● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 23 : แตะต้องครั้งที่ 22: จับบบ…ดึงหัวไม่ออกตอกไข่ใส่ด้วยน้องช่วยอาบน้ำลองถามเสี่ยงๆ ขอเล่นเด้งเตียงได้มั้ย [PART 1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62

 

ตอนนี้เนื้อหาค่อนข้างยาว

ขออนุญาตแบ่งเป็น 2 พาร์ทนะคะ :D

 

 

แตะต้องครั้งที่22

จับบบ…ดึงหัวไม่ออกตอกไข่ใส่ด้วย

น้องช่วยอาบน้ำลองถามเสี่ยงๆ ขอเล่นเด้งเตียงได้มั้ย

 

พรุ่งนี้วันสำคัญ

วันนี้เกือบทั้งวันผมเลยคอยแต่จะหมกมุ่นอยู่กับการวางแผน โชคดีตอนบ่ายเลิกเรียนเร็ว และหลังจากตื๊ออยู่สักพักพี่ทัชก็ยอมเข้าร่วมอุดมการณ์จนได้

คราวนี้เราไม่ได้ไปบุกโรงแรมหรือหนีตายกันในผับที่ไหน

แค่มาเดินห้าง

“พี่เห็ดเป็นไงบ้างอะ” ผมถามระหว่างที่เราเดินขึ้นบันไดเลื่อน

“โอเคดี”

“เหรอ ทักแชตไปกวนตีนแกเล่น ไม่เห็นตอบเลย แน่ใจนะว่าแกไม่ได้กินน้ำยาล้างส้วมไรงี้”

“ไม่เป็นไรหรอก สรุปจะซื้ออะไรให้แม่”

วันสำคัญที่ว่าคือวันเกิดแม่ผมเอง ที่เรามานี่ก็เพื่อจะเลือกซื้อของขวัญเก๋ๆ สักอย่างนี่แหละ

“คิดว่าจะซื้อเรือดำน้ำอะ แม่เหนื่อยมาเยอะแล้ว ให้แม่ไปขับไล่ตามปลาวาฬเล่นน่าจะเพลินดี”

“ไม่เอาเครื่องบินล่ะ ขับไล่ตามนกสนุกกว่า”

“เฮ้ย!” ผมหันขวับจนเกือบล้ม เล่นเอาพี่ทัชเลิกคิ้ว “เดี๋ยวนี้พี่เล่นมุกเหรอ เริ่มติดเชื้อผมแล้วดิ…”

“จะซื้ออะไร เร็วๆ” เขาตัดบท ตอนนี้เราขึ้นมาอยู่บนชั้นที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบบผู้หญิงๆ แล้ว

“เรือดำน้ำไง”

“ไม่ขำ เลิกเล่นได้แล้ว”

“ก็คิดไม่ออกอะ พี่ช่วยคิดหน่อยดิ”

“คิดอะไรไว้บ้าง”

“ก็มีพวกของผู้หญิงๆ อะ ลิปสติก ตุ้มหู แล้วก็เสื้อในดีๆ สักสองสามตัว นมแม่เริ่มยานละนะ จะเข้าวัยทอง…”

“พอ”

“ไม่เวิร์กเหรอ”

“กระเป๋าตังค์เป็นไง”

ผมมองตามสายตาพี่ทัชไป แล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ “เด็ด นี่แหละที่แม่ต้องการ” เราเดินเข้าไปในร้าน แต่เดี๋ยวนะ ขอเวลามึนแป๊บ กระเป๋าผู้หญิงประมาณล้านแบบรายล้อมอยู่รอบตัว ทั้งกระเป๋าเป้กระเป๋าสะพาย ใบใหญ่ใบเล็ก สายโซ่สายหนัง รวมถึงกระเป๋าสตางค์แบบสั้นแบบยาว แถมยังมีใบจิ๋วๆ แยกออกมาวางอยู่ข้างๆ อย่างกับคลอดลูกได้อีก

“ของเยอะดีอะร้านนี้ แบบนี้คือขายดีหรือขายไม่ออกอะ”

“ของผู้หญิงก็มีหลายแบบเป็นธรรมดา”

“พี่ใช้กระเป๋าตังค์แบบไหนยังไง”

“แบบเรียบๆ”

“ยังไงอีก”

“ของบอตเตก้า”

“แบรนด์เนมใช่ปะ อะไรก้าๆ นะ”

“ช่างมันเถอะ ลองดูร้านนี้ก่อน ชอบใบไหน”

“ไหน พี่เลือกดิ๊”

พี่ทัชพาเดินย้อนออกมาบริเวณตู้โชว์ใกล้ประตูร้าน เขาเลือกหยิบกระเป๋าสตางค์แบบยาวใบหนึ่งส่งให้ผม สีน้ำตาลเรียบๆ แต่ดูดี

“สวย” ผมพลิกไปมา แล้วดูป้ายราคา “ไม่สวยละ กะโหลกกะลา”

“...”

ผมวางคืนที่เดิมอย่างเบามือเหมือนวางระเบิด ลองหยิบอีกใบข้างๆ กันมาดูป้ายราคาเทียบกัน “ใบนี้ก็ไม่สวย ออกแนวทุเรศเลยนะเนี่ย ไม่เอาละ”

“ถ้าชอบก็เอา”

“ราคานี้ ขืนเอาไปแม่ได้ฆ่าผมตาย”

“ก็อย่าบอกราคา”

“ถ้าแม่ถามจี้ล่ะ กฎเหล็กของผมคือแหลกับใครก็ได้นะ แต่จะไม่แหลกับแม่เด็ดขาด”

“เงินที่เราหามาได้ มึงบอกจะให้กูครึ่งนึงใช่มั้ย งั้นก็ใช้ครึ่งของกูซื้อ”

“แม่ผม ต้องใช้ครึ่งของผมซื้อดิ” ผมเถียง “หมายถึงถ้าจะซื้ออะนะ แต่คิดอีกทีเก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่ามั้ย”

“ของพวกนี้มันทน ดีกว่าซื้อของถูกแล้วต้องเปลี่ยนบ่อยๆ”

“จริงเหรอ” ผมหยิบกระเป๋าใบแรกที่พี่ทัชเลือกอีกที เม้มปากครุ่นคิด

“เงินหาใหม่ก็ได้ มีงานให้บริษัทขอทัชฑีทำอีกมั้ยล่ะ”

“พี่พูดแล้วนะ ถ้ากลับคำนี่หมาเลยนะ”

“เออ”

“งั้นซื้อ” ผมตอบเฉียบขาด แล้วรีบเสริมเพื่อให้เข้าใจตรงกัน “เอาครึ่งนึงของพี่ซื้อนะ”

ผมกำลังจะโบกมือเรียกพนักงาน จังหวะนั้นพี่ทัชก็ควักมือถือที่กำลังสั่นครืดๆ ออกมากดรับสายพอดี ผมเลยยั้งมือไว้ก่อน

“เจ๊เทอ… อ้าว แล้วเป็นอะไรมากมั้ย…โอเค จะรีบไป”

“เกิดอะไรขึ้น พี่ เป็นไร”

“ผงฟอกน่ะ”

“ผงฟอกทำไม”

“มึงรีบซื้อกระเป๋าดิ กูต้องไปแล้ว”

“งั้นไม่ซื้อละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาซื้อเองแล้วเอาให้แม่ตอนเย็น”

เรากลับไปหาเจ้ามินิคูเปอร์ที่ท่าทางเหมือนกำลังงีบหลับรอเจ้าของอยู่ที่ลานจอดรถ พี่ทัชสตาร์ทเครื่องปลุกมัน แล้วขับออกมาจากห้างอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะมาติดแหง็กอยู่ที่ไฟแดงหน้าห้าง

“เดี๋ยวกูส่งมึงที่รถไฟฟ้าได้มั้ย”

“ไม่เอา ขอไปด้วย” ผมบอก พี่ทัชมองหน้าคล้ายจะถามว่าไปทำไม“ผมจะไปหาผงฟอก”

“มันไกล”

“ไกลก็ไกลดิ ผมไม่ได้เดินไป”

“...” เขาเงียบ

แบบนี้ต้องกดดันอีก

“ผมจะไป ผมจะไป ผมจะปายยย”

“เออๆ ไปก็ไป”

“ก็ผมเป็นห่วงผงฟอกอะ ขอไปด้วย” ดูจากสีหน้าพี่ทัชผมก็พอเดาได้ว่าไม่ใช่เรื่องดี “ว่าแต่ ผงฟอกเป็นไร”

“หวังว่าคงจะไม่เป็นไร”

เป็นครั้งแรกที่ปากผมเงียบไปเองดื้อๆ ถึงอยากถามต่อ แต่ปากผมไม่ยอมขยับ คงทำนองเดียวกับที่พี่ทัชเคยพูด...ความจริงบางอย่างอย่ารู้ดีกว่า บางทีมันอาจจะโหดร้ายเกินกว่าจะพูดออกมา

ผมเลยได้แต่นั่งก้มหน้าเงียบๆ

สักพัก พี่ทัชก็พาเจ้ามินิคูเปอร์ฝ่าการจราจรออกมายังถนนเส้นที่วิ่งได้สะดวกขึ้น ไม่อยากจะถาม แต่เหมือนว่าปากผมกลับมาเปล่งเสียงได้เป็นปกติแล้ว

“ทำไมไปทางนี้อะพี่ เลี่ยงรถติดเหรอ”

“เปล่า บ้านอยู่ทางนี้”

“อ้าว พี่เคยบอกว่าบ้านพี่ไปทางเดียวกับบ้านผมไม่ใช่เหรอ ก็ต้องไปทางนั้นดิ นี่มาคนละทิศเลยนะ”

พี่ทัชเหลือบมองหน้าผม “กูพูดตอนไหน”

“วันนั้นไง วันที่พาผมไปแจ้งความอะ บอกว่าบ้านทางเดียวกัน พี่เลยขับไปส่งผมที่บ้าน”

“มึงจำผิดแล้ว”

“พี่นั่นแหละ จำผิด”

“กินโอเมก้าสามบ้างนะ แล้วก็นอนให้พอ ทำสมาธิบ้าง สมองจะได้ดีๆ”

“พี่จำผิดจริงๆ เรื่องนี้ผมชัวร์มาก”

หรือผมจำผิดวะ

เริ่มไม่ชัวร์ละ

“กูไม่เถียงละ” พี่ทัชพูดเรียบๆ “เปิดเพลงหน่อย”

“เฮ้ยพี่ พูดถึงโอเมก้า ไว้เราไปกันอีกนะ ไปโอ้มายแอสด้วย เขาจะเจ๊งรึเปล่าวะ โดนถล่มเละขนาดนั้น”

พี่ทัชไม่ตอบอะไร เขาเอื้อมมือมากดเปิดเพลงเอง ซึ่งก็เป็นเพลงสากลของคนคูลๆ เหมือนเดิม นี่พยายามชวนคุยให้สบายใจนะ แต่ไม่คุยก็ไม่คุย ฟังเพลงก็ได้ ผมชั่งใจอยู่ว่าจะกรีดกระเดือกร้องเพลงตามหรือนั่งฟังเฉยๆ ดี เอาเป็นว่า ร้องแบบงึมงำดำน้ำไปละกัน

บรรยากาศในรถเริ่มตึงเครียดมากขึ้นตอนที่พี่ทัชเลี้ยวรถเข้าโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางเข้ามีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่เบิ้ม มีสวนหย่อม ป้อมยาม และต้นไม้เรียงราย

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าโคตรรวย

ผมหันไปเกาะกระจกรถเหมือนเด็กที่หลุดเข้ามาในอีกมิติ จนกระทั่งพี่ทัชชะลอรถจอดริมถนนหน้าบ้านหลังหนึ่งและเปิดประตูลงไป ผมถึงได้รู้สึกตัวแล้วลงจากรถด้วย

“ผงฟอก” เสียงพี่ทัชร้อนรน

เจ้าผงซักฟอกอยู่ตรงนี้เอง ในสภาพ...หัวติดกับรั้วประตูบ้าน รั้วประตูใหญ่ที่เป็นทางให้รถเข้าออกดูหรูหราและไม่มีปัญหาอะไร แต่ประตูรั้วเล็กๆ สำหรับให้คนเปิดเข้าออกนี่แหละ ขอบด้านล่างเป็นเหล็กดัดให้เป็นห่วงกลมเรียงต่อกัน ซึ่งขนาดห่วงใหญ่พอให้ผงฟอกสอดหัวเข้าไปได้ แต่ดึงกลับไม่ได้ ลักษณะนี้คงตั้งใจจะมุดประตูหนีเที่ยวแน่ๆ

มีผู้หญิงสองคนอยู่ด้วย ต้องเป็นแม่กับพี่สาวแน่นอน

“ทัชมาแล้ว” คนเป็นแม่หน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้

“เป็นไงบ้าง ผงฟอก” พี่ทัชเข้านั่งใกล้ๆ เจ้าผงซักฟอกและลูบหัวมัน ทำให้มันครางหงิงๆ ดิ้นรนพยายามจะดึงหัวออกอีก “เข้าไปได้ไงเนี่ย”

“แม่ผิดเอง แม่ไม่น่าเปลี่ยนประตูใหม่เลย ตอนช่างเอามาทำก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีห่วงกลมจนมุดได้แบบนี้…”

“แม่ไม่ผิดหรอก อุบัติเหตุน่ะ” พี่ทัชพูดเสียงนุ่ม “หัวเปียกเลย ผงฟอก”

“แม่เอาน้ำมันพืชทาน่ะ”

“เจ๊ตอกไข่ใส่ด้วย มันจะได้ลื่นๆ”

ผมก็จินตนาการไว้ซะร้ายแรง นึกว่าโดนรถชนไส้ไหลอะไรแบบนี้ แต่เห็นสภาพแล้ว...ก็ไม่ถึงกับขำหรอก แต่ปากหมาๆ ของผมก็เผลอโพล่งออกไปจนได้ “นี่ผงฟอกหรือกระทะทอดไข่อะครับ” โชคดี เหมือนจะไม่มีใครได้ยิน หรืออาจได้ยินแต่ไม่สนใจ

“น่าจะใช้แชมพูมากกว่าใช่มั้ย แต่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกอะ” เจ๊ณเทอพูดอีก “แต่โทรหากู้ภัยแล้วนะ กำลังมา”

“ป๊ากลับมายัง”

“แม่โทรบอกแล้ว”

“อืม ไหนผมขอลองหน่อย”

“เจ๊ว่ารอกู้ภัยดีกว่ามั้ยทัช”

พี่ทัชเลื่อนเปิดประตูรั้วใหญ่แล้วเข้าไปสมทบกับแม่และพี่สาวที่ประตูรั้วเล็กด้านใน มีแค่ผมคนเดียวที่ยืนเคว้งอยู่นอกบ้าน ผมเป็นใครวะ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ วูบหนึ่งรู้สึกแน่นหน้าอกจนอยากหันหลังวิ่งปาดน้ำตาไปตามทางเหมือนในมิวสิกวีดีโอ แต่ตอนนี้ชีวิตผงฟอกสำคัญกว่าเรื่องอื่น

“ผงฟอก นิ่งๆ” พี่ทัชจับตัวมัน โดยมีพี่ณเทอช่วยอีกแรง

“รอกู้ภัยดีกว่าทัช ไม่ไหวหรอก เดี๋ยวมันคอหัก”

“คอหักเลยเหรอ!” คุณแม่แทบจะลุกขึ้นมาเต้น “เจ็บมั้ยลูก ผงซักฟอก ทัช พอแล้ว”

ใจเย็นครับคุณแม่ สิ่งที่พี่ทัชทำนี่คือนิยามของความอ่อนโยนเลยเหอะ เขากดใบหูมันพับไปข้างหน้า แล้วค่อยๆ เขี่ยให้ลอดห่วงเหล็กมาข้างหลังทีละข้าง ซึ่งก็ยากเอาการ แต่พี่ทัชทำสำเร็จจนได้ หลังจากนั้นก็แค่ประคองศีรษะมันตะแคงเล็กน้อยพร้อมกับดึงออกเบาๆ

“ผงซักฟอก! หลุดแล้ว!” คนเป็นแม่ถึงกับถลาเข้าไปกอด

“เฮ้ย เส้นผมบังภูเขานะเนี่ย” เจ๊ณเทอว่า “แค่เอาหูออกมาก่อนเอง”

“ไอ้หัวไข่เอ๊ย รอดแล้ว” ผมหลุดปากผสมโรงด้วย แต่ทันทีที่พูดออกไป คนทั้งสามกับหมาอีกหนึ่งตัวก็มองผ่านรั้วประตูออกมานอกบ้าน เล่นเอาผมที่ยืนเคว้งๆ อยู่ทำตัวไม่ถูกเข้าไปอีก “ก็...หัวไข่ไง ไข่บนหัวอะครับ มีน้ำมันพืชด้วย ถ้าอุ้มลงกระทะนี่เป็นหมาไข่ดาวเลยนะเนี่ย”

อึ้ง

อึ้งกันหมดทั้งคนทั้งหมา

“นะฑี มานี่ดิ” พี่ทัชเรียก

ผมขยับไปข้างหน้าสองสามก้าวราวกับมีผีผลัก ตอนนี้เรามายืนเผชิญหน้ากันแล้ว พวกเขาสามคนอยู่ในบ้านอันแสนสุข ส่วนผมอยู่ข้างนอก โดยมีรั้วประตูเหล็กดัดหรูๆ คั่นกลาง

“นี่แม่ แล้วก็นี่พี่ณเทอ”

“สวัสดีครับคุณแม่ สวัสดีครับเจ๊” ผมยกมือไหว้งามๆ ก้มหัวแทบติดเข่า ขณะที่ทั้งคู่รับไหว้แล้วยิ้มให้นิดหน่อย “ผมชื่อนะฑีครับ เป็นรุ่นน้องพี่ทัช รู้จักกันมาได้สักพักแล้ว ผมเลยตามพี่ทัชมาดูผงฟอกด้วย แบบว่าเป็นห่วงน่ะครับ...หวัดดีผงฟอก”

“แฮ่~” อ่าว มีแยกเขี้ยวขู่

“ผงฟอก อย่า” พี่ทัชทำเสียงดุ เจ้าผงฟอกหันมองหน้าเขาและส่ายหางดิ๊กๆ แต่พอมันหันมองผมอีกก็นิ่งไปเหมือนกำลังคิดว่าจะงับผมส่วนไหนดี “มาจับหัวมันดิ ไม่เป็นไรหรอก”

“จะดีเหรอ”

“ไม่กัดหรอก รับรอง แค่ยังไม่คุ้น” พี่ทัชบอก “เข้ามาในบ้านเลย”

“โอเค” ผมเดินผ่านประตูใหญ่ที่เปิดแง้มอยู่เข้าไป เจ้าผงฟอกดูตื่นตัวเต็มที่ สาบานได้ว่าผมเห็นริมฝีปากมันแสยะนิดๆ ตอนมองหน้าผม แต่เอาวะ เป็นไงเป็นกัน “ใจเย็นนะผงฟอก พวกเดียวกันนะเฮ้ย…” ว่าแล้วก็ยื่นมือออกไปช้าๆ

“ระวังมือขาดนะ” เจ๊ณเทอพูดสวนขึ้น ชิบหาย ผมกระตุกมือกลับโดยอัตโนมัติ เจ้าผงฟอกก็กระตุกตามด้วย

“ผงซักฟอกฉีดยาแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” คุณแม่ว่า

ครับแม่ ฉีดยาแล้ว แต่ถ้ามันกัดก็คือเจ็บไง

“วันก่อนก็ไล่กัดบุรุษไปรษณีย์นะ เลือดสาดเลย” เจ๊ณเทอเสริม “ได้ข่าวว่าเย็บเป็นสิบเข็ม ใช่มั้ยแม่”

“เอ้อ ไม่แน่ใจนะ พ่อเป็นคนจ่ายค่าชดเชยให้ฝ่ายนั้น แต่เลือดเยอะจริงๆ”

“นั่นสิ สงสัยเป็นช่วงตกมันอะ”

“ตกมันนั่นมันช้างรึเปล่าครับเจ๊” ผมถาม

เจ้าตัวยักไหล่ “แล้วแต่นะ เจ้านี่มันหมาปีศาจ ถ้าจะเล่นด้วยต้องระวังๆ หน่อย”

“ไม่ต้องกลัวหรอก ผงฟอกมานี่” พี่ทัชจับตัวมันมาข้างหน้าอีกนิด “นะฑี นั่งลง แล้วยื่นมือมาให้มันดม”

“ไม่เอาละพี่”

“นั่งลง”

“ไม่อะ ยืนแบบนี้ลมเย็นดี”

พี่ทัชที่นั่งอยู่กับผงฟอกเงยขึ้นมองหน้าผม สายตานิ่งๆ แบบอ่านยาก เหมือนไม่ได้กล่าวหาหรือสื่อสารอะไรเป็นพิเศษ แต่ทำไมรู้สึกผิดวะ

“ก็ได้ ถือว่าผมเชื่อใจพี่ละกัน”

แววตานิ่งๆ เปลี่ยนเป็นแววตาที่เจือรอยยิ้มนิดๆ “เออ”

ผมค่อยๆ นั่งลง ยื่นมือออกไปช้าๆ “ผงฟอก หวัดดี”

“แฮ่~~~”

“พี่ จับตัวมันไว้นะ อย่าปล่อยมา…”

พูดไม่ทันขาดคำพี่ทัชก็ปล่อยมือทั้งสองข้าง พอเจ้าผงฟอกเป็นอิสระมันก็ขยับมาข้างหน้าทันที “เฮ้ยๆ พี่…” จะชักมือกลับก็ไม่กล้า ได้แต่นั่งตัวเกร็งอยู่เฉยๆ แต่ในหัวนี่เห็นภาพตัวเองถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว

ผงซักฟอก ฉายาหมาปีศาจตามที่เจ๊ณเทอเรียกเข้ามาดมมือผมฟุดฟิดๆ เยื้องย่างช้าๆ อ้อมไปดมก้นผม แล้วก็อ้อมมาข้างหน้าอีก จากนั้นก็…

“โฮ่ง!”

“โอ๊ยยย” เละ กระโจนเข้าใส่ทั้งตัวแบบนี้ มีเลือดสาดเละเทะแน่นอน “พี่ทัช ช่วยด้วยยย โอ๊ยยย”

แทนที่จะช่วย สามแม่ลูกกลับพากันยืนหัวเราะเฉย โดยเฉพาะเจ๊ณเทอนี่หัวเราะเสียงดังสุด สติพุ่งวาบเข้าร่างผม เลยรู้ว่าตอนนี้ตัวเองล้มหงายอยู่บนพื้นโดยมีเจ้าผงฟอกตะกายขึ้นตัว พยายามเข้ามาเลียหน้าเลียตา สลับกับถอยออกไปกระโดดหลอกล่อเหมือนจะชวนให้เล่นด้วย

พี่ทัชเข้ามาจับตัวเจ้าผงฟอกไว้ “โทษที ช่วยไม่ทัน หมาปีศาจมันเร็วน่ะ”

ผมลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นมาสำรวจก่อนอันดับแรก ไม่มีเลือด ไม่มีแผล หน้าก็ยังหล่อเหมือนเดิม แต่เสื้อนี่เละ ทั้งรอยเท้า ทั้งคราบไข่และน้ำมันพืช แต่เจ้าผงฟอกดูเหมือนจะไม่สำนึก ยังส่ายหางดิ๊กๆ จะเข้ามาเล่นงานผมอีก

“พี่แกล้งผม”

“กูเปล่า ผงฟอกต่างหาก”

“ไอ้หมาหัวไข่ มานี่เลย” คราวนี้ผมเข้าไปลุยกับมันเต็มๆ ขยี้ขยำไปทั่วตัวจนมันทิ้งตัวนอนแผ่ทำลิ้นห้อย ส่วนผมน่ะเหรอ เละ เสื้อผ้าเละหนักกว่าเดิม “แล้วทำไงอะทีนี้”

“ต้องโดนแชมพูไง ทั้งคนทั้งหมานี่แหละ ลุกขึ้น” พี่ทัชยื่นมือมาให้ผมจับ ผมคว้ามือเขาและเหนี่ยวตัวลุกขึ้นยืน พอหันไปด้านข้างก็เห็นสองแม่ลูกยืนมองเราอยู่ แถมยังกลอกตาไปมาเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เห็นด้วย

“อะไรเหรอครับ” ผมถาม

พี่ทัชปล่อยมือผม แล้วกางนิ้วให้แม่กับพี่สาวดูคล้ายกับจะบอกว่าเขายังแปะพลาสเตอร์อยู่ครบทุกนิ้ว “แต่ก็หวิวนิดๆ อยู่ดีนะ” ผมพูดลอยๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อพี่ทัชก็ตัดบทซะก่อน

“ขอเอารถเข้าบ้านก่อน เดี๋ยวพาไปอาบน้ำ” เขาบอก “เอ้อ แม่ แล้วประตูนี่ยังไง เดี๋ยวผงฟอกมันเข้าไปติดอีก”

“เดี๋ยวเปลี่ยนใหม่อีกรอบ คราวนี้แม่จะเลือกดีๆ เลย”

“แค่ให้ช่างมาอ๊อกเหล็กเสริมหน่อยก็ได้มั้ง”

“แบบนั้นก็ไม่สวยดิทัช เปลี่ยนยกชุดเลย” เจ๊ณเทอพูด จังหวะนี้รถกู้ภัยก็ขับมาชะลอๆ จอดพอดี “ทุกคนเข้าบ้านไป เดี๋ยวคนสวยรับหน้าเอง”

“นที ผงฟอก ไป เข้าบ้านกัน” น้ำเสียงคุณแม่ดูเป็นกันเองมาก มากจนผมเดินตามไปด้วยความเกรงใจ เจ้าผงฟอกก็ตามมาเคล้าแข้งขาไม่ห่าง ไหนๆ ก็รู้จักกันแล้ว ผมเลยอาศัยจังหวะนี้อธิบายกับคุณแม่ว่าชื่อผมคือ นะฑี ไม่ใช่ นที แบบที่คนทั่วไปมักเข้าใจ

“เอ้าเหรอ ชื่อแปลกดีนะ” คุณแม่ว่า “น้องผงๆ อย่าแทะขาพี่เค้า ปล่อยให้แขกเข้าบ้านสิลูก”

ผมหัวเราะแล้วย่อตัวลงไปขยี้เจ้าผงฟอกเล่นอีก “เดี๋ยวผมรอเข้าพร้อมพี่ทัชครับ”

“เอางั้นก็ได้จ้ะ งั้นแม่เข้าก่อนนะ”

คุณแม่เข้าไปในบ้านแล้ว พี่ทัชขับรถไปจอด เจ๊ณเทอยังคุยกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่หน้าบ้าน ส่วนผมก็เล่นกับผงฟอกต่อ และถือโอกาสมองสำรวจรอบตัวไปด้วย

นี่คือบ้านเดี่ยวงามๆ สามชั้นสไตล์โมเดิร์น ดูพอเหมาะกับครอบครัวสี่คน สนามหญ้ากว้างพอสำหรับหมาซนๆ หนึ่งตัว นอกจากนั้นก็ยังมีสวนหย่อมเล็กๆ กับซุ้มนั่งเล่น ที่สำคัญคือมีต้นไม้เยอะ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินไปหลังบ้านนี่มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านเขียวครึ้มสูงท่วมหลังคาเลย คงเพราะแบบนี้พี่ทัชเลยชอบไปนั่งในป่าดงดิบที่มหา’ลัย

ทั้งหมดนี้บอกผมว่านี่ไม่ใช่แค่บ้านคนรวย แต่เป็นบ้านที่อบอุ่นมากๆ อุ่นจนหน้าอกผมร้อน และสงสัยว่าตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

ผมมองไปทางโรงรถที่พี่ทัชกำลังถอยมินิคูเปอร์เข้าไปจอด ตรงนั้นมีรถแวนคันเบ้อเริ่มจอดอยู่แล้วหนึ่งคันกับรถบีเอ็มสีขาว แถมยังมีที่ว่างสำหรับอีกคัน ซึ่งน่าจะเป็นที่จอดรถของคุณพ่อที่ยังอยู่นอกบ้าน พี่ณเทอส่งกู้ภัยกลับไปเรียบร้อยแล้วตอนนี้ และกำลังเดินจากรั้วประตูบ้านเข้ามาหาผมพร้อมรอยยิ้ม

“บอกแล้ว เจ้านี่มันหมาปีศาจ” เจ๊ว่า

“ถ้าปีศาจแบบนี้โอเคครับ แต่บ้านผมมีแมวนรกอยู่ตัวนึง อันนั้นนรกของแท้เลย”

“ฮ่าๆ จริงๆ ผงฟอกมันกัดใครไม่เป็นหรอก ทัชกับเจ๊แกล้งเราแค่นั้นแหละ” เจ๊แกยิ้มอีกและตบไหล่ผมเบาๆ “ตามสบายนะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง นั่นไง ทัชมาแล้ว เดี๋ยวเจ๊ขอเข้าบ้านก่อน”

พี่ทัชเข้ามายืนข้างผม แล้วมองตามหลังพี่สาวที่กำลังเดินเข้าบ้านไป “เจ๊ณเทอมาคุยอะไร”

“เจ๊บอกว่าผมหล่อ”

“เอาดีๆ”

“เอ้า จริงๆ ไม่เชื่อก็แกะพลาสเตอร์จับตัวผมดูดิ”

“เรื่องนี้ไม่ต้องใช้พลังหรอก มองด้วยตาก็รู้”

“...” หมายถึงอะไรวะ “อะไรนะ คือยังไง เรื่องที่ผมหล่อน่ะเหรอ”

“ไป ผงฟอก อาบน้ำ”

“เดี๋ยวดิ พี่ งงนะเนี่ย คือยังไง”

“มึงไม่รู้ตัวเหรอว่าหน้าตาตัวเองเป็นไง”

“รู้ดิ ก็หล่อไง แล้วพี่ว่าผมหล่อปะ”

“ขี้เหร่”

“โกหก”

พี่ทัชแกะพลาสเตอร์นิ้วชี้ออกแล้วจับแขนตัวเอง “นะ...นะ...นะฑีขี้เหร่”

“ตลกแล้ว พี่เคยบอกว่าพลังใช้กับตัวเองไม่ได้ผลนี่ พิษงูอยู่ในปากงู ไม่เป็นไรอะ”

“งั้นนะฑีหล่อ พอใจยัง”

“จริงดิ อย่าประชดได้ป่ะ”

“มึงนี่ น่าจะมีอะไรสักอย่างในสมองผิดปกตินะ...เอ้า ผงฟอกไปโน่นแล้ว ผงฟอก มานี่! ผงฟอก!”

ผงฟอกคงนึกว่าเราอยากเล่นด้วยเลยต้องวิ่งไล่จับตัวกันอีกยก พอจับตัวได้พี่ทัชก็พามันไปอาบน้ำที่ข้างๆ โรงจอดรถโดยมีผมช่วยอาบให้ด้วยอีกแรง

“แม่พี่ยังสวยอยู่เลย” ผมชวนคุยระหว่างช่วยกันฟอกแชมพูให้หมาปีศาจ

“อือ”

“ไม่นมยานเหมือนแม่ผม แม่พี่อายุเท่าไหร่แล้วอะ”

“...”

“เจ๊ณเทอก็สวย แล้วแฟนเจ๊แกหล่อปะ”

“หล่อ ผงฟอกนิ่งๆ”

“เอ้อ เจ๊บอกว่าผงฟอกไม่กัดอะ แต่พี่แกล้งผม คือแกล้งยังไงอะ”

“หึ แบบนี้น่ะเหรอ”

 

_____________________

 

มาแล้วค่าา หวังว่าจะชอบกันนะคะ :D

ขอบคุณมากๆ เลยที่เข้ามาอ่าน และคอมเมนต์ให้กันตลอดๆ นะคะ

ทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนต์ มีความสุขมากจริงๆ ค่า

เจอกันพาร์ท 2 นะคะ! รักกกก

 

นางร้าย

15.พฤศจิ.2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #813 ใบไยไยใบ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 19:37

    งื้ออออ❤ ได้เค้าบ้านคุณพี่แล้วววว แนะนำครอบครัวแล้ววว ฟินจัง ชอบทุกตอนเลยอ่าาา เพลินมากจนไม่อยากหยุดอ่าน 😍😍😍😍 ติดตามผลงานอยู่นะคะ รักผลงานพี่ และรักพี่นางร้ายมากๆเลยค่ะ💕

    #813
    0
  2. #654 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 14:10
    บ้านพี่ทัชน่ารักดี และที่สำคัญคือรวยอ่า555555 ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ทัชเปย์เก่ง
    #654
    0
  3. #605 creates (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:31
    น่าร้ากกกกกกกกก
    #605
    0
  4. #427 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:33
    1part น้องพูไปแล้ว98% 555555
    #427
    0
  5. #225 teivelhaneuls (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 19:33
    เจ้าตัวดื้อ
    #225
    0
  6. #215 s214 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 21:58
    แง เพิ่งว่างเลย คิดถึงไอน้อนที่สุ้ด รอตอนตาอไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆค่ะ
    #215
    0
  7. #214 poonnpyw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:22

    ที่ต้องแบ่งเป็น2พาร์ทเพราะคนน้องพูดเยอะมากกกกก555555
    รอน้าค้าาา
    #214
    0
  8. #213 DON'T forget me (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:05

    บ้านพี่ทัชหรือเตาผิงอบอุ้นอบอุ่น แบบนีเต้องมาบ่อยๆนะน้อง ผงฟอกนี่แสบเหมือรกันนะเจอครั้งแรกแกล้งพี่นะฑีเละเลย แต่น่ารักนะเราอะ

    ชอบๆพรุ่งนี้ขอpart 2เลยได้มั้ยคะคนสวย

    #213
    0
  9. #212 pinnlow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 20:21

    แบบไหนน่ออ
    #212
    0
  10. #211 CAP_TURE (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 20:11

    แงงง รอนะคะ
    #211
    0