Yaoi : กั้นรัก

ตอนที่ 12 : >> 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 พ.ค. 56



ช่วงเวลาเรียนซัมเมอร์ได้ล่วงเลยผ่านไปพร้อม ๆ กับที่การติวหนังสือเพื่อพอผ่านของรุ่นพี่และรุ่นน้องหนุ่มนั้นก็สิ้นสุดลง และแล้วก็มาถึงเวลาแห่งโชคชะตา ดวง และความรู้ในสมองที่สั่งสมกันมาว่าใครทำกรรมามาเท่าใดก็คงจะส่งผลกันในวันนี้นี่เอง

 

ยามเช้าตรู่เวลาเคารพธงชาติในวันธรรมดาวันหนึ่งแดดโล่งแจ้ง ทว่ามีลมพัดระเรื่อยมาให้ผ่อนคลายบ้าง แต่กำปั่นนั้นความตึงเครียดไม่ได้คลายลงนัก ไม่รู้ว่าอาจารย์ชั่วคราวของตนจะตื่น แต่ขอส่งข้อความทางไลน์ไปก่อกวนกึ่งให้กำลังใจตัวเองกลายๆดีกว่า

 

"จะสอบแล้วพี่ ตื่นเต้นอ่ะ Q v Q *สั่นน*"

 

ส่งไปแบบไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ฟีดแบ็คนักเพราะอีกไม่นานก็ต้องเข้าไปในห้องแอร์เย็นฉ่ำขึ้นเขียงซะแล้ว เมื่ออาจารย์โผล่หน้ามาบอกให้เข้าไปเตรียมตัวข้างในกันหนุ่มผมฟ้าในชุดนิสิตเรียบร้อยกว่าปกติจึงปิดมือถือแล้วเข้าไปเผชิญโชคอย่างองอาจและแพนิค

 

ตอนนี้มันเช้าเกินไป เหนกยังไม่ตื่นเลย แต่พอมือถือร้องงุ้งงิ้งก็ค่อย ๆ คลานมาเปิดมือถือดู พอรู้ว่าเป็นใครและเกิดอะไรขึ้นก็รีบไลน์กลับ

 

"เฮ้ยอย่าเครียด พี่ติวมาให้ขนาดนี้รับรองไม่เอฟ สู้ๆเว้ย"

 

แต่พอดูเวลามันก็ อ้าว เข้าห้องสอบไปแล้วนี่หว่า...

 

แต่มันร้อนใจเป็นห่วงก็เลยรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวชุดนิสิตไปหากำปั่นหน้าห้องสอบ

 

ในห้องสอบนั้นเป็นห้องที่เอาหอประชุมมาใช้งาน บริเวณจึงกว้างขวางแบ่งโซนได้เป็นห้อง ๆ ตามที่ลงเรียนกันนับสิบห้อง เก้าอี้บุนวมเหมาะแก่การซุกตัวนอนไล่ระดับชั้นลงมา ตรงล่างสุดคือเวที มีแบ่งชั้นด้านบนกับด้านล่างสองชั้น ตอนนี้กำปั่นอยู่ชั้นล่างที่กว้างกว่า นั่งเหลาดินสอ 2B เตรียมพร้อม แม้จะไม่สามารถเห็นข้อความของติวเตอร์ของตัวเองทันแต่ก็รู้ว่าพี่เขาต้องให้กำลังใจตัวเองแน่ ๆ ล่ะ

 

ระหว่างรอการแจกข้อสอบและฟังอธิบายวิธีการทำและมารยาทต่าง ๆ จากอาจารย์คุมสอบกำปั่นก็มองรอบ ๆ เห็นเพยที่มาทีหลังวิ่งดุ๊ก ๆ ไปนั่งอยู่แถวค่อนหลัง ๆ แอบโล่งอกที่เพื่อนสาวมาสอบทันจะได้ผ่านพ้นไปด้วยกันสักที เขาอาศัยจังหวะที่ไม่มีสายตาอาจารย์มองมาหันไปส่งสายตาแบบบ่น ๆ ที่เพยมาช้า

 

จากนั้นจึงมองไปทางอื่นบ้าง เพื่อนนักเรียนต่างดูเคร่งเครียดกัน เขาเข้าใจ เพราะเขาก็เครียดไม่น้อย เพราะถ้าตกซ้ำซ้อนคงไม่น่าตลกสักนิดเดียว

 

ไม่เอฟ ไม่เอฟ..

 

หนุ่มเจ้าของผมฟ้าท่องในใจวนไปวนมาเหมือนคาถาสักอย่าง ไม่รู้ทำไมถึงนึกออกเป็นเสียงของหนุ่มรุ่นพี่ที่คอยสอนตนมาตลอดช่วงสองสัปดาห์.. สายตามองชีทและกระดาษคำตอบตรงหน้าที่กรอกข้อมูลจำเป็นลงไปเรียบร้อยแล้ว สูดลมหายใจลึกตั้งสมาธิ พอได้ยินคำว่าให้เริ่มสอบของอาจารย์เขาก็เพ่งสติจดจ่อกับข้อสอบอย่างเดียว

 

ไม่นานเหนกก็แว้นซ์มอไซค์มาที่หอประชุม กระหืดกระหอบขึ้นมาที่หน้าประตู แต่มันยังปิดอยู่ เลยเดินร้อนใจกลับไปกลับมาท่ามกลางสิ่งของระเกะระกะของคนเข้าสอบ เดินเหมือนลุ้นลูกหน้าห้องคลอดหน้าเครียด ๆ กัดเล็บกึก ๆ

 

"ปั่นจะเป็นไงมั่งว้า.."

 

ข้อสอบอิ๊ง 1 และ 2 สำหรับเหนกมันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยอ่านโจทย์ไม่ทันจบก็กาได้ แต่กำปั่นนี่สิ อืม..

 

ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่งจะว่าไวก็ไว จะว่านานก็นานสำหรับกำปั่น ในที่สุดข้อสอบทั้งหมดที่ต้องทำ 100 ข้อก็เสร็จ ตอนนี้อาจารย์เริ่มปล่อยให้นิสิตที่ทำเสร็จส่งข้อสอบแล้วออกจากห้องกันได้แล้วหลังจากที่หลาย ๆ คนทำเสร็จตั้งแต่สิบนาทีแรกกันเพราะทิ้งดิ่งบ้าง มั่วบ้าง ทำศิลปะลายจุดบนกระดาษคำตอบบ้างแบบวิจิตรบรรจง

 

เขาค่อนข้างมั่นใจว่าทำได้มากกว่าที่ตัวเองกลัวจึงพอโล่งอก นั่งรอเวลาหน่อยให้คนทยอยกันออกไปเยอะ ๆ จนพอซาแล้วค่อยออกบ้าง หันไปทางเพื่อนสาวก็ไม่เห็นร่างแบบบางอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นแล้ว ยัยนั่นนี่ไวจริง ๆ...

 

เพยออกมาคงเห็นคุณพ่อยืนลุ้นลูกหน้าห้อง พอปั่นเห็นเพยก็รีบก้าวไปหาหน้าตื่น ๆ

 

"ปั่นล่ะ.." แทนที่จะถามสารทุกข์สุกดิบรุ่นน้องสาวดันพูดถึงอีกคนซะนี่ เพยที่ไม่นึกว่าจะได้ป๊ะเข้ากับเหนกก็มองงง ๆ

 

"อ่อ ปั่นยังไม่ออกมาค่ะพี่เหนก นี่เพยออกมาก่อนเพราะต้องไปทำธุระน่ะค่ะ" พูดพลางกระชับกระเป๋าสะพายตั้งท่าพร้อมจะปรี่ไปตลอดเวลา

 

"เออ..ล..แล้วข้อสอบเป็นไง ยากมั้ย?" ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นข้อสอบของปีเดิม ๆ นะ มันก็เป็นห่วงไม่ได้

 

"ไม่ยากหรอกค่ะ" สาวรุ่นน้องหัวเราะ "เพยทำแป๊บเดียวเอง" ชูสองนิ้วพีซให้ด้วยอ่ะ "งั้นเดี๋ยวพี่เหนกจะรอปั่นใช่มั้ยคะ? เพยขอตัวก่อนน้าา" ผงกหัวเร็ว ๆ จนเส้นผมยาวหยักศกหนานั่นปลิวแล้วตัวบาง ๆ ก็พลิ้วผ่านผู้คนที่เพิ่งรอดออกมาจากสงครามเย็นที่เย็นตั้งแต่ผิวถึงกระดูกเมื่อครู่ไป

 

"ไม่ยากจริงเหรอ..." แต่ก็ไม่ทันถามอะไรต่อเพราะเพยเฉิดฉายหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าฉลาดมากหรือไม่สนใจกันแน่

 

เหนกส่ายหน้าแล้วไม่สนใจเพยอีก เดินไปเดินมาลุกนั่งกระวนกระวายต่อ จนน้องแถวนั้นมองแบบ ..พี่มาทำไร..

 

ไม่เกินอึดใจปล่อยให้คุณพ่อรอลูกคลอด คนที่เหนกรอก็โผล่พ้นประตูออกมาด้วยผมฟ้าเด่นทิ่มตา มาในมาดเรียบร้อยเชิร์ตไม่พับแขน ใส่เนคไทสีเทาประจำมหาวิทยาลัย กางเกงสแล็คเข้ารูปและรองเท้าหนัง แว่นยังใส่อยู่แต่ไม่ใช่เรแบน กลายเป็นแว่นกรอบเหลี่ยมสีใสที่ไม่ใช่เลนส์สายตา เหมือนเจ้าตัวใส่มาเพื่อให้ตัวเองดูฉลาดขึ้นประมาณนั้น..

 

"เฮ้ย เกือบจำไม่ได้" ถ้าผมฟ้ามันไม่ฟ้าเหนกอาจจะจำกำปั่นไม่ได้ เพราะน้อยครั้งเหลือเกินที่กำปั่นจะถอดแว่นเรแบนให้เขาเห็น "เป็นไงบ้าง ทำได้มั้ย ยากมั้ย เครียดรึเปล่า" รัวคำถามใส่ และแอบเสพภาพกำปั่นแปลกตาเบา ๆ

 

ใส่แบบนี้ก็น่ารัก คนอะไรวะน่ารักทั้งหัวจรดเท้า...

 

 "อ้าว พี่เหนก?" คนโดนรัวคำถามใส่ไม่ยั้งเลิกคิ้วสูงใส่ด้วยความประหลาดใจ มือกำลังจะกดเปิดเครื่องมือสื่อสารให้กลับมาใช้งานได้แต่ต้องยกมาทำท่าปางห้ามสมุทรใส่รุ่นพี่ซะก่อน "เดี๋ยวพี่เดี๊ยว ทีละคำถามม" เพิ่งใช้สมองมาเลยติดสถานะมึนง่ายกว่าปกติ

 

"ก็..ก็พี่เป็นห่วงเอ็ง" ละล่ำละลักถาม พอโดนห้ามก็เขินขึ้นมา ถ่อมาถึงนี่เลยนี่นา เหลือบ ๆ มองกำปั่นอีกที พอเปลี่ยนเป็นแว่นแบบนี้ก็...น่ารักไม่เลวแฮะ.. เผลอจับมือหนุ่มรุ่นน้อง

 

"แล้วเป็นไง สอบ? ไหวมั้ย"

 

"อ่อ... อ่า ก็ไหวอยู่พี่" กำปั่นมองคนเป็นห่วงตนซะขนาดนี้แบบเบลอ ๆ แล้วยังมือที่มาฉวยจับอีก แต่ก็ไม่ได้ขัดหรอก "ที่พี่เหนกสอนผมเจอตั้งหลายตัวแน่ะ" กำหมัดอีกข้างยิ้มสดใสให้ ค่อนข้างมั่นใจเลยล่ะว่าต้องผ่าน!

 

เหนกยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นความมั่นใจของอีกคน "โอเค ดีแล้ว" โล่งใจไปเหมือนกัน "อย่างน้อยมั่นใจว่าไม่เอฟล่ะนะ แต่จริง ๆ พี่อยากให้เราได้ซักซีนะ" เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอจับมือกำปั่นเลยปล่อยออก มองแขนเสื้อที่ไม่ได้พับกับเนคไทยิ้ม ๆ

 

"มาขนาดนี้ผมว่าบีอาจจะนอนมาก็ได้นะพี่" รุ่นน้องหนุ่มหัวเราะ พอแบบนี้ล่ะมั่นใจ๊มั่นใจเหลือเกิน "แล้วนี่พี่เหนกตื่นเช้าขนาดนี้เดี๋ยวไปทำธุระต่อเหรอครับ?" ก็ไม่นึกว่าจะตื่นมารอตนนี่นา

 

เหนกยิ้มกว้างขึ้นอีก บีเลยเหรอ นี่อะไรจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ "เอ่อ ก็ ไม่มีธุระหรอก มาหาปั่นน่ะ.." ลูบท้ายทอยบอกไปตามจริง "ก็..เป็นห่วงนี่หว่า" ยิ้มแห้งให้

 

ได้ยินแล้วกำปั่นก็เลิกคิ้วสูงมองอีกคนตาโต "โหย เป็นห่วงศิษย์ขนาดนี้เลยเหรอ!"

 

เกาหัวหัวเราะเก้อ ๆ นิดหน่อย โดนเป็นห่วงแบบนี้มันก็น่าดีใจมาก ๆ อยู่หรอก แต่ก็เกรงใจจัง อีกอย่างมันมีความรู้สึกแปลก ๆ บอกไม่ถูกอยู่ด้วย แต่มันทำให้กำปั่นหลบตานิดหน่อยแล้วถึงจะกลับมามองคนสูงกว่าอีกหน

 

"ขอบคุณนะพี่ ไม่ได้พี่ผมต้องแย่แน่ ๆ " แต่มานึกได้ว่าคุยกันตรงนี้นาน ๆ จะเกะกะคนเข้าออกเลยรั้งต้นแขนเหนกให้ตามมา

 

รุ่นพี่หนุ่มโดนดึงก็ไปตามแรงดึง มองเพื่อนปั่นทักปั่นบ้างแต่ยังไม่ยอมผละไป "ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ไปกินสุกี้กันมั้ย ฉลองสอบเสร็จไง" ยิ้มกว้างให้ "แล้วก็อยากคุยเรื่องค่ายกับปั่นหน่อยนะ"

 

หนุ่มเพื่อนเยอะหันไปคุยกับเพื่อนบ้างว่าสอบเป็นไงบ้างแล้วหันมาตอบรุ่นพี่ "โอ้ เอาดิพี่ ผมอยากกินน้ำจิ้มของเอ็มเค คลุกกับข้าวอ่ะ กินแล้วฟินน" พยักหน้าหงึก ๆ ไปด้วย เดินลงบันไดไปด้วยกัน

 

อ๊ะ ยอมแฮะ

 

"กินแปลกดีว่ะ" หัวเราะ "พี่อยากกินเป็ดเอ็มเคน่ะ เออ พี่เลี้ยงเองนะ ฉลองให้ปั่นไง" อยากกินเองด้วยอยาก..ชวนกำปั่นไปเดทด้วย มันก็ต้องเอาสีข้างเข้าแถ "พี่มีบัตรลดเอ็มเค 10% ไม่ต้องห่วงนะ"

 

"คุณพระ พี่เหนกน่ารักว่ะะ" ตอนแรกก็กำลังอ้าปากจะท้วงหรอก แต่เหตุผลที่เหนกแถกมาก็ทำให้กำปั่นอู้วอ้าไม่เบาจนเผลอกระโดดกอดเหนกเมื่อลงมาชั้นล่างเรียบร้อยแล้วลืมความเกย์ไปชั่วขณะ

 

"เฮ้ย.." โดนกอดไม่รู้ตัวมันก็โดกิ ๆ น่ะสิ "ไม่เป็นไรเว้ย นาน ๆ ที" นาน ๆ ทีอะไรล่ะ พี่เหนกฉวยโอกาสเลี้ยงได้เมื่อไหร่ก็เลี้ยงโดยที่กำปั่นไม่รู้ตัวมาหลายครั้งแล้ว "เอาเป็นว่าไปกันนะ อย่าชวนเพื่อนไปนะ ไม่มีปัญญาเลี้ยงเว้ย"

 

"ก็ได้พี่" หัวเราะใส่เลย ว่าจะไลน์ไปชวนอยู่สักหน่อย โดนดักซะละ แป๊บนึงก็เดินมาถึงโซนจอดมอเตอร์ไซค์เรียงแถวกัน มีพี่ยามคอยดูแลแข็งขันกันการขโมยและตรวจเรื่องหมวกกันน็อก

 

"พี่จอดของพี่ไว้ตรงนั้น" ชี้ไปที่คลิกดำแดงขาวของตัวเอง "ไปคนละคันละกัน" อยากเห็นกำปั่นตอนขี่มอไซค์ชัด ๆ

 

"คร้าบ"

 

กำปั่นก็กะแบบนั้นอยู่แล้ว แต่นี่ออกแนวห่วงรถรามากกว่า เดินไปสวมหมวกกันน็อกที่ปิดมิดชิดทั้งหัว เซฟตี้สุด ๆ นั่งคร่อมฟีโน่คันเก่งสตาร์ทเครื่องทะยานไปตามเส้นทางโดยพยายามขับช้า ๆ เพื่อจะได้ไม่ทิ้งกับคลิกสามสีของเหนกเท่าไหร่ เหนกสวมหมวกกันน็อกสีเดียวกับรถขับตามกำปั่นไปช้า ๆ รักษาระยะห่าง มองตามยิ้ม ๆ

 

บ้าเอ๊ย คนอะไรน่ารักทุกอิริยาบท

 

ขอบคุณหมวกกันน็อกที่มันคลุมไปทั้งหน้า ไม่งั้นคนสองข้างทางคนเห็นเขาเป็นคนบ้าขับมอไซค์ไปยิ้มไปแน่ ๆ

 

กำปั่นขับนำผ่านวงเวียนที่ใช้ต่างสัญญาณไฟจราจรของแต่ละแยกในมหาลัยไปวงเวียนนึงก็ขับตรงมาถึงหน้ามหาลัยโดยที่ไม่รู้ถึงสายตานั้นสักนิดเดียว เลยออกมาหน่อยก็ถึงห้างหน้ามหาลัยที่อำนวยความสะดวกหลาย ๆ อย่างของนิสิตสถานศึกษาติดทะเลฝั่งตะวันออกแห่งนี้

 

ห้างเพิ่มเริ่มเปิดพอดี พวกร้านรวงต่างมาสแตนด์บายล่วงหน้าแล้วหลายร้าน บางร้านก็รอเวลาสักสิบเอ็ดโมงถึงเที่ยง มักจะเป็นร้านอาหาร เดินผ่านไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงร้านเป้าหมายที่ขนาดร้านก็ไม่ได้ใหญ่มาก คนยังบางตาอยู่ พนักงานยิ้มต้อนรับแข็งขันเชิญทั้งคู่ไปนั่งแถวติดหน้าต่างกระจกใสทั้งบาน ยื่นเมนูให้แล้วผละออกมาก่อนรอลูกค้าเลือกเมนูสักพักถึงจะมารับออเดอร์อีกทีตามมารยาท

 

เหนกช็อกกับที่นั่ง "ขอโทษนะครับ ขอเปลี่ยนที่นั่งเป็นใน ๆ หน่อยได้มั้ยครับ"

 

ขืนนั่งติดกระจกเดี๋ยวกำปั่นได้กลายเป็นขี้ปากคนอื่นพอดี เพราะเขาต้องเผลอทำอะไรบางอย่างแน่ ๆ พนักงานสาวก็พยักหน้ายิ้ม ๆ ให้เพราะคนยังไม่มามากนัก ส่วนนึงเพราะแพ้สายตาเหนกด้วย

 

"อ้าว เปลี่ยนทำไมอ่ะพี่?" กำลังก้มมองเมนูอยู่รุ่นน้องหนุ่มก็มองงง ๆ แต่ก็ไม่ขัดศรัทธา ลุกไปที่นั่งใหม่โดยดี

 

"พี่ไม่ค่อยชอบกระจกร้านน่ะนะ" ยิ้ม ๆ ให้ปั่น ที่นั่งใหม่เป็นด้านในโซฟาติดกำแพงสองด้าน เงียบสงบสุขสบายตะโกนข้างนอกไม่ได้ยิน พลางหยิบเมนูมาสั่งโน่นนี่ตามใจชอบ "อย่าสั่งแพงมากนะ เดี๋ยวกระเป๋าแบน"

 

"ผมกินไม่เยอะร้อก แต่หลากหลาย" พูดเหมือนจะให้กำลังใจ หัวเราะเสียงร่าเปิดเมนูฉึบ ๆ เลือกของแต่ละอย่างไว้ในใจ "พี่เหนกเอาหมูสไลด์เป็นชุดจานนี้เลยมั้ย? หรือเอาแค่ใส่ถาดเล็ก" ถามความเห็นบ้าง

 

"เอาชุดใหญ่แล้วกัน พี่กินเยอะอยู่ ..ขอหมี่หยกกับเป็ดย่างชุดนึงครับ เอาชุดผักด้วย วุ้นเส้น ปลาสวรรค์ เออ ปั่นกินเครื่องในมั้ย" สั่งเพลินแต่ยังมีสติคำนวนเงินในกระเป๋าอยู่

 

"กินพี่ ได้หมด" ยิ้ม "ผมขอลูกชิ้นรักบี้ สาหร่ายทรงเครื่อง เต้าหู้ไข่แล้วก็ข้าวสวยสองถ้วยด้วยนะครับ" พับเมนูวางแล้ว ถ้าน้ำก็ไม่พ้นน้ำชาหรอก ชอบ

 

สั่งตามที่กำปั่นบอกกับน้ำชาเพราะมันเติมฟรี และเครื่องในอีกสองสามอย่างก็พับเมนูเก็บ แค่นี้ก็จนแล้ว แต่ไม่เป็นไร ยอม..

 

"เออว่าไป.." หยิบน้ำชามาดูด "เห็นเพยทำสอบเร็วจัง เขาเรียนเก่งมั้ย" เริ่มชวนคุย

 

"เก่งนะพี่" พยักหน้าหงึก ๆ ซดน้ำชาเคี้ยวน้ำแข็งกรอด ๆ ด้วยความเคยตัว "ที่ตกนี่ก็เพราะเจ้าตัวเอาแต่โดดจนเวลาเรียนไม่พออ่ะ ไม่รู้จะอยากเสียเวลาไปทำไม ค่าเรียนซัมเมอร์ก็ไม่ได้จะถูก ๆ เล้ย" ส่ายหน้าระเหี่ยใจกับพฤติกรรมเพื่อนสาว

 

"นี่พี่เหนกก็อยู่เรียนเก็บวิชาใช่มั้ยพี่ เห็นจะเปิดอาเซียนแล้วคงเร่งให้จบไว ๆ สิน้า"

 

"มันเกี่ยวไรกับจบอาเซียนวะ" หัวเราะ "แค่อยากให้มันเบา ๆ หน่อยเท่านั้นเอง แม่พี่โอเคแล้วก็เรียนไป" พูดไปคิดถึงเพยไป ยัยเด็กนั่นดูเป็นเด็กเที่ยวดี เจอเด็กแบบนี้มาก็เยอะแต่ส่วนใหญ่จะไม่จบสี่ปีกันเพราะบริหารเวลาไม่เป็นนี่แหละนะ "ปั่นไม่อยากเรียนจบไว ๆ เหรอ"

 

"อ่อ... เห็นเขามีมาตรการเร่งจบว่ะพี่ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ผมก็อยากจบไว ๆ อ่ะแหละ อยู่นานไปก็เปลืองเงินพ่ออ่ะ" ยิ้มแห้ง พนักงานยกของเป็นตั้ง ๆ มาวางเรียงบนโต๊ะก็ช่วยขยับขยายเนื้อที่ยกแก้วน้ำไปไว้ที่มุม ๆ หน่อย

 

เหนกยิ้มให้พนักงานแล้วช่วยเอาของมาวาง "ขอตอกไข่ใส่หม้อนะ" เอาไข่มาตอกใส่ถ้วยคน ๆ นิดหน่อยเทลงน้ำเดือด ส่งกลิ่นหอมฉุย (จนคนแต่งหิว) แล้วเด็ดผักโยนไปบ้าง "พี่ไม่ได้คิดไกลหรอกว่ะ แค่อยากเบา ๆ ตอนเปิดเทอม"

 

"ดีแล้วพี่ พี่เหนกขยันว่ะ ชื่นชม ๆ " พูดยิ้ม ๆ หยิบถาดมาคีบของลงหม้อที่เดือดปุด ๆ แล้ว "เอ้อ แล้วไปค่ายนี่ทำไมมั่งพี่ เห็นว่าจะคุยเรื่องนี้ใช่ม้า" วางถาดเปล่าลง ใช้นิ้วก้อยเกาหางคิ้วมองคนฝั่งตรงข้าม

 

มือคีบลูกชิ้นโยนลงหม้อพลางหรี่ไฟ "อ๋อ พี่แค่อยากรู้น่ะว่าปีสองจะทำอะไรบ้าง เราทำแต่สันเหรอ"

 

"ครับ เน้นที่สันแหละ เรื่องอื่น ๆ ก็แล้วแต่เขาจะเรียกใช้ง่ะ" ไงก็เบ๊สาธารณะ

 

"เห็นว่าฝ่ายกิจกรรมกำลังเกณฑ์คนไปอำนวยความสะดวกตอนปลูกป่าน่ะ ใช้แรงงานนั่นล่ะ" หัวเราะไปคีบตับกับลูกชิ้นสาหร่ายใส่กระชอนลวก มือปัด ๆ ควันหน่อย "ปั่นไปลงด้วยกันมั้ย"

 

"เอาดิพี่" ชอบอยู่ละเรื่องลุย ๆ แถมเด็กออกค่ายแบบเขามีรึจะพลาด ควานคีบเนื้อสไลด์ขึ้นมาวางบนข้าวสวย ตักน้ำจิ้มสุกี้ที่เพิ่มกระเทียมมาราดแล้วคลุก ๆ ให้โดนเนื้อข้าวเยอะ ๆ ได้รสชาติแซ่บหลาย ๆ พุ้ยกินง่ำ ๆ ดูน่าอร่อย

 

"เอาแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจนะเว้ย" ยิ้มกว้างไม่หุบเลยตั้งกะมากับกำปั่น เสพสุขอยู่เงียบ ๆ หลังหม้อควัน "ค่ายคราวนี้ดีนะ ไม่รู้พวกหาทุนไปหางบจากไหน นั่งรถทัวร์ไปเลยนะเว้ย นี่ข่าวจากพวกบริหารค่ายนะเนี่ย" พูดพลางตักน้ำซุปกับผักใส่ถ้วยราดน้ำจิ้ม

 

"โหยย ตื่นเต้นว่ะ กำหนดการหลังรับน้องพอดีเลยเปล่า หรือว่าไงพี่" เคี้ยวไปพูดไปด้วยความลืมตัว

 

"หลังรับน้องอาทิตย์นึงมั้ง ยังไม่รู้เลยว่าน้องปี 1 มันจะไปกันกี่คน" ก็ยังไม่ถึงเวลารับแอดนี่นา "ไว้รอดูว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์จะทำงานดีแค่ไหน น้องมาเยอะก็ได้เงินจากคณะเยอะล่ะ" เป่า ๆ สุกี้ในชามแล้วซดน้ำแกง ก่อนจะคีบเข้าปากบ้าง

 

                กำปั่นพยักหน้าหงึก ๆ รับรู้เพราะยังเคี้ยวข้าวเคี้ยวเนื้อเต็มแก้มอยู่เลย มีเม็ดข้าวติดมุมปากบ้างก็ไม่ได้ใส่ใจ เอร็ดอร่อยต่อ กำลังคิดว่าจะสั่งติ่มซำมาเพิ่มเองดีมั้ยน้า เหนกเหลือบมองเม็ดข้าวติดปากแล้วขัดใจเม้มปาก นี่ตูเพี้ยนขนาดอิจฉาเม็ดข้าวมือสั่นแล้วเหรอเนี่ย

 

"ปั่น โทษทีนะ" ยื่นตะเกียบไปคีบเม็ดข้าวจากมุมปากอีกคนเข้าปากตัวเอง

 

"หา หืม?"

 

กำปั่นลูบปากตัวเองมองเหนกงง ๆ แต่เห็นที่อีกคนทำอย่างนั้นแล้วก็ชะงัก ฮ..เฮ้ย นั่นข้าวจากปากผมนะพี่... ก็ได้แค่โวยในใจเพราะปากยังโดนมือปิดอยู่ ถึงจะเคยโดนวัฒนธรรมลูกอมหนึ่งเม็ดอมรอบแถว หรือแดกน้ำประหลาดร่วมสาบานกันกับคนอื่น ๆ มาก่อนก็เถอะ แต่นี่มันไม่เหมือนกันนา

 

อ่า.. ช่างมันแล้วกัน

 

มุ่นคิ้วส่ายหน้ากับตัวเองนิดหน่อยแล้วก้มหน้าก้มตากินต่อตามปกติ คีบสาหร่ายทรงเครื่องยืดตัวไปไว้ในถ้วยของเหนก มุบมิบปากบอกเสียงเบาว่าตอบแทน

 

 กลายเป็นเหนกไม่ได้คิดอะไรเสียเอง เลิกคิ้วมองสาหร่ายทรงเครื่องในถ้วย "ปั่นไม่กินเหรอ เอ้า" เหมือนจะไม่ได้ยินที่ปั่นมุมมิบพูด คีบลูกชิ้นอุ่น ๆ จ่อปากกำปั่นยิ้ม ๆ "อ้าม.."

 

 "ผมให้พี่ไง..." เงยขึ้นมาชะงักกับลูกชิ้น ตาโตมองปริบ ๆ แล้วสีหน้าก็ดูกังวลว่ามันจะดีเหรอออ ตามองซ้ายขวากลัวคนมาเห็นด้วย แต่โลเคชั่นดีเกิน ดูเป็นมุมอับจนคนไม่ชายตามาสังเกตกันเลย

 

"งับเร็วดิ้ ถือนานมันเมื่อยเว้ย.." หัวเราะ เริ่มเขินเบา ๆ แล้วสิ "น่านะปั่น..ขอพี่สักครั้งก็ยังดี" สีหน้าขอร้องยิ้มบาง ๆ ให้ หวังว่าปั่นจะให้โอกาสเขาบ้าง

 

"อ่า..." สีหน้ากำปั่นดูลำบากใจจริง ๆ แต่สุดท้ายก็ยอมงับเข้าปากเคี้ยว ๆ ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะตื่นเต้น กังวล กับแค่โดนป้อนไปทำไม ตาหลุบมองข้าวที่หายไปค่อนถ้วยในมือตัวเอง ใช้หลังนิ้วถูปลายจมูกกลบเกลื่อนความรู้สึกไปเองอัตโนมัติ

 

เหนกยิ้มแบบมีความสุขสุด ๆ เอาตะเกียบที่ป้อนปั่นเมื่อกี้มาเข้าปากตัวเองแล้วกินต่อ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ และคงไม่รู้ตัวว่าหูแดงอยู่

 

"กินเป็ดมั้ย อร่อยนะ สั่งเยอะเกินมีหวังกินไม่หมดแน่ ดันซื้อมาเยอะ ใส่กล่องกลับหอก็ดีแฮะ" เปลี่ยนเรื่องดื้อ ๆ ไปด้วย

 

หนุ่มรุ่นน้องพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วช่วยเหนกกินเป็ด เหลือบมองเหนกโดยพยายามไม่ให้โดนสบตา ถึงจะอยู่ในมุมนี้กำปั่นก็พอสังเกตได้ว่าเหมือนใบหูคนฝั่งตรงข้ามจะขึ้นสีขึ้นมาต่างจากปกติ แล้วพาลไปนึกถึงกลิ่นแถวซอกคอของหนุ่มรุ่นพี่ในตอนที่กอดกันอีก ทำไม... ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนก็ไม่รู้ ฮืมม หยิบแก้วน้ำชาเย็น ๆ มาดื่มอึ้ก ๆ คลายคอแห้ง

 

 "นี่ ๆ ปั่น ทำแบบนี้อร่อยนะ" คีบหมี่หยกปนกระเทียมเจียวใส่จาน แล้วเอาเป็ดวาง ตักน้ำเป็ดราด แล้วกินให้กำปั่นดูเป็นตัวอย่าง "เสร็จแล้วซดน้ำซุปตาม อร่อยตัวสั่นเลยนะเว้ยยย" แล้วก็ตัวสั่นให้ดู ไม่รู้ว่าตัวสั่นเพราะอร่อยหรือเพราะเขินกันแน่..

 

กำปั่นมองแล้วขำพรืด "อร่อยองค์ลงเลยเหรอพี่!" หัวเราะสดใส รู้สึกดีขึ้นที่หัวเราะแล้วมันไล่ความอึดอัดเมื่อครู่ออกไปได้บ้าง ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหน้าขึ้นสีอยู่จาง ๆ แต่ม่านควันหม่อสุกี้คงพอจะทำให้เหนกไม่สังเกตเห็นได้อยู่ดีล่ะมั้ง

 

ถึงควันมันจะคลุ้งแค่ไหน แต่ในสายตาเหนกมองกำปั่นชัดเสมอ

 

บรรยากาศตอนนี้ทำเอาหม้อสุกี้แทบจะเป็นเย็นตาโฟแล้ว

 

"เออ องค์ลงเลยนะเว้ย" ทำทีเป็นคีบหมูสไลด์ผ่านน้ำเดือด 2 วินาทีตามสูตรเอาเข้าปาก "เฮ้ยร้อน!!" สะดุ้งแทบไม่ติดเก้าอี้ ไม่น่ามัวแต่อินเลิฟลืมเป่าเลยกู

 

"อ้าว!" กำปั่นสะดุ้งตกใจตาม กุลีกุจอลุกยื่นแก้วน้ำตัวเองให้เหนกดื่ม

 

มัวแต่สะดุดกับของร้อนในปากคว้าแก้วที่ปั่นยื่นให้มา หยิบหลอดดูดเข้าปาก แล้วก็มาคิดได้ นี่มันจูบทางอ้อมนี่หว่า..

 

 

..ว่าไปก็จูบทางอ้อมไปสองสามรอบแล้วนี่หว่า..

 

กระแอม "ขอบใจนะปั่น.." ยื่นแก้วน้ำคืนให้ ใจนึงก็ลุ้นว่าปั่นจะเปลี่ยนหลอดมั้ย

 

"ไม่เป็นไรพี่ กินระวังหน่อยสิ เดี๋ยวปากพองพอดีนะเฮ้ย" ส่ายหน้าขำ ๆ แล้วทรุดนั่งลง วางแก้วลงที่เดิมไม่ได้มีท่าทีจะเปลี่ยนหลอด มีพนักงานมาเติมน้ำให้พอดี เสร็จแล้วกำปั่นก็หยิบดื่มแบบไม่ได้คิดอะไร

 

เหนกจ้องไม่วางตาแต่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ใจเต้นตึกตักขึ้นมาเลยตอนหลอดค่อย ๆ เข้าไปในปากปั่น นี่มัน...จูบทางอ้อมของจริงเลยนี่หว่า... หนุ่มรุ่นพี่ถึงกับกลืนน้ำลายอึกหันหน้าไปทางอื่น คีบปลาสวรรค์เป่าแก้เก้อ

 

"อิ่ม..รึยังปั่น" ก็กินกันมานานพอดูแล้ว อาหารก็เริ่มพร่องไปเยอะละ

 

"ใกล้ละพี่" สะอึกนิดหน่อย เริ่มจุก แต่ยังเหลืออีกอย่างละเล็กละน้อยเลยเก็บกินให้หมดไม่งั้นเสียดายแย่ ของฟรีทั้งที พอหมดแล้วก็วางตะเกียบดื่มน้ำสบายพุง นั่งเอนพิงชิล ๆ "พี่เหนกต่อก๊อกสองมั้ยครับนั่น" ถามแซวไปงั้นแหละ

 

ส่ายหน้ารัว "ไม่ไหวล่ะ แค่นี้พอแล้ว" คีบพวกของที่เหลือกินด้วย "จุกแล้วปั่น.." แต่จุกความรักมากกว่าอาหารนะ "กลับยัง? มีงานต่อรึเปล่า"

 

"เดี๋ยวเย็น ๆ ไปซ้อมสันอ่ะพี่ เว้นมาหลายวันละมัวแต่อ่านหนังสือ ระหว่างนี้ก็ว่างตลอดครับ เดินย่อยหน่อยดีม้า?" ยิ้มกว้างให้ เอาไม้จิ้มฟันมาแคะฟันด้วย

 

"เอาสิ ไอ้เต้มันเรียกรวมสันเหรอ?" หยิบน้ำชามาดูดอึก ๆ "ปั่นอยากไปไหนมั้ย?" พลางจ้องตาปั่นไม่กระพริบ

 

"อื้อ" พยักหน้าหงึก แคะเสร็จก็เอากระดาษทิชชู่ห่อไม้จิ้มฟันแล้ววางไว้บนจานรองถ้วย "อยากเดินดูของกินอ่ะ อยากกินโดนัทง่ะ แล้วพี่เหนกอยากทำไรเปล่า?"

 

หัวเราะ "อะไร อยากกินอีกเหรอ ยังไม่อิ่มเหรอ" หันไปเรียกเก็บเงิน "งั้น..เลี้ยงโดนัทพี่หน่อยดิ" ใช้ซะเลยยังไงปั่นก็คุ้ม เหมือนใช้มุกนี้หลายทีแล้ว

 

"ก๊าก ได้ดิพี่" ปั่นก็รู้สึกแบบนั้นอยู่แค่ไม่ทัก "พี่ชอบรสอะไรอ่ะ"

 

"โดนัทของอะไรล่ะ? มิสเตอร์ ดังกิ้น หรืออะไร?" เก็บตังค์เสร็จพอดี

 

"ดังกิ้น ๆ มิสเตอร์เพิ่งมาเปิดใหม่ที่นี่ ไม่มีโดนัทเบสิกอ่ะ เสียใจ มีแต่พอนเดอริงและไอ้นู่นไอ้นี่" กำปั่นเพิ่งมานึกได้ว่าน่าจะผ่อนชุดตัวเองลงบ้างหลังจากที่นั่งกินตะกี๊แค่เอาเนคไทพาดบ่า ตอนนี้ปลดกระดุมแขนเสื้อมาพับแขนด้วยแล้ว

 

"หืม ปั่นชอบแบบเบสิกเหรอ" เมมไว้ในหัว กำลังจะถามต่อหันไปเห็นปั่นคลายชุดพอดีก็ชะงักไป กระแอม "พี่ชอบแบบอลังการ ๆ น่ะ ตอนนี้เขามีโปรไอ้มัชกิ้นสี ๆ น่ะ พี่อยากกิน ซื้อให้หน่อยดิ"

 

"โอ้ ได้เล้ย งั้นป่ะ" เดินนำไปก่อนชิล ๆ เดินมองข้างทางบ้าง คนรอบ ๆ บ้าง ผ่านร้านขายแผ่นหนังมีเปิดทีวีดูหนังสด ๆ กันปกติจะเป็นหนังแอคชั่นเอฟเฟ็กต์ตูมตาม กำปั่นชะงักเท้าดูนิดนึง "พี่เหนกดูฟาสต์หกยังอ่ะ" นึกขึ้นได้ว่าฉายช่วงนี้พอดี

 

"หือ ยังเลย" เหลือบมองตามบ้าง "น่าสนุกดีเหมือนกัน แต่พี่ไม่ได้ดูทุกภาคหรอกนะ ปั่นชอบเหรอ" หันมองปั่น อย่าบอกนะจะชวนกูดูหนังอ่ะ เฮ้ย..ไม่หรอกมั้ง..

 

ถ้าใช่กุเปลือยบนวิ่งรอบคณะเลยดีกว่า

 

 "ผมตามเกือบทุกภาคนะ ก็ดูเอามันส์ว่ะพี่ ล่าสุดเมื่อตอนฟาสต์ไฟว์ผมยังมันส์ตามหนังเลยทั้งที่จำภาคก่อน ๆ ไม่ได้" หัวเราะมองโล้นของพระเอกเรื่อง ยืนนึกอะไรอยู่แป๊บ หันมองเหนก

 

"ดูด้วยกันมั้ยพี่?" ชวนนี่ก็ไม่ได้คิดอะไร

 

 คนเพิ่งพูดในใจหันไปหาปั่นช้า ๆ เลิกคิ้วตาโตใส่ "ปั่นพูดจริงดิ..."

 

"เอ้า ก็จริงดิ ผมจะอำพี่ทำไมวะ?" หัวเราะ

 

เหนกกำลังคิดว่าชิบหายแล้ว ไอ้ดีใจน่ะของตาย แต่

 

..กุต้องเปลือยบนวิ่งรอบคณะจริงดิ... เหี้ย!!!

 

"เอ่อ..วันไหนดีล่ะปั่น.." ยิ้มแห้งใส่รุ่นน้อง ในใจกำลังคิดว่ากูจะวิ่งวันไหนดีวะที่มันปลอดคนหน่อย ให้ตายสิตอนกลางคืนเขาจะให้วิ่งมั้ยวะ..

 

"วันนี้เลยม้า ไงก็ว่างนี่ ขึ้นไปดูรอบแป๊บนึงถ้าไม่เย็นมากก็สะดวกเนาะ" ปั่นยิ้มเลิกคิ้วใส่เหนกถามความเห็นชอบ

 

"ก็ไหนว่ามีซ้อมสันไม่ใช่เหรอ ได้เหรอ?" มองเวลาก็เพิ่งเที่ยงครึ่งจะบ่ายโมง "ถ้าปั่นว่าทันก็ได้นะ" ในใจแอบคิดว่าจะไปวิ่งวันไหนตอนไหนดีวะรีบ ๆ วิ่งให้มันเสร็จ ๆ ไปซะที ไม่น่าเลยกู

 

"ถ้ารอบไม่เกินบ่ายสามโมงก็ทันแหละพี่ งั้นโดนัทค่อยลงมาซื้อเนอะ" หนังมันก็ไม่ได้ยาวอะไรมากมาย เต้นัดตอนเย็น ๆ นู่นแน่ะ สบายมาก แล้วรุ่นน้องก็ลากรุ่นพี่ให้ตามขึ้นชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นโรงหนังและฟู้ดเซ็นเตอร์ไปด้วยกัน ไม่ได้รับรู้เรื่องบนบานอะไรของเหนกเลย นอกจากว่าวันนี้จะได้ชิลเต็มที่ให้รางวัลความพยายามของตัวเอง

 

"โอเค" ปรากฏพอดูเวลารอบฉายมันบ่ายโมงสิบห้าเอง หันไปหาปั่น "ดูได้แล้วล่ะ ป่ะ ดูกัน" ฉุดปั่นไปต่อแถวซื้อตั๋วหนังด้วยกัน ดัน ๆ หลังไปเนียนจับบ่าปั่นไปด้วย ไออุ่นที่ผ่านมายังมือทำให้หน้าร้อนขึ้นมาแปลก ๆ ดีที่แถวนั้นไฟมันไม่สว่างนัก

 

เขากลายเป็นเกย์เพราะกำปั่นนี่แหละ ปฏิเสธไม่ได้เลย

 

น้ำหนักมือของเหนกไม่ได้ทำให้กำปั่นลำบากใจขึ้นมาในตอนนี้เพราะมัวแต่จดจ่อกับการเลือกแถวนั่ง ด้วยที่ว่าวันนี้เป็นวันพุธพอดี ราคาตั๋วเลยถูกลงครึ่งนึง กำปั่นจึงซื้อมาได้ในราคาประหยัดกระเป๋าให้ตัวเองกับเหนก สรุปในที่สุดก็เลือกที่นั่งค่อนมาหลัง ๆ สักแถว C ไม่เอาดีเหลือเอฟเดี๋ยวจะเป็นลางไม่ดี.. ก็เป็นเคล็ดที่ถือเอาเฉพาะช่วงสอบเท่านั้นแหละ

 

"เอาป็อปคอร์นมั้ยพี่? แต่ผมว่าของที่นี่ไม่อร่อยอ่ะ" ซุบซิบ "ที่เซนทรัลอร่อยกว่าเย้อ แต่ขี้เกียจนั่งรถสองแถวไป" โคลงหัว

 

 "ปกติพี่ไม่ค่อยกินป๊อปคอร์นหรอก พี่ชอบกินแอลฟี่ในโรงหนังมากกว่า" แอลฟี่คือช็อกโกแลตหลอกเด็กที่เคยเป็นกล่องไว้เป่าเล่นได้ และตอนนี้เป็นซองแล้วหลังน้ำท่วมกทม. "แล้วแต่ปั่นเถอะ พี่ขอผ่าน" ว่าไปก็ตื่นเต้นแฮะ นี่มันเป็นการได้ดูหนังด้วยกัน... สองต่อสอง.. ครั้งแรกเลยนะ!

 

"โอ้ แอลฟี่เหรอ ไม่ได้กินนานแล้วนะนั่น" ทำหน้าอเมซิ่ง "งั้นซื้อแค่น้ำเปล่าสักขวดละกัน" เดินไปซื้อเลย

 

"เป็นไปได้ก็ไม่อยากซื้อหน้าโรงหรอก มันแพงขึ้นเท่านึง..แต่วันนี้หยวน ๆ ก็ได้" เดินตามกำปั่นไปซื้อขนม

 

"น่า.. นานที ๆ เนาะ" ซื้อของเสร็จก็หันมามองเหนกยิ้ม ๆ "แล้วนอกจากวันนี้แล้วผมคงไม่มีปัญญาชวนพี่มาดูหนังแบบนี้หรอก แพงขึ้นนิดนึงก็ช่างมันเต๊อะ แหม่" ยักไหล่กวน ๆ แล้วหมุนตัวไปนั่งรอเวลาเข้าโรงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

เหนกปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โคตรรรรรของโคตรมีความสุขอ่ะตอนนี้ โอ้ยไม่อยากคิดว่าถ้าได้ปั่นเป็นแฟนแล้วไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ทุกวัน ๆ มันจะมีความสุขกว่านี้สักแค่ไหน คิดแล้วก็เพ้อเจ้อไปเรื่อยจนได้นั่งกับที่นั่งเรียบร้อย ทั้งข้างเขาและข้างปั่นไม่มีคนนั่งด้วย ทางสะดวกสุดๆ..

 

ใจเหนกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ปิดมือถือ เหลือบมองหน้าด้านข้างของกำปั่นยิ้ม ๆ อาศัยความสลัวในโรงหนังแอบยิ้มอยู่คนเดียว

 

ปกติกำปั่นไม่ค่อยดูหนังในโรงหรอก ถ้ามาก็มาคนเดียวเพราะนึกครึ้ม ไม่ก็ชวนเพื่อนสักคนไปดูด้วยกัน ถ้าไปเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มันจะไม่พ้นอีหรอบนั่งเม้าธ์วิจารณ์หนังกระจายหัวเราะเฮฮาปาจิงโกะแน่ ๆ

 

สายตาหนุ่มรุ่นน้องจดจ่ออยู่กับภาพฉายที่บอกเชิญชวนให้ปิดมือถือตอนดูหนัง ศอกเท้ากับที่วางแขนทั้งสองข้างหมิ่น ๆ เพราะเผื่อให้คนข้าง ๆ ซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในการพาดเท่ากันกับตน ท่าทีดูสบาย ๆ

 

เหลือบมองแขนกำปั่นวางบนที่เท้าแขนด้านตัวเอง กลืนน้ำลายอึก แล้วทำเนียน ๆ เอาศอกวางบ้างจนแขนสัมผัสกัน พลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จ้องหน้าจอมีโฆษณาดรีมเวิร์ค เสพความฟินจากแขนกำปั่นเบา ๆ

 

"เออปั่น ปั่นใส่แว่นเพราะสายตาสั้นเหรอ?" ชวนคุย

 

"หืม เปล่าหรอกพี่ ผมมันอารมณ์ใส่แว่นแฟชั่นอ่ะ" หันมาใช้นิ้วดันแว่นเท่ ๆ ให้ดูด้วยอ่ะ

 

เหนกอมยิ้มกับท่าทีอีกฝ่าย "ทำไมชอบใส่แว่นล่ะ"

 

"จริง ๆ แล้ว.. ผมเป็นคนขี้อายน่ะ" จริง ๆ นะ

 

"หา?" อึ้ง "ทำไมล่ะ พี่เห็นปั่นออกจะเฮฮากับคนอื่นอยู่นี่"

 

"ก็น้า" เกาหัวแกรก ๆ หัวเราะเบา ๆ "มันเป็นไอเท็มเรียกความมั่นใจของผมน่ะ เหมือนคนเชื่อเรื่องดวงอะไรทำนองนั้นแหละ"

 

เหนกพยักหน้าอืม ๆ อย่างนี้นี่เอง "แล้ว..ถ้าเอาแว่นออกปั่นจะเป็นไงเหรอ?" หันหน้าไปหาใกล้ ๆ ค่อย ๆ ดึงแว่นออกจากหน้ากำปั่นในระยะอันตราย

 

"ห่ะ เดี๋ยวดิพี่เหนก..." เอ็ดเบา ๆ มือแตะมือเหนกไม่ให้ถอด

 

กลายเป็นฝ่ายหน้าชาวาบเสียเองกับมือที่ถูกจับไว้ มองปริบ ๆ "โทษที.." แต่จับมือปั่นไว้ และระยะก็ยังอันตรายอยู่แค่มีแว่นบัง เม้มปากนิดหน่อย

 

อยากจูบจังแฮะ.. โอ้ยคิดบ้าไรอยู่วะ...

 

ก็บรรยากาศมันเป็นใจจะให้ทำไงได้ล่ะ

 

กำปั่นมองอีกคนปริบ ๆ มุ่นคิ้ว แล้วเพิ่งจะมาสำเหนียกถึงระยะที่ห่างกันเพียงลมหายใจอุ่นกั้นไว้ ถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอทำหน้าเหรอหราหันไปอีกทาง มือที่ถูกจับเอาไว้ชื้นเหงื่อ ทั้งที่อากาศเย็นแอร์จัดแท้ ๆ ค..โคตรใกล้

 

เหนกมองปริบ ๆ อยู่สักพักก็รู้สึกมันอันตรายเกินไปแล้วทั้งบรรยากาศทั้งระยะ ใจมันเต้นจะออกมานอกอกอยู่แล้ว ตื่นเต้นจนกูจะลุกมาเต้นแน่นอกได้แล้วนะเนี่ย

 

"....กำปั่น.."

 

"ครับ...?" ตอบรับเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงลอดไรฟันออกมาเท่านั้น เหลือบตามองนิดหน่อย บรรยากาศแบบนี้มันอะไรกันวะเนี่ย...

 

"คือ..." ระยะอันตรายมันใกล้เข้ากว่าเดิมอีกนิด จนลมหายใจแทบจะรดกัน

 

"หนังเริ่มแล้ว ดูหนังกันเถอะ..."

 

"อ..อื้อ" พยักหน้าหงึก ๆ เกร็ง ๆ "พี่ปล่อยมือผมก่อนดิ.." ขมวดคิ้วหันหน้าไปอีกทาง ในใจมันตุ้ม ๆ ต่อม ๆ พิกล

 

แล้วมือสองคนก็ปล่อยออกจากกัน เหนกถอนหายใจเหมือนจะหมดแรง ตะกี้นี้ถ้าเขาไม่ห้ามใจตัวเองไว้ล่ะก็ ป่านนี้คงได้เสียกันแล้ว แล้วเขาก็คงโดนกำปั่นเกลียดขี้หน้าแหง และเหมือนอย่างหลังมันจะมีอิทธิพลมากกว่า

 

มือชุ่มเหงื่อของตัวเองปาดลูบหน้าเบนความสนใจจากกำปั่นมาจ้องเขม็งที่ภาพยนตร์ แต่มันก็ยังอดระทึกไม่ได้

 

อีกแค่.. 2 เซ็นต์เอง...

 

โอ้ย แค่คิดก็...

 

แล้วเขาจะตั้งสมาธิกับฟาสต์หกได้มั้ยเนี่ย

 

อย่าว่าแต่เหนกเลย ขนาดกำปั่นที่พยายามเบลอไอ้นู่นไอ้นี่มาตลอดยังกลุ้ม ถอนหายใจหนักกับสภาวะเสี่ยงเมื่อครู่ ทีนี้ถึงกับเก็บไม้เก็บมือเนียนเอียงตัวไปพิงอีกด้านเลย เอาจริง ๆ ถึงตอนนี้สายตาจะจ้องตรึงที่จอภาพขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้มีสมาธิกับมันนักเลย แม้กระทั่งซาวนด์เอฟเฟกต์อลังการอะไรก็ไม่ทำให้กระเตื้องขึ้นมา ในเมื่อหัวใจเขามันยังเต้นตุบถี่ไม่หยุดแบบนี้

 

มันแบบนี้หลายครั้งแล้ว... จนเขาชักจะกลัวใจตัวเอง ว่าจะไม่ยอมรับมันอีกได้นานแค่ไหน ที่จะไม่ตื่นเต้นกับอะไรหลายอย่างที่ฉุกใจคิดให้เขินตาม เพราะคนข้างตัวเขานี่เอง

 

..................

............

........

....

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ หนังผ่านไคลแม็กซ์ไปหรือยังก็ไม่รู้ เหนกรู้อย่างเดียวกูดูหนังไม่รู้เรื่องว้อย... ถึงกับต้องกุมขมับเครียด สรุปกูมาทำอะไรที่นี่กันแน่วะ

 

"จบแล้วว่ะพี่.." สุดท้ายกำปั่นก็รำพึงออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศแปลก ๆ ที่ทิ้งยาวมาตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนนี้ หนังที่อยากดูกลับไม่เข้าหัวเลยสักกะนิดเดียว บ้าชะมัด

 

"เออ..จบแล้ว" จบแล้วมันยังไงวะ? พระเอกมันคนไหน มันทำอะไร เรื่องเป็นไง รู้แต่มันขับรถแข่งกัน... โอ้ย กูกลุ้ม

 

"ก็..สนุกดีนะ" เหนกหันมายิ้มแห้งให้กำปั่น "ปั่นว่าไง ไอ้ตอนขับรถมันก็สนุกดี ตื่นเต้นดี" คือกูรู้เรื่องแค่ตอนนี้ตอนเดียว

 

"เออ.. ก็หนุกดีพี่ คุ้มตังค์ ๆ " แต่เอาจริง ๆ ตูไม่รู้เรื่องเลยเฟ้ย พอคนทยอยออกกันกำปั่นจึงลุกขึ้นบ้าง

 

"เหรอ แน่ใจนะ ปั่นดูมึน ๆ นะ เป็นไรป่าว?" ชักเป็นห่วง แต่ก็อยากเป็นห่วงตัวเองเหมือนกันนะ มึนไม่ต่างกันเลยวุ้ย

 

กำปั่นเลิกคิ้วส่ายหน้าดิก ๆ "ไม่พี่ ปกติมาก ๆ ปกติสุด ๆ เลยล่ะ" แก้ตัวแบบนี้มันแลดูน่าสงสัยกว่าเดิม แต่ก็ไม่อยู่ให้ถามต่อ สาวเท้าฉับ ๆ นำออกจากโรงไปก่อนแล้ว

 

"อ้าว ปั่น เดี๋ยวดิ" ก้าวเท้าตามไปเร็ว ๆ "เป็นอะไรไปวะ เมาหนังเหรอ?" ว่าไปแอลฟี่กูก็ลืมกินวุ้ย

 

"เปล่าพี่ ผมไม่เป็นไรจริง ๆ เว้ย" ยกมือพลางส่ายหน้า เดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำไปถอดแว่นล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้น เหนกมองแล้วคิด..

 

โกรธแล้วเหรอวะ...

 

"จริงเหรอวะ ดูไม่ค่อยดีเลย" เข้าห้องน้ำตามมาอย่างเป็นห่วง "ไม่สบายรึเปล่าวะ" สีหน้าเหนกเป็นห่วงอีกคนจริง ๆ อย่างเห็นได้ชัด

 

กำปั่นเงยขึ้นลูบน้ำออกหน้าเสยผมที่ไม่มีเฮดแบนสวมทับไว้เหมือนทุกวัน มืออีกข้างค้ำกับเคาน์เตอร์หินอ่อนของอ่าง หันมองเหนกนิ่ง ๆ ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

 

"เปล่า.." ส่ายหน้ายิ้มแกน ๆ "ไม่ต้องห่วงผมหรอกพี่" เอาแว่นเสียบไว้ตรงคอเสื้อ คนเข้ามาใช้ห้องน้ำพอสมควรเลยรีบออกจะดีกว่า

 

แอบดีใจได้เห็นกำปั่นเปลือย(ส่วนหัว) ถึงจะแค่แวบเดียวก็เถอะ แต่พอเขาเดินออกก็เดินออกตามไป เหมือนตามตื๊อแปลก ๆ แฮะ 

 

"โกรธเหรอวะ.." เสียอ่อย ๆ

 

"หา..? โกรธเรื่อง?" คนเดินนำชะงักเท้าหันกลับมามองมึน ๆ ไอ้ที่เขาเป็นอยู่นี่มันดูเหมือนกำลังโกรธเหรอ

 

"ก็ นึกว่าโกรธที่..." เออแล้วมันจะโกรธเราเรื่องอะไรวะ "ที่เกือบจะ..จ...เปล่า" หันหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าพูดว่ะ เขินเว้ย "ไม่โกรธก็ไม่เป็นไร ดีแล้ว"

 

กำปั่นยังมองเหมือนคาดคั้นอยู่ "พี่หมายถึงที่พี่ทำท่าเหมือนจะจูบผม?" หลุดปากออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดด้วยซ้ำ

 

"เปล่า..ใครจะกล้าวะ" หันหน้าไปทางอื่น หน้าแดงก่ำหูแดงก่ำอีกแล้วไม่กล้าสบตาด้วย "ช่างมันเหอะน่า.."

 

เห็นท่าทางของเหนกเป็นแบบนั้นก็เพิ่งมารู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป "อ่ะ.. เอ้อ..." เสตาไปทางอื่นยกมือขึ้นมาลูบผม วงหน้าแดงจัดขึ้นมาเพราะลองจินตนาการตามที่พูดออกไป.. มันคงเกินจะรับไหวถ้ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ  แววตาหลุกหลิกลุกลนอ้าปากค้างเหมือนจะพูดอะไรแต่อ้ำอึ้งอยู่ สุดท้ายก็เค้นเสียงออกมาได้

 

"ผมขอโทษครับ..." ที่พูดจากดดันออกไปโดยไม่รู้ตัว "กลับกันเถอะพี่" ว่าเร็วปรื๋อแล้วหมุนตัวเดินไปเลย

 

"เฮ้ย...ปั่น เดี๋ยว!" ก้าวยาว ๆ ตาม ใจเสียไปแล้วว่ากำปั่นต้องโกรธตัวเองแน่ บ้าเอ๊ยไม่น่าทำอะไรงี่เง่าไปเลย...

 

สุดท้ายก็ประชิดตัวกำปั่นที่ลานจอดรถ "อย่าทำงี้ดิ เป็นไรไปเล่า พี่ขอโทษนะเว้ย.. อย่าหนีดิ้" มือคว้าแขนกำปั่นไว้

 

กำปั่นเผลอปัดแขนออกไม่ให้เหนกจับ ตัวเองก็ตกใจอยู่ ทั้งที่ปกติไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยยิ่งคนที่ตัวเองเคารพด้วยแล้ว แต่ก็ยอมชะงักยืนไม่เดินผละออกไป

 

"ผมไม่ได้หนีเว้ย..."

 

เหนกช็อกออกทางสีหน้าที่อีกฝ่ายปัดออก แต่พยายามตั้งสติพูดต่อ "ไม่หนีแล้วนี่เรียกไรวะ..เป็นห่วงนะเว้ย" รักษาระยะห่างกับกำปั่นอย่างเห็นได้ชัด

 

"ผ..ผมแค่จะกลับเฉย ๆ ... พี่ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก" ก้มหน้าก้มตาพูด ไม่กล้าสบตา

 

เม้มปากแน่น "จริงเหรอวะ" แต่ท่าทีกำปั่นไม่สามารถทำให้เขาซักถามอะไรได้ต่อ "กลับดี ๆ นะเว้ย..แล้ว.."

 

กำปั่นพยักหน้าเร็ว ๆ แต่ที่เหนกพูดค้างเอาไว้ทำให้เงยขึ้นมามองนิดหน่อย ถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นแววตาที่ดูสับสน หัวคิ้วมุ่นแต่ดูกังวลมากกว่าจะเป็นความโกรธตามที่เหนกเข้าใจ และผิวหน้าที่ยังไม่ลดดีกรีระอุลง

 

"แล้วอย่าลืมมาเลี้ยงโดนัทพี่นะเว้ย.."

 

ตึ่งโป๊ะ ถ้าไม่ตลกมันจะอยู่ไม่ได้ ...

 

"อย่าสติแตกจนตีกลองผิดจังหวะล่ะ" พูดขำ ๆ ใส่พยายามเปลี่ยนบรรยากาศ ฝืนยิ้มแห้งใส่ "แล้วเจอกันเว้ย" พูดทิ้งท้ายแบบไม่มีทางตัดใจแน่นอน

 

คนฟังฟังแล้วมองอึ้ง ๆ นิดหน่อยแล้วขำออกมาเบา ๆ พี่เหนกแม่มทำให้ความตึงเครียดที่เขามีลดลงได้อีกแล้ว.. หรือเขากำลังเพี้ยนไปเองวะ.. กำปั่นพยักหน้ารับ

 

"ครับ.. พี่เหนกก็กลับดี ๆ นา... ขอบคุณสำหรับวันนี้ด้วยนะครับ" ยกมือไหว้เหนกแล้วกำปั่นก็เผ่นไปก่อนโดยที่ไม่ยอมสบตาอีกคน แถมยังไม่ลองพยายามแตะเหนกอีกหนเหมือนเมื่อวันที่ไปหาดอีกด้วย

 

มองตามกำปั่นตาละห้อย ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มทั้ง ๆ ที่เพิ่งแฮปปี้แท้ ๆ บุ่ยปากกับตัวเองแล้วทรุดนั่งกับหมอนรองล้อรถลูบเสยผมเครียด ๆ ถึงจะเหี่ยวแต่เขาต้องวิ่งแก้บน..ตามตัวอักษร

 

วิ่งวันไหนดีวะ...

 

To be continued

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

732 ความคิดเห็น

  1. #639 ♦{หลาม}♦ (@te-yo-02) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 02:26
    ยังดีที่แค่เปลือยบน
    #639
    0
  2. #592 นาคน้อยล่องลม (@drakula) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 17:14
    เปลือยบนเชียวนะ วิ่งสักเที่ยงๆ มะ 55+
    #592
    0
  3. #572 TaNgWa ^^ (@hongfa99) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 03:02
    อูยยยย หน่วงง่ะ กำปั่นหวั่นไหวบ้างหรือยาง
    #572
    0
  4. #465 Lucia Eve (@sodiz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 10:07
    พี่เหนกวิ่งวันไหนบอกด้วยนะ จะไปถ่ายรูปเก็บไว้ให้ปั่นดู =w= เหอๆ
    #465
    0
  5. #443 StraWBerry_ImIn (@strawberryimin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 06:22
    ประทับใจอาาา!!!
    ไม่ขำมันอยู่ไม่ได้สินะเรื่อ่งนี้!!!!
    วิ่งวันไหนดีฟะ..
    ก๊ากกกกกกก

    ติดตาามมม! //เม้นท์เป็นช่วง
    #443
    0
  6. #422 RINKUWAc .™ (@hasuki) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 22:31

    อยากเห็นช็อตเด็กคนดัง 5555555555



    เฮ้อเห็นใจพี่เหนก แต่ก็เคยรู้สึกแบบนี้ตอนชอบใครสักคนเหมือนกัน



    ทำไมปั่นถึงกลัวใจตัวเองนะ.. ถ้าหวั่นไหวก็อย่าห้ามใจตัวเองเลย <3

    #422
    0
  7. #246 แกงส้ม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 11:10
    เฮ้อ พยายามเข้านะ เหนก
    #246
    0
  8. #212 mojini (@pakwun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 23:09
    พี่เหนก... ต้องวิ่งสินะ สินะ สินะ...
    #212
    0
  9. #164 THE[K]]¥☂★ (@80181880) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 19:37
    ไป..พี่เหนกไปวิ่งแก้ผ้านาว/หน้าร้อนหมดแล้ว
    #164
    0
  10. #131 RUDY (@rudywildarms) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 18:49
    โอ๊ยยยยยย พี่เหนกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



    T^T พี่เหนกแม่มน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก
    #131
    0
  11. #101 Na ' Heart Hous @ : ' ) (@thingre) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 22:02
    อยากไปดูหุ่นพี่เหนกกก
    #101
    0