Yaoi : กั้นรัก

ตอนที่ 13 : >> 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 มิ.ย. 56



                หลังจากการสอบไฟนอลของซัมเมอร์เทอมนี้ผ่านไป พวกพี่ ๆ ทั้งหลายก็ยิ่งเร่งมือเตรียมพร้อมสำหรับการรับน้องปีการศึกษาใหม่ที่กำลังจะมาในอีกไม่ถึงครึ่งเดือน กองสันทนาการก็ซักซ้อมกันหนักขึ้น ฝ่ายกิจกรรมก็ยิ่งเร่งเดินเรื่องจัดกิจกรรมกัน บรรยากาศโดยรวมของมหาวิทยาลัยก็กำลังระอุอยู่เงียบ ๆ ในแต่ละคณะ ต่อเนื่องจากความร้อนระอุของแอดมิดชั่นที่ทำน้องมัธยมปลายน้ำตาตกในกันเป็นแถว

 

                สำหรับอเนกภพนั้น ปีนี้เขาค่อนข้างวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นเฮดฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสโมสรคณะ การรับข่าวสารจากทั้งทางมหาวิทยาลัยและต่างคณะจึงตกเป็นหน้าที่หลักของเขา ทั้งต้องวิ่งรอกไปประชุม สั่งงานเพื่อนและรุ่นน้อง ทั้งได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง มีปัญหาต้องตามแก้กันไปบ้าง แล้วยังต้องรวบรวมข้อมูลของทางคณะส่งไปยังส่วนกลางด้วย เวลาช่วงนี้จึงไม่ค่อยมีใครเห็นเหนกอยู่เป็นที่เป็นทางนัก ขนาดโทรศัพท์ยังไม่ค่อยจะรับเลยทำให้เรื่องของหัวใจต้องพักไว้ก่อนอย่างช่วยไม่ได้

 

จวบจนกระทั่งเริ่มมีการรับน้อง พวกเฟรชชี่ต่างตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ ๆ ของตนเอง ส่วนทางฝ่ายกำปั่นในฐานะพี่ปี 2 จะรับบทหนักในการรับน้องเพราะต้องลงมาคลุกคลีอยู่ด้วยตลอด แล้วยังต้องวิ่งวุ่นจัดเตรียมของต่าง ๆ คอยดูแลเด็กปี 1 สอนสั่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ควรปฎิบัติตัวในมหาลัย

 

รวมถึงต้องรับงานฝ่ายสันทนาการคอยให้ความบันเทิงแก่ทุกคนอีกต่างหาก ในวันนี้กองสันทนาการเปิดตัวเรียกเสียงกรี๊ดลั่นห้องกระจกโดยให้พวกผู้ชายสวมชุดนิสิตหญิงออกมาเต้นกันกระโปรงพรึ่บพรั่บ เคล้าเสียงกลองจังหวะเร้าอารมณ์ แน่นอนว่ากำปั่นก็เป็นหนึ่งในนั้น ไอ้เรื่องที่เคยบอกว่าตัวเองขี้อายนี่เหมือนโกหกกันเลยทีเดียว...

 

                พอดีกับที่เหนกกลับมาที่คณะ มันอดไม่ได้จริง ๆ ต้องแวบไปส่องคนที่แอบชอบเสียหน่อย พอดีในห้องกระจกชั้นล่างมีเสียงกรี๊ดกร๊าดมากมายฮือฮาน่าสนุก มีพวกปีสามปีสี่อื่น ๆ ยืนดูอยู่ เขาก็เลยแวะดูเสียหน่อย แล้วก็เกือบเผลอร้องเฮ้ยเมื่อเจอเพื่อนและน้องในกองสันแปลงร่างเป็นสาวประเภทสองแบบไม่เนียนสะบัดพลีทพรึ่บ พวกใส่สอบก็ยืนหมิดเมี้ยนเต้นโชว์น่องเป็นมัด ๆ แถมขนหน้าแข้งหรอมแหรม

 

                                เชี่ยแม่มทำไปได้!!...

               

ก็สมแล้วที่เป็นกองสันยอดเยี่ยมในมหาวิทยาลัย มันลงทุนกันจริงเว้ย

 

ส่วนบรรดาเด็กปีหนึ่งก็กำลังสนุกสนานบันเทิงกันใหญ่ บางคนมาจากโรงเรียนกุลสตรีเจอรุ่นพี่องค์ลงถึงกับต้องปิดปากเหวอ บางคนว่าตัวเองตอนมัธยมเฮี้ยนแล้ว มาเจอรุ่นพี่ล่ะขอยอมแพ้ บางคนก็เฉย ๆ เพราะเคยได้รับข้อมูลมาบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่ากองสันทนาการคณะมนุษยศาสตร์ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นกันล่ะ

 

อเนกภพถึงกับยืนมองเพลิน ทั้งขำทั้งฮาทั้งเหวอเหลือเชื่อ โดยเฉพาะกับกำปั่น ไหนว่าเอ็งเป็นคนขี้อายไงวะ แล้วนี่มันคืออะไร???? แต่เห็นคนที่ชอบเต้นบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้มันก็ให้เขินแปลก ๆ วุ้ย

 

หลังจากหมดคิวกองสันทนาการออกมาวาดลวดลายสร้างสีสันให้การรับน้องแล้วเจ้าของร่างชายแต่งหญิงทั้งหลายก็สะบัดสะบิ้งเฮโลออกจากห้องกระจกกันไปปล่อยให้พี่ระเบียบเขามาคุมน้องแทน พวกที่ออกมาก็ไปยืนคุยเสียงเจี๊ยวจ๊าวถ่ายรูปกันอัพลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กสนุกสนาน แน่นอนว่ากำปั่นก็เอากับเขาด้วย

 

"ไอ้ปั่น ขอท่าสวย ๆ สักยกดิ๊"

 

บูมหนุ่มตี๋เตี้ยดำชูไอโฟนรอถ่ายเพื่อนโดยตัวเองอยู่ในสภาพใส่วิกผมลอน เสิ้อนิสิตหญิงฟิตเปรี๊ยะ รองเท้าคัทชูที่ส้นแทบหักเมื่อครู่และกระโปรงสอบผ่าข้างสุดเซ็กซี่ และข้าง ๆ ก็มีสหายกันในสภาพไม่ต่างจากบูมนัก แต่รายนี้วิกผมทองติดโบว์สีส้มใหญ่เบ้อเร่อบนหัว อีกทั้งยังแต่งหน้าจัดเต็มสุด ๆ กำลังยืนดันนมขวดน้ำที่ลงทุนยัดให้อยู่ทรงด้วยท่าทางแอ๊บกะเทยเต็มที่ แต่ขนหน้าแข้งของแต่ละนางทำเอาจุ๊ปากชมไม่ลง

 

"ได้สิค้าาเพื่อน ๆ~!" หนุ่มปั่นในชุดนิสิตหญิงกระโปรงพลีทยาวบีบเสียงพูด กระดกก้นทีนึงแล้วทำท่าแอ๊บแบ๊วใส่กล้องขนาดไอดอลนิตยสารแฟชั่นญี่ปุ่นยังอาย ยิ่งแว่นเรแบนสีเลนส์สะท้อนแสงชมพูอมม่วง และที่คาดผมมัดโบว์สีแดงยิ่งเสริมความน่ารักให้อย่างหาใครเปรียบได้ (?)

               

ระหว่างที่กำลังแอ็คโพสท่ากันอยู่ เหนกก็เดินมาตบบ่ากำปั่นปั้บ ๆ พยายามทำหน้าเข้มใส่ ตะกี้เขายืนดูอยู่นานแล้วและขำแทบฟันหักไปแล้วด้วย นี่เพิ่งจะกลั้นขำได้

 

"ไง วันนี้สวยนะปั่น"

 

                                "อ้าว พี่เหนก" คนสวยสะดุ้งเงยมองคนเข้ามาทัก เห็นเป็นใครก็ยิ้มแห้งให้ จะดีใจดีมั้ยเนี่ยที่โดนชม แถมไม่ได้คุยด้วยกันตั้งหลายวัน.. ยังไม่ทันพูดอะไรต่อเพื่อน ๆ ตัวดีก็วี๊ดว้ายเสียงแมนขึ้นมา

 

"อ๊ายยย พี่เหนกขาา" เสียงบูมนำร่องมาก่อน

 

"ทำไมชมแต่นังปั่นค้าา ชมพวกเราบ้างสิค้าาา" เป็นกันตามมาพร้อมเอานมขวดน้ำแนบแขนพี่เหนกกอดแขนออเซาะดัดจริตได้โล่ห์ อีกข้างพี่เหนกก็ไม่ได้จะว่างโดนบูมเข้าไปสแครชอย่างรู้หน้าที่ ส่วนกองสันคนอื่น ๆ หันมาถ่ายรูปช็อตเด็ดแชะ ๆ

 

เหนกเหวอเมื่อเจอสาว (? )มากอดแขนเป็นสนมซ้ายขวา จะหัวเราะหรือเงิบดีทำตัวไม่ถูกเลยวุ้ย

 

"เฮ้ย ไม่ต้องสมบทบาทตุ๊กตาทองก็ได้เว้ย ไอ้กัน นมขวดน้ำมึงหนีบแขนกู! แล้วพวกมึงจะถ่ายกันเพื่อ?!"

 

ท่าทางเหวอแดกของเหนกเรียกเสียงฮาให้กองสันที่เหลือกันเกรียวกราว กองสันในชุดสาวคนอื่นก็ไม่น้อยหน้าวิ่งมาล้อมหน้าล้อมหลังเหนกจนกลายเป็นฮาเร็มกะเทยขนาดย่อม แล้วมือใครมาล้วงเสื้อเขาวะเนี่ย ก็ได้แต่แกะแขนปลาหมึกออกพลางสบถก่นด่า

 

"เฮ้ย ไม่ว่างเว้ยยย ขนลุก!!"

 

ก็มีแต่กะเทยกำปั่นคนเดียวที่มองอยู่เฉย ๆ ไม่เข้าไปคลุกวงในเหนก หัวเราะเยาะอีกต่างหาก ไม่ได้คิดจะช่วยเลย ระหว่างที่บันเทิงอยู่หน้าห้องกระจกก็มีหนุ่มคนหนึ่งที่ท่าทางจะเป็นน้องปี 1 เพราะมีป้ายห้อยชื่อตัวเองออกมาด้านนอก คงจะไปเข้าห้องน้ำ กำปั่นหันไปมองเพราะตัวเองยืนขวางทางพอดี

 

"อ้าว โทษทีน้อง ไปห้องน้ำเหรอ?" ยิ้มกว้างถามตามประสาพลางขยับหลบทางให้ รุ่นน้องที่ตัวสูงกว่ามากพยักหน้า

 

"ครับพี่" พยักหน้าขรึม ๆ รุ่นพี่เห็นงั้นก็ชี้ทางไปห้องน้ำให้ไม่ทันได้เอะใจกับสายตาที่มองตัวเองอยู่ ฝ่ายรุ่นน้องกล่าวขอบคุณแล้วผละไปอีกทาง มีเหลือบมองทางกลุ่มก้อนกะเทยแล้วส่ายหน้าถอนหายใจ

 

ทั้งโดนลวนลามล้อมหน้าล้อมหลังโดนจับถ่ายรูป สักพักเหนกก็เยิน ๆ ออกมาจากดงกะเทยได้สำเร็จ แต่ละคนนี่น่ารักน่าฟัดเสียเหลือเกินจนอยากเอาหัวโขกฝากระจกให้แตกรู้แล้วรู้รอด เดินเลี่ยง ๆ ออกมาทาที่กำปั่นยืนอยู่

 

"โหย ไม่ช่วยกันมั่งเลย ใจร้ายว่ะปั่น" พูดพลางก็จัดเสื้อผ้าตัวเองให้ดี ๆ กระแอมสองสามที "ไม่ได้คุยหลายวัน เป็นไงมั่ง"

 

"ให้ช่วยรุมพี่เหนกเหรอ?" พอมองส่งน้องไปได้หน่อย เหนกเข้ามาชวนคุยกำปั่นก็หัวเราะ พอโดนถามก็ก้มหน้านิดหน่อย นิ้วเกาแก้ม "ก็.. สบายดีครับ" เงยขึ้นยิ้มให้ "พี่เหนกล่ะ?"

 

"เออ อย่างน้อยไปช่วยรุมหน่อยก็ยังดี" หัวเราะ อย่างน้อยเขาก็อยากถ่ายรูปกับคนที่เขาชอบนะ พอมองท่าทีปั่นแล้วก็อดเขินตามไม่ได้ "ก็งานยุ่งอย่างที่เห็นล่ะ เลยไม่ได้มาดูปั่นซ้อมเลย..เหนื่อยมั้ย"

 

"อ้าว" ขำกับความสองมาตรฐานนั่น "ก็ปกติแหละพี่ ชิล ๆ " ค่อนข้างชินแล้วนี่นะ "ขอบคุณที่เป็นห่วงนะค้าพี่เหนก" จับกระโปรงถอนสายบัวสวย ๆ แถมให้แบบขี้เล่นด้วยอ่ะ

 

เหนกขำพรืดเลย "เฮ้ย อย่าา" อย่าทำตัวน่ารักมากเดี๋ยวมันอดใจไม่ไหวนะเว้ย "แล้วนี่หมดงานรึยัง ตอนเย็นต้องทำไรรึเปล่า" ถามกำปั่นยิ้ม ๆ เหลือบมองโบว์ที่เฮดแบนด์มันแล้วขำฟ่ะะะ

 

ยังยืนจับกระโปรงส่ายไปมานิดหน่อยจนผ้าพลีทพลิ้วหมุนรอบตัวเองสลับกัน "ไม่มีอะไรแล้วพี่ เสร็จจากตรงนี้ก็รอเรียกรวมเอกหลังเลิกตามปกตินั่นแหละ"

 

เหนกยืนคิดสักแป๊บ ถึงหลังรวมเอกเลิกแล้วก็ใช่ว่าพวกพี่ปีสองปีสามจะได้เลิกตาม เขาเองก็ต้องไปรวมกับน้องเอกอิ๊งเหมือนกัน ใจจริงอยากจะทำเนียนชวนคุยหรือลากไปหาอะไรกินต่อเหมือนกันนา

 

คิดไปคิดมามันคงไม่ดีมั้ง เขาเองก็ยังมีเรื่องค่ายต้องประชุมกับพวกปีสองอีก สรุปก็คือไม่ว่างทั้งคู่

 

"งั้นก็โชคดีนะ พี่ไปละ" ยกมือจับบ่ากำปั่นปั้บแล้วลาไปเลย ก่อนที่เขาจะอดใจไม่ไหวเผลอดึงกำปั่นมากอดต่อหน้าประชาชี

 

มันคิดถึงให้ทำไงล่ะ

 

                "ครับพี่ โชคดีนะครับ" กำปั่นมองส่งคนงานยุ่ง ซึ่งตัวเองช่วงนี้ก็ไม่ว่างเหมือนกันเพราะช่วงรับน้องนี่มันวุ่นวายเหลือเกินไม่ว่าจะเรื่องนู้นเรื่องนี้ มีให้เหนื่อยตลอด แต่กำปั่นก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอกเพราะตัวเองชอบทำตัวไม่ว่างงานเป็นทุนอยู่แล้ว

 

จากนั้นกิจกรรมรับน้องก็ดำเนินไปของมันเรื่อย ๆ ทั้งเดือนมิถุนายน และมาสิ้นสุดเอาตอนต้นเดือนกรกฎาคม มีอุปสรรคผ่านมาให้เคลียร์พอสมควร แต่รวม ๆ แล้วผลก็เป็นที่น่าพอใจ เรื่องทะเลาะกระทบกระทั่งกันในเอกนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมี แต่สุดท้ายเมื่อพ้นจากมันมาได้ก็ทำให้เพื่อน ๆ กลมเกลียวกันมากขึ้นไม่ว่าจะรุ่นน้องหรือรุ่นพี่

 

-------------------------------------------

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยแล้ว นอกจากการเรียนที่หนักขึ้นกว่าตอนมัธยมปลาย กิจกรรมก็ยังหนักเป็นเท่าตัวตามไปด้วย ไม่มีแล้วการทัศนศึกษาหรือออกค่ายที่มีครูอาจารย์คอยควบคุมดูแล แต่นี่คือบทเรียนที่เหล่านิสิตนักศึกษาจัดตั้ง ดำเนินงาน และประเมินผลกันเอง โดยมีคณาจารย์หรือคณะเป็นแค่ผู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น

 

การรับน้องที่จบไปเป็นเพียงแค่ปฐมฤกษ์ เพราะหลังจากกิจกรรมจบแค่ไม่กี่วัน ค่ายอาสาของคณะมนุษยศาสตร์ค่ายแรกก็เริ่มต้นขึ้น ความจริงเริ่มมาตั้งแต่เดือนที่แล้วจากการประชาสัมพันธ์ค่ายและชมรมในมหาวิทยาลัยเพื่อให้รุ่นน้องปีหนึ่งได้มาเป็นส่วนร่วมของค่าย และด้วยการทำงานของฝ่ายพีอาร์สโมสรคณะ ทำให้ค่ายนี้ได้รับความสนใจจากเฟรชชี่เป็นอันมาก จนโควตาเข้าร่วมค่ายห้าสิบคนเต็มอย่างรวดเร็ว และต้องเพิ่มเป็นหกสิบคนตามที่คณะอนุญาต

 

ตอนนี้เป็นเวลาค่ำหลังเลิกเรียน ในห้องเลกเชอร์ว่าง ๆ ห้องหนึ่งถูกจับจองโดยเหล่าผู้บริหารค่ายทั้งปีสอง สาม และสี่ กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดวางแผนงานค่ายอาสาที่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยมีอาจารย์สามถึงสี่ท่านช่วยท้วงติง โอเวอร์เฮดกำลังฉายภาพบนสกรีนขาวหน้าห้องเป็นภาพรวมบริเวณค่ายโดยรวม ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่โล่งซึ่งชาวค่ายจะใช้ปลูกป่า และยังมีลำธารลึกเข้าไปด้านในเพื่อการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ชาวค่ายได้ทำร่วมกัน


                                “ตรงนี้ฝ่ายสถานที่ได้เตรียมพร้อมกล้าห้าร้อยต้น เพื่อให้ชาวค่ายได้ลงแ..เอ่อ ลงกล้ากันนะครับ”

 

ผู้พูดอยู่คือนายกรวิทย์ มุ่งกิจจา หรือเพื่อนเต้ของเหนกนั่นเองที่ยืนพรีเซนต์อยู่หน้าห้องท่ามกลางสายตาอีกยี่สิบกว่าคู่และเกือบหลุดคำไม่สุภาพผิดกาลเทศะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

 

                “เราจำเป็นต้องใช้แรงงานชาวค่าย เอ้ย ให้ชาวค่ายร่วมแรงร่วมใจกันขนเหล่ากล้าพวกนี้จากส่วนของเจ้าหน้าที่ขึ้นรถ แล้วเคลื่อนย้ายมาที่ปลูกป่า โดยมีส่วนนึงรอขุดหลุมเตรียมไว้” เต้หันมายิ้มแกน ๆ “ได้กล้ามกันหน่อยล่ะครับคราวนี้” มีเสียงขำเบา ๆ จากที่นั่งคนฟัง เพราะเต้ก็นิสัยแบบนี้ ชอบพูดตลกผิดเวลาและแก้ไม่หายสักที

 

                “แล้วเรื่องน้ำล่ะ” เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังมาจากด้านหลังเอ่ยขึ้นห้วน ๆ

 

                “อ๋อ ถ้าน้ำรดหลังปลูกก็ใช้แรงงานไปตักจากฝายด้านในนั่นแหละครับ มันไม่ไกลเท่าไหร่ แต่อาจจะต้องบุกป่าฝ่าดงกันนิดนึง”

 

                การประชุมเป็นไปอย่างกึ่งทางการกึ่งกันเอง พวกทีมบริหารค่ายก็เคยร่วมงานกันมาแล้วทั้งนั้น ฝ่ายบริหารค่ายส่วนใหญ่คือพี่ปีสาม ส่วนพี่ปีสี่มักปลดระวางตัวเองเป็นแค่ที่ปรึกษาค่ายร่วมกับอาจารย์เท่านั้นด้วยทีสิสค้ำคออยู่ จึงไม่อาจมาร่วมวงไพบูลย์เป็นตัวตั้งตัวตีได้ ตอนนี้เต้เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมของค่าย โดยมีกัน เพื่อนกำปั่น น้องปีสองเป็นเฮดฝ่ายสันทนาการค่ายแทน และเหนกนอกจากเป็นพีอาร์แล้วยังควบตำแหน่งเลขาฯ ประจำค่ายไปด้วย กำหนดการณ์อะไรก็ตามอยู่ในมือเขาทั้งหมด และเขากำลังจดสิ่งที่เต้พรีเซนต์อยู่อย่างคร่าว ๆ


                “ทีนี้ก่อนถึงวันค่ายจริงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เราจะเซอร์เวย์และเตรียมสถานที่เป็นครั้งสุดท้าย ผมคุยกับยี่หวาแล้วว่าจะให้พวกพี่ค่ายไปดูสถานที่จริง เพราะเวลาน้องลงมันจะวุ่นวายมาก แล้วจะควบคุมลำบาก นี่ก็ไปซักซ้อมเตี๊ยมกันว่าควรพาน้องไปที่ไหน ทำกิจกรรมตอนไหน และถ้าฉุกเฉินควรทำอย่างไร เพื่อลดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด”

 

คนในห้องพยักหน้า บางคนคิดไว้ในใจแล้วว่าจะไปหรือไม่ไป

 

                “ตรงนี้ปีสามเยอะ ผมให้ปีสามไปบอกเพื่อนตัวเองแล้วกันนะ ส่วนปีสอง เหนก มึง เอ้ย.. เออช่วยทำใบรายชื่อไปให้ปีสองลงหน่อย เราจะรวบรวมจำนวนคนเซอร์เวย์ภายในวันพุธหน้า แล้วจะไปกันวันเสาร์แต่เช้า เจอหน้าคณะเจ็ดโมง รถออกเจ็ดโมงสิบห้านะครับ”

 

เหนกส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับเพื่อนผู้พูดกูมึงใส่ไมค์หน้าห้องพรีเซนต์ แล้วพยักเพยิดหน้ารับทราบ ก่อนผู้อำนวยการค่ายซึ่งเป็นพี่ปีสี่จะมาพูดต่อ พลางมองเต้มานั่งข้าง ๆ


                “พูดจาเป็นงานเป็นการก็เป็นนี่หว่า” ยักไหล่ขำ ๆ ใส่เต้ พลางจดอะไรยิก ๆ สมหน้าที่เลขานุการค่าย


                “อย่ามาล้อกูหน่อยเลยมึงน่ะเป็นไงมั่ง” เต้เหลือบมองว่าเพื่อนเหนกจดอะไรไว้บ้าง เหนกเลยยื่นให้ดูเป็นการตัดรำคาญ

 

                “อย่าเพิ่งชวนกูคุย กูจดอยู่”


                “เออ ๆ “ เพื่อนตัวสูงกว่าพยักหน้าสองสามที แต่สายตาไม่ได้มองโน้ตที่เหนกยื่นให้มา กลับลอบมองใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังมือขยับขยุกขยิกอยู่

 

-------------------------------------------

 

หลังจากการประชุมค่ายจบลงด้วยดี งานส่วนมากก็สำเร็จลุล่วงฝ่าฟันปัญหากันเรียบร้อยแล้ว ค่ายอาสาปลูกป่าของคณะมนุษยศาสตร์ก็เตรียมพร้อมสำหรับการเซอร์เวย์ค่ายครั้งสุดท้าย พวกปีสามและปีสี่ได้รวบรวมชื่อเซอร์เวย์เรียบร้อย และปีสองที่มีจำนวนเยอะกว่าก็ได้รับแจกใบรายชื่อว่าใครจะไปวันเสาร์หน้าบ้าง

 

กัน หรือ วงศ์วริศ กิจเจริญ ซึ่งเป็นเฮดคนเดียวที่เป็นปีสองได้รับหน้าที่เดินใบรายชื่อก็ได้ประกาศเชิญชวนในคาบวิชาที่ปีสองรวมตัวกันเยอะ ๆ  และแน่นอน เขาไม่ลืมจะลากคอเพื่อน ๆ ร่วมก๊วนมาลงชื่อด้วยแน่ ๆ

 

                “ไอ้ปั่น มึงลงแน่ ๆ ใช่มั้ย กูเซ็นชื่อให้มึงเลยนะ” ว่าจบกันก็เขียนชื่อกำปั่นลงในใบรายชื่อโดยที่เจ้าตัวเองยังนอนน้ำลายยืดผงกหัวขึ้นมาชื่อตัวเองก็หราบนกระดาษในมือเพื่อนซะแล้ว

 

                “อ้าว ไอ้ห่ากัน กูตอบรับมึงยัง ขืนใจกูจริง แต่กูยอม” เพราะกูเป็นเด็กออกค่ายอยู่แล้ว บ่นเสร็จพอเป็นพิธีก็ทิ้งหัวกับแขนตัวเองต่อ ไถ ๆ หน้าง่วง ๆ อ้าปากหาวหวอด ๆ เพื่อนบูมที่นั่งอยู่อีกข้างโดยมีกำปั่นคั่นกลางก๊วนสามหนุ่มก็ผงกหันมามองกันอย่างเร็วหลังจากที่เอาแต่ฟังเพลงหูฟังเสียบหูไม่สนใจโลก

 

                “กูไม่ไป!! กูขี้เกียจ ไอ้เหี้ยย มึงหยุดเขียนน” ท้วงชัดเจนเลยทีเดียว แต่มันก็ช้าไป เพราะกันเขียนชื่อบูมตามลงไปแล้ว เป็นผลให้เกิดการเถียงข้ามหัวฟ้า ๆ จนเจ้าตัวรำคาญเอามือปิดหูตัวเอง ไม่ใช่แค่กำปั่นที่รำคาญ คนที่นั่งถัดมาอีกแถวก็หันมาส่งสายตาชิ้ง ๆ ให้พวกนี้หุบปากสักทีเพราะตอนนี้ยังเรียนกันอยู่

 

                “พวกนายช่วยเงียบ ๆ กันหน่อยสิ ถ้าจะกัดกันเชิญออกไปแง่ง ๆ กันข้างนอกได้มั้ย มันรบกวนคนอื่นน้า” เป็นเสียงของสาวเพยนั่นเองที่หันมาค้อนปั้นปึ่งใส่หนุ่ม ๆ ซึ่งได้ผลอย่างดีเยี่ยม

 

                “อุ่ย ขอโทษคร้าบคนสวย เอ้อ เพยครับ ๆ ไปออกค่ายกันมั้ย?” ทีงี้ล่ะกันทำเสียงอ่อนเสียงหวานพูดจาไพเราะ ก็แหม เพยเป็นคนที่น่ารักที่สุดคนนึงเลยนี่นา ถึงเขาจะมีแฟนแล้วแต่ก็อดละลายไม่ได้ทุกทีสิน่า เสียงแบบนั้นทำให้กำปั่นเหลือบมองแบบเอ็งนี่เนาะ.. ไม่ค่อยเลย..

 

                “อ่อ ไม่ดีกว่า เราไม่ว่างเท่าไหร่น่ะ” เพยยิ้มน่ารักปฏิเสธตามสไตล์ “ขอบคุณที่ชวนนะคะกัน” แล้วก็หันกลับไปนั่งเลคเชอร์สิ่งที่อาจารย์สอนต่อ

 

บูมมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ในสายตาเขาแล้วเพยก็น่ารักดีแต่ไม่ใช่สเป็กแฮะ เหลือบมองไอ้กันที่ทำตัวอ่อนยวบยาบจะระเหิดตัวเองอยู่รอมร่อแล้วหมั่นไส้ชิบ เรื่องค่ายก็ช่างมันแล้วกัน ไป ๆ ก็ได้วะ เฮ่อ

 

-------------------------------------------

 

สัปดาห์ต่อมาพวกค่ายและกิจกรรมในมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามกำหนดการณ์พร้อมกับการเรียนที่ดูจะหนักข้อขึ้นทุกที รายงาน พรีเซนต์ เนื้อหาวิชาที่เข้มข้นขึ้นทำให้นิสิตเริ่มตึงเครียด แต่ก็ยังมีเวลาหนีความจริงกันประปราย แล้วยังไม่นับสภาพอากาศที่ทั้งร้อน ทั้งฝน สลับกันเสริมสร้างความเครียดให้สูงขึ้น ยิ่งวันที่อากาศร้อนตับแตกอย่างวันนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

อเนกภพถือแฟ้มถือซองกระดาษเต็มมือ ยืนรอลิฟต์คณะอยู่ชั้นหนึ่ง มือกว้างปาดเหงื่อบนหน้าผากเสยผมขึ้นไปด้วยความร้อนไม่บันยะบันยังของประเทศไทย ต่อให้มีลมจากทะเลพัดมันก็ใช่จะพัดตลอด 24 ชั่วโมง ลิฟต์ของคณะตึกนี้ก็ใช่จะรวดเร็วทันใจ มันเชื่องช้าตามประสาลิฟต์คุณปู่ที่อยู่มาเป็นสิบปีแล้ว ไม่รู้ตอนนี้อยู่ชั้นไหน เขากดเรียกมันมาหลายนาทีมันก็ไม่ยอมลงมาสักที

 

ขณะที่หนุ่มเหนกยืนรอลิฟต์อยู่คนเดียวนั้นหนุ่มผมฟ้าก็เดินเข้ามารออยู่หน้าลิฟต์โดยถือถุงลูกชิ้นปิ้งที่ถูกอาจารย์ใช้ให้ลงมาซื้อมาด้วย เห็นแผ่นหลังคุ้น ๆ ตาก็เข้าไปยืนข้าง ๆ เอียงมองว่าใช่ที่คิดไหม

 

"อ้าว พี่เหนกจริงด้วย" พูดจบก็ยิ้มให้ ด้วยพิษอากาศยามนี้กำปั่นจึงเหงื่อแตกไม่ต่างกับเหนกเท่าไหร่

 

เหนกเห็นมีเงาอะไรยื่นมาก็สะดุ้งนิดหน่อยด้วยกำลังคิดอะไรเพลินอยู่

 

"อ้าว ปั่น" หน้ามุ่น ๆ ตะกี้ก็คลี่ยิ้มหวานให้คนมาทักทาย มันเป็นไปเองเสมอเวลาเจอหน้ากำปั่น "ยังไม่กลับเหรอ? ไอ้ลิฟต์นี่แม่มช้าว่ะ พี่ยืนรออยู่ไม่รู้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย" บ่น ๆ ใส่รุ่นน้อง ถ้าไม่ติดว่าต้องไปชั้นสูง ๆ เขาคงวิ่งบันไดไปนานแล้ว

 

"อาจารย์ใช้ให้ลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งอ่ะพี่" ชูถุงที่ถืออยู่ให้ดูด้วย หัวเราะกับที่เหนกบ่น "พี่น่าจะชินได้แล้วเน้อ"

 

ระหว่างยืนก็ส่องกระจกขนาดที่เห็นได้ทั้งตัวซึ่งติดอยู่ระหว่างลิฟต์สองตัวเพื่อให้นักเรียนใช้เช็คสภาพความเรียบร้อยของตัวเอง ไม่เกินอึดใจลิฟต์ก็ไต่ระดับจนลงมาถึงชั้นล่างจนได้

 

กำปั่นรอให้คนออกมาจากลิฟต์ก่อนและรอรุ่นพี่เข้าไปตามฉบับอาวุโสเฟิร์ส ตัวเองจึงจะตามเข้าไปบ้าง แค่เข้ามาก็สัมผัสความระอุภายในได้ทันที.. เหงื่อที่มีอยู่ยิ่งเพิ่มดีกรีเหนียวหน้าเหนียวคอมากขึ้นคล้ายอบซาวน่า

 

เหนกก็สัมผัสความระอุนั้นได้เช่นกัน ยิ่งคนมาก ๆ เพิ่งออกมาจากลิฟต์แล้วด้วยนะ.. ยิ่งลิฟต์มันช้าเรียกทวดขนาดนี้แล้วด้วยนะ.. โชคดีที่ตอนนี้มีแค่เขากับกำปั่นสองคนในลิฟต์ไม่งั้นคงขาดอากาศตายก่อนจะถึงที่หมายแน่ ๆ

 

..เอ๊ะเดี๋ยว...กับกำปั่นสองคน...

 

เพิ่งฉุกคิดได้ก็หันไปมองรุ่นน้องที่กำลังกดลิฟต์ ใช่แล้ว ตอนนี้มีแค่เขากับกำปั่นสองคนในลิฟต์ แค่สองคนในลิฟต์เท่านั้น

 

 

อู่ย อันตรายนะเนี่ย...

 

 

อันตรายต่อหัวใจเขาเอง

 

หนุ่มรุ่นพี่ทำท่าหันไปหาผนังลิฟต์กลบเกลื่อนรอยยิ้มกริ่มบนหน้า บ้าเอ๊ย ถ้าลิฟต์มันไม่ซาวน่าแบบนี้เขาก็คงอยากให้ระยะทางจากชั้นหนึ่งขึ้นไปข้างบนเป็นนิรันดร์ไปแล้ว แต่ความร้อนฉ่ามันทำให้เขาอยากจะพึ่งพิงห้องแอร์มากกว่า

 

ฝ่ายกำปั่นที่จะลงในชั้นที่ต่ำกว่าเหนกขยับเสื้อเชิ้ตของตัวเอง เวลาเข้ามาในลิฟต์เขาชอบเผลอกลั้นหายใจให้มีแค่เสียงกึง ๆ ของลิฟต์เท่านั้น ไม่ทันได้สังเกตท่าทีของรุ่นพี่หนุ่มหรือจะคิดอะไรนอกเสียจากว่ากูร้อน

 

ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุขัดข้องบางอย่างเข้าจนได้

 

กึง!

 

เป็นเสียงของลิฟต์ที่จู่ ๆ ก็ชะงักอยู่ระหว่างชั้น 3 กำลังจะขึ้นชั้น 4 เสียงฝืด ๆ บางอย่างดังเสียดหู และสร้างความตื่นตะหนกของคนใช้บริการมันอย่างช่วยไม่ได้

 

"ล..ลิฟต์ค้างอ่ะพี่เหนก" กำปั่นจิ้ม ๆ ปุ่มเปิดประตูแต่มันก็ไม่กระเตื้องเลย แถมปุ่มกริ่งแจ้งเตือนสภาพก็เหมือนไม่สามารถใช้การได้นักแต่ก็ต้องกดดูล่ะวะ

 

ตอนลิฟต์ทำเสียงกึง ๆ แล้วชะงัก เหนกก็เงยหน้ามองเพดานลิฟต์อย่างไร้ความหมาย กลอกตาไปมาว่าเกิดอะไรขึ้น พอเสียงฝืด ๆ มันเสียดหูขึ้นมาก็หดคอหลับตาปี๋ข้างนึง รู้ตัวอีกทีก็กำปั่นบอกว่าลิฟต์ค้าง

 

ชิบหาย...ไม่ต้องทำตามที่ผมอยากได้ก็ได้นะครับ..

 

ก็เมื่อกี้เขาอยากให้มันเป็นนิรันดร์ แต่เขาพูดเล่นว้อยยยยย ไม่ได้อยากให้มันเป็นนิรันดร์ของจริงเฟ้ยยย!! อะไรวะตั้งแต่ดูหนังแล้วนะ คราวนี้ไม่มีแก้บนนะว้อย!!

 

"อ..เออ เฮ้ย ใจเย็นลิฟต์มันเก่าแล้วเว้ย ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก" ปลุกปลอบใจรุ่นน้องไปแบบนั้นแต่ตัวเองก็ซีเครียดขึ้นมาเหมือนกัน ลองช่วยจิ้มไอ้ปุ่มแจ้งเตือนมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สรุปไอ้ปุ่มบ้านี่มันเอาไว้ใช้กดบริหารนิ้วรึไงวะ..

 

"ชิบแล้วสิ" เหงื่อกาฬที่แตกพลั่กก็ยิ่งแตกพลั่กกว่าเดิม ลิฟต์มันทั้งตันทั้งปิดหมดสี่ด้าน มีแค่ช่องระบายอากาศขี้ปะติ๋วบนเพดาน ยิ่งตื่นตระหนกเหงื่อมันก็ยิ่งออก "ปั่นเป็นไรป่าว?"

 

"ไม่พี่ไม่ พี่ไหวเปล่า?" กำปั่นใช้แขนปาดเหงื่อบนแก้มตัวเอง สีหน้าแลดูวิตกอย่างเห็นได้ชัด ยืนรออยู่สักพักลิฟต์ก็ไม่มีการขยับเขยื้อนเลยจนชักกลุ้มแล้วสิ

 

"ไหว แต่ไงก็ต้องรอคนมาช่วยล่ะนะ" เมื่อรู้ชะตากรรมว่าจะต้องติดอยู่ในนี้อย่างน้อยสิบนาที เหนกก็ดรอปเอกสารในมือลง แล้วมาพยายามแงะไอ้รอยต่อของประตูลิฟต์ เผื่อจะเห็นสถานการณ์ภายนอกบ้าง ไม่รู้ลิฟต์อยู่ตรงไหนของระหว่างชั้นแล้ว

 

"ปั่นมาช่วยพี่แหกประตูมันหน่อยดิ เผื่อมีอากาศเพิ่ม...ไม่ไหว จะสุกแล้วเนี่ย"

 

รุ่นน้องที่สภาพเหมือนต้นไม้น้ำแห้งพยักหน้าเนือย ๆ พยายามช่วยควานหาช่องเรียกอากาศเข้ามาด้านใน แต่ไม่ว่าจะประตูลิฟต์หรือช่องลมด้านบนก็ไม่มีกระเตื้องกันเลย

 

"เดี๋ยวผมลองโทรตามใครมาช่วย" ว่าแล้วก็ล้วงมือถือออกมาแบบลน ๆ จนเครื่องมือสื่อสารหล่นกับพื้น ชวนหวาดเสียวว่าหน้าจอกระจกมันจะแตก

 

"เฮ้ย ระวัง!" ไม่ทันแล้ว มือถือกำปั่นหลุดจากมือหล่นพื้นไปเรียบร้อย เหนกก้มเก็บให้พลางมองดูว่ามันยังรอดมั้ย "ยังไม่เป็นไร แต่จอดับเลย ไม่ใช่มันดับอยู่แล้วนะ" พลางควักมือถือตัวเองขึ้นมาบ้าง

 

ตะกี๊กำปั่นอ้าปากช็อก ๆ ร้องไม่ออกเลย แต่เห็นมือถือยังรอดอยู่ก็ค่อยยังชั่ว ลองกดเปิดดู ...แต่มันก็เปิดไม่ติด พยายามเปิดเครื่องเท่าไหร่ก็ไม่ติด

 

"ง่า... ของพี่เหนกโทรได้มั้ยพี่ ของผมมันเปิดไม่ติดแล้วอ่ะ"

 

"คิดว่าได้" สมาร์ทโฟนในมือเลื่อนหน้าจอฉึบ ๆ แล้วกดโทรออกดู ยืนรอสายสักพักก็หน้าเจื่อน

 

"วันหมด.." ยิ้มแห้งใส่รุ่นน้อง ถ้าเงินหมดนี่ยังพอขอยืมได้ แต่วันหมดนี่ก็หมดสิทธิ์ "ลืมไปดันเติมตังค์ไว้แล้วไม่ค่อยได้โทรออก ปกติมีแต่คนโทรเข้า.." เก็บใส่เป๋ากางเกงอย่างดราม่า

 

"อ้าว กรรม..." กำปั่นรำพึงอย่างสิ้นหวัง ยังงี้ก็ต้องรอช่างมาลูกเดียวแล้วสิ เขาทิ้งตัวพิงกับผนังถอนหายใจแรง เริ่มหายใจไม่ค่อยออก

 

"เฮ้ย เป็นไรเปล่า?" เห็นสีหน้ากำปั่นไม่ค่อยดีเลยหยิบซองเอกสารมาพัด ๆ ให้ "จะเป็นลมเหรอ?"

 

"เปล่าพี่ อึดอัดเฉย ๆ ว่ะ..." นิ่วหน้า จะว่าไปเขาก็พลาดที่ไม่ยอมกินข้าวมา กินแต่ขนมนิด ๆ หน่อย ๆ เลยจะหน้ามืดเอาง่าย ๆ เนี่ย

 

"อึดอัดแบบไหน ว่าไป..พี่ก็เหมือนกันว่ะ" ทางเหนกอึดอัดเพราะอากาศมันไม่ไหลเวียน หนุ่มรุ่นพี่จิ๊ปากเบา ๆ เงยหน้ามองเพดานที่มีช่องระบายอากาศอันน้อยนิด "นั่งก่อนเว้ย" ประคองกำปั่นให้นั่งลงพิงกำแพงลิฟต์ เห็นอีกฝ่ายสีหน้าไม่ค่อยดีก็ให้สงสาร หยิบเอกสารมาพัด ๆ ให้ต่อ

 

"พี่พัดให้ตัวเองเถอะ.." จับแขนเหนกเอาไว้ เห็นอาการรุ่นพี่ก็ดูไม่ค่อยไหวตัวเองก็เป็นห่วง "ของผมเหมือนหน้าจะมืดว่ะ" นวดหัวคิ้วตัวเอง

 

"ไหวมั้ยเนี่ย นอนได้นะเว้ย" หน้าปั่นเป็นสีแดงก่ำแต่ปากซีดจนเหนกร้อนใจ "กินข้าวยังวะ? เป็นฮีตสโตรกรึเปล่าเนี่ย" จับมือมือมือก็เย็น ๆ จนใจไม่ดี

 

กำปั่นส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ หัวเอนพิงกับผนัง ยิ่งทิ้งเวลาไว้นานก็ดูจะแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ในลิฟต์นี้แค่เข้ามาแป๊บเดียวก็ร้อนจะตายอยู่แล้ว ยิ่งพวกเขาอยู่กันนานหลายนาทีสภาพก็ไม่ไหวมากขึ้นทุกที ๆ มือกำปั่นบีบมือเหนกตอบด้วยความตึงเครียดกับสภาวะชวนหายใจไม่ออกแบบนี้

               

"เอ้า ไม่กินข้าวมาก็เป็นลมดิ" มองลูกชิ้นที่ซื้อให้จารย์ "กินนี่ไปก่อน ปั่น.. ปั่น.." มือกว้างเขย่าเรียกให้กำปั่นมีสติ เขาไม่ใช่พวกพวกยาดมติดตัวเสียด้วย ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเลยมีแต่เหงื่อ

 

เห็นท่ากำปั่นไม่ดี รุ่นพี่ก็เลยปลดกระดุมเสื้อหนุ่มรุ่นน้องออก "โหสินะเว้ย..อย่าหาว่าพี่ทำอะไรเอ็งเลยนะ" รีบถอดเสื้อนอกชุ่มเหงื่อกำปั่นออกทันทีแล้วพัดให้แรงกว่าเดิมแบบไม่ห่วงตัวเองแล้ว

 

อย่าว่าแต่เสื้อเชิ้ร์ตที่ถูกถอดออกไปเลย เสื้อกล้ามสีขาวของหนุ่มรุ่นน้องก็ชุ่มไปหมด ตอนนี้คนหมดสภาพไม่มีแรงจะกินเพราะแค่จะหายใจตอนนี้ยังลำบากเลย เขาเหลือบมองเหนกที่พยายามพัดให้ตน

 

"พี่เหนกพัดให้ตัวเองเถอะพี่.. เดี๋ยวแย่นะเว้ย" จริง ๆ ก็ไม่ถึงขนาดจะเป็นลมล้มพับไปเลย ยังทนได้ แต่ไม่ขยับเยอะ ๆ จะดีกว่า

 

"ไม่แย่ว่ะ อย่างน้อยพี่ก็แดกข้าวแล้ว" มองสภาพปั่นแล้วส่ายหน้า "ใส่เสื้อสองชั้นนี่เองมันเลยอบกว่าปกติ" เสียใจที่ตัวเองไม่พกผ้าเช็ดหน้าไม่งั้นคงเช็ดเหงื่อให้ได้ ยังคงพัดให้กำปั่นต่อ

 

ว่าไป....

 

นี่มันสถานการณ์โคตรล่อแหลมเลยนี่หว่า..

 

อยู่กันสองต่อสองแถมกำปั่นก็สภาพไม่น่าจะต่อกรเขาได้ แถมยังหน้าแดง ๆ ชุ่มเหงื่อ หอบหายใจน้อย ๆ ด้วย แล้วยังเสื้อกล้ามขาวชุ่มเหงื่อแนบเนื้อจนเห็นสรีระอีกฝ่ายได้อย่างสะดวกตา เหนกถึงกับกลืนน้ำลายอึก หน้าร้อนวาบ ขนาดอากาศร้อนตับแตกขนาดนี้ยังจะหน้าร้อนอีก เขาจะเป็นลมไปก่อนมั้ยเนี่ย

 

..บ้าเอ้ย หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะ....

 

สายตาเหนกจ้องหุ่นคนตรงหน้าไม่วางตา มือก็พยายามพัดต่อไม่ให้ผิดสังเกต แม้กำปั่นจะไม่ว่างพอมาสังเกตเขา

 

"ปั่น..ถ้าพี่ถอดเสื้อกล้ามเอ็งจะยินยอมมั้ย..."

 

หวังดีนะเว้ย...

 

"หืม..? เอาดิพี่.." กำปั่นไม่มีสติมานึกไตร่ตรองอะไรมากมาย คิดว่าเหนกหวังดีเลยพูดงั้น ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไรอยู่แล้ว เขาเลยเอนตัวจากที่พิงออกมาหน่อยแล้วถลกเสื้อถอดเอาเองเลย

 

หนุ่มรุ่นพี่ทำหน้าเหมือนจะอุทานว่าเหยดเข้ สูดลมเฮือกช็อกที่ได้เห็นกำปั่นถอดจะจะต่อหน้า จริง ๆ มันก็ไม่มีไรหรอกแค่ผู้ชายถอดเสื้อ เป็นคนอื่นเขาคงไม่สน แต่นี่มัน...มันเป็นคนที่ชอบนะ...

 

เฮดพีอาร์สโมกลืนน้ำลายอึก เป็นครั้งที่สองที่เขาเห็นกำปั่นถอดเสื้อ แต่ครั้งนั้นแค่มองไกล ๆ แถมยังมีเสื้อกล้ามบัง ส่วนครั้งนี้มันเปลือยไปหมดและใกล้ขนาดเอื้อมมือนิดเดียวแผ่นอกนั้นก็อยู่ในมือเขาแล้ว

 

ชักอยากได้ยาดมเองซะแล้วสิ

 

"เอ่อ ..ดี..ขึ้นมั้ย" ความรู้สึกตื่นเต้นจนเลือดกำเดาสาดมันคงอารมณ์ประมาณนี้สินะ อืม..

 

"ก็ดีพี่.." พยักหน้าหงึก ๆ แบบเบลอ ๆ เริ่มถอดแว่นเรแบนกับเฮดแบนออกมาวางกองรวมกับเสื้อกล้าม นั่งแขนพาดหัวเข่าหลับตาถอนหายใจแรง เขาเงยมองรุ่นพี่ข้างตัวบ้างว่าโอเครึเปล่า "พี่เหนกไหวอยู่เปล่า.. "

 

เอาเรื่องไหนล่ะ...ถ้าจะปล้ำเอ็งน่ะจะไม่ไหวแล้วโว้ย!

 

"ไหวสิ แค่นี้ทำไรพี่ไม่ได้หรอก" ยิ้มพิมพ์ใจให้กำปั่นแต่มือสั่น อยากจะขย้ำจังเลยโว้ยยย ใจเย็นกูใจเย็น พยายามพัดวีให้กำปั่นสุดชีวิตกลบเกลื่อน แต่ตามันมองหุ่นอีกคนแทบไม่กระพริบ โลมเลียสายตาไปทั่วใบหน้าหอบแดงกำและท่อนบนเปลือยชุ่มเหงื่อสลับขึ้นลง โอ้ย เวลาแบบนี้ยังจะมาหื่นอีกเรอะ!!

 

อยากจะเอาหัวโขกกำแพงลิฟต์ให้รู้แล้วรู้แรดไปข้างจริง ๆ

 

กำปั่นมองอาการเหนกเห็นแล้วจะหมดแรงแทน

 

"พอเถอะพี่ ผมกลัวพี่เหนกจะเป็นลมเอาเพราะมาพัดให้ผมเนี่ย" ได้ลมช่วยตัวเองก็พอโอเคขึ้นบ้าง คว้าข้อมือเหนกเอาไว้ด้วยมือชื้นเหงื่อ

 

"ไม่ต้องกลัวเว้ยบอกแล้วยังไหวอยู่ ห่วงตัวเองก่อนเหอะ" มืออีกข้างมาแกะมือปั่นออกจากข้อมือตัวเองแล้วกุมไว้ บีบ ๆ ให้กำลังใจ "หลับตาหายใจลึก ๆ ร่างกายมันต้องการออกซิเจนนะเว้ย" โม้ไปงั้นไม่รู้จริงไม่จริง แต่ก็ยังพัดให้ไม่หยุดด้วยกลัวตัวเองเผลอตบะแตกโผเข้ากอด

 

กำปั่นไม่ได้พูดอะไรแต่มองด้วยสายตาเป็นห่วงจริง ๆ แต่ก็ทำตามที่เหนกบอก หลับตาหายใจลึกแล้วผ่อนออกมาช้า ๆ จนในที่สุดลิฟต์ก็เริ่มขยับ

 

"อ้าวเฮ้ย ปั่น ลิฟต์ไปแล้วเว่ยย" พูดออกมาด้วยความดีใจ ลุกขึ้นไปกดชั้นห้าย้ำอีกครั้งให้ลิฟต์จอด ซึ่งมันก็เหมือนนานนับชั่วโมงกะอีกแค่ขึ้นไปชั้นครึ่ง พอประตูเปิดก็รีบหิ้วปีกกำปั่นออกจากลิฟต์ทันที ความรู้สึกกำปั่นตอนนั้นมันดีใจก็ดีใจแหละ แต่ไม่มีแรงจะเย้ว ๆ เท่าไหร่แล้ว

 

 "โอ่ย เกือบตายแล้วนะนั่น..." ออกปุ๊บก็มีลมพัดผ่านวาบ ๆ มา เหมือนจะได้มีชีวิตใหม่ยังไงยังงั้น

 

เหนกพุ่งเข้าลิฟต์อีกครั้งไปโกยข้าวของที่โยนกองทิ้งไว้ออกมาให้หมด แล้วก็ไม่สนใจลิฟต์อีก มานั่งเอาเอกสารพัดให้กำปั่นต่อ

 

"เออ แม่มเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เลยว่ะ" หัวเราะ พยายามเมินไอ้ร่างเปลือยบนตรงหน้าไป "ดีขึ้นแล้วใช่มะ" เนียนลูบหน้าอีกคน

 

"อือ.." พยักหน้าหงึก ๆ ตอบ ลมที่พัดมาช่วยให้เหงื่อที่มีอยู่ชื้น ๆ เย็น ๆ เร็วขึ้น "ไม่ต้องพัดแล้วพี่เหนก ลมพัดเยอะแล้ว" หัวเราะเบา ๆ โล่งอกที่รอดออกมาได้ ดึงเหนกมานั่งด้วยกัน

 

"อ..เออ" ไปนั่งข้างกำปั่น มองอย่างห่วงใย ช่วยลูบเหงื่อตามใบหน้าลำคอออกให้ไม่รังเกียจ ลืมไปแล้วว่าตัวเองก็เหงื่อโชกเต็มหลังเต็มหน้าเหมือนกัน

 

"กินน้ำมั้ย เดี๋ยวไปซื้อให้"

 

กำปั่นส่ายหน้า ยึดข้อมือเหนกเอาไว้ "พี่เหนกพักก่อนเถอะ ดูดิ เหงื่อออกน้อยกว่าผมที่ไหนเนี่ย" ใช้นิ้วโป้งปาดเหงื่อบนแก้มเหนกให้ดู เขาเองก็ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว

 

ตอนนิ้วอุ่น ๆ ของกำปั่นปาดวูบมาที่แก้มตัวเอง เหนกก็ชะงักแข็งค้างไป แล้วหน้ามันก็ร้อนวูบวาบแดงก่ำยิ่งกว่ากำปั่นตอนติดลิฟต์สักสิบเท่า หัวใจเต้นโครม ๆๆๆ สูบฉีดเลือดซ้ำให้มันแดงเข้าไปที่หูอีก

 

ไอ้ปั่นมึงทำเหี้ยอารายยยย#@!+&#%$(@!!!

 

คนผิดปกติน่าจะเป็นเขาเสียมากกว่า โดนแค่นี้ก็ดาเมจไปไหนต่อไหนแล้ว

 

อเนกภพจะไม่ทนอีกต่อไป

 

"ปั่น...มึง.." หันไปเผชิญหน้าคว้ามือสองข้างหมับ "มึงรีบใส่เสื้อเดี๋ยวนี้นะเว้ย!! เดี๋ยวปั๊ดปล้ำแม่งตรงนี้เลยนี่!"

 

"ห่ะ หา??" กำปั่นสะดุ้งมองท่าทีนั้นแบบงงเต้ก แล้วบอกให้ใส่เสื้อแต่มายึดแขนแบบนี้จะให้ใส่ยังง้ายย

 

"บอกให้ใส่ก็ใส่สิวะ!" กูทนไม่ไหวละ รวบร่างเปลือยบนมากอดแน่นซุกหน้ากับเนื้อบ่าทั้งที่มันเหงื่อท่วมเนี่ยแหละ ไม่รู้ตัวเลยว่าได้หอมแก้มกำปั่นไปตอนดึงมาหาตัว "กูไม่ไหวแล้วโว้ยยย ไอ้ปั่นนน กูรักมึงงเป็นแฟนกูเหอะะะ"

 

อเนกภพสติแตกไปอีกครา

 

ดีแค่ไหนที่เขาบอกว่าให้มาเป็นแฟน ไม่ใช่ให้มาเป็นเมีย

 

กำปั่นก็ช็อกสิ! ติดสตั๊นท์พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทั้งเหวอและทั้งเขินจัดเพราะเมื่อครู่เหมือนโดนฉวยหอมแก้มจนหน้าที่แดงจนลดดีกรีลงเมื่อครู่แดงแจ๋ขึ้นมาอีก

 

 "ฮ..เฮ้ย ใจเย็นพี่เหนก..!"

 

"เย็นอะไรวะร้อนจะตายห่าอยู่แล้วสัส!" สติแตกทีไรคำหยาบกระจาย บอกร้อนแต่ก็ไม่ยอมปล่อยกอดเขา

 

"มีคนนะเว้ยย" ยังหาเหตุผลมาแถต่อ นี่ตัวเกร็งจะไม่ไหวอยู่แล้ว

 

"ช่างหัวมัน!! ...ห๊ะเอ้ย ขอโทษ!" เด้งตัวออกมาจากกำปั่นทันทีพอได้ยินว่ามีคน หันซ้ายหันขวา "หลอกกูนี่หว่า! เดี๋ยวปล้ำจริงแม่งเลยนี่"

 

กำปั่นถอยหนีไปคู้ติดกับมุมกำแพงระเบียงแล้ว มองเหนกตื่น ๆ แต่ดูก็รู้ว่ากำลังเขินจัดอยู่เพราะเจ้าตัวหลบหน้าหลบตา โดนรุกเอา ๆ ตลอดใครจะไปทานไหวได้เล่าา แต่เหมือนคนรุกเอา ๆ นั่นก็จะดูไม่ออกเลยสักนิดถึงความเขินที่กำปั่นมี

 

"...เฮ้ย! ขอโทษ ปั่น พี่ขอโทษเว้ย!" เห็นอีกคนหนีสติถึงกับสตั๊นท์กลับมา รีบขอโทษขอโพยยกใหญ่ "ลืมซะลืมๆๆ ไม่ได้ตั้งใจ.... อย่ากลัวพี่เลยนะปั่นนะ..." ไหว้ขอโทษเลยอ่ะ

 

หนุ่มรุ่นน้องส่ายหน้าวืด ๆ แต่ยังเอาตัวแปะติดผนังไม่ขยับไปไหน มือลูบหน้าลูบตา ทำเอารุ่นพี่ใจเสียเลย

 

"ลืมซะเว้ย..นะ ขอร้องล่ะ" โอ้ย กูอยากลงชั้นหนึ่งทางลัดด้วยหน้าต่างแล้วเนี่ย ลูบหน้าตัวเองหนัก ๆ บ้าง ชิบหายกว่านี้ไม่มีแล้ว โยนเสื้อกล้ามกับเสื้อนิสิตให้อีกฝ่ายใส่

 

"อืม.."

 

กำปั่นครางตอบรับเบา ๆ สวมเสื้อคืนลวก ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมเงยมองเหนกสักนิดอยู่ดี ชักจะกลัวใจตัวเองมากขึ้นทุกที ไม่ดีแน่ ๆ ให้ตายสิ จนสุดท้ายก็กลั้นใจเงยมองอีกคนที่ลนลานอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หยิบของตัวเองทั้งหมดลุกพรวดเลี่ยงไปเลย

 

"อ้าว เฮ้ย.." ท้วงเสียงเบาทำมือเหมือนจะคว้าแต่ไม่ทัน กำปั่นหายไปอย่างเร็ว ปล่อยให้รุ่นพี่ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

 

นี่เขาสติแตกจนเสียเรื่องอีกแล้ว...

 

"โธ่เว้ย! กูนี่มัน.." ขยี้หัวกลัดกลุ้มหนักจนชี้ไม่เป็นทรง ด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ แล้วก็ต้องคอตก ฝืนหยิบข้าวของตัวเองเดินลอย ๆ ขึ้นบันไดไปหาอาจารย์เหมือนซอมบี้ น้ำลายยืดอีกหน่อยก็คงไม่ผิด

 

To be continued

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

732 ความคิดเห็น

  1. #640 ♦{หลาม}♦ (@te-yo-02) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 09:45
    สู้ต่อไปนะเฮีย อีกนิดๆ
    เต้ -   - หวังว่าจะไม่... 
    #640
    0
  2. #573 TaNgWa ^^ (@hongfa99) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 03:16
    โอยยย พี่เหนกสู้น้าาา กำปั่นหวั่นไหวเเย้วว ดีใจจรุง =..=
    #573
    0
  3. #517 nafr (@loveitachi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 22:18
    เหนกเอ๊ย เป็นคนไปอ่อยเค้าเองแต่ดันดูไม่ออกอีก
    #517
    0
  4. #466 Lucia Eve (@sodiz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 10:08
    สู้ๆ พี่เหนก ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกกกกก //ชูป้ายไฟ
    #466
    0
  5. #450 fool (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2557 / 22:00
    ตั้งแตอ่านบรรทัดแภวๆบนมา

    อิฮั้นรู้สึกเหมือนพี่เต้กำลังแอบชอบพี่เหนกอยู่เลยอ่ะะะะ

    >
    #450
    0
  6. #423 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 22:58

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก เขินหนีไปแล้ว พี่เหนกไปตามง้อด่วน! น้องมันยังสับสนพี่อย่าเพิ่งท้อ



    #ชอบเฮียตอนนี้มาก #เอาใจหนูไปเลย

    #423
    0
  7. #248 แกงส้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 11:17
    โหย บรรยากาศเป็นใจตลอดแหละ 555
    #248
    0
  8. #213 mojini (@pakwun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 23:12
    ปั่นเขินก็บอกมาเหอะ พี่เหนกจะได้กดแกอย่าถุกต้อง(?)ซะที
    #213
    0
  9. #190 YAMSANG!! (@yamsang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 19:40
    โฮ ฉากนี้มันไม่ไหว ป็นใครใครก็ปล้ำ ถอดยั่วขนาดนี้
    อยากบอกว่า ตอนนี้ perfect man สติแตก ๕๕๕ ปั่นแค่เขินเฉยๆอย่าซีเครียดพี่เหนก
    #190
    0
  10. #165 THE[K]]¥☂★ (@80181880) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 19:46
    ปั่น ถ้าให้ดี ไปนอนให้เขาปล้ำเสีย แล้วเอ็งจะได้คำตอบในใจเอ็งทุกอย่าง/เชื่อกูดิ
    #165
    0
  11. #102 Na ' Heart Hous @ : ' ) (@thingre) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 22:12
    แหมม พี่เหนกท่าจะซื่อ
    #102
    0
  12. #36 PeGaSUs (@jasupisara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 19:21
    นะ..น่าร๊ากกกก ปั่นหวั่นไหวก็บอกไปเซ่ พี่เหนกเค้าเสียใจนะเดินหนีแบบนั้น รีบๆไปปรับความเข้าใจกันซะ คู่สามีภรรยา(?)ทะเลาะกันนานๆไม่ดี >///<
    #36
    0
  13. #21 black_hare (@donutmon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 23:04
    ปั่น หวั่นไหวแล้วสินะ.. //โบกป้ายไฟเหนกxปั่น
    #21
    0
  14. #20 Omu Aom (@aomomu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:09
    ปั่นหวั่นไหวแล้วสินะ;3;

    ถ้าอิฉันเป็นพี่เหนก อิฉันจะไม่ทนค่ะ จับกดมันตรงนั้นแหละ 55555
    #20
    0