● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 32 : แตะต้องครั้งที่ 30: จับบบ...นึกว่าเปลี่ยนเบอร์ไปเจอที่เดิมเพิ่มเติมตามนั้นคาดคั้นอุฟุฟวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 223 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

แตะต้องครั้งที่ 30

จับบบ...นึกว่าเปลี่ยนเบอร์ไปเจอที่เดิมเพิ่มเติมตามนั้นคาดคั้นอุฟุฟวย

 

แม่ตายแน่ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง พี่ทัชพูดอย่างนั้น 

ใจผมแย้งว่าต่อให้ลุกขึ้นมาทำอะไรแม่ก็ตายอยู่ดี แต่เอาเถอะ ยังไงผมก็นอนซมนอนซึมอยู่ในห้องตลอดไปไม่ได้อยู่แล้ว 

วันจันทร์ ผมเลยตื่นขึ้นมาโดยพยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ ลงมายิ้มทักทายแม่ กินไรรองท้องนิดหน่อย แล้วไปมหา’ลัย ตอนพักกลางวันก็โทรหาแม่รอบนึง ซึ่งทำให้ผมตระหนักว่าที่ผ่านมาผมละเลยการโทรหาแม่มากแค่ไหน น้ำเสียงแม่สดใสดี ดูปกติทุกอย่าง 

แต่ยิ่งเราทำเป็นปกติมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูไม่ปกติมากเท่านั้น 

“เป็นไรวะนะฑี ป้าร้านน้ำเอาเยี่ยวหมาให้แดกเหรอ ที่เหลืองๆ ในแก้วนี่ไม่ใช่เก๊กฮวยใช่มะ” เปิ้ลถามระหว่างเรากินข้าวกัน

“เปล่า” 

“หรือท้องผูก เรามียานะ” เจษฎาแสดงความห่วงใย 

“เปล่า” 

“หน้างี้คงฝีใต้จั๊กแร้แตกมากกว่ามั้ง ใช่มะ” 

“เพิ่งคุยกับแม่” 

“เออ เห็นอยู่ คุยกับแม่ทำเสียงเล็กเสียงน้อย พอวางสายทำหน้าเป็นตูดใส่เพื่อน กูเลยอยากรู้ว่า…”

“แม่กูเป็นมะเร็ง” ผมขัดกลางประโยค

“มะเร็งที่ส้นตีนหรือตาตุ่มล่ะ”

“มะเร็งต่อมน้ำเหลือง”

“...”

“...”

“คราวนี้พวกมึงทำหน้าเป็นตูดใส่กูซะงั้น” 

“จริงเหรอวะ เรื่องงี้พูดเล่นไม่ได้นะเว้ย” เปิ้ลเสียงอ่อนบ่งบอกว่าเชื่อไปแล้ว ปกติมันไม่เชื่ออะไรที่ออกจากปากผมง่ายๆ หรอก แต่ครั้งนี้คงจับความจริงจังในน้ำเสียงได้ ส่วนเจษน่ะ พูดอะไรก็เชื่ออยู่แล้ว 

“กูก็อยากให้แม่งไม่จริงเหมือนกัน” 

“นายโอเครึเปล่า นะฑี เอ่อ...มีอะไรเล่าให้เราฟังได้นะ” 

กูเพิ่งเล่าไปไงเจษ แม่กูเป็นมะเร็ง! 

แต่ผมฉีกยิ้มพร้อมกับตบไหล่เจษเบาๆ “ขอบคุณครับเจษ ที่จะเล่าตอนนี้ก็คือ กูปวดขี้ พวกมึงกินกันไปนะ กูขอตัวไปขี้ก่อน” 

“นะฑี” เปิ้ลเรียก 

ผมยกมือขึ้นระดับไหล่โดยไม่หันไป “ขี้จะแตก ไว้ค่อยคุย” 

พอมาถึงห้องน้ำผมก็เข้าส้วมไปขังตัวเองไว้ในนั้น ควักมือถือออกมาไถหน้าจอดู พี่ทัชยังไม่ติดต่อมา ไม่ว่าจะด้วยการโทรหรือแชต ผมเองก็ยังไม่ได้ติดต่ออะไรไปเหมือนกัน 

แชตไปดีมั้ย...

อึดอัดจนหายใจไม่ออกเลยว่ะ แม่ง ออกไปดีกว่า

ออกมาข้างนอกค่อยหายใจโล่งขึ้นหน่อย ว่าจะแชตไป แต่รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็กำลังพาตัวเองไปที่คณะจิตวิทยาแล้ว ปล่อยเลยตามเลยละกัน แต่ใจนึงก็หวังว่าเขาจะไม่อยู่ที่ป่าดงดิบหรอก เพราะช่วงนี้เขาน่าจะงานเยอะ 

ปรากฏว่าเขาอยู่ นั่งอ่านหนังสือและมีแซนด์วิชวางข้างๆ เหมือนวันแรกที่เจอกัน 

“แซนด์วิชอีกแล้ว” ผมนั่งลง บังคับตัวเองให้ฉีกยิ้ม 

พี่ทัชยกมือขึ้นเป็นเชิงว่ารอแป๊บนึง เขาจ้องหน้าหนังสือไฮกุอยู่สักพักคล้ายกับครุ่นคิดหาความหมายที่แท้จริงของมัน แล้วค่อยปิดหนังสือ เงยหน้าขึ้น

“มึงยิ้ม” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของเขาราบเรียบ

“ผมยิ้มแล้วไง” 

“ก็ดี” 

มีประกวดคนหน้านิ่งแห่งชาติรึเปล่าวะ จะส่งพี่ทัชเข้าประกวด แถมพี่แกยังมองหน้าผมต่อเหมือนว่าจะเล่นแข่งจ้องตากัน 

อึดอัดว่ะ 

เอาไงต่อวะ

“เหมือนวันแรกที่เราเจอกันเลยนะ” ผมเสี่ยงหงายการ์ดความหลังไปดู

“กูไม่เห็นมีอะไรเหมือนเดิมสักอย่าง”  

“ผมเห็นอยู่สองสามอย่างนะ พี่นั่งอ่านกลอนอยู่แบบนี้ มีแซนด์วิชแบบนี้ แล้วก็หน้านิ่งแบบนี้” 

“แต่มึงไม่ได้ยิ้มปลอมๆ แบบนี้”

แม่เป็นมะเร็งจะให้ยิ้มจริงๆ ได้ไงวะ 

ผมถอนหายใจทิ้งยาวๆ เพื่อสลัดรอยยิ้มนั่นทิ้งไป 

“มึงโกรธ” 

“เปล่า” 

“มองหน้ากูดิ”

ผมเพิ่งรู้ตัวว่าหลบตาเขา รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะเงยขึ้นมองเขาตรงๆ แต่ผมก็ฝืนทำจนได้ 

“กูอยากให้มึงแสดงความรู้สึกจริงๆ กับกู” 

“...” 

“ไม่อยากยิ้ม ก็ไม่ต้องยิ้มดิ”

“...”

“อยากร้องไห้ ก็ร้องเลย”

ผมรีบเงยหน้ามองฟ้า บังคับให้น้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมาไหลย้อนกลับไป “ผมไม่ได้อยากร้อง” ว่าแล้วก็สูดขี้มูกฟืดๆ “ไม่ต้องมาบิ๊วผม” 

“อืม” ตอบแค่นั้น ไม่บิ๊วต่อ ไม่อะไรเลย แค่นั่งนิ่งๆ เหมือนว่ารอได้เป็นวันๆ 

อึดอัดโว้ยยย

“พี่แม่ง!” 

“อะไร”

“พี่โกรธใช่ปะ ถึงได้เงียบๆ ไป”

“กูเปล่า” 

“งั้นทำไมไม่แชตไม่โทรมาเลย”

“มึงบอกว่าจะเอามือถือไปขาย”

“พี่อย่าประชดได้ปะ คิดว่าผมจะเอาของที่พี่ให้ไปขายจริงๆ ดิ”

“เห็นมึงพูดจริงจัง” 

“ถึงขายเครื่องผมก็ใช้เบอร์เดิม ทำไมไม่โทรล่ะ”

“กูไม่อยากให้มึงเกลียดกูมากกว่านี้”

“...”

“มึงอยากให้คนที่มึงเกลียดโทรหาเหรอ”

“...” 

เหี้ย 

ทำไมจุกขนาดนี้ 

“ตอบกูดิ” 

“อยาก” ผมพูดเสียงเบา 

พี่ทัชหยิบมือถือของเขาขึ้นมา เลื่อนไถหน้าจอ แล้วก็กด ไม่ทันไรมือถือเครื่องเก่าของเขาที่อยู่ในกระเป๋าผมก็สั่นครืดๆ

ผมควักมันออกมา แล้วกดรับสาย 

“ฮัลโหล ขอสายนะฑีหน่อยครับ” เสียงเขาดังมาตามสาย แต่ไม่ต่างจากคุยต่อหน้าเท่าไหร่หรอก เพราะตัวจริงเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้เอง 

ผมยกมือถือแนบหูและเล่นตามน้ำไป “พูดอยู่” 

“อ้อ นึกว่ามึงเปลี่ยนเบอร์แล้ว” 

“ก็ว่าจะเปลี่ยนแหละ หาเบอร์มงคลมาใช้ ชีวิตจะได้ดีๆ เจอคนดีๆ” 

“คนที่เจออยู่ทุกวันนี้ไม่ดีเหรอ”

“ไม่รู้ดิ ส่วนมากก็แย่มั้ง”

“อ่อ งั้นถ้าเปลี่ยนเบอร์บอกหน่อยนะ”

“คิดดูก่อน”

“ให้เวลาคิดห้าวินาที” 

“...” ผมมองหน้าเขา เขาก็มองตอบด้วยแววตาเรียบๆ แต่คล้ายกับจะมีรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ทำไมเขาถึงทำให้อารมณ์ผมแกว่งขึ้นแกว่งลงได้ขนาดนี้วะ หรือบางทีต่อมอะไรสักอย่างในสมองผมอาจจะผิดปกติจริงๆ

“หมดเวลา ถ้าเปลี่ยนเบอร์จะบอกมั้ย” 

“บอกทำไม ขนาดเบอร์เดิมยังไม่โทรเลย”

“ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรหา”

“...”

“กูไม่อยากให้มึงเกลียดกูมากกว่าเดิม เลยไม่ได้โทร”

“...”

“โกรธรึเปล่า” เขาเอียงหน้ามองผม สายตาคล้ายกับจะขุดค้นเข้าไปส่วนที่ลึกที่สุดในใจผม จนผมต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“พี่แม่ง”

“แสดงว่าโกรธ”

“ช่างมันเถอะ”

“ช่างมันได้ไง ยังไม่ได้ง้อเลย”
            “...” 

“ต้องง้อยังไงถึงจะหาย...เอ๊ะ แต่มึงยิ้มแล้วนะ” 

ผมรีบทำหน้าบึ้ง “นี่คุยโทรกันอยู่ พี่จะรู้ได้ไงผมยิ้มหรือไม่ยิ้ม”

“เสียงมึงเหมือนยิ้ม” 

“มั่ว” 

“เนี่ย ตอนนี้เสียงก็ยิ้ม หายโกรธแล้วใช่มั้ย” 

ไอ้พี่ทัช มึง กูกลั้นยิ้มจะไม่ไหวแล้ว

“เออๆ ไม่ได้โกรธ”

“ดีแล้ว ไม่โกรธก็จะได้ไม่ง้อ” อ่าว กวนตีนแล้ว “แล้วชีวิตเป็นไงบ้างครับช่วงนี้” เขาถามต่อ 

“คิดว่าเป็นไงล่ะ"

“ก็คิดว่า...น่าจะกินน้อย นอนน้อย น้ำหนักลด แต่ตดยังดัง...มั้ง”

ขนลุก! พี่ทัชกล้าเล่นมุกนี้เหรอวะ 

เวลาคนบุคลิกดีๆ มาพูดแบบนี้ฟังแล้วโคตรแปลกเลย

“ไม่เล่นละ” ผมกดวางสาย 

พี่ทัชมองมือถือตัวเอง แล้วเอาแนบหูอีก “ฮัลโหลๆ” จากนั้นก็ยอมวางมือถือและยิ้มให้ผม “วางไปละ” 

“พี่ไปตั้งคณะตลกมั้ย”

“เอาดิ ให้มึงเป็นหัวหน้า” 

“เหอะ เอาบริษัทขอทัชฑีให้รอดก่อนเถอะ” 

คราวนี้พี่ทัชยิ้มนิดๆ โดยไม่พูดอะไร และทุกครั้งที่เขาเงียบ ผมก็ทนไม่ไหวที่จะต้องพูดอะไรสักอย่าง นี่ต้องเป็นเทคนิคจิตวิทยาแน่ๆ 

“ที่ผมมาหาพี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ บริษัทขอทัชฑี” 

“อือฮึ” 

“ผมเข้าไปดูในกลุ่มเมียหลวงแล้ว ตกลงรับนะ ไม่น่ายากอะไร เดี๋ยวผมนัดวันอีกที” 

“ทำไมถึงอยากทำ” 

“เงินไง” คำนั้นพุ่งออกจากปากผมแทบไม่ต้องคิด “ก็แม่ผม...ป่วย”

“อืม” เขาหันมองหน้าผมตรงๆ “แต่มึงเกลียดกูแล้ว จะร่วมงานกันได้เหรอ”

“...” ชิบหาย ต้องวนมาเรื่องนี้จนได้สินะ 

“กูเคยบอกมึงใช่มั้ยว่า ตามประสบการณ์กูความจริงมักจะโหดร้าย บางทีไม่รู้ก็ดีกว่า แต่มึงเถียงว่าตามประสบการณ์มึงการโกหกกันมันโหดร้ายกว่า...เรื่องแม่มึงมันเป็นความจริงที่โหดร้าย แล้วเรื่องนั้นล่ะ จริงหรือโกหก”

“เรื่องอะไร”

“ที่มึงเกลียดกู”

“เอาเป็นว่า...ผมขอโทษละกัน”

“ไม่จริงใจ”

“ผม ขอ โทษ” ผมเน้นชัดถ้อยชัดคำ 

“เสียงแข็ง”

“ผมขอโทษครับพี่ทัช”

“จะบอกว่าไม่ตั้งใจหรือโกหกล่ะ”

“ผม...ไม่รู้อะ ก็ตอนนั้นนิ้วพี่…” 

บรรยากาศแบบอมยิ้มๆ ก่อนหน้านี้หายไปไหน หายไปตั้งแต่ตอนไหน 

ทำไมมันกลับมาอึมครึมอีกแล้ว

“ความจริงบางอย่างนานแค่ไหนก็ไม่เปลี่ยน แต่ความจริงบางอย่างแป๊บเดียวก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว” เสียงพี่ทัชเรียบเรื่อย และคล้ายกับครุ่นคิดไปด้วย “ตอนนั้นมึงอาจจะรู้สึกเกลียดกูจริงๆ ก็ได้ หรือบางที…”

“อะไร”

“อาจเป็นจังหวะที่นิ้วกูไม่โดนผิวมึง”

“ไม่โดนเหรอ” 

“มั้ง ไม่รู้ดิ”

“พี่อะ เอาดีๆ ผมงงไปหมดแล้ว” 

“อืม งั้นเอาใหม่” เขาเอียงคอนิดๆ มองผม “กูจะไม่แตะตัวมึง ทีนี้มึงจะบอกความจริงหรือโกหกอะไรกูก็ได้ กูจะเชื่อตามนั้น”

“ไม่เอาอะ”

“งั้นกูก็จะเชื่อตามคำพูดเดิมของมึง”

“อะไรของพี่วะ จะมาคาดคั้นไร”

“กูไม่ได้คาดคั้น ก็ตามนั้นไง”

“พี่แม่ง”

“ด่ากูทำไม”

“โอ๊ย ไรเนี่ย ไม่ได้ด่า มันแบบ...” ผมอ้าปาก แล้วก็หุบ แล้วอ้าอีก “อยากฟังนักใช่ปะ งั้นเอาเป็นว่าผมอุฟุฟวยฟ่วยฟวยอันเยนทวยฟวยฟวยอุเวมอุเวมโอซาสกับพี่ละกัน”

“อะไร”

“ก็บอกให้ผมพูดไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ”

พี่ทัชเอนหลังและกอดอก สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ แววตาสีน้ำตาลมองมาตรงๆ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกคันยุกยิกในอกอย่างบอกไม่ถูก “อืม เข้าใจแล้ว”

“ฮะ?” 

“ตามนั้น” 

“เฮ้ย ตามนั้นไรวะ เข้าใจว่าไง…ทำไมต้องทำหน้างั้นด้วย”

“หน้ายังไง”

“หน้ายิ้มๆ เหมือนรู้ทันอะ”

“ก็กูรู้แล้วไง เข้าใจแล้ว”

“พี่เข้าใจว่าไง” 

“เข้าใจว่ามึงอุฟุฟวยฟ่วยฟวยนอนยันทวยหล่วยลวย อ่า...โอเอ็มจีลวยลวยโอซาสกับกู นั่นแหละ ตามนั้น”

โคตรกวนเลย 

อะไรของเขาวะเนี่ย!

 

 

 

 

________________________

ฝากแฮชแท็ก #ณTouch ไว้ด้วยน้า

แฮ่ ชอบที่ได้รวมความรู้สึกทุกคนเอาไว้ด้วยกัน ❤️

ขอบคุณมากนะคะ 

 

นางร้าย

 

 

2.กุมภา.2020

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 223 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #695 DelightLetters (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:49
    555 พี่นะเยี่ยมมาก แบบนี้ถึงจะเอาน้องอยู่มือได้
    #695
    0
  2. #644 real_ploy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 12:20
    พี่ทัชน่ารักอ่ะ อยากมีเป็นของตัวเองเลยยยส เลิฟ
    #644
    0
  3. #623 creates (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 09:34

    *;(}¢*)@+#)'+฿)_+มันแบบ฿-฿(@@)฿!฿!#?@+#*(*(";#@
    #623
    0
  4. #443 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:41
    ความอยากให้น้องยิ้มอะ หืออออ ทำไมอบอุ่นจังพี่ทัชชชช
    #443
    0
  5. #282 s214 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:37
    แง พิทัช แง
    #282
    0
  6. #281 poonnpyw (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30

    พี่ทัชติดนิสัยคนน้องหรืออยากทำให้น้องยิ้มกันแน่คะะะ
    #281
    0
  7. #280 GaoKamolpat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:28
    พี่ทัชเริ่มกวนละหรอออออออออออออ
    #280
    0
  8. #278 Ironmanwife (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:25
    พี่ทัชชชชช 55555
    #278
    0
  9. #277 CAP_TURE (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:41
    พี่ทัชนี่ตลกหน้าตายจริงๆนะ ขอบคุณคุณไรต์กับณทัช นทีมากนะคะ นิยายเรื่องนี้ฮีลใจเราได้มากๆเลย
    #277
    0
  10. #276 อมมะนาว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:29
    ตอนคนนิ่งๆมากวนตีนนี่มัน...พี่ทัช!!!!
    #276
    0
  11. #275 ละเมอเพ้อฝัน. (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:58
    มีมุมนี้กะเค้าด้วยนะพี่! 555555555 ดีจังเข้าใจน้องเฉยย
    #275
    0
  12. #274 Duck_alone (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:37
    พี่ทัช......... 555555555555555 กวนตีนมาก
    #274
    0