Check In นอน กิน Check Out [ตีพิมพ์ตุลา 2019]

ตอนที่ 2 : เที่ยวบินที่ PT002: นำท่านเดินทางสู่ ✈ ที่ที่จะไม่กลับมาอีก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    20 ส.ค. 62




เที่ยวบินที่ PT002

นำท่านเดินทางสู่ ที่ที่จะไม่กลับมาอีก

 

บ้าน บ้าน บ้าน

บ้านเต็มไปหมด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะตอนนี้เรากำลังขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน…

เฮ้! มันฟังดูเกือบจะเป็นท่อนแร็พในเพลงระดับทั่วๆ ไปสักเพลงได้เลยนะ แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ในภาวะครึกครื้นพอที่จะคิดต่อให้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น

บ้านที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งถนนกำลังกดดันผม พวกมันดูเหมือนปีศาจที่กำลังหลับ หรือไม่ก็แกล้งหลับและเฝ้าดูผู้ที่กำลังบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน ผมเลยขับช้าๆ ตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน จดจ่อเพียงแค่พื้นถนนตรงหน้า ข้ามเนินลูกระนาดแต่ละลูกอย่างเกรงอกเกรงใจ และหวังว่ารถ Audi TT Coupe ของผมจะดูเป็นมิตรมากพอในสายตาของพวกมัน 

ขณะนี้บรรยากาศภายในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบสงบ มีแค่เสียงน้องหมาเห่าทักทายจากทางนั้นทางนี้นิดหน่อย หมูแพตหลับอยู่ข้างๆ ผมตั้งแต่ออกจากสนามบินมาไม่นาน ตอนนี้ก็ยังหลับอยู่ ส่วนผมตื่นตัวเต็มที่ ตื่นจนต้องแกล้งผิวปากเล่นพลางมองหาบ้านเลขที่ที่ใช่

นั่นไง ในที่สุดเราก็มาถึงบ้านที่แสนอบอุ่นแล้ว

ผมชะลอรถจอดนิ่มๆ ตรงหน้าบ้าน นี่คือหลักการสำคัญอย่างหนึ่งของการมีบ้านเลยนะ คือต้องจอดรถให้ตรงหน้าบ้านตัวเอง ห้ามจอดหน้าบ้านคนอื่น ยกเว้นว่าเป็นกรณีจำเป็นและจอดชั่วคราวเท่านั้น

ผมกำลังจะหันไปสะกิดปลุกแพตตี้ แต่เธอก็ตื่นจังหวะนี้พอดี ผมเคยอ่านเจอนะว่าถ้าคนเราเผลอหลับไประหว่างทางกลับบ้านมักจะสะดุ้งตื่นตอนถึงบ้านพอดี ราวกับว่าในตัวคนเรามีนาฬิกาปลุกอยู่และมันจะดังปี๊บๆ เสมอเมื่อถึงบ้าน หรือไม่ก็ตัวบ้านนั้นเองที่สะกิดเตือนเราด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง นี่ก็เป็นเรื่องลึกลับอีกอย่างหนึ่งของการมีบ้าน

อือ...ถึงแล้วเหรอหมูแพตหันมองรอบตัว

ผมยิ้มถึงแล้วครับผม

เธอยิ้ม แล้วเปิดประตูลงจากรถ ยืดแขนตัวเองเล็กน้อยและมองบ้านตัวเอง

ผมกดเปิดกระโปรงท้ายรถแล้วตามลงไป ยอมให้ตัวเองมองตามเธอเข้าไปในตัวบ้านแวบนึง แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะรีบไปยกกระเป๋าสีขาวของเธอลง

หมูแพตหันมายิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มของคนที่กลับถึงบ้านแล้วมา เค้ายกเอง

ทำไมพีทต้องไม่อยู่วันนี้ด้วยเนี่ย เลยไม่มีคนช่วยยกกระเป๋าเข้าบ้านเลย…

อ้าว น้องแพตตี้กลับมาแล้วเหรอเสียงดังจากบ้านหลังข้างๆ ทำให้เราสองคนหันไปมองทันที ซึ่งใบหน้าเจ้าของเสียงทำให้ผมนึกถึงอาหารที่ผมไม่ชอบกิน

อ้าว พี่เจ อยู่บ้านเหรอคะ” 

อยู่ครับ พี่ได้ยินเสียงรถน่ะเลยออกมาดู ไม่มีใครอยู่บ้านนะ เห็นพีทบอกว่าพาป๊ากับม้าเราไปต่างจังหวัด

อ๋อค่ะ เฮียพีทบอกแล้วค่ะ

ทำไมอากาศเมืองไทยถึงร้อนขนาดนี้ ออกมายืนนอกรถแป๊บเดียว ร้อนไปถึงหัวเลย เราสามารถเรียกพ่อแม่ของคนข้างบ้านอย่างสนิทสนมได้อย่างนี้เลยเหรอ แค่คนข้างบ้านเองนะ

ผมขยับตัวนิดหน่อย จงใจให้คนข้างบ้านเห็นชัดๆ ว่าผมยืนอยู่ตรงนี้

ซึ่งถ้าไม่เห็น เขาก็คงมีปัญหาสายตาระดับที่สาหัสมากแน่ๆ

แพทริกอีกฝ่ายยิ้มทักทายไม่เจอกันนานเลย ดูดีขึ้นนะเนี่ย

ผมไม่แน่ใจว่าน้ำเสียงแบบนี้คือประชดหรือเปล่า ผมเลยยิ้มตอบอย่างเป็นกันเองสุดๆ และตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจเหมือนว่าเพิ่งเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น

อืม คุณก็ดูดีขึ้นเหมือนกัน

นี่แกล้งชมกันรึเปล่า

คุณก็น่าจะรู้อยู่ผมพูดเรียบๆ

แกล้งชมแน่นอน...ให้น้องแพตตี้ตัดสินดีกว่าเขาเดินออกจากรั้วบ้านตัวเองมาแล้วแพตตี้ว่าไงครับ พี่ดูดีขึ้นเปล่า

อ่า...อื้อ ดีค่ะ" เธอยิ้มยังไง...เดี๋ยวแพตตี้เข้าบ้านก่อนนะคะ

เขายิ้มครับ...โอ๊ะๆ แล้วนั่นยกเองเลยเหรอ แพทริกไม่ช่วยล่ะ

แพทริกเขาเจ็บข้อมืออยู่น่ะค่ะแพตตี้ตอบทันที น้ำเสียงไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

อ๋อ งั้นให้พี่ช่วยยกมั้ย

ไม่เป็นไรเลยค่ะ เกรงใจ นิดเดียวเอง

เกรงใจอะไรกันเขาเดินเบียดผ่านหน้าผมไป และทำท่าจะจับกระเป๋าจากมือแพตตี้อย่าง...คำไทยเรียกว่าอะไรนะ วิสะ อะไรสักอย่าง คือเขาทำโดยยังไม่ทันได้รับอนุญาตนั่นแหละ

ผมเลยคว้าแขนเขาไว้เราจัดการกันเองได้

เจ็บข้อมืออยู่ไม่ใช่เหรอ ให้พี่ช่วยเถอะเขาก้มมองแขนตัวเองที่ถูกผมจับอยู่

หมูแพตสบตากับผมแวบนึง ซึ่งผมเข้าใจทันทีว่าเธอไม่อยากให้มีเรื่องราวยืดยาว ผมเลยปล่อยมือช้าๆ

ขอบคุณนะคะ รบกวนแย่เลยแพตตี้บอก

แค่นี้เองครับ ไม่มีปัญหา

หมูแพตเปิดประตูรั้วบ้านเดินนำเข้าไป โดยมีคนข้างบ้านลากกระเป๋าใบใหญ่ตามเข้าไป ผมก้าวตามโดยอัตโนมัติ แต่ในก้าวต่อมาจังหวะที่จะข้ามประตูรั้วเข้าสู่อาณาเขตบ้านร่างกายผมก็ชะงัก เหมือนแวมไพร์ที่เพิ่งนึกได้ว่ากำลังจะก้าวออกไปสู่แสงแดด

ผมเลยยอมถอยมายืนห่างจากประตูรั้วก้าวนึง ล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง และได้แต่มองแพตตี้เดินนำหมอนั่นเข้าบ้านไป

บ้านแถวนี้ลักษณะคล้ายๆ กันไปหมด บ้านหมูแพตเป็นทาวน์โฮมสามชั้นขนาดกลางๆ ดูอบอุ่นซึ่งเหมือนกับบ้านหลังข้างๆ เป๊ะ แถมยังห่างกันแค่รั้วอิฐบล็อกกั้น 

พวกเขาหายเข้าไปในตัวบ้านด้วยกันแล้ว

ระหว่างนี้สมองผมยังพยายามนึกถึงคำไทยคำนั้นอยู่ อะไรนะที่หมายถึงทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาต...วิสาสะ ใช่ คำนี้แหละ นี่คือผลของการเรียนในโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็กที่แต่ละวันแทบไม่ได้ใช้ภาษาไทยเลย พอจบแล้วก็ยังเรียนต่อมหาลัยหลักสูตรนานาชาติอีก ทำให้ทุกวันนี้หลายๆ ครั้งผมก็นึกคำไทยบางคำและสำนวนบางสำนวนไม่ค่อยออก

แต่ตอนนี้ผมนึกออกหลายคำเลยที่ข้องกับการต้องยืนอยู่นอกบ้านตามลำพัง แต่ช่างเถอะ จะทำอะไรได้ล่ะ คำสำคัญตอนนี้มีอยู่คำเดียวก็คือรอ

ผมก้มหน้าลง เอาเท้าเขี่ยพื้นเล่น และเริ่มนับเลขในใจ

ผ่านไปยี่สิบวินาทีแล้ว

กิ๊งก่อง

ผ่านไปอีกสิบวินาทีก็ยังคงเงียบอยู่

กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง

ผมรู้ดีว่าการกดกริ่งซ้ำๆ เป็นเรื่องเสียมารยาท แต่ผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำนะ เพราะนี่ผ่านมาเกือบหนึ่งนาทีแล้ว 

กิ๊งก่องๆๆๆๆ

นั่นไง หมูแพตเดินนำออกมาแล้ว ระหว่างเดินมาเธอหันไปหัวเราะกับมุกตลกบางอย่างจากคนข้างบ้าน ผมดูออกว่าแค่หัวเราะไปตามมารยาท แต่ผมก็ไม่ชอบอยู่ดี

เด็กที่ไหนมากดกริ่งเล่นรึเปล่าคนข้างบ้านพูด

ผมเลิกเอาเท้าเขี่ยพื้นเล่น ยืดตัวเต็มความสูงก่อนจะตอบผมกดเองผมยอมรับ

“...?”

ผมยักไหล่ ไม่ตอบอะไร

พี่เจกำลังจะพูดต่อ แต่แพตตี้ขัดขึ้นก่อนอ่า ขอบคุณมากนะคะพี่เจเขาเลยหันไปหาเธอแทน

ไม่เป็นไรเลย มีอะไรให้พี่ช่วยอีกมั้ย บอกได้เลยนะ

ไม่มีแล้วค่ะ” 

ขอบคุณมากผมพูดจากนี้ผมจัดการต่อเองได้

งั้นก็…พี่เจยิ้มพลางกระดิกนิ้วไปทางบ้านตัวเอง เหมือนจะถามว่า งั้นกลับละนะ “...พี่เข้าบ้านเลยนะ

หมูแพตพยักหน้าให้แทนคำตอบ

เขาหันมาหาผม รอยยิ้มยังค้างบนใบหน้าเหมือนเพิ่งได้พิชิตภารกิจที่น่าภูมิใจสักอย่าง

ไว้เจอกัน แพทริกเฮ้ นั่นเขาเพิ่งพูดตามแบบชาวภูฏานเลยนะ

ลาก่อน พี่เจผมพูดตอบ และหวังว่าเราจะไม่เวียนมาพบกันอีก

เรามองตามหลังพี่เจจนเขาเข้าบ้านไป แล้วค่อยหันกลับมา ผมสบตากับหมูแพตแวบนึงก่อนจะก้มลงนิดๆ และฝืนไม่เอาเท้าเขี่ยพื้นเหมือนเด็ก ขณะที่เธอกอดอกด้วยท่าทีจริงจังแบบผู้ใหญ่ และตะแคงศีรษะเพื่อมองหน้าผมให้ชัด

“...” ผมเงยหน้า

“...” เธอจ้องหน้าผม

งั้น…ผมกระดิกนิ้วไปที่รถ เลียนแบบท่าของคนข้างบ้าน “...ไปกันเลยมั้ย

หมูแพตเม้มปากแน่น ดูฝืนทนสุดๆ แล้วในที่สุดก็ขำออกมา ซึ่งแน่นอนว่าผมก็ขำด้วย เรายืนขำกันอยู่ราวๆ ครึ่งนาทีโดยที่ไม่มีใครปล่อยมุกตลกอะไรเลย และอาจจะไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าขำกันเรื่องอะไร แต่ผมกับหมูแพตขำกันอย่างไม่มีเหตุผลชัดเจนแบบนี้บ่อยมาก ถ้าคนหนึ่งเริ่มขำ อีกคนก็จะขำตามแทบจะทันที เหมือนเป็นโรคติดต่อระหว่างเราที่ไม่มีทางรักษาหาย

งั้น…หมูแพตกระดิกนิ้วไปที่บ้าน เลียนแบบท่าของคนข้างบ้านเหมือนกัน “...ขอไปหยิบของที่ต้องใช้ตัดต่อวีดีโอแป๊บนึงนะ แล้วเดี๋ยวเราก็ไปกันเลย

ได้ครับผม” 

หมูแพตกลับเข้าไปในบ้าน ผมมองตามหลังจนบ้านกลืนเธอหายเข้าไปทั้งตัว แล้วค่อยย้ายตัวเองเข้ามานั่งในรถ ผมเรียกรถคันนี้ว่า Mr. TT Coupe (มิสเตอร์ทีทีคูป) ซึ่งก็เรียกตามชื่อรุ่นเป๊ะๆ ไม่อยากตั้งชื่อเฉพาะให้มันเพราะกลัวว่าจะผูกพันเกินไป ไม่อย่างนั้นเวลาไปต่างประเทศและนึกว่ามันถูกทิ้งไว้ที่จอดรถสนามบินตามลำพังผมคงจะเศร้า แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็คิดถึงมันบ่อยๆ นะ

นานมาแล้ว ผมเคยนึกภาพตัวเองขับรถเต่าสีเหลืองเดินทางไปทั่วทุกที่ เหมือนในหนังเก่าๆ บางเรื่องที่จะโกยสัมภาระขึ้นไปกองบนหลังคา และภายในรถต้องมีตุ๊กตาหัวสปริงติดอยู่ที่คอนโซลหน้า ซึ่งไม่ว่าจะขับไปไหนมันก็จะทำส่ายหัวด๊อกแด๊กโวยวายอยู่ตลอดเวลา

แต่พอโตขึ้น ผมกลับเลือกมาลงเอยกับรถสปอร์ตสีขาวสัญชาติยุโรปคันนี้ 

ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่นิดหน่อยแม้ว่าจะเข้ามานั่งในรถแล้ว บ้านที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งยังส่งแรงกดดันมาที่ผม พวกมันยังดูเหมือนปีศาจไม่ก็ตัวประหลาดที่แกล้งหลับ สายตาผมคอยแต่จะเหลือบไปมองพวกมัน และอดนึกภาพตัวเองติดอยู่ในห้องใดห้องหนึ่งของมันไม่ได้

ไม่ อย่าไปนึก หาอะไรทำฆ่าเวลาดีกว่า

ผมควักโทรศัพท์มือถือออกมา เตือนตัวเองไม่ให้เข้าไปเช็กอีเมล ดูยอดวิวคลิป หรืออัพเดตโพสต์ในช่องทางโซเชียลมีเดียใดๆ ผมมีกฎเหล็กของตัวเองว่าจะไม่เข้าโซเชียลตามอารมณ์ จะจัดการมันตามตารางเวลาที่วางไว้อย่างแน่นอนเท่านั้น เพราะถ้าผมไม่ยึดกฎนี้ไว้ ทั้งคำทักทายและคอมเมนต์มหาศาลพวกนั้นจะเผาผลาญเวลาผมไปเกือบหมด โดยที่ผมแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

สิ่งที่ผมทำตอนนี้เลยไม่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย ผมกดเข้าเมนูส่งข้อความแบบโบราณ พิมพ์ข้อความว่า ผมอยู่ไทยนะ เอาไว้มีเวลา จะเข้าไปหานะ จากนั้นก็กดส่งไปที่เบอร์สำคัญ

หมดแล้ว เรื่องฆ่าเวลา

หมูแพตทำอะไรอยู่นะ คงจะเป็นเรื่องจุกจิกที่ไม่มีวันจบสิ้นภายในบ้าน เป็นต้นว่า ถ้าคุณได้เริ่มจัดหมอนสักใบ คุณก็อาจจะอยากจัดกรอบรูป เช็ดโต๊ะ กวาดพื้น ล้างจาน หรือแม้แต่เข้าไปลากกรรไกรจากห้องเก็บของออกมาตัดหญ้า บ้านจะทรมานคุณด้วยงานเหล่านี้ไปจนตาย แต่คุณก็ไม่รู้ตัว

การมีบ้านนี่น่ากลัวจริงๆ

โอ๊ะ หมูแพตมาแล้ว

มาละเธอเปิดประตูเข้ามานั่ง เอี้ยวตัวไปวางกระเป๋าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอนานมั้ย ซอรี่ พอดีจัดของนิดหน่อยหมูแพตเปลี่ยนชุดแล้ว เป็นเสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้นดูสบายๆ แบบอยู่บ้านก็ได้ ออกไปข้างนอกก็ยังดูดี ซึ่งผมชอบนะ

นานจนงอนเลย

ฮะ?”

ผมเคาะใส่แก้มตัวเองทีนึง แล้วจะหายงอน

จึ๊ก!

หมู!" ผมสะดุ้งตอนที่โดนนิ้วจิ้มที่สีข้างแรงๆ แทน

สมเธอหัวเราะ

ผมส่ายหัวพลางหัวเราะตามเหมือนคนติดเชื้อ จากนั้นก็สตาร์ทเครื่อง ขับรถออกไปนิ่มๆ อย่างเกรงอกเกรงใจบ้านทั้งหลายที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบด้าน 

จุดหมายของเราคือโรงแรม The aShine ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผมเข้าพักนับครั้งไม่ถ้วน เราค่อนข้างทำเวลาได้ดี เพราะยังไม่ถึงเวลาชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ 

ผมกับหมูแพตเดินมาที่ล็อบบี้เพื่อเช็กอิน ระหว่างเช็กอินกับพนักงานที่หน้าฟรอนต์ ผู้จัดการโรงแรมก็เดินเข้ามาหาเรา

คุณแพทริก สวัสดีครับเขาทักทายอย่างเป็นกันเองขอเดาว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศแน่ๆ เลยใช่มั้ยครับ เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ยครับ

สวัสดีครับ พี่อชิ ใช่ฮะ...เพิ่งกลับจากลอนดอน

นั่นไง ว่าแล้วเชียว...หวัดดีครับ น้องแพตตี้

หวัดดีค่าเธอไหว้ตามแบบมารยาทไทย

แล้วเป็นไงครับลอนดอน สนุกมั้ย

ดีครับ เหมือนเที่ยวในตู้เย็น

ฟังแล้วอยากจะไปเที่ยวในตู้เย็นบ้างเลยพี่อชิยิ้มไว้พี่จะรอดูคลิปนะครับ

พี่อชิทักทายเราแบบสนิทสนมเกินไปแล้ว และพอมองไปรอบๆ ล็อบบี้โรงแรมก็ดูคุ้นตาจนให้กลิ่นอายความเป็นบ้านขึ้นมาจางๆ ผมว่ามันชักไม่ดีละ

ยังไงคุณแพทริกกับน้องแพตตี้เชิญตามสบายนะครับ มีอะไรติดขัดเรียกพี่ได้ตลอด” 

ไว้เจอกันครับพี่ คำคุ้นเคยผุดขึ้นในใจผม ไม่รู้คำนี้ติดปากผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเลยเปลี่ยนคำพูดเป็นว่าขอบคุณที่ดูแลอย่างดีครับ

ผู้จัดการโรงแรมจากไปแล้ว

พนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมเข้ามาจะรับช่วงต่อแต่ผมปฏิเสธ หมูแพตเดินนำหน้าไปที่ลิฟต์ ส่วนผมลากกระเป๋าใบเก่งตามหลัง

โอเคมั้ยสลอธแพตตี้ถามหลังจากเราเข้ามาอยู่ในกันลิฟต์แล้ว นี่แหละหมูแพตของผม เธอเป็นผู้หญิงเก่ง ฉลาด ช่างสังเกต และรู้ใจผมสุดๆ

เมื่อกี้แพทคิดว่าเห็นผีเกาะไหล่พี่อชินะ

เล่าได้นะ หรือไม่เล่าก็ได้บอกแล้วว่าเธอเก่ง

ผมเกาจมูกคือ...เขาทักทายเราเป็นกันเองมากไปมั้ย

ก็ค่อนข้างนะ

กันเองจนเหมือนไม่ใช่โรงแรมละ

เธอหันมายิ้ม ซึ่งผมรู้ทันทีว่าเธอเข้าใจแล้ว และเราก็เข้าใจกันดีจนไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อ แต่ผมก็ยังพูดเสริมอีกนิด

แพทเลยคิดว่า จะเว้นช่วงเข้าพักที่นี่ไปสักพักบ้าง

ก็ดีนะ แพทว่าไงเค้าก็ว่างั้น

เราขึ้นมาถึงห้องที่ทางโรงแรมจัดให้แล้ว ดูจากหมายเลขห้อง ผมจำได้ว่ายังไม่เคยเข้าพักห้องนี้ แต่ผมรู้ว่าการตกแต่งข้างในก็แทบไม่ต่างจากห้องอื่นๆ

ผมเปิดประตูนำเข้าไปในห้อง พยายามไม่คิดว่าสิ่งต่างๆ ในห้องดูคุ้นตาสักแค่ไหน หลังจากนั้นพอวางของลงปุ๊บ ผมก็เข้าไปรวบตัวหมูแพตกอดและพาหมุนๆ เหมือนตอนก่อนจะเช็กเอาต์จากโรงแรมที่ลอนดอน 

สลอธอาบน้ำเลยยย ยังไม่เหนื่อยอีกเหรอคุณ” 

แพทไม่เหนื่อย หมุนๆ

เธอหัวเราะ พอจังหวะที่หยุดหมุนโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวเธอก็มุดออกจากอ้อมแขนผมใครไม่อาบก็เชิญเน่าต่อไปนะคร้าบผมทำท่าเอื้อมคว้าตัวเธออย่างสโลว์โมชั่น ซึ่งเธอมอง แล้วก็ตีมือผมด้วยความเร็วปกติโฟมล้างหน้าแพทอยู่ไหน ขอยืมหน่อย

ผมกลับมาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปกติ นั่งลงเปิดกระเป๋าเดินทางและหยิบโฟมล้างหน้าส่งให้เธอ

เธอรับมันไป แล้วตบไหล่ผมพร้อมกับดัดเสียงเป็นผู้ชายเฮ้ย สูตรเนี้ย ใช้ดี ขอบใจนะนายแล้วเธอก็เข้าห้องน้ำไป

นี่แหละหมูแพตของผม ผู้หญิงไทยเชื้อสายจีนเจ้าของส่วนสูง 165 ซม. ใบหน้าเรียวสวย ผมนุ่มยาวสีน้ำตาล มีรอยยิ้มที่มีทั้งความสดใสแบบเด็กๆ และอ่อนโยนแบบผู้ใหญ่ผสมกัน ในแง่ความสวยเธอก็สวยตั้งแต่หัวจดเท้า โดยเฉพาะดวงตาที่ผมว่าไม่มีใครเทียบได้แล้ว ในวันที่แต่งตัวแบบลุคผู้หญิงเธอก็พิถีพิถัน แต่ในวันสบายๆ อย่างวันนี้ก็พร้อมลุยไปกับผมได้ทุกที่ ไม่ต้องลงเมกอัพเลยทั้งวันก็ยังได้ นึกอยากอาบน้ำก็อาบขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร แถมยังใช้โฟมล้างหน้าสำหรับผู้ชายได้อีกต่างหาก

ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนอนมองเพดาน แล้วรอยยิ้มของผมก็ค่อยๆ จางไปเมื่อใจนึกไปถึงบ้าน

บ้าน วันนี้ผมเข้าใกล้มันมาไม่รู้ตั้งกี่หลัง โดยเฉพาะบ้านของแพตตี้ที่ผมเกือบจะก้าวเข้าไปในอาณาเขตของมันแล้ว แค่เห็นเธอเดินเข้าออกปากทางประตูแคบๆ ของมันไม่พอ มาถึงโรงแรมคราวนี้ยังสัมผัสบรรยากาศบางอย่างที่ดูเหมือนบ้านอีก อย่างที่สำนวนเก่าๆ เคยว่าไว้

ถ้าปักหลักอยู่ที่ไหนได้นานพอ ที่นั่นอาจเป็นบ้านของคุณ

ถ้าคุณกลับไปที่ใดสม่ำเสมอ ที่นั่นอาจเป็นบ้านของคุณ

ถ้าสบายใจ ที่ไหนก็อาจเป็นบ้านของคุณได้ทั้งนั้น

ไม่หรอก ที่นี่ไม่ใช่บ้านของผม

ผมลุกพรวดขึ้นนั่งและมองไปรอบห้อง คิดอยู่แป๊บนึง ก่อนจะลุกไปย้ายเก้าอี้โซฟาจากตำแหน่งเดิม วิธีนี้เคยช่วยผมบ่อยๆ นะ มันช่วยให้รู้สึกว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นเคยเกินไป แต่สิ่งที่ช่วยผมได้กว่าอะไรทั้งหมดคือกระเป๋าเดินทางของผมนี่แหละ

ผมทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ที่เพิ่งย้ายตำแหน่ง มองกระเป๋าที่นอนอยู่ตรงมุมห้อง ตามปกติหลังจากเช็กอินเข้ามาในห้อง ผมจะเปิดกระเป๋าเอาเสื้อผ้าหนึ่งหรือสองชุดมาแขวนในตู้เพื่อให้เนื้อผ้าคลายตัว ส่วนข้าวของอื่นๆ ยังให้มันอยู่ในกระเป๋าต่อไป แต่ครั้งนี้ให้ทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าไปอีกสักพักดีกว่า เพื่อให้มันดูเหมือนพร้อมจะเดินทางอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอกย้ำว่าผมคือนักเดินทาง ผมไม่อยู่ที่ไหนนานเกินไป ไม่มีที่ไหนคือบ้านของผม

ลุกไปกอดกระเป๋าไว้ก็น่าจะช่วยได้เยอะนะ แต่อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย แบบนั้นน่าจะเรียกว่าขั้นวิกฤตแล้ว

ผมเลยแค่ลุกไปดื่มน้ำ ปรับแอร์ลงมาอีกหลายองศา แล้วกลับมานั่งที่เดิม พยายามที่จะนั่งเฉยๆ อย่างสุขุมแล้ว แต่ร่างกายผมยังดิ้นยุกยิก เขย่าขาเป็นระยะๆ อย่างกับผู้ร้ายที่เพิ่งหนีคดีมา

หมูแพตออกมาแล้ว เธอแต่งตัวเรียบร้อยในชุดเดิม

โอ๊ย คุณแพท ทำไมคุณเปิดแอร์หนาวขนาดนี้

อ้อ ยัง...ยังปรับอากาศจากอังกฤษไม่ได้ไง

รอยยิ้มเธอไม่ได้หายวับไปทันทีที่มองหน้าผม แต่ผมก็รู้ว่าเธอฝืนไว้ให้ยิ้มต่อโอเคปะเนี่ย

ร้อนๆ อาบน้ำก่อนนะคร้าบ

ผมรีบเข้าห้องน้ำและพาตัวเองเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำอุ่นจนเกือบร้อน ยืนหลับตาอยู่แบบนั้นเพื่อให้น้ำอุ่นชำระความว้าวุ่น ความกังวล หรือแม้แต่ความตื่นกลัวออกไป อันที่จริงผมอยากนั่งลงกอดเข่ามากกว่า แต่ไม่ดีกว่า

ผมแค่ยืนนิ่งๆ

และสักพักนึงมันก็ช่วยได้จริงๆ

ผมใช้เวลาอีกราวๆ สิบนาทีเพื่ออาบน้ำไปตามปกติ หลังจากนั้นก็ออกจากห้องน้ำไปในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเพราะผมไม่ได้หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามา

เป็นไงบ้างคะ คุณสลอธตอนนี้เธอเปิดแม็กบุ๊กนั่งทำงานอยู่ที่เตียงแล้ว และถามโดยไม่หันมามองด้วยซ้ำ โต๊ะทำงานทางโรงแรมก็มีให้นะ แต่หมูแพตชอบยกมันมานั่งทำบนเตียง บนพื้น หรือที่ไหนก็ตามที่ไม่ใช่โต๊ะทำงาน ผมไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่เธอชอบแบบนั้น ผมก็ชอบที่เธอชอบแบบนั้นเหมือนกัน เพราะมันให้ฟีลของนักเดินทางดี

สบายดีครับโผมผมพูดตอบเอ๊ะ แพทเก็บบ็อกเซอร์ไว้ไหนนะ

เธอหันมา

โอ๊ะๆ ผ้าจะหลุด

เธอเบี่ยงหน้าหลบพร้อมกับยกมือข้างนึงบัง น่ะ แต่เห็นนะว่ากางนิ้วห่างๆ ให้เหลือบมามองได้ ผมหัวเราะ แล้วเข้าไปเต้นๆ ใกล้ๆ เธอ ผ้าไม่ได้หลุดอะไรทั้งนั้นแหละไปแต่งตัวให้เรียบร้อยพลีส

แต่งเรียบร้อยทำไม เราจะไปงานบวชเหรอ

ก็ให้เรียบร้อยกว่านี้

โอ๊ะๆ ผ้าจะหลุดอีกแล้ว

แพทริก

ฮ่าๆ

เมื่อกี้เค้าปรับแอร์ขึ้นแล้วนะ มันหนาวไป” 

ครับผม ตอนนี้แพทก็ไม่ค่อยร้อนละ

ผมดมกลางกระหม่อมเธอทีนึง ก่อนจะยอมผละออกมาแต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืด แล้วมาทิ้งตัวนอนลงข้างๆ เธอ ทำปากง่ำๆ งับต้นขาเธอเล่น สายตาเธอยังจมอยู่กับหน้าจอขณะที่มือข้างนึงพยายามผลักศีรษะผมออก

สลอธ ไม่เล่น ทำงาน

ไม่เอา เล่นก่อน ง่ำๆ

จะเสร็จมั้ยอะคุณเธอหันมาสนใจผมแล้ว และผมก็ยิ้มแฉ่งให้เธอ นี่ถ้าผมมีหางก็คงกระดิกหางด้วยแล้วเค้าส่งไฟล์ไฟนอลของสองทริปก่อนให้แล้วนะ ช่วยดูหน่อยว่าโอเคมั้ย นี่กำลังเริ่มทำทริปลอนดอนละ” 

งั้นไม่ต้องรีบก็ได้ มีตุนตั้งสองคลิป

ต้องจิ พรุ่งนี้มีไปถ่ายงานที่สตู HOTSHOT ของพี่มาวิน[1] ไง แล้วก็ต้องรีบแต่งรูปส่งให้ทางพี่เขาหมูแพตนับนิ้วอย่างน้อยวันนี้ควรต้องคัดฟุตเทจลอนดอนกับวางซีเควนส์ Vlog ให้ครบ เพราะกว่าจะว่างมาทำวิดีโอต่ออีกทีก็อาทิตย์หน้าเลย

ผมพลิกตัวนอนค่ำพูดเรื่องนี้ก็ดีละ ทำไมต้องรับงานอะไรอีก เป็นช่างภาพประจำตัวแพทคนเดียวก็พอแล้ว

เธอเหลือบมองผม น้ำเสียงจริงจังขึ้นมันเป็นงานที่รักอะคุณสลอธ

ถกกันเรื่องงานทีไรผมไม่เคยสู้ได้สักที โดยเฉพาะตอนอยู่ในโหมดทำงานหมูแพตก็จะจริงจังสุดๆ ผมเลยไม่พูดต่อ แค่ค่อยๆ อ้าปากงับขาเธอต่อ นั่นไง สายตาพิฆาตมาแล้ว

หนุนตักหน่อย

ทำงานค่ะสลอธ

สองนาที

เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่สองนาทีหรอก เธอเลยหันไปมองหน้าจอ กดอะไรต๊อกแต๊กต่อโดยไม่สนใจผมละ

หิวมั้ยผมถาม

ยัง

อาหารที่นี่อร่อยนะ หรือเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินข้างนอกก็ได้

ม่ายยย~”

กินข้าวกันอย่างอร่อย เก็บภาพบรรยากาศชิลล์ๆ ไรงี้

แหม คุณ เดี๋ยวก็มีสาวๆ รุมเข้ามาขอถ่ายรูปจนไม่ได้กินข้าวแบบตอนนู้นอีก พอโดนดิฉันแย่งกินจนหมดก็มางอแงใหญ่หมูแพตหัวเราะ

ว่าไปนั่นเธอก็พูดเกินไป แต่มันอาจเกิดเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงอย่างนั้นก็ได้ ถ้าบังเอิญว่าเจอฟอลโลวเวอร์ของช่องผมน่ะนะ

สรุปยังไม่หิวเหรอ

หมูแพตส่ายหน้าดิ๊กแทนคำตอบเลิกงับขาได้แล้ว

ได้ แพทก็จะทำงานเหมือนกันผมพูดจริงจัง แล้วไปหยิบมือถือกลับมานอนเอาขมับซุกๆ ขาเธอไว้

พรุ่งนี้ผมถึงจะอัพคลิป

ฉะนั้นงานวันนี้คือการบ่นเบื่อระบายคลายเหงานิดๆ หน่อยๆ ลงในโซเชียล

อย่างแรกเลยคือ อัพไอจี ผมเคยพูดในชาแนลว่า ผมเชื่อในคำกล่าวที่ว่า ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดล้านคำ ผมเลยชอบอัพรูปภาพเสมอ โดยอาจจะมีแคปชั่นประกอบบ้างนิดหน่อย อันที่จริง ผมก็ไม่ได้เชื่อในแนวทางที่ว่าขนาดนั้นหรอก เหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจริงๆ เลยก็คือ ผมขี้เกียจพิมพ์อะไรยาวๆ

แน่นอนว่าผมจะไม่ใช้รูปเรียลไทม์ตอนนี้ และตอนกลับถึงไทยก็ยังไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเจ๋งๆ ด้วย แต่ไม่เป็นไร มีรูปสนามบินอยู่เยอะ

ผมเลื่อนหารูปท้องฟ้าใสๆ ที่มองเห็นหลังคาอาคารผู้โดยสารขาเข้าด้วย แล้วก็พิมพ์แคปชั่นสั้นๆ ว่า

 

p.nevercheckout ท้องฟ้าคือสกาย ส่วนคิดถึงอาหารไทยแทบตายคือแพทริก ;P

 

คือ...มันไม่เกี่ยวอะไรกันหรอก แต่เถอะน่า อัพๆ ไปก่อน

จากนั้นก็จิ้มป๊าบเข้าให้…

คนไทยใจดี คำพูดนี้ไม่ได้เกินจริงเลยนะ อัพปุ๊บก็ทยอยเข้ามากดไลก์กันเลย คอมเมนต์ก็ค่อยๆ เด้งมาเป็นเงาตามตัว

 

demcrazy ด้ายเห้นพี่อัพรุปแล้วชื่นจัยจังคร่ะ รักนะค่ะ

llllllllllol กลับไทยแล้วๆๆๆ เหนื่อยมั้ยคร้าาาา

diet_blackpandaaa ขอต้อนรับกลับบ้านเราค่า

in.jail.out.soon ปูเสื่อรอคลิปทริปลอนดอน <3 <3 <3

maimeengernlaew ท้องฟ้าใสมากกก แต่ใสสู้หน้าพี่แพทริกไม่ได้ พี่แพทริกของน้องหล่อกว่าเยอะะะ ว่าแต่ถ่ายตอนไหนคะเนี่ย หนูอยู่แถวหนามบินสองวันนี้เห็นฟ้าเทาตลอด

 

เดี๋ยวนะ…

ครับ ใช่ครับ เพราะรูปนี้ผมถ่ายไว้นานแล้วไงครับ

ถ้าจะคอมเมนต์แบบนี้ไม่ต้องชมว่าหล่อก็ได้นะ รูปนี้ผมก็ไม่ได้ถ่ายติดหน้าตัวเองเล้ย จะปล่อยคอมเมนต์นี้ผ่านไปก็ได้ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วตอบหน่อยละกัน

 

p.nevercheckout อากาศเมืองไทยนี่แปรปรวนจริงๆ เลยเนอะ ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

 

แล้วก็ตอบเร็วมาก

 

maimeengernlaew แค่กๆ อุ๊ย รู้สึกไม่สบาย พี่แพทริกฉีดยาให้หน่อย

 

พอ!

เลิกเล่นไอจีละ ไปดูความเคลื่อนไหวในชาแนลต่อดีกว่า ยอด Subscribers เพิ่มมาอีก รวมทั้งหมดตอนนี้ก็ 3,116,551 ส่วนคลิปที่มาแรงสุดตอนนี้ คือคลิปส่องทรายดาว ที่เกาะทาเกะโทมิ จังหวัดโอกินาวา ญี่ปุ่น ที่คนดูพุงไปเก้าแสนกว่าภายในสามวัน ผมกดเข้าไปเลื่อนอ่านคอมเมนต์ผ่านๆ

แล้วก็สะดุดกับคอมเมนต์นึง

 

undertheseaisee อยากเห็นปลาดาวพี่แพทริกค่ะ

 

ผมสะกิดแพตตี้

มีคำถามครับ

หืม?”

ทำไมคลิปนี้ยอดคนดูพุ่งเร็วจัง ที่เกาะทาเกะโทมิน่ะ

ก็ถอดเสื้อที่หาดทั้งคลิปซะขนาดนั้น

จะบอกว่าคนเข้ามาดูหุ่นแพท?”

คนเข้ามาดูแพะภูเขามั้ง

ฮ่าๆ งั้นอันนี้ล่ะ คอมเมนต์นี้ ดูผมเอียงมือถือให้ดูคือยังไง

หมูแพตขมวดคิ้วแฟนคลับอยากเห็นปลาดาว ถ่ายให้เขาดูสิ

ผมเกาจมูกมีแต่ทรายดาว จะไปถ่ายปลาดาวที่ไหน เขาพิมพ์ผิดรึเปล่า

ถ่ายตอนนี้แล้วอัพไปเลย

ฮะ?”

มานี่ ถ่ายให้หมูแพตวางแม็กบุ๊ก แย่งมือถือไปจากผมกดเข้าเมนูกล้อง แล้วทำท่าจะสอดกล้องเข้ากางเกงผม ซึ่งผมก็กะอยู่แล้วว่าเธอจะทำอย่างนั้น ผมเลยพลิกตัวหลบ แล้วรวบตัวเธอนอนลงด้วยกัน

ถึงถ่ายไปก็ไม่เจอปลาดาวหรอก

อ๋อ เจอแต่ปลาการ์ตูนไรงี้

ฮ่าๆ ฉลามมาแล้ว ระวัง...ง่ำๆผมกระชับอ้อมกอดและงับซอกคอเธอ

หมูแพตดิ้นรนพลางหัวเราะ แต่แล้วสักพักหนึ่งเธอก็หยุด เปลี่ยนเป็นกอดผมไว้หลวมๆ แทนจังหวะนั้นผมรู้สึกเหมือนการหมุนรอบตัวเองของโลกใบนี้สะดุดไป หรือเหมือนกับเพลงจังหวะกวนๆ สนุกๆ จบลง แล้วตามด้วยเพลงช้า

ผมคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย ดึงศีรษะกลับมาซบลงบนเตียงแบบเดียวกับเธอ

ร่างกายเราอยู่ในลักษณะนอนหันหน้าเข้าหากัน แขนข้างหนึ่งของเธอโอบแผ่นหลังผมไว้หลวมๆ ส่วนผมวางมือเหนือสะโพกเธอ ใบหน้าเราอยู่ห่างกันแค่ช่วงฝ่ามือเดียว และดวงตาที่เป็นประกายของเธอทำให้ผมรู้สึกว่าการหมุนของโลกไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างดูช้าลง

แพตตี้เป็นคนสวยอยู่แล้ว แต่ ณ ขณะนี้ นาทีนี้ ในลุคแต่งตัวเรียบง่ายที่เกือบจะเป็นชุดอยู่บ้าน อีกทั้งใบหน้ายังไร้การเติมแต่งใดๆ ด้วย เธอกลับดูสวยจนผมรู้สึกปวดหนึบในอก

ทำไมผมถึงโชคดีขนาดนี้นะ

ผมเลื่อนมือจากสะโพกมาวางที่แขนเธอ เลื่อนสัมผัสผิวละเอียดขึ้นมาถึงต้นแขน มาที่ต้นคอ แล้วทาบแก้มประคองใบหน้าเธอไว้

เธอมองตาผม ไม่แน่ใจว่าเธอเห็นอะไรบ้างนอกจากนัยน์ตาสีฟ้าอมเทา

ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของเธอ มีเงาของตัวผมเองอยู่ในนั้น รวมถึงประกายวิบวับจางๆ ที่ทำให้ผมนึกถึงเงาสะท้อนของหมู่ดาวบนผิวทะเล ซึ่งดูมีอำนาจลึกลับจนผมต้องโน้มใบหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ

จากนั้นก็ค่อยๆ ทาบริมฝีปากกับเธอ

ริมฝีปากของแพตตี้ทั้งเล็กและอ่อนนิ่ม จนผมต้องเตือนตัวเองให้นุ่มนวลเข้าไว้ทุกครั้งที่จูบกัน ผมยังประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวและใช้นิ้วโป้งลูบเกลี่ยผิวแก้มเบาๆ ขณะที่เธอเลื่อนมือจากแผ่นหลังสูงขึ้น คล้ายหาที่วางพักมือเหมาะๆ แต่หาไม่เจอ ก่อนที่สุดท้ายจะเลื่อนมาสอดเข้าในเรือนผมของผม

ริมฝีปากของเราขยับแผ่วเบา เนิบช้า คล้ายกระซิบบอกความลับกันโดยไม่ใช้คำพูด ซึ่งดูเหมือนว่า ยิ่งเราขยับปากกระซิบ ความลับนั้นยิ่งน่าค้นหาและทรงพลัง ความรู้สึกที่เธอส่งมาทำให้ความทรงจำจากการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เอ่อล้นขึ้น หรือไม่ก็หลั่งไหลมาจากอีกมิติ

กลางหน้าอกผมร้อนเหมือนแสงแดดยามบ่ายที่มัลดีฟช่วงหน้าท้องผมภายใต้กล้ามเนื้อคล้ายกับมีพายุฝนลูกเล็กๆ ก่อตัวอยู่ในนั้น ขณะเดียวกัน แผ่นหลังของผมก็เย็นเฉียบเหมือนสัมผัสกับสายลมของลอนดอน

ราวกับว่าสภาพอากาศแบบต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกกำลังโถมเข้าใส่ผมพร้อมๆ กัน และมันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมถอนริมฝีปากออกนิดนึงเพราะรู้สึกต้องการอากาศ เราทั้งคู่ต่างถอนหายใจ แต่เป็นการถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ ผมควรจะจูบเธอต่อ แต่กลับพบว่าริมฝีปากตัวเองขยับกระซิบกับมุมปากเธอ เลื่อนมาที่ข้างแก้ม แล้วค่อยๆ ขยับต่ำลงมาลำคอ

มือที่เคยประคองแก้มเลื่อนต่ำลงด้วย ไล้วนผิวใต้คาง ลูบเลื่อนไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า แล้วก็ต่ำลงมาอีก…

ถึงจุดนี้ สมองที่พร่ามัวของผมก็แวบนึกไปถึงเนินสูงต่ำของทะเลทรายที่เคยไปเยือน ผมเป็นนักเดินทาง เป็นเหมือนสายลมที่สัมผัสสิ่งต่างๆ อย่างแผ่วเบาและไม่ทิ้งร่องรอยไว้เมื่อจากไป ที่ผ่านมาผมเคลื่อนผ่านจุดนี้เหมือนสายลมเสมอ แต่ครั้งนี้ผมกลับเป็นนักเดินทางที่เหมือนแบกสัมภาระไว้เต็มไหล่ อีกทั้งร่างกายยังอ่อนล้าท่ามกลางแดดร้อนจัด ผมย่ำเท้าหนักๆ กลับไปกลับมาบนเนินทราย ก่อนจะทรุดตัวล้มลง

ผมเคลื่อนคลึงผ่านบริเวณนั้นของเธอในลักษณะเดียวกับนักเดินทางที่ทั้งเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำเอาเธอแปลกใจจนพ่นลมหายใจและกอดผมแน่นเข้า

มือของผมเลื่อนไล้ลงมาที่หน้าท้องแบนราบ สอดเข้าใต้ชายเสื้อ ลูบจากเอวไปสัมผัสผิวเนียนละเอียดที่แผ่นหลัง ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่ผมคุ้นเคย

ริมฝีปากผมยังกระซิบกับผิวของเธอไม่หยุดหย่อน ทั้งขยับเม้ม ใช้ริมฝีปากด้านในเลื่อนไล้ไปทั่วบริเวณซอกคอ อำนาจลึกลับบางอย่างดึงริมฝีปากผมให้เลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ มาจนถึงบริเวณที่มือของผมเพิ่งเคลื่อนผ่านไป

กลางหน้าอกผมไม่เหมือนแดดที่มัลดีฟแล้ว แต่เหมือนแดดร้อนเปรี้ยงกลางฤดูร้อนของทะเลทรายสักแห่ง

พายุที่ก่อตัวในท้องผมขยายใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นพายุกลางมหาสมุทร

และสายลมลอนดอนก็กรีดหวีดหวิวอยู่บนแผ่นหลังผม

ทั้งหมดนี้ทำให้ผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

ริมฝีปากผมงับขอบคอเสื้อรั้งมันต่ำลงเล็กน้อย และปล่อยให้ริมฝีปากด้านในสัมผัสกับผิวกายอ่อนนุ่ม ขณะเดียวกันมือที่ลูบไล้แผ่นหลัง ตอนนี้ปลายนิ้ววางอยู่บนจุดเชื่อมต่อบราของเธอ สติส่องประกายแวบนึงในหัวผมเหมือนแสงฟ้าแลบ ผมบังคับมือให้เลื่อนต่ำลง ให้ออกห่างจากชุดชั้นในที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันส่วนตัวของเธอ

แต่มือข้างนี้ดูเหมือนจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง มันไม่ยอมอยู่นิ่ง พอเลื่อนต่ำลง ปลายนิ้วก็สอดเข้าใต้ขอบกางเกงชั้นในของเธอประมาณหนึ่งข้อนิ้ว แล้วก็เลื่อนกลับไปกลับมาตามแนวสะโพก ผมไม่เคยล่วงเกินต่ำกว่านั้น ถ้าเปรียบเป็นภูมิประเทศ บริเวณที่ต่ำกว่าสะโพกลงไปก็คงเหมือนสถานที่ลึกลับที่ยังไม่เคยค้นพบ และมือข้างนี้ของผมก็กำลังทำตัวเป็นนักสำรวจที่ไม่สนใจอะไรเลย

ปลายนิ้วเลื่อนผ่านขอบชั้นในต่ำลงไปอีก

ลึกลงไปจนเกือบสุดนิ้วมือ

แพตตี้ขยับตัวและส่งเสียงฮื่อเบาๆ จากลำคอ ทำให้สติแบบฟ้าแลบระเบิดในหัวผมอีกครั้ง ผมหยุดมือไว้ บังคับให้มันเลื่อนกลับขึ้นมา กลับมาเป็นนักเดินทางผู้ไร้จุดหมายที่เอาแต่เคลื่อนวนอยู่ที่แผ่นหลังและช่วงเอว แต่แล้ว มันก็เหมือนจะฉุกคิดได้ว่ายังมีภูมิประเทศที่น่าสนใจอยู่

มือข้างนั้นของผมเลื่อนจากหน้าท้องแบนราบ ย้อนกลับขึ้นมาช้าๆ จนขึ้นมาถึงเนินด้านบน พร้อมกับริมฝีปากผมที่ไต่จากพื้นที่ฟากนึง ไปสู่อีกฟากนึง

ขยับเคลื่อน คลึง เข้ามาหากัน

ในหัวผมเหมือนถูกคลุมด้วยเมฆฝนสีเทา จิตวิญญาณของผมเหมือนถูกคลื่นดูดกลืนสู่ความดำมืดและคุ้มคลั่งของทะเล

อะ...อื้อ

“...”

แพท

“...”

แพทริก

“...”

เสียงของเธอแหบพร่าและแผ่วเบา ฟังเหมือนเสียงฟ้าร้องครืนอยู่ไกลๆ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผมหยุด ผมไม่ใช่นักเดินทางอีกต่อไปแล้ว แต่เหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายมาพบกับความจริง ผมพบว่าตัวเองอยู่ในท่านอนตะแคงกึ่งทาบตัวเธอไว้ ใบหน้าและมือซบอยู่ในจุดที่ไม่ควร 

ภาพของใครบางคนผุดขึ้นในเปลือกจิตสำนึก และนั่นก็ทำให้ทั้งตัวของผมสั่นเทิ้ม

กำลังทำอะไรอยู่…

ผมละมือจากส่วนนั้นของเธอเปลี่ยนไปโอบกอดเธอไว้ ขยับศีรษะกลับขึ้นไปซบอยู่แถวๆ ซอกคอ ฟังเสียงลมหายใจของทั้งตัวเองและของเธอที่มีความแปลกใจเจืออยู่ในนั้น ทำให้ผมนึกถึงเสียงลมของพายุหลงฤดูที่พัดหวีดหวิวอยู่นอกหน้าต่าง

ผมรอจนพายุเริ่มซาลง

จากนั้นใช้ศอกค้ำข้างๆ ตัวเธอยกร่างกายส่วนบนขึ้น ประทับริมฝีปากอย่างหนักแน่นที่หน้าผากเธอ แล้วดึงศีรษะถอยนิดๆ เพื่อมองเธอให้ชัด

ดวงตาสีน้ำตาลยังมีเงาของผมอยู่ในนั้น เงาสะท้อนที่คล้ายหมู่ดาวบนผิวทะเลเปล่งประกายวิบวับยิ่งกว่าเดิม ซึ่งไม่แปลก เพราะพายุที่ซัดโถมใส่เราเพิ่งผ่านพ้นไป ผมมองไม่เห็นความตื่นกลัวในแววตาเธอ ประกายพวกนั้นดูเหมือนกำลังตั้งข้อสงสัยและรอคอยคำตอบ

แต่ไม่มีคำตอบจากปากผม

ข้างในตัวผมยังปั่นป่วน เหมือนน้ำที่ถูกกวนจนขุ่นและตะกอนแห่งความสับสนยังลอยฟุ้ง

ผมควรขอโทษ ผมกำลังจะเอ่ยคำนั้นอยู่แล้วในจังหวะที่มุมปากของแพตตี้คลี่เป็นรอยยิ้ม เธอรั้งต้นคอผมลงมาจูบ ลูบแผ่นหลังผมราวกับจะปลอบโยน และผมก็รับรู้ผ่านสัมผัสนี้แน่ชัดว่าเธอไม่ต้องการฟังคำขอโทษ ผมเลยไม่เอ่ยคำใด ทำเพียงแค่จูบเธอ ก่อนจะลดศีรษะลงมาอยู่ในท่านอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ เหมือนตอนก่อนหน้าที่ทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น

มันเหมือนพายุหลงฤดูที่กระโชกมาอย่างรุนแรง แต่ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ลมเย็นด้านหลังผมตอนนี้ไม่เหมือนสายลมของลอนดอนแล้ว แต่มันเป็นแค่ไอเย็นจากแอร์ในห้อง

งานยังไม่เสร็จจู่ๆ เธอก็พูดขึ้น

ไม่ต้องทำแล้ว” 

แล้วให้ทำไรอะสลอธ นอนจ้องตากันไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ

ใช่

นานแค่ไหน” 

สองปี

หกเดือนแรกขอลุกไปยืดเส้นยืดสายบ้างได้มั้ย

ก็น่าจะได้นะ

เอ้อ ลืมไป เย็นนี้เค้าต้องกลับบ้านน้ำเสียงเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย

ไม่กลับได้มั้ย นอนค้างกับแพทที่นี่นะน้ำเสียงผมจริงจังขึ้นพอๆ กัน

เธอยิ้ม ทำท่าครุ่นคิดยักคิ้วหลิ่วตาแบบกวนๆถ้าแบบนั้น…เธอเอานิ้วเคาะๆ แก้มผมคุณสลอธต้องรีบตื่นแต่เช้านะ เพราะเค้าต้องกลับไปเอาอุปกรณ์ถ่ายรูปที่บ้าน

ผมยิ้มสบายยย

"ยืมชุดนอนด้วย"

"ด้ายยย"

จากนั้นเราก็จ้องตากันต่อ ราวกับว่ากำลังร่วมมือกันทำลายสถิติกินเนสบุ๊ก ถ้าเคยมีบันทึกสถิติการจ้องตายาวนานที่สุดไว้น่ะนะ

แล้วแพทไม่ต้อง…จู่ๆ หมูแพตก็พูดขึ้นอีกพร้อมกับวนนิ้วแทนคำพูด

หืม?”

ไม่ต้องไปจัดการตัวเองต่อในห้องน้ำเหรอ

ผมขำพรืดไม่ต้อง

เธอยิ้มขำ น้ำเสียงกรุ้มกริ่มเหมือนจงใจแหย่ผมเล่นแน่ใจเหรอ~”

แน่ใจสิ

แล้วเป็นไง

อะไรเป็นไง?”

เธอเหลือบสายตาขึ้นลง ทำให้ผมเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังหมายถึงจังหวะที่มือของผมไปยุ่งวุ่นวายกับบริเวณนั้นจังหวะนั้นมือของผมทำให้เธอแปลกใจ จังหวะนี้คำถามของเธอก็ทำให้ผมแปลกใจเหมือนกัน ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือทำไมผมรู้สึกยุกยิกในใจจนสบตาเธอต่อไม่ได้ 

ผมหลุบตาลงก็ไม่เป็นไง

ฮั่นแน่~”

ก็...ก็ปกติ

เขินเหรอ

ใครใครเขิน ผมเนี่ยมีเลือดอเมริกันอยู่ในตัวครึ่งนึงนะ และวัฒนธรรมโลกตะวันตกที่เจืออยู่ในตัวผมก็มองเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่ได้น่าเขินอะไรเลย

น่ะ ทำไมหลบตา

ผมบังคับตัวเองให้มองหน้าเธอนิ่งๆ ซึ่งก็ทำได้ยากมาก 

หมูแพตมองลึกเข้ามาในตาของผม ริมฝีปากเม้มแน่นอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ค่อยๆ ขำเหมือนกลั้นต่อไปไม่ไหว 

เธอหัวเราะออกมา

ผมหัวเราะตามอย่างไม่มีเหตุผล

สักพักหนึ่งเสียงหัวเราะของเราค่อยๆ เบาลงแล้วกลับมาจ้องตากันต่อ เราควรจะหยุดแค่นี้ แต่เธอเหลือบสายตาขึ้นลง ตามด้วยแกล้งทำสีหน้าเคลิ้มๆ ส่วนผมมองซ้ายขวาอย่างเลิ่กลั่ก แล้วคราวนี้เราก็ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมๆ กัน

หัวเราะไปเรื่อยๆ เหมือนอาการติดเชื้อที่ไม่มีวิธีรักษาให้หายได้ เสียงดังก้องไปทั้งห้องชวนให้นึกถึงเสียงของคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ

ทำยังไงนะ ผมถึงจะได้ยินเสียงหัวเราะของเธอแบบนี้ในทุกวัน

ทำยังไง เมื่อผมหลับไปและลืมตาตื่นอีกครั้ง เสียงหัวเราะนี้จะไม่ซีดจางเหมือนภาพบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่ภาพของลอนดอนในทริปที่เพิ่งผ่านมา







[1] มาวิน ตัวละครจากเรื่อง Naughty Bedtime นิทานร้อนซ่อนรัก เป็น 1 ใน 4 เรื่องจากนิยายชุด Mad Overdose เขียนโดย เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

_____________________________________________






_____________________________________________


+TALK+

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากๆ เลยค่า หวังว่าจะชอบนะคะ ^ ^

ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนตาดำๆ คนนี้ด้วยนะกั๊บบ /กระพริบตาปริบๆ

รักที่สุดเลย :D


นางร้าย

20.สิงหา.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #13 Giftntrk (@Giftntrk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:35
    ดีมากเลยค้าบบ
    #13
    0