โลกเวทมนตร์ของคาออส (ตีพิมพ์กับสนพ. อาเธน่า)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 สองพี่น้องและอสูรแห่งพันธสัญญา (ฉบับตีพิมพ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


ตำราเล่มที่ 6

 

สองพี่น้องและอสูรแห่งพันธสัญญา

 

ณ ผืนป่าด้านหนึ่งของราชอาณาจักรคาลเดียร์ ปรากฏภาพของชายหนุ่มผมสีเงินผู้หนึ่งกำลังลัดเลาะออกจากป่าตามสัญลักษณ์ที่เขาได้ขีดเขียนเอาไว้ด้วยความเร็วอย่างที่สุด พร้อมกับหนึ่งชายหนุ่มหนึ่งหญิงสาวบนไหล่ของเขา

เจ้าตัวเล็กทั้งสองทำไมถึงได้ตัวหนักถึงเพียงนี้กัน

คาออสแบกร่างของสองชายหญิงอย่างทุลักทุเล ตอนนี้เขาเดินห่างออกมาจากจุดที่เขาต่อสู้เมื่อครู่เป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว แต่คาออสก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เพราะน้ำหนักบนบ่าทั้งสองฝั่งนั้นไม่ใช่เบาๆ เลย

ผ่านไปราวๆ สิบห้านาที ในที่สุดคาออสก็เดินพ้นจากเขตของผืนป่าในที่สุด

เฮ้อ...โชคดีที่ข้าทำสัญลักษณ์เอาไว้ มิเช่นนั้นข้าคงได้เดินหาทางออกอีกนานเป็นแน่

คาออสเหลียวมองไปยังผืนป่าเบื้องหลังพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เนื่องจากต้นไม้ส่วนมากเป็นพันธุ์เดียวกันแทบทั้งสิ้น ถ้าตัวเขาไม่ทำสัญลักษณ์เอาไว้ เห็นทีแล้วคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะออกป่าผืนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

โอ้ นายน้อย!! นายน้อย!! ท่านกลับมาแล้ว ข้าเป็นห่วงแทบแย่ชายชรานามเควินวิ่งเข้ามาหาคาออสด้วยความเป็นห่วง แสดงสีหน้าที่ดูผ่อนคลายอย่างมาก

แล้วเด็กสองคนนั่น...คือใครกันล่ะนายน้อย?”

อย่าเพิ่งถามเลยท่านลุงเควิน ช่วยข้าแบกร่างของสองคนนี้ก่อนเถอะ

สิ้นคำกล่าวของคาออส เควินก็รีบช่วยพยุงชายและหญิงทั้งสองเอาไว้ ก่อนจะนำพากลับไปยังรถม้าของพวกเขา

เฮ้อ...เหนื่อยชะมัด คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอโทรลในที่แห่งนี้

คาออสถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ทางเส้นหลักนี้เป็นที่ที่มอนสเตอร์ไม่ค่อยเข้าใกล้ แม้จะเป็นมอนสเตอร์ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งก็ตาม นับประสาอะไรกับโทรลตาเดียวที่ไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก ที่จริงแล้วพวกมันสมควรจะอยู่ห่างจากทางเส้นหลักไปมาก คาออสแอบสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าเหตุใดกันพวกมันถึงได้โจมตีชายและหญิงคู่นี้ได้ นั่นยังไม่นับรวมเจ้าพวกก็อบลินเหล่านั้นอีก

ท่านลุงเควิน ข้าขอต้นไฮเดรนกับน้ำสักขวดหน่อย คาออสกล่าวออกมาเบาๆ

ทราบแล้วนายน้อยเควินเดินไปยังอีกจุดหนึ่งของรถม้า ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ใบหนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบต้นไม้ชนิดหนึ่งออกมา ลักษณะของมันดูคล้ายๆ ต้นโสม แต่ที่ต่างกันก็คือต้นไฮเดรนมีสีดำสนิทแทบจะตลอดทั้งต้น เควินหยิบน้ำเปล่าออกมาทั้งสิ้นสองขวด ก่อนจะปิดกระเป๋าใบนั้น

ข้านำมันมาแล้วนายน้อยเควินกล่าว หยิบยื่นต้นไฮเดรนและขวดน้ำทั้งสองให้แก่คาออสในทันที

ขอบคุณท่านมาก คาออสรับของมาพลางกล่าวขอบคุณออกไป

ข้าจะเริ่มล่ะนะ มันอาจไม่ใช่การรักษาที่ได้ผลมากเท่าใด แต่ก็คงพอจะทำให้อาการของพวกเจ้าทั้งสองคนทุเลาลงได้บ้าง

คาออสนำน้ำจากขวดหนึ่งมาล้างมือของตนที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังของเจ้ามอนสเตอร์ จากนั้นเขาก็วางต้นไฮเดรนต้นหนึ่งลงกับพื้นของรถม้า ก่อนจะใช้มีดพกเล่มเล็กค่อยๆ สับมันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักต้นไฮเดรนที่มีลักษณะคล้ายต้นโสมเมื่อก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

จากนั้นคาออสก็เอาต้นไฮเดรนที่สับละเอียดแล้วใส่เข้าไปในขวดน้ำขวดหนึ่ง เมื่อใส่ต้นไฮเดรนที่สับละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว น้ำในขวดจากที่เคยใสกระจ่างก็เริ่มกลับกลายเป็นสีดำทีละนิดๆ คาออสปิดฝาขวดน้ำทันที รอผลที่จะตามมาในอีกไม่ช้า

ความที่คาออสชอบอ่านหนังสือ เขาจึงพอจะรู้วิธีการทำยาเพื่อลดอาการเหนื่อยล้าและบาดเจ็บอยู่บ้าง และต้นไฮเดรนก็ถือว่าเป็นพืชพันธุ์ชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการลดทอนอาการเหล่านั้น

ผ่านไปราวๆ ห้านาที น้ำในขวดก็แปรสภาพเป็นสีเขียวในที่สุด

เริ่มที่เจ้าก่อนแล้วกันคาออสมองไปทางหญิงสาวที่มีสภาพไม่สู้ดีนัก เขาค่อยๆ ช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมา ง้างเปิดปากงามๆ ของหญิงสาวอย่างช้าๆ ก่อนจะป้อนยาสีเขียวนั้นลงไป เหตุผลที่เขาเลือกที่จะป้อนยาให้กับหญิงสาวก่อนเพราะอาการของเธอดูรุนแรงกว่าชายหนุ่มอีกคนนั่นเอง

ต่อไปก็เจ้า...คาออสช้อนตัวชายหนุ่มขึ้นก่อนจะป้อนยาสีเขียวใส่ปากของเขาไปเหมือนเช่นที่ทำกับหญิงสาว

ต้นไฮเดรนที่ผสมน้ำหลังจากปล่อยทิ้งไว้จนเป็นสีเขียวเช่นนี้คงจะพอให้พวกเจ้าอาการทุเลาลงได้บ้าง

คาออสค่อยๆ พยุงร่างของทั้งสองนอนบนรถม้าของตนอย่างนิ่มนวล เฝ้าสังเกตอาการของทั้งคู่เป็นระยะๆ โดยจากที่คาออสได้ศึกษามานั้น ต้นไฮเดรนสามารถรักษาอาการบาดเจ็บและความเหนื่อยล้าได้ส่วนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นจะอาการดีขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาทั้งคู่พบเจอช่วงเวลาที่ค่อนข้างยากลำบากมามากจริงๆ

นายน้อย ข้างหน้ามีหมู่บ้านอยู่ ข้าว่าพวกเราควรนำพวกเขาไปรักษาที่นั่นนะ

เควินกล่าวขึ้นพร้อมกับมองดูแผนที่ในมืออย่างละเอียด ในตอนแรกนั้นเหมือนเควินอยากจะกล่าวถามบางอย่างกับคาออส แต่เมื่อเห็นท่าทีของคาออสแล้วเควินก็เปลี่ยนเป็นให้คำแนะนำออกไปแทน

อืม...แบบนั้นก็ดีนะท่านลุง

คาออสตอบตกลงอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะทำการรักษาเบื้องต้นให้ชายหญิงคู่นี้ไปแล้ว แต่อาการของทั้งสองคนก็ยังคงทรงตัวอยู่ ซึ่งถ้าหากพาพวกเขาไปที่หมู่บ้านที่มีการรักษาที่ดีกว่านี้ พวกเขาคงจะอาการดีขึ้นในไม่ช้า

ชายหนุ่มสำรวจรถม้าของทั้งสองคนก่อนจะนำสัมภาระของคนทั้งคู่เข้ามายังรถม้าตน

 

ผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง

ชายหนุ่มและหญิงสาวค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อมองดูก็จะพบว่าสีหน้าของทั้งคู่เริ่มมีเลือดสูบฉีดมากขึ้นแล้ว ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ดูซีดเซียวราวกับคนตายไม่มีผิด

ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ท่าทีของเขาดูมึนงงอยู่เล็กน้อย เมื่อเห็นคาออสเขาจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างแผ่วเบาในทันที

ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหน? เอ๋...นี่มันพี่ชายคนนั้นนี่!! ล...ล...แล้วน้องสาวของข้าล่ะ ท่านเห็นเธอไหม?”

ดูเหมือนชายหนุ่มผู้นี้จะห่วงหญิงสาวอีกคนมากกว่าชีวิตของเขาเองเสียอีก ช่างเป็นพี่ชายที่ดีจริงๆ คาออสคิดเช่นนั้น

เจ้าใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้ข้าให้ยารักษาเบื้องต้นแก่ทั้งเธอและเจ้าแล้ว มิต้องเป็นห่วงแต่อย่างใด ส่วนที่แห่งนี้ก็คือรถม้าของข้าเอง น้องสาวของเจ้านอนอยู่บริเวณนั้นคาออสตอบอย่างละเอียด ก่อนจะชี้ไปยังจุดที่น้องสาวของชายหนุ่มกำลังนอนหลับอยู่

ฮือ...ฮือ!! รัคเน่น้องพี่ พี่ชายขอโทษจริงๆ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของพี่ชายเอง!” ชายหนุ่มรู้สึกผิด น้ำใสๆ คลอในตาของเขาเล็กน้อย

เจ้าพอจะบอกข้าได้ไหมว่าพวกเจ้ามาจากที่ใดและเพราะเหตุใดมอนสเตอร์เหล่านั้นถึงได้ไล่ตามพวกเจ้า?”

คาออสอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมมอนสเตอร์พวกนั้นถึงปรากฏตัวบนทางสายหลักซะได้

จากนั้นคาออสก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด คนพี่ชายชื่อรัคน่า ส่วนน้องสาวชื่อรัคเน่ ทั้งคู่เป็นฝาแฝดกัน พวกเขาเดินทางมาจากเมืองแห่งสายหมอกที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของราชอาณาจักรคาลเดียร์ จุดประสงค์ก็เพื่อมายืนยันตนเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์ตามบัตรเชิญที่พวกเขาได้รับมา

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมพวกเขาถูกมอนสเตอร์ไล่ล่านั้น เหตุเกิดเพราะในตอนแรกพวกเขาใช้เส้นทางสายรองทั้งที่รู้ว่าค่อนข้างอันตราย มีโอกาสจะเจอมอนสเตอร์ค่อนข้างมาก รัคเน่กล่าวเตือนพี่ชายของเธอแล้ว แต่รัคน่ากลับไม่ยอมฟัง คิดแค่ว่าการใช้ทางสายรองจะทำให้พวกเขาถึงเมืองหลวงของราชอาณาจักรได้ไวกว่าเส้นทางสายหลักนั่นเอง

อา...เป็นแบบนี้เอง ข้าพอเข้าใจแล้ว ว่าแต่...เจ้ามอนสเตอร์นั่นมันตามพวกเจ้ามาจนถึงเส้นทางสายหลักเลยงั้นเหรอ

คาออสคลี่คลายปัญหาได้จุดหนึ่งก็มีอีกจุดหนึ่งให้เขาขบคิดต่อทันที ในเมื่อพวกเขาหนีพวกมันจนเข้าสู่ถนนเส้นหลักได้แล้ว แล้วเพราะเหตุใดพวกมันยังคงไล่ล่าอยู่ ส่วนมากมอนสเตอร์จะไม่กล้าเข้ามาในเส้นทางสายหลักนอกจากจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดุร้ายมากจริงๆ ซึ่งก็อบลินและโทรลเหล่านั้นห่างไกลกับคำว่าแข็งแกร่งและดุร้ายอย่างสิ้นเชิง

ข้าก็สงสัยเช่นกันพี่ชาย ตอนที่พวกมันเริ่มไล่ล่าพวกเรา พวกเราก็มุ่งเข้าสู่เส้นทางสายหลักในทันที แต่ใครจะคิดนอกจากจะไม่ล่าถอยใดๆ แล้วพวกมันยังคงไล่ล่าอยู่เช่นเดิม หนำซ้ำยังถูกเจ้าโทรลตัวใหญ่สองตนนั่นซุ่มโจมตีอีก

รัคน่าบังเกิดความสงสัยเช่นกัน แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจเลย

แสดงว่าต้องมีอะไรไปกระตุ้นพวกมันงั้นสินะ...เจ้านอนพักผ่อนเสียก่อนเถอะ ในไม่ช้าพวกเราก็จะถึงหมู่บ้านแล้ว

คาออสกล่าวออกมาเบาๆ พลางหันไปอ่านหนังสือของตนต่อ

ด้วยความเหนื่อยอ่อน รัคน่าหลับลงไปอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นพวกเขาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในตอนแรกคาออสคิดจะฝากฝาแฝดชายหญิงไว้ที่นี่ แต่รัคน่ากลับขอเดินทางไปกับคาออส ทั้งนี้เพราะได้เห็นบัตรเชิญที่มีลักษณะเดียวกันกับของตนที่เหน็บไว้ข้างๆ ตัวของคาออส แม้รัคน่าจะสงสัยว่าเพราะเหตุใดชายหนุ่มที่ไร้พลังเวทถึงมีบัตรเชิญของโรงเรียนมหาเวท แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไปในตอนนั้น

ข้าว่าน้องสาวของเจ้าควรจะได้พักผ่อนสักระยะนะ

ถึงสภาพของรัคเน่จะดูดีขึ้นมากแล้ว แต่เธอก็ควรจะได้พักอีกสักเล็กน้อย คาออสคิดเช่นนั้น

ไม่เป็นไรหรอกพี่ชาย รัคเน่มักจะเป็นแบบนี้เสมอๆ ถ้าเธอได้สติเมื่อไหร่เธอก็จะกลับมาเป็นปกติเอง เพราะเวทที่เธอใช้ก็คือเวทสายรักษาอันเป็นธาตุที่มีพลังในการรักษามากที่สุดไงล่ะรัคน่ากล่าว

หืม...เธอใช้ธาตุพฤกษาสินะ ค่อนข้างหายากเลยนะคนที่ใช้เวทธาตุพฤกษาได้

คาออสเกิดความประหลาดใจเล็กน้อย พวกสายรักษาล้วนแล้วแต่ใช้ธาตุแสงเป็นธาตุหลักแทบทุกคน แต่กระนั้นก็มีสายรักษาอีกพวกหนึ่งที่ทรงพลังกว่าธาตุแสง นั่นก็คือธาตุพฤกษานั่นเอง และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือผู้ที่ใช้เวทรักษาในปัจจุบันนั้นกลับมีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย

ใช่แล้วล่ะพี่ชาย เพราะฉะนั้นข้าขอร้องล่ะ ขอให้ข้าและน้องสาวได้เดินทางไปพร้อมกับพี่ชายด้วยเถอะ วันนี้เป็นการยืนยันรอบสุดท้ายแล้ว ถ้าข้าและน้องสาวไปไม่ทันก่อนฟ้ามืด พวกเราคงต้องรอกันอีกเป็นปีเลย

ถ้าเขาและน้องสาวไปไม่ทันภายในวันนี้ การเดินทางหลายวันที่ผ่านมาของพวกเขาก็สูญเปล่า เมืองของรัคน่าและรัคเน่อยู่ไกลจากเมืองหลวงค่อนข้างมาก

หา! อะไรนะ!! เจ้าพูดจริงงั้นเหรอรัคน่า?” คาออสอุทานด้วยความตกใจ

จริงสิพี่ชาย ข้าไม่โกหกท่านอยู่แล้ว ทางโรงเรียนมหาเวทได้กำหนดกฎนี้ไว้มาเป็นเวลานานแล้ว

รัคน่าเกิดความสงสัยเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเรื่องสำคัญขนาดนี้คาออสจะไม่รู้

ซวยเเล้ว ข้าลืมไปเสียสนิทเลย

การที่เขามัวแต่ช่วยชายหญิงคู่นี้ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้าไปมาก และเมื่อเขามองไปยังท้องฟ้าก็ประมาณได้ว่าตอนนี้เขาเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงเท่านั้น

งั้นให้ไวเลยรัคน่า พวกเราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้

คาออสบอกรัคน่าซึ่งทำให้รัคน่าดีใจเป็นอย่างมากจนแทบจะลืมอาการบาดเจ็บของตนไปเลย

ท่านลุง ท่านได้มาหรือเปล่า?”

คาออสเห็นเควินเดินมาจากที่ไกลๆ จึงกล่าวขึ้น ก่อนหน้านี้เขาวานให้เควินไปซื้อยารักษามานั่นเอง

เรียบร้อยขอรับ นายน้อย

ขอบคุณท่านมาก งั้นข้าว่า...พวกเราควรรีบไปกันได้แล้ว ว่าแต่เวลาสามชั่วโมงเราจะไปเมืองหลวงทันหรือเปล่าท่านลุง?”

ก็น่าจะทันนะนายน้อย เควินตอบสั้นๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบออกจากหมู่บ้านทันที

 

ราวๆ สิบนาทีหลังจากนั้น

ใกล้ถึงแล้วล่ะขอรับนายน้อย ท่านเตรียมตัวได้เลย ลุงเควินกล่าวอย่างอารมณ์ดี

อะไรนะ!! ไหงมันใกล้แบบนี้ล่ะลุง!

คาออสเต็มไปด้วยความงงงวย เขาอุตส่าห์กังวลแทบตาย ที่ไหนได้จุดหมายกลับอยู่ใกล้แค่เอื้อมซะอย่างงั้น เขาหันหน้าไปมองทางรัคน่า เห็นได้ชัดว่ารัคน่าก็ไม่รู้เช่นกันว่าพวกเขาจะมาถึงได้รวดเร็วเช่นนี้

นายน้อยจำหมู่บ้านเมื่อครู่ได้ไหมล่ะขอรับ นั่นแหละคือหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงที่สุดแล้ว ถ้าใครก็ตามที่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเมื่อครู่นี้ก็เหมือนเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของเมืองหลวงแล้วนั่นแหละขอรับ

ลุงเควินอธิบายอย่างละเอียด หารู้ไม่ว่าในตอนนี้คาออสอยากจะเอาหมอนที่ตัวเขาเองกำลังหนุนอยู่นั้น ฟาดเข้าใส่หน้าอีกฝ่ายชะมัด

โธ่ลุง!! แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่บอกแบบนี้ตอนอยู่ในหมู่บ้านล่ะเฮ้ย!!

ระหว่างที่คาออสและรัคน่ากำลังสับสนอยู่นั้น รัคเน่ก็ได้สติแล้ว เธอค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ

พี่รัคน่า...ท่านปลอดภัย...แล้วพี่ชายท่านนี้คือใครกัน?”

รัคเน่ชันกายขึ้นนั่งพร้อมๆ กับรัคน่าได้เข้ามาประคองน้องสาวของเขาในทันที

ค่อยๆ นะรัคเน่ น้องกำลังป่วยอยู่ ส่วนพี่ชายคนนี้มีชื่อว่าคาออส เขาคือคนที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้

จากนั้นรัคน่าก็อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวของเขาเข้าใจ

อา...ดีแล้วล่ะที่พี่รัคน่าปลอดภัย ข้าต้องขอขอบคุณท่านจริงๆ พี่ชายคาออส หากไม่ได้ท่าน เราพี่น้องก็คงไม่รู้จะยังมีชีวิตอยู่ไหม

หญิงสาวมองพี่ชายของตนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ก่อนจะกล่าวขอบคุณคาออสอีกเล็กน้อย

พี่น้องคู่นี้ช่างห่วงใยกันดีจริงๆคาออสคิดในใจเมื่อเห็นกิริยาที่คล้ายคลึงกันของทั้งคู่

เจ้ายังไม่แข็งแรงดีนัก เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ

คาออสกล่าวออกมาเบาๆ พลางมองไปที่หญิงสาว ดูเหมือนเธอกำลังฝืนตัวเองอยู่ไม่น้อยเลย

ไม่เป็นไรหรอกพี่คาออส พี่รัคน่าข้าขอไม้กายสิทธิ์ของข้าหน่อยรัคเน่ส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับกล่าวขึ้น

รัคน่าล้วงหาไม้กายสิทธิ์อยู่พักหนึ่ง ไม่นานนักเขาก็หยิบไม้กายสิทธิ์สีเขียวเข้มออกมา

นี่...ไม้กายสิทธิ์ของเจ้า

เมื่อมองดีๆ ก็จะพบว่าบนตัวของไม้กายสิทธ์นั้นมีกิ่งไม้เล็กๆ พันอยู่รอบๆ

หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ หยิบไม้กายสิทธิ์สีเขียวเข้มนั้นมาจากมือของพี่ชายเธอ

ด้วยอำนาจพลังจากธรรมชาติและเหล่าพืชพันธุ์ โปรดประทานพรศักสิทธิ์เพื่อขับไล่อาการบาดเจ็บด้วยเถิด

ทรีตเมนท์ ออฟ ไลต์!

พลันที่หญิงสาวพูดจบประโยค รอบๆ ร่างของเธอก็มีแสงสีเขียวโอบอุ้ม บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ของเธอค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ เธอดูเหมือนจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้งหนึ่งแล้ว

นี่สินะเวทรักษาที่เจ้าพูดถึงน่ะรัคน่า

คาออสมองไปยังเวทแสงสีเขียวอ่อนนั้นด้วยแววตาพินิจพิจารณา ตามตำราเวทเบญจธาตุขั้นต้นที่เขาศึกษามานั้น เวทที่รัคเน่กำลังใช้น่าจะเป็นเวทระดับสอง แต่ผลการรักษาของมันเท่าที่คาออสสังเกตเห็นกลับให้ความรู้สึกว่ามันดีกว่าเวทรักษาระดับสามของธาตุแสงเสียอีก

ใช่แล้วพี่ชายคาออส หนำซ้ำเวทของรัคเน่ยังให้ผลในระดับสูงกว่าปกติซะอีกนะ ขนาดท่านผู้เฒ่าในเมืองแห่งสายหมอกของพวกเรายังเคยกล่าวเอาไว้เลย ว่ารัคเน่น่ะคือคนที่ธรรมชาติคัดสรรด้วยความโปรดปราน

รัคน่าอธิบายอย่างละเอียดพร้อมทำท่าทางภูมิใจนิดๆ ในความมหัศจรรย์ที่น้องสาวของเขาได้แสดงออกมา

น่าแปลกใจจริงๆ ถึงว่า...ตอนนั้นเจ้าถึงได้บอกว่าถ้าน้องสาวของเจ้าฟื้นคืนสติมา เธอก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเอง

คาออสพยักหน้าอย่างเข้าใจ เวทรักษาของเธอช่างมีพลังจริงๆ

จากนั้นรัคเน่ก็ทำการร่ายเวทรักษาใส่พี่ชายของเธอ และแล้วพวกเขาทั้งคู่ก็กลับมามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง

แล้วพวกเราจะเข้าไปยืนยันตนที่โรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์เลยไหม พี่คาออส?”

มีอสูรพันธสัญญาหรือยังล่ะ ถ้ายังไม่มี พวกเราก็ไม่สามารถไปยืนยันตนได้หรอกนะ

คาออสยังจำคำที่พ่อของเขาได้กล่าวให้ฟังในคืนนั้นได้เป็นอย่างดี พ่อของเขาบอกว่า เมื่อเข้าไปในเมืองหลวงแล้วให้ตรงไปที่ร้านที่ชื่อ ซาฟเบโนร่า ที่นั่นจะมีอสูรไว้ให้ทำพันธสัญญาอยู่ คาออสน่าจะได้เจอกับอสูรพันธสัญญาที่เข้ากับเขาได้ยังที่แห่งนั้น ซึ่งผู้ได้รับบัตรเชิญจากโรงเรียนมหาเวททุกคนจะต้องหาอสูรเพื่อทำพันธสัญญาคนละหนึ่งตนจึงจะสามารถไปยืนยันตนที่โรงเรียนมหาเวทได้ หลังจากนั้นพ่อของเขาก็ได้กล่าวย้ำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายครั้ง จนคาออสแทบเก็บเอาไปฝันเลยทีเดียว

พวกข้ายังไม่มีเจ้าสิ่งที่เรียกว่าอสูรพันธสัญญาเลย

รัคน่าและรัคเน่กล่าวออกมาพร้อมๆ กัน

อา...งั้นพวกเจ้าก็คงต้องไปกับข้าอีกสักระยะล่ะนะ

คาออสกล่าวออกมาพร้อมรถม้าที่ค่อยๆ เลี้ยวไปทางขวาของตัวเมือง

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงตึกที่มีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กมากนัก

ถึงแล้วล่ะ ที่นี่น่าจะมีอสูรให้พวกเราทำพันธสัญญาอยู่

คาออสเริ่มแนะนำ พี่น้องฝาแฝดยอมเชื่อฟังอย่างง่ายดาย ในความคิดของพวกเขา เรื่องทุกอย่างที่คาออสพูดมาพวกเขาล้วนไม่นึกสงสัย เหตุผลนั่นก็เพราะคาออสเสี่ยงชีวิตช่วยพวกเขามาจากมอนสเตอร์กลุ่มนั้นนั่นเอง

พวกเขาพบกับเจ้าของร้าน ดูเหมือนเขากำลังปัดกวาดเช็ดถูบริเวณรอบๆ ของร้านอยู่

อ้าว!! คาออส นั่นมันคาออสไม่ใช่เหรอนั่น ลมอะไรหอบมาถึงเมืองหลวงแบบนี้ล่ะ ว่าแต่...แล้วพ่อของเจ้าล่ะ ได้มาด้วยหรือเปล่า?”

ชายคนนั้นเมื่อเห็นคาออสก็ได้กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองทันที เห็นได้ชัดว่าเขาน่าจะรู้จักคาออสและพ่อของคาออสมาก่อน

ท่านน้า!! ท่านน้าสตีเว่นน่ะเอง ไม่พบกันนานเลยนะ ท่านสบายดีไหม ข้ามาคนเดียวน่ะ ท่านพ่อของข้าไม่ได้เดินทางมาด้วย

คาออสทักทายตอบอย่างยินดี ความจริงแล้วน้าสตีเว่นคนนี้เคยอาศัยอยู่ข้างๆ บ้านของเขาเมื่อหลายปีก่อน

แน่นอน ข้าสบายดี เดินทางไปเรื่อย พร้อมกับเจออะไรหลายๆ อย่างนั่นแหละคาออส...แล้วเด็กสองคนนั่นล่ะ มากับเจ้าด้วยหรือเปล่า

สตีเว่นเหลือบมองไปเห็นหนุ่มสาวสองคนซึ่งอยู่เบื้องหลังคาออส จึงกล่าวถามขึ้น

อ่อ ข้าลืมแนะนำไปเลย น้องชายคนนี้ชื่อรัคน่า ส่วนน้องสาวชื่อรัคเน่ วันนี้ข้ากับน้องทั้งสองคนจะมาหาอสูรเพื่อทำพันธสัญญาด้วยน่ะ

คาออสแนะนำรัคเน่และรัคน่าให้สตีเว่นได้รู้จัก ขณะเดียวกันหนุ่มสาวทั้งสองก็แสดงความเคารพออกมาเช่นกัน

อืมๆๆ แปลกจริง เด็กสองคนนี้ข้าก็พอเข้าใจล่ะนะ แต่เจ้าใช้พลังเวทไม่ได้ไม่ใช่เหรอคาออส แล้วเจ้าจะเอาอสูรไปทำพันธสัญญาทำไม

สตีเว่นทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนมหาเวทกำลังรับนักศึกษาเวทเข้าโรงเรียน เขาจึงไม่แปลกใจที่หนุ่มสาวเบื้องหลังคาออสจะมาหาอสูรเพื่อไปทำพันธสัญญา แต่สำหรับตัวคาออสนั้นเขาไม่เข้าใจเลย อสูรเหล่านี้ต่างต้องใช้พลังเวทของผู้ที่ทำพันธสัญญากับมันเท่านั้น ถึงจะแสดงพลังของพวกมันออกมาได้ถึงขีดสุด ด้วยตัวคาออสที่ใช้พลังเวทไม่ได้ก็ไม่เห็นมีประโยชน์อันใดเลยที่เขาจะมาทำพันธสัญญากับอสูรเช่นนี้

พอดีเรื่องมันค่อนข้างยาวน่ะ ท่านน้าอยากจะฟังงั้นเหรอ

คาออสหันมากระซิบกับสตีเว่นเบาๆ แน่นอนมีหรือสตีเว่นจะไม่อยากรู้ คาออสจึงเล่าเรื่องต่างๆ ให้สตีเว่นฟังจนหมด

โอ้ เหลือเชื่อ!! เหลือเชื่อจริงๆ เลยคาออส ข้ารู้แล้วว่าทำไมคาออสถึงมาหาอสูรไปทำพันธสัญญา งั้นก็ตามสบายเลยนะ ถ้าได้ตัวที่ถูกใจค่อยเรียกข้าแล้วกัน เดี๋ยวจะรีบลงทะเบียนให้เลย

สตีเว่นกล่าวออกมาพลางหันกลับไปปัดกวาดเช็ดถูเช่นเดิม

ขอบคุณมากท่านน้า เอาล่ะ รัคน่า รัคเน่ พวกเจ้าไปเลือกได้แล้ว จำเอาไว้ด้วยนะตอนที่ยืนอยู่ใกล้กับพวกมัน ถ้ามีแสงสีเขียวๆ เกิดขึ้นที่ข้อมือของพวกเจ้า นั่นแหละคือตัวที่พวกเจ้ามีโอกาสทำพันธสัญญาสำเร็จ ส่วนถ้าขึ้นสีแดงๆ พวกเจ้าก็ปล่อยผ่านไปเลย เสร็จแล้วค่อยมาเรียกน้าคนนี้ก็แล้วกัน

คาออสกล่าวอธิบายตามที่รู้มาพลางชี้ไปยังร่างของน้าสตีเว่น

เข้าใจแล้ว พี่คาออสชายหนุ่มและหญิงสาวตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปค้นหาอสูรของตนเอง

เอาล่ะ ข้าก็คงต้องไปหาอสูรของข้าบ้างล่ะ

 

ผ่านไปราวๆ สิบห้านาที

นี่พี่คาออส ดูอสูรของข้าสิ

รัคน่ารีบวิ่งเข้ามาหาคาออสด้วยใบหน้าที่ดีใจและตื่นเต้นอย่างชัดเจน พร้อมกับโชว์เจ้านกเหยี่ยวที่มีปีกถึงสี่ปีกให้คาออสดู

เหยี่ยวสี่ปีกบาบาทรอส ชั้นเงิน

กินพืชและสัตว์ ระดับขั้น 5

หืม...ไม่เลวเลยนี่รัคน่า ได้อสูรชั้นเงิน แถมเป็นระดับห้าอีกต่างหาก นอกจากนั้นเจ้านี่มันยังสามารถพัฒนาเป็นชั้นทองได้อีกด้วยนะ

คาออสสำรวจข้อมูลของเจ้าเหยี่ยว พร้อมแสดงความยินดีกับรัคน่า ดูเหมือนรัคน่าจะได้อสูรที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

อสูรพันธสัญญาแบ่งระดับชั้นเป็นห้าระดับ และมีรายละเอียดการพัฒนาดังนี้

อสูรชั้นทองแดง ไม่สามารถพัฒนาได้

อสูรชั้นเงิน สามารถพัฒนาเป็นอสูรชั้นทอง

อสูรชั้นทอง สามารถพัฒนาเป็นอสูรชั้นทองคำขาว

อสูรชั้นทองคำขาว สามารถพัฒนาเป็นอสูรชั้นเพชร

อสูรชั้นเพชร สามารถพัฒนาเป็นอสูรระดับตำนานที่ไม่เคยมีบันทึกไว้

แบ่งค่าความแข็งแกร่งตามลำดับขั้นออกเป็นสิบขั้น กล่าวคือถ้าในอสูรระดับขั้นเดียวกัน แต่ถ้าระดับชั้นต่างกัน อสูรที่มีระดับชั้นสูงกว่าก็จะสามารถชนะอสูรที่ระดับชั้นต่ำกว่าได้โดยง่าย แต่ในขณะเดียวกันถ้าอสูรมีระดับขั้นมากกว่าอีกตน แต่ระดับชั้นของมันกลับต่ำกว่า มันก็จะสู้ได้สูสีกับอสูรที่มีระดับชั้นมากกว่ามัน

จริงเหรอพี่คาออส!! งั้นเดี๋ยวข้าจะไปรอท่านด้านหน้าร้านนะ!”

รัคน่าเมื่อได้ยินคำกล่าวจากคาออส พลันสายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมซะอีก เขากระโดดโลดเต้นพร้อมกับโอบอุ้มเจ้าเหยี่ยวสี่ปีกเอาไว้ จากนั้นก็ขอตัวไปรอคาออสที่ด้านหน้าของร้าน

สิบนาทีต่อมา

รัคเน่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาคาออสด้วยท่าทีที่เขินอาย ในมือของเธอกำลังอุ้มกระบองเพชรต้นน้อยๆ ไว้

กระบองเพชรลวงตา ชั้นเงิน

กินพืช ระดับขั้น 6

คาออสเมื่อเห็นค่าสถานะของมันก็กล่าวแสดงความยินดีต่อหญิงสาวเหมือนเช่นรัคน่า ซึ่งเธอก็หันมามองคาออสด้วยแววตาที่ชื่นชม ก่อนจะอุ้มเจ้ากระบองเพชรต้นเล็กๆ ต้นนั้นเดินไปยังด้านหน้าของร้านเหมือนเช่นพี่ชาย

รัคน่าและรัคเน่พบอสูรของตนจนหมดแล้ว ว่าแต่...อสูรของข้ามันไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันนะ

คาออสแอบเซ็งเล็กน้อย เขาเดินหาหลายต่อหลายชั้นแล้วก็ยังไม่พบอสูรของตนเลย อย่าว่าแต่จะได้ทำสัญญาเลย แสงสีเขียวสักแวบก็แทบไม่ได้พบกับมัน!!

ผ่านไปเกือบๆ สองชั่วโมงคาออสก็เดินไปด้านหน้าของร้านด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยอ่อนอยู่พอควร หลังจากสำรวจจนทั่วเขาก็ไม่พบอสูรที่พอจะทำสัญญากับเขาได้เลยแม้แต่ตนเดียว

เมื่อมองไปยังท้องฟ้าที่กำลังมืดลงอย่างช้าๆ คาออสจึงกล่าวขึ้น

ดูเหมือนอสูรของข้าจะต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย รัคน่า รัคเน่ ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองตรงไปที่โรงเรียนมหาเวทก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะตามพวกเจ้าไปทีหลัง

คาออสกล่าวโกหกต่อชายหนุ่มและหญิงสาว เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โกหกออกไป ทั้งสองคนคงไม่ยอมจากไปโดยง่ายเป็นแน่

นานขนาดนั้นเลยเหรอพี่คาออสรัคเน่กล่าวถามด้วยความสงสัย

พวกเรารอได้นะพี่คาออสพร้อมกับรัคน่าที่ยืนกรานจะรออยู่เช่นเดิม

ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรนะรัคเน่ เพราะงั้นพวกเจ้าไปก่อนได้เลย หรือว่า...พวกเจ้าทั้งสองไม่เชื่อคำพี่ชายคนนี้แล้ว?”

เมื่อเห็นว่าหนุ่มสาวสองคนนี้ค่อนข้างจะใจแข็งอยู่พอควร คาออสจึงใช้ไม้แข็งที่เขาคิดเอาไว้ในทันที

เปล่าเลยพี่คาออส งั้นข้ากับน้องสาวจะรีบไปที่โรงเรียนมหาเวทให้เร็วที่สุดเดี๋ยวนี้แหละ

รัคน่ารีบเปลี่ยนท่าทีของตนทันที พร้อมจับมือน้องสาวของเขา เตรียมออกจากร้านไป

ต...ต...แต่ว่า...ทางด้านรัคเน่เหมือนจะจับผิดท่าทางของคาออสได้ แต่ทันใดนั้นพี่ชายของเธอก็ลากเธอออกไปด้วยความรวดเร็วแล้ว ไม่มีแม้แต่เวลาให้เธอได้พูดจาเลยสักคำเดียว

คงจะต้องลากันตรงนี้ล่ะนะ บ้าชะมัดเลย!! ท่าทางสิ่งที่ข้าคิดไว้น่าจะถูกต้องแล้วล่ะ พวกอสูรต่างก็ถูกดึงดูดด้วยพลังเวท กับคนที่ไม่มีพลังเวทเช่นข้า พวกมันก็คงจะไม่สนใจอยู่แล้ว

ระหว่างหาอสูรที่เหมาะสมกับตัวเอง คาออสก็ได้คิดทบทวนอยู่หลายครั้ง แล้วก็ได้ข้อสรุปในที่สุด มันเป็นไปไมได้เลยที่อสูรนับพันในที่แห่งนี้จะไม่มีเลยแม้แต่ตนเดียวที่สามารถเป็นอสูรพันธสัญญา นอกเสียจากว่าพวกมันทั้งหมดต่างไม่สนใจคนไร้พลังเวทเช่นคาออส

หืม ไม่เจอเลยงั้นเหรอคาออส

สตีเว่นเมื่อเห็นคาออสยืนเหม่อลอยอยู่จึงเดินเข้ามาถาม

ใช่แล้วท่านน้า ข้าไม่พบมันเลย

น้ำเสียงคาออสฟังดูเศร้าสร้อยเล็กน้อย ทั้งที่เขาดั้นด้นเดินทางมาถึงจุดนี้ ทั้งยังมีบัตรเชิญซึ่งสามารถเข้าไปเรียนในโรงเรียนมหาเวทได้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาตกม้าตายเพียงเพราะไม่สามารถหาอสูรพันธสัญญาได้ซะอย่างงั้น สำหรับคาออสแล้วมันช่างเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจจริงๆ

อันที่จริงยังมีอสูรอีกตนหนึ่ง เจ้าจะลองดูหน่อยไหมล่ะคาออส

สตีเว่นทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กล่าวออกมา...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,426 ความคิดเห็น

  1. #9557 Warunkan-1060 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 15:31
    บทพูดจะพิธีรีตองอะไรขนาดนั่น
    เป็นครอบครัวที่ให้ความรู้ห่างเหินกันจัง
    #9,557
    0
  2. #8877 Teleport (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 02:18
    อะไรจะละครหลังข่าวขนาดนี้เนี่ย โว๊ะนิสัยพระเอกแบบนี้โครตน่าหงุดหงิด
    #8,877
    1
    • #8877-1 0835486832(จากตอนที่ 7)
      16 กรกฎาคม 2560 / 23:47
      เห็นด้วย
      #8877-1
  3. #7208 matjan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 15:21
    ไม่เป็นไรลูกคาออสใครจะว่านิสัยลูกเป็นยังไง แม่จะหาสามีดีๆให้ลูกเอง โฮะๆๆๆๆๆ //เปิดแคตตาล็อกหนุ่มหล่อกล้ามแน่น
    #7,208
    0
  4. #7091 Mr.Bermuda (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 14:32
     เข้าใจว่าอายุพระเอกประมาณ10ขวบ ถือว่าสมองพัฒนาช้าละกันมันคนละโลก
    #7,091
    0
  5. #5618 IlPoling (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:30
    บางทีครอบครัวนี้บทก็เหมือนแสดงลิเกมากเกินไปหน่อยนะคือมันเยอะไปอ่ะ จะอะไรนักหนากับอีแค่ลูกจะไปโรงเรียน คือเศร้าก็รู้แต่เล่นร้องห่มร้องไห้เหมือนว่าจะไม่เจอกันอิกเหมือนกับส่งลูกไปตายน่ะ
    #5,618
    5
    • #5618-4 SoLra(จากตอนที่ 7)
      8 มีนาคม 2560 / 02:51
      เห็นด้วยกับเม้น บนครับ
      #5618-4
    • #5618-5 MeenMeen M(จากตอนที่ 7)
      15 มีนาคม 2560 / 20:27
      เราว่านะ ถ้าไรต์อยากเขียนให้รีดเดอร์เข้าใจแบบ5618-3 เนื้อเรืองควรทำให้เข้มข้นกว่านี้ มีบทบรรยายว่าทำไมแม่ถึงร้องไห้ เรารู้สึกว่าบทพูดมันจะเยอะไป น่าจะมีบทบรรยายบ้าง
      การดำเนินเรื่องมันเลยดูแบบรวบรัดเกินไปนิดนึง ยังไงก็ฝากไรต์พิจารณาด้วยนะคะ
      #5618-5
  6. #5151 oRolA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:33
    ส่วนตัวเข้าใจคาออสที่เป็นแบบนี้นะคะ คนประเภทที่รักครอบครัวมากๆ ติดคนที่บ้านมากๆ มักอ่อนแอ งอแงง๊องแง๊งกับคนในครอบครัวมากกว่าปกติ กล่าวคือ คนประเภทนี้ เวลาอยู่บ้านกับอยู่กับคนอื่นจะมีนิสัยที่ค่อนข้างต่างกันชัดเจน และพวกความนิ่ง ความสุขุม ความเป็นผู้ใหญ่ มักมีแต่คนนอกที่ได้เห็น เพราะพออยู่บ้านเราก็อยากเป็นเด็ก อยากอ้อน อยากให้คนที่เรารักเอาใจ และเผลอใช้อารมณ์มากกว่าปกติ และยิ่งติดคนที่บ้านมากเท่าไหร่ แค่ไปนอนที่อื่น ไม่ได้เจอครอบครัวอาทิตย์เดียว ก็โฮมซิกได้แล้ว ชอบจังพระเอกรักครอบครัว
    #5,151
    0
  7. #4269 Zocalo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 10:01
    ขอบคุณครับ
    #4,269
    0
  8. #4245 sivakornza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 02:42
    ขอบคุณครับ
    #4,245
    0
  9. #3533 Index-me (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 22:57
    จากที่อ่านๆมารู้สึกว่าไรท์จะชอบเรื่องเกี่ยวกับตำนานต่างๆพอสมควรเลยนะคะ แต่ละชื่อที่มาแบบ..โอโหหหหห เอลโดราโด แชงกรีล่า วัลฮาล่า มีคุณฟอเรนต์ ไนติงเกลอีก สุดยอดๆๆ
    #3,533
    1
    • #3533-1 Warunkan-1060(จากตอนที่ 7)
      12 สิงหาคม 2560 / 15:33
      555 คุณฟอเรนต์ ไนติงเกล ใช่พยาบาลคนแรกป่ะคะ
      #3533-1
  10. #3142 Real_WNA. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 11:00
    สนุกมากค่าา
    #3,142
    0
  11. #1816 BenzSsw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 01:23
    ขอบคุณครับ
    #1,816
    0
  12. #1714 [0 & ∞] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:16
    เอ่อ...บริททาเนียร์?
    คาออสใช่รัชทายาทลำดับที่17รึเปล่าเนี่ย

    #1,714
    2
    • #1714-1 auannie(จากตอนที่ 7)
      2 ตุลาคม 2559 / 14:42
      น้องชายที่พลัดพรากของ ลูลุช วี บริทราเนีย กับ นานลี่ วี บริทาเนีย ครับ !! หายไปตอน บ้านของลูลุชถูกโจมตี แมรีแอน แอชฟอร์ด จึงใช้กีอัส ส่งคาออส ข้ามมิติออกมา และใช้กีอัสลบความจำของนานาลี วี บริทาเนียไป ธิดาวารี เจอระหว่างทางกลับจากการรบ จึงเก็บมาเลี้ยง
      ปล.ถ้านับตามลำดับก่อนพลัดพราก ก็เป็น องค์ชายรัชทายาทลำดับที่ 18 แห่งจักรวรรดิ์บริทาเนียครับ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 ตุลาคม 2559 / 14:45
      #1714-1
    • #1714-2 tongta_xx(จากตอนที่ 7)
      15 เมษายน 2560 / 17:01
      เอาแล้วๆ 5555
      #1714-2
  13. #793 Gnuh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 13:29
    ขอบคุณครับ
    #793
    0
  14. #694 arua (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 19:31
    มันไม่มีเรียนเรียนแบบ ธรรมดามั้งหรอ คนใช้เวทไม่ได้ก็มี แล้วอยู่มา17ปีไม่ได้เรียนอะไรเลยหรอครับ
    #694
    1
    • #694-1 GriMMix(จากตอนที่ 7)
      28 สิงหาคม 2559 / 19:41
      มีเรียนครับจนถึงอายุ 15 แต่ผมไม่ได้กล่าวถึง ส่วนเรื่องคนใช้เวทย์ไม่ได้นั้นส่วนมากหลังจากอายุ 15 ต่างก็ไปทำเกษตรกรรมกันหมดเลยครับ
      #694-1
  15. #693 arua (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 19:31
    มันไม่มีเรียนเรียนแบบ ธรรมดามั้งหรอ คนใช้เวทไม่ได้ก็มี แล้วอยู่มา17ปีไม่ได้เรียนอะไรเลยหรอครับ
    #693
    0
  16. #452 phairatw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:12
    ขอบคุณครับ
    #452
    0
  17. #151 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 11:24
    จุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต... ต้องเลือกทางเดินแล้ว
    #151
    0
  18. #119 เทวฑูตแห่งความตาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 10:51
    คาออสน่าจะมีบุคลิกที่บิดเบี้ยวบ้างน่ะคะจะได้แูมีมิติมากขึ้นเพราะสิ่งมีชีวิตที่มีปมด้อยมันจะต้องมีด้านสีเทาหรือดำบ้าง
    #119
    0
  19. #117 สายลม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 10:00
    ขอบคุณครับ
    #117
    0
  20. #110 เงาบนผิวน้ำ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 22:55
    ชื่อ ทวีป อาณาจักรลายตาเลย นิดนึง ไร้พลังเวทได้ไปโรงเรียนเวทย์มนต์ ซึ่งต้องเป็นคนใช้เวทย์ได้ แล้วเจ้าตัวไม่คิดเลยหรอว่า จะไปทำไม....
    #110
    1
    • #110-1 GriMMix(จากตอนที่ 7)
      10 สิงหาคม 2559 / 08:57
      ศึกษาหาความรู้ครับ เผื่อจะพบทางที่ทำให้ตนเองใช้เวทย์ได้
      #110-1
  21. #84 นักอ่านพเนจร. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 21:52
    บอกตามตรงเด็กอายุ14-15ยังมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคาออสเยอะเลยมั้ง
    #84
    3
    • #84-1 GriMMix(จากตอนที่ 7)
      8 สิงหาคม 2559 / 21:55
      เอาตรง ๆ นะครับคาออสจริง ๆ แล้วเข้มแข็งมากนะครับ แต่พออยู่กับครอบครัวกลับอ่อนแอซะอย่างงั้น 55555
      #84-1
    • #84-2 GriMMix(จากตอนที่ 7)
      8 สิงหาคม 2559 / 22:03
      ถ้าให้อธิบายในสายตาคนนอกคาออสจะเป็นคนที่เข้มแข็งมากครับ ซึ่งที่เขาทำก็เพื่อปกปิดปมด้อยที่ตนเองเป็นคนไร้พลังนั่นแหละ แต่เมื่ออยู่กับครอบครัวของตนเองเขาก็จะแสดงด้านจริง ๆ ของเขาออกมา ว่าจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้เข้มแข็มมากในแบบที่คนนอกเห็น
      #84-2
  22. #49 ตามนั้น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 02:57
    หงุดหงิดพระเอกนิดๆ ขี้โวยวายเหมือนเด็กเลย



    แถมดูเหมือนจะโง่ด้วย
    #49
    1
    • #49-1 GriMMix(จากตอนที่ 7)
      7 สิงหาคม 2559 / 08:15
      เคยผูกพันธ์กับใครมากๆ แล้วต้องจากถึง 2 ปีไหมล่ะครับ แค่หน้าก็ยังพบไม่ได้เลย


      #49-1
  23. #17 AomKhing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 09:59
    อาการค่ะไม่ใช่อาหาร
    #17
    0
  24. #14 s[O]diax (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 23:49
    พระเอกนี้อายุ 17 จริงป่าวเนี่ย 

    #14
    0
  25. #12 เงา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 23:24
    ขอบคุณครับสนุกมากเลย
    #12
    0