้หรือไม่ ว่าที่คนของข้าพูดมา มีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง?”

ไป๋หนิงเซียนกล่าวว่า “ที่ไม่ถูกต้องคือคนของคุณชายหลิ่ง หาว่าข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งฮูหยินของท่านพี่ฮุ่ยเฉิง ทั้งที่ข้าคู่ควรกว่าท่านที่เป็นคนไร้หัวนอนปลายเท้า”

“เสี่ยวเซียนระวังคำพูดของเจ้าด้วย” เหวินฮุ่ยเฉิงขมวดคิ้วมุ่นกล่าวตำหนิเสียงเข้ม จากนั้นหันไปเอ่ยกับเฟยเมี่ยวว่า “เฟยเอ๋อร์เรื่องนี้”

เจ้าเงียบไป ข้าจัดการเอง” เขากล่าวกับไป๋หนิงเซียนว่า “เช่นนั้นก็แปลกมาก ท่านเอาอะไรมาตัดสิน ว่าผู้แซ่หลิ่งนั้นไร้หัวนอนปลายเท้าเล่า คนเผ่าสวรรค์ที่แท้เป็นคนที่ตัดสินผู้อื่นจากภายนอกหรือนี่”

ซือซือ “เจ้า!!”

อ้อ แล้วก็นะ เจ้าเองก็เป็นเพียงสาวใช้กลับเรียกข้าที่เป็นว่าที่คนรักของเจ้าตำหนักเหวินด้วยคำว่า ‘เจ้า’ เช่นนี้ใช่ว่าผู้เป็นายสั่งสอนไม่ดีด้วยหรือไม่” ณ จุดนี้ตำแหน่งอะไรที่ได้เปรียบขอยึดไว้ก่อนก็แล้วกัน เขาตวัดสายตามองซือซือนิ่งๆ จนนางก้าวถอยหลังกลับไปยืนอยู่ข้างหลังของผู้เป็นนาย 

บอกไว้ก่อนเลยว่า หลักสูตรเถียงอย่างไรให้ชนะ เนี่ยเขาเรียนรู้มาจากท่านแม่เม่ยอิงหมดแล้ว

เสี่ยวไป๋ร้องเหมียวออกมาอย่างอารมณ์ดี เฟยอวี่สู้ๆ จัดการองค์หญิงหน้าเหม็นนั่นเลย

ไป๋หนิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น นางโกรธจนแทบบ้าแล้ว “เช่นนั้น คุณชายหลิ่งช่วยบอกกล่าวเสี่ยวเซียนได้หรือไม่ ท่านเป็นลูกเต้าเหล่าใคร จึงคิดว่าตนเองนั้นคู่ควรกับท่านพี่ฮุ่ยเฉิงมากกว่าเสี่ยวเซียน”

 

ย่อมได้” เป็นมี่ถงที่กล่าวขึ้น “ข้าขอพูดแทนนะขอรับนายน้อย”

เฟยเมี่ยวพยักหน้าหนึ่งครั้ง มี่ถงมองเหวินฮุ่ยเฉิงอย่างอย่างขุ่นเคือง ‘ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง จัดการกับสตรีคนเดียวก็ทำมิได้ ทั้งยังทำให้นายน้อยของข้าถูกสตรีไร้ยางอายพวกนี้ว่าร้าย’ เขาเริ่มกล่าว

ว่ากันตามศักดิ์สูงต่ำแล้ว แน่นอนว่านายน้อยของข้ามีศักดิ์สูงกว่าองค์หญิงห้าเผ่าสวรรค์ ที่เกิดจากนางสนมเล็กๆ คนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ขององค์เง็กเซียนเป็นแน่”

อ้าว ความรู้ใหม่ นี่ไป๋หนิงเซียนเป็นลูกของสนมหรือนี่…

ซือซือ “สามหาวนัก!!”

เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวว่า “หุบปากเจ้าไป ว่ามาต่อสิ”

มี่ถงแค่ปรายตามองแล้วกล่าวต่อว่า คนที่พวกท่านกล่าวหาว่าไร้หัวนอนปลายเท้านั้น ความจริงเป็นถึงบุตรชายคนเดียวของราชินีจิ้งจอก ซูเม่ยอิงแห่งหุบเขาซูเม่ย”

“...”

ราชินีของเราเป็นคนชนชั้นไหน องค์เง็กเซียนยังต้องไว้หน้าถึงห้าส่วน เทียบกับท่านแล้วนายน้อยของข้าต้องมีศักดิ์สูงกว่าไม่น้อยกว่าสามขั้นแน่นอน เช่นนี้แล้วจะกล้าพูดว่า ให้นายน้อยไปเป็นอนุภรรยาต่ำต้อยได้อย่างไร”

เจ้าพูดมาก็ถูก” เหวินฮุ่ยเฉิงกล่าวเสียงแผ่ว เฟยเอ๋อร์เป็นบุตรชายของซูเม่ยอิงเขาเองก็เพิ่งทราบ หากเป็นเช่นนี้การหมั่นหมายในครั้งนี้ คิดยกเลิกคงมิใช่เรื่องยากเย็นแล้ว

ที่แท้เป็นคนเผ่ามาร ท่านพี่เจ้าคะคนเผ่ามารไว้ใจได้ที่ไหน ท่านคิดสานสัมพันธ์กับคุณชายหลิ่งมิเท่ากับผิดต่อฟ้าหรือ”

เฟยเมี่ยวที่กำลังดูชมมี่ถงพูดจายืดยาวก็ถึงกับคิ้วกระตุก เขากล่าวเสียงเรียบว่า “เผ่ามารมีอะไรไม่ดี”

เผ่ามารเข่นฆ่าผู้คน ทั้งยังก่อกรรมทำเข็นมากมายจะนับเป็นตัวดีอะไรได้” 

เฟยเมี่ยวยิ้มเยาะ เผ่าสวรรค์ที่ก่อกรรมทำเข็นจนตกสวรรค์ตั้งแต่บรรพกาลมาก็มีไม่น้อย จะเหมารวมว่ามีเพียงเผ่ามารที่ชั่วช้าได้อย่างไร”  

ขอบคุณอีบุ๊คราคาแพงของระบบ ที่ทำให้ผมหาเรื่องมาเถียงกับยัยหนูนี่ได้พอดิบพอดี

ไป๋หนิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น หากมิใช่ว่าอยู่ต่อหน้าท่านพี่ฮุ่ยเฉิง นางคงได้ลงมือกับอีกฝ่ายแล้ว

เฟยเมี่ยวตัดปัญหาด้วยการหันไปถามคนต้นเรื่องด้วยน้ำเสียงกดดัน  คนแซ่ อะแฮ่ม อาเฉิงเจ้าว่าเรื่องนี้ ข้าพูดได้ถูกต้องหรือไม่”

ลองบอกว่าไม่ถูกดูสิ จะตีให้ตายเลย 

ถูก เผ่ามารก็มีทั้งดีและชั่ว จะเหมารวมไม่ได้ เฟยเอ๋อร์เจ้าพูดได้ถูกต้อง” เจ้าตำหนักเหวินกล่าวอย่างคล่องแคล่ว 

ถามด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ เขากล้าตอบช้าได้หรือ แต่ไหนแต่ไรมาเหวินฮุ่ยเฉิงเป็นคนที่เชื่อฟังคำสอนของบิดามากกว่ามารดา บิดามักจะพร่ำสอนเขาเสมอว่า หากวันใดคิดมีภรรยาจงเชื่อฟังภรรยาแล้วชีวิตจะมีแต่เรื่องดีๆ เขาเองรับฟังคำสอนนั้นมาตั้งแต่เด็กทั้งยังเห็นบิดาปฏิบัติต่อมารดาอย่างทะนุถนอมเชื่อฟังมาตลอด จึงซึมซับเอาคำพูดบิดามาปฏิบัติตาม เฟยเอ๋อร์ยังมิใช่ภรรยา แต่ในอนาคตย่อมไม่แน่ เช่นนั้นคำพูดของอีกฝ่ายเขาล้วนเชื่อฟัง

เฟยเมี่ยวพยักหน้าพึงพอใจ 

ท่านพี่!

พอแล้ว เรื่องครั้งนี้ก็พอแค่นี้ เสี่ยวเซียน ข้าเป็นบุรุษที่มีคนผู้หนึ่งในใจแล้ว เจ้าแต่งกับข้าวันหน้าก็หาความสุขมิได้ เอาเรื่องนี้กลับไปคิดให้ดี ข้าจะรอหนังสือยกเลิกงานแต่ง” เหวินฮุ่ยเฉิงถอนหายใจกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาลุกขึ้นเดินเข้ามากล่าวกับเฟยเมี่ยวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “เฟยเอ๋อร์วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว กลับไปพักกันเถอะ”

ว่าแต่นะถงถง วันนี้เจ้าเป็นอะไรเหตุใดไม่พูดไม่จา” เฟยเมี่ยวเอ่ยถามอย่างสงสัย

หลังจากเหวินฮุ่ยเฉิงพาเขากลับมาที่เรือนของตน ก็มีเด็กรับใช้เข้ามาตามอีกฝ่ายออกไปไหนก็ไม่อาจทราบได้ ปล่อยให้เขาอยู่กับมี่ถงและเจ้าเสี่ยวไป๋ที่กำลังนอนให้เขาเกาพุงให้

 

วันนี้มี่ถงแปลกไป เขาสังเกตเห็นตั้งแต่ที่ไปทานข้าวเมื่อเช้าแล้ว ทั้งที่ยืนอยู่ข้างกายเขาแทบจะตลอดทั้งวัน กลับไม่ยอมพูดยอมจาเอาแต่นิ่งเงียบ ทั้งยังดูไม่ค่อยอยากจะสบตากับเขาสักเท่าไหร่ นอกจากตอนที่อีกฝ่ายช่วยเถียง แค่กๆ ช่วยพูดแทนเขาต่อหน้าไป๋หนิงเซียน หลังจากนั้นก็แทบนับคำได้

มี่ถงเหลือบตามองผู้เป็นนายอย่างเหนื่อยใจ จะให้เขาอธิบายอย่างไรเล่า เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้นนายน้อยยังจำไม่ได้ แล้วจะให้เขาที่เป็นผู้ติดตามไปโวยวายใส่อีกฝ่ายที่เป็นเจ้าชีวิต แน่นอนว่าไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวานท่าน...จำอะไรไม่ได้เลยเชียวหรือ” จำไม่ได้เลยหรือว่าเหวินฮุ่ยเฉิง…

เฟยเมี่ยวส่ายหน้า ‘ทำไม เกิดอะไรขึ้น หรือเขาจะพลาดเรื่องสนุก'

เฮ้อ” มี่ถงเอาก้มหน้าลงซบแขนตนเอง กล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ท่าน ไม่สิ ทั้งท่านทั้งไอ้แมวบัดซบนั่น ชาตินี้ทั้งชาติอย่าได้คิดแตะต้องสุราอีกเด็ดขาด!!”

หนีก็ไม่สำเร็จ ถูกเหวินฮุ่ยเฉิงแย่งตัวนายน้อยไปต่อหน้าต่อตา ซ้ำร้ายยังไม่มีปัญญาไปแย่งชิงคืนมา ที่แย่ที่สุดคือ ก่อนไปอีกฝ่ายยังช่วยคลายจุดให้เขา แล้วกล่าวออกมาง่ายๆว่า 'พาเสี่ยวไป๋ไปนอนด้วย' เขาละอยากจะหักคอไอ้แมวอ้วนนี่ให้หายแค้นนัก แต่จะกล่าวโทษผู้ใดได้ หากไม่ใช่เพราะเขาฝีมือต่ำต่อย นายน้อยก็คงไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

คิดได้เช่นนั้น มี่ถงก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า จะต้องเก่งกาจขึ้นเพื่อปกป้องนายน้อยจากคนแซ่เหวินให้ได้

แต่เช้าวันถัดมา ความตั้งใจเมื่อคืนกลับกลายเป็นเพียงความเพ้อฝันตั้งแต่ที่ได้ยินคำว่า 'ว่าที่คนรัก' ออกจากปากของผู้เป็นนาย นี่มิใช่ว่านายน้อยยอมรับว่ากำลังมีใจให้เจ้าตำหนักเหวินหรอกเหรอ ความรู้สึกของนายน้อยที่มีต่อเหวินฮุ่ยเฉิงเป็นไปถึงขั้นไหนแล้ว แล้วเขาจะอยู่ตรงไหน ยังมีที่ว่างสักเล็กน้อยพอให้คนอย่างเขาแทรกเข้าไปภายในใจได้หรือไม่ 

นี่สินะถึงมีคำกล่าวที่ว่า ‘มีวาสนาห่างพันลี้ยังได้พบ ไร้วาสนาแม้อยู่ต่อหน้าก็ไร้ใจ'[1]

เฟยเมี่ยวก้มมองเสี่ยวไป๋ที่อ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน ไม่ทุกไม่ร้อนอะไร ก็ได้แต่สงสัยเงียบๆ ในใจ นี่เขาทำอะไรผิดไปหรือไม่…

เอาเถอะ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าไป๋หนิงเซียนเป็น ลูกของนางสนม”  

มี่ถงกล่าวอย่างไร้ชีวิตชีวา ข้าเดาเอา”

หะ…”

นางเป็นองค์หญิงห้าแห่งเผ่าสวรรค์ แซ่ไป๋นั้นคล้ายคลึงกับแซ่ของสนมเล็กๆ นางหนึ่ง ในวังหลังขององค์เง็กเซียน ข้าก็เลยเดาเอาว่านางน่าจะเป็นลูกของสนมผู้นั้น”

ที่แท้แม้แต่โลกนี้ก็มีเรื่องซุบซิบหรือ…

อ้อ เป็นเช่นนี้เอง”

เรือนรับรององค์หญิงไป๋หนิงเซียน

เพล้ง

จิ้งจอกชั่วช้านั่นมันเป็นตัวบัดซบอะไรเหตุใดจึงกล้ามาแย่งท่านพี่อาเฉิงของข้า”

องค์หญิง ทรงใจเย็นก่อนเพคะ หากยังทรงทำลายข้าวของเช่นนี้เดี๋ยวยอมเฝ้าประตูด้านนอกก็แห่กันมาพอดี” ซือซือพยายามเตือนสติผู้เป็นนาย

ก็ช่างมันปะไร ข้าเป็นถึงองค์หญิงเผ่าสวรรค์ ใครหน้าไหนมันจะกล้ามาว่ากล่าว”

แต่หากเรื่องนี้ รู้ถึงหูเจ้าตำหนักเหวินแล้วละก็ จะไม่เป็นการดีต่อตัวองค์หญิงเองนะเพค่ะ”

ไป๋หนิงเซียนชะงักไป เมื่อนึกถึงคู่หมายของตน เมื่อเช้านางคิดไปตามอีกฝ่ายมาร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน แต่นึกไม่ถึงว่า กลับต้องไปได้ยินว่าท่านพี่ฮุ่ยเฉิงนั้นชมชอบผู้อื่น ทั้งยังคิดยกเลิกงานแต่งของนาง จิ้งจอกขาวตนนั้นมันเป็นเดรัจฉาน! เป็นตัวบัดซบ มันต้องใช้มนต์ตราจิ้งจอกล่อลวงท่านพี่ฮุ่ยเฉิงของนางเป็นแน่ นางหันไปเขย่าแขนของซือซือกล่าวอย่างร้อนรนว่า

ซือซือ คนเผ่ามารไว้ใจมิได้ ไม่แน่จิ้งจอกตนนั้นอาจจะใช้มนต์เสน่ห์ของจิ้งจอกล่อลวงท่านที่อาเฉิงก็ได้”

ซือซือพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นนาย

เช่นนั้นจะทำเช่นไรต่อไปดีเพคะองค์หญิง”

ไป๋หนิงเซียนครุ่นคิด นางเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง จะให้ไปสู้รบปรบมือกับคนเผ่ามารที่มากด้วยเล่ห์กลโดยตรงนางคงทำมิได้ แล้วจะทำเช่นไรดี จิ้งจอกตนนั้นถึงจะจากไป

เราไล่มันไปดีหรือไม่เจ้าคะ” ซือซือ

ไล่อย่างไรเล่า ข้าจะเอาสิทธิ์อะไรไปไล่จิังจอกตนนั้น ที่นี่แดนเหมันต์หาใช่เผ่าสวรรค์ไม่”

หม่อมฉันมีวิธีเพคะ”  

ซือซือก้มลงกระซิบผู้เป็นนาย ไม่นานหลังจากนั้นสองนายบ่าวก็เดินตรงไปยังเรือนพักของเจ้าตำหนักเหวิน

เฟยเมี่ยวกำลังนั่งมองมี่ถงกับเจ้าอ้วนเสี่ยวไป๋เถียงกัน ไม่สิ ต้องบอกว่ามี่ถงกำลังพูดอยู่ฝ่ายเดียวต่างหากเล่า ส่วนเจ้าอ้วนเสี่ยวไป๋นั้นกำลังกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นแกล้งทำหูทวนลมอยู่

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อครู่มีเด็กรับใช้นำขนมมาและชากาใหม่มาเปลี่ยนให้เขา บอกว่าเป็นคำสั่งของเจ้าตำหนักเหวิน ชาน่ะไม่เท่าไหร่แต่ขนมนี่สิ เขายังไม่ทันได้หยิบขึ้นมาจากจานสักชิ้นเลย เจ้าแมวตะกละนั่นก็กระโดดมาตะคุบจานขนมไว้ใต้พุงแมวๆ ของมันไม่คิดแบ่งใคร จากนั้นก็กินขนมทั้งจานจนเกลี้ยง มี่ถงก็เลยมานั่งบ่นอีกฝ่ายเป็นหมีกินผึ้งเพราะเขายังไม่ได้กิน 

คุณชายขอรับ องค์หญิงไป๋หนิงเซียนมาขอพบขอรับ”

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วมองเด็กรับใช้ ที่เข้ามาแจ้งตน แต่เหวินฮุ่ยเฉิงไม่อยู่แล้วยัยหนูนั่นมาหาใคร…

เจ้าตำหนักเหวินไม่อยู่” เขากล่าวช้าๆ

องค์หญิงมาเพื่อขอพบคุณชายขอรับ”

พบเขา? จะมาไม้ไหนอีกละ

เหมียวว องค์หญิงหน้าเหม็นนั่นมาถึงที่นี่เจ้าต้องระวังตัวด้วยละ” เสี่ยวไป๋ว่าเสร็จ ก็ลุกขึ้นเดินส่ายหางจะจากไป แต่มี่ถงดึงหางของมันไว้เสียก่อน

แล้วเจ้าจะไปไหน”

เสี่ยวไปเหลือบตามอง ตอบกลับมาสั้นๆ แค่ “ไปนอน” แล้ววิ่งหนีไป

ให้นางไปรอที่ห้องรับรอง” เฟยเมี่ยวกล่าวกับเด็กรับใช้

เมื่อเด็กรับใช้ผู้นั้นจากไปแล้ว มี่ถงจึงเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

องค์หญิงเผ่าสวรรค์ผู้นั้น คงไม่ได้มาหาท่านเช่นมิตรเป็นแน่ นายน้อยระวังตัวด้วย”

เฟยเมี่ยวเอามือเท้าคางเอ่ยทีเล่นทีจริงว่า “ถงถงคนดีของข้า ในที่สุดเจ้าก็นึกถึงข้าขึ้นมาแล้ว ข้ารึหลงคิดไปว่าเจ้าจะพูดคุยได้แต่กับเจ้าอ้วนเสี่ยวไป๋เสียอีก”

มี่ถงขมวดคิ้วมุ่น กล่าวด้วยใบหน้าบึ้งตึงน้ำเสียงขุ่นเคือง “เป็นใครที่ลืมข้าก่อน ไปได้แล้วขอรับ ท่านอย่าได้พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้อีก”

เฟยเมี่ยวหัวเราะออกมาเบาๆ พลางกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “แมว...ก็น่ารักดี”

เชิญนั่งก่อน” เฟยเมี่ยวกล่าวเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่าไป๋หนิงเซียนเดินเข้ามาภายในเรือนรับรอง

ไป๋หนิงเซียนนั่งลงตรงข้ามกับเฟยเมี่ยว สีหน้านั้นดูนุ่มนวลอ่อนโยนผิดกับเมื่อตอนเช้าราวฟ้ากับเหว

เสี่ยวเซียนหาได้ตั้งใจมารบกวน เพียงต้องการพูดคุยกับคุณชายหลิ่งให้เข้าใจ” 

เฟยเมี่ยวเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย เอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ยังมีอะไรต้องเข้าใจอีก”

อ่ะ คุณชายหลิ่งคงยังโกรธเคืองเรื่องที่คนของเสี่ยวเซียนนั้นเสียมารยาทไป เช่นนั้นอีกสักครู่เสี่ยวเซียนจะให้ซือซือมาคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าท่าน เช่นนี้คุณชายหลิ่งเห็นควรหรือไม่”

ยัยหนูนี่ต้องการอะไรกันแน่ เมื่อเช้ายังปล่อยให้คนของตนด่าเขาอยู่ฉอดๆ ตอนนี้จะให้มาคุกเข่าสำนึกผิดให้เขาดู 

ไม่ต้องหรอก เรื่องมันแล้วไปแล้ว” เขาบอกตัดรำคาญ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง “ว่าธุระของเจ้ามาเถอะ”

เรื่องงานแต่งของท่านพี่ฮุ่ยเฉิงกับเสี่ยวเซียนนั้น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว อย่างไรก็คงยกเลิกมิได้”

เฟบเมี่ยวเลิกคิ้วมอง แปลว่าองค์หญิงจะทรงดื้อรั้น?”

เสี่ยวเซียนเพียงอยากให้คุณชายหลิ่งเข้าใจ เสี่ยวเซียนนั้นตั้งแต่จำความได้ก็ผูกใจรักใคร่เพียงท่านพี่ฮุ่ยเฉิง จนถึงวันนี้ก็อยากแต่งกับเขาเป็นคู่ผัวตัวเมียอยู่ร่วมกันจนผมขาวโพน” 

แต่อาเฉิงมีคนที่รักอยู่แล้ว” เฟยเมี่ยวกล่าวเนิบช้า 

ใครจะรู้ว่าเขาพูดออกไปเช่นนี้ แต่ในใจกลับกระดากอายเป็นอย่างมาก ก็ไอ้คนที่รัก ที่ว่านั่นมันหมายถึงตัวเขาแน่นอนอยู่แล้ว คนอะไรอวยตัวเองได้ไม่อายปาก…

เสี่ยวเซียนอยากจะขอความเมตตาคุณชายหลิ่งสักครั้ง ส่งเสริมวาสนานี้ให้ถึงฝั่งฝัน” นางจ้องมองเฟยเมี่ยวอย่างอ้อนวอน “เสี่ยวเซียนเพียงขอยืนข้างเขาในฐานะฮูหยินใหญ่ พอให้ไม่อับอายไปถึงท่านพ่อ จะไม่ขอก้าวก่ายความรักของพวกท่าน”

เฟยเมี่ยววางถ้วยชาที่จิบลง เลิกคิ้วขึ้นมององค์หญิงน้อยอย่างฉงน 'ง่ายดายถึงเพียงนี้’ เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ 

ไป๋หนิงเซียนตีหน้าเศร้า น้ำตาคลอ นางทำตามที่ซือซือบอกทุกอย่างแล้ว ที่เหลือก็แค่...

องค์หญิงเพค่ะ ชาได้แล้วเพค่ะ” ซือซือเดินเข้ามาพร้อมกับถาดที่มีกาน้ำชาและขนมวางอยู่  

ไป๋หนิงเซียนลุกขึ้นไปรับถาดมาจากซือซือ แล้วเดินมาหาเฟยเมี่ยวที่นั่งอยู่ นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ใบชาที่ใช้ชง เป็นชาที่ท่านพี่อาเฉิงชื่นชอบมาก มีเพียงเผ่าสวรรค์เท่านั้นที่สามารถปลูกได้ เสี่ยวเซียนให้ซือซือชงมาให้คุณชายหลิ่งลองชิบดู ว่าถูกใจหรือไม่”

แต่ก่อนที่กาน้ำชาจะถูกวางลงบนโต๊ะทางขวามือ มันกลับถูกโยนใส่เฟยเมี่ยวทั้งกา

เฟยเมี่ยวที่เดิมทีก็ระมัดระวังตัวจากไป๋หนิงเซียนอยู่แล้วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโยนกาน้ำชา ที่มีน้ำร้อนเดือดๆใส่ตน เขาก็รีบพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าระยะใกล้แค่นี้ต่อให้หลบได้ก็ไม่พ้นตัว แค่เปลี่ยนจากสาดใส่หน้างามๆของเขา ไปราดใส่ขาทั้งสองข้างของเขาแทน

เพล้ง

นายน้อย!” มี่ถงรีบวิ่งเข้ามาประคองผู้เป็นนายที่ล้มลงไปกับพื้น

อึก...เจ้า!”  เฟยเมี่ยวขบกรามแน่น จ้องมององค์หญิงเผ่าสวรรค์ที่กล้าทำร้ายตน

ยามนี้ขาทั้งสองข้างของเขาปวดแสบปวดร้อนไปหมด เขาสามารถรับรู้ได้เลยว่าน้ำในกาที่ถูกสาดใส่นั้นเป็นน้ำเดือดที่เพิ่งยกลงจากเตาแน่นอน 

คุณชายหลิ่ง เสี่ยวเซียนขออภัย มือมันลื่น” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน มีรอยยิ้มงามแต่งแต้มบนใบหน้า

ลื่นกับมารดานางสิ!! เด็กสามขวบยังรู้เลยว่าตั้งใจ

กล้าดีอย่างไร!!”  มี่ถงที่ประคองเฟยเมี่ยวมานั่งบนเก้าอี้ได้แล้ว ก็ตวาดออกมาอย่างดุดัน

เขาเตรียมตัวจะพุ่งเข้าไปจัดการกับไป๋หนิงเซียน แต่ถูกเฟยเมี่ยวคว้าข้อมือไว้ เฟยเมี่ยวมองไป๋หนิงเซียนเหมือนมองคนตายเขากล่าวอย่างอดกลั่นว่า เลือกมา จะตัดมือตนเองเสีย หรือจะให้ข้าเป็นคนลงมือ” 

ไป๋หนิงเซียนหุบยิ้มฉับ นางชี้หน้าเฟยเมี่ยวด้วยโทสะ ช่างอาจหาญเสียจริง ถึงขั้นคิดตัดมือข้า เดรัจฉานเช่นเจ้า คนที่กล้ามาแย่งท่านพี่ฮุ่ยเฉิงของข้าเช่นเจ้า สมควรตายนัก!!”

แย่ง? ข้าหรือ” เขาถามกลับตาใส เขาแย่งที่ไหน เหวินฮุ่ยเฉิงมาเองเถอะ

เจ้าคนไร้ยางอาย มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ท่านพี่ฮุ่ยเฉิงเป็นของข้าเขาเป็นของข้า หากเจ้ายังดื้อรั้นข้าจะให้เจ้าพบจุดจบที่ทรมานยิ่งกว่าตาย” 

เอาละ เขาหมดความอดทนกับองค์หญิงเด็กเหลือขอนี่แล้วจริงๆ 

บรรยากาศโดยรอบพลันแปลเปลี่ยน ปราณมารมากมายพวยพุ่งออกจากตัวของเฟยเมี่ยวที่นั่งอยู่ เขาจ้องมองไป๋หนิงเซียนอย่างเย็นชา บอกกล่าวเจตนาอย่างชัดเจนว่าถ้าอีกฝ่ายกล้ากล่าววาจาใดอีกแม้แต่ครึ่งคำ ถูกฆ่าแน่…

ไป๋หนิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น นางก้าวถอยหลังไปหลายก้าวสีหน้าแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างไม่ปิดบัง 

หึ ทรมานยิ่งกว่าตายเป็นเช่นไร องค์หญิงน้อยเช่นเจ้ารู้จักหรือ?” เฟยเมี่ยวยังคงจ้องมองอีกฝ่ายจากนั้นยกยิ้มเย็นกล่าวว่า “ข้าช่วยสอนให้เจ้า ดีหรือไม่”

ซือซือรีบเอาตัวเขามาบังผู้เป็นนายไว้ 

เจ้าอยากเริ่มก่อนรึ” เฟยเมี่ยวถามออกไปเสียงเรียบ

เจ้ากล้าหรือ ทำร้ายองค์หญิง เท่ากับว่าทำร้ายคู่หมั้นของเจ้าตำหนักเหวิน ถึงตอนนั้นทั้งเผ่าสวรรค์ ทั้งตำหนักซือโฮ่วไม่มีใครปล่อยเจ้าไว้แน่!” ซือซือใช้วาจาข่มขู่ แต่เฟยเมี่ยวกลับหัวเราะออกมา

จะชาติก่อนหรือชาตินี้ สิ่งที่เขารังเกียจที่สุดคือการถูกผู้อื่นข่มเหงรังแก ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นแค่สตรีน้อยผู้หนึ่งแล้วอย่างไร กล้ารังแกเขาก็เท่ากับเป็นศัตรู เพียงแต่หากจะลงมือเขาก็กลัวว่า...เฟยเมี่ยวหันไปถามมี่ถงว่า

หากข้าตัดมือนางจริง ท่านแม่จะโกรธหรือไม่?” เขาไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ท่านแม่ทั้งสอง ทั้งยังไม่อยากให้พวกนางโกรธ บนโลกนี้สตรีที่เขาจะไว้หน้าก็มีเพียง ซูเม่ยอิง และหลิ่งฮวาเท่านั้น

หากปล่อยคนต่ำช้าเช่นนี้ไป ถึงจะผิดต่อเจ้าหุบเขาขอรับนายน้อย” แน่นอนว่ามี่ถงไม่คิดห้ามปราม 

จิ้งจอกเทพแห่งหุบเขาซูเม่ยถูกปลูกฝังให้เข้มแข็ง และไม่รังแกผู้ที่อ่อนด้อยกว่าตน แต่หากถูกผู้อื่นรังแกแล้วละก็ หากไม่สั่งสอนก็ถือว่าผิดต่อคำสอนของเจ้าหุบเขาแล้วแล้ว 

เฟยเมี่ยวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปถามซือซือที่ยืนตัวสั่นงันงกด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าจะไม่หลีก จริงๆ ใช่ไหม”

เขาไม่คิดรอคำตอบปราณมารสายหนึ่งถูกซัดออกไปจนซือซือ กระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะจนโต๊ะพังเสียหาย นางกระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง แต่ยังพยายามจะเข้ามาปกป้องผู้เป็นนาย

เจ้า เจ้า! ใครก็ได้ช่วยด้วย ปีศาจตนนี้คลุ้มคลั่งแล้ว ช่วยข้าด้วย!” ไป๋หนิงเซียนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

นางคิดวิ่งหนีออกไปทางประตู แต่มี่ถงกลับปามีดสั้นดักทางนางไว้จนนางต้องถอยกลับมา ประตูทางเข้าถูกปิดตายด้วยฝีมือของมี่ถง ไป๋หนิงเซียนหันกลับมาหาเฟยเมี่ยวกล่าวด่าทอเขาสารพัด แต่แน่นอนว่าเขาไม่สนใจ ยามนี้ความเจ็บปวดที่ขาทำให้เฟยเมี่ยวแทบจะสิ้นสติอยู่รอมร่อ 

ปัง ปัง ปัง!!

เปิดประตู ผู้ใดอยู่ข้างในเปิดประตู!!” เสียงเคาะประตูและเสียงผู้คนดังระงมมาจากภายนอก 

คงเป็นเพราะเสียงของไป๋หนิงเซียนที่ร้องขอความช่วยเหลือดังออกไปจนยามเฝ้าประตูได้ยิน จึงไปตามคนมาช่วย แต่เฟยเมี่ยวไม่ได้ใส่ใจ เขาเชื่อว่าแค่กันคนพวกนี้มี่ถงสามารถทำได้

ว่าอย่างไร จะตัดเองหรือให้ข้าตัดให้”

มารชั่ว เจ้ากล้าทำร้ายข้า หากท่านพี่ฮุ่ยเฉิงรู้เรื่องนี้ เขาไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

เฟยเมี่ยวส่งเสียง เหอะ ออกมาหนึ่งครั้ง เหวินฮุ่ยเฉิงรู้แล้วอย่างไร ยังไงเขาก็ไม่ใช่คนเริ่มก่อน หรือหากอีกฝ่ายคิดเอาผิดเขาจริง คิดว่าคนอย่างท่านเฟยเมี่ยวจะนั่งงอมืองอเท้าให้ผู้อื่นทุบตีหรือ 

เช่นนั้นข้าจะถือว่าคำตอบของเจ้า คือให้ข้าเป็นผู้ลงมือ”

ลูกแก้วอสนีบาตถูกดีดออกไป มันแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดเล็กๆแต่คมกริบ สกิลใหม่ที่เพิ่งทำได้เลยนะไม่อยากจะอวด ใบมีดตัดฉับเข้าที่ข้อมือของไป๋หนิงเซียนจนขาดสะบั้น 

กรี๊ดดดด”

ปัง!

“...อึก”

ไป๋หนิงเซียนทรุดลงกับพื้นหมดสติไป พร้อมกับที่ประตูถูกทำลายด้วยฝีมือของเหวินฮุ่ยเฉิง 

มี่ถงถูกฝ่ามือของเหวินฮุ่ยเฉิงซัดจนกระเด็นกลับมาหาผู้เป็นนาย กระอักเลือดออกมา ผู้อาวุโสของตำหนักซือโฮ่ว ทั้งยังลูกศิษย์ในตำหนักอีกหลายสิบชีวิตกรูกันเข้ามาในห้อง  ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนตัวคนตัวแข็งค้างไป

ฝั่งหนึ่งคือจิ้งจอกคนงามที่เจ้าตำหนักพากลับมาด้วย นั่งอยู่และกำลังพยายามก้มตัวลงช่วยพยุงผู้ติดตามของตนขึ้นจากพื้น 

อีกฝั่งคือองค์หญิงไป๋หนิงเซียนที่นอนสลบจมกองเลือดอยู่ อีกทั้ง… มือข้างหนึ่งถูกตัดขาดไป ข้างกายยังมีข้ารับใช้หญิงคนสนิทที่ประคองเจ้านายของตนขึ้นมาทั้งยังร้องห่มร้องไห้ราวจะขาดใจ

เจ้าตำหนักเหวิน ฮึก ให้ความเป็นธรรมด้วย จิ้งจอกตนนั้นทำร้ายองค์หญิงของหม่อมฉัน อึก”

เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง ทุกคนจ้อมมองเฟยเมี่ยวอย่างเดือดดาลทันทีเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายทำร้ายไป๋หนิงเซียน ไป๋หนิงเซียนนั้นเมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับตำหนักซือโฮ่วก็พูดได้เลยว่าเปรียบเสมือนลูกหลานของผู้อาวุโสในตำหนัก เพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย ด้วยนิสัยที่สดใสสมวัย ทั้งยังถือว่าเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม และรั้งตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของท่านประมุขมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ไม่ว่าผู้ใดก็ต่างรักใคร่เอ็นดูนาง

เมื่อถูกเฟยเมี่ยวที่เป็นคนเผ่ามารทำร้ายความเกลียดชังที่มีให้เผ่ามารแต่แรกก็ยิ่งผลักดันให้ความผิดครั้งนี้เกินจะให้อภัย แม้ว่าหลายวันมานี่จะเห็นความรัก ความเอาใจใส่ที่เจ้าตำหนักเหวินมีให้อีกฝ่ายไม่น้อยเลย แต่เมื่อถูกโทสะบดบังสายตา ไหนเลยยังจะสามารถคิดทำทวนเรื่องราวได้

เงียบ” น้ำเสียงราบเรียบติดเย็นชาของเหวินฮุ่ยเฉิงทำให้ทุกชีวิตในห้องเงียบเสียงลง

เขาเดินเข้าไปหาเฟยเมี่ยวที่เอาแต่นั่งนิ่งจ้องมองมาทางเขา และคุกเข่าลงต่อหน้าอีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เฟยเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

เฟยเมี่ยวจ้องมองเหวินฮุ่ยเฉิงด้วยแววตาเรียบเฉย เขาก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร ในเมื่อเห็นเต็มสองตาว่าเขาเป็นคนตัดแขนองค์หญิงน้อยนั่น จะวางเฉยปกป้องเขา หรือ ลงโทษเขาอย่างที่คนอื่นกล่าวหา

เหมียววว

เสี่ยวไป๋ที่มองดูเหตุการณ์มาตลอด กระโดดลงมาจากคาน นอนลงบนตักของเฟยเมี่ยวอย่างเกียจคร้าน “นายท่านเฟยอวี่ถูกน้ำร้อนลวกที่ขา พาเฟยอวี่ไปทำแผลก่อนเถอะขอรับ” 

เหวินฮุ่ยเฉิงพยักหน้า เขาอุ้มเฟยเมี่ยวขึ้นมาไว้แนบอกเดินกลับเรือนนอน สั่งไว้เพียงสั้นๆว่า “เรื่องนี้ รอเสี่ยวเซียนฟื้นค่อยว่ากันเถอะ ไปตามท่านหมอมาและพาองค์หญิงกลับตำหนักด้วย”

เฟยเมี่ยวซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างเบาใจ อย่างน้อยคนแซ่เหวินก็ไม่ตัดสินเขาจากแค่สิ่งที่เห็น

เหวินฮุ่ยเฉินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมสีเงินสวย ที่ตกลงมาบดบังใบหน้างามของเฟยเมี่ยวที่กำลังหลับใหลอย่างเบามือ เขามองมี่ถงที่จับจ้องตนด้วยใบหน้านิ่งสงบ แต่แววตาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเกลียดชังและดูแคลน แต่จนแล้วจนรอดอีกฝ่ายก็มิได้กล่าวอะไรออกมา เหวินฮุ่ยเฉิงจึงเพียงเรียกเสี่ยวไป๋ให้ตามออกไปเท่านั้น

เสี่ยวไป๋ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดที่ตนพบเห็นให้ผู้เป็นนายได้ฟัง เหวินฮุ่ยเฉิงหลับตาลงสะกดกลั่นโทสะ หากเขาไม่ควบคุมตนเองบันดาลโทสะใส่คนต้นเรื่องในครั้งนี้ เกรงว่าเรื่องราวจะยิ่งบานปลาย 

เรื่องที่เฟยเมี่ยวทำร้ายไป๋หนิงเซียนจะว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ก็คงมิใช่ แม้นางจะเป็นเพียงลูกสาวของสนมหลังตำหนักผู้หนึ่ง แต่ก็เป็นถึงแก้วตาดวงใจขององค์เง็กเซียน กล่าวได้ว่าต่อให้นางเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจริง ก็ไม่มีทางที่เผ่าสวรรค์จะสนใจถูกผิดไม่เอาความเป็นแน่ หากจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีพอ เกรงว่าเฟยเมี่ยวคงได้พบกับคราวเคราะห์แล้ว

นายท่านคิดจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรขอรับ” เสี่ยวไป๋ถามขึ้น

ตัวมันเองอยู่ในเหตุการณ์ ที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยนั้นเป็นเพราะสิ่งที่ต้องทำมันค้ำคออยู่ แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้พยัคฆ์ทมิฬไม่พอใจเป็นอย่างมาก จะดีร้ายอย่างไรเสี่ยวไป๋ก็ชอบจิ้งจอกน้อยทั้งสองมากกว่าคนเผ่าสวรรค์สองนายบ่าว 

ใช้วิธีที่ง่ายที่สุด” เหวินฮุ่ยเฉิงลุกขึ้นยืน

อย่างไรขอรับ”

เจรจากับไป๋หนิงเซียน”

เสี่ยวไป๋มองตามผู้เป็นนายอย่างประหวั่นพรั่นพรึง นายท่านถึงขนาดเรียกองค์หญิงปีศาจด้วยชื่อเต็มๆ เชียวหรือนี่

เหวินฮุ่ยเฉิงนั้นตลอดมาต่อให้รับรู้ถึงความเอาแต่ใจแสนร้ายกาจของไป๋หนิงเซียนมาตลอด เขาก็ลืมตาข้างหลับตาข้าง เพราะบิดาและมารดารักและเอ็นดูนาง ทั้งยังมองนางเป็นน้องสาววางนางไว้ในตำแหน่งที่สูงกว่าคนอื่นเล็กน้อย มองความร้ายกาจของอีกฝ่ายเป็นเพียงความเอาแต่ใจของน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น มาวันนี้กลับถึงขั้นเอ่ยนามอีกฝ่ายเต็มๆ มิใช่เรียกขานด้วยความเอ็นดู เสี่ยวไป๋ก็สามารถบอกกล่าวกับตนเองในใจได้แล้วว่า 'นายท่านของข้าโกรธแล้ว'

ครั้งนี้หากการเจรจาไม่เป็นผล ตำหนักซือโฮ่วและเผ่าสวรรค์ คงถึงคราวที่ต้องตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้วเป็นแน่

ด้านไป๋หนิงเซียน

ผ่านมาหลายชั่วยามในที่สุดก็ฟื้นคืนสติ นางมองไปรอบกายด้วยความสับสนมึนงง เมื่อนึกย้อนไปถึงก่อนที่ตนจะหมดสติไปนั้น นางก็รีบลุกขึ้นมองมือของตนทั้งสองข้าง แน่นอนว่าเหลือเพียงข้างเดียว นางกรีดร้องราวกับจะขาดใจ 

ซือซือเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายเริ่มอาละวาด นางก็รีบเข้าไปปลอบขวัญให้ใจเย็นลง

องค์หญิงเพคะ ทรงอย่าเพิ่งขยับตัวนะเพคะ เดี๋ยวบาดแผลจะสะเทือน”

ไป๋หนิงเซียนน้ำตานองหน้า กล่าวอย่างคลุ้มคลั่งว่า มือของข้า มือของข้า!!”

มือขององค์หญิง…” 

ไป๋หนิงเซียนมองตามสายตาของอีกฝ่าย มืออีกข้างที่ถูกตัดไปถูกวางไว้ในกล่องผลึกน้ำแข็งเพื่อเก็บรักษาไว้ นางกรีดร้องออกมาอีกครั้งทั้งยังร้องห่มร้องไห้กล่าวแต่ว่า จิ้งจอกชั่วช้า จะเอาชีวิตมัน ข้าจะเอาชีวิตมัน 

เดิมทีแผนการของซือซือมีเพียงเรียกผู้อาวุโสทั้งหมดในตำหนักซือโฮ่วมารวมตัวกันที่เรือนใหญ่ของเหวินฮุ่ยเฉิง โดยใช้เหตุผลว่าแขกมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว ในฐานะคู่หมั่นนางจึงอยากต้อนรับจิ้งจอกน้อยที่ท่านพี่ฮุ่ยเฉิงพามาให้ดี เลี้ยงน้ำชาพูดคุยสังสรรค์ทำความรู้จักกับผู้อาวุโสทั้งหลาย ความจริงคือคิดจัดฉากให้อีกฝ่ายกลายเป็นมารร้ายในสายตาผู้อื่น ส่วนนางก็เป็นสาวงามผู้ถูกรังแก

แต่ใครจะคาดคิดว่าแผนการในครั้งนี้จะทำให้องค์หญิงผู้สูงศักดิ์อย่างนางถึงกับต้องสูญเสียมือไปข้างหนึ่ง

รายงานองค์หญิงเจ้าตำหนักเหวินขอเข้าพบขพ่ะย่ะค่ะ”

 

 ประกาศจ้าสำหรับใครที่อยากตามคู่ของท่านเฉิน  (เฉินเยว่) และองค์รัชทายาทหยางจินเหลียง (จินเกอพญานกของเรานั่นเอง) สามารถตามไปได้ที่นิยายเรื่อง ลำนำรักทัณฑ์สวรรค์นะคะ กดไปตามลิงค์ได้เลยน้าาาาา  

https://writer.dek-d.com/Hanfeng/writer/view.php?id=1931072

เนื่องด้วยเวลาที่กระชั่นชิด เถียนซินจึงตัดสินใจจะลงสลับกันกับเมี่ยวเอ๋อร์เลยนะคะ เรื่องราวของ ลำนำรักทัณฑ์สวรรค์นั้นจะเป็นเรื่องราวหลังจากที่ หนทางสู่การเป็นท่านจอมมารจบไปแล้ว ไม่มีฉากหรือเนื้อหาที่ทับซ้อนกัน อ่านพร้อมกันได้เลยค่ะ ไม่งงแน่นอน

ด้วยรัก เถียนซิน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 803 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1083 ParichatParinjit (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 13:47
    น่าฆ่าให้ตายนัก
    #1,083
    0
  2. #1050 K.white wine (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:58
    เหอๆ น่าอนาถจริงองค์หญิง
    #1,050
    0
  3. #981 chalillxx_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:21
    สงสารนางเนอะอยากมีผัวจนมือขาดเลย นังโง่!!!!
    #981
    0
  4. #933 DBJJKM97 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 23:53
    โอ๊ยอยากรู้ว่านังไป๋จะเป็นไงต่อ
    #933
    0
  5. #841 sayupung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:04
    ตัดมือเลยนะ โหดจาดๆเลยน้องง
    #841
    0
  6. #783 มากิริจัง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 07:00
    แผนการนางดูสิ้นคิดดี
    เอาน้ำร้อนไปสาดเค้า
    แล้วจะพูดให้เค้าดูแย่ยังไง
    ตัวเองเริ่มก้อนแท้ๆ

    เอาใจช่วยความรักของเมี่ยวๆ
    ไม่อยากให้ดราม่ามากเลย
    #783
    1
    • #783-1 Hanfeng(จากตอนที่ 18)
      8 ตุลาคม 2562 / 15:47
      อดทนไว้นะคะ ฮึ้บๆ
      #783-1
  7. วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 13:52
    กลัวเมียตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วสินะแค่กๆ555
    #761
    0
  8. #728 iizesiri_p (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:46
    แหมมมมหมั่นไส้ชะนีตัวนี้ยิ่งนัก ริอาจจะสู้อาเฟยคนงามรึ สมควรโดรแล้ว
    ปล.สนุกมากๆค่ะ รออ่านอยู่นะคะ
    #728
    0
  9. #727 Knight_tears (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 09:57

    กลับมาแล้วจ้า

    #727
    0
  10. #681 ebony967 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 16:15
    แม่ๆมีอะไรกันแหงลินลี่หอมมาก
    #681
    0
  11. #671 M-232 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:19
    โรคกลัวมาแต่ไกลเลยนะแม่
    #671
    0
  12. #618 กิ้งก่อง กิ้งๆ ก่อง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 15:05
    แม่ร้ายยยยย สงสารพี่เหวิน
    #618
    0
  13. #604 sukanyaj2004 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:49
    ไรท์คะ...กรุณาเปิดสวนลิลลี่เถอะ
    #604
    1
    • #604-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 18)
      22 มีนาคม 2562 / 15:56
      ใครบอกว่าไม่มีละ 55555 มีนะมี~~
      #604-1
  14. #591 XINDEER (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:12
    แม่อิงคือออร่าหลงเมียมากกกก(ฮวาเออร์)โฮกกก นอกเรื่องอีกละ
    คุณพิต้องทำใจนะ น้องจะอัพสกิลแล้วไม่ใช่ปาลูกแก้วง้อยๆแล้วข่ะ
    #591
    0
  15. #500 trp1021 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:58
    แม่แม่นี่ โอ้ย น่ารัก เหมือนพี่น้องที่รู้นิสัยกันหมด
    #500
    0
  16. #482 25141511 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:30
    จิ้นแม่แม่ได้มั๊ยยยย><
    #482
    1
    • #482-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 18)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:36
      จิ้นได้ ท่านแม่น่ารัก
      #482-1
  17. #476 PiyapatBang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23
    ยัยน้องมีโกรธกันไปข้าง ดูนังพี่ไล่ น่าตบบบบบบบ ไป๊ ย้ายเรือไปท่านอาจารย์ดีกว่า เย่ะ
    #476
    0
  18. #473 M'PaaX'NR'C (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 21:00
    ตอนนี้เราเข้าข้างพระเอกนะคะ นางพยายามแล้ว นี่ทำเพราะแม่ยาย เดี๋ยวต้องไปง้อน้องอีก

    ชาติที่แล้วก็เสียคนรัก ลำบากลำบนเหลือเกิน แถมคนอ่านยังด่าเป็นขี้หมูขี้หมาไปแล้ว55555 วอนอย่าทำนาง
    #473
    1
    • #473-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 18)
      31 มกราคม 2562 / 21:13
      ที่คนอ่านด่าถล่มทลายขนาดนี้ เพราะซินตัดลงแค่50% ฉากที่ท่านแม่พาน้องกลับบ้าน พอดีค่ะ ซินผิดเองงงงง 5555
      #473-1
  19. #472 M'PaaX'NR'C (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 20:51
    แม่ควรสารภาพผิดนะคะ!! แค่ชาติที่แล้วอาจวินก็ลำบากแล้ว มาชาตินี้ก็ลำบากอีก
    #472
    0
  20. #463 ME>_< (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:27
    รอค่าาาา
    #463
    0
  21. #462 lills (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:44
    ท่านแมมมมม่อย่าแกล้งเขยยย
    #462
    0
  22. #461 Notty Kero (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 07:11
    อ่ะตกลงท่านแม่เปนคนบอกให้พ่อแมวทำ แต่พ่อแมวก็ทำแล้วลูกเราก็ปวดใจ ท่านแม่โดนงอนแน่
    #461
    0
  23. #460 Littleflake (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 06:14
    ซูเม่ยอิงเป็นผญ ทำไมบางทีก็ใช้สรรพนามเป็นนางบางทีก็เป็นเขา??? ไรท์มึนรึป่าวววว
    #460
    1
    • #460-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 18)
      30 มกราคม 2562 / 07:59
      เอ้า ขอโทษน้าา โปรดเข้าใจคนนอนเช้าด้วย555 เดี๋ยวว่างจะตามแก้ให้นะ :)
      #460-1
  24. #459 nyde (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 05:53
    อ้อ.....เป็นแผนสินะ ขอไปเคลียร์ที่สวรรค์ก่อนแล้วค่อยกลับมาหาเฟยเอ๋อร์ แต่คงเจออยากหน่อยนะ
    #459
    0
  25. #458 ning :3 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:43
    หึ้ยยยยๆๆๆๆๆๆๆ
    #458
    0