เสือซ่อนรัก [yaio]

ตอนที่ 1 : หวังดีประสงค์ร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ต.ค. 63

คุณเชื่อเรื่องพรมลิขิตไหม ส่วนตัวผมเชื่อนะ ค่อนข้างจะเต็มร้อยกับเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เชื่อว่าสาเหตุที่พ่อแม่รักกันก็มาจากพรมลิขิต ลุงที่อยู่เป็นโสดมานานสิบปีจู่ๆนึกอยากแต่งงานก็มีแม่บ้านเสนอตัวมาแต่ง อยู่กินด้วยกันมาถึงทุกวันนี้ก็ดูจะแฮปปี้ดีแทบไม่มีปัญหา แถมยังมีหมูอ้วนในวัยสี่ขวบเศษมาเด็กเตาะแตะอยู่ในบ้านอีกตั้งหนึ่งคน

ทุกอย่างดูเป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่สมเหตุสมผลเพียงเพราะมันคือพรมลิขิต

และใช่ ผมหวังว่าในสักวันพรมลิขิตแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นกับผม

.....แต่คงไม่ใช่ในสถานะการณ์แบบนี้

ผลั๊ก!!

ปั๊กกก เพล้ง!!

ผมมองเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าด้วยความงุนงงและสับสนว่าควรจะทำยังไง ผู้ชายนับสิบคนกำลังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ที่มุมซอกตึกของตัวอาคารล้าง ซึ่งนับว่าเป็นโชคร้ายของผมที่ดันเลิกช้ากว่าเวลาปกติ ทำให้ไม่ทันสายรถเมย์ที่ใช้นั่งกลับบ้านเป็นประจำเลยต้องเดินไปรอแท็กซี่อย่างขัดไม่ได้ 

แต่ในระหว่างทางที่เดินไปเสียงอึกทึกกึกก้องก็ตอกสมองของผมให้หยุดการเคลื่อนไหว 


มีคนตีกันอยู่จริงๆ 


 ผมไม่สามารถแยกได้ว่าพวกไหนเป็นพวกไหน เพราะเวลาของครึ่งคืนแบบนี้ไฟอ่อนนวลจากสองข้างทางอย่างเดียวก็ช่วยอะไรไม่ได้ อีกอย่างผมเพิ่งจะเลิกงานจากร้านเหล้าที่ทำเป็นพาร์ทไทม์ เลยไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มาจากที่ไหน แล้วตีกันด้วยเรื่องอะไร 

เพล้ง! 


เสียงแก้วที่ตกกระทบพื้นไม่ได้ทำให้ผมตกใจเท่าเศษของมันที่กระเด็นมาโดนแขนผม โชคดีที่วันนี้เกิดหนาวผิดแผกผมเลยสวมเสื้อที่มีแขนยาวและหนาสำหรับกันแอร์ในร้านก่อนออกมาทำงาน ทำให้เศษคมของแก้วเมื่อครู่ไม่ได้กรีดแขนผมจนได้รับบาดแผลแต่อย่างใด 

คนพวกนี้ จะตีกันก็ตีไปสิ จะขว้างของให้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พลอยเจ็บไปด้วยทำไม 


ผมล่ะไม่ชอบจริงๆไอ้การใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาเนี่ย ยิ่งเป็นประเภทการกระทำที่นำความเดือดร้อนไปให้คนอื่นผมยิ่งเกลียดขยาดเข้าไปใหญ่ ไม่มีสมองกันหรือไงน่าาคนพวกนี้ 

ผมลูบแขนตัวเองปอยๆพลางมองจ้องไปที่คนกลุ่มนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย จริงๆไม่ได้อยากสนใจอยู่แล้วถ้าคนพวกนี่จะตีกัน ก็ธรรมชาติของมวลมนุษย์ ผิดใจ โกรธแค้น เหยียดหยาม จุดจบของทางออกที่มักจะคิดกันได้สุดท้ายก็ไม่พ้นนองเลือด ผมเห็นออกจะบ่อยซะด้วยซ้ำเนื่องจากทำงานคลุกตัวอยู่กับแสงสีเสียงภายในผับมาหลายเดือน แรกๆที่เห็นเหตุการณ์ก็มีแอบสั่นและหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับคำปลอยใจที่ดีจากพี่ๆร่วมงานจนปัจจุบันผมชินชากับมันไปแล้ว


ครั้งนี้ก็เหมือนกัน... 


แค่เลิกสนใจแล้วทำหน้าที่ตัวเองต่อไปอย่างที่เคยทำ


แต่ดูเหมือนความเคยชินจะใช้ไม่ได้กับสถานการณ์นี้ซะแล้ว 

เพราะพอผมเตรียวตัวที่จะหันหลังเดินจากไป ท่อนไม้ทั้งหนาและใหญ่กว่าแขนของผมก็ลอยตรงเข้ามาฟาดหัวจนผมที่ไม่ทันตั้งตัวต้องเข่าทรุดไปกองกับพื้นด้วยความปวดร้าว

“โอ้ยย!!” 

ไม่รู้ว่าหลังจากนี้มันเกิดอะไร เพราะพอผมหลุดเสียงร้องโอดครวญลั่นตรอก ก็เหมือนจะมีเสียงเท้ามากมายวิ่งตรงเข้ามาที่ผม 

“เห้ย ! มันพาพวกมาเพิ่มเว้ย!”

หนึ่งในเสียงที่ผมจับใจความได้พูดมาประมาณนี้ ก่อนที่ร่างทั้งร่างของผมจะโดนกระชากให้ลุกยืน ความมึนเล่นงานจนผมเกือบจะหลับไปกลางอากาศ แต่ผมต้องตื่นเข้าไว้เพราะตอนนี้รอบกายผมมีผู้ชายสูงใหญ่ราวสามถึงสี่คนยืนล้อมวงอยู่ ในมือพวกเขาถือไม้ถือขวดพร้อมฟาดผมให้จนกองดิน ความรักตัวกลัวตายปลุกอะดรีนาลีนในตัวในให้ตื่นตูม ผมจะมาซวยแบบนี้ไม่ได้นะ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยมีใครตีผมสักแอะ เพราะงั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายผมโดยที่ผมไม่มีความผิดใดๆติดตัวแบบนี้


ผมหันมองซ้ายขวาเพื่อหาทางออก ทว่าดึกดื่นขนาดนี้แม้แต่รถสักคันก็แทบจะไม่มีให้เห็น เพราะงั้นก็เลิกหวังไปได้เลยว่าจะมีใครผ่านมาช่วยผมได้ ดั่งนั้นผมต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง

แต่จะเอาตัวรอดด้วยวิธีไหนล่ะ ผมที่มีเรี่ยวแรงไม่เต็มร้อยเนื่องจากก้านคอที่โดนไม้ฟาดไปเมื่อครู่ทำให้เจ็บปวดสะท้านไปทั่วทั้งร่าง ประคองตัวเองให้ทรงตัวได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว 

ผู้ชายใบหน้าโหดคนนึงที่ประจันหน้ากับผมอยู่ควักบางอย่างออกมาสะท้อนเล่นกับแสงของไฟ 


มันคือมีดขนาดพกพา 


เวร!.... นี่พวกเขาคิดว่าผมคือศัตรูไปแล้วงั้นหรอ แล้วถือมีดแบบนี้จะแทงกันเลยโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ได้ยังไง 


ผมลนลานดีดดิ้นเท่าที่แรงยังพอไหว มีดปลายแหลมคมจ่อจะจวกอยู่ตรงหน้าจะให้ตั้งจิตภาวนาหรือจอให้ใครช่วยคงจะไม่ได้ ยิ่งขนาดตัวที่เล็กสมอลไซส์สไตล์ผู้หญิงไทยของผมจะไปสู้หมัดกล้ามยักใหญ่ของพวกนักเลงนี่ได้คงต้องรอไปอีกสามชาติหน้าตอนบ่ายๆ

“ช่วยด้วยย!!!”

เมื่อไม่มีหนทางหนีได้ สิ่งที่ผมต้องทำคือแหกปากร้องออกไปให้สุดลำเสียง อย่างน้อยๆถึงผมที่โดนมีดแทงก็อาจจะยังพอมีชีวิตรอดหากคนที่อยู่ละแวกนี้ได้ยินเสียงของผม 

 มือหนาที่กำมีดแน่นชะงักไปเล็กน้อยเพราะตกใจที่ผมตะโกนขอความช่วยเหลือ และไม่ต้องรอให้ผมได้ร้องต่อเป็นครั้งที่สองร่างสูงง้างมือออกพร้อมแทงผมอย่างที่ตั้งใจไว้ อย่างไม่ลังเล

“อ๊ากก!!”


ผลั๊ก!! 

ผั๊ว!! 


ร่างผมล้มลงพื้นจากแรงที่ถูกใครสักคนเหวี่ยง ทำให้หัวเข่ากระแทกเข้ากับความแข็งของปูนซีเมนต์บนทางถนน 

“เอ้าซ์!! “

พอตั้งตัวได้สิ่งแรกที่ผมทำคือมองสำรวจหน้าท้อง ไร้ความเจ็บ ไร้บาดแผล แถมเสื้อผ้าก็ไม่ได้มีรอยฉีกขาด ใจที่วูบหล่นเหมือนก่อนหน้านี้ผมยืนอยู่ที่ปากเหวค่อยๆเต้นช้าลง และในจังหวะนั้นผมจึงรีบหันกลับไปมองด้านหลังว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเห็นผู้ชายทั้งสี่ที่ล้อมตัวผมล้มตัวนอนกองอยู่ที่พื้นส่งเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดเหมือนขาแขนหัก 

“ไสหัวไปซะ”

ชายในมุมมืดที่ผมไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าเอ่ยพูดออกมาท่ามกลางความโกลาหล 

ประโยคเมื่อกี้เขาพูดกับผมหรอ?? 


แผ่นหลังที่อยู่ห่างจากผมไปไม่ถึงเมตรทำให้เห็นรอยแผลที่คาดว่าน่าจะเกิดจากของมีคมปาดเสื้อจนขาดแล้วบาดลึกบนผิวเนื้อ 

น่าแปลกที่ในมือของเขาไม่มีแม้แต่อาวุธ ทว่ากลับสู้ผู้ชายทั้งสี่คนนั้นได้ในเวลาไม่กี่อึดใจ และดูเหมือนว่าอีกห้าคนที่กำลังพุ่งมาก็ไม่ใช่พวกเดียวกับเขา 

อะไรกันเนี่ย... แปดรุมหนึ่งเนี่ยนะ ?


ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เพราะสิ่งที่ผมคาดเดาดันเป็นเรื่องจริง ผู้คนกลุ่มนั้นพุ่งเข้ามาหาร่างสูงที่ผมไม่เห็นหน้าด้วยความรวดเร็ว ทั้งมีด ทั้งไม้ เหวี่ยงใส่ราวกลับจะเอาให้ตายกันไปข้าง แต่เหวี่ยงไปก็ไม่โดนซึ่งผมเองก็กำลังงุนงงว่าเขาคนนั้นหลบทันได้ยังไง ไหนจะท่าทางการสู้ที่มองดูก็รู้ว่าไม่ใช่กาไก่แต่เหมือนถูกสอนมาโดนเฉพาะ

ผมนั่งอึ้งอยู่อย่างนั้นราวกับไม่อยากเชื่อสายตา 


แปดรุมหนึ่งแต่คนที่ยืนอยู่และดูจะไม่เป็นอะไรเลยสักนิดกลับเป็นคนที่ถูกรุม แผ่นหลังกว้างกระเพื่อมเล็กน้อยเหมือนผ่อนลมหายใจ ส่วนคนที่เหลือนอนกองเกลื่อนเต็มทางเดิน สภาพสะบักสะบอมไม่เหลือความน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย 

ผมลุกขึ้นยืนช้าๆสายตากวาดมองภาพตรงหน้าที่ก่อนนี้เคยชุลมุนวุ่นวายเหมือนจะจบได้ยาก ตอนนี้เหลือเพียงแค่เสียงอวดครางเจ็บร้าวของคนที่นอนตัวขดจนผมจิตตกว่าควรจะโทรเรียกรถพยาบาลก่อนดีไหม แต่แล้วความคิดนั้นก็ได้มะลายหายไปเมื่อร่างสูงที่ผมเข้าข้างตัวเองว่าเขาช่วยผมไว้กำลังจะเดินจากไปอย่างไม่สนใจผม

“เดี๋ยวครับ พี่ครับ อึก อ่ะ!”

เวร ขาผมเป็นเปี้ยไปแล้วหรือไง ทำไมพอวิ่งแล้วถึงได้ล้มไม่เป็นท่าแบบนี้ 


ฉึก!! 


ผมเงยหน้ามองร่างสูงที่เหมือนจะหยุดเดินลง เขาหันกลับมามองผมเพียงแค่เสี้ยวหน้า แต่สายตาผมดันไปปะทะเข้ากับดวงตาสีนิลนั้นเข้า แค่แว๊บแรกก็ทำเอาเผลอสะอึกน้ำลายลงคอไปซะดื้อๆ แววตาที่ผมไม่เคยได้เห็นจากใครแต่กลับได้รับมันจากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ มันคือสายตาที่ดูจะคมดุยิ่งกว่าปลายมีดเมื่อกี้เสียอีก และถ้าผมเดาไม่ผิด ครู่แรกเหมือนเขาจะสื่อให้ผมรับรู้ว่าอารมณ์ของเขาไม่ใช่เวลาที่ผมควรยุ่งในตอนนี้ ก่อนความรู้สึกนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยแต่มันก็ยังดูเครียดดุอยู่ดี 

“ทีหลังก็อยู่เฉยๆ....อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง.....”


WTf??


ผู้ชายคนนี้นอกจากจะแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาแล้วยังเลี้ยงหมาอยู่ในปากไว้อีกด้วย 

อะไรฟ่ะ! คนอุตส่าห์จะขอบคุณที่ช่วยชีวิตกันแท้ๆ กลับเดินหนีไปหน้าตาเฉย แถมไม่เฉยธรรมดานะ สายตาวาจายังเฉยเมยเหมือนพวกรักสันโดดยังงั้นล่ะ 

อ่าาา ดูสิ หมอนั่นพูดจบแล้วก็เดินหายลับไปเลยครับ เหลือแต่ผมเนี่ยแหละที่ยังคงนั่งพะงาบปากเหมือนเด็กกำลังหัดพูด ก็แหง่ล่ะ เจอคนแปลกประหลาดที่สู้กับคนตั้งมากมายได้ด้วยมือเปล่า แถมยังใช้สายตาน่ากลัวมองคนที่ไม่รู้จักอย่างผมได้เป็นใคร ใครก็พูดไม่ออก 

ว่าแต่เมื่อกี้เขาว่าไงนะ ผมยุ่งไม่เข้าเรื่องสินะ เหอะ! ให้ตายเถอะ ใครอยากยุ่งกันห่ะ ก็ไม่ใช่เพราะเขากับเหล่านักเลงพวกนี่หรือไงที่ตีกันไม่ลืมหูลืมตาจนนำพาความเจ็บมาให้ผมน่ะ อย่าให้รู้นะว่าเป็นใครมาจากไหน แม่จะแจ้งตำรวจให้ตามไปจับถึงที่บ้านเลยค่อยดู 

อ่อยยยยซี๊ดด เจ็บโคตร พรุ่งนี้เปิดเทมอวันแรกผมคงต้องไปมหาลัยทั้งสภาพที่ปวดร้าวแบบนี้แน่ๆ 







-เอามาเรียกน้ำหย่อยกันก่อนกรุบกริบ เรื่องนี้จะออกแนวมาเฟียแต่ไม่จ๋านะจ้ะ แนวมหาลัยกับรุ่นพี่เย็นชา ส่วนเรื่องราวความเป็นมาจะค่อยๆเล่าในอีพีหน้า

#ฝากติดตามกันด้วยนะคะทุกคน


#เสือซ่อนรัก 

#เสือxเลิฟ

#H_wayon


TBC.

  


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น