Yaoi : กั้นรัก

ตอนที่ 14 : >> 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 มิ.ย. 56



                วันเวลาผ่านไปเร็วไวเหมือนใครกดฟอเวิร์ด แค่หายใจทิ้งสองสามครั้งวันเสาร์ก็มาเยือน ซึ่งเป็นวันที่ค่ายอาสาของคณะมนุษยศาสตร์จะไปเซอร์เวย์สถานที่เป็นครั้งสุดท้าย

 

                เหนกตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง มาถึงคณะตอนตีห้าด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบเตรียมทำงานแบกหาม พอเขามาถึงพวกเพื่อนและรุ่นพี่จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นไทป์บ้างานก็มาถึงก่อนแล้ว เขาเองก็คงจัดเป็นไทป์นี้ได้เหมือนกัน ต่างช่วยกันแบกของที่จำเป็นเช่นแพ็คน้ำแพ็คขนม ผ้าเย็น ถุงมือผ้าสำหรับก่อสร้าง ฯลฯ มาวางหน้าคณะ ทำงานไปคุยกันไปแซวกันไปเพลิน ๆ ก็มีเสียงไก่ขันมาแต่ไกลพร้อมพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่เหม่งมาจากขอบฟ้า พร้อมกับที่ชาวค่ายค่อยทยอยกันมาตามที่นัดหมาย

 

                หลังจากเช็คชื่อเสร็จโทรตามอะไรเสร็จ รถบัสหนึ่งคันก็มาจอดหน้าคณะ โดยให้พวกปีสองขึ้นไปนั่งก่อนตามด้วยอาจารย์และพี่ ๆ ที่ไปหลังสุดด้วยกำลังช่วยกันขนของเข้าท้องรถอยู่

 

                อเนกภพภาวนาในใจดัง ๆ ว่าขอให้ได้นั่งคู่กับกำปั่นมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และพอเห็นกำปั่นขึ้นรถ เขาก็ไม่รีรอรีบฉวยโอกาสขึ้นตามไปไม่ฟังเสียงเพื่อนด่า ยอมโดนด่าสักครั้งไม่เป็นไรหรอก และเป็นโชคดีของเหนกแต่โชคร้ายหรือเปล่าของกำปั่นก็ไม่ทราบ ที่นั่งข้างกำปั่นว่างพอดีโดยมีบูมและกันนั่งอยู่เบาะคู่หลัง

 

สบโอกาสก็ไม่ควรปล่อยไว้ เหนกไปนั่งข้าง ๆ ปุทันที ปล่อยให้เพื่อนขนของไปอย่างไร้เยื่อใย

 

"นั่งด้วยสิปั่น"

 

กำปั่นถึงกับสะดุ้งจากที่กำลังจะงีบ แต่ก็ยิ้มยิ้มแห้งให้

 

"เอาดิพี่"

 

"อืม นอนไปเถอะ" ยิ้มกลับแล้วนั่งดี ๆ แบบไม่คุกคามแต่ประการใด

 

กำปั่นนั่งตัวลีบ ๆ แบบไม่รู้ตัว... มองนอกหน้าต่างบ้าง มองคนข้าง ๆ บ้าง.. ทางเหนกนี่ก็หยิบพวกกำหนดการณ์แผนงานอะไรมาอ่าน เหลือบมองอีกคนบ้าง มีบางจังหวะสบตากันพอดี หลุบตาอ่านต่อ ฝ่ายรุ่นน้องหนุ่มรู้สึกอึดอัดบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่รู้จะชวนคุยอะไร เลยหยิบขนมมากินแทน

 

"เอามั้ยพี่?" ห่อเลย์รสดั้งเดิมสีเหลือง

 

"ไม่อ่ะ เดี๋ยวหิวน้ำ ไม่ค่อยชอบเข้าส้วมบนรถบัสอ่ะนะ" ส่ายหน้ายิ้ม ๆ

 

"อ่อ" พยักหน้าเข้าใจ แต่จะให้นั่งเฉย ๆ ไปเลยก็คงฟุ้งซ่าน เลยนั่งกินไปเงียบ ๆ คนเดียว

 

เหนกเหลือบมองกำปั่น "พี่มากดดันเราเปล่าวะ"

 

โดนทักมางั้นทำเอากำปั่นถึงกับสะดุ้งโหยง ส่ายหน้าพรืดให้ "ไม่นี่พี่ คิดมาก ๆ " หัวเราะกลบเกลื่อน

 

ฟังแล้วคนเป็นรุ่นพี่ก็ยิ้มอ่อนให้ "เปลี่ยนใจล่ะ เอามากินมั่งดิ๊" จับมือปั่นที่ถือถุงเลย์อยู่มาหา แล้วล้วงจกขนม พอโดนจับมือเข้ากำปั่นก็แทบชักหนี แต่ก็ยั้งไว้ได้ นั่งเกร็งนิดหน่อย ตามองเข่าตัวเอง

 

..อะไรกันวะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะอะไร ทำไมตอนนี้แค่นิด ๆ หน่อย ๆ เป็นถึงขนาดนี้ล่ะเนี่ย โอ้ย..

 

เหนกรายนี้ก็เนียนไปเรื่อย เคี้ยวเลย์กรุบ ๆ เหลือบมองกำปั่น "ร้อนเหรอ หน้าแดงเชียว?" ยืดมือไปปรับแอร์ให้ตกใส่ปั่นมากขึ้น

 

กำปั่นเผลอเอนตัวไปติดกระจกมากขึ้น ส่ายหน้าวืด ๆ แต่เปลี่ยนใจพยักหน้าแทนซะงั้น "อื้อ ร้อนอ่ะพี่"

 

"มึงเป็นไรป่ะเนี่ย จริง ๆ กูหนาวอยู่นะ.." พึมพำเบา ๆ ยื่นมือไปแตะหน้าผากกำปั่น "ตัวก็ไม่ร้อนนี่หว่า"

 

"!" กำปั่นเผลอส่งเสียงเกือบจะร้องออกมา แต่ก็สงบปากลงได้อย่างรวดเร็ว รู้สึกโชคดีที่ยังใส่เรแบนอยู่

 

เหนกมองอาการผิดปกตินั่น "เป็นไรบอกนะเว้ย ฝ่ายพยาบาลมียาอยู่" สีหน้าเป็นห่วง

 

"ไม่พี่ไม่ ผมปกติดีเว้ย" ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วพยักหน้าว่ายังโอเคอยู่

 

"เหรอ งั้นแล้วไป" ความเย็นในรถบัสทำให้เหนกต้องอ้าปากหาว คนอื่นในรถก็เริ่มเงียบเสียงพูดคุยกันแล้ว ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ "พี่งีบหน่อยนะ มันง่วงจริง..เมื่อคืนก็คุยสไก่ดึกด้วย"

 

"ครับ ตามสบายนะ"

 

กำปั่นยิ้มบางให้ หยุดมือที่กินขนมแล้ว กันเสียงจะรบกวนคนข้าง ๆ สิ้นเสียงกำปั่นโอเคแล้ว เหนกก็กอดอกหลับตาเข้าห้วงนิทราแบบมึน ๆ ไป คนยังไม่หลับก็นั่งเจี๋ยมเจี้ยมไปตามปกติ มองนอกหน้าต่างดูวิวที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วหันมาเหลือบมองเหนกบ้าง

 

จังหวะนั้นเอง เหนกที่เริ่มหลับลึกก็โงนเงนตามการเลี้ยวของรถ แล้วคอรุ่นพี่ก็มาซบแปะที่ไหล่กำปั่นตามอย่างที่ควรจะเป็น

 

สิ่งที่กำปั่นรู้สึกเป็นอย่างแรกคือ จั๊กจี้! เพราะผมซอย ๆ ของรุ่นพี่หนุ่มมาสะกิดแถวลำคอเขาน่ะสิ ต่อมาคืออาการเหวอ ๆ อยากจะร้องแว้ก ๆ ออกมาแต่ร้องไม่ได้รบกวนชาวบ้านเขา นั่งตัวแข็งเป็นรูปปั้นเหงื่อเริ่มแตกทั้งที่อากาศเย็นจับขั้วหัวใจแท้ ๆ

 

รถมันก็เริ่มจะขึ้นเขา เหวี่ยงบอดี้ไปมา พาให้หัวเหนกที่อยู่บนไหล่กำปั่นโอนเอนไปมาตาม พอหวิด ๆ จะหล่น เหนกก็ส่งเสียงอืมอือในคอ ขยับเข้าชิดกำปั่น เอาหัววางที่บ่าใหม่อย่างพอเหมาะพอดี คนลำบากคือคนไม่ได้หลับที่ต้องมาหดคอด้วยความจั๊กจี๋อยู่เนี่ย เลยเอามือสอดกั้นตรงระหว่างผมกับคอตัวเองเอาไว้ เซฟไปได้เปลาะหนึ่ง แต่ก็ต้องมาเครียดกับที่โดนซบอยู่ดี

 

"...." เหลือบมองใบหน้าคนที่หลับอยู่หน้านิ่ว ๆ คิดอะไรไปเรื่อย สักพักก็ก้มลงมาหน่อยเพื่อจะมองเครื่องหน้าคนที่ซบอยู่ชัด ๆ ไม่ว่าจะขนตา จมูกได้รูป แก้ม หรือริมฝีปาก.. แล้วก็ยืดตัวกลับไปนั่งหลังติดเบาะตามเดิมพยายามจดจ่อไปข้างนอกแทน

 

ไม่นานเหนกก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่น แต่ยังสะลึมสะลืออยู่ พอรู้โพสิชั่นตัวเองแว้บแรกก็แทบจะเด้งออก แต่ก็ฉุกใจคิดในอีกเสี้ยววินาทีต่อมา

 

เนียนต่อดีฝ่า....

 

แล้วก็หลับตาแกล้งทำเป็นยังไม่ตื่น ค่อย ๆ เนียนขยับแก้มไถแถวบ่ากำปั่น ลอบสูดกลิ่นหอมจากเสื้ออีกคนเสียเต็มปอด สุขกว่านี้จะหาใดปาน ลอยได้คงลอยไปแล้ว พอได้คืบมันก็อยากได้ซักกิโลเมตร ทำทีเป็นขยับครางอืออาในคอ แล้ววางมือแหมะไว้ที่หน้าตักกำปั่นอย่างเนียนเทพรางวัลออสก้า

 

เชี่ย!

 

กำปั่นถึงกับสบถในหัวเลยทีเดียว มองมือนั้นแล้วร้องเหวอ เหวอ เหวออออ ในใจ ปล่อยไว้ไม่ได้.. ต้องจับออก ไม่งั้นตัวเองจะไม่ไหวเอง..

 

ตอนกำปั่นจับออกก็ทำทีปัด ๆ ทิ้งเหมือนรำคาญ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มันกลับตัวไม่ได้แล้ว..เอาก็ต้องเอาให้คุ้มเฟ้ย..คนหลับย่อมไม่ผิด

 

โอบมือที่โดนหยิบออกเมื่อกี้กอดเอวกำปั่นแม่มเลย

 

ยัง ยังไม่พอ แกล้งพูดอืออืมในคอแล้วเอ่ยเสียงครางเป็นชื่อกำปั่นเบาๆ

 

"..ปั่น....อืม..."

 

เจ้าของชื่อรู้สึกอยากได้ใบวาร์ปเอาก็อิตอนนี้นี่เอง ตัวเบียดไปติดกับกระจกจนแทบจะได้เสียกันแล้ว แต่ดูท่าจะเสี่ยงได้เสียกับอีกฝั่งมากกว่า ในใจเต้นโครมคราม มือพยายามแงะมือปลาหมึกออก

 

แงะเหรอ..ไม่ยอมเว้ย ตายเป็นตาย...ขออีกทีเดียวพอ..

 

คว้าจับมืออีกคนไว้เหมือนตะปบให้หยุดวุ่นวาย ครางอือเสียงต่ำข้างหู

 

คนโดนรวบเอาไว้โดยปริยายตัวแข็งทันที ขนลุกซู่สลับกันไปทั้งตัว ม..ไม่ไหวแล้ว! จัดการดันหน้าเหนกออกแม่มเลยนัวเนียดีนัก

 

"โอ้ย.." คราวนี้ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว มือลูบหน้าป้อย ๆ "มีไรเหรอปั่น?...ถึงแล้วเหรอ" มองซ้ายขวาช้า ๆ อย่างเนียนแบบเพิ่งตื่นจริง ๆ

 

"อ่า... เปล่าพี่ ยังหรอก ผมแค่เห็นว่านอนท่านี้คงเมื่อยเลยจะช่วยดันให้นอนพิงเก้าอี้ดี ๆ น่ะ" ยิ้มแห้งแถสีข้างถลอก...

 

มันก็แถกันทั้งคู่นั่นแหละ เหนกหมุนคอกร๊อก ๆ "สงสัยจะผิดท่าจริง ปวดคอเลยเนี่ย"

 

บ่น ๆ เงียบ ๆ กันไปพักใหญ่ ๆ ไม่ช้าก็ถึงที่หมาย

 

เมื่อรถบัสคันใหญ่มาจอดที่ที่พักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ณ อุทยานแห่งชาติที่จะใช้เป็นที่ตั้งค่าย จากการเดินทางมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง พอถึงค่ายที่อยู่ในป่าในเขาห่างไกลความเจริญพวกที่หลับตั้งแต่นั่งอยู่ในรถก็ลิงโลดกันไม่น้อย และเมื่อเหล่านิสิตบนรถบัสทยอยกันลงมาก็พบกับความแตกต่างของอุณหภูมิที่ต่างกับในรถบัสที่ติดแอร์เย็นสบาย

 

ขนาดขายังไม่ทันจะพ้นบันไดรถ อากาศร้อนชนิดเตาอบเรียกพี่ก็ปะทะหน้าทันที ทำเอาคนภูมิต่ำหลายคนรู้สึกเหมือนเป็นไข้ และยังต้องหยีตากับแสงเจิดจ้าแผดเผาไปทุกหย่อมหญ้า ยิ่งตรงไหนเป็นทางเรียบโล่งไร้ต้นไม่ แดงแดดสีแดงส้มก็สะท้อนกับดินสีส้มแดงกระแทกตากันเลยทีเดียวแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ไปและจนเป็นวัฒนธรรมไปแล้วก็คือถ่ายรูปเก็บไว้ไปลงโซเชี่ยลหลังจากกลับกัน

 

พี่ปีสามค่อย ๆ เกณฑ์เหล่าปีสองที่จำนวนมากกว่าสักสองเท่าเข้าในลานใต้อาคารพัก เป็นลานกระเบื้องกว้าง ๆ ดูสบายดา มีม้านั่งยาวสามสี่ตัวอยู่ตรงปลายสุดของลานด้านหนึ่ง และมีเวทีเล็ก ๆ มีไมค์มีลำโพงครบครันอยู่ด้านตรงข้าม ตรงกลางกว้างขวางสะอาดสะอ้านมีฝุ่นเล็กน้อยที่ปลิวมาตามลม แต่ก็พอให้นั่งพักได้

 

"เอาล่ะครับ น้อง ๆ ปีสอง นั่งครับนั่ง ยืนมันเมื่อยครับนั่งครับ" เสียงเจื้อยแจ้วของ เก้า ผู้อำนวยการค่ายซึ่งเป็นปีสามเอกญี่ปุ่นประกาศออกไมค์ "วันนี้เรามา หนึ่ง สำรวจค่าย สอง ทำความเข้าใจว่าจะต้องพาน้องเฟรชชี่ไปที่ฐานไหนเวลาไหนบ้าง สาม มาใช้แรงงานจัดเตรียมสถานที่ และสี่ มาเฮฮาวี้ดวิ้ววกันก่อนจะโดนน้องแย่งที่นะครับ"

 

 เสียงประกาศเรียกความเฮฮาให้เหล่าปีสองได้พองาม หลังจากประกาศทำความเข้าใจกันเสร็จก็ให้จับกลุ่มห้ากลุ่มเพื่อดูแลน้องแต่ละกลุ่ม เป็นการจับโดยอิสระ เมื่อเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ขนของลงมาจากรถบัส

 

และต่อจากนั้นก็ถึงช่วงโรงงานนรกกัน พวกอาจารย์ดูจะชิล ๆ กันในที่ร่มและหมวกปีกกว้างใบสวยของท่าน แต่พวกนิสิตปีสอง สามและสี่ โดยเฉพาะปีสองนี่สิแทบรากเลือดเพราะงานหนักเป็นบ้า เพราะรับบทหนักเรื่องแบกหามใช้แรงงาน

 

จนบ่ายแก่ ๆ ก็หมดแรงไปนั่งพักกันที่ใต้ร่มเงาซึ่งมีไม้ใหญ่ล้มอยู่ใช้เป็นที่นั่งกันได้สบาย ๆ

 

"ไอ้กัน มึงเลย พากูมาเป็นเบ๊ใช้แรงงาน สาสเอ๊ย แค่ครึ่งวันก็เหนื่อยชิบหายย" บูมที่ตอนแรกไม่ได้อยากจะมาอยู่แล้วบ่นกระปอดกระแปดนอนลิ้นห้อยพิงต้นไม้อยู่ ร้อนก็ร้อน

 

"ไม่พามึงมากูก็โดนใช้หนักกว่าเดิมไงไอ้ง้าว" คำสารภาพของกันทำเอาบูมอยากเขวี้ยงรองเท้าที่ใส่อยู่ไปสัมผัสใบหน้าเพื่อรักเพื่อนชังจริง ๆ ให้ตาย!

 

"พวกมึงจะบ่นให้ได้ประโยชน์อะไรวะ.. ยังเหลืองานอีกนะเว้ย.." กำปั่นนั่งหมดแรงอยู่ แขนปาดเหงื่อมองบรรยากาศรอบ ๆ

 

ระหว่างที่เหล่าน้องนุ่งบ่นกันเป็นหมีกินผึ้งอยู่นั้น พวกปีสามบางส่วนก็มากับรถกระบะ ยกขวดน้ำแพ็ค ๆ มาแจกน้อง ๆ แต่ละคนก็หน้าดำหน้าแดงเหงื่อท่วมกันหมด แต่ดูปีสามไม่มีใครทำหน้าอิดโรยเลยสักคนเดียว

 

เหนกถือน้ำแพ็คนึงมาวางไว้ที่พวกกำปั่นนั่งอยู่พร้อมรอยยิ้ม

 

"เป็นไง เหนื่อยกันมั้ย"

 

หลาย ๆ คนที่นั่งเหี่ยวอยู่ราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ ที่เป็นเทวดาเหนกเอาเสบียงยังชีพมาให้ แต่มีบูมที่ดูจะออกตัวแรงไปนิด

 

"ไม่เหนื่อยเลยคร้าบบบ" แลดูประชดขำ ๆ แต่ตัวเองก็ลุกไปแกะแพ็คแจกน้ำให้เพื่อน ๆ ทางกำปั่นกับกันและบางส่วนก็เดินไปดูไปช่วยพวกพี่ปีสามยกของจากกระบะลงมาบ้าง

 

เหนกหัวเราะให้บูม "ดีมาก! เดี๋ยวแบกปุ๋ยอีกสิบกระสอบ ขนพวกพลั่วพวกเสียมบัวรดน้ำอีก ไม่หลังหักไม่เลิก" พร้อมทั้งตบบ่าบูมอั้ก ๆ

 

เสียงสวรรค์ของเหนกเมื่อครู่ดิ่งดาวน์กลายเป็นคำบัญชาจากอเวจีอย่างง่ายดายทันที สังเกตง่าย ๆ จากสีหน้าปีสองที่ฟังที่แลดูหมดอาลัยตายอยากกันอย่างเห็นได้ชัด

 

"เฮ้ย ล้อเล่น!" เห็นหน้าน้องละสะดุ้งเลย "ใจเย็นเดี๋ยวได้พักแน่ มีขนมด้วยนะ อดใจรอนิดนึง" ยกมือสองข้างปรามแบบอย่ากินหัวพี่

 

"โหย ถ้ายังให้แบกเป็นสิบกระสอบอีกจริงผมไล่แทะขาพี่ ๆ เรียงคนแน่คอยดู" บูมมาดหมาย เรียกเสียงฮาจากเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี กำปั่นเดินยิ้มขำเพื่อนมาหยิบขวดน้ำดื่มบ้าง มองเหนกนิดหน่อยแต่ไม่ได้ชวนคุยอะไร

 

"เอ้า.. เป็นคนดี ๆ ไม่ชอบจะเป็นหมาซะละ" เหนกส่ายหน้าแล้วไปรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้าง ตัวเองยังไม่ได้ดื่มน้ำสักหยดหิวจะตายแล้วเหมือนกัน แต่สปิริทมันค้ำคอต้องให้น้องก่อน เห็นกำปั่นหันมาก็ยิ้มเหนื่อย ๆ ให้

 

รุ่นน้องผมฟ้าแสบตามองสภาพเหนกแล้วเหี่ยวไม่ต่างกับพวกตนเลยนี่หว่า "พี่เหนกกินน้ำหน่อยเปล่า?" ในที่สุดกำปั่นก็เปิดปากถาม มองแพ็คขวดน้ำเหลือแต่ซากพลาสติค เวรกรรม หมดเร็วแท้ เลยเดินไปยื่นขวดที่ตัวเองดื่มตะกี๊ให้รุ่นพี่หนุ่มแบบเป็นห่วง

 

พอได้ยินว่าน้ำหมดแพ็ค หนุ่มรุ่นพี่เลขาฯค่ายกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ "ห๊ะ หมดแล้วเหรอ! เอามาตั้งเยอะ" น้องพวกนี้มันแดกน้ำเยอะจริง มองขวดของกำปั่นแล้วส่ายหน้าโบกมือประกอบ "ไม่เป็นไรปั่น กินเถอะ อีกแป๊บก็ได้พักที่บ้านเจ้าหน้าที่แล้ว"

 

"อ่อ ครับพี่" กำปั่นก็ไม่อยากขัดศรัทธาเลยไม่เซ้าซี้ แล้วก็ผละไปอีกทางบ้างเพราะยังมีงานต้องสะสางต่ออีก เหนกมองตามหลังกำปั่นไปตาละห้อยยิ้ม ๆ แล้วเดินเลี่ยงไปขโมยน้ำเต้กินแทน

 

อีกสัก 20 นาทีให้หลัง รถกระบะของเจ้าหน้าที่อีกสองคันก็มาส่งอุปกรณ์ปลูกป่าทำฝายครั้งสุดท้าย พวกรุ่นพี่ก็ให้พวกผู้หญิงกับคนที่เหนื่อยไม่ไหวจริง ๆ กลับก่อน ส่วนรุ่นพี่ทั้งหมดอยู่กับพวกปีสองที่สมัครใจทำงานต่อช่วยกันยกของและเอาผ้าใบตรึงคลุมไว้กันแดดกันฝน รออีกสองอาทิตย์จะได้ใช้งาน

 

จนเวลาราว16.00น. เหล่าชาวค่ายทั้งหมดก็กลับไปรวมใต้ตึก ซึ่งมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังพักผ่อนกินน้ำกินขนมกันเต็มที่ กำปั่นก็ถูกทาบทามไปตีกลอง ฝ่ายปีสองที่อยู่สันทนาการก็สอนเหล่ารุ่นเดียวกันเต้นสันเพื่อให้ความบันเทิงแก่เฟรชชี่ บรรยากาศถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกสนานเฮฮาด้วยคู่หูพิธีกรสันทนาการอย่างเต้กับกัน ตบท้ายด้วยคำแถลงการณ์ของผู้อำนวยการค่ายกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกัน กึ่งปลุกใจให้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก

 

ราว 17.00 น. รถบัสก็มารับเหล่าชาวค่ายที่เหนื่อยโทรมกลับไปยังคณะมนุษยศาสตร์ แต่ละคนก็อิดโรย บางคนขึ้นรถก็แทบจะหลับทันที บางคนยังฟิตปั๋งคุยกันโขมงโฉงเฉงแต่ไม่มีแรงพอจะลุกมาเย้ว ๆ เหมือนตอนแรกที่มา

 

ส่วนกำปั่นนั้นนั่งกินขนมอะไรไปตามเรื่องมีหันไปเล่นกับกันและบูมที่นั่งอยู่ด้านหลังตามประสา แต่พอเห็นเหนกมานั่งสมทบก็นั่งเจี๋ยมเจี้ยมซะอย่างนั้น

 

ส่วนเหนก ก่อนจะมานั่งด้วยก็เห็นกำปั่นเล่นอยู่กับสองเพื่อน แต่พอตัวเองมานั่งกลับหงอยหงิมไปก็ให้สงสารแปลก ๆ รู้สึกตัวเองทำอะไรไม่ดีรึเปล่า

 

"ขอโทษนะ" พูดขึ้นลอย ๆ

 

"ห่ะ ขอโทษอะไรวะพี่??" คนที่คิดว่าโดนขอโทษอยู่แน่ ๆ มองเหนกเหวอ ๆ

 

"หลายเรื่อง" เอนพิงเบาะ หันไปขอโทษคนที่อยู่ข้างหลังขอเอนนิดหน่อย "เหมือนพี่ชอบทำให้ปั่นลำบากใจอยู่เรื่อย ขอโทษนะ" ระดับเสียงคุยตอนนี้ก็ได้ยินกันแค่สองคน

 

ฟังแล้วกำปั่นก็ยกมือเกาหัว มันก็ปฏิเสธไม่ได้อ่ะนะว่าลำบากใจอยู่บ่อยครั้ง "อืม.. ไม่เป็นไรพี่" พิงหัวไหล่กับกระจก

 

"ที่ขอโทษนี่ไม่ใช่อะไรหรอก.." เหลือบมองหน้ากำปั่นที่สะท้อนกับกระจก ตอนนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะลับฟ้าแล้ว "ขอโทษที่ยังไงพี่ก็จะยังทำอีกอยู่ดีน่ะ" หัวเราะเบา ๆ

 

"อ้าว..." หันมองคนข้างตัวที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน "แล้วทำไมพี่ยังจะทำอยู่เล่าา..." บ่นงุ้งงิ้งเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคน

 

"ก็ตัดใจไม่ได้จะให้ทำไง?" ยักไหล่หยิบขวดน้ำมาเปิดดื่ม "พี่ชอบปั่นนี่นา ชอบมาก ๆ ด้วย" จนรักเลยล่ะ ดีแค่ไหนที่เขาไม่ผันตัวเป็นสตอล์กเกอร์ไป

 

แน่นอนว่ากำปั่นก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนอะไร โดนเซาะโดนกร่อนบ่อยเข้ามีหรือจะไม่โอนเอนลงบ้าง หัวคิ้วมุ่นนิดหน่อย

 

"พี่ชอบผมตั้งแต่ตอนไหนอ่ะ.. ก่อนหน้านี้ผมก็คุยกับพี่นิดหน่อยเอง ไม่น่ามีอะไรให้ชอบได้ง่าย ๆ เลยนะ.."

 

พูดไปมือที่ประสานวางบนตักก็ขยับนิ้วถูนิดหน่อย เหนกยิ้มในสีหน้ามองกำปั่น น่ารักเป็นบ้า น่ารักทุกอิริยาบทจริง ๆ แล้วก็เงยหน้ามองเพดานรถสบตากับช่องระบายแอร์ตรงกลาง

 

"ก็..ตั้งแต่ปั่นเพิ่งเข้ามาน่ะแหละ" ย้อนนึกไปถึงเมื่อปีที่แล้ว ที่เหนกยังเป็นเด็กปีสอง และกำปั่นเป็นเฟรชชี่หมาด ๆ "ตอนรับน้องไง พี่เป็นฝ่ายสัน แต่ปั่นจำไม่ได้หรอกเพราะไม่ได้ทำผมทรงนี้"

 

"พี่เห็นปั่นครั้งแรกก็รู้สึกว่าน่ารักดี ตอนผมรองทรงแล้วก็ใส่แว่นธรรมดาน่ะ เรียกว่า..ปิ๊งมั้ง..ก็เลยมองตามเรื่อย" ให้มาเล่าแบบนี้มันก็เขินเหมือนกัน มีหยุดเกาแก้มเป็นพัก ๆ "ก็ได้เจอมั่งไม่เจอมั่ง แต่ก็มองอยู่ตั้งปีแน่ะ เพิ่งมากล้าบอกปั่นก็...นั่นแหละ"

 

 "อ่อ..." กำปั่นครางรับได้แค่นั้น นี่ก็หมายความว่าเหนกแอบชอบตนมานานแล้วอ่ะดิ ตั้งปี.. อ่า... ฟังแล้วมันชวนให้เขินจนในอกรู้สึกถึงการเต้นได้ชัดเจนขึ้นกว่าปกติ ยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าครึ่งล่างกลืนน้ำลายหนืดคอ

 

"ผมแค่น่ารักพี่เลยมองเรื่อย ๆ เหรอ...?" ข้องใจจริง ๆ ว่าตัวเองไปน่ารักยังไงในสายตาพี่เหนก รึพี่แกติดฟิลเตอร์มองอยู่..

 

 "เปล่า น่ารักเนี่ยมันมีความหมายหลายอย่าง" หันมองหน้าปั่น "ก็ปั่นเวลาอยู่กับเพื่อนแล้วดูเฮฮาดี เวลาคุยก็ เออ ไม่รู้สิ...มันถูกชะตามั้ง เห็นแล้วอยากลองไปคุยด้วยแต่ก็...หาเรื่องคุยไม่ถูก เราอยู่คนละเอกด้วยนี่" มือกว้างเกาต้นคอนิดหน่อย

 

"จริง ๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจมองหรอก แต่พอเห็นแล้วมันก็มองตามเองซะเรื่อย กว่าจะรู้ตัวก็เทอมปลายพอดี ที่ปั่นย้อมผม เลยแบบ..เฮ้ย ไม่นึกว่าจะมีด้านแบบนี้..ทำนองนี้ มันยิ่งโดนใจเข้าไปอีกน่ะ..." เสียงเริ่มอ้อมแอ้ม ๆ

 

"เห็นปั่นเรียนซัมเมอร์..ก็เลย.. ลองบอกรักดู.. แต่สงสัยพี่จะตื่นเต้นจัดไปหน่อย สติแตก" หัวเราะแห้ง ๆ นึกภาพตอนนั้นที่บอกรักแบบคุกคามแล้วอยากเอาหัวโขกกระจกรถ ตูทำอะไรลงไป..

 

"อ่า.. ยังงั้นนี่เอง" ฟังคำสารภาพแล้วกำปั่นก็สะอึกไปหลายดอกแต่ไม่ออกอาการอะไรมากนอกจากเลิกคิ้วสูง ตาโตมองหลุกหลิกไปทางอื่น ยิ้มแห้งเกาแก้มลูบผมตัวเองอยู่ไม่สุข นี่คือออกอาการไม่มาก..

 

"แบบว่าผมโคตรตกใจอ่ะ.. พี่เหนกแม่มมาไง.." ความรู้สึก ณ ตอนโดนรุกใส่รัว ๆ ไม่ทันตั้งตัว

 

"ไม่ตกใจก็แปลกล่ะ พี่ออกจะเนียน นอกจากพวกไอ้เต้คนอื่นก็ไม่เคยรู้เลย" นึกขอบคุณเพื่อนร่วมแก๊งที่ไม่ปากสว่าง อารมณ์ผีเห็นผี

 

"ไม่ใช่ว่าไม่สับสนนะเว้ย.. สับสนมากเลยล่ะ ตอนปีหนึ่งพี่รักผู้หญิง พอรู้ตัวว่าชอบปั่นนี่... แทบจะเอาตีนก่ายหน้าผากเลยว่ากูเป็นเกย์รึเปล่า ปรึกษาเพื่อนมันก็ยุเหลือเกินบอกพี่เป็นเกย์ชัวร์" นึกแล้วเครียด "แรก ๆ ก็ไม่ยอมรับหรอก แต่พอมองปั่นนาน ๆ มาก ๆ เข้า ..คิดว่าเป็นเกย์กูก็ยอมล่ะ"

 

"ก็กลัวอกหักอยู่นะ กลัวปั่นรังเกียจ กลัวไปหมดล่ะ กว่าจะกล้าบอกก็นานอยู่..." บุ่ยปากไปมา คิดไปเพราะกำปั่นไม่เคยทำท่ารังเกียจเขานี่แหละเขาถึงได้สามารถตามตื๊ออยู่แบบนี้ ถ้าปั่นทำหน้าขยะแขยงเขาเขาคง.....

 

"อ้อ..." กำปั่นฟังแล้วก็พยักหน้าหงึก ๆ อยากจะเลี่ยงเหมือนตอนแรกที่ปฏิเสธเหนกอย่างชัดเจนได้ แต่ตอนนี้เขาพูดไม่ออกแฮะ.. แถมถามเขาเองด้วย ไตร่ตรองดูแล้วยิ่งเหนกชอบตนมาขนาดนั้นยิ่งใจร้ายพูดตัดเยื่อใยอะไรไม่ลง

 

"พี่เหนกเจ๋งว่ะ.." ที่กล้ายอมรับอะไรที่มันขัดกับตัวเองสุด ๆ รวมถึงสังคมที่การเป็นเกย์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยในประเทศไทย เอาจริง ๆ ถึงจะมีให้เห็นเยอะอยู่ แต่จะเปลี่ยนจากที่ชอบสาวมาตลอดมาชอบเพศชายเหมือนตัวเองมันแลดูยากมากเลยนะ

 

"เจ๋งตรงไหนวะ..เขินจะตายอยู่แล้วเนี่ย" เหลือบ ๆ มองหน้ากำปั่น "ปั่นสิเจ๋ง โดนมาขนาดนี้แล้วยังเฉย ๆ ได้ เพราะแบบนี้ก็เลยชอบด้วยล่ะมั้ง"

 

"หา... ผมเฉยตรงไหนวะ..." นี่เขินจะตายตั้งหลายหนแล้ว โอ่ย ..แต่ก็ไม่บอกหรอก หน้าก้มมองมือตัวเอง

 

"หืม?" พออีกคนพูดแบบนั้น เหนกเลยลองก้มลงใกล้หน้าที่ก้มอยู่ตลอดจนกระทั่งตอนนี้ จนหน้าเขาห่างจากกำปั่นราวสามนิ้ว พอแน่ใจแล้วก็พูดขึ้นเบา ๆ แต่ช้าและชัด

 

"ปั่น..เขิน...อยู่เหรอ.." พูดแบบนี้หน้าตัวเองก็ชาวาบเสียเอง

 

"...." โดนถามอย่างนั้นกำปั่นถึงกับชะงักนิ่ง เหงื่อเริ่มซึมไรผมทั้งที่แอร์จ่อหัวอยู่แท้ ๆ "อ... เอ่อ.." หันหน้าไปทางกระจกแทนเพราะรู้สึกได้ว่าโดนจี้มาตรงจุดเข้ายังงี้สีหน้าตัวเองอะไร ๆ คงจะออกมาหมดว่าคิดยังไงอยู่ ส่ายหน้าวืด ๆ ปฏิเสธ

 

เขาเอะใจตัวเองอยู่พักใหญ่ ๆ แล้ว แต่เหนกดูจะไม่รู้ซึ่งก็ทำให้เขาโล่งอก

 

เพราะงั้นพี่เหนกก็ชวยดูไม่ออกต่อไปเถอะครับบ...

 

แต่คำขอของกำปั่นไม่เป็นผล เมื่อนิ้วยาวเย็น ๆ ของเหนกยื่นมาช้อนหน้าที่ทำทีเป็นมองนอกกระจกกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของมือ ตอนนี้ด้านนอกมืดเสียแล้ว ในรถก็มืดตาม มีเพียงแสงไฟข้างทางวอบแวบ ๆ ตามการเคลื่อนที่ของรถเท่านั้น

 

เหนกถอดแว่นกำปั่นออก จ้องหน้าเปลือยที่อาบแสงข้างทาง

 

กำปั่นถูกบังคับให้หันหน้าไปหาแล้วยังโดนถอดแว่นอีกก็ยิ่งพูดไม่ออกบอกไม่ถูก สีหน้าออกแววกังวลอยู่ภายใต้เงาที่ทาบใบหน้ามาแล้วผ่านไปเพราะการวิ่งผ่านหลอดไฟรายเรียงด้านนอก เผลอกลั้นหายใจ ไม่รู้แล้วจะวางตาไว้ที่ไหน ภาวนาให้อีกคนชะล่าใจไปเองซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือเกิดเหตุการณ์อะไรก็ได้ที่จะดึงความสนใจของรุ่นพี่หนุ่มออกไปจากตัวเขา

 

ในนาทีนี้โลกมันหน่วงกว่าธรรมดา เมื่อลมหายใจอุ่นของคนสองคนรดรินผิวหน้ากันและกันจนแทบจะกลายเป็นลมหายใจของคน ๆ เดียวกันเช่นนี้...

 

 อเนกภพกุมมือกำปั่นไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง

 

"เป็นแฟนพี่เถอะปั่น รับรองพี่ไม่ทำให้เสียใจ" ย้ำประโยคที่เคยพูดกับอีกฝ่ายไว้ "ให้โอกาสพี่หน่อยเถอะ นะ พี่รักปั่นจริง ๆ"

 

"ด.. เดี๋ยวดิพี่เหนก.." กำปั่นส่ายหน้าวืด ๆ คือ.. ยังไงมันก็ยอมรับที่จะเป็นแฟนไม่ได้จริง ๆ นี่นา.. เขาไม่มีความพร้อมขนาดนั้นหรอก

 

"งั้นก็แค่ยอมให้พี่ดูแลปั่นมากกว่านี้ได้มั้ย" เริ่มต่อรอง "อย่างน้อยพี่จะได้ทำอะไรที่พี่อยากทำ..พี่ไม่วุ่นวายกับปั่นมากหรอก นะ" ส่งแววตาจริงใจไปให้ อย่างน้อยเขาก็อยากทำอะไรให้กำปั่นมากกว่านี้ จะในฐานะอะไรก็ช่าง

 

"ผมเกรงใจพี่นะ.. พี่ไม่ต้องทำเพื่อผมขนาดนั้นก็ได้นี่นา.." ถอนหายใจเบา ๆ

 

เหนกเริ่มขมวดคิ้ว "เอ็งนี่.. ก็คนมันชอบมันรักนี่หว่า จะให้ทำไง" เกี่ยวนิ้วกับนิ้วกำปั่น "ไม่เคยอินเลิฟเหรอวะ?"

 

"เอ่อ.." มองนิ้วก้อยเกี่ยวกัน เม้มปากก่อนจะอ้าตอบ "แฟน..ถึงจะว่าเคยมีแต่ก็ไม่เคยอินเลิฟหนัก ๆ มั้งพี่..." มันเลยมโนตามไม่ทัน

 

"แล้วตอนนั้นไปคบกันยังไงล่ะนั่น" เหนกกำลังคิดว่ากำปั่นคงเป็นพวกไม่สนใจเรื่องแบบนี้ ไม่ก็ตายด้านแล้วสินะ..

 

"ก็สาวเขามาขอคบก็เลยเลยตามเลย.." เบลอ..

 

"แล้วทำไมไม่เลยตามเลยกับพี่มั่งล่ะ"

 

"ก็.. พี่เหนกเป็นผู้ชายนี่หว่า.." มันก็จบที่ตรงนั้นแล้ว ก้มหน้าหงอย

 

เห็นกำปั่นหงอย ๆ เข้าก็อ่อนใจ ยกมือที่จับกันอยู่ลูบหัวอีกคนเบา ๆ เอ็นดู "ก็ใช่ว่าไม่เข้าใจนะ แต่ปั่นก็ต้องเข้าใจพี่ด้วยว่า กูตัดใจไม่ได้หรอกว่ะ"

 

"งืม..." เงยมองแบบเห็นใจ จับมือเหนกที่ลูบปลอบอยู่บีบเบา ๆ เหมือนจะให้กำลังใจกลับ

 

มือที่ลูบหัวอยู่แทรกเข้าในเส้นผมสีฟ้า ลูบมาถึงท้ายทอย เพราะบรรยากาศอะไรต่อมิอะไรมันเป็นใจ ทั้งแอร์ในรถ ทั้งที่นั่งเบาะสูงไม่มีใครเห็นและใครต่อใครก็หลับกันหมดแล้ว ทั้งด้านนอกมืดมีไฟแค่สลัว ๆ เท่านั้น ทำให้เหนกห้ามใจตัวเองที่มันสั่นไหวอยู่ตลอดไม่ได้อีกต่อไป

 

"ปั่น...พี่ขอโทษนะ"

 

แล้วมือที่ช้อนอยู่ดันหลังก็ดันหัวกำปั่นให้เงยหน้า พร้อมกับริมฝีปากอุ่นประทับลงไปที่หน้าผาก แค่เบา ๆ เท่านั้นฝ่ายคนถูกแสดงความรักก็ช็อกตื้อด้วยความเขินจัด จ้องค้างลืมกระพริบตา

 

"พ.. พี่เหนก..." เสียงแผ่วหวิวเหมือนแว่วผ่านมาจากที่ห่างไกล เหมือนโดนสะกดเอาไว้ยังไงยังงั้น

 

ยังไม่พอ เหนกยังเลื่อนริมฝีปากมาจูบหว่างคิ้วที่พ้นเฮดแบนด์ด้วย ส่งผ่านความรู้สึกว่ารักไปยังผิวหน้าเย็น ๆ ของกำปั่นอย่างไม่ปิดบัง ถึงจะหน้าด้านกล้าทำแต่มันก็ใจหวิว ๆ อยู่นา

 

"พี่รักปั่นนะ รักมาก ๆ ..ไม่รู้จะบอกยังไง.." ผละออกมายิ้มอ่อนให้อีกฝ่าย "อย่าเพิ่งปฏิเสธพี่เลยนะ"

 

"อ..อื้อ" กำปั่นได้แค่พยักหน้าแกน ๆ เงยมองใบหน้าหนุ่มรุ่นพี่แล้วก้มซุกซบลงที่บ่าตัวเองเหมือนสู้หน้าไม่ไหว มือเย็น ๆ บีบแขนอีกคนเอาไว้ เหนกเหลือบมองแล้วอยากจะดึงมากอดให้หายอยากเหลือเกิน แต่มันไม่ได้ ....เอ๊ะ หรือได้.... ลองหน่อยละกัน ถ้าปั่นไม่ชอบก็คงผลักออกเอง

 

คิดแล้วก็โอบแขนอีกข้างกับไหล่รุ่นน้องให้ขยับเข้ามาใกล้ตัวเอง คงเป็นโชคดีของปั่นที่เบาะรถมันไม่เหมาะกับการกอด เหนกเลยโอบได้แค่ครึ่งตัว วางแก้มลงบนศีรษะคลอเคลียกับเส้นผม สูดกลิ่นแชมพูผสมเหงื่ออย่างไม่รังเกียจ คนเราพอจะชอบแล้วจะอะไรมันก็ชอบก็รักไปหมดล่ะ

 

กำปั่นถึงกับเกร็งตัวแทบกระเด้งออกจากเบาะ ในหัวร้องลั่น แต่ร้องจริงไม่ได้เดี๋ยวโดนด่า ม..ไม่ไหวแล้วว

 

"พ..พี่เหนก ผมเขินเว้ย..!" เอ็ดเสียงกดต่ำ พยายามถดหนีไปอีกด้านแบบอหิงสา

 

กำปั่นบอกว่าเขินเป็นลางดีสำหรับเหนก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มีทำหน้าเหวงใส่แน่ ๆ "พี่ก็เขินว่ะ.." ยิ้มแกน ๆ ให้ แต่รวบแขนกำปั่นที่บีบแขนตัวเองอยู่มาจับ

 

"ถ้าเขินก็ปล่อยได้มั้ย..." เงยมองหน้าเลย

 

"ปั่นก็เอาแขนออกไปเองสิ" หันหน้าไปอีกทางผิวปากวิ้ว ๆ จับไว้แน่นกว่าเดิม ขอแกล้งหน่อยเถอะ

 

"ชะ.." จู่ ๆ ความหมั่นไส้ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเลย ยื้อแขนออกทันทีไม่รอให้ปล่อยละ แม่ม

 

แต่เหนกก็ดึงฉุดไว้ไม่ให้เอาออก "อะไรเล่า แค่กอดแขนเอง ให้พี่หน่อยไม่ได้เหรอ" ประสานมือเกี่ยวนิ้วไว้ครบห้านิ้วเลย

 

"ไม่ให้ละ.. เดี๋ยวพี่เหนกได้ใจ" ดึง ๆ มือ มุ่นคิ้ว "ปล่อยผม.."

 

"พี่จะไปได้ใจได้ไง..ปั่นยังไม่เคยให้ใจพี่เลยนี่" ยิ้มอ่อนแต่ยังไม่ยอมปล่อย

 

"...." เหนกพูดแบบนั้นกำปั่นเลยสงบปากลง หลุบตามองมือ ที่ยื้ออยู่เมื่อครู่เปลี่ยนมากุมตอบแทน บีบเบา ๆ

 

ชะอ้าวอยู่ในใจ ทำไมท่าทีกำปั่นกลายเป็นแบบนั้น มันอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าปั่นก็..อาจจะมีใจให้เราบ้างแล้ว..มั้ง...มั้งนะ..มั้ง...มั้ง.........

 

"ปั่น..ไม่เคยชอบพี่บ้างเลยเหรอ.."

 

สายตาหลังแว่นเสไปมานิดหน่อยเหมือนชั่งใจ ก่อนจะค่อย ๆ พูดออกมา "ผมชอบพี่นะ.." เงียบไปอึดใจ "แต่มันความหมายแบบที่พี่ต้องการรึเปล่าผมก็ไม่รู้หรอก.." โยกมือไปมาช้า ๆ

 

"แล้วมันชอบยังไงล่ะ" แบบพี่ แบบเพื่อน หรือแบบพ่อ ..อันหลังคงไม่มั้ง

 

"ก็... เออ..." พยายามเค้นคำออกมาจากหัว "ผมรู้สึกดีที่อยู่กับพี่เหนกนะ..ชอบอ่ะ ที่พี่เหนกทำมาทั้งหมดผมไม่ได้รังเกียจเลยนะ แปลกเนอะ.." แต่จะให้ยอมรับในใจของเขายังไงก็มีคำว่า 'ไม่' ท้วงออกมาอยู่ตลอด.. เพราะรู้สึกมันไม่เหมาะไม่ควรล่ะมั้ง

 

หนุ่มรุ่นพี่ได้ฟังถึงกับหันหน้าไปด้านตรงข้าม ไปมองร่างคนอีกฝั่งของรถที่หลับปุ๋ยอ้าปากน้ำลายยืดอยู่

 

"อ..อืม.." ยิ้มไม่หุบเลยวุ้ยกู "แต่ไม่ใช่ว่าหลายคนก็ทำให้ปั่นรู้สึกแบบนี้เหรอ..." มันอาจจะเป็นนิสัยกำปั่นเองก็ได้

 

รุ่นน้องหนุ่มนิ่งพิจารณาตัวเอง แล้วส่ายหน้า "ไม่นะ.. คิดว่าเป็นไอ้บูมหรือไอ้กันผมก็..." ทำท่าขนลุกซู่ซ่า

 

"ปั่นแค่ไม่อยากให้ใครคิดว่าเป็นเกย์หรือเปล่า?"

 

"อ่า.. อาจจะยังงั้นมั้งครับ.." มันก็เรื่องธรรมดานี่นา.. ก้มหน้าก้มตา

 

"แล้วถ้ามันแบบ..ไม่มีปัญหาตรงนั้น ปั่นจะยอมรับรักพี่มั้ย" หันมาถามตรง ๆ

 

กำปั่นนิ่งไปสักพัก... "ผมว่าผมคงยอมพี่นานแล้วครับ..."

 

เหมือนมีเสียงระฆังโบสถ์เก๊งก๊อง ๆ ดังอยู่ในหัวอเนกภพ

 

มือที่จับอยู่กับกำปั่นกุมแน่นขึ้น ใจเต้นตึกตักจนจะออกปากอยู่แล้วจนต้องเอามือมาปิดใบหน้าส่วนล่างที่แดงก่ำไปถึงหู

 

น...นี่หมายความว่า....

 

กำปั่นชอบเขาแล้วจริง ๆ สินะ!

 

รึเปล่าวะ...

 

รีเปล่าวะ!!!

 

"เอ่อ ถ...ถ้างั้น..เรามาเป็น....." น้องมันไม่อยากเป็นแฟนนี่หว่า แล้วจะเป็นอะไรดี โอ้ยยย คิดไม่ตกว้อย

 

รุ่นน้องหนุ่มมองรุ่นพี่ที่พูดไม่จบประโยคแบบงงนิดหน่อย รู้สึกได้ถึงแรงบีบที่มือว่ามันมากขึ้นอีกต่างหาก

 

"...พี่เหนก..?"

 

"คือ.." พยายามทำหน้าปกติ "คบกัน..ได้มั้ยอ่ะ แบบ เออไม่ต้องเป็นแฟนก็ได้.." เกาหัวเก้อ ๆ

 

"หา.." แน่นอนว่างงเต้ก "คบแบบไม่ใช่แฟนนี่คือยังไงวะพี่.." มันจะต่างจากเป็นพี่น้องปกติเรอะ

 

"ก็แบบ.. ไม่ใช่แฟน แต่ก็มากกว่าเพิ่อน ไม่ใช่กิ๊กด้วยเพราะพี่ไม่ได้เล่น ๆ ..เอาไงดีวะ.." เกาหัวเครียด ๆ "พี่ไม่อยากให้ปั่นไปชอบคนอื่นแบบนั้นอ่ะ..มันจะได้มั้ย"

 

ฟังแล้วเลิกคิ้วมองปริบ ๆ หมายความว่า.. เอ่อ.. "อารมณ์... เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ?" ไม่รู้ว่าใกล้เคียงมั้ย

 

"ไม่รู้ว่ะ..ทำไมมันยากเงี้ย.." เกาหัวเหมือนชันตุขึ้น "ถ้าพี่เป็นผู้หญิง ปั่นจะเป็นแฟนกับพี่มั้ย"

 

"โหย.. พี่เหนกเป็นผู้หญิงผมคงไม่มีบุญได้คบหรอกครับ.." ชิ้ง

 

"ห่ะ? หมายความว่าไง ทำไมล่ะ?" ตกใจนะเนี่ย

 

"ก็เป็นผู้ชายยังเนื้อหอม เป็นผู้หญิงหนุ่ม ๆ คงตามจีบพี่เยอะ อะไรแบบนั้น..." ยิ้มแห้ง..

 

"ไม่ขนาดนั้นเว้ย.." โดนชมงี้ก็เขินเด้ "เออช่างมันเหอะ.. แล้วปั่น..โอ้ยยุ่งยากจริง เอาเป็นว่าปั่นให้โอกาสพี่นะ นะ" จับไหล่เขย่า

 

"ห่ะ เห่ะ" กำปั่นมึน ๆ เบลอ ๆ คือมันหักอารมณ์ไปมาา

 

"อย่าทำงงเด้ ...พี่จะทำตัวเป็นแฟนปั่นแล้วนะ.."

 

"เอ๊ะ.. แล้วมันจะต่างจากปกติยังไงวะพี่.." มองที่ว่าทำตัว แต่ก็ไม่ใช่แฟน เอ๊ะ งง

 

เหนกแทบจะลงไปทรุดกับพื้นรถ "ไม่รู้ล่ะ เดี๋ยวปั่นก็เห็นเองล่ะน่ะ" บางทีอาจจะไม่ต่างจากเดิมเลยก็ได้นะ แต่อย่างน้อยเขาคงทำตัวเป็นเจ้าของกำปั่นมากขึ้นล่ะมั้ง

 

"ม..ไม่ดีมั้งพี่.." เกรงใจอยู่ดี.. บางทีกำปั่นก็บื๊อบื้อและขี้เกรงใจเกินไป..

 

"ไม่ได้เหรอวะ.." โธ่เอ๊ย "พี่จะไม่ทำให้ปั่นลำบากใจหรอกนะ สัญญา..เชื่อเหอะ"

 

"อ่า..." สีหน้ากำปั่นอ่อนอกอ่อนใจ กุมมือเหนกบีบ ๆ "ก็ได้ครับ.. ถ้างั้นผมจะเทคแคร์พี่เหนกตอบให้เท่าเทียมนะ" ยิ้ม

 

"อ..อื้ม.." ทำไมรู้สึกแปลก ๆ หว่า คิดไปเองมั้ง "แต่อย่าฝืนนะปั่น พี่เป็นห่วง ปั่นเคยบอกพี่นี่ว่าไม่รู้จะชอบพี่..แบบนั้น..ได้มั้ย" มันยังติดตาตรึงใจภาพเอชดีเซอร์ราวด์อยู่เลย

 

“อืม.. ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจอ่ะ ไม่รู้ดิ แต่พี่ทำเพื่อผมขนาดนั้นผมจะหักหาญน้ำใจของพี่เหนกทั้งหมดได้ยังไง..” นิ้วคลึงมือเหนก

 

แปลว่าจะหักหาญแค่ครึ่งเดียวสินะปั่น...

 

แต่ไอ้มือที่มาคลึงมือตัวเองนี่เหมือนฝันไปเลยแฮะ ปกติตัวเองจะเป็นคนไปลวนลามเขาก่อน พอเขาทำกลับมัน..เขินเป็นบ้า..

 

"ก็ เอาตามที่ปั่นโอเคแล้วกัน" กระชับมือกลับ เขินว่ะ... "อ๊ะ ใกล้ถึงแล้วนี่"

 

พอมองออกไปนอกหน้าต่างก็เริ่มเจอวิวที่คุ้นเคยทั้งถนนและกลิ่นทะเลลอยเข้ามาในรถ

 

"โอ๊ะ ไวจัง" กำปั่นพึมพำ สงสัยเพราะคุยมาตลอดทางเลยรู้สึกว่าไวขึ้น หันมองด้านนอกหน้าต่างมองเส้นทางที่เลียบรั้วหน้ามหาวิทยาลัย แล้วค่อยหันกลับมาหาเหนก ขมวดคิ้วจ้องเหมือนคิดอะไรอยู่

 

"ถ้าเอาที่ผมโอเค.. งั้นผมขอเอาคืนอะไรอย่างนะเว้ย..."

 

ว่าแล้วก็ไม่รอให้ถูกถามรุ่นน้องหนุ่มจึงยืดตัวขึ้นหน่อยเพื่อจะใช้จมูกซุกกลุ่มผมหอมขมับคนข้าง ๆ ชั่วอึดใจ ที่ทำแบบนี้เพราะเหนกจุ๊บหน้าผากเขาก่อนนี่นา แล้วก็ไม่ใช่อะไรที่ลำบากใจที่จะทำกลับ ..เอาจริง ๆ ก็พอใจอยู่ลึก ๆ..

 

ส่วนอเนกภพกลายเป็นรูปปั้นไปแล้ว

 

เป็นรูปปั้นในท่านั่งอ้าปากครึ่งเดียว ด้วยกำลังจะถามว่าเอาคืนอะไรมีหลายอย่าง พอโดนจมูกกำปั่นมาสัมผัสขมับเท่านั้น..ร่างกายมันก็แข็งทื่อไปหมดเหมือนตุ๊กตาไขลานลานหมด ค้างท่าไหนก็ท่านั้น และออกเสียงได้แค่

 

"อ...อะ...........อะ......."

 

พร้อมทั้งยกมือเหมือนจะพูดและชี้อะไรบางอย่าง แต่มันไม่มีเสียงออกมา มีแต่หน้าที่กลายเป็นมะเขือเทศสุกแล้วสุกอีกพร้อมจะเบิดตู้มเป็นโกโก้ครันช์รสมะเขือเทศได้ตลอดเวลา

 

เหมือนเป็นเวลาที่นานที่ริมฝีปากกำปั่นแตะขมับของเหนก เขาค่อย ๆ ละหน้าออกมา มันก็..เขินนะเนี่ย เลยยิ้มแหะกลบเกลื่อน แต่เห็นเหนกดูช็อก ๆ อึ้ง ๆ ไปแล้วก็มองตาปริบ

 

"พี่เหนก..?" โบกมือไปมาตรงหน้า

 

"....อ..ห๊ะ!" สะดุ้ง และยังไม่ทันจะตอบอะไรกำปั่นไป ก็มีเสียงประกาศจากปีสี่

 

"น้อง ๆ ครับ ถึงคณะเราแล้ว ค่อย ๆ ทยอยลงจากรถกันนะครับ อย่าลืมของนะ สำหรับวันนี้พี่ก็ขอบคุณน้อง ๆ มากเลยนะครับ แล้วมาเจอกันวันเข้าค่าย 6 โมงตรงหน้าคณะที่เดิมนะครับ บ๊ายบาย"

 

เหล่าชาวค่ายก็ค่อย ๆ ฟื้นจากนิทรา ค่อย ๆ ทยอยเดินหาวหวอด ๆ ลงจากรถทั้งด้านหน้าและตรงกลาง เหนกมองซ้ายขวา พอดีบูมกับกันเรียกปั่นจากข้างหลังกำปั่นจึงหันไปคุยเล่นหัวอะไรกันนิดหน่อย แล้วก็ขยับเก็บของของตัวเองพลางมองคนข้าง ๆ บ้างว่ายังไหวอยู่มั้ย เพราะนั่งอยู่ท้าย ๆ เลยรอให้คนทยอยออกจากรถไปกันเกือบหมดก่อน

 

เหนกไม่ได้พูดอะไร ของตัวเองก็ไม่ค่อยมีแต่ต้องลงไปช่วยขนพวกของจิปาถะด้านล่าง ก็เลยลุกตามคนรองสุดท้ายไป มีเหลือบหันมามองปั่นด้วยสีหน้าเขิน ๆ บอกไม่ถูก เม้มปากคลี่ยิ้มแหะ ๆ ให้

 

แล้วเหนกก็ไปรวมกลุ่มกับพวกปีสามปีสี่ช่วยขนของลง โดยเหลือบ ๆ มองกำปั่นว่าจะทำอะไรต่อ

 

ลงมาจากรถกำปั่นก็ช่วยเป็นแรงงานขนของบางส่วนไปเก็บ เดินเอาขยะอะไรไปทิ้ง มีเหลือบมองเหนกเหมือนกัน แล้วก็หันหน้าหนีเหมือนยังเขินค้างอยู่ มีไปเกาะหลังกันเอาหน้าซุกไถไปมาจนกันหันมามองแบบเอ็งยังไม่ตื่นใช่ไหมไอ้ปั่น

 

ตอนนี้เป็นเวลาราวสามทุ่มเศษ รถบัสก็ได้ขับออกไปแล้วเรียบร้อย การขนของก็เสร็จเรียบร้อยตามมา แต่เหนกยังรีรออยู่ให้กำปั่นพ้นสายตาไปก่อน ไม่ก็รอให้พ้นสายตาคนอื่น ๆ ไปก่อน

 

แต่ละคนทุกชั้นปีก็ทยอยกลับบ้างไปต่อบ้าง เต้ก็ขอตัวกลับไปนอนแล้วเพราะเป็นคนนึงที่ออกแรงเยอะกว่าชาวบ้าน ปีสามเหลือแต่เหนกที่ยังทำทีรีรอตากลม

 

 ไม่รู้ว่าคิดตรงกันหรือยังไงเพราะกำปั่นก็ยังรีรออยู่ บอกขอตัวกับสองเพื่อนหนุ่มที่สนิทว่าเดี๋ยวขับรถกลับเองแยกกันตรงนี้แล้วกัน จนเห็นว่าเหลือเพียงเขากับเหนกสองคนกลางความมืด ใต้เงาแสงไฟข้างทางและไฟตัวตึก

 

"..ยังไม่กลับเหรอพี่เหนก?" ลูบหัวตัวเองพลาง

 

เหนก แอบยิ้มอยู่ในใจที่เหมือนใจตรงกัน รอบ ๆ ก็ไม่มีใครอยู่เท่าไหร่แล้ว เป็นโอกาสดีที่จะได้อยู่กันสองคนซะที

 

"ก็..รอปั่นนั่นล่ะ ว่าถ้าปั่นกลับพี่ถึงจะกลับ" นิ้วถูจมูกเบา ๆ หันหน้าไปทางอื่น อมยิ้มอยู่แบบปิดไม่มิด "ปั่นล่ะ ยังไม่กลับเหรอ?"

 

"ยัง.. ก็ผมรอพี่เหนกกลับเหมือนกันเนี่ย" หัวเราะเบา ๆ ที่ดันมาคิดเหมือนกันอีก "พี่เหนกก็กลับไปดิ้" ไล่ซะงั้น

 

"แน่ะมีไล่ ปั่นยังไม่กลับ พี่ก็ยังไม่กลับ" บุ่ยปากยิ้ม ๆ เสตากลับมามอง "ปั่นนั่นแหละ กลับสิ เดี๋ยวไปส่ง" ไปส่งที่จอดมอไซค์น่ะนะ

 

"ผมเอาฟีโน่มาครับไม่เป็นไร" ยกมือปฏิเสธ ก็เล่นพูดไม่ครบเลยนึกว่าจะไปส่งที่หอเลยไรงี้

 

"นั่นแหละ จอดไว้ไหนล่ะเดี๋ยวเดินไปด้วย"

 

"อ่อ.. ผมจอดไว้ที่หน้าคณะอ่ะ รถพี่เหนกจอดอยู่นั่นมั้ย?"

 

"อื้อ ใช่ ..งั้นก็ไปด้วยกันมั้ย" เสียงอ้อมแอ้ม แต่ก็ไม่วายแบมือข้างนึงไปหากำปั่น

 

"หืม?" มองมือ แล้วเงยมองงง ๆ ทำนองว่าจะขออะไรเหรอ

 

"อ้าว" นึกว่าจะเก็ต แล้วมือนั่นก็ไปคว้ามืออีกฝ่ายกุมไว้ "แค่นี้คงไม่เป็นไรเนอะ"

 

"อ๊ะ เดี๊ยว จะจูงมือเหรอ??" ช็อก แบบว่าจะดีเหรอ แน่ใจอ่ะะ

 

"มันมืดแล้ว ไม่มีใครเห็นหรอกน่า" ยิ้มอ่อน ท่าทางจะยังกังวลสินะ "งั้นเปลี่ยนเป็นแบบนี้ละกัน" ย้ายมาจับชายเสื้อกำปั่นแทน

 

กำปั่นมองตามมือที่มาจับชายเสื้อ ยังงี้ได้อารมณ์ลูกเกาะพ่อดีนะ.. เอ้ย ไม่สิ ไม่.. หลับตาถอนหายใจ "ก็ได้.." ยังงี้คงไม่มีปัญหาอะไรนี่นะ ในหลาย ๆ แง่ ยื่นมือไปจับชายเสื้อเหนกบ้าง

 

เหนกยิ้มขำ "พี่ว่าแบบนี้มันประหลาดกว่าเดิมอีกนะปั่น.." มันกลายเป็นคนสองคนแขนตัดกันเป็นกากบาทจับชายเสื้ออีกฝ่ายไปแล้ว

 

"อ้าว..." ปั่นเครียด ปล่อยมือก็ได้ ให้เหนกเกาะตัวเองก็พอก็ได้..

 

"งั้นให้พี่จับคนเดียวแล้วกัน" เลื่อนมือวางบนบ่ากำปั่นด้านที่ใกล้ตัวเอง "อย่างนี้ไม่ผิดสังเกตเนอะ"

 

กำปั่นมองตาม มันก็ไม่ผิดสังเกตแล้ว แต่จะว่าไปพี่เหนกอยากจับตัวเราขนาดนั้นเลยเหรอ เม้มปากนิดหน่อยพยักหน้าตอบหงึก ๆ "อื้อ.. คงโอเคแล้วครับ" มองซ้ายมองขวาแล้วเริ่มเดินไปทางหน้าคณะที่ไม่ห่างจากที่ยืนกันอยู่เท่าไหร่

 

เหนกเดินตามกำปั่นไป ใจจริงอยากจับมือแท้ ๆ แต่แบบนี้..เหมือนได้กำไรมากกว่ารึเปล่านะ

 

"เครียดมั้ยเนี่ย..ที่พี่ทำแบบนี้"

 

"ก็เครียดอยู่นะพี่.."ไม่ปฎิเสธ มันไม่สบายใจในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งยังถามตัวเองซ้ำ ๆ อยู่ว่าถ้าเครียดแล้วจะทำแบบนี้ไปทำไม..? คำตอบมันจะลงลึกชัดเจนไปเลยเขาก็บอกไม่ถูกว่ามันอะไรยังไง รู้แค่ว่า..

 

"แต่ผมอยากทำแบบนี้นะ พี่ไม่ต้องห่วงหรอก" พูดเรื่อย ๆ โดยไม่ได้มองคู่สนทนา สาวเท้าไปเรื่อยตามทาง

 

"หืม..แปลกดีนะ ถ้ารู้ตัวว่าเครียดแล้วจะทำทำไมล่ะ?" ก็แอบสลดอยู่เหมือนกันที่ทำให้คนที่ตัวเองรักรู้สึกไม่ดี "พี่ไม่ว่าหรอกนะ ห้ามพี่ก็ได้นี่"

 

"ก็ผมอยากทำ.." กำปั่นยังย้ำคำเดิม หันมาสบตานิดหน่อย ยกมือลูบมือเหนกบนบ่าตัวเองปุ ๆ

 

"พี่ไม่เข้าใจเอ็งเลยแฮะ อยากทำแต่ก็เครียดเนี่ยนะ.." มันนอกเหนือความเข้าใจของเขาไปหน่อย เพราะตัวเขาอยากทำแบบนี้ถึงได้ทำ เขาอาจจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยก็ได้

 

"มันคงคล้าย ๆ การสูบบุหรี่มั้งพี่ รู้ว่ามีโทษแต่ก็อยากสูบ" พยักหน้าหงึก ๆ "ของผม.. รู้ว่าตัวเองคงเป็นเกย์ไม่รอดแน่ ๆ มันเลยกลุ้มง่ะ แต่ผมก็ชอบเวลาที่พี่เหนกอยู่ใกล้ ๆ ผมนะ" นิ้วเกาแก้มตัวเอง

 

"อ้าว สรุปเป็นเกย์กับพี่นี่มีโทษเหรอ" พูดไปหัวเราะไป "ก็รู้แล้ว พี่ไม่ทำอะไรปั่นถึงขั้นเกย์จริง ๆ เขาทำกันหรอก ก็.." เดินมาถึงฟีโน่สีฟ้าของกำปั่น "ถ้าชอบก็อยู่ใกล้ ๆ แค่นั้น แค่ปั่นไม่รังเกียจพี่ก็ดีใจจะตายได้แล้วเนี่ย"

 

"ไม่ใช่อย่างน้าน ผมแค่เปรียบเปรยย" ตะแง๊วขึ้นมากันเข้าใจผิด "พี่ไม่จับผมปล้ำก็เป็นบุญของผมแล้วครับ แหม่"

 

"ก็ไม่แน่นะ" ลอยหน้าลอยตาคว้ามือกำปั่น "ถ้าวันไหนทนไม่ไหวจริง ๆ ก็..ปั่นก็สู้หน่อยแล้วกัน" หัวเราะ

 

"งั้นผมต้องพกอะไรไว้คุ้มครองตัวเองล่ะวะเนี่ย..." ชิ้ง "ถ้างั้น.. ถ้างั้น... รึผมต้องชิงทำเองก่อน" พูดหน้าเครียด ๆ

 

คราวนี้เหนกหัวเราะก๊ากเลย "ฮ่าๆๆๆ ไม่มีทางว่ะ แค่เป็นเกย์ยังจะไม่ไหวเลย ปั่นจะเอาอะไรมาอัดถั่วพี่ หืม?" เอาหลังมือกำปั่นแนบแก้ม หันไปเอาริมฝีปากชนนิด ๆ

 

"อ้าว!" กำปั่นสะดุ้งโหยงถอยไปข้างหลังใจเต้นแรงกับอีแค่เหนกทำแบบนั้น บิด ๆ มือออกปรี่ไปนั่งคร่อมฟีโน่สตาร์ทรถอย่างไว "ไม่คุยกับพี่เหนกแล้ว แม่ม" ฮึดฮัด ๆ หน้าหงิก

 

"อ้าว อะไรกัน จะหนีแล้วเหรอ" เดินอ้อมมาเกาะหน้ารถ "ไม่มีใครเห็นหรอกน่ะ"

 

"จะแน่ใจได้ยังไง.." เงยมอง ยามเยิมก็มีอยู่

 

"แน่ใจสิ แน่ใจกับพี่หน่อยน่า" อันนี้เริ่มกวนตีนแล้ว "เฮ้อ ดึกแล้ว กลับดี ๆ นะครับ" ยอมผละถอยออกมาอย่างว่าง่าย "แล้วเจอกันนะปั่น"

 

กำปั่นทำหน้าเบ้ใส่เหนก บ่นงึมงำสักอย่างพลางถอยรถออกจากซอง "พี่เหนกก็กลับดี ๆ .. ไว้เจอกันครับ" ยกมือไหว้ทิ้งท้ายแบบน้องนุ่งที่ดีแล้วก็แว๊นซ์ออกไป นึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดและเรื่องในวันนี้ก็อดลูบหน้าหนืด ๆ ไม่ได้

 

เหมือนจะเริ่มย่างก้าวเข้าไปในโลกที่ไม่รู้จักทีละนิด ๆ ยังไงยังงั้นแหละ.. มันดีแล้วรึเปล่านะ

 

แต่เอาเถอะ เขาอยากทำแบบนี้เองนี่นา

 

To be continued

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

732 ความคิดเห็น

  1. #641 ♦{หลาม}♦ (@te-yo-02) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 10:46
    อดทนและสู้ต่ออีกนิด อีกนิดดดด
    #641
    0
  2. #574 TaNgWa ^^ (@hongfa99) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 03:33
    เขินนนนน ง่อวววววว ยินดีด้วยนะพี่เหนกกก ปั่นโครตนั้ลล้ากกกก >[]<
    #574
    0
  3. #518 nafr (@loveitachi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 23:59
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

    และแล้วความพยยยามของเหนกก็ประสบผล เย้ ๆ ๆ

    #518
    0
  4. #486 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 14:27
    (กำแพงรักของ)ปั่น(กับพี่เหนกได้)แตกแล้ว!!! สู้ต่อไป พี่เหนก! Fighto !!
    #486
    0
  5. #467 Lucia Eve (@sodiz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 10:11
    กรี๊ดดดดดดดดด =/////=  เขินแทนเลยค่า //นั่งทุบแป้นจนพังด้วยความฟิน
    #467
    0
  6. #439 ChinJuu (@pearza006) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 15:37
    ลัลลาย ลัลลาย //น่ารักกันเกินไปล่ะ
    #439
    0
  7. #424 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 23:27

    อ๊าสสสสสสสสสสสสสสสสส >//////////< ในที่สุด!



    การรุกแบบเต็มตรีมของพี่เหนกก็ได้พังกำแพงน้องปั่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วววววว!! #Applause



    อ๊าาาาา น่ารัก น่ารักที่สุด! ปั่นรุกก็น่ารัก -////////////- #ตีตั๋วไปฟินแลนด์

    #424
    0
  8. #402 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 11:40
    ทำไมรู้สึกพี่เหนกมีละอองเคะลอยอยู่รอบตัวนิดๆ พี่เต้น่าสงสัย...แต่ไม่นะ! พี่เหนกต้องเมะ!
    #402
    0
  9. #273 FoR(ฟอล) (@maxzone5432) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:45
    ทำไมเขิลแทนเหนกอ่า ปั่นตอนนี้มาหวาน(ม๊ากกกกกก)
    #273
    0
  10. #249 แกงส้ม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 11:27
    น่าัรักอ่ะ
    #249
    0
  11. #214 mojini (@pakwun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 23:15
    ดีสิปั่น ไปยังโลกนั้นเลยสิ พี่เหนกรออยู่>///<
    #214
    0
  12. #166 THE[K]]¥☂★ (@80181880) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 20:02
    ดีแล้ว ปั่น เชื่อกู เดินข้ามเส้นนั้นไปเลยยยยยยยยยยยยยยย
    #166
    0
  13. #132 RUDY (@rudywildarms) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 21:56
    พี่เหนกสู้ๆ ด้านอีกนิดก็ได้แล้วนะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ



    55555555555
    #132
    0
  14. #103 Na ' Heart Hous @ : ' ) (@thingre) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 22:23
    อ่านไป อยากมดโต๊ะเขินน
    #103
    0
  15. วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 19:45
    นั่งทุบหมอนด้วยความฟิน


    อ้ากกกกก
    #43
    0
  16. #37 PeGaSUs (@jasupisara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 20:42
    อะ..อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่เหนกน้องปั่นนนนน

    ตอนนี้เอาใจเจ๊ไปเลยยยย!!!//นั่งกัดหมอนจิกโต๊ะ!!!!
    #37
    0
  17. #26 black_hare (@donutmon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 23:46
    //อ่านไปสครีมไป
    กำป่านนนนนนน นาย น่ารักโคตรรรร
    มันน่ารักมากอะพี่ มันฟิน มัน หฟดหกสเบยาบย //พูดไม่เป็นภาษา //โดนหิ้วออกนอกบล็อก
    #26
    0
  18. #22 Omu Aom (@aomomu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 21:19
    พี่เหนกกกกก น้องปั่นนนนนน

    อ่านไปบิดผ้าห่มไป เขินวุ้ย!!!!

    ชูป้ายไฟเหนกปั่น
    #22
    0