Check In นอน กิน Check Out [ตีพิมพ์ตุลา 2019]

ตอนที่ 8 : เที่ยวบินที่ PT007: นำท่านเดินทางสู่ ✈ ที่ที่เครื่องดื่มเต็มแก้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ต.ค. 62




เที่ยวบินที่ PT007

นำท่านเดินทางสู่ ที่ที่เครื่องดื่มเต็มแก้ว

 

เวลา 4.20 PM

ผมเลี้ยวรถช้าๆ เข้าไปในลานจอด ตลอดทางผมอัดคลิปในรถมาด้วยเหมือนเดิม จนลงจากรถก็พูดต่อเนื่องอีกนิดหน่อย 

“...นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมมาเช็กอินที่ซานฟรานครับทุกคนผมแพนกล้องช้าๆลักษณะนี้ไม่ใช่งานบุญผ้าป่าหรือกฐินแน่นอน...ใช่แล้วฮะ มันคืองานแต่งงานนั่นเอง และที่สำคัญกว่านั้น ดูครับว่าใครมากับผม…ยังไม่ทันได้แพนกล้องหมูแพตก็ตีมือผมเหมือนจัดการเด็กซนๆ ผมเลยหัวเราะ บิดกล้องกลับมาพูดกระซิบเหมือนมีลับลมคมในโอเคครับทุกคน ต้องวางตัวให้สมกับเป็นเพื่อนเก่าเจ้าบ่าวแล้ว ไว้ไปดูกันว่าข้างในงานมีของกินอะไรอร่อยๆ บ้างดีกว่า

ผมยักคิ้วและปิดกล้องเพราะไม่อยากทำงานแล้ว ไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากจับมือกับหมูแพตเดินเข้างานไปด้วยกัน

นี่คืองานแต่งงานที่จัดอย่างอบอุ่นในสวน เต็นท์สีขาวขนาดใหญ่น่าจะรองรับแขกได้ประมาณ 100 กว่าคน หลังคาเต็นท์โค้งสวย ด้านข้างเป็นผ้าโปร่งพลิ้ว มีไฟประดับเยอะแยะแต่ตอนนี้ยังไม่เปิดเพราะฟ้ายังไม่มืด ทางเข้าเต็นท์มีซุ้มดอกไม้เลื้อยน่ารัก ผมว่านี่ไม่ใช่สไตล์ของอเล็กซ์เพื่อนผมแน่ๆ น่าจะเป็นไอเดียของเจ้าสาวมากกว่า

แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ภายในเต็นท์ ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ด้านนอกจุดที่มีเวทียกพื้นเตี้ยเพื่อร่วมพิธีการสำคัญของงานนี้

เราไม่ได้มาสาย คู่บ่าวสาวกำลังจะขึ้นเวทีพอดี

ผมพาแพตตี้เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้แถวหลัง

พิธีการนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน สาระสำคัญหลักๆ คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นไปบนเวที กล่าวคำปฏิญาณ แลกแหวน และจูบกัน

ความซับซ้อนกลับมาอยู่ตรงนี้ต่างหาก…

ขณะเจ้าบ่าวเจ้าสาวกล่าวคำปฏิญาณ ผมขยับมือนิดๆ เพื่อจับมือแพตตี้ เพียงแค่ขยับเล็กน้อยก็เจอมือเธอแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนต้องเอื้อมไกลกว่าความเป็นจริง เธอเองก็ขยับมือมาเพื่อสอดนิ้วจับแบบประสานกับผม

สายตาเรายังมองดูคู่บ่าวสาว เราไม่ได้พูดกัน ไม่ได้มองหน้าหรือก้มมองมือด้วยซ้ำ แต่ดูราวกับว่ามือของเราทั้งคู่มีชีวิตเป็นของมันเอง ต่างขยับไขว่คว้าหากันจนพบและจับประสานกันไว้นิ่งๆ

ความรู้สึกซับซ้อนแผ่ขยายจากตรงนั้นมาที่กลางหน้าอกผม

ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนยืนอยู่กลางแดดยามเช้า

ผมรู้สึกหนาวเยือกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ

มันเป็นสายลมแห่งความซับซ้อนที่พัดมาวูบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ จางไปหลังจากเราปล่อยมือกันเพื่อจะปรบมือแสดงความยินดี

พิธีสำคัญจบไปแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวลงจากเวทีมาพูดคุยทักทายกับแขกคนโน้นคนนี้ ผมรอจังหวะเหมาะๆ แล้ว ค่อยพาแพตตี้เดินเข้าไปหาพวกเขา

โว้วๆ ดูซิใครมา แพทริกแฮตทริกอเล็กซ์ทักผมด้วยสำเนียงอเมริกันจ๋า

ต้องมาอยู่แล้ว อะ-เล็กผมจงใจออกสำเนียงไทยตอนเรียกชื่อเขา ซึ่งเขาเข้าใจทันที เพราะนี่คือฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้เขาสมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติในไทยด้วยกัน ผู้หญิงทั้งสองคนมองเราเหมือนรอคำอธิบาย แต่ผมกับอเล็กซ์ไม่ได้อธิบาย เราแค่หัวเราะ จับมือกันแบบตั้งมือขึ้น แล้วดึงไหล่มาชนกันเหมือนสมัยเก่า

ผมกับอเล็กซ์เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เข้ามหาลัยที่เดียวกัน คณะเดียวกัน พอเรียนจบเขาก็ย้ายกลับมาทำงานที่นี่ นานๆ ถึงได้เจอกันที แต่ผมกับเขายังติดต่อกันสม่ำเสมอ

เฮ้ สวมชุดนี้นายดูดีมากนะผมบอก

ต้องชมคนนี้ เธอเลือกให้

ผมหันมายิ้มให้เจ้าสาวที่ยืนข้างเขาผมไม่ได้ฟังผิดใช่มั้ย ในพิธีคุณพูดว่ายอมรับเขาเป็นสามีจริงๆ

มุกนี้ค่อนข้างเก่าสำหรับงานแต่งงานแต่ยังใช้ได้ผลดี เราทุกคนหัวเราะ จากนั้นอเล็กซ์ก็แนะนำเจ้าสาวเขาอย่างเป็นทางการ แอนเดรีย ส่วนผมก็แนะนำแพตตี้ของผมให้เธอรู้จัก แต่ระหว่างอเล็กซ์กับแพตตี้ทั้งคู่ก็รู้จักกันอยู่แล้วตั้งแต่สมัยมหาลัย

แพตตี้อเล็กซ์พูดแพทริกยังทรมานคุณด้วยอาหารเผ็ดๆ รึเปล่า

เขายังทำอยู่นะ แต่เดี๋ยวนี้ฉันก็ทรมานเขากลับด้วยการแอบเทน้ำตาลใส่จานอาหารของเขา

นี่ก็มุกเก่า แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้อีก แพตตี้ไม่ใช่แค่พูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่เธอพูดได้อย่างไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

ฉันอยากลองอาหารไทยบ้างแอนเดรียพูดต่อหลังจากเสียงหัวเราะหายไปอเล็กซ์บอกว่าประเทศไทยสวยมาก ฉันมีไอเดียว่า เราอยากจะไปฮันนีมูนกันที่นั่น

โอ้ผมทำเสียงตื่นเต้นจริงเหรอ

ใครๆ ก็บอกว่าอาหารอร่อย จริงมั้ย

เรื่องนี้ผมการันตีได้

แล้วก็เป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม

คุณอยากเห็นตอนนี้เลยมั้ย

ฮะ?”

ดูนะ สาม...สอง...หนึ่ง...ไปผมเคาะเบาๆ ที่แก้มแพตตี้เหมือนกดปุ่มเปิดสวิชต์ เธอย่นจมูกใส่ผม ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเป็นธรรมชาติ คู่บ่าวสาวหัวเราะทันที

หลังจากนั้นเราก็ขอปลีกตัวออกมาเพื่อให้ทั้งคู่ได้ทักทายพูดคุยกับแขกคนอื่นบ้าง 

ช่างภาพประจำงานมาถ่ายรูปคู่ให้ผมกับแพตตี้ด้วย ผมดูออกเลยว่านั่นทำให้เธอคิดถึงงานตัวเอง พอช่างภาพผละไปผมเลยพูดกับเธอว่า

หมูแพตคงไม่คิดจะแย่งกล้องเขามาถ่ายเองใช่มั้ย

เธอหัวเราะก็มีคิดอยู่

กล้องเราก็มี นี่ไงผมหยิบกล้องตัวเล็กออกมากดบันทึกวีดีโอและถ่ายแพตตี้เต็มๆ ซึ่งก็เหมือนเดิม เธอหลบไปหลบมา ก่อนจะแย่งกล้องไปจากผมจนได้

เวลามีกล้องอยู่ในมือ แพตตี้ก็คือแพตตี้ มือเธอนิ่งมาก แววตาเป็นประกายจนทำให้ผมกลับสู่โหมดทำงานแต่ผ่อนคลายได้ทุกครั้ง เราเลยอัดคลิปเก็บภาพบรรยากาศและผมก็พูดอะไรไปเรื่อยที่น่าจะดีพอนำมาลงในช่องได้

จนกระทั่งความมืดมาเยือน และแสงไฟประดับนับร้อยๆ ดวงก็รับช่วงต่อจากดวงอาทิตย์ เราทุกคนเข้าไปในเต็นท์เพื่อร่วมทานดินเนอร์ ภายในเต็นท์ดูกว้างขวางกว่าที่ตาเห็นจากข้างนอกจนผมเผลอคิดไปถึงบางฉากในเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ การตกแต่งภายในยังเน้นที่ความเรียบง่าย ซีกหนึ่งมีโต๊ะตั้งเรียงเป็นระเบียบ อีกซีกเป็นพื้นที่โล่งๆ

บริเวณพื้นที่โล่งนี่เองที่สาวๆ กำลังมารวมตัวกันด้วยความตื่นเต้น

เจ้าสาวจะโยนดอกไม้แล้วหมูแพตพูดเสียงร่าเริงตามที่ตาเห็น

ผมยิ้มให้เธอพร้อมกับตะแคงศีรษะนิดๆ ลักษณะการตะแคงของผมอาจเป็นการตั้งคำถาม หรือไม่ก็ชักชวน ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไร หรือจะสื่อสารอะไร ก็เลยถามออกมาให้ชัดๆ

ไปร่วมมั้ย

คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องโยนดอกไม้ว่าไง

ก็…ผมยักไหล่อย่างที่เข้าใจตามๆ กันมา ถ้าใครรับช่อดอกไม้ได้ก็จะโชคดีเรื่องความรัก เจอเนื้อคู่ อะไรทำนองนั้น

งั้นอยู่ตรงนี้กับสลอธน่ะถูกแล้ว” 

หมูแพตยิ้ม แล้วจับมือผมไว้

ความรู้สึกซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมแผ่ขยายอยู่ภายในตัวผม คราวนี้ไม่มีความรู้สึกหนาวเยือกเจือปน มีแค่ความอบอุ่นล้วนๆ

ทุกคนดูตื่นเต้นเรื่องโยนช่อดอกไม้ ยกเว้นเรา

เจ้าสาวหันมายิ้มกว้าง หันหลังกลับไปชูช่อดอกไม้ นับสาม...สอง...หนึ่ง...แล้วก็ ฟึ่บ!

สมองผมมึนชาไปหนึ่งหรือสองวินาที ก่อนที่จะอดคิดอย่างเสียมารยาทไม่ได้ว่า แอนเดรียอาจจะเคยเป็นนักกีฬาทุ่มน้ำหนักหรือขว้างค้อนมาก่อนก็ได้ ซึ่งก็คงจะไม่ใช่ตัวเต็งของทีม เพราะแทนที่ช่อดอกไม้จะลอยโค้งอย่างสวยงาม มันกลับพุ่งข้ามศีรษะเธอในลักษณะเฉียงลง แล้วปะทะเข้ากับใบหน้าของคนที่อยู่แถวหน้าเต็มๆ จนเจ้าตัวถึงกับล้มหงาย หรือบางทีอาจเป็นความผิดของผู้จัดงานที่เลือกดอกไม้มาจัดให้เป็นช่อแน่นๆ จนดูเหมือนค้อนแบบนั้น

ความชุลมุนเล็กๆ เกิดขึ้นตรงนั้น ก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะในหลายแบบ ทั้งหัวเราะตามมารยาท หัวเราะเหมือนไม่แน่ใจ และหัวเราะแก้เขิน

เจ้าสาวรีบเข้ามากอดขอโทษ จังหวะไล่เลี่ยกับที่ผู้ประสบภัยถูกพยุงให้ลุกขึ้นพร้อมช่อดอกไม้

นั่น…หมูแพตชะเง้อคงไม่เป็นไรใช่มั้ย

คิดว่าน่าจะไม่เป็นไรนะผมตอบตามที่เห็น

โอ้...วาเนสซาใช่มั้ยนั่น วาเนสซาคือเพื่อนเก่าของผมอีกคนสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ไทย เช่นเดียวกับอเล็กซ์ เธอโชคดีมาก ไม่ใช่เพราะรับช่อดอกไม้ได้นะ แต่เพราะส่วนที่ปะทะใบหน้าเธอคือกลีบดอก ไม่ใช่ก้านแข็งๆ ส่วนท้าย ไม่อย่างนั้นคงไม่จบด้วยเสียงหัวเราะกันแบบนี้

รู้มั้ย ในช่วงศตวรรษที่ 14 ยังไม่ได้โยนช่อดอกไม้แบบนี้นะผมพูดต่อ

คงไม่ได้โยนอะไรที่น่ากลัวใช่ป่ะ ค้อน มีด ระเบิดอะไรงี้

ผมหัวเราะคือสมัยนั้นมีความเชื่อว่า ถ้าได้ชิ้นส่วนจากชุดเจ้าสาวไปเป็นที่ระลึกจะทำให้โชคดีพบเนื้อคู่น่ะ และชิ้นส่วนที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดก็คือ…

คือ?”

ให้เดา

ผ้าคลุมผมเจ้าสาว

ผมส่ายหน้า แล้วตอบเสียงกระซิบสายรัดถุงน่อง

หมูแพตขำพรืดเจ้าบ่าวคงยอมหรอก

นั่นแหละ บางทีเจ้าสาวโดนรุมกระชากจนชุดขาดก็มี ประเพณีแบบนั้นเลยค่อยๆ หายไป เปลี่ยนมาเป็นโยนช่อดอกไม้แทน

ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

แพตตี้ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไร

เราแค่หันมายิ้มให้กัน แล้วปล่อยให้ความรู้สึกซับซ้อนก่อนหน้านั้นค่อยๆ จางไปเหมือนสายลม หรือมันอาจกลายเป็นผลึกเล็กๆ ฝังลึกอยู่ในแววตาก็ได้ แต่ตอนนี้ก็ยากที่จะมองเห็น เพราะในดวงตาเธอมีผลึกของแสงสะท้อนจากดวงไฟระยิบระยับไปหมด 

ได้เวลาปาร์ตี้แล้ว

ผมกับแพตตี้เลือกเครื่องดื่มประจำของตัวเอง หมูแพตถือค็อกเทลสีสวย ส่วนผมเลือกน้ำอัดลม โดยอ้างกับใครต่อใครว่าผมต้องเลี่ยงแอลกอฮอล์เพราะต้องขับรถกลับ ซึ่งก็จริงนะ แต่เหตุผลที่จริงกว่านั้นคือน้ำอัดลมมันอร่อย

ระหว่างนั้นผมก็แนะนำแพตตี้ให้รู้จักคนโน้นคนนี้ ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ และช่วงเวลาแห่งการพูดคุยแบบนี้ก็มักจะผ่านไปรวดเร็วเสมอ

ไม่ทันไรก็ใกล้จะดึกแล้ว

แพตตี้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนผมมัวคุยติดพันอยู่กับแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวที่กำลังรื้อฟื้นความหลังสมัยเรียนกันอยู่

ผมมองตามหลังแพตตี้ เห็นแก๊งสาวๆ ที่มีวาเนสซาเป็นผู้นำดึงเธอเข้าร่วมวงสนทนา ดูเหมือนพวกเธอจะชอบชุดของแพตตี้นะ บางคนทำมือโบกพัดเพื่อบอกว่าแพตตี้ฮอตด้วย

ผมหันมาคุยกับเพื่อนครู่หนึ่ง พอหันไปมองอีกพวกเธอก็หายกันไปทั้งกลุ่มแล้ว คงพากันไปเข้าห้องน้ำ ผมนึกอยากจะตามไปเหมือนกัน แต่นี่ก็เป็นจังหวะดีที่ผมจะได้คุยกับอเล็กซ์สักหน่อย

เฮ้ อะ-เล็กผมใช้ศอกสะกิดเจ้าตัวในจังหวะเหมาะ

ไง แฮตทริก

ดีใจด้วยอีกครั้งนะผมชูแก้วน้ำอัดลมไปตรงกลาง

อเล็กซ์รวมทั้งเพื่อนเก่าอีกสี่คนยกแก้วเหล้ามาชนด้วย สี่คนนั้นยกซดจนหมดแก้ว แต่ละคนท่าทางกรึ่มๆ แบบติดลมแล้วด้วย พอแก้วเปล่าเลยชวนกันออกไปเติมเครื่องดื่ม อเล็กซ์ดื่มนิดหน่อยเพราะเขาต้องกุมสติไว้ในฐานะเจ้าบ่าว ส่วนผมก็แน่นอนว่า ดื่มแค่ไหนก็ไม่เมา

ตอนนี้เลยเหลือแค่เราสองคน

จะเป็นไรมั้ยถ้าจะถามอะไรเรื่องนายกับแอนเดรียหน่อย

ใช่เรื่องทะลึ่งรึเปล่า

คิดว่าไม่นะ

แกทำฉันผิดหวังว่ะ

เราหัวเราะกัน จิบเครื่องดื่มกันอีกนิด

ถามไรว่ามา

นายจะไปฮันนีมูนที่ไทยจริงดินี่ยังไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากรู้

เธออยากรู้ว่าฉันใช้ชีวิตยังไงสมัยยังเรียนที่นั่น แล้วเธอก็เสิร์ชมาแล้ว คิดว่าค่อนข้างจะถูกชะตากับกรุงเทพฯ ภูเก็ต และสตรีทฟู้ด หรือนายจะแนะนำอะไรมั้ยในฐานะกูรูเรื่องท่องเที่ยว

นายน่าจะรู้จักประเทศไทยดีอยู่แล้ว

เฮ้ย แกต้องรู้เยอะกว่าสิ ไหนขอชื่อเมนูแปลกๆ ภาคอีสานสักอย่าง

ส้มตำปูปลาร้า

อันนั้นฉันรู้ และจะให้ลองเป็นอย่างแรกเลย

แล้วค่อยปลอบใจเธอด้วยข้าวเหนียวมะม่วงละกัน

อเล็กซ์คิดตามด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะยกเหล้าจิบได้ ไว้จะลองเขาตบไหล่ผมแต่นี่ยังไม่ใช่คำถามที่แกอยากรู้

ดูออกง่ายขนาดนั้นเลย?”

ไม่ง่ายหรอก แต่ฉันฉลาด อยากรู้อะไรล่ะ เรื่องทะลึ่งก็ถามได้

ผมหัวเราะ แล้วจิบน้ำอัดลมบ้างนายคบกับเธอนานแค่ไหนถึงตัดสินใจแต่งงาน

สองปี

ต้องคิดเยอะเลยสิ ก่อนจะตัดสินใจ

เฮ้ แต่งงานนะเพื่อน ไม่ใช่การตัดสินใจชี้เมนูในแมคโดนัล ต้องคิดมากอยู่แล้ว

อืม

แต่จะว่าไป…เสียงอเล็กซ์จริงจังขึ้นเล็กน้อยก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น

ยังไง

หลังจากคบกันมาสองปี มันก็ไม่มีสัญญาณอะไรนะ มันเหมือนกับน้ำหยดสุดท้ายแล้วก็เต็มแก้วพอดี นึกออกใช่มั้ย…

ฟังอยู่

คือ วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า พอขยับแขนไปข้างตัวฉันก็สงสัยว่า ทำไมแอนเดรียไม่อยู่ตรงนี้วะ ทำไมมือฉันเลื่อนไปโดนหมอนข้างรูปจระเข้วะ ทำไมไม่เป็นก้นใหญ่ๆ ของแอนเดรีย เท่านั้นแหละ ฉันรู้เลยว่าต้องการอะไร วันนั้นทั้งวันฉันก็เอาแต่คิดว่า แอนเดรีย แอนเดรีย แอนเดรีย...นั่นแหละที่ฉันจะบอก พอน้ำมันเต็มแก้ว ก็ไม่ต้องคิดอะไรอีก

อืม

แต่ดูนายคิดมากว่ะ นายกับแพตตี้คบกันนานแค่ไหนแล้วนะ

ใกล้ครบหกปี

ถามจริง เวลาผ่านไปไวว่ะอเล็กซ์เอียงศีรษะมองเฉียงขึ้นเพราะเขาส่วนสูงน้อยกว่าผมแล้วแกรออะไรอยู่ หรือยังสนุกกับการท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ แบบนี้

เราสองคนชอบท่องเที่ยว แพตตี้เองก็ชอบงานถ่ายภาพอีก เราเลยไปกันได้ดี เดินทางกันบ่อยๆผมอธิบาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันฟังเหมือนการแก้ตัว

ฟังดูดีนะ

อืม

นี่ฉันนึกภาพตามแล้วอิจฉาเลยว่ะ ทำงานส่งเสริมกัน เที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แกกับเธอดูเข้ากันได้ดีด้วย ฉันขอเดาเลยนะ น้ำหยดสุดท้ายของแกใกล้จะมาถึงแล้ว

ฮะ?”

ก็วันที่แกจะตื่นขึ้นมาในบ้านเงียบๆ แล้วก็ควานหาก้นเธอไม่เจอไง...โทษที อย่าถือเป็นอารมณ์นะ ฉันก็แค่พูดไป แกอาจจะไม่ชอบควานหาก้นเหมือนฉันก็ได้ อาจจะแค่รู้สึกว่าบ้านของนายหลังใหญ่และเงียบเกินไป จากนั้นก็จะเอาแต่คิดว่า แพตตี้ แพตตี้ แพตตี้...อเล็กซ์จิบเหล้าอีกตามด้วยน้ำเสียงเหมือนทึ่งหกปีเชียว จริงหรืออำเล่นน่ะ

เวลาห้าเกือบหกปี สำหรับบางคนอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับเราที่ทำงานด้วยกัน ได้เดินทางด้วยกันบ่อยๆ และใช้ชีวิตด้วยกันตั้งแต่ตื่นจนหลับ เห็นกันแทบจะทุกแง่มุม ในทริปที่ไม่มีเธอไปกับผมด้วยเราก็ยังติดต่อกันไม่ขาด ได้แชร์กันทุกเรื่องราวและทุกความรู้สึก แบบนี้เวลาเกือบหกปีก็...ไม่ใช่น้อยๆ เลย

ผมยกน้ำอัดลมตัวเองดื่มจนหมดแก้ว แล้วตบไหล่อีกฝ่ายนายเป็นคนฉลาดอะ-เล็ก นายดูออกน่าว่าจริงหรืออำเล่น…เฮ้ ดูแอนเดรียน่าจะต้องการความช่วยเหลือนิดหน่อยนะ

โอ้ ให้ตายเถอะ เธอคงดื่มเยอะเกินไปแล้ว ขอตัวนะ

แอนเดรียกำลังทำเหมือนรื้อฟื้นท่าเต้นเชียร์ลีดเดอร์อยู่ และมันอาจจะทำให้เธอล้มหัวฟาดก็ได้ แต่อเล็กซ์เข้าถึงตัวเธอแล้ว ผมมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินมาเติมโค้กและดื่มต่ออีกครึ่งแก้ว จากนั้นก็เอาแต่คิดว่า แพตตี้ แพตตี้ แพตตี้…

เธออยู่ไหนนะ

ซาล็อต~”

ผมหันกลับหมูแพต

สลอธ ล็อตๆๆๆ ซาล็อต~” เธอเข้ามากอดแขนผม

สัญชาตญาณบอกผมทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 




__________________________________



ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านกัน :D

ตอนนี้สามารถรับแพทริกไปดูแลที่บ้านได้แล้วค่า

ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปเลย

ใครได้อ่านแล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ <3


รักกก


นางร้าย

8.ตุลา.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น