Yaoi : กั้นรัก

ตอนที่ 23 : >> 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 ก.ค. 56



เวลา 11.00 น. เศษ รถบัสทั้งสองคันของคณะค่ายปลูกป่าก็มาถึงที่หมายได้อย่างสวัสดิภาพและเหล่านิสิตหลับคร่อกกันแทบทั้งคันรถ อีกทั้งภายนอกก็ผิดกับวันเซอร์เวย์ค่ายของเหล่ารุ่นพี่จริง ๆ เมื่อท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมบาง ๆ พอกันแสงแดด ทำให้บรรยากาศด้านนอกร่มแดด มีลมพัด นับเป็นฤกษ์ดีของการเริ่มค่ายครั้งนี้



เสียงพี่ปีสามพูดกรอกโทรโข่งโหวกเหวกต้อนเหล่าปีหนึ่งเข้าไปในลานกว้างใต้อาคารที่พักเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยมีปีสองที่ผ่านการซักซ้อมมาแล้วคอยช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ทำท่าทางตื่นเต้นบ้าง ง่วงเหงาหาวนอนบ้าง พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เข้าไปนั่งเข้าแถวกันอย่างเรียบร้อย



เหนกเองรีบเด้งออกจากเก้าอี้รถทันที โดยให้ข้ออ้างกับสาวข้าง ๆ ว่ารีบไปทำงาน แต่กลับมองหากำปั่นที่นั่งกลางรถว่าไปไหนแล้ว หลังจากทนนั่งตัวเกร็งไม่ได้หลับสักงีบชนิดสัปหงกยังไม่ได้เลยมาตลอดทาง และไม่ได้พูดคุยอะไรกับคนข้าง ๆ สักคำโดยทำทีเป็นอ่านเอกสารซ้ำไปซ้ำมาและมันไม่เข้าหัวสักนิด



ไลน์ก็ไม่ตอบ อะไรของเขานะ..



ฝั่งคนที่ไม่ยอมตอบไลน์มัวแต่ยึก ๆ ยัก ๆ รอให้คนที่นั่งข้างตัวลุกไปก่อน ซึ่งพอคนทยอยกันลงจากรถไปค่อนรถแล้วสิงห์ถึงจะลุกไปโดยไม่ได้ชวนคุยอะไร ระหว่างรถเดินทางมาที่นี่นั้นก็มีชวนพูดกันบ้างแต่ส่วนมากก็เงียบนั่นแหละเพราะกำปั่นทำเป็นกอดอกนอน และรู้สึกไม่สะดวกใจถ้าจะหยิบมือถือออกมาเล่น



ครั้นตื่นขึ้นมาก็ยังไม่ได้ใส่ใจจะเช็คมือถือตัวเอง เลยไม่รู้ว่าเหนกส่งข้อความมามากแค่ไหน แต่ชะเง้อมองหาเหนกซะเองเพราะยังไม่ได้คุยกะไรกันเลย ซึ่งหนุ่มผมฟ้าก็เห็นเหนกตัวเป็น ๆ อยู่ตรงนี้แล้ว ยิ้มร่าพร้อมจะทักทายแล้ว แต่ก็ต้องโดนไล่ให้ลงจากรถมาก่อนเพราะเกะกะขวางทางคนอื่นเขา



เหนกกำลังจะตะโกนเรียกกำปั่น อีกฝ่ายก็โดนไล่ลงจากรถ ตัวเองก็โดนเพื่อนเรียกให้ไปช่วยเอาของออกจากท้องรถ เลขาฯค่ายจิ๊ปากอย่างเสียดายปนขุ่น ๆ ที่ไม่ได้คุยกับกำปั่นเลยสักคำวันนี้ แต่ก็หงุดหงิดไม่ได้นานด้วยหน้าที่ต้องมาก่อน ทำเอาหนุ่มเหนกปลงตก ลงไปแบกของอย่างเหี่ยวเฉา



ฝ่ายน้องปีหนึ่งก็เริ่มนั่งเรียงกันเป็นแถว ฟังการปฐมนิเทศน์ค่ายและข้อมูลสำคัญของค่ายทั้งหมด แล้วจึงเริ่มจับสลากแบ่งกลุ่มละ 5 คน โดยมีพี่ปีสองกลุ่มละสองถึงสามคนดูแล และเหล่าปีสองทั้งหมดต้องไปร่วมกิจกรรมแบ่งกลุ่ม ทิ้งให้ปีสามปีสี่ที่ยังไม่มีหน้าที่อะไรขนของลง



ตัวกำปั่นเองก็ต้องทำหน้าที่ดูแลน้อง ซึ่งกลุ่มที่มอบหมายให้ดูแลนั้นมีน้องตัวโตที่ทำให้ขวัญสะดุ้งตั้งแต่ก่อนเดินทางมารวมอยู่ด้วย... และเมื่อสายตานิ่ง ๆ มองมา ตัวรุ่นพี่ก็ได้แค่ยิ้มแห้งให้แล้วพยายามสลัดความคิดแง่ลบนั่นออกไป



มันคงไม่ใช่หรอกน่า.. อย่าหลงตัวเองเลยปั่นเอ๊ย



ครั้นมีจังหวะสายตาหลังเรแบนก็เทียวมองหารุ่นพี่ปีสามคนเก่งของเขาที่ยังไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกันเลยในวันนี้ด้วยสภาวะจิตใจที่ตกต่ำนิดหน่อย



เมื่อแบ่งกลุ่มกันแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อนรับประทานอาหารกลางวัน เหล่ารุ่นพี่ก็เริ่มทยอยแจกข้าวกล่องให้น้องเฟรชชี่ได้นั่งรวมกันเป็นวงกลมพร้อมกับพี่ที่ดูแลประจำกลุ่ม ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า พี่เทค (ย่อมาจากพี่ปีสองที่คอยดูแลเทคแคร์น้องปีหนึ่ง) เพื่อให้ได้พูดคุยซักถามและทำความสนิทสนม แต่ละกลุ่มก็ได้รับแจกกระดาษป้ายชื่อร้อยเชือกและปากกา เพื่อเขียนชื่อทั้งพี่ทั้งน้อง ให้ได้รู้จักกันทั่ว ๆ โดยปีหนึ่งและปีสองสีแบ่งตามกลุ่ม ส่วนพี่ค่ายที่เหลือเป็นสีเทาอ่อน



ระหว่างรับประทานอาหารช่วงหลัง ก็ได้เวลาสันทนาการมาเล่นตลกฆ่าเวลา เป็นอินโทรสู่การสันทนาการหลังอาหารอย่างเต็มรูปแบบ และกำปั่นก็จะต้องถูกอัญเชิญให้ไปประจำกลอง หมดสิทธิ์ได้คุยกับเลขาฯค่ายที่เดินไปเดินมาเป็นเสือในสวนสัตว์ คอยแจ้งกำหนดการณ์ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ให้ไปเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมตอนบ่าย



ไม่มีเวลาให้ได้แวะมาพูดคุยกันแม้สักนาที



ระหว่างกินข้าวทำความรู้จักกับน้อง ๆ ในกลุ่มด้วยท่วงท่าคึกคักตามประสากำปั่น ใช้เวลาไม่นานนักก็จำลักษณะและชื่อของน้องทั้งหมดได้ โดยสามในห้าเป็นน้องผู้หญิงที่ดูจะจ้อเก่งไม่เบาทำให้บรรยากาศวงนี้เป็นไปด้วยดีและทำให้กำปั่นเบาใจลง สิงห์ก็ยิ้ม ๆ ไม่ได้ร่วมเสวนาอะไรมากมายนัก



"ที่นี่ผีดุด้วยเหรอคะพี่กำปั่น!?" น้องผู้หญิงผมบ็อบตัวเตี้ยแต่ติดจะอวบชื่อน้อง แพรว อุทานกุมปากด้วยท่าอเมซิ่งเกินจริง จนสาว ๆ คนอื่นอินตามไปด้วย คนเล่าอดหัวเราะหึ ๆ เสริมบรรยากาศไม่ได้


               

"ใช่.. น้องคนไหนออกไปซนดึก ๆ ดื่น ๆ คนเดียวน่ะเจอดีทุกราย นี่จะหาว่าพี่ไม่เตือนนะ" ชี้ช้อนไปที่ใบหน้าอยากกรี๊ดแต่อั้นไว้ของน้องผู้หญิงเรียงคน



"ยังงี้คนที่แอบไปติ๊ดชึ่งตะละล่าเอาท์ดอร์กันก็มีสิทธิโดนอ่ะดิวะพี่" น้องผู้ชายอีกคนในกลุ่มนอกจากสิงห์แขวนป้ายชื่อว่า อ่ำ หัวเราะตัดมู้ดชาวบ้านหน้าตาเฉย เรียกเสียงเหยดจากสาว ๆ ที่มโนตามไปแล้ว จากที่สยองอยู่เปลี่ยนมาเพ้อฝันลืมเรื่องผีแป๊บ แถมแทบเรียกน้ำลายกำปั่นให้พ่นพรืดออกมาสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นให้ได้




"ที่พักก็มีครับน้อง! เอ้ย ไม่ใช่! น้องอ่ำเว้ยยย" รุ่นพี่ผมฟ้าเจอมุกนี้เข้าไปแล้วไปไม่เป็นเลยทีเดียว และเพราะมัวตบมุกอยู่พริกจากกระเพราไก่ไข่ดาวก็ติดคอซะงั้น เวรกรรมชิบ เขากุมปากไอค่อกแค่กน้ำตาเล็ดมือควานหาน้ำ ก็ได้สิงห์ที่นั่งข้างกันยื่นน้ำให้ดื่มพลางลูบหลังแปะ ๆ ให้พร้อมสายตาอาดูร



กำปั่นรีบเดิมน้ำอึกก่อนจะถอนหายใจเฮือก ค่อยยังชั่ว เกือบดับแล้วไง... ชีวิตกูนี่อนาถจริง ๆ แดกอะไรก็สำลัก แต่เดี๋ยวนะ กำปั่นหันมองอีกคนที่ยังลูบตัวเองป้อย ๆ ทั้งที่เขาก็หายสำลักแล้ว โดยคนลูบก็ยังกินข้าวไปเรื่อย มือซ้ายก็ยังเทียวลูบหลังคนเกือบตายเพราะพริกตะกี๊อยู่โดยใบหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



"น้องสิ..."



"เฮ้ย ไอ้ปั่น รีบแดกแล้วไปประจำตำแหน่งกลองได้แล้วว้อย!" เป็นเสียงของกันที่ตะโกนเรียกขัดจังหวะความสงสัยของหนุ่มเรแบนที่ในสมองมีเควสชั่นมาร์คผุดอยู่บานเบอะ ขานรับเพื่อนแล้วรีบโจ้ข้าวขอตัวจากกลุ่มน้อง ๆ ไปตามการเรียกของเพื่อนกันไป



ด้านหน้าที่ใช้เป็นเวทีคือพื้นที่โล่ง ๆ มีการตั้งกลอง ขาไมค์ แอมป์ขยายเสียง และสายไฟระโยงระยางสมเป็นเวที จริง ๆ ก็มีเวทีเล็ก ๆ ของทางพื้นที่อยู่แล้วแต่มันเล็กเกินไปและทำจากไม้เก่า ถ้าขึ้นไปขย่มมันมากก็อาจจะพังครืนมาได้ อีกทั้งจะใช้เป็นเวทีการแสดงภายหลังมากกว่า



ช่วงแรกของการสันทนาการจะเป็นอะไรเบา ๆ เบาะ ๆ โดยให้น้องเป็นคนนั่งดูรุ่นพี่เล่นตลกคาเฟ่ไปก่อน โดยมี กัน เฮดฝ่ายสัน และ เต้ เฮดฝ่ายกิจกรรมเป็นพิธีกรสันช่วงแรก พร้อมทั้งคณะสันทนาการอีกหลายชีวิต เริ่มจากแนะนำสถานที่เพิ่มเติม ประกาศ และแนะนำเหล่าพี่ค่ายที่น้อง ๆ สามารถขอความช่วยเหลือให้รู้จักหน้าค่าตากันไว้



พอแนะนำตัวอเนกภพ น้องหลายคนที่เข้าห้องเชียร์ก็กรี๊ดกร๊าดกันเป็นการใหญ่ เพราะเหนกเป็นพี่ว้าก ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากหน้าโหด ๆ ตะโกนเสียงดัง ๆ กลายมาเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสติดจะขี้เขินนิดหน่อยอีก ทำดาเมจให้เหล่ารุ่นน้องได้พอสมควร



แล้วทีมสันทนาการก็เริ่มสอนเหล่าน้องปีหนึ่งเต้นเพลงสันทีละเพลง เป็นการเฟ้นหาเฟรชชี่ที่มีแววจะส่งต่อทีมสันทนาการในปีหน้า และเป็นการฆ่าเวลารอแดดร่มลมตกพร้อมทำกิจกรรมกลางแจ้งถัดไป



เอาล่ะครับน้องกัน ก็ได้ให้เวลาน้อง ๆ ปีหนึ่งทำการย่อยข้าวในท้องกันเบาะ ๆ ไปแล้ว คราวนี้มาออกกำลังกายขั้นแอดว้านซซซซซ์ เผาผลาญแครอลี่กันดีกว่า อ้าาานั่นคือเสียงเต้ประกาศออกไมค์ โดยมีเสียงกลองจากกำปั่นรับเพิ่มความเอ็กไซต์ให้เหล่าน้องนุ่ง



"เริ่มจากเบา ๆ พอกรุบกริบกันไปแล้วใช่มั้ยครับพี่เต้ ทีนี้เรามาเพิ่มความเร้าใจกันอีกนิดดด กันดีกว่า" เสียงบันเทิงของกันเป็นลูกคู่กับเต้พลางควงตัวเป็นวงอย่างเซ็กซี่เพื่อเกริ่นว่าต่อไปนี้จะเปิดฉากซัมติง เรียกเสียงฮือฮาจากปีหนึ่งได้พอสมควรเป็นที่น่าพอใจ



โห อีกนิดของน้องกันนี่ไม่ธรรมดานะครับเนี่ย! แรวงส์!เต้ทำท่ามองหัวจรดเท้าแบบขำ ๆเอ้า! โอเค เราจะมาสอนชาวค่ายเต้นเพลง -มะหมี่- กันนะครับ ทีนี้ น้องปีหนึ่งใครเต้นเป็นบ้างมั้ยครับ?”



ไม่มีน้องปีหนึ่งคนไหนกล้าอาสา บางคนท่าทางเรียบร้อยส่ายหน้าดิก ๆ บางคนซุบซิบกับเพื่อนว่าเคยเห็นที่โรงเรียนมาเต้นกัน แล้วหัวเราะคิกคักเพราะอะไรเดี๋ยวคอยดู



                “ไม่เคย... โอเค..เต้หันมาทำท่าเหมือนปรึกษากันเอาไงดีครับ น้องกันอยากประเดิมสอนชาวค่ายมั้ยครับ



"โหยพี่เต้ครับ จะให้ผมเต้นอยู่คนเดียวน้อง ๆ คงเบื่อแย่เลยครับ" มีเสียงน้องสวนมาว่าไม่เบื่อค่ะพี่ทำเอาหนุ่มกันยิ้มเหนียมบิดไปบิดมาให้ "แหม แฟนคลับตรงนั้นเดี๋ยวพี่เรียกออกมาด้านหน้าให้เต้นมะหมี่เป็นการรับรางวัลเลยเอามั้ยคร้าบบ พี่ให้ด้วยรักเลยน้าา" ทีนี้น้องส่ายหน้าดิกพัลวันทั้งเสียงหัวเราะ เสียงเฮฮามีอีกพอสมควรทีนี้กันก็หันหลับไปทำทีปรึกษาหารือกับเต้ต่อ



"เอ.. ผมว่าเรียกขวัญใจน้อง ๆ ออกมาเป็นตัวอย่างดีกว่านะครับพี่เต้ พี่เต้เห็นควรว่าอัญเชิญใครออกมาดีครับ"



                “อ๋อ ถ้าหาเหยื่อน่ะ พี่มีไว้ในใจแล้วครับตึ่งโป๊ะ!ขอเชิญ คุณเหนกครับ!!!"



เจ้าของชื่อที่กำลังคุยเรื่องกิจกรรมตอนกลางคืนอยู่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกออกไมค์ พร้อมกันนั้นเสียงกรี๊ดจากพวกปีหนึ่งก็กระจุยกระจายเฮลั่น เมื่อพี่ว้ากสุดโหดของพวกเขาถูกเชิญไปเต้นมะหมี่ให้ได้ดูเป็นขวัญตา เหนกหันไปทำหน้าจิกกัดใส่เพื่อนแบบกูอยู่เฉย ๆ เว้ยยย แต่เห็นแววตา เห็นเสียงเชียร์รุ่นน้องแล้วมันกดดันต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเสียไม่ได้ อย่าว่าเลย เสียงเชียร์จากรุ่นเดียวกันก็น้อยเสียเมื่อไหร่



"เหนกครับ.." เต้เดินมาจับไหล่ "เหนกเต้น -มะหมี่- เป็นใช่มั้ยครับ" แล้วจ่อไมค์ไปหาแบบตัวเองก็กลั้นขำไม่มิด เหนกทำหน้าแบบ อืม.. แล้วพยักหน้า ฝากไว้ก่อนเถอะมึง



"ครับ เป็นครับ"



"ดีมากครับ แต่ตัวอย่างแค่คนเดียวมันไม่พอ ใช่มั้ย!?" ยื่นไมค์ไปยังแถวน้อง มีเสียงตะโกนมาว่า ใช่!!!



"ไม่ดัง..อีกที ใช่มั้ย!?"



เสียงตะโกนกลับมาว่า ใช่!!! แบบดังขึ้นมาก จากทั้งน้องทั้งพี่ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์



"โอเค ในเมื่อเสียงเรียกร้อง ขอเชิญ น้องกำปั่นครับ!!!!"



เหนกสะบัดหน้าไปหาเต้แยกเขี้ยวใส่ท่ามกลางเสียงกรี๊ดหนัก ๆ ของเหล่ารุ่นน้อง เอ็ดเพื่อนแบบไม่มีเสียง 'ไอ้เชี่ยเต้!!!!' แต่ก็ได้รับแค่สีหน้าทะเล้นทะลึ่งกลับมา บอกซะชัดว่ากูเซอร์วิสมึงไง ว่าไปเสียงกรี๊ดเนี่ยไม่ได้มาจากรุ่นน้อง แต่มาจากเหล่าสาวนิยมม่วงชั้นปีเดียวกันนี่หว่า



หรือว่าเรื่องที่เขาชอบกำปั่นจะรู้กันไปไหนต่อไหนแล้ว ชิบหาย!



"ห่ะ ห่ะ ห่ะ??" กำปั่นที่กำลังควงไม้กลองอยู่เลิกคิ้วเอ๋อ ๆ ใส่การประกาศชื่อตัวเองให้ออกไปเต้นกลางสายตาชาวค่าย ยังเบลอไม่เสร็จก็โดนเพื่อนกันที่รักฉกไม้ตีกลองไปประจำตำแหน่งแทนพลางถีบตูดส่งออกมายืนด้านหน้าแล้ว ยิ้มแหะให้เสียงกรี๊ด ๆ ละหันมาเกาหัวยิ้มแห้ง ๆ ให้เหนก



เหนกทำหน้าไม่ถูกว่าจะเขินหรือจะเก้อหรือจะด่าไอ้เต้ดี ไม่กล้าสบตากำปั่น กูเขิน ไอ้เหี้ยเต้มึงทำกูแสบมาก เต้นกับใครไม่เต้นทำไมต้องคู่กับปั่นวะะะ



"น้องกำปั่นครับ ..น้องกำปั่นเต้นมะหมี่เป็นใช่มั้ยครับ?" พี่เต้ยื่นไมค์มาจ่อปากกำปั่น



"ก็เป็นครับ" ยิ้ม ๆ ยืนมือไพล่หลังดูถ่อมตัวอยู่ตลอด แต่ก็ดูออกว่าค่อนข้างมั่นใจตัวเองพอสมควร ปกติไม่ค่อยออกมาเต้นนี่หว่า จะคอยแบ็คอัพมากกว่า



ผิดกับเหนกที่มือไม่อยู่ไม่สุขไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนดีอยู่



"ตัวอย่างแค่สองคนพอเนอะ" เต้พูดออกไมค์ขำ ๆ ไปทางรุ่นน้องที่ยังกรี๊ดกร๊าด มีรุ่นพี่บางส่วนทิ้งงานตัวเองมายืนดูอีกต่างหาก



"เอ้า เราจะมาสอนน้อง ๆ เต้น มะหมี่ กันนะครับ รอบแรกเราจะทำให้ดูก่อน ช้า ๆ นะ เอ้า พี่ ๆช่วยกันร้องมะหมี่กันหน่อยนะครับ" แล้วเต้ก็หันมาหาสองคน "ตัวอย่างพร้อมมั้ยครับ?"



กำปั่นพยักหน้ารับ แล้วยืนนิ่ง ๆ รอเสียงจังหวะกลองมา



เหนกหายใจหนัก "ครับ พร้อมก็ได้ครับ" แบบเบา ๆ พลางทำหน้าแบบ ..อืม



"โอเคงั้น ยืนแยกห่างกันหน่อยครับ อย่าใกล้ชิดกันมากครับ เดี๋ยวมดขึ้น..." เต้จงใจเล่นมุกเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากฟุโจฉิทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องแล้วทำหน้าทะเล้นใส่คนดู เรียกเหนกทำหน้าจิกกัดใส่เพื่อน กูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว



"เอ้า!! พร้อม สามมมม สี่!!"



แล้วเสียงกลองกับเสียงร้องเพลงก็เริ่มขึ้นแบบสโลวโมชั่นก่อนเพื่อสอนน้องปีหนึ่ง พอรอบสองก็เร็วขึ้น พอรอบสามก็สะบัดสุดเหวี่ยง



หนุ่มกำปั่นถึงจะแอบสะดุ้งกับที่โดนแซวจนยิ้มแห้ง ๆ ออกมา มีเหลือบมองเหนกที่ดูเซ็ง ๆ เงียบ ๆ บ้าง ทำไมว้า.. ไม่ได้คุยกันตั้งหลายชั่วโมง พอมีโอกาสก็ดันมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ซะอย่างนั้น



ทว่าพอจังหวะเพลงมาทางกำปั่นก็มะหมี่ไม่น้อยหน้าแม้หน้าจะนิ่ง ๆ แถมแว่นดำบัง แต่สะโพกนี่แอ่นโค้งพลิ้วตามจังหวะกลองได้เด๊ะ ๆ ไม้แหย่รูจัดหนักชวนคนดูเสียวสะท้านแทนอากาศ ไม่เหลือเค้ามาดถล่มตนเมื่อกี๊เลย พี่ ๆ สาว ๆ บางคนถึงกับผิวปากวี้ดวิ้วปรบมือเชียร์ยังกับเชียร์แข่งเรือยาวอยู่



รุ่นพี่เหนกทั้งเขินทั้งอาย ไม่ใช่อายหมู่ชนหรอก อายปั่นน่ะแหละ บ้าเอ๊ย ไอ้เชี่ยเต้ฝากไว้ก่อนเหอะมึง



แต่พอจังหวะกลองมาพี่เหนกกลับพลิ้วกว่าที่คิด ตอนแรกที่จังหวะช้าก็ทำแบบงั้น ๆ เก้ ๆ กัง ๆ หรอก แต่พอจังหวะสองกับสามนี่สะบัดสุดเหวี่ยงไม่เหลือเค้าเรียบร้อยเหมือนกัน  ก้นเป็นก้นเอวเป็นเอวกระจุยกระจายเด้งใส่อากาศเต็มที่ มีเท่าไหร่ใส่เท่านั้นแบบดูไม้แหย่รูถูไถได้มันส์สะใจจริง ๆ



พอเพลงจบก็เรียกเสียงกรี๊ดวี้ชว้ายเสียงปรบมือเกรียวกราวดังสนั่น มีสาวน้อยดิ้นๆๆแบบพี่เค้าน่าร้ากกกก เพิ่มประชากรแฟนคลับได้เพียบ



"เห็นมั้ยครับ คณะเราเห็นหน้าตาท่าทางเรียบร้อย แม่มไว้ใจไม่ได้สักคนเดียว" เต้เดินมาสัมภาษณ์ "เต้นแล้วรู้สึกไงมั่งครับตัวอย่าง" ไมค์จ่อทางกำปั่น



หลังเต้นเสร็จกำปั่นก็กลับมายืนสงบเหมือนเดิม ยิ้มแหะยกมือเกาหัวตอบคนมาสัมภาษณ์



"..เขินครับ" อันนี้ดูไม่ค่อยออกว่าเขินจริงรึมุกไปงั้น มีเสียงกรี๊ดฮิ้ว ๆ แซวกำปั่นเป็นกระษัย



"ครับ นี่ขนาดมันเขินนะครับ" ทำหน้าแบบนี่มันเขินแล้วนะครับใส่หมู่ชน "แล้วตัวอย่างคนนี้ล่ะครับ" จ่อไมค์ที่เหนก



"...ปวดเอวครับ" พลางทำท่าปวดเอวให้ดูด้วย เรียกเสียงวี้ชว้ายได้อีกคำรบ



"ครับ แก่แล้วต้องทำใจ ขอเสียงปรบมือให้ตัวอย่างดัง ๆ ด้วยครับ!"



สิ้นเสียงปรบมือเกรียวกราวแล้วเต้กับกันก็ทำหน้าที่พี่สันต่อไป ส่วนเหนกก็หันมาเหลือบมองกำปั่นนิด ๆ แล้วก็ต้องชักหน้าหันกลับไปทางเดิมทันที บอกไม่ถูกความรู้สึกเหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ ..อายยังไงก็ไม่รู้..



พอหมดหน้าที่ตัวอย่างแล้วกำปั่นก็เดินเข้ามากระแซะเหนกนิดนึง



"ร้ายเหมือนเดิมเลยว่ะพี่เหนก" ศอกสะกิด ๆ ทั้งที่อยู่ในท่ายืนข้าง ๆ แล้วเงยขึ้นยิ้มกว้างให้ ก็ไม่ได้เห็นรุ่นพี่กองสันที่ถอนตัวออกมาพักใหญ่ ๆ แล้วมาวาดลวดลายอย่างนี้นี่นา ทำให้อดแซวไม่ได้ แซะเสร็จก็ผละจะกลับทำหน้าที่เดิมต่อ แม้จะอยากคุยด้วยมากกว่านี้ก็เถอะ



เหนกนึกว่าจะเดินพ้นไปแล้ว กำปั่นกลับเดินมาแซะซะงั้น! ทั้งโดนศอกสะกิดทั้งยิ้มกว้างที่ให้กับตัวเองคนเดียวแบบนั้น หนุ่มรุ่นพี่ก็ใจเต้นโครมคราม เลือดฉีดหน้าร้อนฉ่าไปถึงหู ตื่นเต้นยิ่งกว่าไปสะบัดมะหมี่เมื่อกี้นี้สักร้อยเท่า จนถึงกับต้องยกหลังมือปิดใบหน้าส่วนล่างที่กำลังฝืนให้ไม่ยิ้มและแดงฉ่าจนดูบิดเบี้ยวเลยทีเดียว งานเงินอะไรกระเด็นจากหัวหมดแล้ว



แต่ก็ไม่ใช่วันของเขาอยู่ดี เพราะพอหมดการเซอร์วิส กำปั่นก็ต้องไปทำหน้าที่ตีกลองต่อ ส่วนเขาก็ต้องบากหน้าไปรับเสียงแซวของเหล่าเพื่อนค่ายเพราะเจอเซอร์ไพรส์เข้าจัง ๆ ดีนะที่ปีที่แล้วเขาเป็นสันทนาการถึงได้เต้นได้ ...หรือไอ้เต้มันจงใจเรียกเขาเพราะรู้ว่าเป็นสันทนาการเก่าก็ไม่แน่



จนเวลาจะบ่ายสองแล้ว เหนกก็ยังไม่ได้เปิดปากคุยกับกำปั่นเลยสักคำ




-------------------------------------------------



                หลังจากการสันทนาการจบไป ก็เป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์ชาวค่ายกลางแจ้งในเวลาแดดบ่าย มีพวกเกมสนุก ๆ เสื่อม ๆ ฮา ๆ เรียกเสียงโห่ร้องหัวเราะตามฐานต่าง ๆ เรียงกันไป พวกปีสองต้องไปร่วมเล่นด้วยเพื่อไกด์น้อง ๆ และดูแลความปลอดภัยสงบเรียบร้อย พี่ค่ายก็ประจำแต่ละกิจกรรมนำน้องเล่นเกม มีของรางวัลเป็นขนมนมเนยเล็ก ๆ น้อย ๆ แจกเป็นกำลังใจ



                จนตกเย็น คณะค่ายปลูกป่าก็เคลื่อนที่ไปยังค่ายส่วนเต้นท์ เพื่อให้ชาวค่ายได้สัมผัสกับบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพรยามค่ำคืนอันเป็นไฮไลต์ของการมาค่ายครั้งนี้ น้องปีหนึ่งบางคนทำหน้าเบะกับความลำบาก แต่ส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้วว่าจะได้นอนกลางดินกินกลางทราย ไม่งั้นคงไม่ลงสมัครร่วมค่ายครั้งนี้กัน



                กิจกรรมที่พื้นที่กางเต้นท์ นอกจากจะให้ชาวค่ายแต่ละกลุ่มร่วมแรงร่วมใจกันกางเต้นท์สำหรับกลุ่มแต่ละกลุ่ม และพี่เทคต้องนอนกับน้องเพื่อสานสัมพันธ์ ส่วนพี่ค่ายก็นอนอัด ๆ ร่วมกันเพื่อประหยัดเต้นท์ พอได้ที่หลับนอนกันเรียบร้อย ก็ถึงเวลาของการแสดงรอบกองไฟ



                ไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นจริงด้วยการก่อไฟแบบลูกเสือ ที่ใช้ท่อนไม้วางสับกันสี่ด้านเป็นกล่องสี่เหลี่ยมโปร่ง ๆ ด้านในมีฟืนและเชื้อไฟ ไม่นานก็ลุกโชติช่วงชัชวาลส่งกลิ่นไม้แห้งถูกเผาและควันขโมงขึ้นสู่ท้องฟ้า ประกอบด้วยเสียงกลองเป็นจังหวะกระตุ้นให้คนในค่ายร่วมไปกับบรรยากาศสนุกสนานเหล่านั้น



                อเนกภพก็ยังไม่มีโอกาสคุยกับกำปั่นอยู่ดี ตั้งแต่กางเต้นท์หนุ่มผมฟ้าคาดหัวเรแบนด์ก็ต้องไปช่วยน้องในกลุ่มกางเต้นท์ แล้วยังต้องมาเป็นมือกลองสร้างบรรยากาศอีก ตัวหนุ่มรุ่นพี่เองได้พักแล้วเพราะทำงานหนักเครียดมาทั้งวัน กิจกรรมรอบกองไฟนี้เป็นกิจกรรมสุดท้าย เขาก็ขอมานั่งดูว่าฝ่ายกิจกรรมที่นำโดยเพื่อนเต้จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ให้ชาวค่ายดีกว่า


               

                                “เหนื่อยมั้ย เหนก?”



                เสียงสาวคุ้นหูทำให้เหนกที่นั่งอยู่บนขอนไม้ใหญ่อยู่คนเดียวสะดุ้ง เพราะมันเป็นเสียงเดียวกับที่บอกว่าชอบเขาในรถบัส หัวใจเหนกหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว


               

ก็เหนื่อยอยู่ครับ แต่แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอกถึงจะเสียวตาตุ่มแต่เหนกก็ยังหันไปยิ้มให้ สาวหน่องวันนี้มัดผมหางม้าสูง มีปอยผมหลุดมาประต้นคอนิดหน่อยด้วยเพิ่งทำงานช่วยน้อง ๆ กางเต้นท์มาเหมือนกัน



นั่งมั้ยพี่หน่องพูดพลางกระเถิบก้นให้ จะให้เขาใจดำไม่ให้ผู้หญิงนั่งน่ะไม่มีทางแน่ ๆ ต่อให้เป็นสาวห้าวก็เถอะ



ขอบใจนะ วันนี้พี่ขำเหนกอ่ะ ตอนเต้นมะหมี่อ้ะสาวหน่องนั่งลงเว้นระยะห่างราวสองฟุตเตี๊ยมกันเปล่าเนี่ยถามจริง?”



ไม่เลยพี่หน่อง ไอ้เต้แม่มเรียกผมไปเฉยเลย ไม่ถามสุขภาพผมซักคำนึกแล้วยังแค้นไม่หาย



จริงเหรอ มิน่าเหนกทำหน้าตลกมากเลย ไปซ้อมเต้นตอนไหนมา โคตรพลิ้วอ้ะสาวหน่องพยายามชวนเหนกคุย เธอทำงานจนเสร็จแล้วในฐานะฝ่ายสถานที่ ตอนนี้ก็พักผ่อนกับเขาบ้าง นี่ก็ต้องรวบรวมความกล้าขนาดไหนกว่าจะกล้าเดินมาทักแล้วนั่งข้าง  ๆ คนที่ชอบ ..ทั้งที่ถูกปฏิเสธเมื่อเช้านี้นี่เอง



จริงครับ สาบานเลยว่าผมไม่รู้เรื่องจริง ๆขำตัวเองว่ะปีสองผมอยู่ฝ่ายสันค่ายไง พี่หน่องจำไม่ได้เหรอครับ พี่ก็ทำค่ายนี้ไม่ใช่เหรอ?”



เฮ้ย จริงเหรอ..ทำไมพี่จำไม่ได้เลยวะ?” เสียงทุ้ม ๆ ของหน่องเอ่ยขึ้นแปลกใจพี่ไม่คุ้นหน้าเหนกเลย เออ แต่พี่ก็จำปีสามไม่ค่อยได้หรอก.. หมายถึงปีสองปีที่แล้วน่ะ



เหนกหัวเราะแป๊บนะพี่หน่องมือเขาหยิบสามารถโฟนตัวเองขึ้นมาเปิดภาพค่ายปีที่แล้วให้สาวรุ่นพี่ดู เป็นรูปตัวเขาในชุดเสื้อค่ายกางเกงเล กำลังกอดคอกับพวกปีเดียวกันทีทำสันทนาการ ยังมีภาพเต้อยู่ในนั้นเลย แค่ทรงผมของเหนกไม่ใช่ทรงปัจจุบัน ออกจะฟู ๆ ดูตลก ๆ มากกว่า



เนี่ย ผม จำไม่ได้เหรอ? แล้วนี่ก็ไอ้เต้ไง นี่เพื่อนผมอีกสองคน ไอ้อิฐ กับไอ้ต๋ง ผมว่าพวกมันก็ดังนะในค่ายเนี่ย รูปอื่นก็มีพี่หน่องไถ ๆ ดูเอาพอดีสร้างวีรเวรกรรมไว้เยอะ ทั้งคลุกโคลน ทั้งลากน้องไปเต้นแมงมุมหน้าเวที ทั้งเขย่าขวดโค้กพุ่งใส่หน้าอาจารย์ ฯลฯ โอ้ย เล่าไม่หมดล่ะไอ้พวกนี้



เฮ้ย! เออว่ะ.. เนี่ย ไอ้เต้พี่จำได้ แต่เหนกพี่จำไม่ได้เลยสาวรุ่นพี่หยิบมือถือเหนกมาดูให้ชัด ๆเปลี่ยนทรงผมนี่นา เหนกทำผมแล้วหน้าเปลี่ยนอ้ะพลางไถหน้าจอเปลี่ยนรูป



มีแต่คนว่างั้นแหละครับ แล้วทรงนั้นกับทรงตอนนี้อันไหนหล่อกว่ากัน?” หันไปยิ้มเก๊กใส่รุ่นพี่แบบขำ ๆ ทำเอาหน่องหัวเราะกิ๊กกั๊ก



ตอนนี้หล่อกว่า ..อยากให้พูดแบบนี้ใช่ป้ะเหล่ตามองค้อน ๆ ยิ้ม ๆ ใส่ พลางคืนมือถือให้



เออดิพี่ อุตส่าห์ตามหาทรงที่หล่อที่สุดได้ทั้งทีเก็บมือถือใส่กระเป๋าเหมือนเดิม แล้วเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำตัวสนิทสนมกับพี่หน่องมากนัก เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่...



“...เหนกอยู่ดี ๆ น้ำเสียงหน่องก็เปลี่ยนไป ทำเอาคนใกล้ตัวพอจะรู้แล้วว่าอะไรมันจะมาต่อพี่อาจจะ... เออ อย่าว่ากันเลยนะ พี่อยากรู้ว่าเหนกชอบใครว่ะ



คนถูกถามเม้มปากเป็นเส้นตรง ทอดสายตามองไปยังการแสดงรอบกองไฟ ที่ตอนนี้มีการเต้นฟลามิงโก้แบบเทียมจากเหล่าชายฉกรรจ์แต่อยู่ในชุดกระโปรงฟูฟ่องแต่งหน้าจัดเต็มสะบัดพลิ้วตามจังหวะเสียงกลอง และสายตาเหนกก็มองไปยังเจ้าหนุ่มผมสีบลูฮาวายเอี้ยน มือกลองประจำทีมสัน



ผมบอกไม่ได้ครับพี่หน่อง.. ขอโทษนะครับขืนบอกไปได้ช็อกกันทั้งประเทศไทย และคนที่เสียหายก็คือกำปั่นพี่หน่องอย่ามาสนใจผมเลย นี่ผมพูดจริง ๆ นะพี่



มันทำได้ง่าย ๆ ก็ดีสิวะ..เสียงสาวรุ่นพี่สลดลงอย่างเห็นได้ชัดทำไมบอกไม่ได้ล่ะ ไม่ต้องกลัวพี่เอาไปบอกใครหรอก ไม่เชื่อเหรอ?”



ไม่ใช่เว้ย.. ผมไม่ได้ไม่เชื่อพี่ แต่ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่บอกใครจริง ๆ ก็เผลอหลุดปากกับไอ้กลุ่มตัวเองไปแล้วนะ แต่ไม่นับ...



งั้น บอกแค่เขาเป็นคนยังไงก็ได้ ได้ป้ะ...



เหนกเข้าใจอยู่หรอกนะ ว่าผู้หญิงเวลาชอบใครก็อยากรู้เรื่องคน ๆ นั้นแบบไม่มีเหตุผล แต่แบบนี้มันก็จะ...เอาเถอะ เขานับถืออยู่หรอกนะที่พี่หน่องกล้ามาถามเขาตรง ๆ เป็นสาว ๆ คนอื่นคงไปสืบหาจนหมดแล้วล่ะ ถ้าถามว่าเป็นคนยังไงก็คงพอบอกได้ล่ะมั้ง



เขาเป็นคนที่......นัยน์ตาสีน้ำตาลมองไปยังกำปั่น ที่แม้จะดึกดื่นก็ยังใส่เรแบนด์ร่าเริง ยิ้มเก่ง คุยง่าย ดูสดใสตลอดเวลาโดยเฉพาะสีผมเวลามองเขาแล้วผมรู้สึกสบายใจ แต่บางทีผมก็รู้สึกว่าเขาเข้าถึงยาก แล้วก็ขี้อาย..เอามาก ๆพูดไปก็มองเรแบนด์สีดำที่คอยปกปิดความรู้สึกทางสายตาอยู่เสมอแต่ผมก็ชอบเขาตรงนั้นนะ



หน่องพยักหน้าเล็กน้อยรับรู้ และเหนกก็รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว บ้าจริง เป็นเรื่องกำปั่นทีไรความเห่อมันจะไหลออกนอกตัวทุกทีสิน่า...



เขาเป็นคนน่ารักเนอะ..แต่น้ำเสียงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน่องกำลังเปรียบเทียบกับตัวเองอยู่ เหนกเลยรีบพูดดักคอทันที



คนเราก็มีความน่ารักคนละอย่างแหละพี่ แค่มันไปกระทบใจใครเท่านั้นเองมือกว้างเกาหัวแกรก ๆ แบบกูไม่รู้จะทำไงพี่หน่องก็.. น่ารักในแบบของพี่แหละครับ สักวันก็ต้องมีใครสักคนที่เห็นแหละพี่ ..แต่กับผมขอเป็นพี่น้องแบบเดิมเถอะนะครับ



ปลอบส่ง ๆ ไปแบบนั้นแถมยังตัดบทสนทนาฉับอีก รู้หรอกว่ามันก็ดูใจร้ายเกินไป แต่เป็นไปได้เขาก็อยากให้กลับเป็นอย่างเดิมนะ อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องมองหน้ากันไม่ติดแบบนี้ ซึ่งมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เฮ้อ นี่เขาต้องเสียพี่ดี ๆ ไปอีกคนเพราะคำว่า -ชอบ- แค่คำเดียวเหรอเนี่ย



ในใจเขามีแต่กำปั่น จะให้ทำยังไง



อื้อ เข้าใจแล้วล่ะ งั้นเราเป็นพี่น้องเหมือนเดิมเนอะสาวรุ่นพี่ฝืน ๆ ยิ้มให้รุ่นน้องที่ชอบ ข้างในมันเจ็บขนาดไหนใครไม่เคยก็คงไม่รู้ แล้วยังต้องแกล้งทำเป็นไม่เป็นไรอีกขอบใจนะเหนก...



ครับ ยังไงก็ดูแลตัวเองนะพี่หน่องแล้วหางตาเลขาฯค่ายก็เหลือบไปเห็นเต้กวักมือให้ไปหา เหมือนเป็นเสียงระฆังช่วยชีวิตเอ่อพี่ ไอ้เต้มันเรียกผม ผมไปก่อนนะครับโบกมือให้แล้วรีบลุกวิ่งไปหาแบบรอดแล้วกู ไอ้เต้ กูรักมึง...



พอเหนกวิ่งมาถึง เต้ก็ลากไหล่เพื่อนไปพ้นหูพ้นตาประชาชี



เกือบไปแล้วมั้ยล่ะมึง...เสียงเต้พูดลอดไรฟันออกมา พลางเหลือบมองหน่องที่ลุกไปหาเพื่อนตัวเองแล้วโดนเชือดยังวะ?”



ไอ้เชี่ย มึงรู้ได้ไงเนี่ย..สมเป็นเพื่อนเต้จริง คนนี้ไม่ว่าจะข่าวลือมาจากก๊กไหนกลุ่มไหนก็รู้หมด นี่มันรู้ขนาดหน่องมาสารภาพรักกับเขาเลยเหรอเนี่ย



กูแอบได้ยินกลุ่มเค้าคุย ๆ กันว่ามึงหักอกพี่หน่องบนรถบัส เลวนะมึงเนี่ย



พ่อมึง มึงก็รู้ว่ากู...



เป็นเกย์



มึงอยากโดนตีนกูมากใช่มะ!คำพูดแทรกของเต้มันบีบปรอทโมโหของเหนกขึ้นปรี๊ดถึงกับยกเท้าจะถีบสีข้างเพื่อน เออ มันก็ไม่ผิดหรอก แต่พอมันเป็นคนพูดแล้วโมโหเว้ย!



เต้หัวเราะก๊ากหลบตีนเพื่อนอ้าว ก็ไม่ผิดนี่หว่า มึงไม่ได้บอกเขาเหรอวะว่ามึงเข้าสู่วิถีชายเหนือชายไปแล้วแต่เห็นเหนกทำท่าเหมือนจะกินหัวเขา เต้เลยเปลี่ยนเรื่องสรุปจริงใช่มั้ย



เหนกถอนหายใจหนักเออ จริง กูวิ่งไปเอาของให้อ.อ้อย ลงมารถก็เต็มเหลือที่นั่งหน้าสุดที่เดียว ข้างพี่หน่อง กูสงสัยว่าเพื่อนเขาจัดฉากให้กูนั่งกับพี่เขาว่ะ ...ส่วนมึงน่ะหลับคร่อกยันหน้าผากเพื่อนด้วยส้นมือแบบหมั่นไส้ ไม่ช่วยกูเลย..



ก็เมื่อคืนมันนอนน้อยนี่หว่า มึงอ่ะได้หลับมั้ยเนี่ย ตาโหลหมดหล่อนะเว้ยยังไม่ทันจะโต้ตอบอะไรกันต่อ การแสดงก็ใกล้จบแล้วเออกูไปก่อนนะ ระวังตัวอย่าโดนฉุดล่ะมึงตบหัวเหนกแล้วผละไปไม่ทันให้ตั้งตัว



“...มึง ตบมาได้..เหนกลูบหัวตัวเองป้อย ๆ พอเต้พูดขึ้นมาก็เริ่มนึกได้ว่าตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนนอนไปแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ถึงอีกมั้ง แล้วอยู่บนรถก็หลับไม่ลงตาค้างอีก มาตอนนี้เขายังไม่ได้งีบเลยสักงีบ รู้ตัวขึ้นมาก็ต้องอ้าปากหาวหวอด มิน่า เพลีย ๆ พิกล


หลังจากการแสดงจบ ก็เป็นการกล่าวสรุปวันนี้ และพูดถึงวันพรุ่งนี้ที่ทุกคนจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมปลูกป่ากัน เพราะแดดตอนกลางวันจะร้อนมาก ปิดท้ายด้วยการสวดมนต์ก่อนนอนอย่างพร้อมเพรียง และคำเตือนให้เข้านอนก่อนเที่ยงคืน เพราะจะต้องตื่นกันหกโมงครึ่ง โดยเฉพาะพวกพี่ค่ายจะต้องตื่นแต่ตีห้าครึ่งมาตระเตรียมความสะดวกให้ชาวค่าย



ตอนนี้เป็นเวลาราวสี่ทุ่มสี่สิบ รอบค่ายเงียบกริบลง มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรจากในป่าก้องมาเป็นแบ็กกราวด์มิวสิค กองไฟก็ถูกดับด้วยเครื่องดับเพลิงป้องกันไฟป่า เหลือเพียงแสงจากสปอตไลท์ที่ส่องให้ความสว่างและเพื่อความปลอดภัยในบริเวณเต้นท์ที่พักเท่านั้น  มีฝ่ายรปภ.คอยเดินตรวจตราโดยรอบเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง



กำปั่นหลังจากหมดหน้าที่ลงเจ้าตัวก็รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ พูดคุยกันทิ้งท้ายแล้วไปเช็คดูว่าพวกน้องในกลุ่มของตนอยู่ไหนกันบ้าง เข้านอนกันแล้วรึยัง เห็นว่าเรียบร้อยดีก็คลายใจ วันนี้ทำงานใช้แรงมาทั้งวันก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกเพลียและอยากไปซุกตัวนอนสักมุมของเต้นท์บ้างแล้ว



จะติดอยู่แค่ที่ว่าอยากคุยกับใครบางคนที่ทั้งวันได้ทักทายไปเพียงแค่หนึ่งประโยคเท่านั้นเอง..



และด้วยความสะเพร่าลืมชาร์ตแบตมือถือมาตั้งแต่เมื่อวานทำให้พอจะเช็คมือถือว่ามีใครไลน์หรือส่งข้อความอะไรมาไหมหน้าจอเรียบ ๆ ก็มืดดำเปิดไม่ติดไปซะแล้ว ไอ้ที่ชาร์ตแบตก็ดันลืมเอามา เวรจริง



หนุ่มผมฟ้าในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงขายาวเดินเหยียบผ่านพื้นดินปนหญ้า ปนใบไม้แห้งด้วยรองเท้าแตะหนีบหันรีหันขวางมองหาเลขาฯค่ายที่งานยุ่งทั้งวัน จนเห็นร่างนั้นเดินไปเดินมาอยู่ตรงนั้น ในอกมันตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อสบโอกาสดีสักทีขาก็พาก้าวไปหาโดยไม่ต้องคิด



เหนกกำลังสะโหลสะเหลเต็มที ตอนนี้เขาไม่มีสติ สมาธิ ปัญญา อะไรจะเข้าร่วมประชุมกับพวกพี่ค่ายทั้งนั้น การได้นอนแค่ชั่วโมงเศษและผ่านมาเกือบยี่สิบชั่วโมงทำให้เขามึนเบลอจนต้องขอตัวจากที่ประชุมไปมุดเต้นท์ก่อน ส่วนเรื่องกำปั่นเขาตัดใจไปแล้ว วันนี้ไม่ใช่วันของเขาจริง ๆ... รีบนอนดีกว่าเผื่อตื่นมาฟ้าใหม่จะมีโชคกับเขาบ้าง



แล้วนัยน์ตาสีน้ำตาลก็ตวัดไปเห็นอะไรฟ้า ๆ เดินมาหาแต่ไกล สีหน้าของเหนกก็ยกยิ้มสดใสปิ๊งปั๊งทันที แต่ดูก็รู้ว่ามันอิดโรยขนาดไหน



                “ยังไม่นอนเหรอปั่นอา นี่เป็นประโยคแรกในรอบวันที่ได้พูดกับกำปั่นเลยนะเนี่ย



พอกำปั่นเดินมาหยุดอยู่ข้างเหนกก็ส่ายหน้าเร็ว ๆ กับคำถามทั้งรอยยิ้มกว้างแสดงความดีใจที่ได้คุยกันสักที ..ถ้าไม่ติดว่านี่อยู่กลางที่สาธารณะเขาก็อยากจะกอดรัดอีกคนแน่น ๆ ให้ชื่นใจ



"ยังว่ะพี่ อยากคุยกับพี่เหนกอ่ะ ไม่ได้คุยกันเลยทั้งวัน.." สายตามองพินิจใบหน้าคนสูงกว่าด้วยแววตาเจือความเป็นห่วงเพราะสภาพของเหนกดูเหมือนพร้อมจะคอพับคออ่อนลงไปวัดพื้นได้ทุกเมื่อ



ก็จริงนะ เห็นปั่นตีกลองทั้งวันเลย มือเจ็บเปล่าเนี่ย?” กำลังจะคว้ามืออีกฝ่ายมาดูแต่ก็ชะงัก ลืมไปว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน



อ๋อ ไม่หรอกพี่ มันด้านแล้วล่ะก้มมองมือตัวเองแล้วยกให้ดู ถ้าเอานิ้วถู ๆ ก็คงรู้ว่ามันสาก ๆ อยู่



อื้ม แล้ว ..เป็นไงบ้าง เห็นยุ่งทั้งวันเลยไม่ใช่เหรอนั่นควรเป็นตูมากกว่านะว่าไปอยู่ดูแลน้องเป็นไง มีปัญหามั้ย ไม่เห็นบอกบ้าง



ก็..เลิกคิ้วกลอกตานิดหน่อยเมื่อน้องบางคนแว้บเข้ามาในหัวน่ารักเรียบร้อยทุกคน สบายมากเว้ยชูสองนิ้วพีซให้เข้ม ๆพี่เหนกดิ ไปนอนเหอะ จะพับอยู่แล้วเนี่ยตบ ๆ ต้นแขนเหนกเบา ๆ



รู้ได้ไงว่าจะพับ..หัวเราะไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวไปนอนก็หาย ..อยากคุยด้




ไอ้เหนก ไอ้เหนก!!!




เสียงกระหืดกระหอบจากข้างหลังทำให้บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ชะงัก เหนกหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็นพี่ค่ายคนหนึ่ง ชื่อบุ้ง ที่ทำงานฝ่ายสถานที่ ท่าทางหอบเหมือนเจอเรื่องฉุกเฉิน



                “ใจเย็นเว้ยบุ้ง เกิดอะไรขึ้นวะ?” จำเป็นต้องผละจากกำปั่นไปสนใจสาวบุ้งเสียก่อน เพราะดูท่าทางเรื่องจะฉุกเฉินจริง ๆ



                “ปีสองกลุ่มนึงมาบอกว่า...น้องผู้ชายสามคน...ในกลุ่มเขา หายไปหลังจบรอบกองไฟเป็นชั่วโมงแล้ว ….ยังไม่กลับมาเลยเว้ย ….หารอบค่าย......ก็ไม่เจอ...สาวบุ้งละล่ำละลักพูดปนไปกับเสียงหอบไม่รู้เข้าป่าไปรึเปล่า ..ติดต่อไม่ได้ ไม่มีใครมีเบอร์เลย



                เลขาฯค่ายหน้าซีดใจเย็นเว้ย.. บอกพวกฝ่ายรปภ.รึยัง?”



                “บอกแล้ว.. กำลังจะไปบอกไอ้เก้า.. มันประชุมอยู่ใช่ป้ะ



                “เออประชุมอยู่ในเต้นท์มัน แกรีบไปบอกเลยนะ เดี๋ยวกูไปถามพวกรปภ.ก่อน



หลังจากมองสาวบุ้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งหน้าซีดเข้าไปในเต้นท์พี่ค่ายที่ประชุมอยู่ เหนกก็หันมามองกำปั่นหน้าเครียด ๆ อุตส่าห์ได้คุยแล้วก็ยังเกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้!



                “เดี๋ยวค่อยคุยกันนะปั่น งานงอกแล้วว่ะ..



                กำปั่นพยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าตึงเครียดไม่ต่างกัน แล้วก็เดินตามเหนกไปติด ๆ เพื่อรับรู้ข่าวคราวด้วยความกังวลว่าน้องจะเป็นอะไรไปรึเปล่า



                เหนกรีบเดินไปตรงฝ่ายรปภ.คนหนึ่งที่หันรีหันขวางอยู่ พอเจอเหนกสีหน้าอีกฝ่ายก็ดูโล่งอกขึ้น คุย ๆ กันสักพัก เก้า ผอ.ค่าย และพวกตัวเบ้ง ๆ คุมค่ายก็ตามมาสมทบ คุยกันสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่กี่นาที ก็สรุปได้ว่าควรตามเจ้าหน้าที่มาช่วยตามหา เพราะไม่รู้ไปที่ไหน ยิ่งถ้าหลงป่ามืด ๆ ยิ่งอันตรายมาก



                ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่มีแค่สามคนเท่านั้น จึงจำเป็นต้องให้พวกพี่ค่ายมาช่วยตามหาอีกแรง โดยจะไม่เข้าไปลึกมากเท่าเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยจึงให้เฉพาะผู้ชายแข็งแรงจับไปกันเป็นคู่ ป้องกันการพลัดหลงหายไปอีก



                                ระหว่างที่เลือกคนช่วยตามหาน้อง เหนกก็หันมาหากำปั่น



ปั่นไปนอนเถอะ ไม่ต้องกังวลนะ ไม่ต้องบอกเพื่อนหรือน้องคนอื่นล่ะเดี๋ยวจะแตกตื่นกันหมด



"ให้ผมไปด้วยเถอะครับ ผมไม่อยากอยู่เฉย ๆ นะครับพี่เหนก" กำปั่นตอบกลับสีหน้าจริงจัง ให้ตัวเองไปเป็นแรงช่วยหาอีกแรงยังไงก็น่าจะดีกว่า อีกอย่างเขาเป็นห่วงรุ่นพี่หนุ่มตรงหน้าอยู่ลึก ๆ ด้วย


แน่ใจเหรอวะ..ไม่นอนจริง ๆ เหรอ พรุ่งนี้ไม่ตื่นนะเว้ยเหนกลืมไปแล้วว่าคำพูดนั้นควรจะพูดกับตัวเองมากกว่า พอเรื่องฉุกเฉินมาอะดรีนาลีนมันก็หลั่งจนลืมสุขภาพตัวเองทุกที



แน่ใจสิครับ เรื่องตื่นไม่ตื่นไว้ก่อนเถอะ ห่วงน้องก่อนดีกว่าดันต้นแขนให้เหนกไปเตรียมตัวออกลุยป่าด้วยกันไม่ให้เสียเวลา



เหนกแอบดีใจอยู่ และแอบเข้าข้างตัวเองว่ากำปั่นคงอยากอยู่กับเราล่ะมั้ง แต่ก็เก็บไว้ไม่แสดงออก หยิบไฟฉายแยกไปกับกำปั่นโดยทิ้งให้เพื่อนร่วมค่ายงงว่าทำไมไปกับน้องปีสอง



แสงจากไฟฉายแรงสูงเกือบสิบกระบอกสาดส่องไปทั่วบริเวณค่าย สปอตไลท์ก็เปิดสว่างกว่าปกติ พวกพี่ค่ายโดยเฉพาะรปภ.ก็เดินกันขวักไขว่ตรวจตราเข้มงวดยิ่งขึ้น เหล่าน้อง ๆ ถูกเรียกให้ไปเข้าเต้นท์ทันทีห้ามออกมาโดยไม่มีเหตุจำเป็น และมีการเข้าไปเช็คชื่อปีหนึ่งและปีสองที่ประจำในเต้นท์ว่าอยู่กันครบหรือเปล่า โดยสรุปคือทั้งค่ายมีแค่น้องปีหนึ่งสามคนนั้นเท่านั้นที่หายไป



ไฟฉายแรงสูงอยู่ในมือเหนกสาดส่องไปตามแนวป่าด้านหนึ่ง ถ้าเงี่ยหูฟังดูนอกจากหรีดหริ่งเรไรแล้วจะได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ซ่าจากฝายที่อยู่ห่างจากจุดตั้งแคมป์ไม่ไกลนัก อากาศในป่าตอนกลางคืนเย็นจับใจ ครอบด้วยท้องฟ้าโปร่งที่เงยขึ้นไปเห็นดาวระยิบระยับและพระจันทร์เสี้ยว โดยรวมแล้วบรรยากาศก็โรแมนติกดี ถ้าไม่ติดว่าออกมาตามหาน้องปีหนึ่งล่ะก็นะ



มือเหนกกุมมือกำปั่นไว้แน่นเพราะหนาว อาศัยไออุ่นจากมือสาก ๆ เพราะจับไม้กลองช่วย ปากก็ตะโกนเรียกชื่อน้องทั้งสามคนดังลั่น ประโยชน์จากปอดดี ๆ กับเสียงดัง ๆ ได้ใช้ก็ตอนนี้เอง



ไม่มีวี่แววเลยแฮะ..หนุ่มรุ่นพี่เอ่ยอย่างหมดหวังแล้วตะโกนเรียกชื่อน้องอีกครั้ง ดังยิ่งกว่าตอนเป็นพี่ว้าก เสียงเหนกสะท้อนเข้าไปในป่า ก้องไปมาอยู่สองสามครั้ง



ไปไหนของพวกนั้นกันนะ...คนข้างกายพึมพำอย่างจนใจ ตะโกนจนเจ็บคอแล้ว สายตามองสอดส่ายไปทั่วและหวังว่าจะพบเข้ากับร่างพวกน้องสามคนที่ตามหา หรือไม่ก็ให้ได้ข่าวว่าพวกเจ้าหน้าที่กับพี่ ๆ จะเจอกันแล้ว



กำปั่นหันมองไปทั่ว มือยิ่งกระชับกับมือกว้างของเหนกเมื่อออกห่างจากบริเวณที่ตั้งแคมป์กันมาพอสมควรจนไม่ค่อยเห็นแสงสว่างจากสปอตไลท์เพราะแนวต้นไม้ที่ยืนต้นแผ่กิ่งก้านสาขาใบโอบรอบ มีเสียงซ่า ๆ ที่เกิดจากใบไม้เสียดสีด้วยลมกลางคืน เคล้าเสียงน้ำ และสรรพเสียงของแมลงที่มักจอแจยามดึกดื่นเช่นนี้



ลมเย็นไล้ผิวให้ขนลุกขนชัน ทั้งที่ในใจมันร้อนด้วยความวิตกกังวล ทั้งคู่ยืนชะงักอยู่ ณ จุด ๆ หนึ่งที่เป็นป่าดงรกพุ่มไม้มากกว่าเดิม นอกจากความพะวงถึงตัวคนหายแล้วยังชวนให้คิดจินตนาการว่าอาจจะมีอะไรไม่พึงประสงค์โผล่มามั่งหรือไม่อะไรยังไง..



ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งได้ยินเสียงน้ำจากฝายใกล้เข้าทุกที จากแผนที่ในหัวเหนกคือเดินมาลึกพอสมควรแล้ว ถ้าเดินเข้าไปมากกว่านี้เขาชักกลัวว่าจะกลับออกมาไม่ถูกซะเอง ยิ่งไปกว่านั้นเขาเริ่มรู้สึกว่าอาการมึนจากอดนอนกลับเข้ามาทำร้ายอีกครั้ง เหนกเริ่มเดินเซ ๆ แล้ว



กลับกันเหอะปั่น.. พี่ไม่ไหวแล้วว่ะมือผละออกมาจากมืออีกฝ่าย ลูบหน้าตัวเองให้ตื่น ถึงกับยื่นไฟฉายให้กำปั่นปั่นถือทีเถอะมันก็ยังไหวอยู่หรอก แต่ป้องกันไว้ก่อนเป็นดี



อ้าว จะวูบแล้วเหรอครับ โอเค ๆ กลับกัน ๆกำปั่นรับไฟฉายมาถือไว้ น้ำเสียงตื่น ๆพี่เหนกจับผมไว้นะ เดี๋ยวสะดุดอะไรเข้าจะแย่ควานมือไปจับกับมือของเหนกเอาไว้อีกหน



โทษทีนะ ..ว่าแต่ปั่น มืดขนาดนี้ไม่ถอดเรแบนด์ออกเหรอคนถูกถามเลิกคิ้วสูงเหมือนนึกขึ้นได้



อ่อ มันก็ไม่มีปัญหาอะไรนักหรอกอารมณ์ภาพที่เห็นก็จะออกมาคล้าย ๆ รายการล่าท้าผีที่ถ่ายกันตอนกลางคืนล่ะมั้ง



เหนกหัวเราะเบา ๆเดินสะดุดชนต้นไม้จะหัวเราะให้ฟันหลุดเลยเหมือนตอนที่อยู่ดี ๆ เอาเป้าไปกระแทกมุมโต๊ะในร้านเหล้าปั่นเมื่อครั้งโน้น ทำเอาเจ้าของเหตุการณ์ที่ว่าร้องอู้ยออกมาเบา ๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาแสบจี๊ดสะท้านไปทั้งทรวงและกล่องดวงใจนั่น



กำลังคุยกันว่าจะกลับ อยู่ ๆ ท้องฟ้าโปร่งที่เห็นดาวก็พร่างพราวฝนลงมาเอาดื้อ ๆ หยดน้ำเม็ดแรกร่วงลงมาปะทะแขนเหนก พอหนุ่มรุ่นพี่รู้สึกตัวก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วหยดอื่น ๆ ก็ตามมากระทบหน้า ตามด้วยอีกหลาย ๆ หยดจนเป็นสาย สร้างความชิบหายมากขึ้นสำหรับสถานการณ์ตามหาน้องปีหนึ่ง



เชี่ยแล้ว ฝนตก!!เหนกกล่าวอย่างตื่น ๆ ลืมอาการสะลึมสะลือเมื่อครู่ แล้วมันก็เทโครมลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขนาดแถวนั้นมีป่าไม้ร่มเงาบังแล้วทั้งคู่ก็ยังไม่วายเปียกหลบฝนก่อนปั่น! เดี๋ยวไฟฉายเปียกพูดพลางดึงแขนรุ่นน้องใกล้มือให้วิ่งไปหาที่หลบ ซึ่งก็ได้แค่โคนต้นไม้ไม่พ้นเปียกอยู่ดี ไฟฉายมันไม่ได้กันน้ำเสียด้วย



เฮ้ย พี่เหนกวิ่งระวัง ๆ หน่อยเว้ย!เพราะวิ่งอยู่แบบนี้แถมยังต้องพยายามไม่ให้ไฟฉายเปียกเลยต้องหนีบเอาไว้กับตัวทำให้เส้นทางดำมืดลงแม้จะมีแสงจันทร์รำไรช่วยอยู่ก็เถอะ แต่วิสัยทัศน์ในตอนนี้ถือได้ว่าย่ำแย่และเสี่ยงในการเดินและวิ่งมากจนอดห่วงไม่ได้ พอได้ที่หลบก็เหมือนไม่ได้หลบ



กำปั่นเก็บไฟฉายซุกแนบกับตัวมองฟ้ารั่วเทน้ำโครม ๆ ลงมาไม่มีสงสารมนุษย์ตาดำ ๆ ที่อยู่ด้านล่าง ไอ้ที่เย็นอยู่แล้วก็ยิ่งทวีเป็นหนาวทำเอาเนื้อเริ่มสั่น ฟันในปากกระทบกันกึก ๆ ยืนเบียดกันอยู่ใต้ที่ ๆ พอจะหลบได้แค่หมิ่นเหม่



หรือเราจะวิ่งฝ่าฝนกลับกันดีวะปั่นมองหน้ารุ่นน้องอย่างเป็นห่วง และเป็นห่วงตัวเองด้วย ถ้าร่วงม่อยไปตอนนี้ละไม่ต้องกันเลยทีเดียว



จะเสี่ยงเหรอวะพี่?” กำปั่นเงยมองหน้ายุ่ง คลำเรแบนด์เกะกะออกมาเก็บในกระเป๋ากางเกงแทน



ไง ๆ ได้กลับมันก็ยังโอเคนะ ดีกว่ายืนเปียกอยู่งี้ มันต้องเปียกเหมือนกันแหละเงยหน้ามองร่มไม้ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย วิ่งฝ่ากลับไปคงไม่ต่างกัน แถมร้อนใจอยากรู้ข่าวคราวของน้องปีหนึ่งด้วยว่าจะเจอตัวกันมั้ย



ก็ได้พี่ พร้อมนะเปิดไฟฉายอีกหนโดยจับไว้ให้แขนช่วยบังน้ำฝนบ้าง เงยขึ้นพยักหน้าให้สัญญาณแล้วออกตัววิ่งไปพร้อมกัน



อื้อเหนกคว้ามือกำปั่นไว้แล้วพยักหน้าให้ ก่อนทั้งคู่จะก้าวขาออกจากใต้ต้นไม้ที่พำนัก กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับค่ายให้เร็วที่สุด



แต่พอออกจากใต้ต้นไม้ เหนกก็รู้ว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ ใต้ต้นไม้ที่พูดบ่นว่ามันกันน้ำฝนไม่ได้เลย มันกลับบังไว้ได้มากกว่าที่คิด นอกเงาร่มไม้นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำตกทีลอซูที่เขาเคยไปมาเลย มันตกหนักไม่ลืมหูลืมตา ตกหมาตกแมวแบบสำนวนอังกฤษเปี๊ยบ ประกอบกับลมแรงอย่างกับพายุอีก ไม่ต้องตอนกลางคืนหรอก ตอนกลางวันเจอฝนหนักแบบนี้เขาก็ง่อยเหมือนกัน



กำลังวิจารณ์น้ำฝนอยู่ในใจ ทั้งความเพลียและพื้นดินเฉอะแฉะลื่นปราด แถมตัวเองยังคีบอีแตะอีกต่างหาก ก้าว ๆ ขาอยู่กำปั่นก็รู้สึกว่าเหนกดึงมือเขาอย่างแรงเหมือนรุ่นพี่กลายเป็นตุ้มน้ำหนักถ่วง ฉุดเขาพรืดลงไปกับพื้น ไฟฉายที่กำปั่นถืออยู่หลุดจากมือกระเด็นและดับวูบไป ความมืดเขาครอบงำมือตัวเองยังมองแทบไม่เห็น


อ๊ากก!!เป็นเสียงของเหนกที่ร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด มือปล่อยจากกำปั่นมากุมหน้าแข้งข้างซ้ายของตัวเอง ความปวดแปลบแล่นจากขาจนเสียดแทงไปถึงอก เหนกรู้สึกว่าขาเขาไปครูดกับของแข็งมาก ๆ เข้า และมันบาดเข้าไปจนเป็นแผลลึก ความเจ็บปวดมันแล่นไปทั่วจนตัวชาขยับไม่ได้



พี่เหนก!?!” แรงดึงและเสียงร้องที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาทำให้หัวใจกำปั่นกระตุกวูบกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ตนมองไม่เห็น ตะกายตัวขึ้นมาจากที่ลงไปกองเพราะแรงฉุดจากการล้มของเหนก



พี่เหนก! พี่เหนก! เป็นอะไรวะพี่!? เจ็บตรงไหน!รุ่นน้องหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่ยังกระหน่ำเทอย่างหนักหน่วงมือคว้าบ่ารุ่นพี่เอาไว้แน่น ตาพยายามเพ่งมองแต่ให้ตายเหอะ มันไม่รู้เลยว่าเหนกกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่แค่ไหน จนจิตใจกังวลบีบคั้นให้สติแทบหลุด



“.......ไม่เป็นไรเว้ย...ปั่นไม่เจ็บใช่มั้ย..ตัวเองปวดแผลไปถึงอกแทบหัวใจหลุดออกมานอกอกก็ยังเป็นห่วงกำปั่น เพราะเขาเผลอบีบมืออีกฝ่ายไว้แน่นตอนวูบล้ม



ผมไม่เป็นอะไรพี่ พี่เหอะ เป็นอะไรตรงไหนบอกผมมาสิวะ!ด้วยความเป็นห่วงบีบคั้นทำให้กำปั่นตะคอกเสียงเอาความ อยากจะเขย่าร่างตรงหน้าแต่ก็กลัวจะไปกระเทือนอะไรตรงไหน ตัวเองมีแผลถลอกเพราะล้มแต่ก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจเลยสักนิดเดียว



สงสัย..จะลื่น แล้วแข้งไปครูดก้อนหินเข้า..ตรงนี้มันเป็นส่วนใกล้ฝาย จะมีพวกหินโผล่จากพื้นบ้างก็ไม่แปลก เขาพลาดเองที่บอกให้ออกวิ่ง แล้วยังเป็นตัวถ่วงกำปั่นอีก เหนกอยากจะเอาหัวโขกหินให้ตายรู้แล้วรู้รอดกับตัวเองที่ถ่วงความเจริญเหลือเกิน เขาพยายามยันตัวขึ้นนั่งไม่เป็นไรเว้ย.. ไปกันต่อ



เดี๋ยว ๆ แผลมันหนักมากใช่มั้ย?” เสียงฟังดูก็รู้ว่าตึงเครียดแค่ไหน กำปั่นควานมือหาขาของเหนกพอเจอก็ลองแตะ ๆ เบาตามแนวแข้ง



พอนิ้วกำปั่นมาแตะโดนบริเวณแผลเข้า เหนกก็ร้องเสียงดังขึ้นทันทีโอ้ย!!แทบจะลงไปทรุดอีกครั้ง ที่เจ็บขนาดนี้คงมีเศษหินเข้าไปอยู่ในแผลด้วยเจ็บ ปั่น... อย่าจับ...แค่ขยับขาเขายังเจ็บแทบจะชาแล้ว



อ่ะ! ข..ขอโทษ..ชะงักมือออกมาตั้งแต่เหนกร้องเสียงหลงแล้ว เขาขบปากล่างในหัวยุ่งเหยิงคิดว่าควรจะทำอะไรยังไงต่อ คิดว่าเลือดเหนกน่าจะไหลออกมาจากแผลอยู่แน่ ๆ แต่อำนาจของฝนอาจจะชะให้มันจางลงตลอด เอาไงดีวะ เอาไงดีวะแม่ม!



                สุดท้ายกำปั่นก็ตัดสินใจถอดเสื้อยืดออกแต่ยังเหลือเสื้อกล้ามด้านในเอาไว้



พี่เหนกกัดฟันแป๊บนะพูดปลอบนิดหน่อยพลางจับแถวรอบแผลแล้วใช้เสื้อมัดปิดรอบเอาไว้แน่นหนา แม้คงจะกันเลือดไม่ได้นักแต่อย่างน้อยก็คงกันไม่ให้เศษดินเศษหินเข้ามาให้แผลมากขึ้นนั่นล่ะ



เหนกกัดฟันนิดหน่อยตอนรู้สึกว่ามีอะไรมาห่อหุ้มรอบแผลจากฝีมือคนข้าง ๆ พูดขอบใจเบา ๆ แต่ตัวเขาเองรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลม ทั้งไม่ได้นอน ทั้งเลือดออก ทั้งน้ำหนักฝนที่กระทบหัวกระทบตัวอีก มือเหนกข้างหนึ่งกำเสื้อกล้ามกำปั่นบริเวณเอวไว้แน่น ทำไงดีล่ะเนี่ย ป่านนี้มือถือคงเปียกน้ำหมดแล้วจะโทรเรียกใครก็ไม่ได้ ไฟฉายก็กระเด็นหายไปไหนไม่รู้อีก...



                “ขอโทษนะปั่น...เพราะพี่ ปั่นเลยต้องมาซวยไปด้วยหนุ่มรุ่นพี่พูดขึ้นเบา ๆ อย่างรู้สึกผิด



ไม่เป็นไรพี่หนุ่มรุ่นน้องพูดพลางสูดลมหายใจลึกรู้สึกแสบ ๆ จมูกตั้งสติ รอบด้านมืดทึบ และคิดว่าคงจำทิศทางไม่ได้แล้วแน่ ๆ จะเสี่ยงเดินมีสิทธิหลงทางได้สูง แต่จะอยู่เฉย ๆ รอฝนหยุดตกก็ติดที่เหนกบาดเจ็บ เกิดทิ้งไว้นานอาจจะติดเชื้ออะไรขึ้นมาก็ได้อีก



                แต่อย่างน้อยจะอยู่กลางแจ้งให้ฝนตกใส่ตลอดเวลาแบบนี้ก็ใช่ที่ กำปั่นคว้าแขนเหนกข้างให้พาดกับหลังคอตน อีกข้างพยุงไว้ที่เอวเพื่อที่จะประคองคนเจ็บลุกขึ้น



พี่เหนกตั้งสติไว้ก่อนนะ...!ตะเบงเสียงแหวกสายน้ำที่ไม่มีทีท่าจะหยุดง่าย ๆ เรียกคนที่ทำท่าจะพับลงไปได้ทุกเมื่อ กัดฟันดึงร่างเหนกขึ้นจากพื้นแล้วพาออกจากที่ตรงนี้ไปหาที่หลบก่อน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุดในยามนี้



อื้อ....ระวังนะปั่น พี่มองไรไม่เห็นเลย”  ทั้งความมืดทั้งน้ำฝน เห็นเป็นแค่เงาต้นไม้ลาง ๆ ในระยะไม่เกินสิบเมตรเท่านั้นเอง



ผมก็ด้..หยุดสิ่งที่จะเอ่ยแล้วเปลี่ยนพูดอย่างอื่นแทนวางใจผมเถอะครับ พี่เหนกทนหน่อยนะสายตากวาดไปทั่วในความมืดที่เป็นอุปสรรค เดินไม่เร่งไม่ช้าจนเกินไปกระทั่งมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ลำต้นออกจะเอียงหน่อย คิดว่าพอจะหลบฝนได้พอสมควรจึงประคองร่างเหนกที่ร้องเจ็บเบา ๆ ให้นั่งลงดี ๆ



ต้นไม้ที่ทั่งคู่ไปนั่งหลบฝนอยู่มีขนาดลำต้นที่ใหญ่และกว้าง ทั้งยังเอนเป็นมุมช่วยบังน้ำฝนได้ดี และด้านบนที่เป็นพุ่มใบไม้หนาช่วยชะลอเม็ดฝนที่จะลงมากระทบทั้งคู่ได้มาก ถึงพื้นจะยังเป็นดินแฉะ ๆ ก็ตาม เหนกนึกขอบคุณผืนป่าที่ซับซ้อนกว่าแค่ไม้ยืนต้นตรง ๆ อย่างน้อยก็ช่วยได้มากในยามนี้ ถึงกับยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่เจ้าทาง และเลยไปขอให้พบน้องปีหนึ่งทั้งสามคนแต่โดยไวด้วย



ตัวเขาและกำปั่นทั้งเปียกจนชุ่ม ทั้งเลอะดินเลอะโคลนไปหมด แล้วยังหนาวน้ำจากฟ้าอีก เหนกเขยิบเข้าไปเบียดรุ่นน้องจนแขนสัมผัสได้ถึงเสื้อกล้ามเปียก ๆ นึกสงสารกำปั่นที่ไม่น่ามาซวยกับเขาเลย



ขอโทษนะเว้ยปั่นเสียงรุ่นพี่พูดขึ้นอ่อย ๆ พลางหยิบมือถือมาดู มันจอดับไปแล้ว หมดสิทธิ์ติดต่อเรียกคนมาช่วยอย่างแรง สงสัยได้ซื้อใหม่ล่ะคราวนี้



ขอโทษไร.. พี่เหนกไม่เห็นต้องขอโทษเลย ผมดิ ช่วยอะไรไม่ได้มาก ขอโทษนะครับ...เสียงกำปั่นก็อ่อยไม่ต่างกันด้วยทั้งเพลียทั้งรู้สึกผิด นั่งเป็นหลักให้เหนกพิงได้สะดวก ในใจก็ภาวนาให้ฝนหยุดตกเสียที



ปั่นไม่ได้อยู่ในหน้าที่ต้องช่วยนี่นา ..แต่พี่ก็ขอบใจนะวางหัวหนัก ๆ ลงบนบ่ากำปั่น หูฟังเสียงน้ำฝนตกกระทบผืนป่า อาการเบลอมึนกลับมาหาเขาอีกแล้ว ทั้งเพลียทั้งง่วง ยิ่งพอศีรษะวางลงบนบ่าคนที่เพิ่งจะได้คุยกันกลับต้องมาอยู่สถานการณ์แบบนี้อีก มันก็อยากจะหลับไปซะที



ผมก็อยากทำตัวให้มีประโยชน์บ้างนี่นา..บ่นงึมงำถอนหายใจ เอียงมองศรีษะที่ซบอยู่ ยกมือขึ้นมาลูบแก้มเย็นเพราะอากาศของเหนกอย่างทะนุถนอม แล้วเงยมองท้องฟ้าที่ยังรั่วอยู่เงียบเสียงตัวเองไปไม่อยากรบกวนคนที่ควรจะได้พักสักทีข้างตัว



“...วันนี้เพิ่งได้คุยกันเองเนอะ ต้องมาติดแหงกอยู่นี่ซะละเหนกพูดแกมหัวเราะ นึกขำชะตากรรมตัวเองชะมัด “..คิดถึงนะเว้ยดึงมือกำปั่นมากุมประสานกันไว้ แทนคำพูดว่าอยากอยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายขนาดไหน พอสติเบลอ ๆ แล้วเผลออ้อนไม่รู้ตัว



อื้ม...กำปั่นขานรับ ทำไมในสถานการณ์แบบนี้ยังจะรู้สึกใจเต้นขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย... มือที่ประสานกันกระชับเอาไว้แนบแน่นขึ้น เอียงหัวซบกับกลุ่มผมที่ชุ่มด้วยน้ำนั่นผมก็เหมือนกันครับ.. คิดถึงพี่นะ เป็นห่วงมาก ๆ ด้วย



จริงเหรอ...ยิ้มในสีหน้าเขินเบา ๆ ดีใจว่ะแม่มแล้วไมไม่ตอบไลน์เลยล่ะ..นึกว่าปั่นจะขึ้นรถไม่ทันซะแล้วเมื่อเช้าถึงขาจะเจ็บแปลบ ๆ แต่หน้าเหนกยิ้มไม่หุบเลย



อ่อ.. พอดีลืมเช็คว่ะ.. พอจะเช็คแบตมือถือก็หมดซะงั้นอ่ะโคตรอีปิคเฟล


เหนกหัวเราะเบาอีกเลยอดนั่งข้างปั่นเลย ใจร้ายมากนะ...พูดเรื่องนึ้แล้วนึกถึงพี่หน่องกับฉากระทึกยามเช้าที่ทำให้เขาไม่ได้นอนขึ้นมาได้เมื่อคืนพี่ได้นอนแค่เกือบสองชม.เองว่ะ..ในรถก็ไม่ได้นอน ...เจอเรื่องระทึกหลับไม่ลง



ง่า.. ขอโต๊ดก๊าบ..ยังรู้สึกผิดที่ไม่ได้จองที่นั่งให้เหนกเรื่องระทึกอะไรล่ะนั่น?” เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย



โดนสารภาพรักว่ะ..คงไม่บอกชื่อไป เดี๋ยวพี่เขาจะเสียหายว่าจะหลับบนรถซะหน่อย ตาค้างเลย



อ้าวเฮ้ยฟังแล้วแอบอึ้ง ๆ แต่กำปั่นก็รู้ดีอยู่แล้วล่ะนะว่าเหนกเนื้อหอม ถึงอย่างนั้นครั้งนี้มันรู้สึกไม่ค่อยพอใจแปลก ๆ แฮะ… “แล้วพี่เหนกตอบไปว่าไงล่ะ..?”



ก็บอกไปว่ามีคนที่ชอบแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นปั่นหรอกนะบอกไปได้ช็อกทั้งประเทศไทยบอกเค้าว่าขอเป็นเพื่อนเหมือนเดิมดีกว่าอยากบอกอีกหรอกว่าโดนคาดคั้นแต่มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นนี่นะ บอกไปเดี๋ยวโดนซักมากกว่าเดิมเปล่า ๆ



อ่อ...เสียงตอบรับฟังดูจะเก็ตแล้ว อยากถามในประเด็นนี้ต่อนะ แต่อีกใจก็ไม่พี่เหนกแม่มน่าสงสาร ไม่ได้หลับได้นอนเลยหัวเราะเบา ๆ มือที่กุมกันอยู่บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย



รับผิดชอบด้วย เพราะปั่นน่ะแหละ..โบ้ยใส่ซะเลยหนาวว่ะ.. ปั่นไม่หนาวเหรอเหนกขยำเสื้อกำปั่นที่เปียกจนแนบไปกับเนื้อจนรู้สึกได้ถึงร่างกายอีกฝ่าย เสื้อยืดที่เขาใส่อยู่มันก็เปียกเหมือนเอาไปจุ่มน้ำ จนต้องผละออกจากกำปั่นมาถอดเสื้อบิดน้ำโชก ๆ ออก ส่วนท่อนล่างที่เปียกจนเหมือนนั่งแช่น้ำในกะละมังก็ ...ช่างมันเถอะ



อ้าว อะไรว้า...โดนโบ้ยซะงั้น รู้สึกได้ว่าเหนกขยับเบียดหาไออุ่นจากตัวเขามากขึ้น ก่อนที่จะหันมองนิดหน่อยตอนเหนกถอดเสื้อเพื่อรีดน้ำหนาวดิ..จนคลับคล้ายคลับคลาว่าจะคัดจมูกอยู่ละเนี่ย แขนขยับโอบบ่าเหนกเอาไว้ลูบคลึงหัวไหล่ถ่ายทอดความอบอุ่นให้ยังปวดแผลมากอยู่รึเปล่า?”



อยู่นิ่ง ๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่คิดว่ามีเศษหินอยู่ในแผลนะ ขยับแล้วเจ็บแปลบ ๆอยากจะแกะเสื้อกำปั่นออกดูแผลแต่มืดขนาดนี้มองไปก็ไม่เห็น สวมเสื้อยืดหมาด ๆ กลับคืน เอนลงซบไหล่กำปั่นต่อฝนหยุดแล้วค่อยกลับไปทำแผล... แต่เราจะกลับถูกกันมั้ยวะ..มาตามหาน้องแต่ตัวเองติดอยู่ในป่าซะเอง



กลับไม่ถูกก็เป็นคนป่ากันไปก่อนก็ได้พี่พูดกึ่งจริงกึ่งเล่น ถอนหายใจยาว ตอนนี้ก็ห่วงแค่เรื่องแผลของเหนกเป็นหลัก กังวลไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ไม่บ่นออกมาเพราะไม่อยากให้คนข้างกายร้อนใจตามไปมากกว่านี้ กระชับวงแขนที่โอบบ่ากว้างเอาไว้ อีกข้างก็ขยับมากำขากางเกงแถวต้นขาของเหนกเหมือนอยากจะกอดให้เต็มไม้เต็มมือ แต่ก็ทำไม่ได้



ไม่เอาว่ะ..มีอย่างอื่นต้องทำอีกเยอะพูดคุยกันไปสักพักก็รู้สึกได้ว่าฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดดี สมเป็นฝนไล่ช้างตกเหมือนพายุถล่มแล้วก็ซาลงเออปั่น ..นั่งรถบัสขากลับ เอ็งต้องนั่ง กับพี่ เท่านั้น นะปั่นเน้นทีละสองคำประกาศชัดเจน



อะ.. อื้อ คราวนี้ผมจะจองไว้ให้ได้ครับ สัญญากระแอมนิดหน่อยพี่เหนกก็มานั่งให้ทันด้วยนะเว้ย เดี๋ยวผมเผลอใจอ่อนให้คนอื่นนั่งก่อนอีก



อเนกภพได้ยินละเด้งตัวขึ้นมาด้วยแรงขับเคลื่อนบางอย่างใคร?....มันเป็นใคร บอกมาเสียงแบบฟังก็รู้ว่ากูหึง เหมือนเส้นเลือดที่ขมับมันปูดปึ้ด แบบนี้ต้องให้ไอ้เต้ช่วยซะแล้ว มีเส้นเท่าไหร่คงต้องงัดมาใช้กันบ้างล่ะ



ห่ะ หา..? หมายถึงใครเหรอพี่?” กำปั่นพูดตื่น ๆ เพราะตนหมายถึงว่าถ้าตัวเองโดนขอนั่งด้วยก็คงใจอ่อนให้ง่ายๆน่ะสิ... ไม่ได้คิดถึงอะไรอื่น



ไอ้คนที่มันทำให้ปั่นเผลอใจอ่อนน่ะมันใคร.....เหมือนบีจีมีเสียงครืน ๆ อยู่ข้างหลังรับกับเสียงฝนตก ว่าไปกูโมโหอะไรวะเนี่ย แต่รู้อย่างเดียวว่ามันไม่พอใจเว้ย



อ่า.. พี่เหนกหมายถึงคนที่มาข้างผมเมื่อเช้าน่ะเหรอ?” ทำไมรู้สึกว่าบรรยากาศเหนกแปลก ๆ วุ้ย...ถ้าใช่ก็.. เอ่อ น้องเขาชื่อสิงห์อ่ะพี่ เป็นน้องที่กลุ่มผมดูแลอยู่ด้วย



ใครวะ..อ้าวคงไม่มีอะไรใช่มั้ย แค่มานั่งด้วยใช่มั้ย...บางทีกูก็จะหึงแรงเกินไป



ก็ใช่.. ทำไมอ่ะพี่..?” ตอบไปก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนักหรอกเพราะพฤติกรรมของสิงห์ที่ผ่านมา แต่ก็คิดว่าไม่บอกเหนกจะดีกว่า เกรงว่าจะเป็นการวิตกจริตไปเองฝ่ายเดียวน่ะสิ



แล้วไป..หมดห่วงก็ตัดความคิดออก มานั่งซบไหล่กำปั่นเหมือนเดิม ฝนก็ซาลงจนเหลือแค่ม่านบาง ๆ แล้วพี่ว่าพี่ก็ดีขึ้นแล้วนะ ถ้าฝนหยุด อาจจะเดินกลับทางเดิมไหว...ปั่นพอจำทางได้มั้ย



ผมไม่มั่นใจว่ะ มอง ๆ ไปทางไหนก็คล้ายกันไปหมดถอนหายใจกับความไร้ประโยชน์ของตัวเอง แล้วก็ต้องจามออกมาเพราะมันคัดจมูกมากกว่าเดิม



เอ้า หวัดกินแล้วสิเรา..เหลือบมองยิ้ม ๆ แล้วผละหัวออกมา ก่อนที่เขาจะเผลอทำอะไรไม่ดีไม่งาม เดี๋ยวเจ้าป่าเจ้าเขาลงโทษเอา ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ได้แต่ยกนิ้วเขี่ย ๆ แก้มกำปั่นแบบเอ็นดูกลับไปกินยาแล้วนอนเลยนะ พรุ่งนี้ไม่ไหวบอก อย่าฝืนล่ะ



อื้อ..นิ้วชี้ถูจมูกด้วยเองพี่เหนกด้วย หง่อมชัวร์ไม่มั่วนิ่ม...หมอปั่นฟันธง



ขาเดี้ยงงี้ต่อให้อยากไหวก็ไม่ไหวล่ะวะ..ยังไม่รู้เลยว่าแผลตัวเองอาการหนักแค่ไหน แต่ป่านนี้เสื้อกำปั่นคงชุ่มเลือดเขาไปหมดแล้ว



แล้วหูทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายมาไกล ๆ ฟังดูก็รู้ว่าเป็นเสียงคนตะโกนเรียก มาไม่ต่ำกว่าสองคน



เฮ้ย พวกมาตามแล้วเว้ย!หนุ่มรุ่นพี่ไม่รอช้าป้องปากกู่กลับไปทันทีด้วยเสียงดังจนแผลสะเทือน กำปั่นเองก็ช่วยส่งเสียงอีกแรงให้กลุ่มที่มาตามหาได้ยินแล้วรี่มาทางนี้กัน



ไม่กี่อึดใจ ก็ปรากฏร่างเด็กมหาลัยสองคนกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งใส่เสื้อกันฝนมาพร้อมสรรพ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางสองคนนั้น หนึ่งในนั้นคือ เก้า ผอ.ค่ายที่ลงทุนมาตามหาเลขาฯสุดที่รักด้วยตัวเองเลย



ไอ้เหนก มึงเป็นไงมั่งวะ!!เก้าทรุดลงดูเพื่อนที่ไม่ยอมลุกมาหา แล้วไฟฉายจากมือก็เห็นเสื้อยืดกำปั่นอาบเลือดเป็นวงกว้างจากแผลจนต้องกลืนน้ำลายโหมึง ไปโดนไรมา



กูโง่เอง เดี๋ยวค่อยเล่า แล้วเจอน้องสามคนนั้นมั้ยวะเหนกผู้เป็นห่วงน้องรีบเปลี่ยนเรื่องถาม



เจอแล้ว ๆ หลงป่านั่นแหละ แต่สภาพดีกว่ามึงเยอะ แล้วนี่...ปีสองใช่ป่ะ ขอบใจนะครับน้อง ชื่อไร?” เก้าพูดเร็วตามวิสัยของเขา พลางพยุงเหนกให้ลุกขึ้น มีเสียงบ่นเบา ๆ ว่ากูเจ็บจากเจ้าของแผล


อ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมกำปั่นครับพี่พยุงอยู่อีกข้างของเหนก รู้สึกโล่งอกขึ้นมากที่อะไร ๆ เป็นไปในทางที่ดีขึ้นสักที ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องแผลของเหนกนี่ล่ะที่ยังชวนให้เป็นห่วงอยู่



กำปั่น.. อ๋อ ไอ้หนุ่มมือกลองใช่มะเก้าพูดเร็วปร๋อ กำปั่นยังไม่ทันจะตอบก็หันไปคุยกับเจ้าหน้าที่ทำนองว่าครบแล้วครับ ไม่มีใครหายอีกแล้ว และฟังคุณพี่แกบ่น ๆ เรื่องความปลอดภัยแบบหูทวนลม



แล้วเหนกก็ถูกหิ้วปีกโดยเหล่าชายฉกรรจ์แห่งค่ายปลูกป่าที่ตามมาสมทบอีกหลายชีวิต จนเจ้าตัวบ่นว่ากูยังไม่ตายไม่ต้องมาไว้อาลัย สถานการณ์ตึงเครียดค่อยผ่อนคลายลงกลายเป็นเรื่องขำ ๆ แผลที่ขาเลขาฯค่ายก็ถูกทำความสะอาดใส่ยาปิดแผลเรียบร้อย ไม่สาหัสนัก แต่เป็นรอยถลอกลึกอยู่ข้างกระดูกหน้าแข้ง และมีเศษหินเศษดินฝังอยู่ หน้าตาแผลเลยดูไม่ค่อยสวยงาม



ส่วนน้องสามคนที่หายไปตอนนี้ก็สำนึกผิดอยู่ เพราะดันเล่นพิเรนทร์ทดสอบความกล้ากันเองไม่บอกกล่าว หลงป่าอยู่สองชั่วโมงแล้วเดินลึกเข้าไปอีก กว่าจะตามตัวเจอก็ก่อนฝนตกเล็กน้อยเท่านั้นเอง และพอฝนเทโครมลงมา การนอนเต้นท์ก็ถูกยกเลิกเนื่องจากทั้งบริเวณกลายเป็นแอ่งน้ำขังไปหมด ขณะที่พาเหล่าน้อง ๆ กลับมานอนที่ตึกพักเจ้าหน้าที่ ก็เพิ่งได้รู้กันว่ากำปั่นกับเหนกหายตัวไป



เหนกขอให้กำปั่นอยู่เป็นเพื่อนเขาในห้องพยาบาล โดยมีเต้ เพื่อนคู่ใจช่วยใช้เส้นพูดให้ คนอื่นก็ไม่ได้คิดอะไร ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียกันไปหมดเลยไม่มีใครมานึกสงสัยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ถือเป็นรางวัลให้กับวันนี้ทั้งวันที่ไม่ได้พูดคุยแถมล้างซวยไปกับฝนอีก



ปั่นจะไปนอนกับน้องก็ได้นะ พี่รอดแล้วเว้ยเหนกพูดขึ้นขำ ๆ ขณะที่นอนพังพาบอยู่ในห้องพยาบาลกับกำปั่นสองคน ไม่มีใครอยากกวนเพราะเหนกได้บอกแล้วว่าได้นอนไปแค่สองชั่วโมงเมื่อคืน



ผมอยู่กับพี่ดีกว่าเผื่อจะช่วยหยิบช่วยจับอะไรให้ แล้วก็ตอนนี้เขาอยากอยู่กับเหนกมากกว่า... กำปั่นนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงในชุดใหม่หลังอาบน้ำสระผมแล้ว ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้หายชื้น ตามองสภาพคนที่นอนหมดสภาพอยู่ยิ้มบางติดริมฝีปาก



พี่ไม่ได้เดี้ยงขนาดเข้าโรงบาลนะปั่นหัวเราะแต่ก็ดีแล้ว พี่อยากอยู่กับปั่นรู้สึกวันนี้เขาพูดความรู้สึกออกไปเยอะแฮะ



ไงก็เดี้ยงอยู่ดีนี่ส่งสายตาชิ้ง ๆ ให้ ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้จนหัวเข่าติดเตียง โน้มตัวลงมาชันศอกก้มมองใบหน้าเหนกใกล้ ๆ ทำเอาหนุ่มรุ่นพี่ใจเต้นขึ้นมาเลยผมเป็นห่วงพี่มาก ๆ นะครับ...พลางใช้หลังนิ้วเกลี่ยผิวแก้มเหนกแผ่ว ๆ แววตาที่ทอมองเจือความรู้สึกตามที่พูดจริง ๆ



ใจที่มันเพิ่งสงบลงจากเหตุการณ์คลี่คลายกลับเต้นโครมครามอยู่ในอกอีกครั้ง จนไม่สามารถสบตากำปั่นที่ดันเอาหน้ามาซะใกล้ ต้องเหลือบตามองเพดานห้องแทน เอ็กไซต์ยิ่งกว่าตอนที่ติดฝนอยู่ในป่าซะอีก รู้สึกกำปั่นเริ่มรุกเข้าหาเขามากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ มันดีก็จริงแต่ใจรุ่นพี่มันจะไม่ไหวเอา



ขอบใจนะมันตื่นเต้นจนพูดออกมาได้แค่นั้น ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยิ้มมาให้ หน้ามันก็ฉีดสีเลือดจนอยากจะระเบิดตูมตามพังห้องพยาบาลซะตอนนี้เหนื่อยกันเยอะแล้ว นอนกันเถอะว่ะเหมือนจะตัดบท แต่มันต้องตัด ไม่งั้นเขาจะเขินมากกว่านี้ และหัวใจมันจะสูบฉีดมากไป แผลที่ขาอาจจะเปิดเลือดพุ่งปริ๊ด ๆ ทะลุผ้าพันแผลได้



กำปั่นคลายยิ้มมากขึ้น เพราะท่าทีของเหนกมันบอกอยู่โต้ง ๆ ว่ากำลังเขินเขาอยู่เนี่ยแหละ สายตาที่นิ่ง ๆ ไปกวาดมองทั่ววงหน้าคมเหมือนจะดื่มด่ำช่วงเวลานี้เอาไว้จนเผลอก้มลงไปหอมแก้มนั้นแผ่ว ๆ โดยไม่ทันได้คิดอะไร



อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!



นั่นคือเสียงในหัวคนเจ็บ ที่ข้างนอกได้แต่สะดุ้งเล็กน้อย ตาโตมองกำปั่นแล้วเสตาหลบ แต่ในใจนี่โวยวายดังลั่นลงไปดิ้นพราด ๆ กลิ้งกับพื้น และมันแสดงออกทางสีหน้าที่ก่ำเรื่อขึ้นยิ่งกว่าเลือดออกที่แผลซะอีก



                “ป...ไปนอนได้แล้วเว้ย ดึกแล้วน่า...เอ็ดกำปั่นเสียงต่ำแก้เก้อ ปัด ๆ มือไล่ให้ไปนอนที่เตียงพยาบาลข้าง ๆ เห็นว่ากูเพลียไม่มีแรงสู้นะ...อย่าให้กูครบ 32 นะเว้ย..วันนี้จะปล่อยไปก่อนก็ได้



ยังไม่ได้ตอบอะไรกำปั่นก็ขยับใบหน้าขึ้นนิดหน่อยเพื่อจะสบตาที่เสหนี แขนก็ไปคร่อมกับร่างของเหนกตอนไหนตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็ก้มลงไปจูบริมฝีปากรุ่นพี่หนุ่มเนิบนาบเสียแล้ว ค้างอยู่อย่างนั้นอึดใจใหญ่ ๆ กำปั่นก็ผละใบหน้าที่เปลี่ยนสีแต่เห็นไม่ชัดเพราะอยู่ในสภาพย้อนแสงจากมุมคนที่นอนอยู่ เลี่ยงออกไปอีกเตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...



ฝันดีครับพี่เหนก...แล้วก็มุดเข้าไปนอนหันหลังตะแคงใส่อีกคนในห้อง มีเพียงใบหูที่แดงก่ำให้เห็นเท่านั้นเอง..



ทิ้งให้หนุ่มรุ่นพี่ร้องโวยวายในใจปานโลกนี้จะกลายเป็นแหล่งมฤตยูนิวเคลียร์เพียงลำพัง



To be continued.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

732 ความคิดเห็น

  1. #721 KUMO❤ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 21:20
    ฮือออออ เจอน้องปั่นรุกแนวเมะอบอุ่นแล้วใจไม่ดีเรย ยอยพมเสวกา้ยะสเสเว เขินแทนพี่เหนก
    #721
    0
  2. #650 ♦{หลาม}♦ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 13:44
    ออนท็อ--- 
    #650
    0
  3. #582 TaNgWa ^^ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 04:28
    ปั่นเป็นเคะรุกกกกก on top ดีกว่าเชื่อเจ้ ><
    #582
    0
  4. #534 capaldi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:16
    พี่เหนกเคะเถอะค่ะยอมๆให้เด็กมันไป

    #นับวันพี่เหนกยิ่งปล่อยออร่าเคะ

    โฮรวววววววว~>\<เขินตัวแตกเลย
    #534
    0
  5. #527 nafr (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 02:35
    โอ่โห ถ้าปั่นจะยั่วขนาดนี้ กดเลยเหอะ 555+
    #527
    0
  6. #505 Ma-i (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 15:31
    โธ่ หลงป่าแป๊บเดียวเอง น่าจะทั้งคืน มีกระท่อมพร้อมฟืนไฟ ผ้าห่ม 1 ผืน 

    ครบ



    #505
    0
  7. #494 MIMIO (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 22:20
    ทำไมพวกพี่สองคนยิ่งอ่านก็ยิ่งน่ารักฟร่ะ อร๊ายยยยยย

    อ่านไปยิ้มไป ชอบมากกกกก ><



    พี่เหนกระวังนะคะ ระวังกำปั่นจะรุกแทนพี่ 555
    #494
    0
  8. #490 xib, (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 00:37
    ฟิน #ไม่มีคำอื่นที่จะพูด #ความรู้สึกจากใจที่สามารถบรรยายเป็นคำเขียนได้อย่างเดียว
    #490
    0
  9. #484 เนียงโกะ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 01:18
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก





    เป็นเรื่องที่ชวนจิกหมอนจริงๆค่ะ //w\\

    #484
    0
  10. #475 Lucia Eve (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 10:54
    นุ้งปั่นเดี๋ยวนี้ขยันรุกนะลูก แต่ป้าไม่ให้หนูเป็นเมะหรอก on top เถอะจ้ะ //โดนปั่นตบ
    #475
    0
  11. #433 RINKUWAc .™ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 19:25
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย =////////=

    กำปั่นทำดีมากค่ะ! ได้ใจพี่(เหนก) ไปเต็มรัก!

    รุกอีกๆ กำปั่นไม่เชอรี่แล้วนะ 5555555555555
    #433
    0
  12. #405 Ishirokotori (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 12:04
    ม่ายๆๆๆๆๆๆๆ พี่เหน๊กกกกกกกกกก!!!!! พี่เหนกต้องเมะเท่าน้าน ม่ายยยยยยย ถึงมันจะมีสมการส่วนสูงไม่มีผลต่อแนวราบก็เถอะแต่แบบนี้หนูรับไม่ได้จริงๆT-T
    #405
    0
  13. #322 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 17:06
    ทำไมชีวิตจริงมันไม่มีหวานแบบนี้มั้งนะ ไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยอยากฟินต่อไปเรื่อย X////D
    #322
    0
  14. #281 8017641 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 17:52
    เปลี่ยนๆๆๆ

    เรื่องนี้พี่เหนกเคะเถอะครับ // เหนกฟาดหาง แอ่ก!!

    ปั่นเอ๊ยยยยยยยยย ทำอะไรไม่อายคนอ่าน เขินชิบ_าย =//////////=

    ฟินครับฟิน บอกคำเดียวโคตรฟิน

    ตอนต่อไปต้องเอา(ความเมะ)คืนนะครับพี่เหนก เหอๆๆๆๆ
    #281
    0
  15. #272 kibeeko. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 11:50
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนน
    ง๊าวววววววววววววววววววว
    -/////////////////////////-
    #272
    0
  16. #271 black_hare (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 16:07
    พี่เหนกตอนนี้น่ารักโคตรรรรรร โดนปั่นรุกแล้วไปไม่เป็นเลยนะครับ 555555 แง้ ไม่ไหวแล้ววว ฟิน >[]<
    #271
    0
  17. #270 Toffy_[B] (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 01:07
    กรี๊กกกกกกกก กี๊ดดดด กี๊ดดดดด กี๊ดๆๆๆๆ

    นังปั่น นังปั่นทำดาเมจเอง เขินเองงง >////< เผลอจิกขาตัวเองไปหลายรอบ

    ปั่นเอ๊ยย จะเคะรุก(รึเปล่า ?) ก็ขึ้นคร่อมแล้วควบเลยสิเฟ่ยยย แอร๊ยย

    ใจมันแบบ โมเมนต์เขินไปมาก็ชอบนะ ส่วนตัวอิฉันอยากให้นังปั่นมันเคะมากกว่าอ่ะ

    (แต่ไม่เอาแบบแต๋วแตกนะ) อิปั่นเอ๊ยย ยอมให้พี่เขาทะลวงประตูหลังของนายเถอะ!!!
    #270
    0
  18. #268 ตัวยุ่ง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 00:55
    นะ...น่ารักเกินไปแล้วนะกำปั่น พี่เหนก

    อืมแล้วตกลงใครเคะใครเมะกันแน่

    แต่ไม่ว่าใครอยากบอกว่าชอบหมดเลย 555
    #268
    0
  19. #267 MiRa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 23:34
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด อยากเป็นทุ่งข้าวสาลีมีโกโก้ไหลลงมาแล้วระเบิด บึ้ม!!!!!!



    เขินน ไม่ไหวแล้วโว๊ยยยยยยยสองคนนี้เป็นอันตรายต่อสาว(Y) อย่างเราที่สุด!!!



    รอตอนหน้า อยากฟิน หยอดมากๆเป็นความสุขของคนอ่าน ฮิๆๆๆ
    #267
    0
  20. #266 I am ja (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:14
    ตายยยยยยยยยยยยยยยยย  บึ้มมมมมมมม  

     

    ฟินนนนนนนนน นฟดฟหดหดฟหดหดฟดฟดดฟหดฟดฟหดฟหดฟดฟ   พี่เหนกน่ารักโฮรกกกกกกก   กำปั่นนี่รุกขึ้นทุกวันนะ!!!

     พี่เหนกกก ถ้าครบ 32 เมื่อไรเอาคืนเลยยยยย  เอาให้กำปั่นเขิลลลลเลยยย  >/////<
    #266
    0
  21. #265 mojini (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 02:29
    อะฮึ อุกรี๊ดดดดดดดดดดด >/////////////////////////<  ตอนนี้มันฟินเว่อออออออร์์  

    เหนกปั่นเต้นมะหมี่ !!!!?????   กร๊ากกกก ปั่นนี้ไม่เท่าไหร่ จินตนาการให้มันรั่วบ่อย

    แต่พี่เหนกเนี้ยเซ่!!! โอ้ยยยย แค่นึกภาพก็ขำน้ำตาไหลแล้วอ้ะ

    แต่แรกๆนี้ ...แหมมมม ไม่ได้เจอะ ได้เจออ-*-  พูดกันได้แค้กะจิ๊ดดด มันจะยุ่งอะไรกันนักนะ TT^TT

    ไอ่เราก็นึกว่าตอนนี้สองคนนี้มันคงดวกตกสินะ ยิ่งมาฝนตกในป่า พี่เหนกบาดเจ็บอีกกก โอ้ยยยย กลุ้มมม

    ...แต่หลังฝนตกนี้มันนน =.,=  อ๊ากกกก ตายๆๆๆ เลือกไหลหมดตัวแล้ววววว >___<

    หนูปั่นนนนน หนูไปจุ๊บพี่เค้าอย่างนั้นคนอ่านก็ตายสิค้าาาาาาา แอ๊อออออ 

    แหมมมม รุกเค้ามากๆ เขินเหมือนกันใช่มั้นล้าาาา ปั่นเอ้ยยยยย 

    อ๊ากกกก โดนคู่นี้ดาเมจขึ้นทุกวันนนนน 

    พอและ... เวิ่นมาเยอะ  แค่อ่านคู๋นี้ก่อนนอนก็ฝันดีแล้ว ฮิ้วววว (กลับไปจิ้นในฝันต่อ >_<)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 กรกฎาคม 2556 / 02:32
    #265
    0
  22. #264 YAMSANG!! (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 21:46
    แม่เจ้าโว๊ยยยยย!!! พี่เหนกโดนรุก ๆ กำปั่นเริ่มไวไฟแสดงความรู้สึกออกมามากทีเดียว

    อัยย่ะ ชอบตอนนี้เขินกันไปเขินกันมา ฝนล้างซวย ถึงตอนแรกแทบไม่ได้คุยกัน

    แต่ตอนสุดท้ายได้ทั้งหอมกับจูมเกินคุ้มนะพี่เหนก

    กำปั่นน่ารัก~
    #264
    0
  23. #263 -CHIROI SORA- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 17:48
    พี่เหนกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเเง่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


    เหนกปั่นหรือ ปั่นเหนก ยังไงก็ชอบคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ <3 <3 <3

    #263
    0
  24. #262 XSO_vaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 16:57
    น่ารักมากก คนอ่านจะบึ้มตามแล้ววว แบบนี้ค่อยคุมกับที่รอหน่อย



    ปั่นชักรุกแล้ว //แอบคิด ปั่นจะเป็มเมะไหมนิ
    #262
    0
  25. #260 Fair FenRia (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 14:07
    ปั่นแม่มมมมม!!! เขินแทนพี่เหนกเลย รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ปั่นกล้าขึ้นเยอะ #ฟินน
    #260
    0