โลกเวทมนตร์ของคาออส (ตีพิมพ์กับสนพ. อาเธน่า)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ราชันอสูรสิงโตนรก (ฉบับตีพิมพ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


ตำราเล่มที่ 7

 

ราชันอสูรสิงโตนรก

 

จริงเหรอท่านน้า!!”

เมื่อได้ยินที่สตีเว่นบอก คาออสก็เริ่มมีความหวังอีกครั้ง

แต่เจ้าตัวนี้มันค่อนข้างจะดุร้ายสุดๆ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครทำพันธสัญญากับมันได้เลยสักคน แถมระดับชั้นของมันยังอยู่ถึงระดับทองคำขาวอีกต่างหาก ยังไงก็ระวังไว้ให้มากๆ ล่ะคาออส แม้มันจะถูกขังอยู่แต่ตัวมันก็ยังคงอันตรายใช่เล่นเลยล่ะ

แววกังวลปรากฏบนใบหน้าสตีเว่น เขายังเล่าอีกว่าผู้ที่ผนึกอสูรตนนี้และนำมันมาคุมขังยังที่แห่งนี้ก็คือไคริว พ่อของคาออสนั่นเอง ความแข็งแกร่งของพ่อคาออสนั้นเกินกว่าที่คาออสจินตนาการไว้มากนัก ก็อสูรตนนี้ระดับชั้นทองคำขาวเชียวนะ!!

ขอข้าลองดูหน่อยเถอะ น้าสตีเว่น ถ้าข้าไม่ไหวจริงๆ จะถอยออกมาทันที

คาออสยืนยันอย่างหนักแน่น แม้มันค่อนข้างจะเสี่ยง แต่ตัวเขาตอนนี้ไม่เหลือทางเลือกมากแล้ว เมื่อเห็นโอกาสแม้เพียงเล็กน้อยเขาก็ต้องไขว่คว้ามันเอาไว้ เขายังไม่ทันได้เริ่มแผนการที่วางเอาไว้เลย การจะให้ถอยไปง่ายๆ เอาตอนนี้ แน่นอนเลยว่าเขาจะไม่มีทางทำมันอย่างเด็ดขาด

อืม...งั้นเจ้าจำไว้ให้ดีแล้วกัน ถ้าหากมันพยายามจะกลืนกินจิตใจของเจ้าเมื่อใด เจ้าต้องรีบตัดการเชื่อมต่อกับมันในทันที มิเช่นนั้นข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สตีเว่นกล่าวอย่างเป็นห่วงเป็นใย ไม่อยากให้ชายหนุ่มที่เขาเห็นตั้งแต่ยังเล็กต้องมาทิ้งชีวิตของตนในที่แห่งนี้

ระหว่างที่ทำพันธสัญญาถ้าเกิดความผิดพลาดแล้วผู้ทำพันธสัญญาถูกอสูรกัดกินจิตใจจนหมด ก็เท่ากับผู้ทำพันธสัญญาคนนั้นได้ตายไปแล้ว ถึงแม้ร่างจะยังอยู่ แต่จิตใจได้ถูกอสูรยึดครองเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีใดที่จะแก้ไขได้นอกจากสังหารผู้ทำพันธสัญญาเพียงวิธีเดียวเท่านั้น

ป๊อกกกกก!!

สตีเว่นร่ายคาถาบางอย่างพร้อมนำคทาของตนไปเคาะบริเวณผนังด้านหนึ่งของร้าน

ติ๊กกก...ติ๊กกก...ติ๊กกก...

แทบจะทันทีที่เขาเคาะลงไป ผนังด้านนั้นก็มีเสียงกลไกบางอย่าง ไม่กี่วินาทีผนังบริเวณนั้นก็หายไป ปรากฎเป็นทางเดินเล็กๆ สายหนึ่งพุ่งตรงเข้าไปภายในผนัง

เอาล่ะ ไปกันเถอะคาออส!” สตีเว่นหันหน้ามากล่าวพร้อมเดินเข้าไปยังทางเดินลับนั่นทันที

ได้เลย ท่านน้า คาออสตอบสั้นๆ พลางเดินตามสตีเว่นไปติดๆ

โฮกกกกกกก!!

ทันทีที่เข้ามาก็ได้ยินเสียงอสูรคำรามอย่างบ้าคลั่ง เห็นได้ชัดเลยว่ามันมีความดุร้ายอย่างมาก เพราะอสูรที่อยู่ในที่แห่งนี้จะสงบเสงี่ยมและไม่แสดงท่าทีก้าวร้าวออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะเวทของสตีเว่นที่ได้ร่ายควบคุมพวกมันเอาไว้นั่นเอง

เมื่อเดินไปสักพักสตีเว่นก็หยุดฝีเท้าลง หันมาทางคาออส

คาออส ต่อจากนี้เจ้าต้องเข้าไปตามลำพังแล้ว ข้าคงมาส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้ แล้วก็...เจ้าจงระวังตัวด้วยสตีเว่นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวลอย่างมาก

ทราบแล้วท่านน้า ถ้าเห็นว่ามีอันตราย ข้าจะรีบออกมาทันทีเลย

คาออสกล่าวเสียงหนักแน่น จากนั้นก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เพียงลำพัง

หวังว่าเด็กคนนั้นจะไม่เป็นอะไรนะ

สตีเว่นพึมพำกับตนเองเบาๆ โอกาสที่อสูรระดับชั้นทองคำขาวจะยอมทำพันธสัญญากับชายหนุ่มนั้นน้อยซะยิ่งกว่าน้อยหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่พอนึกถึงคำพูดของไคริวที่ว่า ถ้าหากคาออสมาหาอสูรที่นี่ก็ให้พามายังที่แห่งนี้ และปล่อยเขาเผชิญหน้ากับอสูรนั่นตามลำพัง สตีเว่นก็ได้แต่ทำตาม

ท่านไคริว ท่านกำลังคิดอะไรของท่านอยู่กันแน่?”

สตีเว่นมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย กล่าวกับตนเองในใจว่าจะไม่ให้คาออสเป็นอะไรไปอย่างเด็ดขาด ถ้าหากเขาเห็นท่าไม่ดีเมื่อไหร่จะรีบเข้าไปช่วยเหลือชายหนุ่มในทันที

 

โฮกกกกก!!

ทางด้านคาออส ยิ่งเขาเดินเข้ามาเรื่อยๆ เสียงนั่นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที จนในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับมัน

อสูรตนนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับอสูรชั้นทองพันธุ์หนึ่งที่เขาเคยอ่านเจอ นั่นก็คือสิงโตนรก มันมีลักษณะเหมือนสิงโตทุกอย่าง แต่ที่ต่างออกไปคือมีไฟห้อมล้อมแทบทั้งตัว ดวงตาเป็นสีแดงเจิดจ้าราวกับจะเผาไหม้ผู้ที่พบเห็นมัน และจุดสังเกตอีกจุดก็คือแผงคอที่กำลังลุกโชนราวกับกองไฟกองใหญ่ สิงโตนรกปกติจะใหญ่กว่ามนุษย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เจ้าอสูรสิงโตนรกเบื้องหน้าของคาออสตนนี้กลับมีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์ราวๆ สามถึงสี่เท่าเลยทีเดียว ถ้าพบกันในเวลาและสถานการณ์อื่นมันก็คงจะสังหารคาออสได้โดยง่ายเป็นแน่ แต่ตอนนี้มันถูกพันธนาการเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้คาออสรู้สึกปลอดภัยอยู่ไม่น้อย

เอ่อ...ตัวข้ามีนามว่าคาออส ในวันนี้ข้าจะมาทำพันธสัญญากับเจ้า

คาออสกล่าวกับเจ้าสิงโตนรกเบื้องหน้า พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองดูเข้มแข็งเมื่ออยู่ต่อหน้ามันทั้งที่ลึกๆ ในใจของเขารู้สึกหวาดระแวงมันอย่างบอกไม่ถูก

โฮกกกกก!!

เจ้าสิงโตนรกคำรามเสียงดังลั่นพลางมองคาออสด้วยสายที่แสนเย็นชาอย่างที่สุด สำหรับมัน คาออสไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ไม่มีค่าพอให้มันชำเลืองมองเลยด้วยซ้ำ

ทันใดนั้นคาออสก็เหลือบมองไปที่ข้อมือของตน แม้ตอนนี้จะส่องแสงสีแดงจ้าออกมา แต่ในแสงสีแดงนั้นก็ยังมีแสงสีเขียวเสี้ยวเล็กๆ ซ่อนอยู่ ในที่สุดเขาก็พบแสงสีเขียวซึ่งเป็นร่องรอยว่าเขาพอที่จะทำพันธสัญญากับอสูรชั้นทองคำขาวตนนี้ได้แล้ว

กลัวอะไรล่ะคาออส!! มาถึงขั้นนี้แล้ว!! คาออสกล่าวกับตนเอง

ด้วยกฎแห่งพันธสัญญาโบราณ ข้าคาออส ขอเชื่อมต่อจิตใจข้ากับเจ้า อสูรเบื้องหน้าของข้า เพื่อทำพันธสัญญาซึ่งกันและกัน!!”

โฮกกกกก!!

เจ้าอสูรสิงโตนรกคำรามออกมาอีกครั้ง มันมองคาออสด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามอย่างที่สุด มนุษย์ผู้นี้ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย เอาเถอะ...ตัวมันจะเล่นด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน มันคิดเช่นนั้น

พลันที่คาออสกล่าวจบและสิงโตนรกยอมรับการเชื่อมต่อจิตใจกับเขา สติของคาออสก็ดับวูบลงไปทันที

 

นี่ที่ไหน!! เมื่อครู่ข้ากำลังเริ่มทำพันธสัญญาอยู่มิใช่หรือไงกัน!!” เมื่อคาออสลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าตอนนี้ร่างกายของเขากำลังล่องลอยอยู่ราวกับร่างที่ไร้น้ำหนัก พอมองไปยังบริเวณรอบๆ ก็พบแต่กับผนังที่มีสีทอง

ฮ่าๆๆๆ เจ้ามนุษย์เอ๋ย ช่างรนหาที่ตายซะจริง เสียงลึกลับเสียงหนึ่งดังขึ้น

ใคร?” คาออสถามขึ้นด้วยความสงสัย ทันใดนั้นเอง ร่างของสิงโตนรกตัวใหญ่ยักษ์ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

ข้าล่ะสงสัยจริงๆ เจ้ามนุษย์ ทั้งที่ตัวเจ้าไม่มีพลังเวทใดๆ เลยแท้ๆ แต่กลับเชื่อมต่อจิตใจกับข้าได้ แต่ก็เอาเถอะ อีกเดี๋ยวเจ้าก็คงตายแล้วสิงโตนรกกล่าวคำพูดที่เย็นยะเยือก ฟังแล้วน่าขนลุกอย่างมาก

เจ้าจะทำอะไรข้า คาออสพยายามควบคุมจิตใจของตน และตัดการเชื่อมต่อกับมันในทันที บ้าเอ๊ยยยย!! เจ้านี่มันแข็งแกร่งเกินไป!!”

คาออสตัดการเชื่อมต่อกับมันไม่สำเร็จ จิตใจของเขาถูกมันกัดกินอย่างช้าๆ

ฮ่าๆๆๆ ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่ช้าจิตใจของเจ้าก็จะกลายเป็นอาหารของข้า แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะไม่ยึดร่างของเจ้าหรอก...เพราะมันอ่อนแอเกินไป

สิงโตนรกหัวเราะอย่างเย็นชา จิตใจของคาออสก็เป็นได้แค่อาหารว่างของมันเท่านั้น ที่มันไม่ยึดร่างของคาออสก็เพราะร่างที่ไร้ซึ่งพลังเวทนั้นล้วนไม่มีประโยชน์อันใดต่อมัน

อ๊าก!!”

 

คาออสที่นอนหมดสติอยู่พลันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

คาออส!! แย่ล่ะ!!”

เมื่อได้ยินเสียงร้องดังออกมา สตีเว่นที่ยืนคุมเชิงอยู่นั้นก็พุ่งตัวเข้าไปยังทางเดินลับทันที

ปังงงงงงง!!

แต่แล้วร่างของสตีเว่นกลับปะทะเข้ากับกำแพงพลังเวทที่แสนแข็งแกร่ง ระหว่างการทำพันธสัญญา พื้นที่รอบบริเวณนั้นไม่ใช่ที่ที่คนนอกจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้ แถมอสูรตนที่อยู่ในระหว่างการทำพันธสัญญายังเป็นอสูรชั้นทองคำขาวอีกต่างหาก

กำแพงพลังเวท!! แล้วข้าจะทำเช่นไรดี!!”

สตีเว่นค่อยๆ ทรุดกายลงช้าๆ เขารู้ดีว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้ว อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคาออสคงจะโดนกัดกินจิตใจอย่างสมบูรณ์ เขาในตอนนี้ไม่มีหนทางจะช่วยเหลือคาออสได้เลย ปกติแล้วการกัดกินจิตใจในกรณีที่ทำพันธสัญญพลาดจะใช้เวลาสักพักและเริ่มช้ากว่านี้หลายนาที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น การกัดกินจิตใจเริ่มในทันทีที่มีการทำพันธสัญญา ซึ่งแน่นอนว่าสตีเว่นย่อมไม่มีเวลาเข้าช่วยเหลือได้ทัน

 

ภายในจิตใจของคาออส...

ใกล้แล้วๆ อาหารว่างของข้า ฮ่าๆๆๆ

คาออสสิ้นแรงจะขัดขืนมัน ในตอนนี้แม้แต่ขยับกายเขาก็ยังไม่สามารถ ทำได้เพียงมองเจ้าอสูรสิงโตนรกกำลังกัดกินจิตใจของเขาอย่างสนุกสนาน

ท่านพ่อ...ท่านแม่...ข้าขอโทษ ตัวข้ามันช่างไร้พรสวรรค์ยิ่งนัก ชาตินี้ข้าคงไม่มีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณของพวกท่านและทำให้พวกท่านภาคภูมิใจเสียแล้ว

พี่ซานเดรีย พี่คงไม่ต้องมาเป็นห่วงน้องชายแสนไม่เอาไหนเช่นข้าอีกแล้ว

มิร่า พี่ชายคนนี้คิดถึงเจ้าจริงๆ

อา...แล้วก็รัคน่ากับรัคเน่ ข้าขอให้พวกเจ้าเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่เก่งกาจ เป็นในสิ่งที่พี่ชายคนนี้ไม่มีวันจะได้สัมผัสกับมัน...

พลันที่คาออสกล่าวประโยคสุดท้ายจบ ภาพเบื้องหน้าของเขาก็ดับวูบไป ในขณะที่ร่างเนื้อของเขาก็มีน้ำตาซึมออกมาจากตาเล็กน้อย

จิตเริ่มแตกสลายไปแล้วสินะ น่าประทับใจจริงๆ เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่อดทนได้ถึงเพียงนี้ เจ้าอสูรสิงโตนรกกล่าวออกมาอย่างสนุกสนาน กัดกินจิตใจที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิดของคาออสต่อไป

ฮ่าๆๆๆ มนุษย์ที่ถูกละทิ้งโดยโลกใบนี้ จงขอบคุณข้าเสียเถอะที่ทำให้เจ้าได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมเหล่านั้นได้

ในไม่ช้ามันก็ได้พบกับสิ่งที่มันรอคอย

ฮ้า! ในที่สุดข้าก็พบสักที แก่นจิตวิญญาณ!!แต่ขณะที่มันกำลังอ้าปากเตรียมจะงับแก่นจิตวิญญาณนั้น อยู่ๆ แก่นจิตวิญญาณก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมา พร้อมกระแสพลังที่ผลักดันให้มันถอยหลังกลับไปโดยที่ตัวมันไม่อาจต้านทานได้เลย

เฮ้ย!! นี่มันบ้าอะไรกัน!!”

วูมมมมม

แก่นจิตวิญญาณเบื้องหน้าของอสูรสิงโตนรกแผ่คลื่นรังสีความร้อนออกมาอย่างรวดเร็ว

อ๊าก!!”

พลันที่เจ้าอสูรสิงโตนรกโดนคลื่นความร้อนเหล่านั้นไป ตัวมันก็เริ่มชักดิ้นชักงออย่างเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสพร้อมทั้งกรีดร้องออกมา ผิวหนังค่อยๆ ลุกไหม้อย่างช้าๆ แม้มันจะเป็นสิงโตธาตุไฟและสามารถทนพลังงานความร้อนได้แทบทุกชนิด แต่เมื่อโดนคลื่นความร้อนนี้เข้าไป ผิวหนังอันแข็งแกร่งของมันกลับไม่สามารถต้านทานได้

แม้ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในโลกจิตใจ แต่ความรู้สึกที่อสูรสิงโตนรกได้รับก็ไม่ต่างจากการโดนคลื่นความร้อนในโลกภายนอกเลย เพราะฉะนั้นมันถึงได้ร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด เช่นเดียวกับตอนที่คาออสโดนสิงโตนรกกลืนกินจิตใจ เขาเองก็ร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมานเช่นกัน

นี่มันพลังอะไรกัน บ้าเอ๊ย!! ข้าไม่เคยเจอมาก่อนเลย!!”

ดูเหมือนมันยังไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ ในตอนนี้

วูมมมมม!

แต่เมื่อคลื่นความร้อนเห็นว่าอสูรสิงโตนรกตนนี้ยังคงดื้อรั้นก็ราวกับมันมีความคิดเป็นของตนเอง เพราะอยู่ๆ คลื่นความร้อนนั้นก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับพายุสุริยะที่โหมกระหน่ำใส่ร่างของเจ้าอสูรยังไงยังงั้น

อ๊าก! พอแล้วๆ ข้ายอมแล้ว ปล่อยข้า...ปล่อยข้าไปเถอะ!!”

สิงโตนรกทรมานเป็นอย่างมาก ครั้นมันคิดจะหนีออกไปก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตอนนี้การเชื่อมต่อระหว่างมันกับคาออสยังคงอยู่ ตัวมันจึงเสมือนถูกขังอยู่ในที่แห่งนี้ เมื่อคลื่นความร้อนโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดตัวมันก็ได้ยอมแพ้ไปในที่สุด

ไม่กี่นาทีต่อมา...

คาออสก็ลืมตาอย่างช้าๆ เขาพบว่าตนเองยังคงอยู่ในโลกของจิตใจเช่นเดิม

นี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้ายังไม่ตายงั้นเหรอ แล้วทำไมข้ายังอยู่ที่นี่กันล่ะ

คำถามมากมายผุดเข้ามาในหัวของคาออส สีหน้าของเขาล้วนเต็มไปด้วยความสงสัย ในตอนแรกเขาได้เตรียมใจที่จะตายอยู่แล้ว แล้วทำไมถึงกลับยังไม่ตายกันล่ะ

จิตใจของท่านกลับมาเป็นปกติแล้วสินะ เจ้านายของข้า

เสียงหนึ่งดังขั้น พร้อมกับร่างพญาราชสีห์ขนาดใหญ่ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

นั่นมันอสูรสิงโตนรกตนนั้นนี่!! แล้วทำไมมันถึงเรียกข้าว่าเจ้านายกันล่ะ

คาออสมองไปที่อสูรสิงโตนรกด้วยความตะหนกและสงสัย เมื่อครู่นี้มันยังมองคาออสราวกับขยะชิ้นหนึ่งอยู่เลยแท้ๆ แต่ในตอนนี้มันกลับมีท่าทีสำรวมซะงั้น นอกจากนั้นมันยังเรียกคาออสว่าเจ้านายอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้เขายิ่งนึกสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

ดูเหมือนเจ้านายยังมีเรื่องที่สงสัยอยู่อีกมาก แต่อย่าไปคิดถึงมันเลย ขอให้ท่านพึงรู้ไว้ว่าข้า ราชันอสูรสิงโตนรกเบลฟากอล อสูรชั้นทองคำขาว ยินยอมให้ท่านเป็นเจ้านายของข้าแล้ว

อสูรสิงโตนรกเดินเข้ามาใกล้คาออส ก่อนจะก้มหัวของมันแสดงความเคารพ เป็นเครื่องยืนยันว่ามันได้ยินยอมให้คาออสเป็นเจ้านายของมันแล้ว

ข้าอ่อนแอมากถึงเพียงนี้ เหตุใดกัน...ทำไมเจ้าถึงยอมรับข้าเป็นเจ้านายของเจ้าล่ะ

หลังจากนิ่งอยู่เนิ่นนาน คาออสก็เริ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย นี่มันเกินขอบเขตที่เขาจะเชื่อ การที่เขาซึ่งเป็นมนุษย์ที่ไร้ซึ่งพลังเวทจะสามารถทำให้อสูรชั้นทองคำขาวรู้สึกสนใจได้นั้น แน่นอนว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ซ้ำเขายังตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ถึงตัวตนของมัน มันไม่ใช่แค่อสูรสิงโตนรก แต่เป็นถึงราชัน!

เบลฟากอลไม่ตอบอะไร มันเอาอุ้งเท้าอันใหญ่โตทาบไปบนหน้าอกของคาออสอย่างนิ่มนวล

ข้า ราชันอสูรสิงโตนรกเบลฟากอล ยินยอมที่จะรับมนุษย์ผู้นี้เป็นนายของข้า ยามที่คู่พันธสัญญาของข้าเจ็บปวด ข้าก็จักเจ็บปวด ยามที่คู่สัญญาของข้าสิ้นลมหายใจ ข้าก็จักสิ้นลมหายใจเช่นกัน

น้ำเสียงเบลฟากอลแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและจริงจัง

พลันที่มันกล่าวจบก็มีแสงสว่างสีทองห่อหุ้มตัวของมันเอาไว้ พร้อมกับตราพันธสัญญารูปสิงโตปรากฎบนหัวไหล่ข้างขวาของคาออส หลังจากนั้นไม่นานแสงสีทองเหล่านั้นก็ค่อยๆ สูญสลายไปอย่างช้าๆ

นี่มัน...พันธสัญญาขั้นสูงสุดเลยไม่ใช่เหรอ!!”

คาออสตื่นตะลึงกับถ้อยที่สิงโตนรกตนนี้ได้พูดออกมา พันธสัญญารูปแบบนี้ ตามที่คาออสเคยได้ยินจากพ่อของเขา ถือว่าเป็นพันธสัญญารูปแบบสูงสุดเลยทีเดียว ซึ่งผลของมันนั้นถ้าผู้ทำพันธสัญญาตาย อสูรที่ทำพันธสัญญาก็จะตายตามไปด้วย หากไม่ใช่อสูรที่มีความซื่อสัตย์แบบยอมตายร่วมกันกับผู้ทำพันธสัญญา ก็จะไม่มีทางทำพันธสัญญารูปแบบนี้ได้อย่างแน่นอน

นี่คือพันธสัญญารูปแบบสูงสุดที่อสูรเช่นข้าจะสามารถทำให้ท่านได้ หวังว่าเจ้านายคงจะไว้ใจข้ามากยิ่งขึ้น

เบลฟากอลกล่าวแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความเคารพคาออสอย่างเต็มเปี่ยม

อสูรเช่นพวกเราแน่นอนย่อมโหยหาผู้ทำพันธสัญญาที่มีพลังเวทอันแข็งแกร่ง จนถึงบัดนี้ข้าเคยพบแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คือชายที่จับข้ามาคุมขังไว้ยังที่แห่งนี้ ส่วนเรื่องที่ทำไมข้ายอมทำพันธสัญญากับท่าน...ข้าก็ไม่เข้าใจตัวข้าเองเช่นกัน

เบลฟากอลมีท่าทางสับสนอยู่เล็กน้อย

สำหรับเรื่องที่ท่านไร้พลังเวท ข้าคิดว่ามันอาจไม่เป็นแบบนั้นซะทีเดียว เพราะตอนที่ข้าได้ไปถึงแก่นจิตวิญญาณของท่าน ข้าพบเข้ากับคลื่นพลังงานความร้อนบางอย่าง ซึ่งข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่คิดว่าต้นกำเนิดของมันต้องมาจากสายธารของพลังเวทอย่างแน่นอน มันอาจจะถูกผนึกเอาไว้ หรือไม่มันก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะถูกปลดปล่อยออกมา

เบลฟากอลอธิบายพลางแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาเล็กน้อยยามพูดถึงคลื่นความร้อนเหล่านั้น

จริงเหรอ!! เรื่องที่เจ้าพูด เจ้าไม่ได้กำลังโกหกข้าใช่ไหม?”

คาออสราวกับถูกเติมเชื้อลงในกองไฟที่กำลังดับมอดให้ลุกโชนอีกครั้งหนึ่ง หรือว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้ไร้พลังเวทซะทีเดียว มันอาจเกิดจากปรากฎการณ์ที่เรียกว่าความล่าช้าด้านประจุพลัง ตามที่เขาศึกษามา ผู้ที่ประสบกับปรากฏการณ์นี้พลังเวทของพวกเขามักจะแสดงออกมาช้ากว่าคนทั่วไปมาก บางรายอายุสามสิบถึงสี่สิบปีจึงจะใช้พลังเวทได้ก็มี คนกลุ่มนี้แม้จะมีค่อนข้างน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

ข้าจะโกหกท่านเพื่ออะไรล่ะ แล้วก็ก่อนหน้านี้...ข้าต้องขออภัยจริงๆ ที่แสดงกิริยาหยาบคายเช่นนั้นออกไป

เบลฟากอลโค้งศรีษะอันใหญ่โตของมันลงเล็กน้อย แสดงท่าทีสำนึกผิดต่อสิ่งที่มันได้ทำลงไป

เรื่องมันผ่านไปแล้ว...ข้าไม่เก็บมาใส่ใจหรอก ตอนนี้เจ้าก็เป็นอสูรตามพันธสัญญาของข้าแล้วด้วย อย่าได้คิดถึงมันอีกเลยคาออสโบกมือเบาๆ เขาไม่อยากเก็บเรื่องเหล่านั้นมาใส่ใจ แม้มันจะทำให้เขาเฉียดตายมาแล้วก็ตาม

ขอรับเจ้านาย

เบลฟากอลยกศีรษะอันใหญ่โตของมันขึ้น

งั้นตอนนี้เราทั้งคู่ก็ออกไปจากที่นี่ได้แล้วสินะ

คาออสกล่าวถามอย่างอารมณ์ดี เขาได้รับข่าวดีถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือเขาได้รับอสูรพันธสัญญามาแล้ว แถมมันยังเป็นถึงอสูรชั้นทองคำขาว อย่างที่สองเขาอาจจะไม่ได้เป็นผู้ไร้ซึ่งพลังเวทซะทีเดียว

เพียงท่านกล่าวว่าการเชื่อมต่อจงตัดขาด พวกเราก็จะสามารถออกไปได้ทันทีเลยล่ะเจ้านาย เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็ทำพันธสัญญากันเสร็จสิ้นแล้ว

“ถ้างั้น...การเชื่อมต่อจงตัดขาด”

คาออสกล่าวตามคำแนะนำของเบลฟากอลทันที พลันที่เขากล่าวจบ สติของเขาก็ดับวูบอีกครั้งหนึ่ง

 

เจ้านาย!! ฮัลโหลๆ ท่านยังอยู่ไหมเจ้านาย เมี้ยว!”

คาออสค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพที่เขาเห็นก็คือแมวตัวหนึ่งซึ่งมีแผงคอที่กำลังลุกโชนเป็นไฟ มันกำลังนั่งอยู่บนอกของเขาพร้อมมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด

เฮ้ย!! เจ้าเป็นตัวอะไรเนี่ย!”

คาออสสะดุ้งพร้อมกับถอยกรูดออกมา มองเจ้าแมวที่มีแผงคอลุกเป็นไฟด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คุ้นตาอสูรหรือมอนสเตอร์รูปร่างนี้เลย

อ้าว เจ้านาย ไม่เจอกันครู่เดียว นี่ท่านลืมข้าแล้วงั้นเรอะ เหมียว

คาออสมองมันและมองไปยังบริเวณที่ร่างของเจ้าเบลฟากอลเคยถูกพันธนาการเอาไว้ บัดนี้นั้นกลับไม่ปรากฎร่างของเบลฟากอลอยู่อีกแล้ว เพื่อความแน่ใจเขาจึงถามมันออกไปทันที

หรือว่าเจ้าจะ...ปะ...เป็น!! เบลฟากอลงั้นเหรอ!?”

ถูก!! ข้านี่ล่ะเบลฟากอล ราชันอสูรสิงโตนรก เหมียว”

เจ้าเบลฟากอลในร่างมินิยืดอกพร้อมกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ดูภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมาก

แล้วทำไมเจ้าถึงตัวเหลือแค่นี้!! ร่างกายอันใหญ่โตของเจ้าล่ะ มันหดหายไปไหนแล้ว

คาออสตกใจและสับสน เจ้าแห่งราชสีห์ตัวใหญ่ยักษ์เมื่อครู่นี้ ในตอนนี้กลับแปรสภาพกลายเป็นแมวตัวน้อยไปเสียแล้ว

จะไม่ให้ข้าเหลือร่างแค่นี้ได้ไงล่ะ ก็ข้าเป็นอสูรตามพันธสัญญา แน่นอนว่าเมื่อทำสัญญาแล้วข้าก็ต้องพึ่งพาพลังเวทของผู้เป็นนายในการแสดงพลังของตัวเองออกมา เมื่อได้เจ้านายที่ไร้พลังเวท ข้าก็กลับมาเหลือร่างดั้งเดิมของข้า แล้วมันก็อย่างที่ท่านเห็นนี่แหละ เหมียว

เบลฟากอลกล่าวด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เล็กน้อย ราชาราชสีห์เช่นมันกลับต้องมาตกอยู่ในร่างอันแสนน่ารักน่าชังแบบนี้ซะได้ ตามจริงมันก็แอบเศร้าใจอยู่ไม่น้อย

เอ่อ...ข้าขอโทษเจ้าแล้วกัน ฮึ! ข้ารู้แล้วว่าข้าอ่อนแอ เจ้าไม่ต้องย้ำมากนักก็ได้

จากนั้นคาออสก็จัดการเช็คค่าสถานะของมันเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาคิด

ราชันสิงโตนรก เบลฟากอล (ร่างมินิ)

ชั้นเงิน (ถูกผนึกพลัง) กินเนื้อ ระดับขั้น 6

แม่เจ้า! นายถูกลดพลังเหลือแค่ระดับเงินเองเหรอเนี่ย เบลฟากอล

คาออสอุทานด้วยความตกใจ อสูรชั้นทองคำขาวบัดนี้กลับแปรสภาพลดลงไปอยู่ที่ชั้นเงินซะแล้ว

นายท่านอย่าพูดดังสิ ข้าอายเขา

เบลฟากอลกล่าวออกมาเบาๆ ใครที่รู้สถานะมันตอนนี้คงนึกขำเป็นแน่ โดยเฉพาะสหายของมัน ราชันอสูรทั้งหก พวกมันคงหัวเราะเบลฟากอลในร่างนี้จนกรามค้างไปเลยล่ะ

โอเคๆ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ซ้ำเติมเจ้าอีกคาออสเข้าใจสถานการณ์ จึงกล่าวปลอบโยนมันเล็กน้อย แต่...อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ

แต่เมื่อมองร่างของมันอีกครั้งคาออสก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ซึ่งเจ้าเบลฟากอลร่างมินิก็มองตาขวางมาทางคาออสด้วยความไม่พอใจ

หึๆ เจ้านาย ถึงข้าจะอยู่ในร่างนี้ ข้าก็ไม่อ่อนแอในแบบที่ท่านคิดหรอกนะ บอกไว้เลย เหมียว

เมื่อเห็นท่าทีของเจ้านายดูกังวลขึ้นมาเล็กน้อย มันก็อธิบายเพิ่มว่า เมื่อไหร่ที่คาออสมีพลังเวทและสามารถเพิ่มพลังของตนให้มากขึ้นได้ เมื่อนั้นร่างของมันก็จะกลับมาเป็นดังเดิม รวมถึงระดับชั้นอสูรของมันด้วย คาออสเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจ

งั้นข้ามีคำถามอยากถามเจ้าสักหน่อย เอ่อ...ทำไมเจ้าต้องพูดคำว่า เหมียว ท้ายประโยคตลอดด้วยล่ะ?”

เขารู้สึกสงสัยตั้งแต่คุยกับมันเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว เบลฟากอลในร่างเดิมก็มีการพูดจาที่เป็นปกติดีนี่นา แต่ทำไมในร่างมินิมันกลับพูดคำว่าเหมียวแทบจะตลอด

ไม่มีเหตุผล และไม่มีความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้นเจ้านาย ข้าก็ไม่รู้ทำไมข้าถึงพูดออกไปเช่นกัน เหมียว

เจ้าเบลฟากอลส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ดูเหมือนมันจะพูดโดยที่ตัวมันเองก็ไม่รู้ตัว

ปึงงงงง!!

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่นขึ้น ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา คนคนนั้นเอาแต่ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย

คาออส!! ไม่เป็นไรใช่ไหม เจ้าสิงโตนั่นทำอะไรเจ้าหรือเปล่า!”

เขาสวมกอดคาออสด้วยความเป็นห่วง พร้อมสำรวจบาดแผลตามร่างกายของคาออสอย่างรวดเร็ว

เอ๊ะ!! เจ้าสิงโตนั่นหายไปไหน แล้วเจ้าแมวแสนน่ารักนี่มาได้ไงกัน

สตีเว่นมองสำรวจทั่วทั้งห้องไม่พบสิงโตนรกแม้แต่เงา ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นแมวตัวน้อยแสนน่ารักยืนอยู่บนไหล่ของคาออส

เจ้านาย!! ข้าอยากฆ่ามัน เหมียว!!” เบลฟากอลกระซิบที่ข้างหูของคาออส ท่าทางอารมณ์เสียสุดๆ

ใจเย็นๆ น่าเบลฟากอล เดี๋ยวข้าอธิบายให้เขาฟังเอง

คาออสกล่าวกับเบลฟากอลร่างมินิเบาๆ หลังจากนั้นก็หันไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้สตีเว่นได้รับรู้ สตีเว่นเมื่อได้ฟังใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นปั้นยากอย่างที่สุด ชำเลืองมองเจ้าเบลฟากอลร่างมินิกับคาออสหลายต่อหลายรอบ จากนั้นทั้งคาออส สตีเว่น และเบลฟากอลร่างมินิก็กลับไปที่ด้านหน้าของร้าน เหตุผลก็เพราะอสูรพันธสัญญาที่ทำสัญญาแล้วทุกตนจะต้องทำการลงชื่อในทะเบียนรายนามพันธสัญญาอสูรของราชอาณาจักรซะก่อน เพื่อเป็นการป้องกันอสูรในการปกครองของผู้ทำพันธสัญญากระทำผิดกฎนั่นเอง

โอ้โห!! นี่มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะคาออสแม้ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ แล้วสตีเว่นก็ยังคงตกใจอยู่ไม่หาย คาออสเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างได้ กล่าวถามทันที

ลืมไปเลย!! น้าสตีเว่นตอนนี้เหลือเวลาเท่าไหร่ก่อนที่จะมืด?”

ก็คงราวๆ สิบนาทีล่ะมั้ง เฮ้ย!! ตายล่ะคาออส เจ้าต้องไปยืนยันตนที่โรงเรียนมหาเวทไม่ใช่เหรอ!” สตีเว่นนึกออกทันที

ข้าจะทำยังไงดีละท่านน้า ดูเหมือนข้าจะไม่เหลือเวลาแล้ว!!”

คาออสร้อนรนอย่างมาก ระยะทางระหว่างจุดที่เขาอยู่กับโรงเรียนมหาเวทนั้นค่อนข้างไกลพอควร ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่มีทางจะวิ่งไปทันอย่างแน่นอน ขนาดรถม้ายังใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามสิบนาที นับประสาอะไรกับคาออสคนธรรมดาที่ไม่มีพลังเวทเช่นนี้

อย่าห่วงเลย เดี๋ยวน้าของเจ้าจัดการเองสตีเว่นโบกมือไปมาอย่างช้าๆ พลันเจ้าพรมสีแดงขนาดใหญ่ซึ่งมีขอบสีทองเหลืองอร่ามแสนงดงามก็ได้ปรากฏออกมา...

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,426 ความคิดเห็น

  1. #9729 0870416254 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 10:58
    ปากกานี่มันเพอร์ซีเเจ็คสัน5555
    #9,729
    1
    • #9729-1 NaYae Towa(จากตอนที่ 8)
      25 มิถุนายน 2561 / 13:23
      คิดเหมือนกัน 5555
      #9729-1
  2. #8390 7312 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 18:02
    ห่วงแม่ทำไมอ่ะ แม่เก่งเทพขนาดนั้น ถ้าคิดถึงกันว่าไปอย่าง
    #8,390
    0
  3. #8221 K_sushi_P (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:08
    นี่ ถ้าชั้นเป็นเคออสนะ คงดราม่านำ้ตาท่วมโลกกันทุกย่อหน้า ชีวิตมันเศร้า กินนมดีกว่า
    #8,221
    0
  4. #8053 HardS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 01:04
    ผมอ่านนี่นึกว่าพระเอกไปเกณฑ์ทหาร บรรยากาศมันได้จริงๆ
    #8,053
    0
  5. #8018 warangwan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 20:44
    ดีมากเลยค่ะห้าตอนน้ำตามาเลย
    #8,018
    0
  6. #6056 Chaiwat Rodkawmtuk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:17
    คาออสเจ้าจงรับของสิ่งนี้ไว้มันสามารถปกป้องเจ้าได้คาออส
    ท่านพ่อสิ่งที่เหมือนหลอดนีออนคืออะไรครับท่านพ่อ
    มันคือไลท์เซเบอร์ลูกข้าแหละข้าก็ไม่ใช้พ่อแท้ๆของเจ้าด้วยคาออส
    ท่านพ่อท่านหมายความว่าไงนั้นไม่ใช้ความจริงใช้ไม
    มันคือความจริงคาออสพ่อจริงๆของเจ้ามี นามว่า
    ลอร์ด ดาร์ธ เวเดอร์
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    คาออสขอพลังจงสถิตอยู่กับเจ้า


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:21
    #6,056
    2
    • #6056-1 _Kanata_Hongo_(จากตอนที่ 8)
      28 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:02
      มาเป็นเรื่องเลย
      #6056-1
    • #6056-2 earth136(จากตอนที่ 8)
      7 มีนาคม 2560 / 11:47
      3 ผ่านครับ คุณไปต่อได้ครับ
      #6056-2
  7. #5571 Thanakrit Pt. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:42
    ดราม่าเยอะไปนะคะ แต่จะอ่านต่อค่ะ
    #5,571
    0
  8. #5485 mátyás (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:38
    รู้สึกลำไยเบาๆ
    #5,485
    1
    • #5485-1 mátyás(จากตอนที่ 8)
      12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:42
      แต่ก็จะอ่านต่อนะคะ เข้าใจว่าช่วงต้นเรื่องบางทีมันจะแปลกๆ ไรท์ไม่เสียใจนะ
      #5485-1
  9. #4694 Hell_kingdom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 17:44
    นู้นเศร้านี่เศร้า แม่เศร้า พ่อเศร้า พี่สาวเศร้า คาออสก็เศร้า โอ้ยยยย เศร้าทุกคน เอะอะก็ข่มความเศร้า เอะอะก็ปิดน้ำตา เศร้าอะไรกันนักกันหนาฟะ......รู้อยู่ว่าต้องจากกัน แต่นี่มันเวอไปมั้ย
    #4,694
    3
    • #4694-2 ใช้ความดีเพื่อกระแทกหีเธอ (จากตอนที่ 8)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:27
      เพลา ๆ ลงหน่อยก็ได้ ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจเยอะไป ผู้ชายจริงป่ะเนี้ยขี้น้อยใจเกิน
      #4694-2
    • #4694-3 GriMMix(จากตอนที่ 8)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:50
      ลองคิดว่าตัวเองเกิดมาในโลกแบบนั้นจริง ๆ แล้วคนรอบตัวทุกคนต่างทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มีวันทำได้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่เขาฝันไว้ตั้งแต่เด็กสิครับ ลองคิดว่าเราอยู่โดยไม่มีเพื่อนหรือใครให้คำปรึกษาเลยเพราะใคร ๆ ก็ต่างรังเกียจที่เป็นคนไร้ความสามารถ มีเพียงครอบครัวที่อยู่เคียงข้างและเข้าใจอยู่เสมอดูครับ แล้วจะเข้าใจอารมณ์ของคนที่ไม่เคยห่างครอบครัว เพราะเขาเหล่านั้นจะถือว่าครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาครับ ผู้ชายบางคนก็มีส่วนลึก ๆ ที่มีความอ่อนไหวมากกว่าผู้หญิงซะอีกครับ หากลองเปิดใจสักหน่อยแล้วจะเข้าใจได้ดีขึ้นนะครับ ^^
      #4694-3
  10. #4649 rookie0987 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 14:56
    เป็นที่รวบรัดอย่างแปลกๆ ปูหลังไม่ดีทำไร5555 มันเลยไม่อินเข้าไป เห็นปากกาสีทองนึกว่าเพอร์ซี่-_-
    #4,649
    0
  11. #4494 Shadow Reader (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 16:44
    คือ...ใช้เวทไม่ได้ แล้วถ้าเกิดมีภาคปฏิบัติให้ใช้เวทมนต์ คาออสจะทำไงอ่ะ? // 🙋 โดดเรียนเหรอ?
    #4,494
    0
  12. #4449 koitsumi-chang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 15:10
    รู้สึกขัดจังค่ะ ตั้งแต่ตอนแล้ว ตอนพ่อบอกว่าอยากไปโรงเรียนเวทมนตร์ไหม ตอนนี้มันต้องแบบ เฮ้ย เพราะอะไร ทำไม ก็ตัวเองไม่มีเวทมนต์นี่หน่า นี่แบบมาดราม่ากับแม่ก่อนเฉย ไม่รู้ว่าเนื้อหาตอนต่อไปจะเป็นไง คือเหมือนผู้เขียนจะมาแบบเน้นอารมณ์เยอะ แต่คาแรคเตอร์ตัวละคร มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลหลายอย่าง พระเอกอายุ 17 ฝึกอาวุธ กับนิสัยที่อ่อนไหว น้ำตาคลออย่างง่าย เรื่องอื่นๆ ก็เห็นคนอื่นคอมเม้นกันไปแล้ว คิดว่าน่าจะมีการทบทวนวิธีการเขียนกันต่อไปค่ะ #คหสต.
    #4,449
    0
  13. #4395 I'am.G :)) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 11:50
    ตอนนี้ขัดๆนิดหน่อย จริงอยู่ที่ไม่มีพลังเวทแล้วจะฝึกอาวุธแทน. แต่ตอนทึ่ผ่านมาไม่ได้ปูไว้สำหรับอาวุธเลย เสมือนเวทมนต์คือทุกอย่าง คนใช้เวทไม่ได้ก็ทำไร่ทำนาอยู่แบบอายุยืนแบบมีความสุข? ไม่ได้บอกถึงทางเลือกอื่นเลย ซึ่งในตอนนี้ก็โผล่ขึ้นมาสะงั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เวทที่บรรจุพลังเวทลงไป ให้คนไม่มีพลังเวทใช้ได้ ทำให้เดาได้ว่าต้องมีอุปกรณ์เวทอื่นๆสำหรับคนใช้พลังเวทไม่ได้เช่นกัน แล้วทำไมทางเลือกของคนไม่มีเวทถึงน้อยนัก ถึงไม่น้อยก็ไม่ได้บอกไว้ตั้งแต่เริ่มต้น. เช่นอาจไปเป็นทหาร เป็นนักล่า หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งคนไม่มีเวทก็น่าจะทำได้เหมือนกันถ้ามีอุปกรณ์

    อีกอย่างคือไม่ได้บรรยายมาก่อนเลยว่าฝึกอาวุธ แต่ดันมาบอกตอนนี้ว่าฝึกเป็นประจำ ตอนที่ผ่านมาก็ไม่ได้พูดถึงเลย. ทำให้ตอนนี้ที่เปิดเผยความสามารถที่ใช้อาวุธได้หลายอย่างกลายเป็นขัดๆไป บวกกับบุคลิกที่ไม่มีท่าทางของความแข็งอดทนเหมือนคนที่ฝึกอาวุธมาเลย. เพราะใจแป้วมากๆ
    #4,395
    2
    • #4395-1 GriMMix(จากตอนที่ 8)
      6 ธันวาคม 2559 / 12:17
      1. คนใช้เวทไม่ได้ส่วนมากทำไร่ทำนาครับ เพราะข้อแตกต่างระหว่างผู้ใช้พลังได้กับใช้ไม่ได้มีมากเกินไป
      2. ส่วนเรื่องอุปกรณ์เวทย์นั้น จะมีส่วนน้อยถึงน้อยมากเท่านั้นนะครับที่ผู้ไม่มีพลังจะสามารถใช้ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดครับ ไม่นานพลังที่ถุกบรรจุเอาไว้ก็จะหมดไปเพราะไม่มีพลังเวทย์มาเติมเต็มนั่นเอง
      3. ส่วนเรื่องพระเอกฝึกอาวุธนั้น เป็นการฝึกกับพ่อของเขาครับ เพราะการที่คาออสใช้พลังเวทย์ไม่ได้เวลาว่าง ๆ เขาจึงมักจะอ่านหนังสือไม่ก็ฝึกทักษะจากตำรา ไม่ก็ที่พ่อของเขาได้สอนเอาไว้ ซึ่งในตอนแรก ๆ จะไม่ค่อยได้กล่าวถึงครับ
      #4395-1
    • #4395-2 GriMMix(จากตอนที่ 8)
      6 ธันวาคม 2559 / 12:18
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นแนะนำนะครับ ส่วนเรื่องใจพระเอกนั้นหากอ่านไปเรื่อยจะเข้าใจครับว่าเขาเป็นคนยังไง แรก ๆ อาจจะดูหน่อมแน้มซักหน่อย แต่พอผ่านไปเรื่อยเขาจะเริ่มเติบโตขึ้นครับ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ธันวาคม 2559 / 12:19
      #4395-2
  14. #4270 Zocalo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 10:07
    ขอบคุณครับ
    #4,270
    0
  15. #4246 sivakornza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 02:48
    ขอบคุณครับ
    #4,246
    0
  16. #3800 Waiwit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 03:10
    คาออสเออออไปทันทีเลยเหรอนั่น ไปถึงก็ไม่แคล้วโดนคนดูถูกอีกชัวร์
    #3,800
    0
  17. #3612 แว่น โย คุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 16:36
    ติกันทุกตอนเลยจ้า เขาเขียนผิดนิดเดียวก็ติกันโจ้นนนนนนนน โอ้ยยย รำมาก
    #3,612
    0
  18. #3599 LaZyBonEs.. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 15:29
    เห็นด้วยกับคห.2748ค่ะ
    ทำไมไม่ให้กลับบ้าน ที่บ้านมาหาก็ไม่ได้? แต่ไปมาในเมืองหลวงได้อิสระ(แต่ต้องขออนุญาต!!?) ไม่มีคนมีบ้านอยู่เมืองหลวงหรอคะ ถ้าจะให้ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ทำเป็นปัญหาเรื่องที่อยู่(ทำเรื่องขอเข้าเมืองหลวงยาก?) การเดินทาง(ไกล แพง ใบผ่านทาง บลาๆ) หรือเรื่องอื่นน่าจะดีกว่าเพราะโรงเรียนไม่ให้ออกมานะคะ มันดูแปลกๆอ่าาา

    ปล. ความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี หากใครอ่านแล้วไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะคะ
    #3,599
    0
  19. #3536 Index-me (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 23:01
    คำว่า sword ที่แปลว่าดาบ ออกเสียงได้หลายแบบค่ะ แล้วแต่สำเนียงของแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นในนิยายมักเขียนเป็น ซอร์ด
    #3,536
    0
  20. #3226 -บุรุษไร้เงา- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 11:15
    c : แล้วถ้าทำดาบให้เป็นปากกาล่ะพ่อ
    f : ท่องตามพ่อนะ... I have a pen I have a devine arhhh Divine Pen
    #3,226
    0
  21. #2748 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 01:22
     สงสัยนิดหน่อย ทำไมห้ามกลับบ้าน ทำไมห้ามให้ที่บ้านมาหา แต่ยังไปไหนในเมืองหลวงได้ แล้วถ้าคนที่บ้านอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้วล่ะจะกลับบ้านได้ไหม
    #2,748
    0
  22. #2708 Gear_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 19:32
    รู้สึกกับนิยายเรื่องนี้แปลกๆ จะไปทางลบก็ไม่ใช่ ทางบวกก็ไม่เชิงอ่ะ อาจเพราะนิยายที่อ่านช่วงนี้ส่วนใหญ่มักใช้คำว่า ข้า-เจ้า มั้ง
    #2,708
    0
  23. #1817 BenzSsw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 02:42
    ขอบคุณครับ
    #1,817
    0
  24. #905 I am The Shadow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 10:14
    คาออสมันจะไม่สงสัยอะไรหน่อยหรอแบบเออออตามเค้าไปหมดเบยงี้
    #905
    0
  25. #794 Gnuh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 13:35
    ขอบคุณครับ
    #794
    0