● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 24 : แตะต้องครั้งที่ 22: จับบบ…ดึงหัวไม่ออกตอกไข่ใส่ด้วยน้องช่วยอาบน้ำลองถามเสี่ยงๆ ขอเล่นเด้งเตียงได้มั้ย [PART 2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    22 พ.ย. 62

 

 

แตะต้องครั้งที่ 22

จับบบ…ดึงหัวไม่ออกตอกไข่ใส่ด้วยน้องช่วยอาบน้ำ

ลองถามเสี่ยงๆ ขอเล่นเด้งเตียงได้มั้ย [PART 2]

 

 

            “หึ แบบนี้น่ะเหรอ” 

            “แฮ่!” 

            “รู้ละ ตอนที่บอกให้ผมยื่นมือให้มันดม พี่แอบหยิกต้นคอมัน” 

            “ใช่ จับต้นคอทีไรมันก็ทำเป็นขู่แบบนี้แหละ ไม่กัดหรอก” 

            “ตอแหลนะเนี่ยเรา ผงฟอก ไหนลองดิ๊” ผมลองขยุ้มคอมันดู แล้วแอ๊คติ้งโอเวอร์ก็มาตามคาด 

            “แฮ่~~~” 

            “เอ้อพี่ พลังพี่ใช้กับสัตว์ได้ผลมั้ยอะ เคยลองกับผงฟอกมะ” 

            “สัตว์ไม่โกหกหรอก”

            “น้อยไปดิ ผมเคยดูคลิปในยูทูบนะ หมาทำท่าเดินขาลากขอความเห็นใจ แล้วสักพักก็ลุกขึ้นวิ่งสี่ขาเฉย”

            “ผงฟอกไม่โกหก” 

            “แล้วไอ้เสียงแฮ่ๆ นี่อะไร” 

            “แค่โดนจุดอ่อนไหวมัน...พอละ อาบนานเดี๋ยวตัวเปื่อย มาผงฟอก ล้างตัวๆ” 

            หลังล้างตัวเสร็จ พี่ทัชก็พามันมาส่งให้คุณแม่บ้านชื่อพี่บัวจัดการเช็ดตัวให้มันต่อ ส่วนเราเข้าไปข้างเพื่อจะขึ้นไปที่ห้องพี่ทัช บรรยกาศภายในบ้านทำให้หน้าอกผมพองฟูและร้อนยิ่งกว่าอยู่ข้างนอกซะอีก ถ้าเจ๊แคลเซียมได้มาเห็นคงกรีดร้องแน่ เพราะนอกจากข้าวของจะดูมีสไตล์สบายตาแล้ว ทุกซอกทุกมุมยังสะอาดสะอ้านจนฝุ่นน่าจะรู้สึกผิดถ้าเผลอปลิวเข้ามาในนี้ 

            ห้องพี่ทัชก็เป็นระเบียบเหมือนกัน ผ้าปูเตียงขาวสะอาด ผ้าห่มพับเรียบร้อย ข้าวของส่วนใหญ่อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านหรือของเจ้าของห้องเอง แต่มีของบางอย่างที่คล้ายกับจะแหกคอกนิดๆ อย่างสมุดโน้ตที่เปิดกางอยู่ และดินสอที่ชวนให้คิดว่าแอบปีนจากแก้วทรงสูงมาอยู่บนโต๊ะตอนเจ้าของไม่อยู่บ้าน 

            “ห้องหอมอะ” หลังจากพี่ทัชปิดประตู ผมก็หมุนตัวพร้อมกับสูดกลิ่นไปรอบๆ “แล้วนั่นพี่เขียนไรอะ กลอนเหรอ” 

            พี่ทัชรีบเก็บดินสอกับสมุดเล่มนั้นใส่ลิ้นชัก ผมเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปอย่างอื่น 

            “พี่เล่นกีตาร์ด้วยเหรอ เฮ้ย เจ๋งอะ” ผมหยิบกีตาร์โปร่งที่มุมห้องมาเทสเสียง ดีดสายเปล่ามั่วๆ ไปนั่นแหละ แต่คนมันมีพรสวรรค์อะ ร้องเป็นเพลงได้ “I like me better when I'm with you I like me better when I'm with you...” 

            “ไปอาบน้ำ” พี่ทัชเข้ามาแย่งกีตาร์ไปจากมือผม แล้วยัดเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูให้แทน 

            “พี่เล่นให้ฟังหน่อยดิ” 

            “ไปอาบ” 

            “ถ้าอาบเสร็จแล้ว พี่เล่น…” 

            ผมพูดไม่จบประโยคเพราะถูกดันหลังเข้ามาในห้องน้ำแล้ว แถมเขายังปิดประตูตามเรียบร้อย “เฮ้ยพี่ เจ๋งอะ ฝักบัวใหญ่โคตร มีห้องกระจกด้วย” 

            “นะฑี รีบอาบ” 

            “ถ้ารีบมากก็มาอาบให้ผมดิ” 

            ผมเงี่ยหูรอฟัง แต่พี่ทัชไม่พูดอะไรแล้ว ผมเลยเปลือยตัวตนและเข้าห้องกระจกไปยืนใต้ฝักบัว ใช้เวลาอยู่ในนี้ราวๆ ห้านาทีก่อนจะกลับออกมาในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว 

            “ทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อย” 

            “ก็เจ๊ณเทอบอกให้ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองนะ อยู่บ้านผมก็งี้แหละ ชอบแต่งตัวข้างนอก” เจ้าของห้องถึงกับถอนหายใจ ในมือเขามีผ้าขนหนูผืนใหม่กับเสื้อผ้าอีกชุด “พี่อาบต่อใช่ปะ ไม่รอเอาผ้าขนหนูที่ผมอะ นี่ ยังใหม่ๆ” ผมพูดพร้อมกับจับผ้าขนหนูที่นุ่งอยู่เช็ดก้นไปด้วย 

            “มึงนี่มันจริงๆ เลย” 

            “เอ้อ ผมทำสบู่ติดกระจก ฝากล้างด้วยนะ ลืมๆ” 

            เดินเข้าห้องน้ำไปละ แกล้งนิดแกล้งหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ 

            ผมอาศัยจังหวะนี้แต่งตัวให้เรียบร้อย เสื้อผ้าใหม่หอมฟุ้ง ซึ่งเป็นกางเกงขาสั้นที่ใส่ได้พอดี กับเสื้อยืดสีขาวล้วนเรียบๆ ไม่ใช่เสื้อที่ซื้อยกโหลแบบที่ผมเคยเห็นในตลาดเจ๊เนียมแน่นอน เพราะเนื้อผ้าดีกว่าเยอะ แล้วชุดนักศึกษาเลอะๆ ของผมนี่เอาไงวะ ไม่รู้จะเก็บยังไงเลยเขี่ยไปกองไว้ที่มุมห้องก่อนละกัน

            จากนั้นผมก็ถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงเขา เช็ดผมไปเรื่อยๆ ระหว่างนี้ก็อดนึกภาพพี่ทัชในห้องน้ำไม่ได้ รวมถึงภาพการใช้ชีวิตในจังหวะต่างๆ ในห้องนี้ด้วย 

            แต่ไหนๆ ก็มาถึงรังเสือทั้งทีแล้ว ต้องสำรวจกันหน่อย 

            ผมลุกขึ้นเดินสอดส่องไปทั่ว ไม่มีฝุ่นเลยจริงๆ ชั้นหนังสือเป็นระเบียบโคตร โต๊ะทำงานก็เหมือนกัน พอเขาเก็บสมุดโน้ตเล่มนั้นใส่ลิ้นชักแล้ว ก็ดูจะไม่มีอะไรอยู่ผิดที่ผิดทางเลย คันมือว่ะ อยากจะเปิดลิ้นชักเอาสมุดออกมาอ่าน แต่ไม่ดีหรอก มันเป็นเรื่องส่วนตัว ไปดูตู้เสื้อผ้าดีกว่า 

            ตู้เสื้อผ้าคุณชายมาก แขวนเสื้อไล่โทนสีจากสีอ่อนไปสีเข้ม แบ่งโซนเสื้อแขนสั้นแขนยาว ส่วนพวกกางเกงกับบ็อกเซอร์รวมถึงผ้าขนหนูนี่พับอยู่ในลิ้นชักเรียบร้อย

            น่าเบื่อ

            ผมปิดตู้เสื้อผ้าแล้วกลับมาเลียบๆ เคียงๆ อยู่แถวโต๊ะทำงานอีก มีหนังสือรวมไฮกุอยู่ตรงนี้ด้วย อันนี้ผมเคยเปิดดูแล้ว คงไม่เป็นไรถ้าจะดูอีก ผมเลยหยิบมันขึ้นมากรีดหน้ากระดาษผ่านๆ กะจะสุ่มอ่านสักบท มาสะดุดอยู่ที่หน้าหนึ่งเพราะมีบางอย่างคั่นอยู่ 

            แผ่นพลาสเตอร์สีเหลืองลายมินเนี่ยน

            ถ้าพูดให้ถูกคือ ซากพลาสเตอร์ที่ผมเคยให้เขานี่ เขาเก็บไว้ด้วย…

            พูดถึงพลาสเตอร์ เมื่อกี้ผมเห็นกล่องเบ้อเริ่มวางอยู่ที่โต๊ะหน้ากระจก ไหน ลองสวมบทคุณชายดูหน่อยว่าแต่ละวันเขาทำยังไง ผมวางหนังสือลง แล้วเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง คิดวางแผนอะไรนิดหน่อย ก่อนจะหยิบพลาสเตอร์สิบแผ่นมานั่งที่เตียง ฉีกมันออกมาพันนิ้วทีละนิ้ว

            “ทำอะไร” พี่ทัชออกจากห้องน้ำแล้ว เขาแต่งตัวเรียบร้อยมาตั้งแต่อยู่ข้างในเลย คือสวมกางขาสั้นที่สีเข้มกว่าของผม แต่เสื้อยืดสีขาวแบบเดียวกันเป๊ะ หรือว่าพี่ทัชซื้อเสื้อยกโหลจริงๆ 

            “ช็อตนี้พี่ต้องเปลือยท่อยบนโชว์ซิกซ์แพ็กส์เดินออกมาดิ ไม่เคยดูหนังเหรอ” 

            “...” 

            “ทำไมอะ เขินเหรอ หรือว่าปกติก็แต่งตัวอยู่ในห้องน้ำแบบนี้”

            พี่ทัชก้าวมาหยุดตรงหน้าผม ผ้าขนหนูยังพาดอยู่บนไหล่และเส้นผมยังเปียกชื้นไม่เป็นทรง แต่ก็ยังดูดีสุดๆ หนังหน้างี้ก็ไม่รู้จะใสไปไหน 

            “ถามจริง เกิดมาพี่เคยเป็นสิวปะ” 

            “นี่มึงเล่นอะไร” 

            ผมกางนิ้วทั้งสิบที่เพิ่งพันพลาสเตอร์เสร็จให้เขาดู “ก็ลองดูเฉยๆ เป็นไงมั่ง เข้ากับผมปะ” พยายามประณีตที่สุดแล้ว แต่พลาสเตอร์บนปลายนิ้วก็ยังยับๆ ยู่ๆ อยู่ดี “นี่พี่ทนทำแบบนี้ทุกวันได้ไง รุงรังมาก” ผมลองใช้นิ้วพลาสเตอร์ลูบแก้มตัวเอง “แถมสากโคตรๆ” 

            “กล่องพลาสเตอร์ไปไหน” 

            “ก็เห็นมั้ยล่ะ” 

            “ไม่เห็นไง ถึงถาม” 

            “งั้นไม่น่าถาม ถ้าไม่เห็นก็แสดงว่าผมเอาไปซ่อนไง” 

            “นะฑี” 

            “ทำไมพี่อาบน้ำนานอะ สนุกสนานสนามหลวงเหรอ”

            “สนามหลวงอะไร” 

            “ทำเป็นใสซื่อนะ ก็การละเล่นพื้นบ้านที่ชอบไปเล่นกันที่สนามหลวงไง…” ผมเหลือบตามองบน ทำหน้าฟินแบบแอ๊คติ้งโอเวอร์ และทำท่ากระตุกเชือกล่องหนที่ผูกติดกับว่าวปักเป้าในจินตนาการ ถ้าขนาดนี้ยังไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะว่าไงละ

            “บางทีกูก็สงสัยนะ ลิมิตความทุเรศของมึงจะไปสุดที่จุดไหน” 

            “ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย~” ผมฉีกยิ้ม “ถ้าพี่ไม่ได้ช่วยตัวเอง ทำไมนานล่ะ”

            “กูอาบน้ำ ไม่ได้วิ่งผ่านฝักบัวเหมือนมึง กล่องพลาสเตอร์อยู่ไหน” 

            “อยู่บ้านพี่ยังจะติดพลาสเตอร์อีกเหรอ”

            “ปกติก็ไม่ แต่มึงอยู่นี่ด้วยแหละเลยต้องติด” 

            “ทำไมอะ” 

            “เดี๋ยวโดนตัวมึงแล้วมึงจะพูดอะไรทุเรศๆ”

            “ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ไปกินเกลือบ้านตาแป๊ะ ไปนอนเปาะแปะ ให้ตาแป๊ะเลียตูด...เห็นมะ พี่ไม่จับตัวก็พูดทุเรศได้” 

            “เอาที่มึงสบายใจ” 

            “ครับโผม”

            พี่ทัชมองไปรอบๆ ห้องพลางขมวดคิ้ว 

            “หาดิ ไม่เจอง่ายๆ หรอก” 

            เขาทำท่าจะเปิดลิ้นชักโต๊ะหน้ากระจก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไปหยิบชุดนักศึกษาเลอะๆ ของผมขึ้น ซึ่งกล่องพลาสเตอร์ก็อยู่ใต้กองเสื้อนั่นแหละ 

            “เฮ้ย ทำไมรู้อะว่าอยู่ตรงนั้น” 

            “ให้พี่บัวซักก่อน แล้วเดี๋ยวกูเอาไปให้” พี่ทัชพูดไปอีกเรื่อง เขาเอาเสื้อผ้าของผมใส่ลงไปในตะกร้าผ้ารวมกับเสื้อผ้าชุดเก่าๆ ของตัวเอง เอากล่องพลาสเตอร์มาวางที่โต๊ะเครื่องแป้งเหมือนเดิม แล้วก็มานั่งบนเตียงห่างจากผมราวๆ หนึ่งช่วงแขน 

            ผมกระแซะเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “ไม่ติดนิ้วอะ” 

            “ก็มึงเอามาติดเล่นจนมันใกล้หมดแล้ว ที่เหลือนั่นเอาไว้ติดไปมหา’ลัยพรุ่งนี้” 

            “งี้ก็เสร็จผมดิ ผมจะจับนิ้วพี่ตอนไหนก็ได้” 

            พี่ทัชหันมาทำหน้าดุ “กล้าเหรอ” 

            ผมเม้มปากชั่งใจ “รู้ปะ ผมเป็นด้านตรงข้ามของพี่นะ พี่เปลือยนิ้วแล้วใช้พลังใช่ปะ ส่วนผม ถ้าติดพลาสเตอร์แบบนี้จะมีพลังสามารถทำให้พี่พูดความจริงได้” 

            “...” 

            หมับ! 

            ผมคว้าที่ข้อมือเขา “บอกมา เก็บซากพลาสเตอร์ที่ผมให้ไว้ทำไม” 

            “อะไรของมึง” 

            “พลาสเตอร์ลายมินเนี่ยนอะ ในหนังสือกลอน ทำไมไม่ทิ้ง” 

            “นี่มึงแอบดูของส่วนตัวกูเหรอ” 

            “จะเก็บเอาไว้ทำคุณไสยใส่ผมใช่มั้ย บอกความจริงมา” 

            “กูใช้คั่นหนังสือ ตอนนั้นมันไม่มีอะไรคั่น” 

            “จริงดิ” 

            พี่ทัชสะบัดมือออกเบาๆ ซึ่งผมก็ไม่ขัดขืน “นี่มึงค้นข้าวของอะไรกูอีก” 

            “ไม่บอก อยากรู้ก็จับตัวดิ” 

            “งั้นก็ช่างมัน ไม่อยากรู้” 

            “ไม่หนุกเลย บอกให้ก็ได้ ผมดูกางเกงในพี่ พับไว้เป็นระเบียบโคตรๆ”

            “นะฑี” 

            “ขอเล่นเด้งเตียงได้ปะ” 

            “เด้งอะไรของมึง” 

            “เด้งเตียงไง แบบนี้” ผมลุกขึ้นถอยไปสองสามก้าวเพื่อตั้งหลัก “หลบหน่อยๆ” แล้วก็พุ่งไปทิ้งตัวลงบนเตียงในท่าคว่ำหน้ากางแขนกางขา ดึ๋ง~ ของโคตรดี หลังจากช็อตแรกยังมีเด้งดึ๋งๆ อีกสองสามทีเหมือนช็อกเวฟ ส่งแรงสะเทือนที่แสนอ่อนโยนแผ่ซ่านไปทั้งตัว “ฟินอะ ขออีกที…” 

            ผมลุกไปตั้งท่า แล้วพุ่งตัวอีกที 

            อีกที

            และอีกที…

            ครั้งหลังนี่พี่ทัชถึงกับต้องขยับหลบไปนั่งปลายเตียง

            “มึงกี่ขวบแล้ว เล่นอะไรเป็นเด็กๆ” 

            “ชดเชยวัยเด็กไง ที่บ้านไม่เคยมี ตอนนี้ก็ยังไม่มี” 

            “...” 

            “แต่ไม่มีก็ดี ถ้าผมมีเตียงนุ่มขนาดนี้นะ คงเรียนไม่จบอะ นอนแต่เช้ายันเย็นแน่...เฮ้ย พี่” ผมพลิกตัวขึ้นมานั่ง “เล่นสงครามหมอนกัน” 

            “ฮะ?” 

            “สงครามหมอนไง เหมือนในซีรี่ส์วัยรุ่นอะ” ขณะที่พี่ทัชงงๆ อยู่ ผมก็คว้าหมอนฟาดเขาซะเต็มเหนี่ยว “แบบนี้” 

            “เฮ้ย” เฮ้ยไร เปิดก่อนได้เปรียบ กระหน่ำฟาดเข้าไปอย่างไม่ยั้ง “นะฑี หยุด! ไม่เล่น เฮ้ย...เล่นงี้ใช่มั้ย ได้!” 

            พี่ทัชยกแขนข้างหนึ่งป้องกันใบหน้าไว้ พร้อมกับก้มหน้าก้มตาเข้ามาคว้าหมอนข้างไปได้ คราวนี้เราต่างก็มีอาวุธในมือเท่ากันแล้ว...ไม่เท่าดิ ของพี่แกยาวกว่า ทำไมผมไม่คว้าหมอนข้างตั้งแต่แรกวะ 

            “มึงโดนแน่” 

            “มาดิ ไม่กลัวหรอก” 

            ผัวะๆๆ 

            “โอ๊ย พี่โกงอะ หมอนข้างมันแข็งกว่า” 

            “มึงเริ่มก่อน” 

            “ตายซะ” 

            “เฮ้ย เล่นทีเผลอเหรอ” 

            ผัวะๆๆ ตับๆๆ

            เราไล่ฟาดกันไปรอบห้อง ผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่ราวๆ สิบนาทีน่าจะได้ สุดท้ายก็มานอนแผ่หอบหายใจอยู่บนเตียงด้วยกันทั้งคู่ โดยเหยียดเท้าออกไปที่ขอบเตียงคนละฝั่ง และศีรษะวางอยู่ใกล้ๆ กันบริเวณกลางเตียง 

            “เหงื่อซึมขนาดนี้ ต้องอาบน้ำใหม่อีก” พี่ทัชพูด 

            “อาบด้วยกันปะ จะได้ประหยัดน้ำ” 

            “หุบปากไป” 

            “พี่ ผมมีเรื่องจะสารภาพ”

            “อะไร”

            “พี่อย่าโกรธนะ” 

            “...” พี่ทัชนิ่งไปนิดนึง “ถ้ากลัวกูโกรธก็อย่าพูด” 

            “ผมทำปลอกหมอนพี่ขาดอะ ฟาดแรงไปหน่อย” 

            “นึกว่าอะไร ช่างมัน” 

            “มีอีกเรื่อง” 

            “เมื่อกี้ผมแอบตด”

            “นะฑี มึง”

            “เอ๊ะๆ เสียงรถมา ใช่พ่อพี่ปะ พ่อพี่กลับมาแล้วแน่ๆ” 

            พี่ทัชถอนหายใจ ก่อนจะพูดสั้นๆ “เออ"

            “ดีเนอะ มีพ่อ ครอบครัวพี่อบอุ่นมากรู้เปล่า” 

            “พูดเหมือน...” 

            เขาไม่พูดต่อ ผมเลยต่อให้ “พ่อผมไปสบายแล้วอะ” 

            พี่ทัชนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะพูดเบาๆ “กูขอโทษ” 

            “เฮ้ย ไม่เป็นไร มันนานแล้ว ตอนนี้ชิลล์...พี่เล่นกีตาร์ให้ฟังหน่อยดิ” 

            “ขี้เกียจ” 

            “เล่นเป็นรึเปล่าเหอะ หรือเอามาวางประดับห้องให้ดูเท่เฉยๆ”

            “ไปหยิบมา” 

            ผมเด้งดึ๋งจากเตียงไปหยิบกีตาร์มา ดูจากโลโก้ยี่ห้อถ้าผมอ่านไม่ผิดน่าจะเป็นคำว่า Martin พี่ทัชรับกีตาร์ไปแล้วลุกขึ้นนั่งไว้ในท่าพร้อมเล่น ส่วนผมทิ้งตัวนอนคว่ำเอาหมอนซุกใต้อก 

            “พี่เล่น ผมร้อง” 

            “เพลงไร” 

            “เอาง่ายๆ ก่อนเลย ของวง Lauv”

            “ได้”

            นิ้วเรียวยาวและเปลือยเปล่าของเขาขยับคล่องแคล่วไปตามคอกีตาร์ เมโลดี้ที่ดังขึ้นผมก็รู้ทันทีว่าคือเพลง I Like Me Better ที่เราฟังกันจนนับรอบไม่ถูกแล้วนี่เอง พอเป็นเวอร์ชั่นอะคูสติกก็แปลกดีแฮะ ฟังเพลินเลย

            “ไป” พี่ทัชพูดขึ้น 

            “ไปไหน” 

            “ก็ร้องไง จังหวะนี้มึงต้องร้องแล้ว” 

            “อ้าวเหรอ นี่พี่เล่นเป็นจริงป้ะ ถ้าจะให้ร้องพี่ต้องบอกว่า สาม สี่ ไป...แบบนี้” 

            “งั้นเอาใหม่” 

            พี่ทัชเล่นอินโทรอีกครั้ง “สาม สี่ ไป…” 

            “To be young and in love in New York City…” ผมร้อง จากนั้นก็อือๆ อาๆ ดำน้ำไปครับ รอไปขยี้ดังๆ ตรงท่อนฮุคเอา แล้วก็ดำน้ำต่อจนจบเพลง “วู้ววว สุดยอด นี่ถ้าอัดคลิปลงยูทูบยอดไลก์เป็นแสนเลยนะ” 

            “มึงร้องมั่ว” 

            “แล้วไง เพราะก็แล้วกัน” 

            “ถ้าร้องงี้ ให้กูเล่นแบบฟิงเกอร์สไตล์เลยก็ได้”

            “ยังไง” 

            “ก็เล่นแค่กีตาร์อย่างเดียว ให้กีตาร์ร้องเพลงแทน คนไม่ต้องร้อง” 

            “นึกออกละ เคยดูในยูทูบ มีคนนึงเก่งๆ ที่เป็นคนเกาหลีใช่ปะ...พี่ขี้โม้อะ เล่นแบบนั้นคือเทพเกินไปแล้ว ไหนเล่นให้ฟังดิ๊” 

            “ไว้วันหลัง เดี๋ยวลงไปหาพ่อกันก่อน” 

            “จริงด้วย เข้าถ้ำเสือต้องไปหวัดดีพ่อเสือก่อน จะมาขลุกอยู่แต่กับลูกเสือมันดูไม่งาม” 

            “จะเย็นแล้ว มึงอยู่กินข้าวด้วยเลยละกัน” 

            “จะดีเหรอ” 

            “กูยังไปกินข้าวบ้านมึงเลย” 

            “มีล็อบสเตอร์ปะ หรือสเต๊กเนื้อโกเบอะไรงี้” 

            “เลิกเพ้อเจ้อได้ละ ไป” 

            “เดี๋ยวๆ แล้วพ่อพี่เป็นคนยังไง ดุหรือเปล่า” 

            “ก็ทำตัวดีๆ ละกัน อย่ากวน” 

            พี่ทัชลุกไปเปิดประตูห้อง ส่วนผมก็รีบเด้งตัวขึ้นมาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เสยผมให้เป็นทรง แอบสูดหายใจลึกๆ จากนั้นก็เดินตามเขาต้อยๆ มาที่บันได

            แม่กับพี่สาวนี่ผมคิดว่าเข้าหน้ากันได้ไม่มีปัญหา แต่กับพ่อไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง 

            ซึ่งไม่กี่วินาทีต่อมาก็เหมือนจะได้รู้แล้ว เพราะพ่อยืนกอดอกรออยู่ที่เชิงบันไดชั้นล่างนี่เอง สีหน้าเครียดเชียว ถ้าพูดตรงๆ ก็คือมองเราตาเขียวแบบไม่พอใจสุดๆ 

            “เดี๋ยวนี้พาผู้ชายมานอนกกที่บ้านขนาดนี้ นี่มึงยังเห็นหัวพ่ออยู่มั้ย” 

            พรืดดด

            ลื่นเกือบหัวทิ่มลงบันได

            “สะ...สวัสดีครับคุณพ่อ” 

            “ไม่ต้องไหว้หรอก กูไม่ใช่พ่อมึง” 

            เอ่า พูดงี้ ถอนหงอกสักเส้นสองเส้นแล้วเดี่ยวกันเลยดีกว่ามั้ย

 

 

____________________________

 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมากเลยค่า

ขอบคุณคอมเมนต์น่ารักๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ตลอดเลย 

ขอบคุณสำหรับหัวใจที่กดมาให้นะคะ ปากลับไปล้านดวงงง

 

ฝากรักฝากเอ็นดูเด็กแสบกับพี่ณทัชคนดีด้วยนะคะ :D

 

นางร้าย

22.พฤศจิ.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #814 ใบไยไยใบ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 20:56

    ป๊าดตอนหน้าจะมีมวยมั้ยเนี่ยยย 😂 งื้อเล่นกันน่ารักกกกก คุณพี่ยอมเล่นกับน้องด้วยยยย น่ารักไปแล้ว ชอบบบบ😍😍😍

    #814
    0
  2. #776 ponnyyyy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 12:13
    พ่อออออย่ารุนเเรง
    #776
    0
  3. #655 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 14:18
    คุณพ่อสายโหดอ่า55555
    #655
    0
  4. #602 realtoey (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:54
    พ่อโหดอะ ตกใจ
    #602
    0
  5. #539 nukkie2124 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 02:02
    งืออออออเป็นแฟนกันนนนได้แล้ว
    #539
    0
  6. #464 kittiya12345678 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:41
    พ่อต้องอำหนูนะฑีแน่ๆๆๆ5555
    #464
    0
  7. #428 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:45
    พ่ออออออ55555
    #428
    0
  8. #342 Layla140518 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:19
    พ่อเสือแผลงฤกษ์ 55555
    #342
    0
  9. #310 Little Elfin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:27
    คุณพ่อคะ 55555555
    #310
    0
  10. #219 pinnlow (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 14:21
    น้องพร้อมเดี่ยวมากๆ555
    #219
    0
  11. #218 CAP_TURE (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 06:13

    ค้างมากคูมไรต์ ฮื่ออออ
    #218
    0
  12. #217 Duck_alone (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 22:42
    อยากเห็นน้องเดี่ยวกับพ่อเลยอะ น่าจะฝีปากพอกัน 5555
    #217
    0