● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 33 : แตะต้องครั้งที่ 31: จับบบ…เจอร้านน้องจอยนั่งคอยผ่าม! ผ่าม! ผ่าม! ลามปามในความมืดยืดอกในซอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 255 ครั้ง
    12 ก.พ. 63

 

 

แตะต้องครั้งที่31

จับบบ…เจอร้านน้องจอยนั่งคอยผ่าม! ผ่าม! ผ่าม! ลามปามในความมืดยืดอกในซอย

 

ผมหมกมุ่นกับอุฟุฟวยฟวยอะไรของพี่ทัชนี่อยู่เป็นวันๆ อะไรของเขาวะ ถามเซ้าซี้ก็ไม่ยอมอธิบาย บอกแค่ว่าอุฟุฟวยของผมหมายความว่าไง อุฟุฟวยของเขาก็หมายความแบบนั้น

คือผมพูดมั่วไง แต่ของเขาน่ะต้องหมายถึงอะไรสักอย่างแน่ ดูจากตาที่เป็นประกายกับสีหน้าขำๆ นั่น

พี่ทัชลามกว่ะ

ไม่คิดละ เกิดเป็นคนต้องวางให้ลงปลงให้เป็น เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นจะต้องเก็บมาคิด แต่คำว่า ‘ฟวยฟวย’ มันก็ออกไปทางลามกรึเปล่าวะ…

ช่างเถอะ

พอ

เลิกคิด

เรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือ...แม่ ผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์ ผมเริ่มจะปรับตัวให้กินและนอนได้มากขึ้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็มีอัปเดตบ้างนิดหน่อยตามสภาพ

แม่นัดหมอแล้ว จะเข้าไปคุยเร็วๆ นี้ว่าอาการร้ายแรงแค่ไหน แนวทางการรักษาอย่างไร ซึ่งปัญหาใหญ่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินนั่นแหละ

น้าเกดเปิดเผยเรื่องนี้ในกรุ๊ปไลน์เมียหลวง ไม่น่าเชื่อว่าหลายคนจะอินถึงขนาดช่วยกันบริจาคสมทบทุนค่ารักษามาให้ ถึงไม่ได้มากมาย แต่น้ำใจคนไทยนี่ก็เล่นเอาผมขนลุกขนชัน โดยเฉพาะเจ๊เจนนี่ พิมพ์รัวๆ อย่างกับว่าแม่ผมตายแล้ว แต่ในห้องแชตส่วนตัวนี่คือ เจ๊ขอลดค่าบริการครึ่งราคาได้มั้ย ข้อหาที่เราดันไปทำแผนขอแต่งงานพัง แถมยังขอเลื่อนไปก่อนเพราะแกต้องใช้เงินไปฮันนีมูนก่อน ผมตอบเลย ไม่เป็นไรครับเจ๊ งานนี้ฟรี ขอให้มีความสุขครับ

ส่วนงานต่อๆ มาอีกสองงานที่พี่ทัชรับปากไว้ อันนี้คิดเงิน แต่ก็นั่นแหละ ถือว่าได้มากกว่าค่าขนมนิดหน่อย เพราะงานไม่ยากเย็นอะไร และเราก็จัดการให้แบบมาเร็วเคลมเร็วไปเลย แค่ให้พี่ทัชแกล้งเข้าไปทักคนผิด จับแขน ยิงคำถามเข้าเป้า อัดคลิป แล้วก็ชิ่ง กลับมานั่งตบยุงกันต่อที่ป่าดงดิบ

แต่จู่ๆ ก็มีผู้ใหญ่ใจดีเสนองานมาให้ทำ โดยยินดีจ่ายสองหมื่นถ้างานสำเร็จ และตอนนี้เราก็อยู่ระหว่างทางที่จะไปจัดการให้มันสำเร็จนี่แหละ

เวลาสามทุ่มกว่าๆ รถยังเยอะอย่างกับปลวก พี่ทัชขับไปเงียบๆ ส่วนผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

“โพสต์รับบริจาคทางโซเชียลดีมะ” ผมทำลายความเงียบ “จับแม่ใส่เสื้อผ้าขาดๆ อยู่ในกระต๊อบไรงี้ ถ่ายรูปมาโพสต์ พอได้เงินบริจาคเยอะก็ปิดเพจ”

“เอาดิ กูจะบริจาค”

“บอกแล้วไงว่าผมไม่เอาเงินพี่”

“แล้วทำไมคนอื่นบริจาคได้”

“ก็นั่นมันคนอื่นไง แต่พี่ไม่ใช่”

“อ้อ”

“อ้ออะไร”

“อ้อ กูไม่ใช่คนอื่น” ทำไมเสียงเปลี่ยนโทนวะ

“เอ้า ก็คนรู้จักกันอะ ก็ต้องเกรงใจดิ”

“อ๋อ”

“อ๋อไรอีกอะ”

“อ๋อ กูเป็นแค่คนรู้จัก”

“เดี๋ยวนี้พี่เป็นคนกวนตีนนะ รู้ตัวปะ”

“อ๋อเหรอ”

“เลิกพูดอ้ออ๋ออะไรนี่ได้ปะ”

“อ่อ” เขาหันมาและรีบพูด “โทษที ไม่พูดอ๋อแล้ว งั้นมึงก็คิดซะว่ากูเป็นคนอื่นดิ กูจะได้บริจาค”

“พี่อยากเป็นคนอื่นเหรอ”

“มึงคิดว่ากูอยากมั้ยล่ะ”

“เนี่ย กวนตีน” ผมมองหน้าเขาบ้าง “แล้วก็ไม่เปิดรับบริจาคอะไรทั้งนั้นอะ ผมแค่ประชด หาเรื่องพูดกวนตีนไปงั้น ผมไม่เอาเงินใครฟรีๆ หรอก จะหาด้วยลำแข้งตัวเองละ อ้อ แล้วก็ไม่ต้องเล่นมุกนะว่าหาด้วยลำแข้งคือให้ไปต่อยมวย”

“มึงพูดอ้อ”

“ออ อ่อ อ้อ อ๊อ อ๋อ ผมพูดได้ พี่ห้ามพูด เข้าใจปะ”

“จะถึงแล้ว” เสียงพี่ทัชจริงจังขึ้นปุบปับ

“จริงดิ” ผมหันขวับ ควักมือถือออกมาเตรียมพร้อม

จุดหมายของเราคือร้านคาราโอเกะที่ชื่อว่า ‘น้องJoy’ พี่ทัชขับรถเลยไปจอดค่อนข้างไกล แล้วเราค่อยลงเดินย้อนกลับมา เคสนี้ค่อนข้างแปลก ไม่ใช่เมียตามจับผิดผัว แต่เป็นผัวที่จ้างให้เรามาตามจับผิดเมีย ซึ่งคนเป็นเมียก็เป็นเจ้าของร้านนี้แหละ แถมเอาชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อร้านตรงๆ เลย

ดูจากป้ายไฟกับสภาพร้านแล้วก็นึกถึงตลาดเจ๊เนียม ถ้าร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ตลาด แก๊งวินของพี่อี๊ดคงเมาหัวราน้ำกันไม่เว้นวันแน่

เรามาหยุดที่หน้าร้าน เด็กๆ ของเจ๊จอยสามนางกำลังนั่งเมาท์มอยกันอยู่ แน่นอนว่าแต่ละคนก็นุ่งน้อยห่มน้อยและโบ๊ะหน้าจัดเต็มกันสุดๆ พอทั้งสามหันมาเห็นเราก็ถึงกับชะงัก พูดให้ชัดกว่านั้นคือ ชะงักเพราะเห็นพี่ทัชนี่แหละ

“สองที่น้อง” ผมเรียกร้องความสนใจ

“อะ...มาเที่ยวเหรอคะ”

“ทำไมอะ คิดว่ามาขายเครื่องกรองน้ำเหรอ”

เท่านั้นแหละ ทั้งสามคนเหมือนจะได้สติ รีบลุกจากเก้าอี้มาล้อมเราไว้เหมือนจะจับเป็นตัวประกัน

“เชิญค่ะๆ”

“ถ้าหน้าอย่างพี่ขายเครื่องกรองนะ หนูจะนั่งกรองน้ำเล่นทั้งวันเลยค่ะ”

“พี่สูงจัง ดูดิ หน้าอกหนูอยู่แค่เอวพี่เอง”

ช่วยด้วย ทำไมรุนแรงกันขนาดนี้ ต้องป่าเถื่อนแค่ไหนถึงจะเทียบระดับความสูงคนไม่รู้จักด้วยนม ไหนจะเอามุกเครื่องกรองน้ำผมไปปู้ยี่ปู้ยำอีก แล้วแทนตัวเองด้วยหนูด้วย อายุนี่น่าจะน้องๆ น้าเกดแล้วมั้ย

“เจ๊จอยอยู่มั้ยครับ” พี่ทัชถามเรียบๆ

ทั้งสามนางมองหน้ากัน

“ลูกค้าเจ๊ว่ะ”

“เจ๊ยังไม่มา เราก็แทะไปก่อน”

“เดี๋ยวเจ๊ก็ตบหรอกมึง”

“เอ้า ตบเป็นตบนะคะงานนี้”

นี่คือละครซิดคอมเหรอ ทำไมคุยกันด้วยเสียงปกติขนาดนั้น หรือว่าเพราะทำงานในร้านแบบนี้เลยต้องพูดแข่งกับเสียงเพลงจนชิน หรือว่าประสาทหูเริ่มเสียไปแล้ว

“อะแฮ่ม” ผมกระแอม

“เชิญจ้ะรูปหล่อ”

แล้วเราสองคนก็ถูกลากเข้าไปในโรงเชือด มันดูเหมือนโรงเชือดในหนังสยองขวัญเกรดบีจริงๆ นั่นแหละ แสงไฟมัวๆ กับครัวเล็กๆ ส่วนห้องโถงมีโต๊ะอยู่สี่ห้าโต๊ะพร้อมกับตู้คาราโอเกะให้เวียนกันร้อง เดี๋ยวนะ มีห้องVIP ด้วยอีกสองห้อง

เราถูกลากเข้าห้องVIP ห้องในสุดโดยไม่มีการถามไถ่ ภายในห้องก็มีโต๊ะยาวสำหรับวางอาหารการกิน หน้าจอ ลำโพง และโซฟาที่ดูไม่น่าจะอ่อนโยนกับตูดเท่าไหร่ เราถูกกดให้นั่งลง ทั้งสามตามประกบทันทีอย่างกับจะคุมตัวนักโทษ หลังจากถามชื่อแซ่กันเรียบร้อยก็ได้ความว่า

คนที่นั่งทางซ้ายของพี่ทัชชื่อนีน่า คนนี้หุ่นดีเลย หน้าอกหน้าใจก็น้องๆ โอเปิ้ลได้ แต่ก็มีความขัดแย้งในตัวเองชัดเจน คือชื่อฝรั่ง แต่โครงดั้งกับใบหน้าผมว่าไม่ใช่ ต่อให้ย้อมผมทองมันก็ไม่ใช่อะ

ถัดมาคนที่นั่งตรงกลางชื่อชาช่า แต่เพื่อนอีกสองคนขอให้เราเรียกเจ้าตัวว่าชะชะช่า นี่ก็เป็นโรคปอดบวมอีกคน แต่หุ่นอวบๆ กว่าคนแรกหน่อย

คนสุดท้าย เกาะแขนขวาผมเป็นลูกลิงอยู่นี่ชื่อปาร์ตี้ ปาร์ตี้ ทำไมไม่อัพไซส์มาสู้กับเพื่อนอะ แล้วนี่วันๆ กินข้าวบ้างรึเปล่า ทำไมถึงผอมขนาดนี้

“กินไรดีคะพี่ เอ๊ะ เมนูอยู่ไหนน้า อ๊ะ เจอแล้ว…” กินไรก็ได้ ปาร์ตี้ อย่ากินกูก็พอ

“แนะนำเครื่องดื่มพี่เขาก่อนสิยัยปาร์...ข้ามหน้าเบียร์อาชาไปเลย หล่อๆ อย่างพี่เขานี่ต้องเหล้าแพงๆ” ชะชะช่าบิ๊ว

ส่วนนีน่าไม่พูดอะไร ท่าทางเหมือนจะอยากแทะแขนพี่ทัชเป็นของว่างแล้ว

“เจ๊จอยล่ะครับ” พี่ทัชถาม

“น่าจะใกล้ถึงแล้วนะ ปกติเจ๊ก็มาเวลานี้แหละ” ชะชะช่าตอบ

“อ้อ”

เออ รีบๆ มาหน่อยเถอะเจ๊ อยากกลับบ้านแล้ว

ผมเลือกสั่งกับแกล้มมั่วๆ มาสองสามอย่าง แล้วก็สั่งเบียร์อาชาเป็นการย้อนศรชะชะช่า รวมถึงเครื่องดื่มของสาวๆ ที่อ้อนให้เราจ่ายแต่ก็สั่งกันเองเสร็จสรรพ ซึ่งผมไม่ใส่ใจจะจำชื่อเมนู แต่จำได้อันนึง ปาร์ตี้สั่งน้ำส้มคั้น อยากจะหันไปถาม ปาร์ตี้เปลี่ยนเป็นเหล้าขาวมั้ย

หลังจากอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟได้ไม่นาน สามสาวก็เหมือนจะอยากมอมเราให้ล้มพับ เชียร์ให้ยกหมดแก้วอยู่ไม่ขาดระยะ พอเชียร์ไม่ขึ้น ไปๆ มาๆ ทั้งสามเลยรินยกซดกันเอง

ผมเอาตัวรอดด้วยการลุกไปแดนซ์ โดยมีปาร์ตี้เป็นวิญญาณตามติดจะเอาผมเป็นเสา บอกเลยว่าอ่อน สกิลเต้นได้แค่นี้ทำงานในสถานบันเทิงได้ไงลูก~ มานี่ พี่นะฑีจะสอน ผ่าม! ผ่าม! ผ่าม! เด้งเข้าไป เด้งเข้าปายยย~

ส่วนวิธีเอาตัวรอดของพี่ทัชน่ะเหรอ นั่งเป็นท่อนไม้ กอดอกและเก็บมือเรียบร้อย ขณะที่สองสาวนั้นก็แทะโลมไม่ได้หยุดหย่อน นีน่ายังไม่เท่าไหร่ แค่ซบไหล่ทำหน้าเคลิ้ม แต่ชะชะช่านี่ดูท่าจะเอาจริง หันไปทีไรเห็นเอาเนื้องอกเบียดแขนพี่ทัชตลอด แถมยังชวนคุยไม่หยุดปาก บางจังหวะยังยื่นหน้าใกล้ๆ เหมือนจะหอมแก้มด้วย

ขัดหูขัดตาว่ะ รายนั้นก็นั่งเป็นท่อนไม้อยู่ได้ ไม่ขัดขืนสักหน่อยเหรอวะ

เริ่มเซ็งละ

แล้วเจ๊จอยหอยสังข์นี่เมื่อไหร่จะมา ไหนบอกแป๊บเดียว บอกให้ปาร์ตี้ออกไปดูหลายรอบแล้วก็ยังไม่เห็นหัว

“ปาร์ตี้ ปาตี้ครับ ออกไปดูให้หน่อยว่าเจ๊จอยมารึยัง”

“อีกแล้วเหรอ”

“ขออีกที”

“สอนท่าเด้งสามชั้นเมื่อกี้อีกทีสิ กำลังจะได้ละ”

“ไว้ก่อนน่า ถ้าไม่ไปผมจะร้องเพลงนะ”

“ก็ได้ๆ อย่าร้องนะ”

นี่คือคำขู่ที่อันตรายมากสินะ คงมีแค่พี่ทัชแหละที่ทนเสียงร้องเป็ดๆ ของผมได้ เพราะหลังจากผมขอร้องได้ไม่ถึงสองเพลง ทั้งสามสาวก็ทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วกให้ได้ ด้วยความสงสาร ผมเลยเปลี่ยนเป็นมาเปิดเพลงแดนซ์แทนนั่นแหละ

ปาร์ตี้สะบัดตูดจะไปเปิดประตู แต่จังหวะนั้นประตูก็ถูกเลื่อนเปิดจากข้างนอกซะก่อน

ผู้หญิงคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามา “อยู่นี่กันเอง...ขอโทษที่รบกวนนะคะ”

“เจ๊” ปาร์ตี้ผงะนิดๆ

สองสาวที่พยายามสิงร่างพี่ทัชอยู่รีบนั่งตัวตรง จัดเผ้าผมให้เรียบร้อยพร้อมกับฉีกยิ้ม

“ลูกค้าเจ๊ เราเลยดูแลให้อย่างดีเลยจ้ะ” ชะชะช่าบอก

“ใช่ๆ เราไม่ได้แทะนะเจ๊” นีน่าดูตื่นตัวกว่าปกติ

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน เจ๊กวาดสายตามองเราก่อนจะมองไปที่หน้าจอ ผมรีบกดเบาเสียงเพลงลง หรือว่าเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกวนตีนเจ๊แกนะ แต่ยอมรับเลย ตาเจ๊แม่งโคตรดุ เลยปล่อยๆ ไปก่อน

“ขอโทษนะคะ ได้เหมาเด็กๆ มั้ย”

“เปล่าครับ” พี่ทัชตอบ

“อ้อ ไม่ได้เหมา” คราวนี้เจ๊จอยก้าวเข้ามาในห้อง โดยมีผู้ชายหุ่นล่ำบึ้กคนนึงก้าวตามเข้ามาด้วย “แล้วทำไมพวกมึงไม่ไปนั่งแซะแขกคนอื่นบ้าง ไอ้พวกข้างนอกนั่งแห้งกันหมดแล้ว”

เท่านั้นแหละ สามสาวรีบสะบัดก้นออกจากห้องไปทันที ชะชะช่า ไหนแกบอกตบเป็นตบไงวะ

ผมไม่ได้พูดแทรกอะไร เพราะมัวจับตาดูสถานการณ์อยู่ โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาเจ๊ ดูเหมือนไม่ค่อยจะตรงปกกับที่ผัวแกส่งให้ดูทางไลน์เท่าไหร่นะ ตัวจริงดูแซ่บมาก เป็นสาวใหญ่ หุ่นสะบึม จมูกและคางน่าจะเรียวเด่นด้วยมีดหมอแน่นอน แถมยังแต่งหน้าจัดระดับพริกสิบเม็ด ส่วนพ่อหนุ่มข้างๆ นี่ถ้าไม่ใช่ชู้ก็คงเป็นบอร์ดี้การ์ด หรือน่าจะทั้งสองอย่าง หรือถ้าว่างๆ อาจจะรับงานขับสิบล้อด้วยก็ได้

เอาเป็นว่า คำนิยามที่ผมพอจะนึกออกตอนนี้คือ แม่เล้าตัวร้าย กับนายหน้าโหดโคตรอันตราย

“ขอโทษนะคะ ถ้าไม่ได้เหมาตัวเด็กๆ ก็คงต้องให้พวกน้องไปดูแลลูกค้าคนอื่นบ้าง” นี่เสียงเจ๊อ่อนลงแล้วนะ แต่ก็ยังฟังออกว่าหงุดหงิด “ถ้าขาดเหลืออะไรก็กดกริ่งเรียกเด็กเสิร์ฟนะคะ”

“พี่จอย!” พี่ทัชลุกพรวดขึ้น ทำให้อีกฝ่ายที่กำลังจะก้าวออกไปหันขวับมา “พี่จอยจำผมได้มั้ยครับ”

เอาแล้ว!

ผมรีบควักมือถือออกมากดเข้าเมนูกล้อง

เจ๊จอยก้าวเข้ามาสองสามก้าว สีหน้าเหมือนเพิ่งตระหนักว่าพี่ทัชหน้าตาดีขนาดไหน “เรารู้จักกันเหรอ”

“จำไม่ได้เหรอครับ”

“ก็...คุ้นๆ อยู่นะ”

เจอรอยยิ้มคนหล่อเข้าไปหน่อย ทำเป็นคุ้นหน้าเลยนะเจ๊

“นึกออกมั้ยครับ” พี่ทัชหยอดไปอีก เขาเหลือบมองผมว่าเตรียมกล้องพร้อมรึยัง ผมแอบทำมือโอเค และขยับปรับมุมกล้องที่ถือไว้ต่ำๆ เพื่อไม่ให้ดูว่าจงใจเกินไป

เจ๊ขมวดคิ้ว แต่ก็ฝืนยิ้ม

จังหวะนั้นเอง พี่ทัชก้าวยาวๆ เข้าไปประชิดตัวพร้อมกับจับข้อมืออีกฝ่าย หมับ! “พี่จอย ผมณวัฒน์ไงพี่!”

“เอ่อ…”

“เป็นไงบ้างครับ สบายดีมั้ย”

“ก็...ไม่ค่อย เครียดอยู่”

“พี่จอยไปไหนมากับพี่คนนี้เหรอครับ เขาเป็นใคร”

เดี๋ยวนี้ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรแล้ว ขอแค่นิ้วพี่ทัชแตะตัวเหยื่อปุ๊บเราก็ถามเข้าเป้าเลย และมุกทักคนผิดนี่ก็ใช้ได้ผลดีมาก แค่เรื่องง่ายๆ แต่โคตรมีประสิทธิภาพ

ผมรีบยกกล้องขึ้นถ่ายหน้าเจ๊ชัดๆ

“เพิ่งไปเก็บหนี้มา มันไม่ยอมจ่ายก็เลย...ฆะ...ฆ่าล้างหนี้แม่ง ยังไม่ได้จัดการศพ แวบมาดูร้านก่อน ร้านนี้ก็เปิดบังหน้าฟอกเงินไปงั้น”

เหี้ย

เดี๋ยว เจ๊ฆ่าคนเหรอวะ แถมยังเปิดร้านฟอกเงินอีก

ความจริงจากปากเจ๊ทำเอาเราชะงักกันไปหมด โดยเฉพาะพ่อหนุ่มหน้าโหดที่ตัวกระตุกราวกับคำพูดเจ๊ฟาดหัวเข้าให้ ส่วนตัวเจ๊เองเหมือนยังมึนๆ และหน้าซีดนิดๆ

พี่ทัชปล่อยมือ เปลี่ยนเป็นตบไหล่เจ๊เป็นเชิงหยอกเย้า “พี่นี่มุกเยอะเหมือนเดิมเลยนะครับ” ใช่! ต้องกลบเกลื่อนไปแบบนั้นแหละ แต่เจ๊จอยเหมือนจะไม่สนุกด้วยนี่สิ แค่ตบบ่าเบาๆ ยังทำเอาสะดุ้ง แถมยังหน้าเสียกว่าเดิมอีก

“เราชื่ออะไรนะ”

“ณวัฒน์ครับ” พี่ทัชยิ้มเป็นกันเอง ต้องยอมรับว่าเขาเก็บอาการได้ดีมาก

“แล้วอีกคนล่ะ...ทำไร ถ่ายคลิปเหรอ”

ชิบหาย

“เปล่าๆ ไม่ได้ถ่ายอะไรเลยเจ๊ เมื่อกี้คือ...เมื่อกี้อะ ผมจะถ่ายตัวเองตอนร้องเพลง แต่เจ๊ก็เข้ามาพอดี” ผมลดโทรศัพท์มือถือลงแล้ว แต่ไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหนเลยโว้ย “เจ๊มุกเด็ดเหมือนเมื่อก่อนจริงๆ เจ๊เนี่ยนะไปฆ่าคนมา ฆ่าล้างหนี้เหรอเจ๊ ฮ่าๆ แล้วยังไม่ได้จัดการศพด้วย ตอนนี้ศพอยู่ไหนอะ ท้ายรถหรอ เหมือนในหนังไรงี้”

“...”

เงียบกริบ อย่าบอกว่าเจ๊แม่งทำงั้นจริงนะ

“แล้วเอ่อ...นี่เจ๊จำผมได้มั้ยอะ ผมอ่า...พิดตะพุด”

“อะไรนะ”

“อะไรนะอะไรเหรอ”

“ชื่ออะไร”

“อ้อ ก็ที่บอกไปไง”

เจ๊ มึงอย่าจี้ สมองกูคิดไม่ทัน นี่ปากคอสั่นไปหมดแล้ว

“วิทยาไงครับเจ๊” พี่ทัชตอบให้แทน “เพื่อนๆ ชอบล้อว่าวิทยายุทธ์น่ะ”

“ใช่ นั่นแหละผมเลย”

ไอ้หนุ่มหน้าโหดที่ยืนอยู่ข้างๆ โน้มศีรษะมากระซิบอะไรไม่รู้ที่ข้างหูเจ๊ จากที่เจ๊สีหน้ามึนๆ เบลอๆ อยู่ กลายเป็นหน้าตึงขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่เจ๊จะได้พูดออกมาว่าไม่รู้จักเรา หรือพูดอะไรก็ตาม พี่ทัชก็สวนขึ้นซะก่อน

“ปวดฉี่ กำลังจะไปห้องน้ำอยู่พอดีเมื่อกี้ แล้วเดี๋ยวกลับมาคุยยาวๆ นะเจ๊ ไว้คุยกันครับ” พี่ทัชหันมาขยิบตาให้ผม ทำทีเป็นยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบสบายๆ “วิทยายุทธ์”

“ฮะ?”

“เห็นบ่นปวดฉี่ไม่ใช่เหรอ จะไปมั้ย”

“ไปๆ ไปด้วยดิ ท่อจะแตกแล้วเนี่ย”

คือไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งคู่คิดอะไรอยู่ เจ๊จอยจ้องเราไม่วางตาเหมือนจะส่องเข้าไปให้เห็นถึงขดไส้ ส่วนคุณหน้าโหดก็ยืนนิ่งขวางประตูอยู่ครึ่งนึง ในเมื่อพี่เขาไม่ขยับเราก็ต้องเบียดแทรกตัวออกไป เบียดจนหน้าผมงี้ถูกับนมของพี่แกที่ใหญ่กว่าของผู้หญิงบางคนซะอีก

แต่ในที่สุดผมก็ตามพี่ทัชออกมาจนได้

รอด! รอดเว้ยเฮ้ย!

แหมะ

แต่แล้วมือหนาใหญ่ก็วางลงที่ไหล่ผมเบาๆ

“เดี๋ยว”

“อะ...อะไรเหรอ”

“กูว่ามึงถ่ายคลิปเจ๊ เอามือถือมาดูซิ”

“เฮ้ยบ้า ผมจะถ่ายเจ๊ทำไม เจ๊เป็นดารารึเปล่า ก็ไม่ใช่ จริงมะ แล้ว...แล้วไอ้ที่ว่าฆ่าคนฟอกเงินอะไรนี่ก็แค่มุกเฉยๆ ถ้าเจ๊ไม่ได้ทำก็ไม่เห็นต้องร้อนตัวอะ”

“กูไม่รู้จักพวกมึง” เจ๊จอยขยับเข้ามาใกล้

“อ่า…”

“แล้วมันก็มีอะไรแปลกๆ”

“คิดมากไปแล้วเจ๊”

“กูบอกให้เอามือถือมาดู” พี่โหด ใจเย็นครับพี่

“ก็ได้ๆ งั้นก็ดูไปเลย” ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาด้วยมือสั่นๆ มือที่บีบไหล่อยู่เปลี่ยนเป็นรวบคอเสื้อผมอย่างปุบปับ

“เร็วๆ”

“เฮ้ย ไรวะ ใจเย็นดิ...พี่ทัช” ใจกูหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว แม่งเอ๊ย พี่ทัชช่วยกูด้วย!

ผมดิ้นรนพร้อมกับเอี้ยวตัวไปมอง จังหวะเดียวกันนั้นก็เห็นพี่ทัชสาดเบียร์เข้าหน้าไอ้โหดเต็มๆ มันละมือจากคอเสื้อผมไปกุมหน้าตัวเอง ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรก็โดนพี่ทัชโถมตัวผลักสุดแรงจนมันล้มหงายหลัง

“วิ่ง!”

ไม่ต้องบอกก็วิ่งอยู่แล้ว ผมสะบัดแขนเจ๊ที่พยายามจะคว้าตัวผมอย่างไม่ไยดี จากนั้นก็สับขาวิ่ง ทิ้งพี่ทัชไว้ข้างหลัง

วิ่งไม่กี่ก้าวก็มาถึงห้องโถง บริเวณที่ตั้งโต๊ะสำหรับให้ลูกค้าผลัดกันร้องเพลง ตอนนี้แขกเต็มทุกโต๊ะ สามสาวนั่งเจ๊าะแจ๊ะอยู่ตรงนี้ด้วย เด็กเสิร์ฟก็เดินเกะกะชิบหาย ผมผลักใครสักคนให้พ้นทางและกะจะวิ่งไม่คิดชีวิต แต่ต้องชะงักเพราะมีเสียงโครมใหญ่ข้างหลัง

พี่ทัชล้มโต๊ะขวางทางไอ้หน้าโหดที่กำลังตามมาติดๆ ดีมาก เดี๋ยวช่วย ผมคว้าแก้วจากโต๊ะใกล้ๆ ขว้างใส่ไอ้โหดทันที

“โอ๊ย!”

โดน!

โดนหลังพี่ทัชอะ ทำไมไม่หลบวะ

ผมเลยล้มโต๊ะแม่งอีกสองโต๊ะทั้งจากทางซ้ายและขวา ทั้งแก้วทั้งขวดเทลงมาแตกเกลื่อน ฝูงแขกแตกฮือโวยวาย ความโกลาหลระเบิดเต็มร้านทันที ไมโครโฟนที่หลุดจากมือใครไม่รู้ กลิ้งไปตามพื้นและส่งเสียงหอนเหมือนหมาถูกรถทับ

“พี่ทัช เร็ว!”

“มึงล้มโต๊ะขวางทางกู!”

“ส่งมือมา!”

ผมดึงแขนพี่ทัชให้กระโดดข้ามเศษซากแก้วแตก มือใครต่อใครพยายามคว้าตัวเราไว้อย่างกับมือผี ผมหลับหูหลับตาสะบัดแรงๆ จนหลุด แล้วพุ่งไปที่ประตู

ออกจากนรกมาจนได้โว้ย!

ผมสลัดมือพี่ทัชทิ้งเพื่อจะได้วิ่งถนัด ทีนี้ก็ตัวใครตัวมันนะ ผมจะทำลายสถิติวิ่งร้อยเมตรของโอลิมปิกแล้ว

ปึก!

แม่ง ออกตัวแรงไปหน่อย ขาเลยสะดุดล้มคว่ำเอาหน้าฟาดกับฟุตบาท

“เอ้า! เป็นไรรึเปล่า”

“เจ็บเหี้ยๆ”

“ลุกเร็ว”

“มือถือหล่น”

“ช่างมัน เร็วๆ เข้า”

“ไม่!”

พี่ทัชเข้ามาฉุดผมแต่ผมขืนตัวไว้ หันมองรอบตัวก่อนจะเอื้อมคว้ามือถือที่สไลด์ไปนอนแผ่อยู่บนถนน แล้วค่อยยอมให้เขาดึงตัวขึ้น

“จะไปไหน ทางนี้”

“ก็รถพี่จอดไว้ทางนั้น”

“ทางมันโล่งไป หลบทางนี้ก่อน...มันตามออกมาแล้ว เร็ว วิ่ง!”

แทนที่จะได้วิ่งแบบเดอะแฟลช กลับต้องวิ่งกะเผลกๆ หัวเข่าซ้ายของผมที่กระแทกพื้นเมื่อกี้ออกอาการทันตาเห็น จนพี่ทัชต้องฉุดแขนให้วิ่ง ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องลดสปีดลง

“พี่ ไม่ไหว ขอพักก่อน”

“ทนหน่อย”

ถ้าไม่เจ็บคงวิ่งไปถึงดาวอังคารแล้ว แต่สภาพนี้ หันหลังมองแล้วโคตรเจ็บปวด เพิ่งห่างจากหน้าร้านออกมาประมาณสิบกว่าเมตรเอง แถมไอ้หน้าโหดก็ตามออกมาแล้วตอนนี้

และไอ้ที่มันชักออกมาจากเอวนั่นก็คือปืนแน่ๆ

“หยุดนะโว้ย!”

“ไป!” พี่ทัชกระตุกตัวผม

ปัง!

โดน!

ต้องโดนตรงไหนสักที่บนตัวกูแน่ ตอนนี้แม่งไม่รู้ว่าเจ็บหรือชาตรงไหนบ้าง เข่าจะเป็นไงไม่สนแล้ว เอาชีวิตรอดก่อน ผมสะบัดมือพี่ทัชอีกที แล้วอาศัยแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งนำหน้าเขา แต่พี่ทัชก็ใช่ย่อย เขาเร็วพอจนวิ่งมาตามประกบได้

“ทางนี้! เข้าซอย” พี่ทัชบอก

เข้าก็เข้า

ซอยที่ว่าไม่ถึงกับกว้างมาก มีเซเว่นตั้งหัวมุม ริมทางมีร้านอาหารสไตล์รถเข็นตั้งเรียงราย ทั้งชายสี่หมี่เกี๊ยว ข้าวมันไก่ และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น มีลูกค้านั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะ แถมผู้คนนับสิบยังเดินกันพลุกพล่าน มันน่าจะเป็นซอยเข้าอพาร์ตเมนต์สักอย่าง เพราะข้างหน้ามีตึกสูงอยู่

ผมวิ่งฝ่าฝูงชน พี่ทัชวิ่งตามคว้าตัวไว้

“ช้าหน่อย”

“พี่อยากตายก็ช้าดิ ผมโดนยิงเข้ากลางหลังแน่ๆ ตอนนี้เริ่มเจ็บแล้ว เรียกรถพยาบาลหน่อย”

“โดนอะไร มันยิงขึ้นฟ้า”

“เอ้า เหรอ...งั้นทำไมเจ็บ เส้นยึดหรือตะคริวเหมือนตอนนั้นเหรอ”

“เงียบๆ ก่อน”

พี่ทัชรวบต้นแขนผมไว้แน่น บังคับให้เดินตีคู่กันไป “เดินเนียนๆ ปนไปกับคนดีกว่า” พยายามทำตัวเนียนแล้ว แต่ผมยังอดกึ่งวิ่งกึ่งเดินและมองเหลียวหลังเป็นระยะไม่ได้

เราเดินลึกเข้ามาในซอยจนถึงทางแยก แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามกลุ่มคนโดยไม่ต้องคิด ทางนี้เป็นซอยย่อยที่แคบลงไปอีก และทั้งสองข้างทางก็เป็นตัวตึกอพาร์ตเมนต์ตั้งเรียงกันไปนับหลายสิบเมตร แต่ละตึกมีรถจอดกันแน่น ตามข้างทางยังมีล้นมาจอดเรี่ยราด บริเวณนี้ไม่ค่อยสว่างนัก ยังมีคนเดินสวนมาบ้างนิดหน่อย ส่วนกลุ่มคนที่เราเดินตามมาเริ่มบางตาลงเพราะต่างทะยอยแยกย้ายกันเข้าตึกไปเรื่อยๆ

กลุ่มคนข้างหน้าเราเหลือแค่ผู้หญิงสองคนแล้ว น่าจะเป็นนักศึกษาที่เป็นเพื่อนกัน พอทั้งคู่เลี้ยวขวา เราก็เลี้ยวตาม อพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่แถวนี้คนเช่าน่าจะเป็นพวกนักศึกษานี่แหละ ข้างหน้าเป็นทางตันแล้ว สองสาวเลี้ยวเข้าตึกหลังรองสุดท้ายโดยไม่รู้ว่ามีเราเดินตามอยู่

พี่ทัชพาผมเดินเนียนๆ เลยไป ก่อนจะเลี้ยวแวบเข้าซอกแคบๆ ระหว่างตัวตึกหลังนี้กับหลังสุดท้าย

ไม่มีที่ให้ไปต่อแล้ว แถมยังมีถังขยะตั้งเรียงกันอยู่ตรงนี้อีก ชีวิตนี้เป็นอะไรกับถังขยะและซอกมืดๆ มากเปล่าวะ ตอนที่ผับโอเมก้าก็ทีนึงแล้ว แล้วก็มาตอนนี้อีก

ถ้าไอ้โหดนั่นตามมาได้โดยไม่หลงทาง มันคงยิงเราทิ้งให้ตายเหมือนหมาในซอกนี่แหละ

“เหี้ย เกือบตาย” ปากผมเริ่มทำงาน

“...”

“งานก็ล่ม แถมยังจะตายอีก เงินสองหมื่นนี่ก็ชวดแล้วใช่มั้ย”

“...”

“ลูกปืนนี่เฉียดหูเลยแม่ง มันต้องเป็นงั้นแน่ๆ เพราะในหนังทุกเรื่อง ฉากหนีตายแบบนี้ยังไงลูกปืนก็ต้องเฉียดหูหรือไม่ก็ถากแก้มอะ”

“มึงดูหนังมากไปแล้ว กูบอกแล้วไงว่ามันยิงขู่ขึ้นฟ้า”

“ฟิ้วผ่านหูเลย หรือว่าหลอนไปเองวะ”

“เงียบหน่อย”

“ปากดีนะพี่อะ ปากน่าจูบโคตร”

พี่ทัชหันกลับมา

เดี๋ยว! นี่กูพูดอะไรออกไปวะ

นั่นไงสาเหตุ เพิ่งรู้ตัวว่ามือพี่ทัชกุมมือผมอยู่ นิ้วโป้งเปลือยๆ ที่เขาแกะพลาสเตอร์ออกเพื่อจัดการเจ๊จอยตอนนี้คือโดนอุ้งมือผมเน้นๆ

“ปะ...ปล่อย” ผมแกะมือตัวเองออก ซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างไม่เต็มใจ “เมื่อกี้คือมุกนะ อย่าคิดเยอะ”

พี่ทัชละสายตาจากถนนมาผมเต็มๆ “มึงล้ม เป็นไงบ้าง” ทำไมต้องเสียงนุ่มลงด้วยวะ ทำตัวไม่ถูกเว้ย

“ก็เจ็บดิถามได้ เข่ากระแทก หน้าก็ฟาด”

“หน้ามึงเลือดออก”

“จริงเหรอ”

“อย่า” พี่ทัชตะปบมือผมที่กำลังจะยกขึ้นลูบหน้าตา ผมเลยรีบแกะมือออกอีก กลัวนิ้วโป้งเปลือยๆ นี่ชิบหาย

“คิ้วผมแตกใช่มั้ย ต้องเย็บกี่เข็ม”

“ไม่เยอะหรอก ตรงหางคิ้วขวาเป็นรอยถลอกเลือดซิบ เดี๋ยวกูเช็ดให้ อยู่นิ่งๆ”

คืนนี้พี่ทัชสวมเสื้อไหมพรมแขนยาว เขาดึงปลายแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นมาคลุมอุ้งมือและงอนิ้วกดชายเสื้อไว้ จากนั้นก็ใช้มันซับที่หางคิ้วผมเบาๆ มีรอยเลือดเปื้อนเนื้อผ้าอยู่นิดนึงจริงๆ โคตรโชคดีแล้วที่ไม่แตก ไม่งั้นหน้าหล่อๆ เสียราคาหมด

“แล้ว...แล้วพี่เป็นไงล่ะ ผมเห็นคนแอบต่อยหลังพี่”

“มึงปาแก้วใส่กูไม่ใช่เหรอ”

“ผมจะขว้างใส่ไอ้โหดนั่นต่างหาก ตรงเป้าเป๊ะแล้ว แต่พี่ดันขยับตัวมาบังซะก่อน...เดี๋ยวๆ พี่จะทำอะไร” ที่ต้องถามเพราะพี่ทัชเริ่มแกะพลาสเตอร์ออกจากนิ้วโป้งอีกข้างแล้ว

“ปิดแผลให้มึงไง”

“ไม่เอา ไปโรงบาลดีกว่า”

“แผลแค่นี้ไปให้หมอด่าเหรอ”

“งั้นก็ปล่อยไว้ ผมไม่เป็นไร ผมโอเค”

“นิ่งๆ”

“จริงๆ”

“นะฑี”

เสียงนุ่มพิฆาตมารอีกแล้ว แล้วทำไมผมต้องยอมน้ำเสียงแบบนี้ทุกทีวะ

“อย่าให้นิ้วเปลือยๆ ของพี่โดนตัวผม”

“เดี๋ยวนี้กลัวนิ้วกูแล้วเหรอ เมื่อก่อนเห็นอยากจับ”

“ไม่ได้กลัว ผมแค่ยังไม่อยากด่าพี่ ความจริงในหัวผมตอนนี้มีแต่คำด่าพี่ล้วนๆ เลย”

“อ่อ”

“บอกว่าอย่าโดน”

“เออ ไม่โดน นิ่งๆ”

ผมยืนนิ่ง กลอกตาล่อกแล่ก ขณะที่สายตาพี่ทัชจ้องผมนิ่งพลางโน้มใบหน้าเข้ามาช้าๆ

“ทำไมต้องใกล้ขนาดนี้…” ผมพึมพำเหมือนความคิดล้นปากออกไป

“มันมืด” ก็จริงของเขา เจ้าของอพาร์ตเมนต์แม่งประหยัด ติดไฟแค่หลอดสองหลอดมันจะไปสว่างอะไร ไม่กลัวโจรขโมยรถคนอยู่อาศัยเหรอ “กูบอกให้ทิ้งมือถือ ทำไมมึงไม่ทิ้ง จะได้วิ่งหนีเร็วกว่านี้”

“ก็ของพี่ให้ผมอะ จะทิ้งได้ไง”

“อืม”

“พูดผิด ของพี่ให้ยืม ก็ถ้า...ถ้าไม่เก็บมา ผมจะเอาปัญญาที่ไหนหามาคืน จริงมั้ย ตอนนี้ยิ่งจนๆ อยู่...แปะแผลเสร็จยัง”

“ยัง”

ทำไมนานจังวะ ก็แปะทับรอยแผลแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังรีดซ้ำไปซ้ำมา แล้วที่บอกไม่ให้นิ้วเปลือยโดนผิวนี่ คือไม่โดนจริงรึเปล่า ทำไมรู้สึกหวิวๆ ในใจ

“เอ้อ เพิ่งนึกได้” ผมพูด “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไงอะ” ที่ต้องพูดเพราะมันเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว

“เรื่องไหน”

“ก็เคสนี้ไง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความจริงบางอย่าง...ไรงี้”

“มันสอนมึงว่าไงล่ะ”

“ไม่รู้ ช่างมัน”

“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความจริงบางอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด” ย้อนถามผมแต่ตอบเองซะงั้น ก็จริงอย่างเขาว่า เรากะไปจับโป๊ะเจ๊จอยเรื่องชู้ แต่ไอ้ที่รู้ดันเป็นเรื่องฆ่าคนฟอกเงินอะไรไปโน่น แต่น้ำเสียงพี่ทัชนี่หมายถึงเรื่องนี้แน่เหรอวะ

“คมกริบใช้ได้ ตามนั้นแหละ” ผมพูดต่อ “แล้วแปะแผลเสร็จยังเนี่ย”

“เสร็จแล้ว”

“โอเค”

“เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะ” จู่ๆ เขาก็ถาม

“ฮะ? พูดอะไร ก็โอเคไง อยากให้พูดอะไรอีก...อ้อ ขอบคุณที่แปะแผลให้ครับโผม”

“ดูปากกูอีกทีดิ”

“ดูปาก ดูทำไม…”

“งั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว”

โลกรอบตัวผมคล้ายกับจะตีลังกาในฉับพลัน น่าจะผ่านไปสองหรือสามวินาทีแล้ว สมองผมถึงค่อยแปลความว่า...พี่ทัชดึงตัวผมไปจูบ!

มือซ้ายของเขาประคองกรามผมให้เงยขึ้น เขาตะแคงศีรษะโน้มลงมา ปากเราประกบกัน ตาผมมองฟ้ามืดๆ เหนือยอดตึก และจากหางตา เห็นนิ้วโป้งเปลือยเปล่าของเขายกค้างไว้โดยไม่ได้แตะโดนผิวของผมอย่างที่เขาบอก แต่สัมผัสตรงริมฝีปากก็ทำให้รู้สึกวูบหวิวแผ่ซ่านไปทั้งตัว

ริมฝีปากพี่ทัชนุ่ม อุ่น และชื้น

เหี้ยๆๆๆ ลิ้นเขาขยับด้วยอะ ขยับไล้ช้าๆ สัมผัสริมฝีปากด้านในของผม ส่วนริมฝีปากของเขาก็เม้มบดเพิ่มแรงเข้ามาอีก

หัวใจผมเต้นถี่อย่างกับคนแก่เป็นโรคความดันสูง มือไม้อ่อน ตับไตสั่นสะท้านจนท้องน้อยไหวหวิว เอาเข้าจริงผมไม่รู้ว่าร่างกายผมมีปฏิกิริยายังไงบ้าง เหมือนกับว่ามันเป็นอัมพาตไปแล้ว ทั้งที่กล้ามเนื้อทุกส่วนพากันกรีดร้องอยู่

นี่แหละอาการช็อก จะไม่ให้ช็อกได้ไง เพราะพี่ทัชก็เป็นผู้ชายด้วยกัน

และนี่มันก็คือจูบแบบจูบจริงๆ

อาจจะนานราวๆ สิบกว่าวินาที หรือไม่ก็สิบกว่าปีเขาถึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออก ตาผมยังมองท้องฟ้า ก่อนจะตระหนักว่าตัวเองกลั้นหายใจอยู่นานมาก ร่างกายเลยสูดลมเข้าเฮือกด้วยตัวมันเอง

“มึงบอกปากกูน่าจูบ” เสียงพี่ทัชดึงสติผมกลับมา

“พะ...พี่ทำไรวะ”

“กูก็เลยจูบมึง”

“ผมไม่…” ผมกัดมุมปากไว้ ไม่ไว้ใจให้คำไหนเล็ดลอดออกมา

“มึงไม่...โอเค” พี่ทัชพูดแบบเว้นจังหวะ คล้ายกับจะเป็นเชิงถาม

ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

ผมไม่รู้จะพูดอะไร

ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้นแล้ว

ตอนนี้เลยได้แต่ยืนนิ่ง กะพริบตาปริบๆ มองเขาในระยะประชิด และพยายามปรับลมหายใจตัวเองไม่ให้คร่อมจังหวะ มือขวาพี่ทัชละจากผมไปอยู่ข้างตัวแล้ว แต่มือซ้ายยังประคองใบหน้าผมอยู่

ในที่สุดนิ้วโป้งเปลือยเปล่านั่นก็ขยับไล้ผิวแก้มผมคล้ายกับเขาอดใจไม่อยู่

นิ้วที่มีพลังรีดเค้นความจริงได้ สัมผัสของมันพาให้รู้สึกสั่นซ่านิดๆ เหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ หล่อเลี้ยงอยู่

คงเห็นว่าผมสะดุ้ง เขาเลยยกนิ้วขึ้น แล้วเลื่อนทั้งมือไปที่ท้ายทอยแทน จังหวะเดียวกันใบหน้าก็เลื่อนเข้ามาใกล้อีกนิด ตาสบตา แม้จะมืดสลัวแต่ผมก็คิดว่าเห็นเงาสะท้อนของตัวเองอยู่ในนั้น

“เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบ กูจะบอกความจริงมึงอย่างนึง...ปากมึงก็น่าจูบเหมือนกัน”

เขาตะแคงศีรษะ แต่ชะงักค้างไว้คล้ายให้โอกาสว่า ถ้าผมไม่โอเคก็สามารถผลักเขาออกได้

แต่ผมนิ่ง

แล้วริมฝีของเขาก็ประกบลงมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นไปอย่างนุ่มนวลแผ่วเบากว่าเดิม จูบสองครั้งติดๆ โดยผมไม่มีปากมีเสียงนี่คือไม่เอาเปรียบเหรอวะ รู้จักผมน้อยไปแล้ว คนอย่างนะฑีไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบหรอกเว้ย! แล้วนี่จูบเป็นจริงรึเปล่า มานี่ จะสอนให้!

ผมดันตัวเขาถอยจนหลังติดกำแพง ตอบโต้ทันทีด้วยการเม้มปาก งับริมฝีปากเขานิดๆ แล้วสอดลิ้นเข้าไปบ้าง

ไงล่ะ อึ้งเลยดิ

นี่แค่เบสิกนะ เดี๋ยวเจอขั้นแอดวานซ์แล้วจะหนาว

“นั่นใครน่ะ ทำอะไรกัน!”

ไอ้โหดตามมาจนได้เหรอวะ

เราผละออกจากกันทันที เงาของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดห่างจากเราสามสี่ก้าว แม้จะมืดสลัวแต่ในระยะนี้ก็มองเห็นกันได้ชัด เขาสวมเครื่องแบบเต็มยศ ในมือถือถุงก็อปแก็ปที่อัดแน่นไปด้วยเศษซากต่างๆ

เหี้ย ลุงยาม ลุงจะมาทิ้งขยะอะไรตอนนี้!

 

 

 

 

____________________

__ หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกๆ คนมีความสุขนะคะ 3

 

นางร้าย

12.กุมภา.2020

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 255 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #782 ponnyyyy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 15:47
    ลุงยามมมมม
    #782
    0
  2. #747 -want- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:03
    ตัวก็ไม่ค่อยจะแตะกันนะ แต่ข้ามขั้นมาจูบเลย555555
    #747
    0
  3. #734 YFTD_pk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:27
    เขินนนนนน นี่แค่จูบนะ
    #734
    0
  4. #733 YFTD_pk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:27
    กรี้ดดดดดดดด แรงมากพี่ทัชชชชช
    #733
    0
  5. #681 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:25
    หูววววว แต่แอบอึ้งความจริงเจ๊จอย น่ากัวมากกกกก
    #681
    0
  6. #631 realtoey (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 10:43

    กรี๊ดดดดดดดดด อมก. อมก. อมก. อมก. อมก. อมก.
    ช้านจาเปงลมม
    #631
    0
  7. #627 creates (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 10:18

    โอยยยยยยยยยย
    #627
    0
  8. #583 Mmmmiilllkk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:14
    ตอนมที่31พระ-นาย พึ่งจูบกัน *ลุกขึ้นปรบมือ* 55555555555555555
    #583
    0
  9. #444 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:09
    OMG OMG OMG OMG

    ฟุฟุฟวยเลยที่เดียวอ้ากกกกก
    #444
    0
  10. #392 NoName_e (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 02:50
    เค้าจูบกันแล้ววววววว อนดนนกนก แต่ลุงนะลุง มาทำไมตอนเน้5555555
    #392
    0
  11. #375 overager (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 12:03
    ไอ่พี่ทัชชชช ร้ายมากกกกก
    #375
    0
  12. #364 Layla140518 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 04:24

    ลุงยามมมมมมมมมม มาทำไม!!!! กำลังฟินเลย TT
    #364
    0
  13. #290 teivelhaneuls (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:01
    อ๋อ คนรู้จักที่จูบกันน่ะ
    #290
    0
  14. #289 poonnpyw (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:28

    ฮื่ออตกใจความลับเจ๊จอย
    แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาจูบกันเเล้วค่ะแม่!!!
    #289
    0
  15. #288 Duck_alone (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:06
    เค้าจูบกันแหละ /////////
    #288
    0
  16. #287 DON'T forget me (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:07

    มาไวไม่เท่ามาขัดจังหว่ะนะลุง ว๊อยยย ข่ะเค้าจูบกันแล้ว

    #287
    0
  17. #286 Ironmanwife (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:43

    จูบกันแล้ว เค้าจูบกันแล้วววววว จูบเน้นๆ โอ้ยยย
    #286
    0
  18. #285 s214 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:14
    บ้า บ้า บ้า บ้า บ้าที่สุ้ด แง
    รอตอนต่อไปเสมอนะคะ สู้ๆค่า
    #285
    0
  19. #284 chompoopanisara (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:49
    โอ้ยย ฮือออ เขินจนน้วยหมดเลย >//<
    #284
    0
  20. #283 CAP_TURE (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:10

    จูบกันแล้ว แรงมากแม่
    #283
    0