● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 25 : แตะต้องครั้งที่ 23: จับบบ…อยากบวกกับพ่อผมขอโยนขี้ผีเจ้าที่ก็มาป้าร่างทรงก็มีเรื่องนี้เรื่องนั้น แล้วก็เรื่องโน้นนน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    27 พ.ย. 62

 

 

แตะต้องครั้งที่ 23

จับบบ…อยากบวกกับพ่อผมขอโยนขี้

ผีเจ้าที่ก็มาป้าร่างทรงก็มีเรื่องนี้เรื่องนั้น แล้วก็เรื่องโน้นนน

 

เห็นลูกชายมาดอย่างกับคุณชาย นึกว่าคนเป็นพ่อจะกิริยามารยาทเหมือนเจ้าพระยา ที่ไหนได้ คำพูดคำจาอย่างกับลุงแถวบ้าน นี่ถ้าเป็นลุงแถวบ้านจริงๆ ผมอาจจะพุ่งเข้าไปบวกแล้ว 

แต่เห็นว่าเป็นพ่อพี่ทัชไง แถมผมยังอยู่ในบ้านเขาด้วย ตอนนี้เลยทำได้แค่ก้าวถอยกลับขึ้นบันไดไปหนึ่งขั้น แล้วขยับไปหลบข้างหลังพี่ทัช 

“ผมต้องทำไง” ผมกระซิบเบาๆ

“ทำตัวตามปกติ” พี่ทัชตอบ 

“ซุบซิบอะไรกัน” คุณพ่อพูดเสียงเข้ม “แล้วยืนทำซากไรกันอยู่ ไม่ลงมาสักทีวะ”

“ป๊า…” 

“อะไร!” 

นี่ป๊าพี่ทัชหรือป๊าผงฟอกวะ ดุชิบหาย 

พี่ทัชทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีก แต่ก็เปลี่ยนเป็นยักไหล่และถอนหายใจแทน ผมรวบรวมความกล้าก้าวเบี่ยงตัวไปด้านข้าง ยืดอกขึ้นอย่างลูกผู้ชาย แล้วชี้มือใส่พี่ทัช

“ไอเดียพี่ทัชครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”

“นะฑี” 

“ก็พี่บอกให้ทำตัวตามปกติไง...พี่ทัชผิดครับ เขาชวนผมขึ้นห้องเอง”

ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะร้ายแรงแค่ไหน แต่โยนขี้ไว้ก่อน ยังไงพ่อกับลูกก็น่าจะเคลียร์กันไม่ยาก

พี่ทัชมองหน้าผมพลางถอนหายใจ ก่อนจะเดินลงบันไดช้าๆ แต่มั่นคง 

ผมทำไงล่ะ จะให้ยืนหัวโด่อยู่คนเดียวก็คงแปลกๆ เลยย่องตามเขาไปแบบตัวลีบๆ จนลงมาถึงชั้นล่าง เผชิญหน้ากับคุณพ่อที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว หัวคงกำลังร้อนได้ที่ นี่ถ้าเย็นนี้จะกินหมูกระทะกันก็เอาเตามาตั้งบนหัวพ่อแล้วแจกตะเกียบมานั่งล้อมวงได้เลย

“พอได้ละป๊า” พี่ทัชพูดเรียบๆ 

“…หึ” พ่นลมผ่านไรฟันกะปริบกะปรอยแบบนี้ เตรียมหูชาได้เลย ด่ากระจายแน่นอน “ฮึ...ฮ่าๆๆ” เอ้า หัวเราะซะงั้น “โดน! เสร็จป๊าละ” 

พี่ทัชยังหน้านิ่งเป็นปกติ คนที่เหวอคือผมนี่แหละ 

เกิดอะไรขึ้น ป๊าพี่ทัชเป็นโรคประสาทอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวหัวเราะ แล้วก็ไล่ทำร้ายคนในครอบครัวไรงี้ ต้องจับมัดมือมัดเท้ามั้ย 

“เพื่อนทัชเหรอ สวัสดีนะ” คุณพ่อพูดพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ 

เดี๋ยวๆ ผมนี่ยกมือประนมแทบไม่ทัน “อย่าไหว้ผมครับ เดี๋ยวอายุสั้น” 

“เปล่าๆ อันนี้คือรับไหว้เรา ที่สวัสดีตั้งแต่อยู่บนบันไดไง” 

ครับ รับไหว้โคตรดีเลย์เลย กลายเป็นว่าตอนนี้พ่อนั่นแหละที่ไหว้ผม และผมคือคนรับไหว้ 

“เอ่อ...ครับ ผมชื่อนะฑีนะครับ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของพี่ทัช” 

“อ่า...ครับ เป็นพ่อของทัชนะ แต่จะเรียกป๊าก็ได้” 

“ครับ...ป๊า” 

“ครับ...นะฑี” ป๊าฉีกยิ้ม ก่อนจะรีบเสริม “มีสระอะ และสะกดด้วย ฑ.นางมณโฑ ณเทอบอกป๊าแล้ว” 

“อ้อครับ ใช่” 

“แม่บอกมาอีกทีน่ะ” เจ๊ณเทอโผล่หน้ามาทางซ้าย “ป๊าแสดงละครจบแล้วเหรอ กำลังจะเตรียมป๊อปคอร์นเลย”

“กะจะแสดงยาวๆ นะ แต่หลุดขำก่อน”

“แสดงเสร็จแล้วก็ขอโทษน้องด้วย อย่าเสียมารยาท” คุณแม่โผล่มาจากทางขวา 

“ขอโทษครับ นะฑี” ป๊ายกมือขึ้นจะไหว้อีกแล้ว

“ไม่ครับ ไม่ต้อง…” 

แต่เจ้าตัวไม่ได้ไหว้ แค่ยกมือหลอกๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเสยผมแทน “อะ โดนไปอีกดอก”

ส่วนผมรับไหว้ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้จะรับมุกยังไง งั้นก็ยกมือท่วมหัวสูงๆ ไปเลยละกัน “สาธุ ถือว่าผมไหว้พระก็แล้วกันนะครับ” 

“ฮ่าๆ เป็นคนตลกนะเนี่ย อยู่กินข้าวด้วยกันสิ นานๆ ทัชจะพาเพื่อนมาบ้านสักที” 

นั่นละครับท่านผู้ชม 

ขอพักกองไปทบทวนชีวิตแป๊บ ผมขอตัวโทรบอกแม่ ซึ่งถือว่าโชคดีที่วันนี้แม่มีน้าเกดอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนด้วย จากนั้นผมก็มานั่งแกล้งทำตัวตามสบายอยู่ที่ห้องรับแขกบ้านพี่ทัช โดยมีพี่ทัช ป๊า แล้วก็เจ๊ณเทอนั่งทำตัวตามสบายกันจริงๆ อยู่ด้วย โดยเฉพาะป๊า ท่าเอนหลังนี่นึกว่านอนแผ่อยู่ในสปาส่วนตัว ส่วนคุณแม่น่าจะขลุกอยู่กับพี่บัวในครัว 

จากการคุยกันเบื้องต้น ผมก็ได้ข้อมูลซุกไว้ในกลีบสมองแบบคร่าวๆ แม่เป็นคนใจดีอยู่แล้ว ผมสัมผัสได้ตั้งแต่นาทีแรกที่เจอ ส่วนพ่อเป็นผู้ชายอารมณ์ดีประเภทตลกร้ายแบบหาตัวจับยากคนหนึ่ง เขามีเชื้อจีนเลยให้ลูกทั้งสองคนเรียกตัวเองว่าป๊า ส่วนแม่เป็นคนไทยแท้ๆ เลยห้ามเรียกหม่าม้า ให้เรียกแม่แบบคนไทย เจ๊ณเทอเป็นคนให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า เพื่อรักษาวัฒนธรรมของทั้งสองชาติเอาไว้ให้ยืนยาวชั่วลูกชั่วหลาน 

พูดถึงเจ๊ณเทอ รายนี้น่าจะเป็นคนอารมณ์ดี คุยเก่ง แถมเวลาได้พูดแจมสักทีก็มีแต่มุกเด็ดๆ แสบๆ ทั้งนั้น น่าจะได้เชื้อตลกร้ายมาจากพ่อ แล้วไปตกผลึกเป็นสไตล์ของตัวเองอีกที 

หลังจากคุยกันอยู่สักพักก็ได้เวลามื้อเย็น เราทุกคนย้ายก้นกันไปที่โต๊ะอาหาร คุณแม่นั่งหัวโต๊ะ ป๊ากับเจ๊ณเทอนั่งฝั่งซ้าย ส่วนผมกับพี่ทัชนั่งข้างกันที่ฝั่งขวา เราต่างช่วยกันจัดจานชามโดยมีพี่บัวเป็นแม่งาน จากที่สังเกตดู ทุกคนให้ความเป็นกันเองกับพี่บัวมาก เหมือนไม่ใช่แม่บ้านที่จ้างมา แต่เหมือนเป็นญาติคนหนึ่งมากกว่า บางวันอาจร่วมกินข้าวด้วยกันด้วยซ้ำ แต่วันนี้มีแขก พี่บัวเลยขอปลีกตัวออกไป 

จัดโต๊ะเสร็จแล้ว กับข้าวแต่ละอย่างดูผู้ดี๊ผู้ดี ช้อนส้อมในมือนี่สั่นไปหมด 

จ๊อกกก~

เสียงโคตรดัง 

“ใคร” ป๊าถาม

“พี่ทัชครับ” ผมโยนขี้ไปอีก อันที่จริงคือท้องผมนี่แหละที่ร้อง 

พี่ทัชไม่พูดอะไร เขาตักไข่เจียวชะอมมาใส่จานให้ผมด้วยสีหน้านิ่งๆ นี่ไงล่ะคนจริง ไม่ต้องพูดมาก แต่ลงมือทำเลย จากนั้นทั้งคุณแม่ ป๊า แล้วก็เจ๊ณเทอ ต่างก็ตักกับข้าวคนละนิดละหน่อยมาสุมในจานผม อย่างกับไหว้สัมภเวสี 

น้ำตาจะไหล ทำไมทุกคนรักผมขนาดนี้ 

“ขะ...ขอบคุณครับ” 

ทุกคนเป็นกันเองมาก ไม่มีใครใส่ใจกับคำขอบคุณอย่างเป็นทางการของผมเลย จนเหมือนว่าตักกับข้าวไหว้เจ้าที่เสร็จก็หันไปสนใจอย่างอื่น

“นะฑีรู้จักกับทัชนานยัง” เจ๊ณเทอถามขึ้น 

“ก็ไม่นานครับ” 

“นึกว่านาน เห็นดูสนิทกัน ปกติทัชไม่ค่อยพาใครมาบ้านนะ ครั้งล่าสุดนี่ก็...ตอนไหนนะป๊า” 

“น้องเนยไง แฟนตอนปีหนึ่ง” 

“นานขนาดนั้น ลืมไปแล้วนะเนี่ย”

“มีอีกคนนานกว่านั้นอีก” 

“ใช่ๆ ใครนะ” 

“น้องแพม ตอนม.2” คราวนี้แม่เป็นคนตอบ 

“พี่ทัชเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วยเหรอ” ปากผมสว่างทันที “ผมนึกว่าพี่เป็นเกย์นะเนี่ย”

เหมือนกับว่าความแปลกใจกระโดดงับคอทุกคนพร้อมกัน โดยเฉพาะคุณแม่นี่ถึงกับหลับตาเอียงคอคล้ายกับฟังไม่ถนัด ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ทุกคนตกอกตกใจนะ แค่จะแซวเล่นๆ แล้วมันก็หลุดปากพูดไปเองอะ ลืมไปว่าตอนนี้คืออยู่ต่อหน้าพ่อแม่และพี่สาวของเขา 

“ล้อเล่นน่า ก็เห็นอยู่มหา’ลัยไม่เห็นสนใจผู้หญิงเลยอะ” หลุดปากแล้วก็ต้องกลบเกลื่อน แต่ก็ไม่เห็นพี่ทัชสนใจผู้หญิงจริงๆ นั่นแหละ 

“หรือว่าใช่จริงๆ ทัชเป็นเกย์เหรอ” ป๊าพูดขึ้นอย่างร่าเริง “เฮ้ย ก็ดีนะ ตระกูลเรายังไม่เคยมีใครเป็นเลย ทัชอาจจะเหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงก็ได้ ใช่มั้ยแม่” 

“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ทัชสิ” แม่บอก 

“เดี๋ยวนี้โลกเปิดกว้างแล้ว ถ้านิยมแนวนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ทัชปรึกษาเจ๊ได้ตลอดนะ” เจ๊ณเทอพูดเหมือนจะปลอบ แต่ประโยคต่อมานี่สิ “ข้อแรกเลยนะ ควรพกถุงยางกับเจลติดไว้ตลอด” พูดไปนั่น

โดนต้อนขนาดนี้ยังรักษามาดคุณชายไว้ได้หน้าตาเฉย “ไร้สาระน่า” เขาพูดแค่นั้น แล้วกินข้าวต่อชิลล์ๆ เห็นแล้วก็หมั่นไส้ อดที่จะโยนคำถามลงกลางวงไม่ได้

“แล้วตอนพี่ทัชคบกับแฟนเป็นยังไงบ้างเหรอครับ”

“จะเรียกว่าแฟนก็ยังไงอยู่นะ เพราะคบแค่แป๊บๆ” คุณแม่ว่า 

“ใครจะคบได้นานล่ะ ก็…” เจ๊ณเทอเสริม แต่ชะงักคล้ายกับฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ แล้วค่อยพูดต่อ “เป็นคนติสต์แตกโลกส่วนตัวสูงขนาดนั้น” 

“ร้อน” พี่ทัชพูดหน้าตาเฉย

คนอื่นๆ กะพริบตากันปริบๆ มีแค่ผมคนเดียวที่หลุดหัวเราะพรืด 

“อะไรเหรอ” แม่ถาม

“พี่ทัชเขาเล่นมุกอะครับ แบบว่า โดนเผาเลยร้อน” 

“ทัชเล่นมุกเหรอ” เจ๊ณเทอทำเสียงตกใจ 

“จริงดิ!” ป๊านี่ก็แอ๊คติ้งโอเวอร์ไปอีก ถึงกับยื่นหน้าเข้ามามองลูกชายใกล้ๆ “แกเป็นใคร ต้องการอะไร มาสิงทัชทำไม” 

“ฮ่าๆ มุกผีสิงนี่ เหมือนน้องแพมเลยนะป๊า…” เจ๊ณเทอชะงักอีก เหมือนเกือบจะหลุดพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด 

เกิดจังหวะเดดแอร์สั้นๆ ผมเลยพูดต่อ “พี่ทัชแกติดเชื้อผมน่ะ มุกโดนเผานี่ผมคิดเอง”

“แล้วนะฑีรู้จักทัชได้ไง เรียนคณะเดียวกันเหรอ” คุณแม่ถาม 

“เปล่าครับ ผมเรียนบริหาร รู้จักพี่ทัชเพราะพี่เห็ดน่ะครับ” 

“ใครนะ” เจ๊ณเทอถาม

“อ้อ พี่เรนจิครับ ผมเรียกเขาว่าพี่เห็ดเพราะชื่อเหมือนเห็ดออรินจิน่ะ”

“อ๋อ” 

“วันนั้นพี่เห็ดหัวร้อนครับ นึกว่าผมจะไปเป็นคู่แข่งจีบสาว เลยลากตัวผมไปให้พี่ทัชใช้พลังเค้นความลับ ก็เลยได้รู้จักกัน” 

เงียบกริบกันทั้งโต๊ะ

อึ้งอะไรกัน ทุกคนก็รู้เรื่องอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ 

“เอ่อ...ก็พลังเอ๊กซ์เมนของพี่ทัชไง แตะปุ๊บรู้ปั๊บ ตรวจจับทุกความจริง” 

“นะฑีรู้เรื่องพลังเหรอ” เจ๊ณเทอเปิดประเด็น  

“พี่ทัชบอกผมครับ ผมไม่ได้ตื๊อหรือว่าอะไรเลยนะ” 

ตอนนี้สายตาทุกคู่หันไปมองพี่ทัชกันหมด

“ใช่ ผมบอกนะฑี” 

อือหือ ลูกผู้ชายตัวจริง เสียงนิ่งมาก เล่นเอาผมรู้สึกผิดเลยนะเนี่ย ขอโทษนะพี่ทัชที่ผมโยนขี้ให้พี่ตลอด ทั้งโต๊ะยังเงียบกริบกันอยู่ แต่สายตาทุกคู่ที่มองพี่ทัชอยู่เปลี่ยนเป็นมองมาทางผมแล้ว 

ผมต้องทำไงล่ะ ลุกขึ้นเต้นท่าลิงเลยดีมั้ย 

“พี่ทัชบอกเองครับ” ย้ำไปอีกทีละกัน ทุกคนยังมองหน้าผม ป๊าถึงกับชี้นิ้วแล้วด้วย “จริงๆ นะ ผมแค่ถามเฉยๆ ว่านิ้วเป็นอะไร พี่ทัชก็บอกเลย ทีแรกผมก็ไม่เชื่อนะ หน้าตาขี้โม้อะ พอลองจับมือหลายๆ ครั้งก็แบบ เฮ้ย ของจริงว่ะ หรือว่าพี่แกเป็นเอเลี่ยนวะไรงี้…ก็ นั่นแหละ สรุปคือพี่ทัชผิดครับ” 

นิ้วของป๊าที่ชี้ผมอยู่กระดกขึ้นลงนิดๆ “คนแรกเลยนะเนี่ย” 

“คนแรกอะไรเหรอครับ” 

“คนแรกที่ทัชยอมรับตรงๆ ว่าเป็นคนบอกเอง” คุณแม่เป็นคนพูด 

“แล้วก็อาจจะเป็นคนแรกที่รู้แล้วยังคบกับทัชต่อ ถ้าไม่นับเรนจิที่เป็นญาติกันน่ะนะ” เจ๊ณเทอเสริม “นอกนั้นนี่ แทบจะหนีกระเจิดกระเจิงกันหมด” 

“ขนาดนั้นเลย” ผมนี่นึกภาพคนวิ่งแตกฮือเหมือนพี่ทัชเป็นตัวประหลาดเลย 

“ใช่ แต่ก็มีไม่กี่คนหรอก แถมแต่ละคนยังไม่เชื่อด้วยซ้ำ” 

“รวมถึงแฟนเก่าพี่ทัชด้วย?”

“รวมดิ น้องแพมนี่ถึงกับบอกว่าตัวเองโดนผีเจ้าที่บ้านเราสิง แทบจะวิ่งเลย อย่างฮา...ส่วนน้องเนย เป็นยังไงนะแม่” 

คุณแม่ไม่ตอบ ตาแอบมองไปที่พี่ทัชเหมือนเป็นห่วง 

แต่ป๊านี่พูดสวนขึ้นมาทันทีเลย “น้องเนยนี่มาบ้านเราหลายครั้ง ครั้งนึงแอบไปถามแม่ไงว่าทัชทำของใส่เขารึเปล่า แม่ก็มาเล่าให้ป๊าฟัง แบบนี้ก็เสร็จดิ พอมาบ้านเราอีก ป๊าเลยไปนั่งท่องชื่อเครื่องปรุงอยู่ที่มุมห้องตรงนั้น” 

“ฮะ? ยังไงนะครับ”

“ก็ถ้าพูดกระซิบแบบเร็วๆ มันฟังดูคล้ายๆ ภาษาขอมโบราณอยู่นะ แบบนี้...ขิงดองตะไคร้ผักชี ซี้อิ๊วดำซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำๆๆๆๆ งาคั่วงาป่น ซี้อิ๊วๆๆๆ…” 

เอ่า ฮา! ฮากันเข้าไป

โดยเฉพาะเจ๊ณเทอนี่ถ้าเป็นจังหวะเคี้ยวอยู่คงมีข้าวพุ่งกันบ้าง “ฮ่าๆๆๆๆ เสียดายไม่ได้อยู่ด้วย อยู่นะ จะวิ่งไปกำข้าวสารเสกมาปาใส่ป๊าเลย ฮ่าๆ” 

เอ่า ฮาครืนกันไปอีกยก แถมยังมียกมือมาตีไฮไฟว์กันด้วย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยดีมากสองพ่อลูกคู่นี้ 

นี่พี่ทัชเติบโตมาแบบไหนวะ 

ผมหันไปมองเขาที่ยังสีหน้านิ่งๆ ตามปกติ

“อะ ให้” ผมตักอาหารในจานผมไปใส่จานพี่ทัช แล้วก็ตบหลังเขาเบาๆ “ไม่ต้องคิดมากน่า เรื่องมันผ่านมานานแล้ว กินเยอะๆ จะได้หัวใจแข็งแรง” 

“อะไร” พี่ทัชก้มมองสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในจานตัวเอง “เศษคะน้า” 

“พูดว่าเศษก็แรงไป ผมยังไม่ได้กินซะหน่อย นี่ยกให้ด้วยความเป็นห่วงเลยนะ” 

“มีรอยฟันกัดแล้ว” 

“ผมลองชิมให้ไง ชิ้นนี้อร่อย กินไปน่า ไม่กินเสียน้ำใจนะ” ผมตบหลังเขาอีก พี่ทัชมองหน้าผมพร้อมกับถอนหายใจ แต่ก็ยอมใช้ส้อมจิ้มคะน้าชิ้นนั้นส่งเข้าปาก โดยเหลือตรงโคนที่ผมเคยกัดไปแล้วไว้นิดนึง แล้วค่อยเขี่ยมันไปไว้ที่ขอบจาน “ต้องงี้ดิเด็กชายณทัช กินผักเยอะๆ” 

“มึงก็กินไข่เจียวซะ” 

“ครับโผม ถึงพี่จะตักก้อนหินให้ผมก็กินอยู่แล้ว เพราะผมเป็นคนดี” 

ทำไมสามพ่อแม่ลูกมองเราตาปริบๆ วะ

เกิดอะไรขึ้น ครอบครัวนี้ตาจะเป็นต้อพร้อมกันเหรอ

“พี่ทัชเริ่มก่อนครับ” ไม่รู้ละ โยนไว้ก่อน 

“ทัชกินคะน้าตั้งแต่เมื่อไหร่” เจ๊ณเทอถาม น้ำเสียงอย่างกับถามว่าพี่ทัชมีแขนสามข้างรึเปล่า

“เอ้า พี่ไม่ชอบกินคะน้าเหรอ ตอนกินราดหน้าก็เห็นกินนี่” 

“กินได้” 

“ไม่ชอบก็ไม่ต้องกินดิ ฝืนทำไมอะ กลัวผมล้อเหรอ” 

“กินๆ ไปก็โอเค” ว่าแล้วพี่แกก็ใช้ส้อมจิ้มคะน้ายอดเล็กๆ จากเมนูคะน้าหมูกรอบมาส่งเข้าปากเคี้ยวโชว์ ถ้าจะกินชิ้นเล็กขนาดนั้นก็อย่าเลยเหอะ ก่อนจะกลืนนี่เคี้ยวโดนรึเปล่าก็ไม่รู้ 

“ดื้อนะพี่อะ...ตอนเด็กๆ พี่ทัชดื้อมั้ยครับ เลี้ยงยากมั้ย แล้วก็ไม่กินอะไรอีก” ผมหันไปถามคุณแม่

“ไม่กินอะไรบ้างเหรอ ก็มี...คะน้า ถั่วฝักยาว ถั่วงอก อะไรอีกนะ” 

“ไม่ค่อยกินผักเกือบทั้งหมดนั่นแหละ” เจ๊ณเทอว่า 

“อย่าลืมมังคุดด้วย” พ่อเสริม 

“ร้อน” พี่ทัชพูดเรียบๆ อีก คราวนี้ทุกคนเข้าใจมุกแล้วเลยหัวเราะเยาะเย้ยทันที ใช้คำนี้เลยนะ หัวเราะเยาะเย้ย

ผมมองหน้าเขา “ถ้างั้นถามว่าพี่กินอะไรได้บ้างดีกว่า เพราะงี้ใช่มะ อยู่มหา’ลัยเลยกินแต่แซนด์วิช เลี้ยงยากนะเรา” 

“ไม่ใช่ด้วงไม้ไผ่ไง จะได้กินไม่เลือก” 

นั่นไง ผมโดนเล่นกลับบ้างละ 

“ก็กินอะไรได้บ้างล่ะ”

“กินได้หมด แค่ไม่ชอบบางอย่าง”

“แต่แม่ว่าตอนเด็กๆ ทัชก็ไม่ได้เลี้ยงยากเท่าไหร่นะ แค่ไม่กินของบางอย่าง แต่ไม่ค่อยงอแง ไม่ซน ชอบอยู่เงียบๆ เรื่องที่ยากก็มีแค่...เรื่องนิ้วนั่นแหละ” 

“ผมว่าจะถามอยู่พอดี ทุกคนรู้เรื่องพลังเอ๊กซ์เมนของพี่ทัชตอนไหนเหรอครับ คุณแม่ต้องรู้คนแรกแน่เลย ตอนพี่ทัชกินนมแล้วเอามือมาแปะๆ ไรงี้ ใช่มั้ย” 

“ฮ่าๆ” คุณแม่หัวเราะได้น่ารักมาก “แม่รู้ก่อน ใช่ แต่รู้ตอนที่จับนิ้วทัชเล่นน่ะ” 

“พอนึกออกครับ จับนิ้วเล่นแล้วก็โกหกว่าถ้าไม่กินนมตำรวจจับนะ หรือแบบ ถ้าดื้อแม่จะโยนทัชลงคลองนะ ไรงี้” 

“ฮ่าๆ ก็ไม่โหดขนาดนั้นจ้ะ ทีแรกก็งงๆ อยู่ แต่พอทดสอบซ้ำหลายครั้งเลยแน่ใจ” 

“แล้วป๊ากับเจ๊ณเทอรู้ตอนไหนครับ”

“เจ๊ก็รู้ใกล้ๆ กับแม่มั้ง จำไม่ค่อยได้” 

“ป๊ารู้หลังสุดเพราะสองคนนี้ปิดเป็นความลับ” ป๊าพูดน่าสนใจจนผมหยุดเคี้ยวข้าว “แม่นี่แหละตัวดี เวลาป๊าอุ้มทัชทีไรก็จะคอยดูว่ามือทัชโดนตัวจังหวะไหนก็จะถามโน่นถามนี่ ซ่อนเงินไว้ไหน แอบซื้ออะไร ทำไมกลับดึก โอ๊ย เยอะ หลังๆ เลยจับทางได้” 

“มันนานแล้วเลยจำไม่ค่อยได้กัน” แม่พูด “แต่ช่วงเริ่มเรียนประถมพอจำได้นะ วีรกรรมเยอะ” 

“จริงเหรอครับ เล่าหน่อยๆ ผมซื้อเรื่องละสิบบาท” 

“ฮ่าๆ เล่าไม่ถูกเลยแบบนี้ ส่วนมากก็เรื่องป่วนๆ ที่เกิดกับเพื่อนแหละ จนทัชไม่อยากไปโรงเรียน แม่เลยต้องใช้พลาสเตอร์พันนิ้วให้ถึงยอมไป” 

“อ้อ พันนิ้วมาตั้งแต่เด็กเลย แล้ววีรกรรมเด็ดๆ อะครับ มีมั้ย” 

“เด็ดๆ ก็ตอนตระเวณพาไปหาหมอละมั้ง” เจ๊ณเทอเป็นคนตอบ “ใช่มั้ยป๊า” 

“ไปหาหลายหมอเลย หมอแผนปัจจุบัน หมอดู ซินแส ร่างทรง ไปมาหมด” 

“โห แล้วเป็นไงบ้างครับ” 

“พอแล้วมั้ง นะฑี รีบกินข้าว…”

“พี่ทัชอย่าขัดดิ กำลังมันส์ ไปหาหมอเป็นไงครับแม่” 

“หมอแผนปัจจุบันหาสาเหตุไม่ได้ แต่ดูท่าทางเหมือนอยากจะจับทัชไปเป็นเคสงานวิจัยซะมากกว่า แม่เลยถอย” 

“หมอดูบอกเป็นคนมีบุญ” ป๊าพูด “ดูฤกษ์วันเกิดตกฟากอะไรเยอะแยะนะ แต่พอจับมือไปดูลายมือปุ๊บ ดันพูดแต่เรื่องตัวเองว่าไม่ใช่หมอดูจริง บ้านเป็นหนี้ไรงี้ ฮ่าๆ ซินแสก็พอกัน บอกโหงวเฮ้งดีมาก พอให้จับมือดันบอกว่าให้ไปสะเดาะเคราะห์ซะงั้น”

“แต่ฮาสุดก็ร่างทรงนี่แหละ ตอนนั้นเจ๊ไปด้วย พีกมาก” 

ถ้าเสียงเจ๊จะบิ๊วขนาดนี้ รีบเล่าเลยเหอะ “ยังไงเจ๊”

“เราไปถึงนี่ร่างกำลังรำเลย เทพอะไรไม่รู้มาประทับทรง ประมาณว่าเบอร์สูงๆ อะ พอถึงคิวเราก็พาทัชเข้าไป ให้องค์เทพเป่ากระหม่อมซะหน่อย แล้วก็ให้ดูลายมือด้วย เท่านั้นแหละ ได้เรื่อง...ร่างทรงบอกเลยจ้ะ เดี๋ยวจะขึ้นค่าบูชาเป็นพันนึงละนะ ดัดเสียงจนเมื่อยแล้ว แล้วก็เหมือนตกใจตัวเองที่พูดแบบนั้น เลยตาเหลือกล้มตึงไปเลย ฮ่าๆ” 

“ฮ่าๆ ไงต่อๆ” 

“คนแตกฮือดิ พวกลูกศิษย์ก็เข้าไปรุม แต่เจ๊นี่แหละดึงมือทัชไปจับตัวป้าแกต่อและเขย่าตัวถามเป็นไรรึเปล่า ป้าผงกหัวขึ้นมาตอบเลย ‘ไม่ได้เป็นไร แกล้งหลับเฉยๆ’ พีกมั้ยล่ะ ฮ่าๆ” 

พีกที่เจ๊ดัดเสียงเป็นป้านี่แหละ ฮ่าๆ

ตอนนี้ทุกคนหัวเราะกันหมด ยกเว้นพี่ทัชคนเดียว พอเหลือบไปเห็นสีหน้านิ่งๆ ของพี่แก ความฮาที่กำลังดันขึ้นมาจากลำไส้ของผมก็ลดระดับลง ผมเลยตบไหล่เขาแทน “ถ้าพี่จะร้องไห้ก็เอาเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” 

“กูจะร้องทำไม” 

“มีปมไง โดนมาเยอะอะ” 

“กูไม่ได้เป็นไร” 

ก็ดูไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ทุกคนในครอบครัวก็ยังครึกครื้นกันดี เหมือนว่าการรื้อฟื้นความหลังและหัวเราะกันไม่ได้กระทบจิตใจพี่ทัช ราวกับว่า...พี่ทัชก็เป็นคนปกติธรรมดาในสายตาพวกเขา 

“ลูกศิษย์ป้าแทบจะรุมงับหัวเราเลยนะ” ป๊ายังพูดติดตลก “ต้องรีบลากกันออกมา ค่าบูชาครูก็ไม่ได้จ่ายสักบาท ใช่มั้ยแม่ ต้องจ่ายเท่าไหร่นะ”

“เก้าสิบเก้ามั้ง” 

“ใช่ๆ บาปแล้วเรา ไปใช้บริการเทพฟรี” 

“มีคนตะโกนด้วยนะว่า องค์เทพไปเข้าร่างทัชแทนแล้ว” เจ๊ณเทอเสริมเข้าไปอีก เรียกเสียงหัวเราะได้อีกยก 

ผมรอจนกระทั่งความฮาซาลง แล้วค่อยถามรวบยอด “แล้วสรุปได้เรื่องมั้ยครับ ว่าพี่ทัชเป็นอะไร” 

ทุกคนคล้ายกับจะหยุดคิดหาคำตอบ ก่อนเจ๊ณเทอจะเป็นคนพูด “ทัชก็เป็นอย่างที่ทัชเป็นนั่นแหละ”

“ทัชเป็นอย่างที่ทัชเป็น อือหือ คมกริบเลยนะเนี่ย แล้วปกติพี่ทัชขี้แกล้งมั้ยครับ อยากรู้ความจริงอะไรก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวไรงี้…”

“อยากรู้อะไรก็ไว้ถามกูตอนอยู่สองคนได้” พี่ทัชใช้หลังมือแตะไหล่ผม “กินก่อน กับข้าวเย็นหมดแล้ว” 

“ทำไมต้องรีบอะ” 

“กินกันจะอิ่มหมดแล้ว เหลือมึงคนเดียว เต็มจานอยู่” 

“อ้อ” 

“นะฑี ไม่ต้องรีบหรอก กินสบายๆ” คุณแม่บอก ผมก็ยิ้มรับ แล้วหันไปพูดกับพี่ทัชต่อ 

“พี่พูดแล้วนะ อยู่สองคนผมถามอะไรพี่ต้องตอบทุกเรื่อง” 

“ตอบแค่บางเรื่องที่คนปกติทั่วไปจะถาม” 

“ผมเป็นคนปกติทั่วไปเหรอ” 

“ไม่” 

“นั่นไง ผมไม่ใช่แค่คนปกติทั่วไปสำหรับพี่ งั้นก็ถามได้ทุกเรื่อง” 

“กูหมายถึง สมองมึงต่างหากที่ไม่ปกติ” 

“ถามไรตอบได้ ตอบทุกเรื่อง โอเคนะ กินข้าวละ จัดไปครับโผม” 

ผมตั้งหน้าตั้งตากินข้าวในจานให้หมด ความคิดว่าจะได้ถามอะไรพี่ทัชก็ได้ทำให้กับข้าวในปากอร่อยขึ้น ระหว่างเคี้ยวสมองที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ปกติของผมก็เริ่มทำงาน ถ้าอยู่กันสองคนจะถามอะไร… 

พี่ช่วยตัวเองบ่อยป้ะ

นั่นแหละคำถามแรกที่แวบเข้ามา 

ผมถามแน่! 

 

 

________________________

 

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ ขอบคุณสำหรับหัวใจที่ให้กันตลอด

ขอบคุณที่อ่านนะคะ ไม่รู้จะพูดยังไง ดีใจมากจริงๆ ค่า ^ ^

อันนี้แท็กเรื่องนะคะ #ณTouch เผื่อใครอยากแชร์อะไร ไปลงในแท็กได้นะคะ

ชอบสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในนั้นนน <3

 

เจอกันตอนต่อไปค่า :D

นางร้าย

27.พฤศจิ.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #815 ใบไยไยใบ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 21:29

    งื้อคุณพ่อน่ารักกกกก ฮาทั้งบ้าน คูณพี่ฉีกแนวขรึม แต่ความฮาไม่ต่างกัน กรี๊ดน่ารักกกกก 😍😍😍 งื้ออออ เขินทุกตอน อมยิ้มหุบไม่ได้เลยยยย ชอบมากเป็นกำลังใจให้นะคะคุณนางร้าย รักนะคะ💖💖💖

    #815
    0
  2. #777 ponnyyyy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 12:26
    ครอบครัวพี่ทัชน่ารักดีจังงง
    #777
    0
  3. #711 ma_3161 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 13:29
    เด็กบ้า55
    #711
    0
  4. #656 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 14:29
    นะฑี เด็กบ้าเอ้ย5555555555
    #656
    0
  5. #603 realtoey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:06
    -ต้าวน่ารักกกก แต่ความคิดเองทะเล้นทะลึงจังว่ะ
    #603
    0
  6. #548 saru1234 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:42
    ตลกอะ555
    #548
    0
  7. #430 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 04:03
    คำถามแรกก็ปวดหัวแทนพี่ทัชละ555555
    #430
    0
  8. #312 Little Elfin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:52
    ครอบครัวครึกครื้นมากเลยยย ตาน้องก็โบ้ยพี่เก่งงงง
    #312
    0
  9. #279 bambocamuji (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:43
    เกลียดคำถามได้มะ555
    #279
    0
  10. #226 s214 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:28
    แง คิดถึงไรท์จัง เราไม่ค่อยว่างอ่านเลยช่วงนี้ ㅠㅠ ของคุณที่อัพนะคะ รอตอนต่อไปเสมอค่ะ
    #226
    0
  11. #224 ละเมอเพ้อฝัน. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 22:14
    โอ๊ยย นี่ครอบครัวหรือตลกคาเฟ่55555555
    #224
    0
  12. #223 DON'T forget me (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:43

    โง้ยบ้านนี้ควรเปิดคณะตลก แต่พี่ทัชลูกบ้านนี้จริงดิมีพลังเแกซ์เมนแต่สูญเสียอารมณ์ขันหรอคะพี่ทัช ตอนนี้น่ารักขำทั้งตอนต้องให้นะฑีมาบ้านบ่อยๆละม้างพี่ทาชชบบ

    #223
    0
  13. #222 Duck_alone (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:24
    โอ้ยยย ตอนที่แล้วนึกว่าพ่อมาร้าย พ่อมาตลกเฉยแถมขี้เม้าด้วย55555 ไหนจะแม่กับพี่สาว ฮาทั้งครอบครัวไปอีกกก พี่ทัชโดนเผาเละเลยยย น้องก็พูดมากจนข้าวไม่กินโอ้ยยยนย ตลกกก
    #222
    0
  14. #221 CAP_TURE (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:21

    น่ารักกกกกก
    #221
    0
  15. #220 pinnlow (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:02

    โอยยย ความน่ารักมันอัดใจไปหมดิลย
    #220
    0