● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 14 : แตะต้องครั้งที่ 14: จับบบ…Lie ปุ๊บรู้ปั๊บจับมือลองของดอกทอง 4P I Like Me Better แกะพลาสเตอร์ช้าๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    29 ส.ค. 62


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากๆ เลยนะคะ 

ดีใจมากๆ เลย

ฝากแฮชแท็ก #ณTouch ไว้ด้วยนะคะ :D




แตะต้องครั้งที่ 14

จับบบ…Lie ปุ๊บรู้ปั๊บจับมือลองของดอกทอง 4P I Like Me Better แกะพลาสเตอร์ช้าๆ

 

ผมนั่งอยู่ในมินิคูเปอร์ของพี่ทัช ตื่นเต้นจนครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ ตั้งแต่เกิดมานี่คือการพรีเซนต์งานแบบเอ็กคลูซีฟที่สุดแล้ว

พี่ไม่ต้องกังวล” ผมพูด “ผมเตรียมตัวมาดีแล้ว

พี่ทัชเหลือบมองผมขณะขับรถอยู่ “บอกตัวเองมั้ย ดูมึงกังวลกว่ากูเยอะ

บ้า ผมนี่โคตรชิลล์ ดูยังไงว่ากังวล

ก็มึงพูดคำว่า ‘ไม่ต้องกังวล’ มาสิบกว่ารอบแล้วมั้ง

ผมแค่จะย้ำให้พี่สบายใจแค่นั้นแหละ

เอาจริงๆ กูควรสบายใจมั้ย

สบายหายห่วง นี่ ผมทำรูปประกอบการพรีเซนส์มาด้วย ดู” ผมเอียงหน้าจอมือถือให้เขาดู พี่ทัชเหลือบมองแล้วทำท่าเหมือนจะกลั้นหัวเราะ “เอ่า ขำ ไม่ใช่มีแค่นี้ คำพรีเซนส์โดนๆ มันอยู่ในนี้” ผมเคาะขมับตัวเอง “อิงตามหลักหัวใจการตลาดพื้นฐานเลย รับรอง ผ่านฉลุย

ยังไง

อะ คณะจิตวิทยาไม่สอนอะดิ” ผมพูดเป็นการเป็นงาน “หัวใจการตลาด จำง่ายๆ เลย 4P คือ Price, Place, Product, Promotion”

แล้วไง”  

เอ้า เราก็เอาหลักการนี้มาปรับใช้ไง เหมือนจะขายสินค้าสักอย่างอะ ตัว Product ก็คือพลังเอ็กซ์เมนของพี่

อย่าใช้คำนั้น

รู้น่า อันนี้พูดกันสองคนไง แต่ตอนพรีเซนส์จะใช้คำอื่น” ผมพูดเป็นการเป็นงาน “ต่อนะ Price ราคา อันนี้ยังไม่ได้ตั้ง แต่ต้องราคาสูงแน่นอน เพราะเป็นสินค้าชนิดเดียวที่มีในโลก ส่วน Place สถานที่ที่จะขายนี่ คืออิสระอีก ไปได้ทุกที่ สุดท้าย Promotion ตอนนี้เราก็จัดไปเลย ฟรี ยังไงน้าเกดก็ต้องโอเคอยู่แล้ว

จะพูดให้ยุ่งยากทำไม เราก็แค่บอกน้าว่าจะช่วย

เรียนมาแล้วก็ต้องเอามาปรับใช้ดิ” ผมพูด แล้วไอเดียก็ผุดวาบอย่างกับฟ้าผ่า “เฮ้ยพี่ คิดไปคิดมา นี่เราตั้งบริษัทเป็นเรื่องเป็นราวได้เลยนะ บริษัทกำจัดคำลวง อะไรงี้

“...”

แล้วก็โปรโมทด้วยสโลแกนเก๋ๆ แบบ...เรียกหาความจริง เรียกหาเรา

“...”

ถูกหลอกบอกเรา หรือแค่เหงาก็โทรมาได้...แต่ไว้ค่อยคิด...เฮ้ยๆ คิดได้ละ อันนี้ต้องจดเลย Lie ปุ๊บรู้ปั๊บ ตรวจจับทุกความจริง Lie ที่แปลว่าโกหกอะ เจ๋งมะ จดๆ” ผมพิมพ์โน้ตลงไปบนมือถือ พลางพูดไปด้วย “เดี๋ยวผมทำการตลาดเอง หาลูกค้าด้วย ทำบัญชีด้วย ทำทุกอย่างเลย ส่วนพี่ไม่ต้องทำอะไร แค่เป็นโปรดักต์ของผมก็พอ

ฟังดูเหมือนกูไม่ใช่คน

งั้นพี่เป็นแค่คนของผมก็พอ เคปะ

พี่ทัชหันมามองเหมือนจะไม่เชื่อหูตัวเอง แล้วก็ทำเสียงในคอ “หึ

ชิบ

พูดอะไรออกไปวะ

อะไรเข้าสิงให้พูดแบบนั้นออกไป แม่ย่านางในรถเข้าสิงเหรอ

ก็พี่บอกฟังเหมือนไม่ใช่คน ผมก็ใช้คำว่าคนไง” ผมพูดเสริม “เป็นทรัพยากรมนุษย์อะ

อืม

อืมนี่คือเข้าใจที่จะสื่อปะ

เปิดเพลงดิ๊

เออ ดีเหมือนกัน เลิกคุยดีกว่า

ผมกดปุ่มเปิดเพลง เพลง I Like Me Better ดังขึ้นเพราะมันถูกตั้งเป็นเพลงแรกในลิสต์ไปแล้ว พี่ทัชไม่ได้ขอให้ผมร้องเหมือนตอนนั้น แต่ผมยังกรีดกระเดือกร้องตามอยู่ดี พอเพลงนี้จบเราก็ฟังเพลงอื่นๆ ของ Lauv ต่อเนื่องไปจนสุดทาง

คำว่า ‘สุดทาง’ ในที่นี้ก็คือ ร้านดอกไม้ของแม่นี่เอง มีรถหรูๆ มันดีอย่างนี้เองสินะ พี่ รปภ. บริการดี๊ดี แทบจะกราบรถอยู่ละ หลังจากจอดรถได้เสร็จสรรพ ผมเลยกระโดดลงไปทำท่าตะเบ๊ะให้พี่แกอย่างแข็งขัน “ขอบคุณคับผม!” จากนั้นก็เดินนำพี่ทัชไปที่ร้าน

หมอนเน่าอยู่นี่มั้ย” พี่ทัชถาม

อยู่ แม่จับมันนั่งตะกร้ามอไซค์มาด้วยทุกวัน ปล่อยให้อยู่บ้านไม่ได้อะ มันพังของ

นั่งตะกร้าหน้ามอไซค์อะนะ

ใช่

ใส่หมวกกันน็อกมั้ย

เอ้า ใส่ดิ กะโหลกแม่ผมไม่ได้ทำจากอะลูมิเนียมนะ

หมายถึงหมอนนิ่ม

มันมีหมวกกันน็อกแมวที่ไหนล่ะพี่

อืม

พูดถึงตรงนี้เราก็เดินมาถึงร้านพอดี แม่กำลังหันหลังจัดดอกไม้อยู่หน้าร้าน ผมส่งสัญญาณให้พี่ทัชเดินเงียบๆ แล้วย่องเข้าไปดัดเสียงพูดใกล้ๆ แม่ “เหมาหมดนี่เท่าไหร่ครับ

แม่หันขวับ “เอ้า นะฑีนี่ เล่นไร...ทัชก็มา

สวัสดีครับ” พี่ทัชยกมือไหว้

หวัดดีจ้ะ

พาป๋าทัชมาเหมาดอกไม้อะแม่

ไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นได้ยังไง” แม่ฟาดไหล่ผมด้วยความเอ็นดู...ซึ่งก็เป็นความเอ็นดูที่ค่อนข้างจะแรงอยู่ “นะฑีเล่าให้ฟังว่าทัชให้ยืมมือถือใช้ ขอบใจมากนะ

ไม่เป็นไรครับ” พี่ทัชตอบอย่างรวดเร็ว “ร้านน่ารักดีนะครับ แม่จัดเองหมดเลยเหรอครับ

อันนั้นผมจัด” ผมชี้บอก

น่ะ อึ้งไปเลยดิ

เห็นงี้แต่ก็มีฝี…

แม่จัดใหม่แล้ว” เอ้าแม่ จากที่จะบอกว่ามีฝีมือ กลายเป็นมีฝีในไส้แล้วมั้ย “นะฑีชอบทำเละอยู่เรื่อย

โอ๊ย ร้อน

ห้องแอร์ยังร้อนอีกเหรอ” แม่ถามอย่างงงๆ แต่พี่ทัชดูขำนิดๆ เพราะเข้าใจมุกนี้ตั้งแต่ตอนกินบุฟเฟ่ต์กับเจ๊แคลแล้ว

ชื่อร้านนี่ผมคิดเอง” ผมโม้ต่อ

อ้อ ก็คิดว่างั้นแหละ...แล้วหมอนนิ่มล่ะครับ” พี่ทัชถามแม่

หมอนนิ่มเหรอ นั่นไง พูดถึงก็ออกมาเลย

ไอ้หมอนเน่าเดินต้วมเตี้ยมออกมาจากซอกกระถางตรงมุมร้าน หน้าตาง่วงๆ เหวี่ยงๆ เหมือนไม่พอใจที่มีใครมาส่งเสียงดังในอาณาเขตของมัน ดูจากแววตานี่ มันอาจจะวางแผนเผาร้านอยู่ก็ได้ แต่พี่ทัชคงไม่คิดอย่างนั้น

หมอนนิ่ม กินหนมมั้ย” เขานั่งลง ล้วงสิ่งที่เรียกว่าขนมออกมาจากกระเป๋า ลักษณะเป็นซองเล็กๆ ฉลากเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งข้างในน่าจะเป็นอาหารเหลว เขาโบกไปมาก่อนจะฉีกซองเปิดออก ไอ้หมอนเน่าทำจมูกฟุดฟิดแล้วเข้ามาเลียกินอย่างเสียไม่ได้ ส่วนพี่ทัชก็เกาเหนียงมันพร้อมกับเรียกชื่อไปด้วย “หมอนนิ่มๆๆ

เวลาคุยกับผมเรียกมันหมอนเน่า พออยู่ต่อหน้าแม่เรียกหมอนนิ่ม

แหม ละเอียดไปอีก

นี่พี่แอบเอาขนมแมวมาด้วยเหรอ” ผมถาม

ไม่ได้แอบ ก็เอาใส่กระเป๋ามาปกติ

กวน

คำเดียวเลย กวนตีน

ดูท่าจะชอบนะนั่น” แม่ว่า ซึ่งก็จริง จากที่ดูเหมือนจะเลียกินเหมือนเสียไม่ได้ ตอนนี้ไอ้หมอนเน่าเข้าขั้นสวาปามแล้ว มีการยกขาหน้ากดมือพี่ทัชไว้เพื่อไม่ให้ดึงกลับด้วย ทำเอาเจ้าตัวหลุดเสียงขำเบาๆ

เขาหัวเราะ

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะแบบนี้

หมดแล้วกั๊บ” พี่ทัชพูดกับมัน “เดี๋ยววันหลังจะเอามาฝากเยอะๆ นะ

มานั่งในร้านกันก่อนมั้ย นะฑีเอาเก้าอี้ให้พี่เขานั่ง…

ไม่เป็นไรแม่ เดี๋ยวพาป๋าไปนั่งร้านกาแฟตรงนี้

อ้อ โอเค

ผมพาพี่ทัชเดินไปที่ร้านกาแฟข้างๆ “โกโก้เย็นครับ” ผมบอกพนักงานสาวที่เตรียมรับออเดอร์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเสียงเข้าหูหรือเปล่า ดูเหมือนเจ้าตัวจะอึ้งๆ กับรัศมีของพี่ทัชอยู่ ส่วนรายนี้ก็ไม่รู้คิดนานหรือว่าจงใจยืนให้อีกฝ่ายโลมเลียด้วยสายตา “อะ คิดนาน เดี๋ยวผมสั่งให้ซะเลย” ความจริงก็คงไม่ทันนานหรอกในความรู้สึกคนทั่วไป แต่สำหรับผมคือนานละ

พี่ทัชละสายตาจากเมนูที่เขียนแปะไว้บนบอร์ดด้านหลังเคาน์เตอร์ “ก็ดีนะ สั่งให้หน่อย

งั้นจัดไป อเมริกาโน่...น้องครับ ฮัลโหลครับโผม” ก็ไม่รู้หรอกว่าพนักงานอายุเท่าไหร่ น่าจะแก่กว่าผม แต่เรียกน้องเป็นการข่มขวัญไว้ก่อน

อ้อ ค่ะ โกโก้เย็นนะคะ แล้วก็…

อเมริกาโน่” ผมย้ำ

ได้ค่ะ

พี่ทัชล้วงกระเป๋าเงินออกมาไว้รอแล้ว พอพนักงานรับออเดอร์เสร็จเขาก็ส่งแบงค์ห้าร้อยให้ทันที แต่น้องนี่ไม่รู้ว่าจินตนาการเห็นเป็นช่อดอกไม้หรือแหวนแต่งงาน ปากงี้ฉีกยิ้มไปถึงหูละมั้ง

งี้ดิป๋า” ผมแซว

เรารอจนพนักงานคิดเงินเสร็จ แล้วไปหาที่นั่งด้านใน พี่ทัชไม่พูดอะไร เขานั่งเงียบๆ ตามแบบฉบับผู้ดี ส่วนผมควักมือถือออกมาเช็กความเคลื่อนไหวในโซเชียลแบบเร็วๆ แชตกับแก๊ง ไม่ส(า)มประกอบ อีกนิดหน่อย แล้วค่อยเงยหน้าขึ้น

เหมือนในไฮกุเลยนะ อยู่ในร้านกาแฟ ไม่มีคนพูดเรื่องกาแฟ” ผมพูด

ไม่มีคนเลยมากกว่า

ก็จริง คงเพราะตอนนี้ใกล้ค่ำเลยเวลากินกาแฟของคนทั่วไปแล้ว

ก็ดีแล้วอะ จะได้คุยธุรกิจสะดวกๆ

นี่แม่รู้เรื่องรึเปล่า

เรื่อง?”

ที่เราจะช่วยน้าเกด

ต้องไม่รู้อยู่แล้ว คิดว่าผมจะเอาเรื่องพลังเอ็กซ์เมนของพี่ไปพูดมั่วซั่วเหรอ

ตอนนี้แหละ มึงพูดมั่วซั่วอยู่

อ่อ เพิ่งรู้ตัว

เพราะไม่มีคนไง ถึงได้พูด…” ผมพยายามแก้ตัว พนักงานยกเมนูที่สั่งมาเสิร์ฟพอดี ผมเลยหยุดกลางคันและนั่งแอ๊คท่าเคร่งขรึม รอจนพนักงานออกไปแล้วค่อยพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยังไงผมก็ไม่ขายความลับพี่หรอก

อืม” พี่ทัชทำเสียงในคอ เขาลองจิบกาแฟตรงหน้า จิบนิดเดียวจริงๆ จากนั้นก็หยิบน้ำตาลฉีกเทใส่ หนึ่งซอง สองซอง…

พอจะหยิบซองที่สามผมก็ทัก “คือขมว่างั้น

เขาวางซองน้ำตาลลง เปลี่ยนเป็นหยิบช้อนคนกาแฟแทน

พี่บอกให้ผมสั่งเองนะ โทษผมไม่ได้

ทำไมมึงสั่งอันนี้ให้กู

ก็สั่งมั่วๆ อะ ชื่อมันเพราะดี

“...”

ผมยืดคอมองสิ่งที่อยู่ในถ้วยของเขา ใช่ ชื่อมันเพราะ แต่พูดภาษาบ้านๆ ก็คงเรียกว่ากาแฟดำดีๆ นี่เอง “ไม่อร่อยก็อย่ากินดิ อยากกินของอร่อยก็ไปสั่งใหม่ เนี่ย โกโก้ สุดๆ แล้วร้านนี้ เอาปะล่ะ...อะ ให้ลองชิม เอาช้อนจิ้มไป อย่าดูดหลอดผม

พี่ทัชมองแก้วโกโก้ของผมด้วยสายตานิ่งๆ เหมือนมองเศษดินเศษหญ้า แล้วก็ยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ สีหน้ามีอาการเล็กน้อย

เอ้า พี่นี่กวนตีนนะ ไม่อร่อยจะกินทำไม

กินเพราะมึงสั่งให้

“...”

เอาซะไปไม่เป็น

คือยังไงวะ กินเพราะผมสั่ง...นี่เหรอเหตุผล ทำไมฟังแล้วมันหวิวๆ แปลกๆ วะ

กินประชดไรงี้?”

พี่ทัชมองหน้าผม “เทอมที่แล้วเกรดเฉลี่ยมึงเท่าไหร่

ทำไม

ก็ถามดู

จำไม่ได้ 2.7 มั้ง

อ่อ

อ่อคือไรวะ แล้วยิ้มมุมปากทำไม

อะไร เหยียดเหรอ 2.7 นี่ก็ท็อปฟอร์มแล้ว แล้วพี่อะ เกรดเท่าไหร่

“3.92”

เชร้ด

ปวดหัวจี๊ดเลย

ขี้โม้ ถ้าขนาดนั้นไม่เกียรตินิยมเหรียญทองแล้วเหรอ

กี่โมงแล้ว

บทจะเปลี่ยนเรื่องก็เปลี่ยนดื้อๆ แบบนี้แหละ เริ่มจะชินกับการตัดบทแบบนี้ของเขาแล้ว ผมดูหน้าจอมือถือ เลยเวลานัดมานิดหน่อย “หวังว่าคงไม่ใช่ผัวซ้อมจนมาไม่ได้นะ เดี๋ยวโทรหาแกก่อน...ฮัลโหลครับน้า อ้อ กำลังหาที่จอดรถ...ครับ งั้นก็เข้ามาที่ร้านได้เลยนะ

พี่ทัชแกะพลาสเตอร์ออกช้าๆ

ทีละนิ้ว…

แกะออกหมดเลยเหรอ” ผมถาม

ใช่

ทำไมอะ

จะได้ดูเหมือนคนปกติ

ทีตอนกับผมทำไมแกะออกแค่นิ้วเดียวอะ จะได้ดูพิเศษเหรอ

ดวงตาสีเข้มเหลือบมองหน้าผม แล้วก็หลุบต่ำลง เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรขำๆ อยู่คนเดียว

เอ้า แล้วก็ไม่พูด

เพราะกูไม่มีเวลาเตรียมตัว” เขาแกะพลาสเตอร์ออกจนหมด จากนั้นหยิบทิชชู่เปียกจากกระเป๋าออกมาเช็ดมือ เช็ดเอาคราบกาวเหนียวๆ ที่ปลายนิ้วออกทีละนิ้ว

มาแล้ว

ผมหันขวับไปมอง น้าเกดเข้ามาถึงที่โต๊ะและเลื่อนเก้าอี้นั่งทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ทัชใช้ทิชชู่เปียกกวาดเศษพลาสเตอร์ลงจากโต๊ะพอดี ดูแนบเนียน ไม่ตื่นเต้น เหมือนว่าแค่เก็บเศษขยะเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งน้าเกดอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นด้วยซ้ำ

สวัสดีครับ” พี่ทัชยกมือไหว้

หวัดดีจ้ะ รอกันนานมั้ย

รอเป็นชาติละน้า / ไม่นานครับ

ผมกับพี่ทัชพูดพร้อมกัน แต่ภาษาที่ใช้นี่อย่างกับมาจากคนละโลก ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ พนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้น้าเกด แค่ชาร้อนธรรมดาซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะไม่สนใจเลย เหมือนว่าสั่งพอเป็นพิธีไปอย่างนั้น

ถ้างั้นก็เริ่มเลย” น้าเกดพูดหลังจากพนักงานเดินออกไป “ไหน เป็นยังไง ไอ้วิธีที่ว่า” ก่อนนัดกันมาเจอที่นี่ ผมโม้ไปบางส่วนแล้วน้าเกดถึงได้พูดแบบนี้

เอางั้นเลยนะ” ผมเริ่ม “น้าต้องตั้งสติหน่อยนะ นี่เป็นนวัตกรรมใหม่ระดับโลกเลยก็ว่าได้

ขนาดนั้น

เอ้า พูดแล้วจะหาว่าโม้

งั้นก็อย่าโม้เยอะ เข้าเรื่องเลย มันคืออะไร

มันคือ...จิตวิทยาแนวใหม่แบบคูลๆ ยังไม่มีชื่อเป็นทางการนะ แต่ไอ้ที่เด็ดมันอยู่ตรงสโลแกนนี่แหละ ฟังนะ...Lie ปุ๊บรู้ปั๊บ ตรวจจับทุกความจริง Lie ที่แปลว่าโกหกน่ะ เจ๋งมะ

ก็คือวิธีจับโกหกด้วยจิตวิทยา?”

ผมว่าละ น้าต้องไม่เข้าใจ ผมเลยทำพรีเซนส์เทชั่นมา นี่ดู…” ผมเปิดไฟล์ภาพในมือถือวางลงตรงหน้าน้าเกด และนี่ก็คือแผนภาพประกอบสุดอลังการของผม

เป็นแผนภาพง่ายๆ

ทางซ้ายวาดเป็นเส้นยุ่งเหยิงเหมือนก้อนไหมพรม เขียนคำเล็กๆ ประกอบว่า ‘สารพัดเรื่องโกหก’ แล้วก็มีลูกศร >>> ชี้ต่อไปที่รูปคน หัวกลม ลำตัวเป็นเส้นตรง มีแง่งเฉียงๆ แทนแขนขา โดยที่วาดองศาแขนขาสื่อว่ากำลังเต้นอยู่ นี่คือ ‘พี่ทัช’ แล้วลูกศร >>> ก็ชี้ต่อไปทางขวาหาคำที่เขียนโตๆ ว่า ‘ความจริงล้วนๆ

มีสามส่วนง่ายๆ แค่นี้แหละ” ผมพูดอย่างภูมิใจ

นี่ให้เด็กที่ไหนวาด” น้าเกดย้อน

ผ่าม!

ผมเนี่ยวาด

นี่คือทัชเหรอ ถ้าไม่เขียนบอกไว้นี่นึกว่ากิ่งไม้

กิ่งไม้ไร คนชัดๆ

แล้วยังไงล่ะ วิธีที่ว่า ในรูปนี่ถือแก้วอย่างกับจะสาดน้ำกรด

ก็…

เดี๋ยวผมสาธิตให้ดูเลยดีกว่าครับ” พี่ทัชตัดบท

นี่ก็อีกคน

ไม่สวยตรงไหน นี่แก้ตั้งสามรอบนะเฮ้ยกว่าจะออกมาได้แบบนี้ แล้วที่สำคัญกว่ารูปคือคำอธิบายต่างหาก

นะฑีเก็บมือถือดิ” โอเค้ ผมไม่ต้องอธิบายอะไรละ โชว์ออฟไปเลยเพ่ ผมเก็บมือถือให้พ้นหูพ้นตาแล้วหุบตูดอยู่เงียบๆ “น้าเกดทำใจให้สบายๆ นะ แล้วก็รบกวนแบมือหน่อยครับ…” พี่ทัชล้วงหยิบของบางอย่างจากกระเป๋า แล้ววางลงบนมือน้าเกด  

อะไรเหรอ

ถ่านนาฬิกา” ผมโพล่งออกไป เพราะมันเป็นถ่านกลมๆ แบนๆ ที่ใช้ใส่นาฬิกาจริงๆ

พี่ทัชเหลือบมองหน้าผม “ดูเหมือนถ่าน แต่ไม่ใช่

อ้อ...นั่นดิ ต้องไม่ใช่ถ่านอยู่แล้ว นี่มันสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำโคตรๆ ทำให้มันดูเหมือนถ่านธรรมดาๆ เพื่อไม่ให้คนรู้ไง แต่ข้างในนี่วงจรซับซ้อนสุดๆ อะไรนะที่พี่บอก ลืมละ มันจะแผ่รังสีหรือคลื่นอะไรสักอย่าง…

เงียบก่อน น้าเกดต้องใช้สมาธิ” พี่ทัชว่า “ถือไว้นิ่งๆ นะครับ

เหรอ แต่น้าไม่รู้สึกอะไรเลยนะ

ต้องใช้อันนี้ด้วยครับ” พี่ทัชหยิบไอโฟนออกมากดเลื่อนหน้าจอ จากนั้นก็เลื่อนมันไปไว้ตรงหน้าน้าเกด ผมยืดตัวมอง บนหน้าจอคือแอพลิเคชั่นนาฬิกาธรรมดาๆ แค่นั้นเอง “มองเข็มนาฬิกาเดินวนไปเรื่อยๆ นะครับ

โอเค

ไม่ต้องจริงจังครับ

อ้อ ได้ๆ

เงียบอยู่สักพัก น่าจะห้าวินาทีได้มั้ง พี่ทัชก็ถามอีก

รู้สึกยังไงบ้างครับตอนนี้

ก็...เอาจริงๆ ก็...

อย่าโกหกผมนะ

เอาจริงๆ คือไม่รู้สึกอะไรเลย เฉยมาก

ตอนนี้ให้น้านึกถึงท้องฟ้ากว้างๆ นะครับ ทำใจสบายๆ

โอเค แล้วเข็มนาฬิกาล่ะ ต้องดูต่อมั้ย

ดูครับ ดูตลอดเลย

โอเค

ระหว่างนี้ผมรบกวนขอจับชีพจรหน่อยนะครับ” ว่าแล้วพี่ทัชก็เลื่อนมือไปสัมผัสตรงข้อมือน้าเกดเบาๆ ใช้สองนิ้วแปะเหมือนแพทย์แผนจีนวินิจฉัยโรคเป๊ะ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นมือเปลือยของพี่ทัชเต็มๆ มือสะอาดสะอ้านดูผู้ดีมาก นิ้วก็เรียวยาวอย่างกับนิ้วศิลปิน

น้าเกดขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะเหลือบตามองมือที่โดนสัมผัส

มองเข็มนาฬิกาไว้ครับ อย่าสนใจอย่างอื่น” พี่ทัชบอก

น้าว่า...มันเริ่มแปลกๆ แล้วแหละ

หวิวๆ ใช่ปะ” ผมถาม

ไม่รู้สิ พูดไม่ถูก…แม่ง คบกันมากี่ปี ยังทำสันดานหมาๆ อีก...เอ่อ...

หายใจลึกๆ จะช่วยได้ครับ” พี่ทัชบอก น้าเกดก็ทำตาม “ทีนี้ลองโกหกผมดู

เรื่องอะไร

เรื่องอะไรก็ได้ครับ

“...ก่อนมานี่ก็ร้องไห้ไปรอบนึง ถึงต้องโปะหน้ามาขาววอกขนาดนี้ไง...หน้าน้าขาวไปมั้ย ไม่สวยใช่เปล่า ผัวมันถึงไม่สนใจ คือ...

ใจเย็นน้า เอางี้ดีกว่า ลองบอกว่าพี่ทัชมีสี่ขาสามแขนดิ

ทัชมี...สะ...สองแขนสองขา แล้วก็หล่อมาก ดูผู้ดีด้วย ไม่น่ามารู้จักนะฑีเลยนะ นี่เจอกันได้ไง เอ่อ...นี่น้าพูดมากไปรึเปล่า

ตอนนะฑียังเด็ก ดื้อมั้ยครับ” พี่ทัชถาม เล่นเอาผมสะดุ้ง

ดื้อสุดๆ กวนตีนมาตั้งแต่เกิดแล้ว หน้าตาก็อย่างกับด้วงไม้ไผ่ นี่พอโตเลยดูดีขึ้นมาหน่อย...น้าว่า...พะ พอแล้วดีกว่า

กูโดนน้าเล่นแล้ว ด้วงไม้ไผ่หน้าตาไงวะ เสิร์ชแป๊บ

เนี่ยนะหน้าตาผมตอนเด็ก” ผมโชว์รูปด้วงจากกูเกิล แต่เหมือนจะไม่มีใครสนใจ พี่ทัชเก็บอุปกรณ์ลวงโลกของเขาเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนน้าเกดกำลังประคองถ้วยชายกขึ้นดื่ม “ที่บอกว่าผมหน้าตาเหมือนด้วงนี่มันโกหกชัดๆ น้าพูดงี้ได้ด้วยเหรอ” ผมถามพี่ทัช

โกหกไม่ได้” น้าเกดพูดเบาๆ

คำเปรียบเทียบไง” พี่ทัชว่า “ถ้าน้าเกดรู้สึกว่าหน้ามึงเหมือนด้วงจริงๆ มันก็เป็นความจริงสำหรับน้า ก็เลยพูดได้

ผมย่นจมูกใส่เขา

ด้วงไม้ไผ่” พี่ทัชพูดเรียบๆ เป็นการโต้ตอบ

ทำไมมีลางสังหรณ์ว่าหลังจากนี้เขาจะล้อผมด้วยคำนี้ซ้ำๆ วะ

คุยกับน้าเกดดีกว่า

ไง น้า เจ๋งใช่ปะ

โกหกไม่ได้” เจ้าตัวย้ำ ทำท่าจะจิบชาแต่แล้วก็วางลง “ก็ไม่เชิงแบบนั้น...มันรู้สึกเหมือนอยากพูดความจริงน่ะ

ต้องพูดความจริงมากกว่ามั้งผมว่า ผมเคยโดนแล้ว ฝืนไม่ได้อะ” ผมพูด

ใช่ ต้องพูดความจริง

ยิ่งถูกถาม ยิ่งต้องพูดใช่มะ

ใช่ ทัชทำได้ไง มายากลเหรอ

ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ

สะกดจิต?”

ก็ไม่เชิง แต่จะพูดแบบนั้นก็ได้ เวลาคนเราจอจ่อกับอะไรมากๆ ด้วยจิตใจที่สบาย จิตใต้สำนึกจะเปิดรับคำสั่งครับ จริงๆ แล้วเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์น่ะครับ

ลืมบอก พี่ทัชเขาเรียนคณะจิตวิทยาน่ะ อยู่ปีสี่ ใกล้จะจบแล้ว เกรดเฉลี่ย 3.92”

โอ้...แปลกดีนะ แล้วใช้ได้ผลทุกครั้งมั้ย

ตามสถิติก็ยังไม่เคยพลาดนะครับ

แล้วถ้าคนที่ถูกสะกดจิต หมายถึงผัวน้านี่แหละ ถ้ามันไม่ให้ความร่วมมือล่ะ จะเป็นไง

ไม่น่ามีปัญหาครับ” พี่ทัชพูดเรียบๆ ประสานมือไว้บนตัก “มีวิธีอื่นๆ อีก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นหลัก แล้วเอาจริงๆ ก็ใช้เวลาไม่มาก ครั้งนี้ผมแค่ทำช้าๆ เพื่อให้น้าเกดเข้าใจ

อ้อ

จำตอนเริ่มมองเข็มนาฬิกาได้มั้ยครับ ผมบอกว่า ‘อย่าโกหกผมนะ’ ตรงนั้นแหละที่สำคัญ

พี่ทัชแม่งเล่นเนียนไปแล้ว เล่นเอาผมคล้อยตามเลยเนี่ย คันปากยิบๆ อยากจะแฉว่าความจริงคือพลังเอ็กซ์เมนต่างหาก หรือว่าพี่แกใช้วิธีสะกดจิตร่วมด้วยจริงๆ วะ

ที่บอกอย่าโกหกนี่ คือแอบป้อนคำสั่งไว้ก่อน ไรงี้ใช่ปะ” ผมถาม

พี่ทัชไม่ตอบ แต่การไม่ตอบนั่นแหละคือคำตอบ ตั้งแต่เกิดมาผมก็เพิ่งเห็นเขานี่แหละ ที่ทำสีหน้านิ่งๆ ได้น่าเชื่อถือสุดๆ และกวนตีนโคตรๆ ด้วยในเวลาเดียวกัน

อย่างนี้นี่เอง” น้าเกดว่า “สรุปว่า ทัชทำให้สามีน้าพูดความจริงได้

ครับ

ต่อให้เจ้าตัวจะขัดขืนก็ตาม

ครับ

จะยากอะไร ถ้าขัดขืน ก็จับล็อกคอทุ่มเล่นสักทีสองทีก่อนดิน้า” ผมออกความเห็น “แล้วค่อยสะกดจิต

ใครจะเป็นคนจับทุ่ม

ผมชี้ไปที่พี่ทัช “เทควันโดสายดำ

จริงเหรอ

พี่ทัชนี่ตัวท็อปเลยเหอะ ใช่มะพี่” ผมเสริมเข้าไปอีก “ไม่ต้องห่วงน่า น้า พี่ทัชแกแพรวพราวอยู่แล้ว...จริงมั้ยพี่

เราสองคนมองหน้าเขา ระหว่างนี้ผมก็แอบส่งสายตากดดันให้เขาเล่นตามน้ำด้วย

พี่ทัชยิ้มนิดๆ แล้วพูดในที่สุด “ไม่ต้องห่วงครับ

อืม” น้าเกดทำเสียงในลำคอลึกๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเคาะนิ้วกับถ้วยชาเหมือนใช้ความคิด ผมทนรอไม่ไหวเลยตัดบทรวบหัวรวบหางซะเลย

สรุปว่าโอเคนะน้า

อื้อ ตามนั้นแหละ เดี๋ยวน้าให้ค่าเสียเวลา เอาเป็นเท่าไหร่ดี…

ไม่ต้องครับ ไม่เป็นไร” พี่ทัชรีบบอก

ผมก็รีบเสริมทันที “แบบ...พี่ทัชแกช่วยเพราะคนกันเองอะ ฟรีๆ ไป ถือว่าเป็นโปรโมชั่นก็ได้

อ้อ ขอบใจนะ

น้าสะดวกจะให้ลากคอสามีวันไหนก็บอกผมละกัน ผมจะได้นัดพี่ทัชอีกที

เป็นนายหน้าเหรอเรา

ถูกต้องนะคร้าบ

น้าเกดหัวเราะ “โอเค เดี๋ยวบอกอีกที

แบบนี้เขาเรียกว่าหัวเราะเครียดๆ นะ” ผมว่า “น้าไม่ต้องห่วงจริงๆ สำเร็จแน่ ให้เตรียมเลื่อยกับถุงดำไว้ด้วยก็ได้นะ ถ้าเคลียร์ไม่ลงตัวยังไงเราก็ฆ่าหั่นศพซะเลย

คราวนี้น้าเกดหัวเราะได้เต็มเสียงมากขึ้น “ถุงดำมันขาดง่ายไป ใช้กระเป๋าเดินทางดีกว่า… เอ้อ เดี๋ยวน้าต้องไปแล้ว พอดีมีนัดต่อ ขอบใจมากนะทัช

สวัสดีครับ

หวัดเดน้า

น้าเกดหยิบกระเป๋าคล้องแขนและลุกขึ้น “ทัชฑี ชื่อเราสองคนนี่มันพ้องเสียงกันดีนะ” แล้วก็เดินออกไป

ผมกับพี่ทัชมองตามหลังจนเจ้าตัวเดินพ้นประตูร้าน แล้วค่อยหันมามองหน้ากัน

เทควันโดสายดำเนี่ยนะ” พี่ทัชว่า

อะ ทำไมล่ะ ทีพี่ยังใช้ถ่านนาฬิกาเลย แล้วจริงดิ ที่ป้อนคำสั่งให้จิตใต้สำนึกอะไรนี่

กูนึกอะไรได้ก็พูดไปงั้น

โห พี่แม่ง โคตรเนียน

แต่มึงไม่เนียน

ตรงไหน ผมนี่ตัวสับขาหลอกเลย ถ้าไม่มีผมน้าเกดจับผิดพี่ได้แล้วเหอะ” ผมฉีกยิ้ม “เรื่องนี้สอนให้ผมรู้เลยนะว่า การทำงานเป็นทีมที่ดีมันเป็นยังไง

เรื่องนี้สอนให้กูรู้ว่ามึงหน้าเหมือนด้วง

หยุดเลย พี่อะ เอาดีๆ ดิ๊

ดีๆ ก็อืม...เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกมันเหนื่อยกว่าพูดความจริง

คม?
                ก็คมอยู่แหละ แต่อย่าไปอวยมาก เดี๋ยวพี่แกเหลิง

อ้อเหรอ” ผมแกล้งยักไหล่ชิลล์ๆ “แต่เพราะมีผมไงพี่ถึงไม่เหนื่อยมาก ผมนี่แหกตาคนมานักต่อนักแล้ว ยกเว้นแม่คนเดียวแหละที่ผมไม่โกหก

ทำไม

ทำไมอะไร

ทำไมไม่โกหกแม่

ก็...มันเป็นกฎของผมอะ” พี่ทัชเอียงคอนิดๆ เหมือนรอฟังต่อ “อ้อ แล้วตอนนี้ก็มีพี่อีกคนแล้วที่ผมจะโกหกไม่ได้ เพราะพี่มี…” ผมยั้งปากไว้ ก่อนจะพูดต่อ “...ถ่านนาฬิกาที่ทำให้โกหกไม่ได้

พี่ทัชมองหน้าผม

ผมมองหน้าเขา

แล้วเราก็หัวเราะพรืดใส่กันเบาๆ

หลังจากนั้นชั่วขณะหนึ่งผมรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก พี่ทัชสีหน้าเรียบนิ่งตามปกติแล้ว เขาล้วงเอาพลาสเตอร์อันใหม่เป็นตับออกมาจากกระเป๋า เริ่มแกะมันมาพันนิ้วทีละนิ้ว ส่วนผมไม่รู้จะทำอะไร เลยดูดโกโก้ที่กินจนหมดแล้วดังกรอดๆ

หิว?” พี่ทัชถาม

นิดนึง

แม่ปิดร้านกี่ทุ่ม

ก็อีกสักพัก สองทุ่มบ้างสามทุ่มบ้าง แล้วแต่อะ

แล้วมึงกับแม่กินข้าวเย็นยังไง

บางทีก็สั่งมากินที่ร้าน บางทีก็สลับกันเฝ้าร้านออกไปหาไรง่ายๆ แถวนี้กิน ไม่ก็กลับไปกินที่บ้านเลย

แถวนี้อะไรอร่อย

ของกินเยอะ ทำไม จะอยู่กินข้าวด้วยเหรอ

รถติด

ตอบไม่ตรงคำถาม

กูอยากเลี้ยงข้าวแม่ ตอบแทนที่วันนั้นชวนกูกินข้าวที่บ้าน

จริงดิ จัดเต็มปะล่ะ

วันนั้นแม่ก็จัดเต็ม

เอ้า งั้นก็จัดเลยดิ รอไร ปิดร้านๆ” ผมลุกพรวดขึ้น

ไม่เป็นไร กูรอได้ ให้แม่ปิดร้านตามเวลาปกติแหละ

พี่รอได้ แต่ผมรอไม่ได้ไง หิว ไปเร็ว ลุก!” ผมจับเสื้อเขาบริเวณหัวไหล่กระตุก พี่ทัชเหลือบมองเหมือนไม่เชื่อสายตาว่าผมจะทำแบบนั้น

กูยังพันนิ้วไม่เสร็จ

เหลือแค่นิ้วชี้นิ้วเดียว ไม่ต้องพิถีพิถันขนาดนั้นหรอก มา ช่วย…” แผ่นพลาสเตอร์เพิ่งพันไปได้ครึ่งหนึ่ง ประมาณว่าเขากำลังเล็งให้ขอบมันทับรอยกันเป๊ะๆ ผมเลยจับนิ้วเขามาขยุ้มๆ กดแผ่นพลาสเตอร์ปิดซะ “เสร็จ! ไปได้ยัง

พี่ทัชพลิกนิ้วดูช้าๆ

ตลกดี” เขาว่า แล้วลุกขึ้น

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #804 ใบไยไยใบ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 11:59

    ทำให้รู้สึกว่ามีความอุ๋งๆ หวาน ความรักฟุ้งกระจาย เขินมากดกดดดกกกกก โอ๊ย หน่อดีสุดอะไรสุดเลย😍

    #804
    0
  2. #772 ponnyyyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 10:49
    ชอบกันเเล้วว
    #772
    0
  3. #645 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 12:40
    ออร่าเอ็นดูน้องค่อนข้างพุ่งออกมาจากพี่ทัชอยู่นะ ในคำพูดเเยอะไรเอย อ่ยเขิน
    #645
    0
  4. #609 Oo แว่นน้อย oO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:52
    ยะฑี เหมือนแก พูดหยอดพี่ทัชโดยที่แกไม่รู้ตัวเล้ย แต่ดูเหมือนพี่เค้ารู้นะเออ
    #609
    0
  5. #582 dkin96o (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:52
    แพ้พี่ทัชตอนเล่นกับหมอนนิ่มมม เอ็นดูนะฑีแล้วใช่มั้ยดูตามใจน้องไปหมดดดดดดด
    #582
    0
  6. #581 creates (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 13:43
    คำว่าน่ารักเต็มไปหมด
    #581
    0
  7. #532 Tawan-pupin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 20:15
    อิน้องก็ซื่อ อิพี่ก็ขยันหยอด คนอ่านก็ขยันบิดเขิลลล
    #532
    0
  8. #517 สวยใสไว้ใจอิงอร (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 15:07
    ขั้นถึงกับต้องเสริชหารูปด้วงไม้ไผ่55555555555555555555โถ่ หนูนะฑีลูกกก
    #517
    0
  9. #516 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 15:04
    พี่ก็เนียนน้องก็ซื่อ
    #516
    0
  10. #514 Superpoom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 14:13
    หนูลูกไม่มีใครกวนเท่าหนูแล้วยังจะกล้าว่าพี่เค้าอีก
    #514
    0
  11. #419 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 01:19
    มีใจให้น้องแล้วใช่มั้ยล่าาาาา
    #419
    0
  12. #368 หนึ่งนาฬิกา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 17:37

    ทัชฑี เราว่าน้าต้องแอบชิปแน่เลย
    #368
    0
  13. #188 Mistyblack (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 18:16
    น่ารักกกกก
    #188
    0
  14. #129 amatap (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 23:17
    รู้สึกได้ถึงความเอ็นดูที่พี่ทัชมีให้น้อง สองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไร คนอ่านก็อ่านไปยิ้มไปตลอด สารภาพว่ามีแว้บไปเสิร์ชดูหน้าตาด้วงไม้ไผ่ตามนะฑี555555
    ที่น้องไม่โกหกแม่จะเกี่ยวกับพ่อน้องมั้ย แบบว่าพ่อเคยโกหก จนส่งผลมาเป็นน้องกับแม่ในตอนนี้
    #129
    0
  15. #111 Don't forget me (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 18:55

    พี่ทัชเนียนนะเราอะ เลี้ยงข้าวแม่ฝากคัวเป็นลูกเขยงี้ หมอนเน่าให้ผ่าน

    #111
    0
  16. #110 Jirapitcha1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 21:55
    พี่ทัชแอบด่าน้องเนียนๆป่าว 55
    #110
    0
  17. #109 s214 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:35
    น้อนนน พี่ทัชดูใจอ่อนอะ ยอมน้องอะๆ

    รอตอนต่อไปเสมอนะคะ​ๆ สู้ๆค่าา
    #109
    0
  18. #108 Boredboy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:56

    เลี้ยงข้าวพร้อมฝากตัวเป็นลูกเขย
    #108
    0