● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 29 : แตะต้องครั้งที่ 27: จับบบ…สัมผัสชัช-เจนขอเค้นเรื่องลับกลับบ้านไม่ต้องกินถ้ากูยังได้ยินโอ้มายก็อด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    16 ม.ค. 63

 

 

แตะต้องครั้งที่27

จับบบ…สัมผัสชัช-เจนขอเค้นเรื่องลับกลับบ้านไม่ต้องกินถ้ากูยังได้ยินโอ้มายก็อด

 

“ทำไมพี่แต่งตัวดีจังวะ”

“ดียังไง ปกติ”

ใช่ ปกตินั่นแหละ แค่เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนกับกางเกงสีเข้มเข้ารูป แล้วก็รองเท้าหนังสีน้ำตาล แต่พออยู่บนตัวพี่ทัช ทำไมมันดูดีดูแพงขนาดนี้วะ ตัดภาพมาดูสภาพตัวเอง เครื่องนุ่งห่มชิ้นหลักๆ บนตัวผมตอนนี้คือ เสื้อเชิ้ตโทนสีส้มแขนสั้น กางเกงยีนผ้ายืด กับรองเท้าผ้าใบยอดฮิต ก่อนออกจากบ้านก็คิดว่าดีแล้วนะ แต่หลังจากพี่ทัชจอดรถและเราลงมายืนคู่กัน มันก็อดที่จะเปรียบเทียบกันไม่ได้ ณ จุดนี้ ผมนึกว่าตัวเองจะไปเล่นสงกรานต์แถวสีลม ถ้าเสื้อเชิ้ตมีลายดอกสักหน่อยนี่เป๊ะเลย

“ไม่คิดว่าโรงแรมจะหรูขนาดนี้อะ รู้งี้ผมจัดทักซิโดมาแล้ว” ผมบ่นอีกขณะเราเดินไปตามทาง

“คิดมาก มึงดูดีแล้ว”

“จริงดิ พี่ทัช เอาดีๆ หันมาดู”

“ในสายตากูมึงดูดีแล้ว”

“พี่ยังไม่ได้หันเลย”

ปึก!

หน้าฟาดแผ่นหลังเขาเต็มๆ ดิครับ ก็เล่นหยุดดื้อๆ แบบนี้

“ต้องมองทำไม กูรู้อยู่แล้ว” เขาพูดโดยเหลือบมาแค่หางตา

น้ำเสียงเรียบๆ แทบไม่ต่างจากเดิม แต่ทำไมฟังแล้วเหมือนโลกหยุดหมุน กลิ่นตัวพี่แกก็โคตรหอม แค่บังเอิญหน้าฟาดหลังไปเบาๆ ได้สูดกลิ่นแค่ปื๊ดเดียวยังพาเคลิ้มได้ขนาดนี้

“แล้วพี่หยุดทำไม ถ้าพี่เดินงี้แถวตลาดเจ๊เนียมบ้านผมนะ ไม่โดนไม้หน้าสามก็มีดสับหมูอะ อย่างน้อยยางรถพี่ก็ต้องรั่ว…”

“อืม โทษที” ทำไมต้องเสียงทุ้ม ทำไมต้องตาเป็นประกาย
แล้วทำไมรู้สึกว่าสบตาเขาไม่ได้เลยวะ

“แล้ว...แล้วในสายตาคนอื่นล่ะ สภาพผมดูเป็นไง เหมือนจะไปเล่นสงกรานต์มั้ย”

“กูไม่ใช่คนอื่น”

“งั้นเดี๋ยวผมถามยาม ไปๆ พยาธิในไส้ผมเริ่มก่อม็อบเรียกร้องของกินแล้ว”

เรื่องของเรื่องคือ เจ๊เจนนี่ลูกค้าจากกรุ๊ปเมียหลวงกำลังต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่เรื่องสามี เพราะคุณพี่ชัชวาลย์คู่กรณีนี่ยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่เป็นแฟนคบกันมาได้ประมาณห้าปี แค่ชื่อก็ขนลุกแล้ว ชัช-เจน ฟังแล้วโคตรจะเป็นมงคล น่าจะไปกันได้ไกล แต่เจ๊บอกว่าพักหลังๆ มานี้อะไรที่เคยชัดเจนกลับดูคลุมเครือซะงั้น พี่ชัชเริ่มทำตัวหวงโทรศัพท์ กลับดึก คึกแค่ครึ่งๆ กลางๆ ชอบปล่อยเจ๊ลงข้างทางแห่งความฟิน...

แล้วอะไรอีกวะ เจ๊แกท่องให้ฟังยืดยาว แต่จำได้แค่นี้แหละ

สรุปคือมีปัญหาหนักใจจนอยากขอใช้บริการบริษัทขอทัชฑีของเรา วันนี้เจ๊เจนนี่นัดกินข้าวมื้อค่ำสุดหรูกับพี่ชัชวาลย์ที่นี่ เลยนัดให้เรามาจับโป๊ะแตกต่อหน้าเลย นี่ไงล่ะ คนจริง ตาต่อตาฟันต่อฟันไปเลย! ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเจอความจริงฟันกลับเละเทะแค่ไหน

“พี่เขานัดกี่โมง” พี่ทัชถาม

“ดูแป๊บ” ผมหยิบมือถือขึ้นมากดดูห้องแชต “ชิบ เจ๊มาถึงสักพักแล้วอะ…”

ผมหยุดปากไว้เพราะเราเดินมาถึงประตูทางเข้าพอดี ดอร์แมนยิ้มทักทายแล้วเปิดประตูให้ พี่ทัชเดินนำเข้าไป ส่วนผมลังเลเล็กน้อยก่อนจะเดินตาม

“คนเปิดประตูแต่งตัวดีกว่าผมอีก เลยไม่ถามละ ทำใจ” ผมบ่นอุบอิบ “แล้วเอาไงต่ออะ เรานัดแผนกันหน่อยมั้ย”

“มึงคุยกับพี่เจนนี่ไว้ว่าไงบ้าง”

“ก็โม้ไปเยอะอะ จิตวิทยาแนวใหม่ที่โคตรจะมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องทำอะไรมากมาย ขอแค่คุยนิดหน่อยและได้สัมผัสตัว แล้วก็ปิ๊ง ความจริงปรากฏ”

“งั้นแผนก็ง่ายๆ ละกัน”

“ซี้ดดด ตื่นเต้น ยังไงๆ เข้าไปบวกตรงๆ เลยปะ ล็อกคอเลย ถ้ากวนตีนมากก็ตบสั่งสอน สองรุมหนึ่งยังไงก็เอาอยู่”

“หมายถึงดูจากสถานการณ์แล้วใช้วิธีอะไรง่ายๆ”

ดูจากสถานการณ์แล้วใช้วิธีง่ายๆ?

“ง่ายยังไง”

“มึงอย่าพูดมากแล้วก็ทำตัวให้เป็นปกติก็พอ”

นี่เหรอแผน ทำไมฟังดูเหมือนไม่มีแผนอะไรเลยวะ แล้วให้ผมทำตัวปกติแต่อย่าพูดมากคืออะไร ฟังแล้วโคตรขัดแย้งเลย เพราะทำตัวปกติของผมก็คือพูดมากไง

“ช่างมันก่อนละกัน หิว”

“มึงจะไปไหน”

“หาไรกินดิ พี่ไม่หิวเหรอ”

“นั่นทางไปห้องน้ำ ห้องอาหารทางนี้”

“อ่าว...ก็จะไปล้างมือไง ตอนเรียนอนุบาลครูไม่สอนให้พี่ล้างมือก่อนกินข้าวเหรอ ไปๆ”

พี่ทัชตามผมเข้าห้องน้ำมาโดยไม่พูดอะไร โรงแรมใหญ่ๆ มันเป็นงี้เอง นั่นประตูห้องน้ำเหรอวะ หรูเกิ๊น ส่วนข้างในนี้ก็สะอาดจนลงไปนอนกลิ้งเล่นได้มั้ง ผมล้างมือแก้เก้อ ส่วนพี่ทัชถือโอกาสนี้แกะพลาสเตอร์ออกจนครบทุกนิ้วแล้วค่อยล้างมือ

“ฉี่ปะ” ผมถาม

“ไม่”

“เผื่อไว้ดีกว่า” ผมพูดพลางขยับไปที่โถฉี่ “เผื่อเจ๊แกเล่นบทโหดชักปืนออกมารัวทำไง จำไม่ได้เหรอที่ผับโอ้มายแอสอะ...งั้นก็แล้วแต่พี่นะ ถ้าฉี่แตกขึ้นมาแล้วจะเสียใจ” ผมจัดยาวๆ ไปจนหมดก๊อก แล้วมาล้างมือข้างๆ เขา “โอเค พร้อม”

เราออกจากห้องน้ำมาที่ห้องอาหาร ตาลายจะเป็นลม นี่โรงแรมหรือสวรรค์ ของกินเยอะไปหมด น่าจะมีครบทุกสัญชาติเลยมั้งเนี่ย ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง

“นี่งานบวชงานแต่งใครรึเปล่า จัดเต็มซะ”

“มันเป็นบุฟเฟ่ต์ มึงไปหาโต๊ะนั่งก่อน อยากกินไรก็กิน กูเลี้ยง แต่อย่าเพิ่งตักเยอะ มันมีเมนูดีๆ ให้สั่งต่างหากได้”

พูดไรก็พูดไป ไม่ได้ยินอะไรแล้วตอนนี้ ระหว่างที่พี่ทัชแยกตัวไปบอกพนักงานว่ามีคนหนึ่งคนกับปอบอีกตนต้องการกินอาหาร ผมก็เดินตาลอยๆ เหมือนคนละเมอไปที่ซูชิบาร์

“อ้าว! น้องนะฑี มาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย บังเอิญมาก เกือบเดินชนกันแล้ว” โคตรเนียนเลยครับเจ๊เจนนี่ เกือบเดินชนซะที่ไหน เจ๊แถมาจากฟากโน้นไม่ใช่เหรอ แถมส่งเสียงซะไม่เกรงใจความหรูของสถานที่อีกต่างหาก “เจ๊รอนานแล้ว ไปนั่งกัน เร็วๆ”

“หวัดดีครับเจ๊ หิวอะ ขอกินก่อน”

“เออน่า เดี๋ยวค่อยกิน”

“กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะเจ๊”

“รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี แล้วเพื่อนเราอีกคนอยู่ไหน” อะไรของเจ๊วะ มาเปิดตำราสงครามอะไรตอนนี้ “ใช่คนนี้หรือเปล่า...ทัชใช่มั้ยจ๊ะ”

พี่ทัชเดินเข้ามาสมทบพอดี “สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้

“หวัดดีจ้ะ ไปนั่งกันเร็วๆ”

ห่าน! ตับห่านอยู่ใกล้แค่เอื้อม!

แต่ผมกับพี่ทัชก็ถูกลากตัวมาที่โต๊ะเจ๊แล้ว จิตใจทำด้วยอะไร ขอกินหน่อยก็ไม่ได้ พอมาถึงโต๊ะก็จีบปากจีบคอแนะนำตัวเราสองคนกับพี่ชัชวาลย์แฟนหัวแก้วหัวแหวนทันที

“พี่ๆ นี่ไปเจอน้องที่รู้จักพอดี นี่น้องนะฑี แล้วก็นี่น้องทัช ส่วนนี่พี่ชัช แฟนพี่เอง”

“สวัสดีครับ/หวัดดีครับพี่” เราสองคนยกมือไหว้ เจ้าตัวก็รับไหว้อย่างดี

“ให้น้องนั่งด้วยนะ”

“อ่า…”

“นั่งกันๆ เอาเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆ มาเลย” บอกอย่างนั้น แต่เจ๊เป็นคนลากเก้าอี้มาเองทั้งสองตัว กดไหล่ผมกับพี่ทัชให้นั่งลงเสร็จสรรพ

แล้วไงต่อ

เดดแอร์เต็มๆ

“เฮ้ย นะฑี ไม่ได้เจอกันนาน เป็นไงบ้างเนี่ย” เจ๊เขย่าตัวผมแรงๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องหาเรื่องมาคุย

“สบายดีเจ๊ กินอิ่ม นอนหลับ ลำไส้ตับไตทำงานคล่อง ลองตดก็ดัง” ผมเขย่าตัวเจ๊แรงๆ บ้าง “แล้วเจ๊เป็นไง ดูเฟิร์มขึ้นนะเนี่ย” ว่าแล้วก็จับเหนียงต้นแขนเจ๊แกว่งๆ ให้ไขมันกระเพื่อมเล่น

ไม่อยากเสียมารยาทนะ แต่นี่คือผลกรรมของเจ๊ไง ที่ทำให้ผมกับซูชิตับห่านพลัดพรากกัน

“เอ่อ…”

“เอ่ออ่าไรล่ะเจ๊ พูดอะไรก็พูด มีความลับเหรอ”

“ความลับไร ไม่มี เจ๊ไม่เคยมีความลับ”

“ทำไมผมรู้สึกแถวนี้มีอะไรลับๆ อะ ผมเซนส์ดีนะเจ๊จะบอกให้”

“แค่กๆ” พี่ชัชวาลย์สำลักน้ำ เราทุกคนเลยหันไปมองหน้าเขา “เอ่อ...เจนรู้จักน้องมานานแล้วเหรอ”

“โอ๊ย นานแล้วดิพี่ ตั้งแต่สมัยที่เจ๊อยู่โรงเรียนบ้านหนองเขียดชุมแล้ว” ผมตอบให้แทน

“ตอนเด็กเจนเรียนนานาชาติไม่ใช่เหรอ”
“ก็...ก่อนเจนมาเรียนนานาชาติ ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนต่างจังหวัดพักนึงน่ะพี่”

“อ้อเหรอ ไม่เห็นเจนเคยเล่าเลย”

“มันนานแล้วน่ะพี่ ตั้งแต่เด็กๆ เลย”

“คิดถึงสมัยนั้นเนอะเจ๊” ผมเสริมไฟเข้าไปอีก “ตอนนั้นเจ๊ไล่ปล้ำผมยับทุกวันนี่”

“แค่กๆ” คราวนี้เจ๊เจนนี่สำลักบ้าง ส่วนพี่ชัชตาเหลือกเล็กน้อย

“ตอนเด็กพี่ชัชไม่เคยเล่นพ่อแม่ลูกเหรอครับ” ผมถาม “ผมกับเจ๊นี่ไล่ปล้ำกันทุกวัน สนุก บางวันมีชู้มาแจมด้วยนะ คนนี้เลย” ผมชี้ใส่พี่ทัช

“น้องคนนี้ก็ด้วยเหรอ”

“โหย พี่ไม่รู้ไร พี่ทัชนี่ชู้เบอร์หนึ่งเลยนะ ท่าไม้ตายคือย่องเข้ามาจากข้างหลัง”

พี่ทัชไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แค่ส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเบื่อหน่าย แต่ผมติดลมแล้วตอนนี้ เหมือนจะหยุดปากตัวเองไม่ได้

“เรื่องมันนานแล้ว เจ๊ว่าคุยเรื่องปัจจุบันดีกว่า เป็นไงมั่งช่วงนี้”

“ก็อย่างที่บอกไง ลำไส้ตับไต…”

“สุขภาพดี ดีแล้วๆ แล้วการเรียนเป็นไง”

“เกียรตินิยมเหรียญทองแน่นอน”

“การเงิน”

“ก็ไหลมาเทมา”

“ขนาดนั้นเลย”

“ขนานนั้นดิ”

“น่าอิจฉา ชีวิตจะดีเกินไปมั้ยเนี่ย แล้วความรักล่ะ”

“โอ๊ยยย” ร้องไว้ก่อน ไม่รู้จะต่อยังไง ไหลลื่นมาตลอดแต่มาสะดุดเอาตรงนี้แหละ “อย่าให้พูดเลยเจ๊ ไม่อยากจะเมาท์”

“แหม ถ้าเกริ่นมาแบบนี้ไม่เมาท์นี่บาปหนักเลยนะ เป็นไงๆ เด็ดใช่มะ”

“เด็ดมากคนนี้”

“ยังไงบ้าง”

“ก็ปากเปิกไม่เคยแห้งอะ”

“โห คิดไปไกลเลยนะเนี่ย”

เพียะ!

อยากจะตบปากเจ๊รัวๆ แต่ก็ทำได้แค่ตีไหล่ “หมายถึงคุยกันเยอะจนปากเปียกปากแฉะน่ะเจ๊ คิดไปถึงไหนเนี่ย”

“อ๋อเหรอ~” เกลียดการลากเสียงของเจ๊จริงๆ

“นะฑี”

ผมหันขวับไปมอง คิดว่าคงจะเป็นแค่การเรียกชื่อให้หยุดเพ้อเจ้อตามปกติ

แต่สายตาพี่ทัชเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น ไม่รู้เป็นเพราะอะไรผมกลับเข้าใจมันได้แทบจะในทันทีราวกับคนคบหากันมานาน

“มันน่าจะดีนะ” ผมว่าพลางขยิบตาแล้วพูดกับเขาเสียงเบา

“อืม”

“ก็โอเคอะ ได้อยู่ เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว”

“...” พี่ทัชนิ่งเหมือนครุ่นคิด

“งั้นผมเปิดเลยนะ”

“คุยไรกันเหรอ” ต่อมเผือกเจ๊เจนนี่ทำงาน ผมแอบขยิบตาให้เจ๊รัวๆ เป็นการส่งสัญญาณ แล้วหันไปหาพี่ชัชที่คล้ายกับจะถูกตัดออกจากวงสนทนาไปแล้ว เขากำลังนั่งเขี่ยของกินเล่นอยู่

“เอ่อ...พี่ชัชครับ”

“หืม?”

“พี่ทัช พูดไปเลย” ผมบอก ซึ่งเจ้าตัวก็ออกอาการเกรงอกเกรงใจได้อย่างแนบเนียน แต่ไม่พูดอะไร

“มีอะไรเหรอ” พี่ชัชวาลย์ถาม

“นาฬิกาพี่ชัชสวยครับ พี่ทัชชอบมาก...ดูดิ มองตาเป็นประกายปิ๊งๆ ขนาดนี้ ไม่ต้องเกรงใจแล้วมั้งพี่”

“อ๋อ นาฬิกานี่เหรอ”

“ครับ” พี่ทัชพูดนิ่มๆ “พอดีช่วงนี้ผมกำลังดูๆ นาฬิกาสักเรือนอยู่น่ะครับ เห็นของพี่สวยดี ขอดูได้มั้ยครับ”

“ได้สิ”

“ไม่เป็นไรพี่ ไม่ต้องถอดก็ได้ครับ”

เอาแล้ว

เริ่มแล้ววว!

ผมหยิกขาเจ๊เจนนี่จนเจ้าตัวร้องซี้ด เจ๊ดูเหมือนจะเข้าใจได้ทันทีเหมือนกัน มือพี่ชัชยื่นมาข้างหน้านิดๆ พี่ทัชยื่นไปจับอย่างช้าๆ โดยที่นิ้วโป้งแตะขอบเรือนนาฬิกา ส่วนนิ้วชี้คงแตะที่ผิวใต้ข้อมือแน่นอน

“ซื้อมานานรึยังครับ” พี่ทัชถาม

“ก็ไม่นานนะ ก็อปเกรดเอเลย คนขายบอกว่าเหมือนทุกอย่าง ต่างแค่ราคา…” พี่ชัชขมวดคิ้ว เหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แต่ยังไม่ทันตั้งตัวพี่ทัชก็รัวต่อ

“อ้อ ใช้ดีมั้ยครับ”

“กะ...ก็ดี”

“แล้วพี่มีความลับอะไรมั้ย” จู่ๆ พี่ทัชก็ยิงคำถามแบบนี้เลย เหมือนจะถามต่อเนื่องเรื่องนาฬิกา แต่มันไม่ใช่ ผมรู้ซึ้งดี ถ้าโดนพี่ทัชแตะตัวและถามจี้เข้าประเด็นแบบนี้ เหยื่อจะรีบคายความลับออกมาเหมือนคนท้องเสียนั่นแหละ

“มี”

นั่นไง!

“มีคนอื่นใช่มั้ย!” เจ๊เจนนี่เปิดฉาก

“มะ...ไม่”

“โกหก!”

“เปล่า”

“งั้นมีความลับอะไร พูด!”

“ก็...พี่นัดแนะกับน้องเขาไว้ เจนอย่ารู้เลย” พี่ชัชอึกอัก พยายามชักมือกลับแต่ก็ถูกจับไว้แน่น

“เจนต้องรู้ทุกเรื่อง นัดกับน้องไหน มันเป็นใคร” เริ่มเดือดแล้ว เจ๊เจนนี่จะลุกขึ้นยืนผมเลยรีบกดไหล่ให้นั่ง ส่วนพี่ชัชถึงกับหน้าซีดเป็นกระดาษ เหงื่อคงซึมไปถึงร่องตูดแล้วมั้ง “พี่ชัช บอกเจนมาเดี๋ยวนี้!”

“ก็ถ้าพี่ทำมือโอเคแบบนี้ คือพร้อม”

“อะไรของพี่ โอเคอะไร”

“เดี๋ยวก่อน นี่เกิดอะไรขึ้น น้องทำอะ...อะไร…”

“อย่ามาแกล้งโง่ มองหน้าเจนนี่ พี่ชัช! บอกมาเดี๋ยวนี้!”

ไปกันใหญ่แล้วตอนนี้ เจ๊เจนนี่ลุกพรวดขึ้นโน้มตัวไปข้างหน้า ส่วนพี่ชัชก็กำลังเหวอๆ มึนๆ แต่ในสายตาของเจ๊น่าจะเหมือนกำลังแกล้งโง่อย่างที่ว่า

จังหวะที่อึกๆ อักๆ อยู่นี้เอง ก็มีพนักงานผู้ชายนำเครื่องดื่มสองแก้วมาเสิร์ฟ

“แชมเปญครับ”

“ไม่ได้สั่งค่ะ”

“ครับ แต่…”

“เฮ้ยๆ เอามาตอนนี้ทำไม อย่าเพิ่งสิวะ” พี่ชัชโวยวาย

“แต่พี่ทำมือโอเคแล้วนะครับ ผมเลยนึกว่า…”

“พี่ชัชสั่งเหรอ คือไรอะพี่…”

“ก็จะขอแต่งงานไงเจน”

“...”

“แหวนอยู่ในแก้ว เห็นมั้ย...นี่พูดอะไรไปวะ...”

พี่ทัชกระตุกมือกลับอย่างกับแตะถูกของร้อน คำพูดของแต่ละคนที่สวนกันไปมาจนไม่จบประโยคก็เงียบลง พนักงานชิ่งไปแล้ว เจ๊เจนนี่ทรุดตัวลงนั่งอ้าปากค้าง ส่วนพี่ชัชนั่งก้มหน้าเอามือกุมหัว ปากสบถงึมงำ

อะไรวะ หักมุมอีกแล้วเหรอ ทำไมชีวิตคนเราซับซ้อนขนาดนี้

“นี่...นี่พี่จะขอเจนแต่งงานเหรอ”

“พัง พังหมด…”

“ความลับของพี่คือเรื่องนี้เหรอ”

“ใช่ แต่มันไม่ควรเป็นแบบนี้...” พี่ชัชยังไม่ยอมเงยหน้า ปากยังบ่นพึมพำเหมือนสาปแช่ง

“ที่ประหยัดเงินก็เพราะงี้เหรอ พี่…” เจ๊ยกแชมเปญขึ้นกระดกจนหมด แล้วเทสิ่งที่เหลืออยู่ตรงก้นแก้วใส่ฝ่ามือ “แหวน! พี่ชัช โอ๊ย พี่!”

เอ้า สวมแหวนให้ตัวเองเลยเหรอ

เจ๊ อาการเหมือนได้ครอบครองแหวนจากเดอะลอร์ดออฟเดอะริงอะ ถ้าพูดว่า ‘ของรักของข้า’ นี่เจ๊คือกอลลั่มเลยนะ

“ฮือ พี่ชัช แหวนสวยมากเลย”

แค่แหวนในแก้วแชมเปญยังไม่พอ ตอนนี้ยังมีมือสีไวโอลินโผล่มาจากด้านหลังเจ๊ด้วย แต่ท่าทางยังลังเลว่าจะเอาไงกับชีวิต ผมเลยทำไม้ทำมือส่งสัญญาณให้เขาเริ่มบรรเลง พอเสียงโน้ตตัวแรกดังขึ้นเท่านั้น เจ๊เจนนี่ผู้ได้ครอบครองแหวนแห่งอำนาจก็เอามือปิดหน้าปล่อยโฮ

พี่ชัชวาลย์เงยหน้าขึ้น จังหวะนี้ควรจะได้สบตากันหวานซึ้งแบบส่วนตัว แต่กลายเป็นว่าเจ๊เจนนี่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้ว ส่วนพี่ชัชก็หน้าแดงและตาขวางๆ เหมือนคนเมายาบ้า

แบบนี้ก็โอเคนะ โรแมนติกดีออก

หรือไม่ดีวะ

“ขอโทษนะครับ แล้วก็ยินดีกับพี่สองคนด้วยครับ” พี่ทัชพูดแค่นั้น แล้วลุกออกไปเลย

ผมลุกพรวดตามและเขย่าตัวเจ๊แรงๆ “เฮ้ย เจ๊เจนนี่ ไม่ต้องขึ้นคานแล้ว สุดยอดเลย ไม่นึกว่าจะหักมุมแบบนี้เลยนะเนี่ย...”

“นะฑี ไปได้แล้ว”

“ยินดีด้วยนะเจ๊ จะลดน้ำหนักทันงานแต่งมั้ยเนี่ย” ผมจับเหนียงใต้แขนเจ๊เขย่า “สู้ๆ นะ ไปละเจ๊ พี่ชัชหวัดดีครับ”

จากนั้นก็ชิ่งอย่างไวไปหาพี่ทัชที่ยืนคอยอยู่ห่างๆ

“นั่งโต๊ะไหน”

“ไม่นั่งแล้ว ไป”

“หิว”

“ทำงานพี่เขาพังขนาดนี้…”

“เออๆ รีบไปดีกว่า ดูหน้าที่ชัชแล้ว ขืนอยู่ต่อแกได้กินหัวผมแน่”

ไม่รู้เวรกรรมอะไรที่ทำให้ผมต้องพลัดพรากจากตับห่านอีกครั้ง เราสองคนรีบเหาะออกจากโรงแรมกลับมาที่รถ พอเปิดประตูเข้ามานั่งได้ผมนี่ถึงกับถอนหายใจเฮือก

“พี่แกดูละครมากไปรึเปล่า แหวนในแก้วแชมเปญกับไวโอลินนี่มุกเก่ามากนะ”

“ทำไมมึงไม่ถามให้ดีๆ ก่อน”

“โหย ผมถามแล้วถามอีก เจ๊มั่นใจมากว่าโดนนอกใจแน่ๆ ”

“ช่างมันเถอะ” พี่สตาร์ทรถ ขับถอยหลังออก

“งั้นสรุปนะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ว่าไรอะ”

“ความจริงบางอย่างไม่ควรถูกเปิดเผยก่อนเวลา” ประโยคนี้พี่ทัชพูดจริงจัง

แต่ผมยังเล่นต่อ “สุดยอด! คมกริ๊บ แล้วแบบนี้จะได้เงินมั้ยวะ”

“ยังจะคิดเรื่องเงินอีก พี่เขาไม่เอาตะเกียบจิ้มตาก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“ถ้าจิ้มก็จิ้มตาพี่อะ พี่เป็นคนทำให้ความลับพี่เขาแตก”

“...” พี่ทัชมองผมอย่างทึ่งๆ

“แต่ไม่ต้องห่วง” ผมตบไหล่เขาเป็นเชิงปลอบ “ผมไม่ปล่อยให้พี่ตาบอดฟรีๆ หรอก ผมจะอัดพี่ชัชให้เละเลย”

“...”
“หักแขน หักขา”

“...”

“ถ้ายังไม่สาสม หั่นศพยัดท่อเลยก็ได้”

“...”

จากที่มองทึ่งๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าเหนื่อยใจแทน งั้นเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า

“โอ๊ย หิว” ผมเอามือกุมท้อง

“ก็จะพาไปกินนี่แหละ”

“จริงเหรอ! กินไร”

“เลือก”

“ญี่ปุ่นๆ นะ กระเพาะผมอยากย่อยซูชิ ดูหนังด้วยได้ปะ ผมเลือกของกิน พี่เลือกหนัง”

“อือ”

“หนังเรื่องไร แนวไหน ไม่เอาผีนะ”

“อนิเมชั่นของพิกซาร์”

“เฮ้ย ใจตรงกันเลย ผมอยากดูเรื่องนี้...ถึงว่า วันนี้ทำงานเข้าขากันมาก มองตาปุ๊บเข้าใจเลย”

“อะไร”

“ก็นาฬิกาพี่ชัชไง ที่พี่ส่งสายตาบอกผมอะ มุกง่ายๆ แต่เนียนเลย”

“กูไม่ได้หมายถึงนาฬิกา...ช่างมันเถอะ” พี่ทัชมองผมแวบ ก่อนจะชะลอรถตามคันหน้าที่ติดไฟแดงอยู่

“เดี๋ยวนะ” ผมขยับตัวหันไปมองเขาเต็มๆ “พี่ไม่ได้ส่งสัญญาณบอกผมเรื่องนาฬิกาเหรอ ที่สบตาอะ”

“...”

เอ๊ะ ยังไง

ก็ตอนนั้นผมเล่นมุก18+ กับเจ๊เจนนี่อยู่ แล้วพี่ก็ทัชก็เรียกชื่อผม ผมหันไปสบตาด้วย และคุยกันว่า...

“มันน่าจะดีนะ”

“อืม”

“ก็โอเคอะ ได้อยู่ เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว”

“ถ้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนาฬิกา งั้น...พี่หมายถึงเรื่องปากเปียกปากแฉะอะไรนั่นเหรอเนี่ย”

“...”

“นี่พี่คิด18+ กับผมเหรอ”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วมึง”

“สารภาพมา ใช่มั้ย”

“...”

“เฮ้ย พี่ทัช จริงปะเนี่ย หันมาคุยกันดีๆ ดิ๊”

“กูขับรถอยู่”

“ขับอะไร รถติดไฟแดง”

“...”

ผมตะแคงศรีษะเพื่อมองหน้าเขา เขาเหลือบมาแวบนึงด้วยสีหน้าเบื่อๆ แค่แวบเดียวแล้วหันไปมองไฟแดงต่อ

“น่ะๆๆๆ”

“อะไรของมึง กูเบรกเพื่อให้มึงหยุดพูดเพ้อเจ้อนั่นแหละ แต่มึงเข้าใจว่าหมายถึงนาฬิกาพี่ชัชก็ดี เลยได้เริ่มทำงานสักที”

ผมตะแคงศีรษะมากกว่าเดิม จากนั้นร่างกายผมก็ดีดกลับมานั่งยืดตัวตรงเอง “โอ้มายก็อดๆๆ”

“อะไรอีก”

“ก็พี่คิดแบบนั้นจริงๆ”

“กูไม่ได้คิดอะไรเลย”

“โอ้มายก็อดๆๆ”

“เปลี่ยนใจแล้ว กูจะดูหนังผี”

“โอ้มายก็อดๆๆๆๆ”

“ถ้ายังไม่หยุด กูจะเลี้ยวไปส่งมึงที่บ้านเดี๋ยวนี้แหละ ข้าวก็ไม่ต้องกิน”

ผมเม้มปากไว้ เป็นจังหวะที่ไฟเขียวพอดี รถค่อยๆ เคลื่อนตามกันผ่านแยกไป ภาพในหัวผมชัดเจนจนโลกรอบตัวพร่าเลือนไป ไฟท้ายรถตรงหน้าไหวพริบพราวดูคล้ายหมู่ดาวในความฝัน

หลังจากเงียบไปชั่วครู่ผมก็หันมองเขาอีก

พี่ทัชยังมองตรงด้วยสีหน้านิ่งๆ

ผมพยายามห้ามตัวเองไม่ให้คิด ไม่ให้พูดอะไรอีก

แต่…

“มันน่าจะดีนะ”

“อืม”

“โอ้มายก็อดๆๆๆๆๆ”

 

 

 

__________________________________

คิดถึงนะคะ!

ขอใช้โอกาสนี้ HNY2020 ย้อนหลังด้วยนะคะ!

ขอให้เส้นทางที่ทุกคนกำลังเลือกเดินนำพาไปเจอความสุขนะคะ :D

 

นางร้าย

7.มกรา.2020

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #730 -want- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 14:15
    โอ้มายก้อดๆๆๆๆ55555
    #730
    0
  2. #662 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 19:58
    เด็กผีเอ้ย55555555556
    #662
    0
  3. #619 creates (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 08:50
    555555555โอ้มายก็อดๆๆๆๆ
    #619
    0
  4. #544 Superpoom (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 08:52
    สงสารพี่ทัช
    #544
    0
  5. #440 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:03
    น้องงงงงง55555555
    #440
    0
  6. #257 s214 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:09
    น้อน5555 คิดถึงจังเลยค่ะ เพิ่งว่างเลย ㅠㅠ สู้ๆนะคะ รอตอนต่อไป แฮปๆ2020ย้อนหลังด้วยนะคะ 💓
    #257
    0
  7. #256 teivelhaneuls (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:06
    โอ้มายก็อดดดดๆๆๆๆ
    #256
    0
  8. #255 DON'T forget me (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:53

    ขอมอฟีนละกันพาราเอาไม่อยู่อะนะฑี้

    #255
    0
  9. #253 shake hands with the dark (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:53
    OMG ด้วยอีกคน!!
    #253
    0
  10. #252 ฌองตอง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 18:30

    OMG นะฑี้! 555555

    #252
    0
  11. #251 ละเมอเพ้อฝัน. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 23:50
    เหนื่อยแทนพี่ทัช 555555555
    #251
    0
  12. #250 CAP_TURE (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 21:32

    แซ่บจริงๆคู่นี้ สนุกมากค่ะแม้คนอ่านจะน้อยลงเราคนนึงแหละจะรออ่านจนจบ
    #250
    0
  13. #249 Jirapitcha1 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 21:28
    น้องงงงงรู้ตัวสักที พี่ทัชเค้าอ่อยจนเหนื่อยแล้ว 55
    #249
    0
  14. #248 pinnlow (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 20:53
    โอ้มายก็อดจริงๆ ตอนนี้
    #248
    0