● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 11 : แตะต้องครั้งที่ 11: จับบบ…ไม่มี Mr.Slip เลยไม่ Sleep รีบเดินไม่หันกลับถ้าพี่จะจับน้องขอสับขาวิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    27 ก.ค. 62



แตะต้องครั้งที่ 11

จับบบ…ไม่มี Mr.Slip เลยไม่ Sleep 

รีบเดินไม่หันกลับถ้าพี่จะจับน้องขอสับขาวิ่ง



เสาร์อาทิตย์ผมไปช่วยงานแม่ที่ร้านดอกไม้ทั้งวัน และเวลาก็ผ่านไปโคตรเร็ว

 จนตอนนี้เวลาห้าทุ่มครึ่งของคืนวันอาทิตย์ ผมอาบน้ำ สวมกางเกงนอนเรียบร้อย แล้วมาทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียง พยายามข่มตานอนให้หลับเพื่อพรุ่งนี้จะได้เป็นเด็กไทยใส่ใจการศึกษา พาชาติมั่นคง ตามที่คำขวัญวันเด็กปีนี้...หรืออาจจะปีก่อนนี่แหละกล่าวไว้

ไปช่วยหมอนเน่าเก็บโต๊ะไป

เจอกันวันจันทร์

 พอๆ เลิกคิด

 นอน

อยากรู้จริงๆ ใครเป็นคนพูดว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนและผ่อนคลายที่ดีที่สุด

ผมเรียนรู้ตั้งแต่มัธยมแล้วว่ามันไม่จริง เพราะต่อให้นอนหลับ เรื่องเฮงซวยก็ยังตามมาป่วนในฝันจนสะดุ้งตื่นมานั่งเหงื่อแตกได้

วิธีผ่อนคลายที่ดีที่สุด คือการหัวเราะต่างหาก

และผมมีท่าไม้ตายเป็นของตัวเองอยู่ ถ้าอยากหัวเราะแบบเร่งด่วน ผมจะเข้ายูทูบ พิมพ์ในช่องค้นหาว่า The Best Snow Shoveling Fail of All Time แล้วจิ้มที่คลิปแรก ในคลิปไม่ได้มีอะไรมากมาย มีแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมตั้งชื่อให้ว่า Mr. Slip กำลังใช้พลั่วโกยหิมะออกจากถนน แต่เฮียแกดันลื่นซ้ำๆ ต่อเนื่องอย่างกับเต้นบีบอย ก่อนที่สุดท้ายจะเหวี่ยงพลั่วทิ้งด้วยฟีลแบบว่า ช่างแม่ม

ผมรู้ คนเราไม่ควรจะหัวเราะความผิดพลาดของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่คลิปนี้มันสุดจริง ความยาวคลิปก็แค่สิบวินาที แต่ฮาได้ฮาดี ฮาขี้แตกแหกไส้ ดูทีไรก็ไม่เบื่อ

คืนนี้ผมนอนไม่หลับ

จะดู Mr. Slip ก็ไม่มีมือถือ

เอางี้ละกัน ลุกขึ้นมาเต้นท่า  Mr. Slip แล้วแกล้งหัวเราะดังๆ จากนั้นก็นอนหลับปุ๋ยไปอย่างมีความสุข...ถุย! นอนมองเพดานเป็นชาติแล้วก็ยังไม่หลับ ลองหลายวิธีแล้ว สุดท้ายใช้วิธีบ้านๆ ละกัน นับลูกแมวกระโดดข้ามคลอง...ไม่เอา นับลูกแมวกระโดดข่วนหน้าพี่เห็ดดีกว่า แต่ก็นึกภาพยาก ใจผมคอยแต่จะนึกถึงพี่ทัช นึกเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของเขาในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่น้าเอ๊ดเผาบ้านเผาเมืองเมื่อตอนเย็นวันศุกร์

ไม่

ผมยังไม่พร้อมเจอเขาพรุ่งนี้ คราวนี้เป็นผมที่จะหลบหน้าบ้าง

ตามนั้นแหละ

โอเค นอน

ลูกแมวข้ามหัวพี่เห็ด ตัวที่หนึ่ง…

ลูกแมวข่วนหน้าพี่เห็ด ตัวที่สอง…

ลูกแมวซุกในอกพี่ทัช ตัวที่สาม…

ห่า!

ลูกแมวจกตาพี่เห็ด ตัวที่สี่…

ลูกแมวทำท่าบ้าๆ บอๆ อีกประมาณ...สองร้อยตัวได้มั้ง ใครเป็นคนคิดวิธีนี้วะ ยิ่งต้องมาคอยจำว่านับไปกี่ตัวนั่นแหละยิ่งจะทำให้ไม่หลับ จากที่เห็นแมวลอยแวบผ่านไปๆ นี่ คิดแบบเหมาๆ เลยละกันว่าประมาณห้าแสนกว่าตัว

ในที่สุดผมก็ผล็อยหลับไปจนได้ ซึ่งน่าจะด้วยความเหนื่อยมากกว่าวิธีนับแมว

มารู้ตัวอีกทีเพราะเสียงนาฬิกาปลุกตอนเช้า กริ๊งงง! ต้องใช้รุ่นโบราณแบบนี้แหละ ไม่งั้นไม่ตื่น ผมเอื้อมไปหยิบมากดปิด ขอนอนต่ออีกห้านาที...แล้วก็เลยเถิดปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง เลยต้องลนลานลุกมาอาบน้ำแต่งตัวและงดมื้อเช้าไปตามระเบียบ ผมเต้นท่าลื่นน็อนสต๊อปของ Mr. Slip เพื่อตุนพลังบวก แล้วค่อยพุ่งตัวออกจากบ้าน เพราะยังไงชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อ

แต่จะมามัวเดินทอดน่องทอดปลาอยู่ไม่ทันแน่นอน ผมตัดสินใจวิ่งไปวินตลาดเจ๊เนียม แล้วขอให้พี่อี๊ดแว้นไปส่งที่มหาลัยเหมือนวันนั้น ปรากฏว่าเข้าห้องเรียนภาคเช้าทันอย่างฉิวเฉียดพอดี

อาจารย์ก็เทศนาไปตามปกติ

แต่แปลกที่วันนี้ผมตั้งใจฟัง ไม่หลับเลยตลอดทั้งคาบ แถมยังจดเลกเชอร์เนื้อหาบางช่วงที่น่าจะเอาไปปรับใช้กับร้านดอกไม้ได้ด้วย

จนถึงเวลาพักเที่ยง ผมกับเดอะแก๊งก็เดินไปที่โรงอาหารคณะด้วยกัน

เป็นไง นะฑี ได้เรื่องยัง” เปิ้ลถาม

มึงจะเอาเรื่องไหน กูเรื่องเยอะ

มือถือดิวะ

ก็แจ้งความ ทำทุกอย่างตามที่เทพทั้งหลายในเน็ตบอกอะ แต่ไอ้พี่จ่าที่รับแจ้งความบอกว่ายังไงก็ตามยาก

ไม่ใช่จ่าหรอกมั้ง ต้องเป็นตำรวจยศนายร้อยขึ้นไปนะ ถึงจะรับแจ้งความและมีอำนาจสอบสวนได้” เจษฎาให้ข้อมูล

กูไม่รู้อะ ก็หน้าตาเหมือนจ่า

อย่าตัดสินคนที่หน้าตาสิครับ

ครับ เพื่อนเจษ” ผมยกมือไหว้ “กูขอโทษครับ

แล้วก็เสือกรับไหว้ด้วยนะ “ไม่เป็นไร ไหว้เราทำไม เดี๋ยวอายุสั้น

กูว่าป่านนี้มือถือมึงโดนแยกชิ้นส่วนไปขายมาเลย์แล้วมั้ง” เปิ้ลว่า

มือถือหรือมอไซค์วะนั่น

เอาเถอะ” เปิ้ลตบไหล่ผม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่พี่ทัชไปส่งบ้านเป็นไงมั่งอะ

ผมสะดุดเกือบหัวทิ่ม “ก็ดี

ดียังไง เล่าดิ๊

ก็...บันเทิงดี กินข้าว เล่นกับแมว ดูคนตบกันตลาดแตก” คิดไม่ทัน เลยพูดเลียบๆ เคียงๆ ความจริงไป แต่ก็ดี บางทีความจริงนั่นแหละที่ดูไม่น่าจริงที่สุด

มีคนตบกันด้วยเหรอ” เจษฎาถาม

เออ แถวบ้านกูแม่งเถื่อน ตบกันบ่อย

แล้ววันนี้ไม่แวบไปหาพี่เขาเหรอ” เปิ้ลถามอีก

ไม่อะ กูหิวจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย ตั้งแต่เช้ายังไม่มีปลวกตกถึงท้องสักตัว พวกมึงเดินเร็วๆ ดิ๊

 เราหาที่นั่งในโรงอาหารแล้วสั่งกะเพราไข่ดาวอย่างด่วน ผมบังคับพวกมันให้สั่งเหมือนกันจะได้ทำทีเดียวเร็วๆ ระหว่างที่รอก็ไปสอยลูกชิ้นปิ้งมาเยียวยากระเพาะก่อน

 “กูว่ามึงไม่ต้องแวบไปแล้วว่ะ” เปิ้ลพูดขึ้น “พี่แกมานั่นแล้ว

 ผมหันขวับไปมอง ลูกชิ้นที่เพิ่งถูกงับร่วงจากปากกลิ้งขลุกๆ ไปบนพื้น พี่ทัชกำลังเดินสบายๆ มาทางนี้ ไม่ใช่แค่โต๊ะเราที่มอง สายตานับสิบๆ คู่ของชนเผ่าชาวบริหารก็เหลือบไปมองด้วย

 “มากับกูหน่อย” พี่ทัชพูดเสียงเรียบทันทีที่มาถึง

 ผมรีบยกขวดน้ำกระดกจนเลอะปากและคาง “พี่มาทำไรที่นี่อะ

 “มาหามึงไง

เปิ้ลกับเจษฎาเหมือนจะหาจังหวะยกมือไหว้สวัสดีไม่ถูก ทั้งคู่เลยทำมือเหมือนจะเตรียมเซิ้งหมอลำ “หวัดดีครับ” พี่ทัชเป็นฝ่ายทักทายก่อน ทั้งคู่เลยได้จังหวะประกบมือไหว้สักที แต่พี่ทัชรับไหว้อย่างไม่ติดขัด “ขอยืมตัวนะฑีหน่อยนะ

 ไปไหน” ผมถาม ยังไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ

 มาเถอะ

 “พาไปฆ่าหมกป่าเหรอ

 “เดี๋ยวค่อยบอก

 “รู้ละ จะจับไปขังใส่กุญแจมือ แล้วก็ให้ใช้เลื่อยหั่นขาตัวเองใช่ปะ เหมือนในหนังอะ งั้นไม่ไปละ ผมกินข้าวอยู่นี่ดีกว่า

 พี่ทัชมองหน้าผม แวบนึงสายตาเขาแทบจะเหมือนคนโตๆ มองเด็กสองขวบ “ตามใจ” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็หันหลังเดินออกไปเลย

 ไม่รับมุกเลยวะ

 เอาไงล่ะทีนี้

 “กูควรตามไปใช่มะ” ผมถามลอยๆ

 “ถ้าโดนฆ่าหมกป่าก็มาเข้าฝันกูละกัน ว่าศพถูกทิ้งไว้ที่ไหน” เปิ้ลบอก

 “ถ้าถูกเลื่อยอวัยวะจนขาด ให้หาถุงใส่นะ” เจษฎาเสริม “แล้วก็เอาใส่ถังน้ำแข็งที่ผสมน้ำด้วย ไม่งั้นเนื้อจะตาย แล้วรีบไปโรงพยาบาล หมออาจช่วยต่ออวัยวะคืนได้

 “กูคงตายตั้งแต่หาถุงมาใส่มือหรือตีนที่ถูกตัดแล้วล่ะเจษ

 “ยังไงก็ต้องพยายามดูอะ แต่เราว่า ถ้าพี่เขาเป็นโรคจิตจริง อาจจะแค่ตัดนิ้วล่ะมั้ง

 “พวกมึงกินกันไปละกัน” ผมตัดสินใจตามพี่ทัชไป

 เปิ้ลร้องตามหลังเสียงดัง “แล้วใครจะจ่ายค่าข้าวมึงวะ เฮ้ย นี่ป้าทำจะเสร็จแล้ว

 “เอาไปคืนป้า

 “มึงจะบ้าเหรอ

 “ไม่งั้นก็เทให้หมามันกิน

 “กูถามว่าใครจะจ่ายเงินโว้ย ไอ้นะฑี…

 ใครจ่ายไม่รู้ละ ผมเดินพ้นโรงอาหารออกมาแล้ว มองซ้ายมองขวา ก็ยังไม่เห็นแผ่นหลังกว้างๆ ของคุณชาย ผมเลยตัดสินใจเดินย้อนรอยไปตามทิศอันเป็นที่ตั้งของตึกคณะจิตวิทยา แล้วก็พบเขาเดินอยู่ระหว่างทางตามคาด แต่นั่นคือกำลังทำอะไร เขาจะใช้มือแตะระพุ่มไม้ประดับตรงริมทางเดินเล่นไปด้วย ราวกับกำลังแปะมือทักทายพวกมัน

 ผมจับตามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปเดินประกบด้านข้าง พี่ทัชชักมือกลับมาปัดฝุ่นสองสามที

 “อารมณ์ศิลปินเหรอ

 เขามองหน้าผม “อะไร

 “แตะมือไฮไฟว์กับต้นไม้ใบหญ้าไรงี้

 “ไหนบอกจะกินข้าว” เขาเปลี่ยนเรื่อง

 “ก็พี่จะพาไปไหนล่ะ” ส่วนผมดึงกลับเข้าเรื่องสำคัญ

 เขาเงียบไปอึดใจ “กูพอจะรู้จักมัน

 “ใคร

 “คนที่มึงบอกเอามือถือไป ชื่อเป้ ตอนรับน้องปีหนึ่งมันกับเพื่อนชอบมีเรื่อง

 “ยังไง

 “ก็เรื่องต่อยตีน่ะ กูถึงไม่อยากให้มึงไปยุ่งกับคนแบบนั้น

 “ผมไม่กลัวหรอก ถ้าเจอตัวจะเตะให้แม่งริดสีดวงแตกเลย ตอนนั้นผมไม่อยากให้เปิ้ลกับเจษมาเดือดร้อนไปด้วยแค่นั้นแหละ

 “ไปมีเรื่องกับมัน เดี๋ยวมันก็ตามมารังควานไม่เลิก

 “ช่างแม่งดิ...แล้วนี่จะไปไหน

 “คณะวิทย์” พี่ทัชตอบเรียบๆ “ไปคุยกับมันหน่อย

 “เอ้า เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่ให้ยุ่ง

 “กูไม่อยากให้มึงไปยุ่งกับมันตอนกูไม่อยู่ด้วย

 ช็อก

 นี่อารมณ์ไหนวะ

 หรือว่าความจริงพี่แกเป็นคาราเต้สายดำ แค่คิดก็มันส์แล้ว อยากจะหยุดผูกเชือกรองเท้าให้แน่นกว่านี้จริงๆ เผื่อสถานการณ์ไม่ดีจะได้ใส่เกียร์หมาหนีได้ทัน

ไม่กี่นาทีต่อมาเราก็มาถึงตึกคณะวิทย์ ผมจำได้ มันบอกว่าถ้าอยากมีเรื่องก็มาที่หลังตึกได้ เราก็เดินอ้อมไปหลังตึก และก็เจอตัวจริงๆ ไอ้เป้กับเพื่อนอีกสามคนนั่งสุมหัวอยู่ที่ม้าหินอ่อน

พี่ทัชหยุดยืนกระทันหัน ท่าทางสงบอย่างกับจะเดินเข้าวัด ส่วนผมนี่ยืนไม่ติดจนต้องเขย่าขาดิ๊กๆ

เอาไงต่อ” ผมถาม

พี่ทัชไม่ตอบ แต่มือที่กำรวบเป็นกำปั้นหลวมๆ อยู่ข้างตัวนี่ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดพอแล้ว

หาหินหรือไม้ก่อนมั้ย อย่างน้อยก็ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น…” แต่พี่แกหาได้ฟังไม่ เดินกำมือดุ่ยๆ เข้าไปแล้ว

ชิบ!

จะมัวมาโอ้เอ้อยู่ตรงนี้คนเดียวก็เสียวสันหลังโว้ย ลุยเป็นลุยวะ

ผมก้าวตามพี่ทัชไปติดๆ ก่อนจะหยุดอยู่ห่างจากพวกนั้นประมาณ...สี่ห้าก้าวได้ ส่วนพี่ทัช เข้าไปประชิดตัวไอ้เป้และจับแขนมันทันที

หมับ!

เอาแล้วๆ

เอ้า! นั่น มือที่จับแขนไอ้เป้มีพลาสเตอร์ไม่ครบทุกนิ้วด้วย

นิ้วกลางเขาเปลือยโล่งเลย

กล้ามเนื้อผมตื่นตัวเต็มที่ ระบบประสาททำงานเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะหู จากเดิมที่หูตื้อๆ ตันๆ ฟังอาจารย์สอนไม่ค่อยได้ยิน ตอนนี้กลายเป็นหูทิพย์ขึ้นมาเฉย

กูมีคำถาม” พี่ทัชพูด

อะ…” ไอ้เป้ถึงกับอึกอัก มันยืดตัวตรง มองหน้าพี่ทัชแบบมึนๆ เพื่อนอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วยมองหน้ากันเหมือนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนเย็นวันศุกร์ มึงเอามือถือที่คนลืมไว้ในห้องน้ำไปใช่มั้ย

ชะ...ใช่

ได้เปิดดูอะไรในเครื่องมั้ย

ไม่ มันล็อก” ไอ้เป้เหงื่อแตกพลั่ก หันมองเลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธ มันพยายามจะแกะมือพี่ทัชออก แต่เขาจับแขนมันไว้แน่นกว่าเดิม หรือมองเผินๆ อาจจะเหมือนว่ามันไม่กล้าแกะออกแรงๆ ก็ได้ ทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับอึ้ง ไม่ว่าตอนปีหนึ่งมันจะเคยก่อวีรกรรมอะไรก็ตาม ตอนนี้มันดูแตกตื่นโคตรๆ

แล้วตอนนี้มือถืออยู่ไหน

ขายแล้ว

ที่ไหน

มาบุญครอง

ชื่อร้านอะไร

กะ...กูจำไม่ได้ มึง...ทำอะไรกูวะ

พี่ทัชปล่อยมือกึ่งผลัก ทำให้มันทรุดลงนั่งอย่างมึนงง ถ้าไม่ได้เพื่อนจับไหล่ไว้อาจจะหงายหลังร่วงจากม้านั่งก็ได้ “พวกมึงคบกับโจรก็ระวังตัวไว้หน่อยละกัน” เขาพูดเรียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกมา สีหน้าสุขุมเยือกเย็นเหมือนนักฆ่าที่เพิ่งเดินออกจากรังโจรหลังสังหารพวกมันเรียงตัว

พี่…

อย่าเพิ่งพูด” เขาบอกผม “เดินไป แล้วอย่าหันไปมองพวกมัน

ผมหันไปมองพวกมัน แล้วค่อยเร่งฝีเท้าตามพี่ทัชไป พอก้าวตามจนทันผมรู้สึกว่าพี่ทัชก้าวเนิบๆ เกินไป ซึ่งไอ้พวกนั้นอาจตั้งสติได้และวิ่งตามมาพร้อมกับก้อนหิน มีดพก หรือปืนปากกาไทยประดิษฐ์ก็ได้

แล้วจะเดินทำไมวะ วิ่งดิ วิ่ง!

อาจเป็นสัญชาตญาณหรือความผูกพันระยะสั้น ที่ทำให้ผมสับขาเลี้ยวเข้ามาที่ป่าดงดิบหลังตึกคณะจิตวิทยา ระยะทางไม่ไกล แต่ตื่นเต้นจนหอบแฮ่กๆ เชือกรองเท้าหลุดลุ่ยจนต้องผูกใหม่

ผ่านไปประมาณห้านาที

พี่ทัชยังไม่โผล่มา

แม่ง พี่แกโดนเล่นแล้วรึเปล่าวะ จะแชตหรือโทรถาม มือถือก็ไม่มีอีก

ผมผุดลุกผุดนั่งอยู่สักพัก จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเดินกลับไปกลับมา อย่างกับคุณพ่อมือใหม่รอฟังข่าวหน้าห้องคลอด แต่ขืนมัวก้มๆ เงยๆ เหมือนหาเห็ดอยู่ในป่าแบบนี้คงไม่ได้ข่าวอะไร สุดท้ายเลยตัดสินใจสวมหัวใจหมาดำเดินย้อนกลับทางเดิม

เอ้า พี่...

พี่ทัชเดินเข้ามาสบายๆ หน้ายังใสกิ๊ก เนื้อตัวไม่มีร่องรอยขีดข่วนใดๆ ในมือถือขวดน้ำเปล่า “ไปซื้อน้ำกิน พูดมาก คอแห้ง

ผมนึกว่าพี่สลบคาตีนไปแล้ว ปล่อยให้ผมรองี้ได้ไง

กูนึกว่ามึงกลับคณะไปแล้ว

ผมจะทิ้งพี่ได้ไง

มึงวิ่ง

พี่เดินช้าไง ผมเลยวิ่งมาตั้งหลักก่อน จะได้หาอาวุธด้วย นี่กำลังจะกลับไปช่วยอยู่แล้ว

อ้อ งั้นไม่ต้องแล้ว

พี่ทัชกระตุกยิ้ม นั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน

ผมนั่งตาม “แล้วพวกมันเป็นไงมั่งอะ

ก็ไม่เป็นไง

หน้ามันอย่างกับจะฉี่ราดเลยนะ

เวอร์ไป

พี่ทำแบบนั้นได้ปะ แบบว่า อัดพลังเข้าไปหนักๆ ล่อให้แม่งฉี่แตกไรงี้ หรือให้ขี้ไหลเลยยิ่งดี” ผมพูดพร้อมกับชกลมแรงๆ เป็นจังหวะที่พี่ทัชเปิดขวดน้ำจะยกดื่มพอดี “กินมั่งดิ” พอผมบอกอย่างนั้น เขาก็ยกดื่มโดยไม่ให้ขวดโดนปากแล้วส่งให้ผม ผมรับขวดมายกซดแบบโดนปากเต็มๆ ซัดไปเกินครึ่งขวด

ไม่คิดว่ากูจะกินต่อเลยเหรอ

อ่าว ก็ไม่บอกก่อนอะ ต่อๆ ทำไมไม่ล่อให้พวกมันขี้แตกล่ะ

ปฏิกิริยาแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างมากก็ทำให้ตกใจในช่วงแรกๆ แค่นั้นแหละ หรือบางคนอาจจะแทบไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้

วันแรกที่พี่แตะตัวผม ผมปวดขี้นะ

มึงปวดอยู่แล้วรึเปล่า

ก็จริง

ดีแล้วล่ะที่มันไม่มีอาการอะไรมาก ถ้ามันขายหน้าต่อหน้าเพื่อน เดี๋ยวจะตามมาวุ่นวายกับเราไม่เลิก

กลัวซะที่ไหน

กูกลัว

ฮะแต่หน้าพี่โคตรไม่กลัวเลยนะ เก็บอาการเหรอ

กูกลัวว่าวันหลังมันจะตามมากระทืบมึง จนมึงนี่แหละที่เป็นฝ่ายขี้แตกซะเอง

“...”

ได้ยินได้ฟังดังนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออก อยากจะถามว่า นี่พี่เป็นห่วงผมจริงๆ ดิ แต่ก็ไม่กล้า

เก็ต” ผมยกขวดน้ำขึ้นจิบอีก “ว่าแต่ ผมถามจริงๆ นะ คือมันคาใจไม่หายสักที พี่ทำได้ไงวะ นิ้วพี่มีอะไรวิเศษนักหนา

พี่ทัชนิ่งไป เขามองฝ่ามือตัวเองคล้ายกับนึกหาคำพูดเพื่ออธิบาย “กูไม่ได้ทำอะไร

เอ้า อุตส่าห์ตั้งใจฟัง หาไม่ได้ง่ายๆ นะเฮ้ยที่คนอย่างนะฑีจะตั้งใจฟังอะ แล้วตอบมาแค่เนี้ยขยายความหน่อยดิ

มันติดตัวมาแต่เกิด กูไม่ได้ทำอะไร แล้วก็ทำอะไรกับมันไม่ได้ด้วย มันก็แค่...เวลาปลายนิ้วกูแตะตัวใครคนนั้นจะพูดความจริง กูไม่รู้ด้วยว่าคนที่ถูกแตะตัวรู้สึกยังไง

ตอนพี่จับมือผม ถ้าไม่นับเรื่องปวดขี้ ผมก็รู้สึกหวิวๆ นะ” พูดแค่นี้เดี๋ยวพี่แกเข้าใจผิดว่าหวิวแบบไหน เลยเสริมไปอีก “คันๆ อะ เหมือนมดไต่

อืม

นั่นแหละ แล้วก็อยากพูดความจริงในหัวออกมา ยิ่งตอนถูกถามยิ่งแบบ...ไม่รู้ดิ ต้องพูดอะ ฝืนไม่ได้เลย

ยิ่งฝืน ยิ่งไม่โอเค

ใช่ๆ พอได้พูดออกมาค่อยโล่งขึ้นหน่อย” ตอนนี้ทั้งสิบนิ้วของมีพลาสเตอร์พันไว้เรียบร้อย เห็นแล้วก็นึกสงสัยต่อ “เคยมีคนที่ใช้ไม่ได้ผลมั้ย จับตัวแล้วยังโกหกได้อะ

ไม่เคย” พี่ทัชตอบ “อาจจะมีคนแบบนั้นอยู่ก็ได้ กูไม่ได้แตะตัวใครพร่ำเพรื่อขนาดนั้น

งั้นเท่าที่ผ่านมา มีคนทนได้นานสุดแค่ไหน กว่าจะพูด

ไม่เกินสิบวิ

เจ๋งว่ะ พี่แม่งปีศาจชัดๆ

“...” พี่ทัชไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ สายตานิ่งๆ มองหน้าผมอยู่ สายตาที่โคตรจะอ่านยาก ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร รู้แต่ว่าเห็นแล้วรู้สึกคอแห้งแปลกๆ

ไอ้เป้มันคงฝืนสุดๆ” ผมพูดต่อ “มันถึงได้หน้าซีดเหงื่อแตกขนาดนั้น

คงเพราะตกใจด้วย

สมมตินะสมมติ ถ้าเจอพวกใจหินๆ อย่างสายลับอะ CIA ไรงี้ ถ้าพี่แตะตัวแล้วคนพวกนี้ฝืนที่จะไม่บอกความจริงอะไรเลย ทนไปเรื่อยๆ จะเป็นไง

กูไม่รู้

แบบ จะถึงตายเลยปะ หัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองแตกไรงี้

กูคงโดนฆ่าตายก่อนมากกว่า

ฮ่าๆ” ผมหลุดหัวเราะ “ทีแรกผมนึกว่าพี่จะเข้าไปอัดไอ้เป้มันนะ ไม่นึกว่าจะใช้พลังเอ็กซ์เมน...” พอพูดปุ๊บตะหงิดๆ เอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เหมาะที่จะใช้คำนี้มั้ย แต่สีหน้าเขาก็ยังเรียบๆ ตามปกติ “...ก็นั่นแหละ ไม่คิดว่าพี่จะทำแบบนั้น

มึงจะได้หายคาใจ

พี่แกะพลาสเตอร์ออกตอนไหนอะ

ตอนที่มึงไม่เห็น

ผ่าม!

ก็ถูกของเขา

แล้วไม่กลัวมันแฉเรื่องพลังของพี่เหรอ

ไม่มีใครเชื่อหรอก

อาจจะมีก็ได้

ก็คุ้มที่จะเสี่ยง

“...” ทำไมคอแห้งวะ จิบน้ำอีกดิ๊ “คุ้มยังไง

ดีกว่าปล่อยให้มึงสงสัย แล้วคอยไปหาเรื่องมัน

แต่มันก็เอาไปจริงๆ อะ รู้งี้แล้ว เราจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลเหรอ เราต้องผดุงความยุติธรรมดิ พี่จะเป็นฮีโร่หรือเป็นปีศาจอะ นี่ถ้าเอาชีวิตพี่ไปสร้างเป็นหนัง ช็อตนี้คือถึงเวลาต้องเลือกแล้วนะ

มึงนี่มันจริงๆ เลยว่ะ

อะแน่นอน ผมคนจริงอยู่แล้ว

ปล่อยมันไปเถอะ เลิกยุ่ง

แต่…

เอาของกูไปใช้ก่อน” พี่ทัชหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าวางบนโต๊ะ มันคือไอโฟนรุ่นเดียวกับของผมเป๊ะ “เครื่องเก่ากู สภาพยังโอเคอยู่

ให้เลยเหรอ” ผมทำตาโต

เข้าใจคำว่าเอาไปใช้ก่อนมั้ย

ผมหยิบขึ้นมาพลิกดู เครื่องปิดอยู่ ดูจากภายนอกคือสภาพใหม่กว่าเครื่องผมที่โดนไอ้เป้สอยไปอีก “มีรูปโป๊เปล่า แน่ใจนะว่าพี่ลบออกหมดแล้ว คลิปหวิวๆ ที่พี่ถ่ายตัวเองอะ

ไม่ได้ลบ

จริงดิ

เพราะมันไม่มี

น่าเสียดาย” เผลอพูดอะไรที่จะทำให้เขาเข้าใจผิดอีกละ ต้องเสริมๆ “ถ้ายังไม่ลบ ผมจะได้เอาไว้แบล็กเมล์พี่ แต่เอาจริงๆ ผมเกรงใจนะ อยากหาเงินซื้อด้วยตัวเองมากกว่า

งั้นก็ไปทำงานหารายได้เสริม

ที่ไหนอะ เคเอฟซี สตาร์บัคไรงี้เหรอ

ก็แล้วแต่

แค่เรียนอย่างเดียวก็จะตายแล้ว วิชาปีสองโคตรโหด

รอขึ้นปีสี่ก่อนเถอะ แล้วจะรู้

ปีสี่ยังโหดอีกเหรอ เห็นพี่โคตรชิลล์ วันๆ นั่งเล่นกับยุงงี้ อ่านกลอนงี้

หึ” พี่ทัชหัวเราะในคอ และไม่ขยายความอะไร แต่แค่หึคำเดียวก็เหมือนจะครอบคลุมความโหดร้ายทั้งปวงของการเรียนปีสี่ไว้แล้ว เปลี่ยนเรื่องดีกว่า

ใช้พลังพี่ไปหาเงินกัน เอามะ จิ๊กบัตรเอทีเอ็มคนแล้วเค้นถามรหัสก็ไม่เลวนะความคิดนี้ ง่ายเลย

เมื่อกี้มึงบอก ผดุงความยุติธรรมอะไร

เราก็เลือกจิ๊กแต่คนเลวๆ ดิ เหมือนโรบินฮู้ดอะ แบบ...

สรุปตามนั้นละกัน” โม้ยังไม่จบก็ถูกตัดบทซะก่อน “เอาเครื่องนี้ไปใช้ก่อน แล้วก็อย่าไปยุ่งกับไอ้เป้อีก

ก็คือให้เลยมั้ย

พี่ทัชขำ “ถ้าชอบก็เอา

ผมก้มมองโอโฟนในมืออีกครั้งพลางชั่งใจ “ไม่เอาอะ ของเก่า ขอแค่ยืมใช้ละกัน” แล้วก็ยกมือไหว้ท่วมหัว “ขอบคุณที่เมตตาครับ แต่ไอ้เป้นี่ ถ้าผมเจอมันเดินเดี่ยวๆ ที่ไหน ก็ไม่แน่อะ แล้วแต่ว่าตอนนั้นของจะขึ้นเบอร์ไหน

 พี่ทัชถอนหายใจ “บ่ายมีเรียนรึเปล่า

 “มีดิ วันจันทร์งี้ จะเหลือเหรอ

 “งั้นก็ไปเรียน

 “พูดแล้วนึกได้ วันนี้ตื่นสายเลยไม่ได้กินข้าวเช้า ข้าวเที่ยงกำลังจะกินพี่ก็ลากผมมาก่อน ความผิดพี่อะ

 “แซนด์วิชมั้ย

 “ไม่อิ่ม ราดหน้าดีกว่า

 “แซนด์วิชสองอัน

 “ไม่อร่อย

 “มึงไปเรียนไม่ทันไง” พี่ทัชควักมือถือมาดูหน้าจอ

 “โดดได้ มีเจษฎาเลกเชอร์ให้อยู่ คนนี้เชื่อมือได้ จดเร็วระดับโลก

 “ไปเรียนซะ กูก็มีงานที่ต้องทำ

 “โอ๊ย หิว” ผมนั่งโงนเงน “จะเป็นลม ช่วยด้วย

 “นะฑี

 ผมก้มหน้าลง แล้วเริ่มร้องเพลง “โหยหา ความรักความเมตตา หิวความ ศรัทธาความมั่นใจ ไขว่คว้า ความสุขความสดใส ขอเพียง มีใครเอื้ออาทร...~”

 พี่ทัชถอนหายใจยืดยาว ยาวสุดๆ กว่าทุกครั้งที่เคยเห็น จากนั้นก็ลุกขึ้นหันหลังอย่างไม่ไยดี “ไป

 “เรียนไม่ไหว หิว

 “ราดหน้าก็ราดหน้า

 “เยส!

 

 





_____________________________

     ขอโทษจากใจที่มาอัพช้านะคะ

     พอดีช่วงที่ผ่านมามีโปรเจ็กต์ของสนพ.ให้ลุยกะทันหันค่า ต้องปิดต้นฉบับงานหนังสือตุลาน่ะค่ะ

     เดดไลน์ดุมากๆ เลย 1 เดือนกับ 1 อาทิตย์ค่ะ (ฮือออ) เลยมัวแต่ก้มหน้าก้มตาปั่น แต่ตอนนี้เพิ่งเคลียร์จบไป หายใจหายคอได้แล้วค่ะ ^ ^

     กลับมาอัพได้แล้ว

     ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #801 ใบใยใยใบ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 10:41

    อร๊ายยยย หุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะคุณพี่😍 อ่านไปยิ้มไป น้องๆดีมากกกก ดีดดิ้นๆ บทสนทนาแต่ละอันกร๊าวใจเจ๊มากกกกก💕

    ชอบทุกตัวละครเลยจ้าแม่ น้องพูดมากแต่ฮาสุดตูดดด พี่พูดน้อยก็ฮาไม่บันยะบันยัง

    เลิศค่ะ ชอบสุด

    #801
    0
  2. #771 ponnyyyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 08:52
    อยากมีพี่ทัชเป็นของตัวเองอ่ะ
    #771
    0
  3. #640 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 11:56
    พี่ทัชก็ตามใจน้องตลอดอะ ไม่เคยจะสู้ได้
    #640
    0
  4. #593 realtoey (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 17:56
    อยากพูดคำว่าน่ารักๆๆๆๆ สัก 100 รอบ
    #593
    0
  5. #576 creates (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 11:23
    เป็นน่ารักอะไรขนาดนี้
    #576
    0
  6. #512 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 13:52
    ตามใจฑีตลอดดด
    #512
    0
  7. #409 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:22
    เป็นห่วงน้องเก่งงง ตามใจน้องเก่งงงง
    #409
    0
  8. #372 nutcha3332 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:52
    พี่พูดเยอะขึ้นอ่าาา เขินๆๆๆ
    #372
    0
  9. #231 YT CH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 17:44
    ตามใจน้องเก่งมากกกก
    #231
    0
  10. #185 Mistyblack (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 07:44
    คืออออออ น้องง พี่ ที่ร๊ากกก
    #185
    0
  11. #126 amatap (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 22:39
    พี่ทัชชช ใจดีมาก เอามือถือมาให้น้องใช้ น้องอ้อนขอกินราดหน้าก็ตามใจจ
    แล้วน้องคนไหนบอกว่าไม่อยากเจอพี่แล้ว ใช่นะฑีมั้ยเนี่ย5555555 ดีใจที่เห็นน้องร่าเริง แล้วก็ไม่ได้หลบหน้าพี่ทัชไปจริงๆ แอบสงสัยปนเป็นห่วงนิดๆว่าน้องคิดมากอยู่แต่ไม่ยอมแสดงออกรึเปล่า ฮือ ฝากพี่ทัชดูน้องหน่อยย
    #126
    0
  12. #88 Don't forget me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:51

    ได้ทั้งมือถือ ทั้งราดหน้า ตามใจกว่านี้ก็เมียละน้องเอ้ย

    #88
    0
  13. #87 bambocamuji (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:02
    งืออ เหมือนพี่ทัชจะชอบน้องเลย น้องอ้อนนิดเดียวก็ยอมน้องแล้ว
    #87
    0
  14. #86 s214 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:26
    แง ขอบคุณที่มาอัพนะคะ ❤️
    #86
    0
  15. #84 จิ๊กซอว์ไม้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 21:49
    ราดหน้าก็ราดหน้าเนอะ5555555 ไม่เคยต้านลูกอ้อนน้องได้เลยพี่ทัชชชชชชช
    #84
    0
  16. #83 Kristiana Z-Kae (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 21:44
    5555 แล้วพี่ทัชจะต้านทานลูกอ้อนงอแงของน้องนะฑีได้ไง๊ล่ะ ><
    #83
    2
    • #83-1 poonnpyw(จากตอนที่ 11)
      27 กรกฎาคม 2562 / 21:47
      แงงคนพี่ใจดีกับน้องอีกเเล้ววว(หรอ)55555555
      #83-1