● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 21 : แตะต้องครั้งที่ 21: จับบบ…พี่เรือใบร่วมแจมแถมเหล้าเคล้าควันปืนแตกตื่นหนีตายสุดท้ายถึงกับร้อง Oh My Ass [PART 1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    15 พ.ย. 62


 


 

ตอนนี้ขออนุญาตแบ่งเป็น 2 พาร์ทนะคะ

เพราะว่าตอนนี้ค่อนข้างยาวค่า :D


 


 

แตะต้องครั้งที่ 21

จับบบ…พี่เรือใบร่วมแจมแถมเหล้าเคล้าควันปืนแตกตื่นหนีตายสุดท้ายถึงกับร้อง Oh My Ass

 

ถ้าผมเป็นนักเขียน เน็ตไอดอล หรือไลฟ์โค้ชสไตล์ฮิปเตอร์อย่างที่เห็นเกลื่อนกลาดในสมัยนี้ ผมอาจอัปเดตสเตตัสสั้นๆ ประมาณว่า

 

มีความลับมันไม่ดี

แต่ตอนนี้กำลังดี๊ด๊ากับเรื่องลับๆ

ปล. อย่าให้ใครโกหกคุณว่าคุณไม่เก่งพอที่จะทำความฝันให้เป็นจริง ชิบหายตายห่าป่าอะเมซอน! ให้ตายเถอะ คนพวกนั้นจะไปรู้อะไรวะ ลุกขึ้นมา ออกไปใช้ชีวิตซะ แล้วก็พิสูจน์ให้พวกมันเห็น!

ปล. 2 ใบ้เรื่องลับๆ ให้นิดนึงว่า ‘ปูไต่’ ถ้าอยากให้เล่าละเอียด ช่วยกันกดโพสต์นี้ให้ถึงสองพันไลก์ดิ อิ ^^

 

แต่เพราะผมเป็นแค่คนธรรมดา เลยไม่จำเป็นต้องอัปเดตอะไร แถมเรื่องลับๆ ที่จะทำตอนนี้ก็ไม่ควรเอาไปเล่าให้ใครฟังด้วย

ส่วน ‘ปูไต่’ นี่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์เร้าใจอะไรหรอก ออกแนวหวาดเสียวแบบน่ากังวลมากกว่า พอใกล้มาถึงสถานที่จริง จู่ๆ พี่ทัชก็เกิดเปลี่ยนใจอยากจะเลี้ยวกลับท่าเดียว ผมต้องใช้มุกปูไต่แบบหนักๆ อีกรอบเขาถึงยอมโอนอ่อนตาม

ตอนนี้เวลาสามทุ่มนิดๆ

เรานั่งกันอยู่ในมินิคูเปอร์ที่กำลังขยับตามคันหน้าช้าๆ ซอยนี้คือดงผับบาร์เลย เวลากลางคืนรถเลยติดเป็นแถวยาวแบบนี้

“นั่นไงพี่ร้านโอเมก้า ที่ที่เราจะมาอะ”

พี่ทัชเอียงคอมองผ่านกระจก “อืม ไม่มีที่จอด กลับดีกว่า”

“กลับไรล่ะ มาขนาดนี้แล้ว แกล้งว่ารถเสียแล้วจอดทิ้งไว้ตรงนี้เลยมะ”

“เดี๋ยวออกจากซอยแล้วหาที่จอดข้างหน้า”

เป็นจังหวะรถไหลได้ยาวๆ พอดี ขับไปได้อีกหน่อยพี่ทัชก็เลี้ยวซ้ายออกจากซอยเข้าถนนเส้นหลัก บริเวณนี้มีรถหลายคันจอดชิดฟุตบาทเรียงต่อกันไปเลย โชคดีมีที่ว่างอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่

“ชื่อร้านดีเนอะ โอเมก้า” ผมพูดขณะพี่ทัชถอยรถเข้าชิดริมฟุตบาท “ฟังดูฉลาด โอเมก้าสามไรงี้ สงสัยคนมาเที่ยวจะชอบเต้นท่าปลาเกยตื้นกัน”

“โอเมก้าสามนั่นมันกลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัว แต่นี่โอเมก้า ชื่อตัวอักษรตัวสุดท้ายภาษากรีก มักใช้สื่อความหมายถึงจุดสิ้นสุด”

“จริงดิ ฟังดูไม่เป็นมงคลเลยนะ ไฟอาจจะไหม้คืนนี้ก็ได้”

พี่ทัชจอดรถสนิท แล้วดับเครื่อง

“หรือเราอาจจะโดนยำเละ หรือไม่ก็โดนยิงตายเลยก็ได้”

“กูมาทำอะไรที่นี่วะ” พี่ทัชพึมพำ

ต่อมอยากกลับบ้านทำงานอีกละ

“ล้อเล่นน่า ใครจะมายิงกันในที่แบบนี้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป…” ก่อนผมจะได้พูดต่อ พี่ทัชก็ควักมือถือที่กำลังสั่นครืดๆ ออกมา “...ใครโทรมาเหรอ”

เขากดรับสายแล้ว ยกมือเป็นเชิงปรามให้ผมหยุดพูดพร้อมกับยกมือถือแนบหู “...อืม อยู่ไม่ไกล งั้นมาหากูที่ผับโอเมก้าดิ...พูดจริง อือ...มาได้ ไว้เจอกัน”

“ใครอะ” ผมถามย้ำหลังจากพี่ทัชกดวางสาย “ขอเดานะ เมียน้อยพี่ใช่ปะ”

“เรนจิ”

“เอ้า พี่เห็ดมาทำไรแถวนี้...อ๋อ รู้ละ แกอกหักไง ออกมาทำตัวเละเทะตามประสาคนถูกเท ดีเลย เกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวให้พี่เห็ดจัดการ พี่…”

พี่ทัชก้มหน้านิ่งคล้ายกับจมอยู่ในความคิดตัวเอง ผมเลยพยายามหุบปากไว้อีกครั้งและนั่งรอนิ่งๆ

ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น “เงยหน้าจากตำราเรียนบ้าง”

“อะไรนะ”

“วอลต์ วิตแมนกล่าวไว้” พูดจบเขาก็เปิดประตูลงจากรถ ผมรีบลงตามไปทันที

“วอลต์ วิตามินคือใคร”

“กวี”

“เยี่ยม ผมนี่เงยหน้าจากตำราเรียนตลอดเวลาอยู่แล้ว แล้วไงต่อ”

“เอารูปเป้าหมายมาดูอีกทีดิ๊”

“รู้ปะ พี่แต่งตัวโคตรดี” ผมอดมองเขาตั้งแต่หัวจดเท้าไม่ได้ คืนนี้พี่ทัชสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม กางเกงผ้าชิโน่เข้ารูป และรองเท้าหนัง ทุกอย่างดูดี ดูแพงไปหมด “ผมก็ใส่เชิ้ตกับกางเกงยีนนะ ทำไมไม่ดูดีเหมือนพี่อะ หรือเป็นที่รองเท้า ผมใส่ผ้าใบมาเพราะคิดว่าถ้าเกิดเรื่องจะได้วิ่งหนีทันไง”

“เอารูปมาดู” พี่ทัชย้ำ “ไม่งั้นก็กลับบ้าน”

ผมหุบปาก ควักมือถือออกมากดรูปเป้าหมายส่งให้เขา

เป้าหมายที่ว่าคือ นายวิวัฒน์ เจนจบ หนุ่มใหญ่อายุ 36 ปี หน้าตาหล่อ ล่ำ กล้ามบึ้ก แต่งงานกับเจ๊นุ่มภรรยาคู่สร้างคู่สมมาแล้วสามปี มีลูกสาววัยขวบกว่าๆ ด้วยกันหนึ่งหน่วยถ้วน เจ๊นุ่มอายุอ่อนกว่าสามีสองปี ทั้งคู่หน้าตาดี การงานมั่นคง เป็นเจ้าของบริษัทขายอุปกรณ์กีฬา ทุกอย่างดูดีหมด ติดแค่ว่าช่วงหลังๆ มานี้สามีเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ เริ่มกลับบ้านดึก พูดจาน้อย พลังงานเพศชายลดฮวบฮาบจนไม่ค่อยทำการบ้าน ซึ่งเจ๊นุ่มสันนิษฐานตามสไตล์เมียหลวงว่า...แอบกินมาจากข้างนอกบ้านแน่ๆ

เพราะลูกยังเล็ก ผู้เป็นเมียจึงไม่สามารถกระโดดลงมาสืบเสาะเองได้เต็มตัว แต่ไม่รู้ไปสืบมาอีท่าไหนจนรู้ว่าคืนนี้สามีจะมาปล่อยผีที่นี่ เพราะเคสแรกของเราประสบความสำเร็จอย่างสวยงามจนเป็นที่ฮือฮาในกลุ่มสมาคมเมียหลวง เจ๊นุ่มเลยมอบความไว้วางใจให้บริษัทขอทัชฑีออกปฏิบัติการในคืนนี้

ซ้อมมันให้เละ เจ๊กำชับหลังคุยกันเสร็จ แน่นอนว่าผมกับพี่ทัชไม่คิดจะให้เลยเถิดไปถึงขั้นนั้นหรอก เหตุผลเดียวเลยก็คือ กลัวจะเป็นฝ่ายเราเองมากกว่าที่เละ เพราะเจ๊นุ่มบอกว่าผัวแกเป็นนักกีฬาเก่า งานอดิเรกปัจจุบันคือต่อยมวย

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว เดี๋ยวจะมีพี่เห็ดมาแจมด้วย ไม่แน่นะ สามรุมหนึ่งอาจจะเป็นไปได้

“แผนว่าไง” ผมถาม

“ข้างในคงเสียงดัง ถ้าเจอตัวแล้วก็หาวิธีพาตัวออกมาคุยข้างนอก ยังไงก็หาตัวให้เจอก่อนละกัน เปิดหูเปิดตาไว้” พี่ทัชดูรูปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะส่งมือถือคืนให้ผม

“รอพี่เห็ดก่อนมั้ย”

“รีบจัดการให้เสร็จก่อนเรนจิจะมาดีกว่า”

พี่ทัชก้าวสบายๆ เดินนำเข้าไปในซอยจนถึงหน้าร้านโอเมก้า ข้างในน่าจะคึกคัก ผมนี่วอร์มเต้นไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย

ปึ่ก!

จู่ๆ หัวผมก็ฟาดเข้ากับแผ่นหลังพี่ทัช

“หยุดทำไมอะ พี่”

“นั่น…”

บริเวณทางเข้าร้านมีคนจับกลุ่มยืนอยู่ประปรายทั้งชายทั้งหญิง แต่ละคนก็แต่งตัวแบบจัดเต็มตามสไตล์คนเที่ยวกลางคืน บ้างยืนสูบบุหรี่ บ้างยืนคุยกัน มีสาวกลุ่มหนึ่งพูดคุยเสียงดังดี๊ด๊า…

ผมมองตามสายตาพี่ทัชไป กำลังจะถามเขาซ้ำว่ามีอะไร ก็พอดีสายตาปะทะเข้ากับร่างหนึ่งที่กำลังหลบมุมคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ กับทางเข้าร้าน

ตัวใหญ่ล่ำแบบนี้ หน้าตาคมคายแบบนี้

วิวัฒน์สามีเจ๊นุ่มไม่ผิดแน่

บอกแล้วว่าคนเราจะรวยมีแค่พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องเฮงด้วย พี่ทัชกับผมมองหน้ากัน แล้วสาวเท้าตรงเข้าไปทันที แต่ประมาณอีกสองสามก้าวก่อนเราจะเข้าถึงเจ้าตัว ไม่รู้มีผู้ชายจากไหนเข้ามาทักทายเขาซะก่อน

พี่ทัชหยุดทันควัน ควักมือถือออกมากดเล่น ดูแนบเนียนเหมือนแค่คนมาเที่ยวออกมาสูดอากาศเล่น

ส่วนผมก็…

“มึงกระโดดตบทำไม” พี่ทัชถาม

ก็นั่นแหละ เวลาตื่นเต้นร่างกายมันก็เป็นไปเอง

“โดดตบที่ไหน แค่ยืดเส้นยืดสาย วอร์มก่อนเข้าไปเต้นไง”

“พอได้แล้ว”

ผมหยุดกระโดดแล้วทำท่าบิดตัวไปมาแบบพื้นๆ “โอ๊ย วอร์มจนเมื่อยเลย” ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรต่อ พี่วิวัฒน์กับเพื่อนเขาที่มาใหม่ก็พากันเดินตรงเข้ามา…

แล้วก็เฉียดผ่านเราสองคนไป

นึกว่าจะโดนจับได้ซะแล้ว จริงๆ ก็ไม่มีทางที่พี่แกจะรู้จักเราสองคนหรอก แต่มาใกล้ขนาดนี้มันก็อดเกร็งจนตัวแข็งไม่ได้

ผมกับพี่ทัชค่อยๆ หันมองตามหลัง

ผู้ชายที่มาใหม่ดูอ่อนกว่าเป้าหมาย อาจจะเป็นรุ่นน้องที่ทำงานก็ได้ ทั้งคู่เดินข้ามถนนไปยังผับที่อยู่อีกฝั่ง

“ทำไมไปโน่นอะ เจ๊แกบอกว่าร้านชื่อโอเมก้านะ”

“แน่ใจรึเปล่า”

“แน่ใจดิ...รู้ละ แกสับขาหลอกเมียแน่ๆ เป็นมาตราการป้องกันอีกชั้นไง ร้ายนะเนี่ย…” ผมชะเง้อมองตามจนสองคนนั้นเข้าไปข้างในร้านที่อยู่ฝั่งนั้น เห็นชื่อร้านแล้วผมก็อดอ่านออกเสียงดังๆ ไม่ได้ “Oh My Ass...ใครตั้งชื่อวะ แล้วยังไงล่ะทีนี้ ลุยเลยปะ”

ขณะที่ผมพูดไปเรื่อย พี่ทัชก็ดูหน้าจอมือถืออยู่

“อะไรเหรอ”

“เรนจิน่ะ กำลังจะมาถึงแล้ว”

“งั้นรอพี่เห็ดก่อนมั้ย”

พี่ทัชไม่ตอบ แต่เดินนำไปแล้ว

บอกตามตรง ผมไม่รู้ว่าเส้นแบ่งของคำว่า ผับ, บาร์, ร้านอาหารกลางคืนอยู่ตรงไหน บอกได้ว่าบรรยากาศร้าน Oh My Ass ดูคึกคักมาก ป้ายชื่อร้านทำจากไฟนีออน ผนังร้านด้านนอกทาสีเข้ม และมีของตกแต่งหลายอย่างที่เอนไปทางร็อกๆ

มีการ์ดยืนทำหน้าเหี้ยมๆ เฝ้าทางเข้าอยู่ด้วย แต่เราก็ผ่านเข้าไปแบบฉลุย บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ต่างจากที่ผมนึกไว้เท่าไหร่ คือ มืด แสงไฟวูบวาบ เปิดเพลงแดนซ์เสียงดัง มีชุดโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณรอบๆ ห้อง ส่วนตรงกลางเหมือนเว้นพื้นที่ไว้สำหรับเต้น

ตอนนี้คนค่อนข้างแน่นทีเดียว แถมยังมืดอีก แบบนี้คงจะมองหาเป้าหมายยากแน่ๆ

พี่ทัชเดินนำผมไปที่เคาน์เตอร์บาร์ บริเวณนี้ไฟสว่างกว่าจุดอื่นหน่อย แต่ก็ยังมืดสลัวอยู่นั่นแหละ

“ยังมีโต๊ะว่างมั้ยครับ” พี่ทัชพูดกับบาร์เทนเดอร์ที่กำลังง่วนจัดของอยู่ เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นและเอียงหูมาเป็นการบอกใบ้ว่าให้พูดอีกที “มาใหม่ครับ อยากได้โต๊ะ ไม่รู้ยังมีมั้ย”

“ชิบหาย มาถามหาโต๊ะเอาป่านนี้ ไม่มีแล้ว สั่งเครื่องดื่มแล้วไปยืนเบียดๆ ตามซอกตามหลืบเอา”

สะดุ้งเลย นี่คือคำพูดที่ใช้กับลูกค้าเหรอ ต้องเตือนสติพี่แกหน่อยแล้ว

“พี่ พูดจากระรอกๆ งี้ได้ไง ลูกค้าคือพระเจ้านะเฮ้ย ต้อนรับลูกค้าแบบนี้ได้เหรอ”

“เออ ถ้าไม่ใช่ลูกค้านี่กูเอาขวดตีปากละนะ อย่านะมึง กำลังอารมณ์ไม่ดี”

แกคนจริงว่ะ หน้าตาพี่แกก็ดี แต่ปากน่าจะสูสีกับพี่เห็ด

แบบนี้ต้องเปลี่ยนแผนด่วน

“ขอโทษครับพี่” ผมยกมือไหว้ “แต่เห็นโต๊ะว่างอยู่ตัวนึงนะครับ นี่ไง” ผมชี้ไปที่โต๊ะตรงมุมใกล้กับเคาน์เตอร์

เพล้ง!

เสียงแก้วแตกจากตรงไหนสักที่ เราหันขวับไปมอง นึกว่ามีใครล่อกันซะแล้ว แต่น่าจะเป็นแค่คนทำแก้วหลุดมือ พี่บาร์เทนเดอร์ที่เราคุยด้วยเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา แล้วออกคำสั่งโหวกเหวก “เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งเต้น...พวกมึง รีบไปเคลียร์ดิเฮ้ย แม่งเมากันแต่หัววันเลยวะ” ผู้ชายสองคนที่น่าจะเป็นการ์ดรีบปรี่เข้าไปจัดการ

จากนั้นพี่แกก็หันมองเราสองคน “อยากนั่งจริงดิ”

“อยากครับ” พี่ทัชตอบ “แต่ถ้ามีคนจองแล้วก็ไม่เป็นไร”

“งั้นนั่งไปก่อน เจ้าของมันมาแล้วค่อยลุก จะสั่งอะไรว่ามา”

พี่ทัชมองหน้าผม

“ไม่มีโกโก้เย็นแน่ๆ ใช่ปะ” ผมหยั่งเชิง

“นั่นไง กูว่าละ แม่งกวนตีน”

“ล้อเล่นครับ ผมไม่กล้ากวนพี่หรอก พี่ต้องไม่ใช่บาร์เทนเดอร์ธรรมดาแน่ๆ เห็นสั่งการ์ดได้ด้วยอะ ใช่ปะ”

“ที่นี่กูคุม”

“ว่าแล้ว มาดมาเฟียโคตรๆ เห็นแล้วนึกถึงพวกรับจ้างทวงหนี้โหดไรงี้เลย หน้าพี่โคตรได้…”

“เฮ้ยแม่ง!” เขาตะคอกเสียงดังจนผมสะดุ้ง ปากพาซวยแล้วกู ขางี้สั่นพั่บๆ เตรียมวิ่งเลย “ปากมึงนี่อ้อนตีนใช้ได้เลยนะ เห็นแล้วนึกถึงเพื่อน ก็ไอ้คนที่จองโต๊ะนี้ไว้นี่แหละ แต่พวกมึงต้องสั่งอะไรแดกก่อนตอนนี้ รีบๆ ว่ามา”

เป็นงั้นไป พี่เขาเดินกลับเข้าไปอยู่หลังเคาน์เตอร์แล้ว

“มีอะไรแรงๆ มั้ยพี่ แบบที่จุดไฟติดพรึ่บ หรือออนเดอะร็อกไรเงี้ย”

“ขออะไรเบาๆ ดีกว่าครับ” พี่ทัชโน้มตัวเข้าไปคุยกับพี่บาร์เทนเดอร์ ซึ่งผมฟังไม่ถนัด แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเครื่องดื่มที่ว่าก็มาอยู่ในมือเราแล้ว

ของพี่ทัชเป็นว็อดก้ามิกซ์โค้ก เสิร์ฟมาในแก้วที่ดูคูลๆ

ส่วนของผมเป็นค็อกเทลสีหวานอย่างกับน้ำใบเตย ลองชิมดู ไม่รู้ว่าใส่แอลกอฮอลล์ไปกี่หยด แทบไม่รู้สึกเลย

“อย่าบ่น” พี่ทัชพูดดักไว้ขณะผมจะอ้าปาก “เปิดหูเปิดตาไว้”

โอเค จะจำไว้ว่าภารกิจสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ผมเลยหุบปาก หันไปกวาดตามองพลางโยกหัวตามจังหวะเพลง จะให้มองหาเป้าหมายจากใบหน้าคงยาก ผมเลยพยายามดูรูปร่างและสีเสื้อแทน

“มองยากอะพี่ มืด”

“อืม ก็มองๆ ไป”

“มองอยู่คร้าบ แสงไฟนี่ก็วูบวาบจัง ตาจะเป็นต้อมั้ยเนี่ย…”

“ไอ้ทัช!” พี่เห็ดมาแล้ว เดินเซิ้งมาเลย ท่าทางเหมือนกับซดเหล้าจากที่อื่นมาพอสมควรแล้ว “กูไม่นึกว่ามึงจะออกมาเที่ยวจริงๆ นะเนี่ย...อ้าว มึงมาด้วยเหรอ”

“หวัดดีครับเพ่” ผมยกมือไหว้ท่วมหัว แล้วเซิ้งตามอีกเล็กน้อย “วู้วๆ”

“วู้วเชี่ยไร” พี่เห็ดทำท่าจะคว้าคอเสื้อผม แต่ตัวแกเซจนเป็นผมซะเองที่ต้องคว้าตัวเขาไว้

“เฮ้ย เพ่ ใจเย็น ไหวปะเนี่ย”

“มึง...พี่รหัสมึง…”

ดราม่ามาแล้ว ไม่รู้ว่าท่าทางพี่จะอยากต่อยผมหรือว่าอะไร แต่อารมณ์พลุ่งพล่านที่เขาส่งมาเล่นเอาผมถึงกับพูดไม่ออก จังหวะนั้นเองที่พี่ทัชยื่นมือมาตบไหล่พี่เห็ดเบาๆ ตบแบบชิลล์มาก แถมยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ แต่หลังจากเขาหันไปมองพี่ทัชอึดใจหนึ่งก็เหมือนจะได้สติ

“ช่างแม่ง แดกเหล้าดีกว่า” พี่เห็ดปล่อยตัวผม ผละไปที่เคาน์เตอร์บาร์ แล้วกลับมาพร้อมกับชุดเครื่องดื่มที่ดูไม่ธรรมดา “กูสั่งเปิดจอห์นนี่แบล็ก ไอ้ทัช มึงต้องแดกเป็นเพื่อนกู ไม่เมาไม่เลิก มึงด้วยไอ้ตัวแสบ”

“ผะ...ผมมีแล้ว นี่ไง ของโคตรแรง” ผมยกค็อกเทลตัวเองขึ้นจิบ เซิ้งอีกรอบ

“รีบแดกให้หมด แล้วแดกเหล้ากับกู...แล้วนี่มึงชวนกูมาร้านเชี่ยไรวะ เสียงดังชิบหาย กูอยากนั่งแดกเหล้าเคล้าเพลงเศร้ามึงไม่รู้เหรอ หนวกหูโว้ย!”

“โวยวายอะไร” เสียงเข้มๆ ของคนแปลกหน้าดังขึ้นด้านหลังพี่เห็ดในระยะประชิด

เราสามคนหันไปมอง

เขาเป็นคนร่างสูง ไหล่กว้าง สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม สวมแจ็กเก็ตสีดำทับข้างนอก รูดแขนเสื้อขึ้นไปถึงข้อศอก ใบหน้าหล่อเข้มและแววตาคมกริบ ไม่ใช่หล่อแบบธรรมดาๆ แต่หล่อมาก แถมเหมือนจะมีอะไรบางอย่างข่มให้คนอื่นตัวเล็กลีบลงด้วย เห็นแล้วชวนให้นึกถึงพระเอกในหนังสายลับอะไรประมาณนั้น

ข้างๆ เขามีผู้ชายหน้าตาดีอีกคนอยู่ด้วย อายุน่าจะใกล้ๆ กับพี่ทัช หรืออาจจะมากกว่านิดหน่อย ตัวเล็กกว่าพี่ทัชแต่สูงกว่าผม ดูเขาหน้ามุ่ยเล็กน้อยเพราะมีแขนของคนตัวสูงกว่าพาดไหล่อยู่...อาจจะดูเหมือนเพื่อนรุ่นน้องหรือพี่ชายน้องชายก็ได้ แต่ในเมื่ออยู่ในโอ้มายแอส ผมเหมาไปเลยละกันว่านี่คือการพาดแขนอย่างแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

“กูถามว่า โวยวายอะไร มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เจ้าตัวย้ำ

“มาซะทีนะมึง” พี่บาร์เทนเดอร์คนเดิมเข้ามาแจมก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ “เฮ้ย เป็นไงมั่งวะ”

ทั้งคู่ชนกำปั้นกัน

“ก็ดี กินอิ่มนอนหลับ มีเด็กงอแงกวนใจ” คุณพี่ตัวสูงตอบ

คนที่อยู่ข้างๆ ทำเสียงจิ๊ปากพร้อมกับกระตุกศอกเบาๆ ถ้าเป็นผมถูกศอกแบบนี้คงจุกตัวงอไปละ แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะหน้าตาเฉย จากนั้นเจ้าของศอกก็ยกมือไหว้พี่บาร์เทนเดอร์ “หวัดดีครับพี่โอม”

“หวัดดีครับน้องสายธาร ไม่เจอกันนาน คิดถึ้งคิดถึง มากอดทีดิ๊”

แขนคนตัวสูงยังพาดไหล่อยู่เหมือนเดิม แต่มือข้างนั้นยกขึ้นเป็นเชิงห้าม พี่บาร์เทนเดอร์ขยับศีรษะหลอกล่อ แต่อีกฝ่ายก็เอียงตัวตาม

“ขี้หวงว่ะ”

“เออ หวง แล้วไหนอะโต๊ะกู”

“ก็โต๊ะนี้แหละ” พี่บาร์เทนเดอร์หันมองโต๊ะที่ตอนนี้มีเครื่องดื่มตั้งจนเต็มพื้นที่

“แต่เหมือนจะไม่ว่างแล้วว่ะ” จู่ๆ พี่เห็ดก็สอดปาก หาเรื่องละมึงเอ๊ย

“อ่าว มึง”

“ไรวะ อยากมีเรื่องเหรอ” พี่เห็ด มึง อย่าบิ๊วพี่เขา คุณพี่ตัวสูงเอียงคอมองด้วยสีหน้านิ่งๆ ท่าทางแบบนี้น่ากลัวกว่าคนที่โวยวายๆ ซะอีก “ทำไม มองหน้า ก็นี่โต๊ะมีคนนั่งแล้ว” ยังไม่หยุดอี๊ก

แขนที่พาดไหล่คนที่ชื่อสายธารอยู่ตกลงมาข้างตัวแล้ว

“เฮ้ยๆ ใจเย็นกันก่อน” พี่บาร์เทนเดอร์รีบเบรกไว้ “ใจเย็นน่ามึง ผับเพิ่งเปิดใหม่มันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ งั้นก็แจมกับน้องๆ เลยดิ ไอ้เด็กนี่กวนตีนใช้ได้นะ”

“ทำไมต้องแจม” พี่เห็ดเอาอีกละ

“เดี๋ยวกูตบปากแตก” พี่บาร์เทนเดอร์บอก คราวนี้ทำเอาพี่เห็ดอึ้งไปเลย คงไม่คิดว่าพนักงานจะบริการลูกค้าแบบนี้ เลยทำให้ผมนึกได้ว่าเขาคือคนคุมที่นี่ “มารู้จักกันแบบเป็นทางการดีกว่า กูชื่อโอม นี่เรือใบ แล้วก็นี่สายธาร แล้วพวกน้องชื่อไรกันบ้าง...มึง กวนตีนสุด แนะนำดิ๊”

“ผม...อ่า หวัดดีครับผม” ผมไหว้ท่วมหัว “ผมชื่อนะฑีครับ ส่วนนี่พี่ทัช แล้วก็พี่เรนจิ ครับโผม”

พี่ทัชกับพี่เห็ดยกมือไหว้ตามจังหวะที่ผมแนะนำ ก็ยังดีนะที่พี่เห็ดยอมไหว้ แต่พี่แกหันมองผมเหมือนแปลกใจที่ไม่แนะนำชื่อเขาว่าเห็ด ก็อยากอยู่หรอก แต่กลัวจะบานปลาย

แต่แล้วพี่เห็ดก็พูดขึ้นอีก “เดี๋ยวนะ คืองง นี่เรารู้จักกันแล้วเหรอ รู้จักกันทำไม ถ้าโต๊ะมันเต็มแล้วพวกพี่ก็ไป…”

ฟึ่บ!

มันเกิดขึ้นเร็วมาก พี่เรือใบขยับตัวฟึ่บเดียว...ก็มาอยู่ในท่าจับแขนพี่เห็ดขัดไพล่หลังแล้ว น่าจะบิดแรงด้วย จนพี่เห็ดหลุดปากร้องออกมา

พี่ทัชลุกพรวดและคว้าข้อมือพี่เรือใบข้างที่ดัดแขนพี่เห็ดอยู่

ดะ...เดี๋ยวดิพี่ทัช

“กูว่ามึงเมาแล้ว ยืดเส้นยืดสายซะหน่อย จะได้สร่าง” น้ำเสียงพี่เรือใบมั่นคงไม่มีติดขัด สายตาคมกริบแต่ดูเบื่อๆ เหลือบมามองพี่ทัช

“ปล่อยเถอะ” พี่ทัชบอก

“สายธารเด็กกู ใครก็ห้ามยุ่ง…” พี่เรือพูดไปคนละเรื่อง แล้วก็เอี้ยวศีรษะนิดๆ ไปมองเจ้าของชื่อ “มึงเตรียมตัวไว้เลย คืนนี้ไม่ได้หลับได้นอนแน่”

“พี่!” พี่สายธารกระตุกศอกไปที “เลิกแกล้งน้องเขาได้แล้ว” แต่เจ้าตัวก็ไม่สะดุ้งสะเทือนเหมือนเดิม

พี่ทัชรีบปล่อยมือ ราวกับเขาเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้ไม่มีพลาสเตอร์แปะอยู่

ในจังหวะไล่ๆ กันพี่เรือใบก็ปล่อยมือจากพี่เห็ด “เห็นแก่สายธารนะมึง”

พี่เห็ดถึงกับหน้าเบ้ นวดไหล่อย่างเงอะๆ งะๆ

ใจผมหล่นไปอยู่ตาตุ่มตั้งแต่พี่ทัชจับแขนพี่เรือใบแล้ว จนตอนนี้ใจก็ยังเต้นตุบๆ ไม่เป็นจังหวะ ราวกับว่าพลังของพี่ทัชไม่มีผลอะไรกับพี่เรือใบเลย น้ำเสียงเขายังหนักแน่น ไหลลื่นไม่ติดขัด และความจริงที่พูดออกมาก็ดูไม่กระดากอะไรสักนิด เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ไม่สิ...เขาต้องรู้สึกแน่ เพราะหลังจากปล่อยมือกันแล้ว เขายังเหลือบมองมือพี่ทัชต่อด้วย แต่เขาแค่ไม่ใส่ใจเท่านั้น

“เอ่อ…” ผมต้องพูดอะไรสักอย่าง ไม่งั้นจะเดดแอร์นานเกินไป “พี่อย่าถือสาพี่เรนจิเลยนะครับ แกเพิ่งโดนสาวเทมาอะ เลยอาจจะพูดจาเลอะเทอะหน่อย ทำหน้าทำตากวนตีนไปบ้าง นี่ก็สงสัยจะเริ่มเมาแล้วด้วย ต้องขอโทษขออภัยด้วยนะครับโผม”

“อ้อ” คราวนี้พี่เรือตบบ่าพี่เห็ดเบาๆ “อกหักเหรอมึง งั้นแจมโต๊ะได้ เดี๋ยวกูแดกเป็นเพื่อน...ไอ้โอม”

“ได้ จัดให้” พี่โอมแวบไปที่เคาน์เตอร์ แล้วกลับออกมาพร้อมกับแก้วสามใบ พี่โอมรินเหล้าแบบออนเดอะร็อกที่มีน้ำแข็งก้อนใหญ่ให้ตัวเองกับพี่เรือใบคนละแก้ว ส่วนของพี่สายธารพี่โอมชงผสมโซดาให้

“เหล้าผมสั่งเปิด”

“เอ้า น้อง” พี่โอมพูด “นี่แจมโต๊ะกับใคร ป๋าเรือนะ”

พี่เห็ดมองหน้าพี่เรือ

“เออ” พี่เรือตบไหล่พี่เห็ดเบาๆ “คนอกหักมีหน้าที่แดกอย่างเดียวพอ...มึงสองคนด้วย อยากกินไรสั่งเลย ตามสบาย”

“ขอบคุณครับป๋า” ผมยกมือไหว้

พี่เรือใบหัวเราะ “มึงนี่อยู่เป็นนะ” เขาชูแก้วมากลางวง เราทุกคนยกแก้วของตัวเองไปชนด้วย หลังจากนั้นแต่ละคนก็ดื่มตามสไตล์ตัวเอง

พี่เห็ดตั้งหน้าตั้งตาซดเอาๆ โดยไม่สนใจใคร

พี่เรือใบกับพี่โอมดื่มไปพลางคุยอัปเดตชีวิตกันตามประสาเพื่อน โดยมีพี่สายธารคอยแทรกเป็นระยะ

พี่ทัชจิบช้าๆ ดูคูลๆ ตามสไตล์เขา ส่วนผมซดค็อกเทลจนเกือบหมดแก้ว แล้วก็โยกหัวบ้างเซิ้งบ้างสลับกันไป ระหว่างที่คนอื่นๆ คุยกันอยู่นี่เอง ผมก็กระแซะเข้าหาพี่ทัชพูดกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน จะว่ากระซิบก็ไม่เชิงหรอก เพราะเสียงเพลงดังจนต้องป้องปากพูดใกล้ๆ หูมากกว่า

“เจอเป้าหมายยังพี่”

“ยัง มองหาอยู่”

“งั้นไปแดนซ์กัน ไปเต้นมั่วๆ แถวนั้นเดี๋ยวก็เจอ”

“มึงไปดิ”

“ไปด้วยกันดิ เต้นไม่เป็นเหรอ เดี๋ยวผมสอนท่าเด็ดๆ ให้”

“มึงไปเลย กูอยู่ตรงนี้โอเคแล้ว มองเห็นมุมกว้างดี จะได้ช่วยกันดู”

“ก็ได้”

“อย่าไปเต้นกวนใครล่ะ”

“รับทราบครับโผม”

ผมยกค็อกเทลขึ้นซดย้อมใจอึกนึง หรือเอาตรงๆ น่าจะเรียกว่าน้ำผลไม้รวมมากกว่า ขอไปแดนซ์สักหน่อยก่อน แล้วค่อยกลับมาออนเดอะร็อกแบบพี่เรือใบดีกว่า ว่าแล้วก็กางปีกแถเข้าไปกลางวง ตามด้วยสเต็ปท่าลิงรูดเสาแบบรัวๆ

แต่เต้นแบบนี้สักพักน่าจะโดนตีนแน่นอน เลยผ่อนลงหน่อย เปลี่ยนเป็นโยกแรงๆ แทนพร้อมกับกวาดตามองไปด้วย

เดชะบุญ…

ใช่เป้าหมายรึเปล่าวะ

ใช่แหละ เขากำลังปลีกตัวเดินไปทางห้องน้ำแล้ว ผมรีบแถกลับไปหาพี่ทัช ป้องมือพูดข้างหูเพื่อบอกพิกัด จากนั้นก็พากันขอปลีกตัวออกมาจากชาวคณะ

เราเดินแหวกผู้คนตรงไปยังห้องน้ำ พอเข้าไปก็เห็นเป้าหมายอยู่ในนั้นจริงๆ แถมอยู่คนเดียวด้วย เขากำลังยืนฉี่อยู่ ผมก้าวเข้าไปฉี่ที่โถข้างๆ ไม่ได้แกล้งเข้าไปประกบเล่นๆ แต่ฉี่จริงๆ ส่วนพี่ทัชแค่ล้างมือและจัดทรงผมอยู่หน้ากระจก

เป้าหมายฉี่เสร็จแล้ว เขากำลังจะไปล้างมือ

ผมรีบฉี่สุดชีวิตละ แต่ก็น่าจะอีกนาน ไม่นึกว่ากระเพาะปัสสาวะตัวเองจะเก็บกักน้ำไว้ได้มากขนาดนี้

“สบู่ตรงนั้นหมดครับพี่” พี่ทัชชวนคุยแล้ว “อันนี้เลย ยังมีอยู่”

ผมชะเง้อมอง เห็นเป้าหมายยิ้มเชิงขอบคุณให้พี่ทัชและเอื้อมไปกดสบู่เหลว แล้วทั้งคู่ก็ล้างมือไปพร้อมกัน “ปกติที่นี่คนเยอะแบบนี้ตลอดรึเปล่าครับ”

“เอ้อ ไม่รู้สิ” เป้าหมายตอบ “พี่ก็เพิ่งเคยมานี่แหละ เห็นว่าเพิ่งเปิดไม่นาน”

“อ๋อ แล้วมาคนเดียวเหรอครับ”

“เปล่า มากับน้องน่ะ พามาปล่อยผีหน่อย” เขาล้างมือเรียบร้อย สะบัดมือในอ่างเบาๆ แล้วดึงทิชชู่ที่อยู่ด้านข้างมาซับมือ อีกไม่กี่วินาทีนี้ก็คงจะหันหลังเดินออกไปแล้ว

ผมเค้นฉี่ก๊อกสุดท้ายแล้วรูดซิป มือเมอไม่ล้างแม่งละ

“เฮ้ย พี่ กล้ามสวยอะ” ผมก้าวเข้าไปสมทบกับทั้งคู่ “ฟิตเนสที่ไหนเหรอครับ แนะนำหน่อยดิ”

“...”

“พี่ๆ ช่วยเบ่งกล้ามให้ดูหน่อยได้ปะ...น่า นิดนึงๆ”

พี่วิวัฒน์มองหน้าผม ก่อนจะงอข้อศอกขึ้นให้ดูอย่างงงๆ

“โทษนะพี่ ขอจิ้มหน่อยนะ อือหือ แข็งปั๊กเลย...พี่ทัชๆ ลองแตะดู”

“รู้จักกันเหรอ”

พี่ทัชยิ้มแทนคำตอบ “ขอโทษนะครับ ขอจับดูหน่อย”

“เอาดิ ถ้าน้องสองคนอยากเล่นกล้ามนะ พี่แนะนำว่า...”

พี่ทัชไม่ได้แตะที่กล้ามเหมือนผม แต่เลือกจับที่ข้อมือแทน จับอย่างนุ่มนวลและดึงข้อมืออีกฝ่ายลงมาเบาๆ ซึ่งเป้าเหมือนจะยังงงๆ เพราะไม่ทันตั้งตัว ผมเดาว่าตอนนี้เจ้าตัวน่าจะรู้สึกหวิวนิดๆ

“พี่ชื่ออะไรครับ”

“วิ...วัฒน์”

ผมลนลานควักมือถือออกมากดเปิดกล้อง แต่พอจะยกขึ้นถ่ายเท่านั้นแหละ ไม่รู้ชีวิตติดกรรมอะไร จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดผลัวะออก

และคนที่ก้าวเข้ามาก็คือพี่เรือใบกับพี่สายธารนี่เอง

“อ้าว พวกมึง” พี่เรือพูด “ฉี่เสร็จแล้วไปดูเพื่อนหน่อยนะ หัวจะทิ่มอยู่แล้ว” ส่วนพี่สายธารไม่พูดอะไร แค่ยิ้มเฉยๆ

พี่ทัชปล่อยมือจากเป้าหมายแล้ว ส่วนผมก็ทำตัวไม่ถูก

“งั้นพี่ไปก่อนนะ” พี่วิวัฒน์เป้าหมายของเราตั้งท่าจะเดินออกไป ขณะเดียวกันพี่เรือใบกับพี่สายธารก็เบี่ยงตัวหลบจะเดินไปที่โถฉี่ แต่แล้ว…

ผลัวะ!

ประตูเปิดออกอย่างแรง ผู้ชายสองสามคนกรูกันเข้ามา ทำเอาทั้งผม พี่ทัช และพี่วิวัฒน์ถอยกรูดจนหลังติดขอบอ่างล้างมือ ส่วนพี่เรือใบกับพี่สายธารหันขวับ ในพริบตาเดียวพี่เรือคนตัวสูงก็ปราดไปจับประตูห้องน้ำให้มันอยู่ในลักษณะเปิดแง้ม ท่าทางเขาเหมือนพร้อมจะถีบหรือหักคอใครก็ตามที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาอีก

ผู้ชายสามคนที่กรูเข้ามาก่อนหน้านี้หน้าตาตื่น ไปยืนออกันอยู่แถวๆ โถฉี่

ชิบหาย เกิดไรขึ้นวะ


 


 


 


 

___________________________


 

มาแล้วค่า :D เผื่อใครสงสัยว่าพี่เรือใบกับน้องสายธารคือใคร

เป็นตัวละครจากเรื่อง ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์ ค่า

สามารถหาอ่านได้ในเด็กดีนะคะ อัพจนจบแล้วค่ะ : ))


 

ขอบคุณที่ยังอ่านกันอยู่นะคะ อุแง้ ดีใจ

จริงๆ เวลาอัพไม่ค่อยจะแน่นอนเท่าไหร่เลยค่ะ สามารถสะกิดมาทวงได้ตลอดนะคะ

บางทีทำนู่นนี่จนปล่อยไว้นาน ชอบมานึกได้ตอนมีคนมาทวงมาสะกิดทุกที ;-;

เพราะงั้นสามารถทวงยิกๆ ได้นะคะ XD


 

เจอกันพาร์ท 2 คับบบ!


 

นางร้าย

29.ตุลา.2019


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #811 ใบไยไยใบ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 18:25

    งื้อลุ้นสุดตัวเลยยย กลัวมีเรื่องงง ฮือออออ พี่นี่ยอมน้องตลอดจริงๆ ชอบมากเยยยติดมาก อ่านต่อรัวๆค่าาา รักงานเขียน และ รักพี่นางร้ายมากกกกก😍😍😍😍

    #811
    0
  2. #680 DelightLetters (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 23:06
    จะโอมเรนมั๊ยเนี่ย 555
    #680
    0
  3. #652 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 13:51
    ไรอะๆๆ
    #652
    0
  4. #530 fahriyafhon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 19:40
    แล่วๆๆๆๆ ลุ้นๆๆๆ
    #530
    0
  5. #425 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:58
    มีเรื่องงง
    #425
    0
  6. #198 DON'T forget me (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 17:59

    เย้ยยย เซอร์ไพรส์สุดชีวิตจู่ๆพี่เรือใบสุดหล่อก็มาปรากฏตัวแค่อ่านชื่อก็ใจสั่น



    ป.ล.ขอโทษที่มาช้ามากๆแต่จะไม่ไปไหนยังรอพี่ทัชเหมือนเดิมจ้า

    #198
    0
  7. #192 bambocamuji (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 08:12
    อ้ากก ตอนนี้มันส์มาก
    #192
    0
  8. #191 bambocamuji (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 08:12
    อ้าปาก ตอนนี้มันส์มาก
    #191
    0
  9. #190 s214 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 19:27

    แง เกิดอะไรขึ้น!!
    รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #190
    0
  10. #175 Anna__01 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:02
    คิดถึงพี่เรือ555555
    #175
    0
  11. #173 CAP_TURE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:46

    รอครับบ
    #173
    0
  12. #172 Jirapitcha1 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:38
    คิดถึงพี่เรือพอดี 55
    #172
    0