Check In นอน กิน Check Out [ตีพิมพ์ตุลา 2019]

ตอนที่ 9 : เที่ยวบินที่ PT008: นำท่านเดินทางสู่ ✈ ที่ที่ความสวยงามของธรรมชาติดึงดูดให้เข้าไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ต.ค. 62





เที่ยวบินที่ PT008

นำท่านเดินทางสู่ ที่ที่ความสวยงามของธรรมชาติดึงดูดให้เข้าไป

 

ผมเลยจับเธอให้มายืนตรงหน้าแทน

ถ่ายรูปกันๆๆเธอโถมมากอดรวบตัวผม สอดมือเข้ามาใต้เสื้อสูทลูบสะเปะสะปะก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรกล้องอยู่ไหน กล้องๆ

อยู่นี่ผมล้วงกล้องออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

เธอคว้ากล้องไปกดเปิดเราไม่ค่อยได้ถ่ายด้วยกันเลย มาๆ ยิ้มสิคุณสลอธ

ผมโอบรวบเอวเธอไว้กึ่งประคอง ส่วนเธอใช้แขนข้างหนึ่งเกาะไหล่ผมไว้ มืออีกข้างถือกล้องส่ายไปมาระหว่างที่กดชัตเตอร์ต่อเนื่อง

แพทริก ยิ้มสิ ยิ้มเยอะๆ เค้าชอบ” 

แพตตี้ โอเครึเปล่า” 

ทำไมวันนี้หล่ออะ หืม?”

แพตตี้…

ตัวหอม

อ่า…

หอมๆๆ

เธอไม่สนใจกล้องแล้ว ถ้าปล่อยไว้ต่อไปเธอคงทำมันหลุดมือ

มา เก็บกล้องก่อน

เดี๋ยวเก็บเอง ตรงไหน

กระเป๋าเสื้อสูท ข้างใน...ตรงนี้

นี่เหรอ~”

แพตตี้ๆ เดี๋ยวก่อนที่ต้องเดี๋ยวก่อนเพราะเธอจะใส่กล้องลงไปใต้เข็มขัดผม ผมกดมือเธอไว้ ดึงกล้องมาเก็บเองให้เรียบร้อย เธอไม่ว่าอะไรแต่มือก็ลูบไล้ไปตามตัวผมแพต…

"แพทหอม เค้าชอบน้ำหอมกลิ่นนี้

นี่ดื่มอะไรมา

“...”

เตกิล่าใช่มั้ย

อือฮึ แล้วก็...

แล้วก็อะไร

ความลับ

ผมผละตัวออกเบาๆ และประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยสองมือ สติเธออยู่ที่นี่เพียงครึ่งๆ กลางๆ แววตาฉ่ำๆ มองลึกเข้ามาในตาผม

คิสหน่อยเธอยิ้มตาหยี

นอกจากเตกิล่าแล้วอะไรอีก หืม?”

คิสๆ ก่อน

ผมจูบเธอ

เป็นเรื่องปกติของวัฒนธรรมที่นี่อยู่แล้ว ไม่แปลกอะไรถ้าจะแสดงความรู้สึกต่อกันแบบนี้ ผมค่อยๆ สัมผัสริมฝีปากเธอ หวังให้เธอสงบลง แต่ดูเหมือนว่าเป็นผมซะเองที่สติเตลิดตามเธอไปตามกลิ่นและรสเตกิล่าที่อวลอยู่ในปากเธอ ในหัวผมก็เอาแต่คิดว่า แพตตี้ แพตตี้ แพตตี้…

ผมต้องหยุดก่อน เพราะ...เพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้เราควรต้องหยุดได้แล้ว

ผมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก แต่ใช้มือหนึ่งประคองใบหน้าไว้แพทรู้แล้วว่าอะไร

ทำไมรู้ วาเนสซ่าบอกว่า ให้...ให้เก็บเป็นความลับ

อ้อวาเนสซ่านี่เอง ผมไม่แปลกใจเลย เพราะเธอเป็นพวกชอบทำอะไรแผลงๆ อยู่แล้ววาเนสซ่าทำอะไร

เราเล่นเกมกัน

เกมแข่งซดเตกิล่าใช่มั้ย

อื้อเธอพยักหน้ากระตือรือร้นเค้าซดไม่ทันคนอื่น แพ้สามรอบ ก็เลยต้องโดนลงโทษ…เธอหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังจะบอกความลับ แล้วก็ทำมือจ่อปาก “...ทีแรกเค้าไม่รู้ว่ามันคือ...คือมาลีฮวนน่า แต่โดนไปนิดเดียวเองนะ

เฉพาะเตกิล่าก็หนักแล้ว ยิ่งเจอสิ่งนี้เข้าไปอีก ถึงจะนิดเดียวก็เถอะ สำหรับคนที่ไม่เคยอย่างแพตตี้ก็ไม่แปลกที่เธอจะเป็นแบบนี้

สลอธหน้ายู่ โกรธเหรอแพตตี้จับแก้มผมทั้งสองข้างดึงแรงๆไม่โกรธนะ ไม่โกรธๆๆ

ผมยิ้มและส่ายหน้าตามมือเธอเหมือนหุ่นที่โดนจับเชิด

ผมไม่โกรธแพตตี้เลย เหตุผลหลักๆ เพราะเธอไม่รู้ว่านั่นคือมาลีฮวนน่า ผมรู้จักหมูแพตของผมดีว่าเธอเป็นคนยังไง และผมก็รู้จักวาเนสซ่าพอที่จะนึกภาพออกว่าเธอชวนแพตตี้ไปเล่นเกมบ้าๆ นี้ยังไง แต่ต่อให้ตามหาตัววาเนสซ่าเจอตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ ถ้าฝ่ายนั้นยังมีสติมากพอนะ เธอคงแค่ยักไหล่และพูดใส่หน้าผมว่า มันเป็นของถูกกฎหมายสำหรับที่นี่

ผมคิดว่าไม่ได้โกรธนะ

ถ้าความรู้สึกกรุ่นๆ อยู่ในอกตอนนี้คือความโกรธ ก็น่าจะเป็นความโกรธตัวเองที่ผมรู้สึกอยากจูบเธอเหมือนเมื่อกี้นี้อีก ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้นนะ ผมไม่ควรฉวยโอกาสขณะที่เธอมีสติครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้

"ขอซุก

ซุกตรงไหน” 

ตรงนี้...ตรงนี้...นี่ๆ ด้วย

แพตตี้เอาหน้าผากซบตัวผมไปมั่วๆ พร้อมกับหัวเราะคิกคัก พอเธอเงยหน้าขึ้นก็ยิ้มตาหยีอีกคิสๆ

“...” ผมรู้ละ ความรู้สึกกรุ่นๆ ในอกไม่ใช่ความโกรธ

คิสๆ อีกได้มั้ย

ผมประคองใบหน้าเธอไว้ แล้วจูบที่หน้าผากเธอ จากนั้นก็ถอดเสื้อสูทมาคลุมตัวเธอเพราะอากาศเริ่มเย็น ก่อนจะพูดขึ้นเรากลับกันดีกว่า

แพตตี้หัวเราะคิสๆ ในรถ

 

หอมๆ

อา…

ซุกๆ

อ่า…

คิสๆ

อื้อ…

แพทๆ~ แพทๆ~”

เอิ่ม…

เธอก็ทำอะไรไปเรื่อยๆ ขณะที่ผมได้แต่ส่งเสียงอือๆ อาๆ เหมือนเพิ่งหัดผันเสียงวรรณยุกต์ตามแบบภาษาไทย ผมพยายามล็อกเข็มขัดนิรภัยให้เธอราวๆ ห้านาทีแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ เหตุผลแรกคือเธอกดปลดออกเพื่อจะปีนมาหาผม เหตุผลที่สองคือผมไม่เด็ดขาดมากพอ ผมพยายามนะ แต่ฮอร์โมนเพศชายจุดไฟอยู่กลางหน้าอกผมก็เป็นเรื่องยากที่จะรับมือ

ผมละสงสัยจริงๆ ว่าเหล่าลามะทิเบตสงบนิ่งเป็นปีๆ ได้ยังไง

สลอธ สลอธ

“...” ผมหลับตานึกถึงลามะเหล่านั้น

ปีนๆ จะกอดสลอธ

“...” ผมนึกถึงพระเซ็น รวมถึงพระสงฆ์ของไทยด้วย

จะคิส

แพตตี้ นั่งให้เรียบร้อย มา แพทล็อกเข็มขัดให้

ผมโน้มตัวไปเพื่อจะดึงสายเข็มขัดมาล็อกอีกครั้ง คราวนี้เธอโอบรอบตัวผมแน่น แล้วพอเธอทำเสียงอ้อนอู้อี้อยู่ตรงซอกคอผมก็ถึงกับตัวสั่น สัญชาตญาณดิบของเพศชายแตกปะทุเหมือนดอกไม้ไฟ แล้วเข้าครอบงำผม

ผมดึงศีรษะกลับนิดๆ แล้วจูบเธอ

น้ำหนักที่กดกับริมฝีปากด้านในของผมแรงกว่าทุกครั้ง จนผมกลัวว่าเธอจะเจ็บ แต่เธอก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะผ่อนลง รสชาติเตกิล่ายังเจืออยู่ที่ปลายลิ้น และกลิ่นของมาลีฮวนน่าก็ยังอวลอยู่จางๆ ทั้งรส ทั้งกลิ่น ทั้งความรู้สึกที่เธอส่งมา ทำให้ผมรู้สึกหูอื้อและศีรษะหนักขึ้น

ผมประคองใบหน้าแพตตี้ด้วยมือข้างเดียว และขยับนิ้วโป้งเกลี่ยแก้มเธอ

ขณะที่เธอใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสตัวผม แขนข้างหนึ่งโอบรอบแผ่นหลัง ขยับปลายนิ้วเคล้าคลึงบริเวณท้ายทอย ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ข้างลำตัว

จูบของเราหนักแน่นขึ้น ร้อนแรงขึ้น

เธอขยุ้มชายเสื้อเชิ้ตของผมดึงขึ้นจนหลุดออกนอกกางเกง จากนั้นก็สอดมือลอดเสื้อเข้ามาลูบเกลี่ยผิวที่ร้อนผ่าวของผม ลูบวน เลื้อยไปมา ซึ่งทำให้มือผมที่ประคองแก้มเธออยู่ขยับเลื่อนลงมาไล้ต้นคอเธอด้วย ราวกับว่ามือทั้งสองข้างของเรามีปลายประสาทที่เชื่อมกัน เคลื่อนไหวสอดคล้องไปทางเดียวกัน

โอเค เราต้องหยุดจริงๆ แล้ว…

ผมขยับริมฝีปากกดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ปล่อยให้ความรู้สึกจากตรงนี้ไหลเติมเข้ามาในอกจนหัวใจพองฟู แล้วดึงศีรษะกลับ เอื้อมมือไปกดล็อกเข็มขัด

จะคิสต่อ

เราต้องกลับกันแล้ว

จริงเหรอ

ใช่แล้ว

ผมจูบขมับเธอหนักๆ ก่อนจะกลับมานั่งตัวตรง แพตตี้เอื้อมมือคว้าผม แต่ไม่จริงจังเท่าไหร่ ดูเหมือนความง่วงจะเริ่มเล่นงานเธอนิดๆ ผมเลยฉวยโอกาสนี้สตาร์ทรถ แล้วก็ขับพาเราออกจากลานจอด

หลังจากเราอยู่บนถนนผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอง่วงเพราะเธอขยับตัวยุกยิกและเอาแต่บอกผมว่าไปเลย~”

กำลังไป~” ผมตอบ กึ่งล้อเลียนเสียงเธอ

เร็วกว่านี้~”

โรงแรมของเราอยู่ไม่ไกล เราเกือบจะถึงอยู่แล้วตอนที่เธอหันมามองผมและบอกว่าช้าเกินไปแล้วสลอธ ช่วยขับมั้ย มาๆ

ไม่ อย่า

แต่เธอถอดรองเท้าพร้อมกดปลดเข็มขัด และปีนเบาะข้ามฝั่งมา

ผมรีบผ่อนคันเร่งลง พยายามจะดันเธอให้กลับที่นั่ง แต่เธอก็ตะกายขึ้นมานั่งบนตักผมแล้ว ผมเลยรีบสอดแขนรอบตัวเธอเพื่อกุมพวงมาลัยไว้แน่น ผมควรจะจอดนะ แต่รถข้างหลังก็ตามมา รถข้างหน้าก็มี และเธอก็ไม่ได้แย่งขับอย่างที่พูด อีกอย่างก็ใกล้ถึงแล้ว ประคองรถไปแบบนี้คงพอไหว

จะขับๆ

บอกจะขับ แต่หันหน้าเข้ามาซุกคอผมเนี่ยนะ

นั่งดีๆ หมูแพต

นั่งแล้ว~ อะไรแข็งๆ โดนก้นเค้าอะคุณ

“...”

เกียร์รถเหรอ

คงจะใช่หรอกหมูแพต!

เรามาถึงแล้ว ผมกอดรวบเธอด้วยแขนข้างหนึ่ง ใช้มือเดียวหมุนพวงมาลัยค่อยๆ เลี้ยวเข้าลานหน้าโรงแรม ต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งถึงจะขับเข้าไปจอดในที่จอดให้เรียบร้อย จนกระทั่งเราลงจากรถ แพตตี้ยังไม่ยอมเดินเอง ยังอยากกอดผมในลักษณะนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ผมเพิ่งรู้ตัวว่าเนกไทของผมคลายปมจนเกือบจะหลุด กระดุมสองเม็ดบนก็ถูกแกะไปแล้ว แต่แพตตี้ไม่ยอมให้ผมจัดมันให้เรียบร้อย เธอเอาแต่จะตะกายขึ้นมาบนตัวผม

งั้นก็ช่วยไม่ได้ ขึ้นไปทั้งอย่างนี้เลยละกัน

ผมโน้มตัวนิดๆ และสอดมือไว้ใต้ต้นขาทั้งสองข้างของเธอและออกแรงยกตัวเธอขึ้น มันง่ายดายมาก เพราะแพตตี้ก็กระโดดช่วยด้วย พอผมยืดตัวตรง เธอก็ขยับจัดท่าทางให้ถนัดขึ้น โดยใช้แขนกอดรอบต้นคอผมไว้ค่อนข้างแน่น ต้นขาทั้งสองข้างขนาบลำตัวผมไว้ และศีรษะของเราต่างก็ซุกอยู่ตรงซอกคอของกันและกัน

แล้วผมก็เดินไปทั้งอย่างนั้น

พนักงานผู้ชายรีบเปิดประตูให้ ผมพยักหน้าให้เขาเป็นการขอบคุณ

พอเข้ามาในบริเวณล็อบบี้ สายตาหลายคู่พุ่งมาทางเรา ก่อนที่พนักงานผู้หญิงตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับจะหันมองทางอื่น แต่แขกรุ่นป้าสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ตรงเก้าอี้โซฟามองเราตาโต คนหนึ่งถึงกับเอามือทาบอกอย่างลืมตัว ป้าอีกคนเหลือบมองเพดานและวาดมือรูปกางเขนที่อก

ผมค่อยๆ เดินจนเข้ามาในลิฟต์ กดเลขที่ต้องการ และเดินออกมาที่โถงทางเดินจนถึงหน้าห้องพักของเรา ต้องใช้ความพยายามมากถึงจะเปิดประตูพาเราทั้งคู่เข้ามาในห้องได้

หมูแพต ถึงห้องแล้ว

ไปเลย

ไปไหน

ตรงนู้นนน

เธออาจจะหมายถึงสักที่นอกตัวอาคารไป แต่ผมก็เดินตามที่เธอชี้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง เรากลับมาอยู่ในท่ากอดหันหน้าเข้าหากันเหมือนตอนอยู่ในรถ

ผมจับไหล่เธอค่อยๆ ดันตัวออกเพื่อมองหน้าเธอให้ชัด

โอเคมั้ย

ก้นเค้าโดนเกียร์รถ

ผมขำพรืด สอดมือใต้ขาเธอเพื่อยกตัวเธอขึ้นนิดๆ แต่เธอก็กดตัวลงนั่งแนบตักผมเหมือนเดิม

สลอธหอม

“...” ผมยิ้ม

หมูแพตก็หอม ทั้งที่ผมไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์สักหยด แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอก็เล่นเอาผมรู้สึกตื้อๆ ในหัวแทบไม่ต่างจากอาการมึนเมา ไหนจะชุดที่เธอสวมคืนนี้อีก ไหนจะผิวขาวละเอียดที่ไม่ว่ามือผมลูบไปโดนจุดไหนก็เนียนนุ่มเหมือนกันหมด ไหนจะจูบร้อนแรงนั่นด้วย

เกาขาทำไม ไม่ได้คัน

เพิ่งรู้ตัวว่านิ้วตัวเองกำลังเกลี่ยไล้ต้นขาเธอเล่น ผมละมือออก แล้วตีหลังมือเบาๆนี่ ซน

แพตตี้ขำ เธอสอดมือเข้าใต้เสื้อมาลูบแผ่นอกของผมแรงๆ แล้วดึงกลับออกไปตีมันซ้ำๆนี่ ซนๆๆ

เราขำออกมาพร้อมกัน จากนั้นผมก็โอบเอวเธอไว้หลวมๆง่วงมั้ย

เธอส่ายหน้าจะคิสต่อ

แต่…

แต่เธอรั้งต้นคอผมเข้ามาประกบริมฝีปากแล้ว

สิ่งที่ก่อตัวตั้งแต่ในงานเลี้ยงย้อนกลับมาเล่นงานผมอย่างรวดเร็ว เหมือนพายุที่แอบก่อตัวในทะเลแล้วพัดโหมขึ้นฝั่งอย่างปุบปับ เราไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนในที่สาธารณะแล้ว เราอยู่ในห้องที่มีแค่เรากับความเงียบสงัด เงียบจนประสาททุกส่วนของผมทำงานได้ดีเกินไป

ริมฝีปากของผมซึมซับสัมผัสทั้งหนักและเบาจากริมฝีปากเธอ

รสของเตกิล่าที่น่าจะจางไปแล้ว มันกลับยังเข้มข้น ทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอก็อบอวลไปหมด

หูของผมคล้ายกับจะมีเสียงอื้อ แต่ยังได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น รวมถึงเสียงลมหายใจของเราที่ค่อยๆ ไต่ระดับความแรงขึ้นคล้ายคนถอนหายใจเป็นช่วงๆ

มือผมโอบประคองเธอไว้โดยอัตโนมัติ และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ลูบเบาๆ เหมือนที่ผ่านมาทุกครั้ง เวลาเราจูบกันผมจะลูบแผ่นหลังเธอแบบนี้ ทั้งเนื้อผ้าและจุดที่ตะขอบราเกี่ยวกันจะย้ำเตือนสติผมไว้เสมอ แต่ตอนนี้ผมสัมผัสได้เพียงผิวเนียนละเอียดทั้งแผ่นหลัง จนวูบหนึ่งผมรู้สึกว่าเธอไม่ได้สวมใส่อะไรเลย

มันมากเกินไป ทั้งหมดนี้ทำให้ผมนั่งนิ่งๆ ไม่ได้

ร่างกายผมเอนนอนลงพร้อมความสงสัยเบาหวิว เธอสวมบรายังไงนะ แพตตี้โน้มตัวตามลงมาเพื่อไม่ให้ริมฝีปากเราผละจากกัน ความนุ่มส่วนบนของเธอกดทับแผ่นอกของผม แรงกดเพียงเบาๆ เท่านั้น แต่หนักอึ้งในความรู้สึก มือของผมยังลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างห้ามไม่อยู่ ตาผมปิดสนิท คงเป็นเพราะกฎพื้นฐานของร่างกายที่ขณะจูบเปลือกตาจะปิดไปเอง และนั่นก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกชัดเจนว่าแพตตี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้า

Backless Bra คำตอบนั้นปลิวผ่านมา น้ำหนักเบาหวิวพอๆ กับคำถาม ใช่ บราแบบที่ไม่มีสาย

ไม่ใช่เธอไม่สวมอะไรเลย ผมไล้ปลายนิ้วมาที่ข้างลำตัวของเธอ ควานหาตะเข็บเสื้อเพื่อตอกย้ำความจริง ทว่าเนื้อผ้านั้นก็เรียบลื่นแนบกับผิวจนประสาทสัมผัสของผมแทบแยกไม่ออก

อย่างน้อยผมก็ไม่กอดคร่อมตัวเธอไว้ในลักษณะคุกคาม แผ่นหลังผมทาบกับเตียงอยู่ และเราก็แค่ปล่อยให้ร่างกายทักทายกันบ้างเท่านั้น ความคิดนี้ปลอบโยนผม

แต่ความคิดอีกด้านก็กำลังกล่อมผมอย่างหนัก มันง่ายดายเหลือเกินที่จะถอดชุดนี้ออก ง่ายจนไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้มันดำเนินไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็จะดีเอง

แพต...แพตตี้ผมค่อยๆ เอียงหน้าไปด้านข้าง

ฮื่อ จะคิส

คิสเยอะแล้ว

สลอธดื้อ

เป็นการยื้อยุดกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สะโพกของเธอขยับเลื่อนไปมานิดๆ แต่นั่นก็มากพอให้จุดสำคัญของเราสัมผัสกัน

โอ แย่แล้ว…

ผมนึกเห็นภาพพายุซัดโถมเรือในทะเล จนเรือลำนั้นเอียงโคลงเคลงเคลื่อนเข้าหาฝั่งด้วยความเร็ว ประภาคารที่ตั้งตระหง่านตรงชายฝั่งส่องไฟวูบวาบเพื่อเตือนภัย แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แต่เรือก็ยังพุ่งเข้ามาจนชนเข้ากับฐานประภาคาร เกยตื้นอยู่กับโขดหินตรงนั้น โดยที่ยังมีคลื่นลูกใหญ่ซัดตามหลังมาเป็นระลอกๆ ทำให้เรือไม่หยุดนิ่ง

แพตตี้...หมูแพต

เกียร์รถโดนก้นเค้าสะโพกเธอขยับไปมาเกียร์รถๆๆ

ผมกอดรอบเอวเธอ อีกมือหนึ่งกดสะโพกเธอแนบไว้ชู่วววผมตั้งใจปลอบให้เธอสงบ แต่ก็เหมือนปลอบตัวเองมากกว่า

ชู่วๆๆๆเธอทำเสียงล้อเลียน ขยับตัวไปมาเหมือนจงใจแกล้ง

หมูแพต ไม่เล่นแล้ว

จะเล่น นี่ๆ

ร่างกายแพทไม่เล่น

เล่นๆ

อืม…

คิสๆ

ริมฝีปากเธอประกบลงมาอีกครั้ง

ในภาพจินตนาการ ผมเห็นคลื่นจากทะเลซัดเรือลำนั้นขึ้นมาเกยตื้นที่ฐานประภาคาร ตัวเรือโคลงเคลง ชนเสาประภาคารซ้ำๆ

ในความเป็นจริง ร่างกายเราเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจนเกือบจะเรียกว่านุ่มนวล ภายในท้องน้อยของผมเบาโหวงเหวง แต่บริเวณหน้าอกหนักอึ้งเพราะความอ่อนนุ่มจากหน้าอกเธอกดทับ ริมฝีปากเราขยับสัมผัสต่อเนื่อง และมือของผมไม่อาจหยุดนิ่งได้อีกต่อไป

ผมเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมาตามต้นขาเธอ ใจบอกว่าทำแบบนั้นเพื่อกดตัวเธอให้นิ่งเท่านั้น แต่น้ำหนักมือแผ่วเบาจนกลายเป็นการเลื่อนลูบซะมากกว่า กระโปรงเธอสั้นเหลือเกิน อีกทั้งชายกระโปรงก็พลิ้วจนปลายนิ้วผมเลื่อนสูงขึ้นมากกว่าจุดที่ควรโดยไม่รู้ตัว

ผมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง แล้วบังคับมือทั้งสองข้างให้เคลื่อนสูงขึ้นมา ผ่านสะโพก โอบเลื่อนมาตามส่วนโค้งเว้าของเอว จนมาพักอยู่ที่ข้างลำตัว ลักษณะเดียวกับถ้าจะยกตัวเธอขึ้นไปนั่งบนที่สูงก็ต้องโอบประคองแบบนี้

แต่นิ้วมือทั้งสองข้างของผมร่ำร้องให้เลื่อนสูงขึ้นอีก

สูงขึ้นจนสัมผัสฐานเนื้อนุ่มของเธอ…

และผมก็ต้านทานความรู้สึกนั้นไม่ไหว จนปล่อยให้นิ้วเคลื่อนคลึงขึ้นมาอีกนิด

อือ...แพตตี้ผมได้ยินเสียงแหบพร่าของตัวเองจังหวะที่ริมฝีปากเคลื่อนหลุดจากกัน

ฮื่อ

ถ้าเราจะทำ เราต้องมีสติกว่านี้

ฮื่อ มี

แต่สติผมแทบจะไม่มีแล้ว

นิ้วโป้งของผมขยับเลื่อนเข้ามาหากันจากคนละฟาก สัมผัสขอบนอกหน้าอกของเธอได้ชัดขึ้น ชัดจนรู้สึกเหมือนว่าอุ้งมือผมประกบอยู่เต็มที่ จูบของเราดำเนินต่อไปอีก ลมหายใจร้อนเหมือนพิษไข้ระบายออกมาเป็นช่วงๆ สติของผมริบหรี่และปลิวสะบัดเหมือนเปลวเทียนกลางสายลม

แล้วมันก็ดับวูบไป

พอมันสว่างริบหรี่ขึ้นอีกครั้ง ผมก็พบว่าตัวเองกำลังค่อยๆ โอบกอดเธอ พาพลิกตัวตะแคงจนเธอเป็นฝ่ายนอนแผ่นหลังแนบกับเตียงแทน ส่วนผมกลับขึ้นมาอยู่ด้านบน แต่ไม่ได้ทาบตัวเธอเต็มที่ สะโพกของผมอยู่ในท่าตะแคงเบียดต้นขาของเธอ และปล่อยให้ร่างกายช่วงบนโน้มทับความนุ่มส่วนบนของเธอ เช่นเดียวกับที่เธอทำกับผม 

แขนข้างหนึ่งสอดผ่านแผ่นหลังเธอเพื่อกอดไว้ แพตตี้เป็นผู้หญิงตัวเล็กและบอบบาง ทำให้มือข้างนั้นของผมอ้อมสัมผัสหน้าอกเธอได้เพียงแค่ขยับมือขึ้นเท่านั้น แต่ผมปรับมุมข้อมือเอียงลงให้นิ้วทาบอยู่กับลำตัวเธอแทน

แต่มืออีกข้างที่เป็นอิสระ ผมบังคับมันไม่ได้ ระหว่างที่จูบกันต่อ มือข้างนี้ของผมก็เคลื่อนไล้สำรวจด้วยตัวมันเอง เริ่มจากลูบเลื่อนจากโคนขาด้านนอกของเธอ มือเคลื่อนมาตามส่วนโค้งเว้าของเอวมาอ้อยอิ่งอยู่ช่วงกลางลำตัวซึ่งอยู่นอกเนื้อผ้า

ลมพายุโหมกระหน่ำอยู่ในตัวผม แล้วเปลวเทียนแห่งสติก็ดับวูบไปอีก

มือของผมเลื่อนสูงขึ้นอีกจนได้ โดยที่นิ้วทั้งสี่โอบทาบอยู่ด้านข้าง ส่วนนิ้วโป้งขยับคลึงอ้อยอิ่ง ความรู้สึกนั้นทำให้ผมต้องการอากาศจนต้องละริมฝีปากจากจูบชั่วคราว

อื้อ…แพตตี้ตัวสั่น

เสียงของเธอแผ่วหวิว และมันดึงดูดให้ผมต้องเลื่อนริมฝีปากลงต่ำมาขยับเม้มอยู่ที่ซอกคอเธอ ขบเม้มเคลื่อนวนไปมา ทำให้ตัวเธอสั่นสะท้านเป็นระลอกเหมือนคลื่นที่ซัดขึ้นหาดทราย

ไม่ใช่แค่นิ้วโป้งแล้วที่ขยับ มือของผมเลื่อนจากด้านล่างขึ้นมาและนิ้วทุกนิ้วลงน้ำหนัก คลึงเคล้นเบาๆ

มือของแพตตี้ที่ทาบหลังผมอยู่ขยับในลึกษณะเดียวกัน แต่มือของเธอเรียวเล็กบอบบาง บางจังหวะปลายเล็บของเธอก็ครูดสัมผัสผิวของผม แทนที่จะเจ็บ มันกลับให้ความรู้สึกดี

ผมซุกไซ้ซอกคอเธอ

สัมผัสหน้าอกเธอ

ช่วงล่างเบียดอยู่กับต้นขาอ่อนนุ่มที่เหมือนไม่ได้สวมใส่อะไรเลย

หมูแพต…

ฮื่อ…” 

ร่างกายเธอสั่นสะท้านตามสัมผัสหนักเบาจากผม

ส่วนผมสั่นเยือกเพราะพายุที่ซัดโถมอยู่ภายใน ผมถลำลึกกว่าทุกครั้ง เหมือนถูกคลื่นทะเลดูดกลืนไปสู่เกลียวน้ำหนาวเย็นและไม่สามารถว่ายกลับสู่ฝั่งได้อีก

ไม่ได้

ทำไม่ได้…

ผมขยับริมฝีปากที่อ่อนล้าจากซอกคอเธอขึ้นมาที่แก้ม เลื่อนต่อมาจูบริมฝีปาก บังคับมือที่ดื้อด้านลูบไล้ไปด้านหลัง แล้วก็โอบกอดเธอไว้ทั้งตัวพาพลิกมาอยู่ในท่านอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน

เราต่างกอดกันไว้ ร่างกายแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง และจูบของเราก็หนักแน่นขึ้นคล้ายกับว่าต่างคนต่างว่ายน้ำกลับเข้าหาฝั่ง ในใจผมยังเห็นภาพพายุพัดโหม เรือลำนั้นยังเกยตื้นอยู่กับฐานประภาคารโดยที่คลื่นยังซัดใส่เป็นระลอก

แต่พอผ่านไปสักพัก ผมก็รู้สึกว่าพายุค่อยๆ สงบลง ไฟแห่งสติที่ดับมืดไปสว่างขึ้นอีกครั้งที่ยอดประภาคารเตือนภัย

จูบของเรากลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ผมผ่อนลงเป็นจูบแผ่วเบานุ่มนวล จากนั้นค่อยผละริมฝีปากเปลี่ยนมาเป็นจูบแก้มและมุมปาก ใช้ปลายจมูกเกลี่ยจมูกเธอเล่น

หมูแพต

ฮื่อ

ผมเพิ่งตระหนักว่าร่างกายแพตตี้อ่อนปวกเปียกแค่ไหน เธอดูอ่อนล้าเหมือนคนที่เดินฝ่าพายุมาและอยากทิ้งตัวนอน มือที่ลูบไหล่ผมอยู่ดูไร้เรี่ยวแรง

ง่วงมั้ยผมถาม 

อือฮึมือบนไหล่ผมเลื่อนลงมาที่แผ่นหลังคล้ายกับจะดึงผมมากอด ผมเลยขยับตัวแนบชิดเพื่อกอดเธอแพทริกไม่ต้องกลัวนะแพตตี้กระซิบอยู่ข้างหูผม น้ำเสียงฟังดูมั่นคงขึ้นกว่าตอนแรกเรามีกันอยู่แบบนี้ ไม่ต้องกลัวอะไร

ผมไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร

ผมผละตัวออกนิดๆ เพื่อมองหน้าเธอ ตาเธอหรี่ปรือ มุมปากขยับนิดๆ เป็นรอยยิ้ม ยิ้มเหมือนจะชี้นำให้ผมยิ้มตามด้วย

ผมยิ้มโดยที่ยังไม่เข้าใจ แล้วประคองใบหน้าเธอไว้พร้อมกับขยับศีรษะเข้าไปจูบ

จูบเหมือนที่ผ่านมาตลอดห้าปี

ถ้อยคำไม่ได้ทำให้ผมเข้าใจ แต่ความเข้าใจเริ่มมาตอนนี้เอง มันค่อยๆ ซึมซาบผ่านสัมผัสอ่อนนิ่มจากริมฝีปากของเธอเข้ามาในใจผม

เธอหมายถึงเรื่องความกลัวของผม

เธอกำลังบอกว่าไม่ต้องกลัวเรื่องบ้าน ไม่ต้องกลัวอะไร ถ้าเรายังมีกันอยู่แบบนี้

ตัวผมสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกอีกแบบ สั่นจนต้องผละจูบออกและกอดเธอไว้นิ่งๆ พอความรู้สึกนั้นผ่านพ้นไปผมก็มองหน้าเธออีก คราวนี้เธอเป็นฝ่ายขยับปลายจมูกมาถูเล่นกับจมูกผม รอยยิ้มน้อยๆ นั้นยังอยู่ ผมลองเคาะเบาๆ ที่แก้มเธอเพื่อเปิดสวิตช์รอยยิ้ม ทำให้เธอขำพรืดและยิ้มกว้างขึ้น

แต่เธอดูง่วงเต็มที

นอนมั้ย

ฮื่อ…

ผมเคลื่อนตัวขึ้นนิดๆ แล้วจูบที่เปลือกตาเธอเพื่อปิดสวิตช์ทุกระบบ

เธอหลับตาลง รอยยิ้มค่อยๆ จางไป มือข้างหนึ่งพาดมากอดผมไว้หลวมๆ คล้ายกอดหมอนข้าง

ผมพยายามนอนให้นิ่งที่สุดเพื่อไม่รบกวนเธอ ทุกระบบในร่างกายผมยังทำงานได้ดี แค่จะปิดเปลือกตาลงก็ทำไม่ได้ คืนนี้หมูแพตของผมสวยมากจริงๆ ระหว่างที่มองใบหน้าเรียบสงบของเธอไปเรื่อยๆ ในหัวผมก็กลับไปคิดวนเวียนเรื่องประภาคารกับเรือเกยตื้นอีก

พายุไม่ได้หายไปไหน ท้องฟ้ายังมืดครึ้มเหมือนฝนจะตกได้ตลอดเวลา

ผมจินตนาการถึงท้องทะเลในสภาพนั้นอย่างเป็นจริงเป็นจังเพื่อเบี่ยงเบนตัวเองออกจากโลกความจริง แล้วจู่ๆ จากซอกมุมไหนสักแห่งในโลกนั้น ก็มีเสียงอเล็กซ์ลอยแว่วมา เกือบหกปีเลยเหรอ เฮ้ เพื่อน แกทนได้ยังไงน่ะ

ผมพูดตอบอเล็กซ์ในความคิด หุบปากอะ-เล็ก นายไม่รู้อะไรหรอก เอาเวลาไปวุ่นวายกับเจ้าสาวของนายเถอะ

เสียงอเล็กซ์เงียบไป

แล้วผมก็เริ่มตั้งคำถามกับร่างกายตัวเอง อีกนานมั้ยนะถึงจะง่วง






_______________________


ขอบคุณค่ะ

นางร้าย

17.ตุลา.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น