โลกเวทมนตร์ของคาออส (ตีพิมพ์กับสนพ. อาเธน่า)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง (ฉบับตีพิมพ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


ตำราเล่มที่ 5

 

มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

 

คาออส...เจ้าไปเถอะ เจ้าไม่จำเป็นต้องห่วงแม่

หลังจากที่คาออสกล่าวประโยคนั้นจบ เสียงของแม่ก็พลันดังขึ้นทันที

แม่ของเขาค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ แม้แววตาของนางจะดูเศร้าสร้อยอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้ลักษณะอาการของนางก็ล้วนดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากแล้ว

ทางด้านพ่อของเขาในทีแรกนั้นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เมื่อเห็นผู้เป็นภรรยาเลือกที่จะเข้ามาพูดด้วยตนเอง จึงเงียบเสียงไปในทันที ปล่อยให้แม่และบุตรชายได้พูดคุยกันตามลำพัง

ไปข้างนอกกันเถอะ มิร่า เดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไปซื้อขนมที่เจ้าชอบพ่อของเขากล่าวออกมาเบาๆ ก่อนจะจูงมือเด็กหญิงเดินออกจากบ้านไปในทันที

แต่ว่า...ท่านแม่!!คาออสยังคงดื้อรั้นอยู่เช่นเดิม ความรู้สึกของการจากลาเขาเข้าใจเป็นอย่างดีในตอนที่ต้องแยกจากพี่สาว ถ้าเขาไปอีกคน นั่นก็เท่ากับว่าแม่และน้องสาวของเขาจะต้องอยู่กันตามลำพัง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพ่อของเขาไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัวมากนักนั่นเอง

คาออส เจ้าช่วยตอบแม่มาตามตรงจะได้ไหม ตัวเจ้าอยากที่จะไปเรียนที่โรงเรียนมหาเวทนั่นหรือไม่

แม่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่แฝงไว้ซึ่งความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม

การจะไปอยู่ที่โรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์ได้ ถ้าไม่อยู่ในฐานะอาจารย์ ก็ต้องอยู่ในฐานะนักศึกษาของสถาบันเท่านั้น ซึ่งนั่นจะทำให้เขาไม่สามารถกลับมาที่บ้านได้อีกเป็นระยะเวลาเกือบๆ สองปีเช่นเดียวกับพี่สาวของเขา นี่คือกฎของทางสถาบันที่ไม่สามารถฝ่าฝืนได้

โรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของราชอาณาจักรคาลเดียร์ แม้จะมีกฎไม่ให้นักศึกษาใหม่ของสถาบันเดินทางกลับบ้าน แต่พวกเขาเหล่านั้นก็สามารถเดินทางไปไหนมาไหนภายในเมืองหลวงของอาณาจักรได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ฝึกสอนเสียก่อน

เอ่อ...คาออสอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ ใช่แล้วท่านแม่ ข้าอยากไปเรียนที่นั่น

เขาตัดสินใจพูดความจริงออกไป ทั้งนี้เพราะเขาไม่อยากโกหกแม่ของเขานั่นเอง

งั้นเจ้าก็จงไปเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่ โอกาสแบบนี้...คาออส เจ้าควรจะไขว่คว้าเอาไว้นะ แม่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพลางสวมกอดลูกชายของเธออย่างช้าๆ

ถ้าเจ้าไปอยู่ที่นั่นแล้วก็อย่าลืมเขียนจดหมายมาหาแม่ของเจ้าบ้างนะ ผู้เป็นแม่กระซิบที่ข้างหูของบุตรชายเบาๆ เห็นได้ชัดว่าเธอพยายามข่มความเศร้าอย่างเต็มที่

ผู้ใช้เวทมนตร์สามารถใช้ลูกแก้วเวทมนตร์ในการสื่อสารได้ แต่ผู้ไร้ซึ่งพลังจะใช้จดหมายในการสื่อสารแทน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเขาไม่มีพลังเวทที่จะทำให้ลูกแก้วเวทมนตร์ทำงานนั่นเอง

ท่านแม่...ข้า...ข้า เอ่อ...ข้ารักท่านแม่นะเมื่อเห็นว่าแม่ของตนยังคงยืนกรานให้เขาทำตามความฝัน พลันแววตาของเขาก็ฉายแววตาเศร้าสร้อยออกมา

แม้ข้าในตอนนี้ยังมิอาจเป็นที่ภาคภูมิใจของท่านได้ แต่ในไม่ช้าท่านจะต้องภูมิใจในตัวข้าอย่างแน่นอน เขากล่าวกับแม่เบาๆ พร้อมสวมกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย

แม่รู้ แม่รู้ดีคาออสแม่ของเขาพยักหน้าก่อนจะกล่าวตอบสั้นๆ

ทันใดนั้นพ่อของเขาก็เดินเข้ามาอย่างพอดิบพอดี พร้อมจูงมือน้องสาวตัวน้อยของเขาเดินตามมาด้วย

อ้าว...กอดกันกลมเลยนะแม่ลูกคู่นี้ ข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย ฮะๆๆ

ผู้เป็นพ่อมองภาพเหล่านั้นก่อนจะกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี ตามด้วยหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ลึกๆ แล้วใครจะรู้ว่าเขาต้องพยายามข่มความรู้สึกเศร้าเสียใจเอาไว้มากมายแค่ไหน

จากนั้นพ่อก็ได้เล่ารายละเอียดต่างๆ ให้คาออสฟัง ไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ท่านหนึ่งในมหาลัยต้องการผู้ช่วย พ่อของเขาจึงได้เสนอคาออสให้ไป นอกจากนี้คาออสยังได้ไปอยู่ที่โรงเรียนมหาเวทในฐานะของนักศึกษาของสถาบันอีกต่างหากซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้วมันไม่มีทางจะเป็นไปได้เลย เพราะคาออสไม่สามารถใช้พลังเวทได้นั่นเอง

หลังจากนั้นพ่อของเขาก็หยิบม้วนกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง บอกว่ามันจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องนำทาง สามารถนำทางผู้ที่ใช้มันไปยังสถานที่ที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ม้วนกระดาษวิเศษม้วนนี้พ่อของเขาได้บรรจุพลังเวทลงไป ทำให้ถึงคาออสจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่เขาก็ยังสามารถจะใช้ม้วนกระดาษนำทางม้วนนี้ได้

แล้วก็นี่...คาออส เจ้าจงใช้มันเพื่อป้องกันตัวของเจ้าพ่อล้วงมือไปหยิบปากกาจากกระเป๋าเสื้อของตน จากนั้นก็มอบปากกาเล่มนั้นให้กับคาออส

ท่านพ่อ...พลันที่เห็นปากกา คาออสก็รู้ได้ทันทีว่ามันมิใช่ปากกาธรรมดาๆ อย่างแน่นอน พ่อแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าปากกาแท่งนี้

คาออส พูดตามพ่อนะ แสงเจิดจรัสจงสำแดงพลัง

แสงเจิดจรัสจงสำแดงพลัง

คาออสกล่าวตามพ่อ ทันใดนั้นเอง จากปากกาเล่มเล็กๆ ก็กลับกลายเป็นดาบสีทองอันแสนงดงามในทันที เมื่อมองดูมันดีๆ แล้วก็จะพบว่ามันกำลังปล่อยออร่าพลังงานแปลกๆ ออกมาด้วย

ท่านพ่อ...เจ้านี่มัน!!” คาออสจำดาบเล่มนี้ได้ในทันที มันคือดาบที่พ่อของเขาเคยใช้งานบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยอดีตนั่นเอง

คาออส ลูกจำทักษะอัศวินต่างๆ ที่พ่อเคยสอนเจ้าได้หรือไม่?”

ข้าจำได้อย่างแม่นยำเลยล่ะท่านพ่อคาออสกล่าวอย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่เพลงดาบ แม้แต่อาวุธอื่นๆ เขาก็สามารถใช้ได้อย่างชำนาญไม่แพ้กัน ทั้งนี้เกิดจากการที่เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ จึงเน้นไปที่การฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธพวกนั้นแทน โดยผู้ที่ฝึกสอนเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น คนคนนั้นก็คือพ่อของเขานั่นเอง

อืมๆ ดีแล้วล่ะ ว่างๆ เจ้าก็พยายามฝึกฝนมันอย่างต่อเนื่องนะคาออส เพราะถ้าเกิดเหตุร้ายแรงอะไรขึ้น เจ้าจะได้ปกป้องตัวของเจ้าเองได้ คาออสเจ้าเข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม?” ผู้เป็นพ่อกล่าวย้ำอีกครั้ง

เข้าใจแล้วท่านพ่อ ถ้ามีเวลาว่างข้าจะหมั่นฝึกฝนทักษะเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้นคาออสกล่าวรับคำอย่างหนักแน่น ความจริงแล้วในเวลาว่างถ้าเขาไม่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์ก็มักจะฝึกต่อสู้ด้วยอาวุธพวกนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

จากนั้นคาออสจึงเก็บปากกาสีทองด้ามนั้นเข้ากระเป๋าไป และเนื่องจากปากกาสีทองเล่มนั้นถูกพ่อของเขาบรรจุพลังเวทไว้ภายในเช่นเดียวกับม้วนกระดาษวิเศษเมื่อสักครู่ จึงไม่มีปัญหาใดๆ เลยแม้แต่น้อยที่คาออสจะใช้งานมัน

หลังอธิบายรายละเอียดและมอบของวิเศษสองชิ้นให้กับลูกชายของตนแล้ว พ่อก็บอกให้คาออสไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เพราะในวันพรุ่งนี้คาออสจะต้องออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า

ตอนแรกคาออสตกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ แต่เมื่อหันไปมองแม่ของเขา เธอก็ยิ้มให้ก่อนกล่าวออกมาว่า

ไปเก็บกระเป๋าเถอะคาออส เสร็จแล้วเจ้ารีบลงมานะ เดี๋ยวแม่ของเจ้าจะทำของโปรดให้เจ้าทาน

ท่านแม่...น้ำเสียงคาออสสั่นเครือเป็นอย่างมาก แต่ถึงยังไงเขาก็จะไม่เสียน้ำตาอีกเด็ดขาด เพราะนี่คือคำมั่นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับแม่ของเขาเอง

 

เช้าตรู่ของวันต่อมา

บริเวณหน้าบ้านของคาออสมีรถม้าคันหนึ่งได้มาจอดรออยู่แล้วพร้อมกับชายสูงอายุคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถม้าคันนี้

ในระหว่างที่คาออสกำลังจะขึ้นรถม้าเขาก็หันมากล่าวลาพ่อและแม่รวมถึงน้องสาวตัวเล็กของเขาอีกครั้ง

ท่านพ่อ...ท่านแม่...พวกท่านต้องรักษาสุขภาพด้วยนะ มิร่าน้องพี่ พี่ฝากดูแลท่านพ่อและท่านแม่ด้วย

กุบกับ กุบกับ กุบกับ

หลังจากนั้นรถม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านอย่างช้าๆ คาออสหันหลังมามองออกไปทางหน้าต่างของรถม้า เห็นภาพแม่ของเขาเอามือปิดหน้าของตนเองเอาไว้ ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น อันแปลว่าที่ผ่านมานางต้องอดกลั้นทำตัวให้เข้มแข็งเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

พลันดวงตาของชายหนุ่มมีน้ำใสๆ คลออยู่เล็กน้อย เขามองไปยังแม่ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่

รอข้าก่อนนะท่านแม่ ข้าจะต้องทำให้ท่านแม่ภาคภูมิใจในตัวข้าให้จงได้

 

การไปยังโรงเรียนมหาเวทในครั้งนี้คาออสไม่ได้ไปทำหน้าที่แค่เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์ท่านนั้นเฉยๆ เขาตั้งใจจะหาความรู้ให้ได้มากที่สุดและเปลี่ยนผันโชคชะตาของตนเองให้จงได้ คาออสเคยอ่านผ่านๆ ตาในบันทึกโบราณเล่มหนึ่ง มันได้กล่าวถึงวิธีการเปลี่ยนให้ผู้ไร้พลังเป็นผู้ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่ถึงอย่างนั้นวิธีการนั้นก็เหมือนจะส่งผลกระทบต่อร่างกายมิใช่น้อย บางรายโชคร้ายถึงขั้นล้มหายตายจากไปเลยทีเดียว ซึ่งแตกต่างจากการไปขอพรกับอิกดราซิลที่ปลอดภัยกว่า แต่การที่จะไปถึงยังต้นอิกดราซิลนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันอยู่ที่ใจกลางของทวีปปีศาจนั่นเอง

คาออสจึงอยากลองพยายามด้วยตนเองก่อนที่พี่สาวของเขาจะทำเรื่องอันตรายดังเช่นการเดินทางไปหาอิกดราซิล เขาในตอนนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้จงได้ เขาคิดว่าการที่สถานที่แห่งนั้นคือโรงเรียนมหาเวทที่เก็บรวบรวมศาสตร์แห่งมนตราและเวทมนตร์หลายต่อหลายแขนง เขาจึงน่าจะพบเบาะแสอะไรบางอย่างๆ ไม่มากก็น้อย

เอาล่ะ ข้าขอหลับสักงีบดีกว่า ดูเหมือนหนทางของข้าจะยังอีกไกลนัก

คาออสค่อยๆ เอนกายลงนอน จากนั้นก็หลับตาลงอย่างช้าๆ

จากเมืองที่คาออสอยู่นั้นจะต้องใช้เวลาแปดชั่วโมงเป็นอย่างน้อยกว่าจะถึงโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์

 

หลายวันก่อนหน้านี้...

เมืองหลวงของราชอาณาจักรคาลเดียร์ พระราชวังอูริเอล

องค์หญิงซาฟีน่าท่านต้องก้าวเดินช้าๆ หน่อยนะ หากท่านหกล้มไปข้าไม่แย่เลยเหรอ

อัศวินสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับวิ่งตามหญิงสาวผู้หนึ่งไปติดๆ

รีบตามข้ามาเร็วๆ สิ โมชิซากิ

หญิงสาวหันหน้ากลับมากล่าวกับอัศวินหญิงเบื้องหลังของเธอ จากนั้นเธอก็รีบเร่งฝีเท้าอย่างว่องไวไปยังท้องพระโรงของพระราชวังแห่งนี้ สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตื่นเต้นและความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

องค์หญิงท่านจะรีบร้อนเกินไปแล้ว มันจะดูไม่งามนะหากมีคนอื่นมาเห็นเข้า

อัศวินสาวกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นท่าทีอันรีบร้อนขององค์หญิงผู้แสนงดงามที่วิ่งนำอยู่เบื้องหน้าเธอ

ไม่นานนักทั้งคู่ก็วิ่งมาจนถึงหน้าประตูท้องพระโรงของพระราชวังในที่สุด

ปึงงงงงงง!!

หญิงสาวผู้ที่วิ่งนำมารีบผลักประตูบานใหญ่เบื้องหน้าของตนทันที ทำให้เกิดเสียงดังขึ้น เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อ เธอก็ค่อยๆ ย่อตัวเพื่อแสดงความเคารพ พร้อมกับกล่าวออกมา

ท่านพ่อ!! ได้โปรดอนุญาตให้ข้าไปเรียนที่โรงเรียนมหาเวทนั่นด้วย!”

หืม ซาฟีน่า? พ่อว่าเราเคยพูดถึงเรื่องนี้แล้วไม่ใช่เหรอ?” กษัตริย์วัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวด้วยถ้อยคำที่แฝงไว้ซึ่งความห่วงใย

ได้โปรดเถอะท่านพ่อ ข้าอยากจะทำตามความฝันของข้าหญิงสาวยืนกรานเสียงแข็ง เห็นได้ชัดว่าเธอมีความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก

แต่ว่า...ซาฟีน่ากษัตริย์วัยกลางคนยังคงมีท่าทีไม่ยินยอม แต่เมื่อเห็นท่าทางและกิริยาของลูกสาวของตนที่แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วเขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไรดี ความจริงเขาได้ติดต่อคณาจารย์บางท่านของโรงเรียนมหาเวทนั้นให้มาสอนสั่งเป็นการส่วนตัวแก่บุตรสาวของเขาอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าองค์หญิงซาฟีน่าจะอยากไปศึกษาที่โรงเรียนแห่งนั้นซะมากกว่า

เมื่อไม่รู้จะทำเช่นไรดีกับเหตุการณ์ตรงหน้า เขาจึงหันไปทางชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ทำสีหน้าราวกับต้องการคำแนะนำบางอย่าง

ชายวัยกลางคนผู้นั้นจึงก้าวเข้ามา ออร่าที่แผ่ออกมาแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของเจ้าตัวเป็นอย่างดี และเมื่อเห็นหน้าตาเขาชัดๆ นั่นก็ทำให้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาก็คือพ่อของคาออสนั่นเอง

เฮ้อ เจ้านี่จริงๆ เลย แล้วข้าจะบอกเธออย่างไรดีล่ะพ่อของคาออสส่ายศีรษะเบาๆ ตัวเขาเองก็ไม่ได้ถนัดอะไรในด้านนี้ซะด้วย ขนาดลูกสาวของตนเอง เขายังทะเลาะกับเธอแทบจะทุกวันเลย

ซาฟีน่าขอทำความเคารพท่านลุงไคริวองค์หญิงซาฟีน่ากล่าวทักทายด้วยความเคารพ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าสถานะของพ่อคาออสนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

สวัสดีองค์หญิงตัวน้อย ไม่เจอเพียงไม่กี่ปีดูเจ้าจะโตเป็นสาวแล้วนะไคริวกล่าวทักทายองค์หญิงพร้อมลูบศีรษะของเธอเบาๆ

ท่านพี่ช่วยพูดกับหลานสาวของท่านหน่อยสิ เธอคนนี้ดื้อรั้นเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด

กษัตริย์วัยกลางคนกล่าวออกมาเบาๆ มองดูบุตรสาวของตนอย่างจนปัญญา

แน่ใจนะว่าเจ้าอยากให้พี่ชายของเจ้าแนะนำบุตรสาวของเจ้าจริงๆ น่ะคิริวไคริวผู้ซึ่งเป็นพ่อของคาออสหันมากล่าวย้ำกับกษัตริย์หนุ่ม ซึ่งนั่นก็ชัดเจนแล้วว่าเขาทั้งคู่คือพี่น้องกัน

แล้วแต่ท่านพี่เลยคิริวกล่าวออกมาเบาๆ เขาพูดอะไรไปตอนนี้บุตรสาวของเขาก็คงไม่ฟังเขาอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นพี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในราชอาณาจักรแห่งนี้ ซาฟีน่าดูเหมือนจะยอมเชื่อฟังคำพูดอีกฝ่ายซะมากกว่า

งั้นข้าไม่เกรงใจล่ะนะ นี่ซาฟีน่า หลานรู้ใช่ไหมการที่จะไปเรียนโรงเรียนมหาเวทได้ หลานจะต้องได้รับบัตรเชิญจากโรงเรียนมหาเวทซะก่อนไคริวกล่าวออกมา น้ำเสียงจริงจังมากขึ้น

ข้าทราบดีท่านลุง ข้าได้มันมาแล้วองค์หญิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเวทของเธอ จากนั้นก็หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา โดยด้านหน้าของจดหมายนั้นมีตราประทับของโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์ประทับไว้อย่างชัดเจน

อืม งั้นก็ถือว่าหลานมีคุณสมบัติในการเข้าเรียนแล้วสินะ งั้นอีกคำถาม เหตุผลที่หลานอยากจะไปเรียนที่นั่นคืออะไร?”

คราวนี้น้ำเสียงของไคริวฟังดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย

ข้าอยากตามหาเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นนักเวทเฉกเช่นท่านลุง และที่สำคัญข้าก็อยากช่วยเหลือทุกคนด้วย

องค์หญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ที่ผ่านมาเธอมักจะมองลุงของเธอเป็นแบบอย่างอยู่เสมอ

ฮะๆๆ เป็นเหตุผลที่ดีใช้ได้เลยล่ะ แล้วเหตุผลอื่นล่ะ ซาฟีน่า พอจะบอกลุงของเจ้าได้ไหม

ไคริวหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมจ้องมองไปยังหลานสาวของตนด้วยแววตาอ่อนโยน เขารู้สึกว่าองค์หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้ายังคงมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่

ท่านลุง...องค์หญิงอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ตัดสินใจกล่าวความจริงออกมา ซาฟีน่าอยากมีเพื่อน

ตั้งแต่เล็กเธอก็อยู่แค่ในพระราชวังมาโดยตลอด ทำให้ไม่มีโอกาสได้พบเจอและได้เล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ มากนัก คนรุ่นราวคราวเดียวที่เธอรู้จักก็มีแต่อัศวินหญิงที่คอยอยู่ข้างๆ เธอเสมอ ซึ่งองค์หญิงก็ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่าเพื่อนได้หรือเปล่า เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันอัศวินหญิงชอบทำตัวเหมือนกับตัวเองเป็นข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยที่ทำได้แค่เพียงรอรับคำสั่งเท่านั้น จุดนี้เป็นสิ่งที่ซาฟีน่าไม่ชอบใจ

หืม...

เมื่อได้ยินคำตอบนั้นเขาก็หันไปมองคิริวผู้เป็นน้องชาย ทำตาดุใส่เล็กน้อยเป็นทำนองว่า เจ้าทำอะไรกับหลานข้า?’

กษัตริย์วัยกลางคนนามคิริว เมื่อเห็นสายตาของพี่ชายตนก็สะดุ้งขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกว่าตัวเองคงคิดผิดเสียแล้วที่ให้พี่ชายมาจัดการในเรื่องนี้

ถ้าหลานอยากไปก็ไปเถอะ ส่วนพ่อของหลานเดี๋ยวลุงจัดการเอง

จริงเหรอท่านลุง! ขอบคุณ...ข้าต้องขอขอบคุณท่านลุงจริงๆ!!”

องค์หญิงกระโดดโลดเต้นแสดงความดีใจอย่างลืมตัว

ซาฟีน่า...แต่ว่าท่านพี่ แบบนี้มัน...

พลันสีหน้าของคิริวเปลี่ยนเป็นปั้นยากทันที เขาไม่คิดว่าพี่ชายจะยอมหลานสาวตัวเองง่ายๆ แบบนี้ ความจริงแล้วคิริวรู้มาตลอดว่าบุตรสาวของตนต้องโดดเดี่ยวแค่ไหน แต่เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับราชินีของเขาในวันนั้น ซึ่งมันได้พรากชีวิตของเธอไปจากเขาและลูกตลอดกาล การที่เหลือแต่เพียงตัวเขาและลูกสาวแค่สองคน เขาจึงห่วงใยซาฟีน่ามากจนบางครั้งมันก็เลยเถิดไปสักหน่อยดังเช่นในตอนนี้

ท่านพ่อ...องค์หญิงเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับพ่อของตน ข้าขอตัวก่อน

แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เธอกล่าวลาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากท้องพระโรงไปในทันที พร้อมกับอัศวินหญิงที่เดินตามหลังเธอไปติดๆ

ท่านพี่ไคริว ทำไมท่านถึงได้กล่าวกับซาฟีน่าไปเช่นนั้นล่ะ

กษัตริย์วัยกลางคนหันมาทางพี่ชายของตน แววตาของเขาดูโศกเศร้าเป็นอันมาก

นี่ คิริว ข้าเข้าใจนะว่าเจ้ายังเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่การที่เจ้าเอาแต่ขังซาฟีน่าเอาไว้แต่ในพระราชวังแห่งนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เจ้าขังนกน้อยแสนสวยงามตัวหนึ่งไว้ในกรงหรอกนะ

แต่ว่าท่านพี่ไคริว ซาฟีน่าต้องไปอยู่ที่นั่นถึงสองปีเลยนะ คนจะดูแลเธอก็ไม่มีอีกต่างหาก แล้วเช่นนั้นท่านจะให้ข้าวางใจได้อย่างไร

กษัตริย์วัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกังวลเป็นอย่างมาก โรงเรียนมหาเวทไม่ใช่สถานที่ที่พระองค์ซึ่งเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรจะเข้าไปยุ่มย่ามตามอำเภอใจได้มากมายนัก

งั้นเจ้าก็ส่งคนที่ไว้ใจได้สักคนไปอยู่ข้างๆ เธอสิไคริวพยายามแนะแนวทางเพื่อให้น้องชายของเขาสบายใจมากขึ้น

แต่ท่านพี่ไคริว โรงเรียนนั่นไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปนะคิริวกล่าวทักท้วงพี่ชายของตน การเข้าไปยังโรงเรียนมหาเวทได้จะต้องเป็นนักศึกษาไม่ก็คณาจารย์ของโรงเรียนเท่านั้น ถ้าบุคคลภายนอกต้องการเข้าไปก็จะต้องได้รับอนุญาตจากคณาจารย์หรืออาจารย์ใหญ่ซะก่อน ซึ่งนั่นถือเป็นกฎมานานแล้ว และแม้แต่ตัวกษัตริย์เองก็ไม่สามารถเปลี่ยงแปลงมันได้

ก็นางหนูนั่นไงล่ะคิริว อัศวินหญิงคนนั้นนั่นไง ไคริวกล่าวออกมา ดูเหมือนเขาจะมีแผนในใจ

เป็นไปไม่ได้หรอกท่านพี่ คนที่จะเข้าไปเรียนได้จะต้องมีบัตรเชิญจากโรงเรียนเท่านั้น

คิริวนึกถึงอัศวินหญิงอยู่แล้ว ถ้าเป็นเธอ เขาก็ไม่ต้องห่วงบุตรสาวของเขามากนัก นอกจากนั้นอายุของทั้งคู่ก็ยังไล่เลี่ยกันอีกด้วย แต่ปัญหาก็คืออัศวินหญิงไม่มีบัตรเชิญเนี่ยสิ

ถ้าเรื่องบัตรเชิญไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวพี่ของเจ้าจะจัดการเอง

ไคริวกล่าวออกมานิ่งๆ ด้วยฐานะของเขา การจะขอบัตรเชิญสักใบให้นักศึกษาใหม่สักคนไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด

โอ้...ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีเลยล่ะท่านพี่ไคริวคิริวดูผ่อนคลายลงไปมากอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำกล่าวจากพี่ชายของตน

แล้วก็ลูกของข้าอยู่ที่โรงเรียนแห่งนั้นถึงสองคน นั่นย่อมทำให้ไม่มีใครสามารถทำอันตรายหลานสาวของข้าได้หรอก เจ้าจงสบายใจได้เลยคิริว!! ฮ่าๆๆ

ไคริวกล่าวอย่างมั่นใจราวกับทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้อยู่ในการคำนวณของเขาหมดแล้ว

หืม ก็พอจะรู้ล่ะนะว่าลูกสาวคนโตของพี่ไคริวถือว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งและอยู่ถึงชั้นปีที่สามแล้ว ว่าแต่...อีกคนที่ว่า...นี่ใครกัน?

คิริวคิดในใจ เขาพยายามจะนึก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักที

เรื่องที่พ่อของคาออสเป็นเชื้อพระวงศ์ คนที่รู้เรื่องมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แม้แต่แม่ของคาออสเองก็ยังไม่รู้...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,426 ความคิดเห็น

  1. #11711 อิอิ2345 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:22

    คาออสมีชื่อเต็ม(ชื่อจริง)ว่าอะไรคับ?

    #11,711
    0
  2. #8163 rosayrai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 07:00
    แล้วคาออสที่ตื่นขึ้นมาเพราะหิวน้ำตอนดึกๆก็ได้ยินพ่อกับแม่คุยกันเรื่องตัวเอง...เอาล่ะนี่คือคำถามคาออสจะทำอะไรต่อไประหว่าง a.หายหิวน้ำแล้วค่อยๆย่องกลับเข้าห้องไปนอนคิดเรื่องนี้คนเดียวทั้งคืน หรือ b.เดินลงมาหาพ่อกับแม่แล้วถามว่านี่มันอะไรกัน หรือ c.คาออสได้ยินแค่ตอนปลายๆก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลยเดินไปกินน้ำตามปกติแล้วถามพ่อกับแม่ว่ายังไม่นอนกันอีกหรอครับ
    #8,163
    0
  3. #7672 อิอิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 20:09
    พ่อแม่ แทนสรรพนามตนเองคุยกันแปลกๆ เดวข้า เดวท่าน เดวเจ้า



    อ่านแล้วต้องดูบริบทอีกว่าใครเป็นคนพูดกันแน่
    #7,672
    0
  4. #5718 AbyssWalker (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:37
    รู้สึกว่าคาออสจะทำตัวไม่สมกับอายุแฮะ ดูไม่เหมือนอายุ17อ่ะ เหมือนเด็กเล็กๆมากกว่า
    #5,718
    0
  5. #5315 สิงโตทะเล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:29
    พระเอกบอกจะไม่แสดงสีหน้าผิดหวังให้เห็น

    แม่กับพี่จะได้ไม่ต้องเป็นกังวล

    แต่เห็นแม่งตัดพ้ออยุนั่นละ -0-
    #5,315
    0
  6. #5149 oRolA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:58
    ชอบอารมณ์ความรักของครอบครัวจังค่ะ หวังว่าตอนต่อๆ ไป จะยังคงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอยู่เหมือนเดิมแม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน
    #5,149
    0
  7. #5118 sirintipize (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:43
    ครอบครัวนี้น่ารัก
    #5,118
    0
  8. #5017 SeowooPark (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:27
    พระเอกนี่ยังไงเดี๋ยวเศร้าเดี๋ยวฮึด กูงง
    #5,017
    0
  9. #4493 Shadow Reader (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 16:25
    ลึกลับจริง น่าติดตามๆ 💁
    #4,493
    0
  10. #4394 I'am.G :)) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 11:18
    ปูมาแบบนี้ มาแบบระดับตำนานแน่นอน พลังพระเอกมาแล้ว
    #4,394
    1
    • #4394-1 ดินสอยางลบ(จากตอนที่ 6)
      7 ธันวาคม 2559 / 05:27
      จริงอ่ะ ตื่นเต้นๆๆ
      #4394-1
  11. #4268 Zocalo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 09:54
    ขอบคุณครับ
    #4,268
    0
  12. #4244 sivakornza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 02:04
    ขอบคุณครับ
    #4,244
    0
  13. #3598 LaZyBonEs.. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 15:11
    2-3ตอนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ คาออสพูดประมาณ "ว้าว เวทมนตร์มันเจ๋งจริงๆเลย" ต่อด้วยสลดหดหู่ "แต่เราไม่มีทาง/ไม่มีวัน เป็นอย่างนั้นสินะ" แล้วก็จะมีคนมาปลอบ "ไม่เป็นไร ซักวันจะมีชีวิตที่ดี/จะต้องใช้เวทมนตร์ได้แน่ๆ" เป็นแพทเทิร์นซ้ำหลายรอบเลยค่ะ อาจเป็นเพราะเรามาอ่านพรวดเดียวเลยรู้สึกว่ามันบ่อย คิดว่าทำให้ดูขี้น้อยใจ และเรียกร้องความสนใจนิดๆ ประมาณว่า ถ้าจะตัดพ้อออกมา แค่รอบเดียวตอนที่ทนไม่ไหวก็พอ หลังจากนั้นแม้จะเสียใจก็แค่คิดในใจ ไม่แสดงออกให้คนอื่นปลอบหรือต้องเป็นห่วง มันดูเท่กว่าอ่ะค่ะ
    ps.แค่ความเห็นส่วนตัวนะคะ อยากแสดงออก ไม่ได้มีจุดประสงค์ไม่ดี ถ้าทำให้ใครไม่พอใจก็ขอโทษด้วยค่ะ
    #3,598
    0
  14. #3531 Index-me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 22:52
    ถ้าใช้ชื่อคาออสที่มาจากคำว่า Chaos นี่มันอ่านเป็นเคออสไม่ใช่หรอ? หรือว่าเล่นคำ ถ้าผิดก็ขออภัย
    #3,531
    0
  15. #3134 Crystal25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 06:06
    คาออส = Chaos = ความสับสน จบ. -_-
    #3,134
    0
  16. #1840 galaxy.inspirit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 10:21
    หืมมม คาออสแข็งแกร่งงงงง
    #1,840
    0
  17. #1815 BenzSsw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 01:11
    ขอบคุณครับ
    #1,815
    0
  18. #791 Gnuh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:31
    ขอบคุณครับ
    #791
    0
  19. #718 pondFreeDom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 03:30
    ตัวเอกโอเว่อแอคติ้งเกินไปนะ จากที่อ่านมาดูไม่เป็นธรรมชาติเลย. พูดกับพี่สาวว่าครับตลอดคนอื่นว่าไงไม่รู้แต่ผมรู้สึกมันทำให้ตัวเอกดูหงอๆ เป็นคนไม่สู้คน. ขาดแรงกระตุ้นให้ก้าวหน้า. ถ้าแค่ความฝันคือใช้เวทได้มันไม่มีแรงจูงใจให้ติดตามอ่านเท่าไหร่
    #718
    1
    • #718-1 GriMMix(จากตอนที่ 6)
      30 สิงหาคม 2559 / 10:15
      อ่านไปเรื่อย ๆ จะเข้าใจครับ พระเอกให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ๆ เลยนะ
      #718-1
  20. #582 maxcimsd1667 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 04:34
    แนวๆกำลังภายในจริงๆคงไม่มีเรื่องวิ่งไปช่วยปู้หญิงหรอกนะ -.,-
    #582
    0
  21. #548 Weiss1714 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 00:25
    เดาออกจริงๆด้วย -_- พระเอกแบบนี้มี 2 อย่าง 

    1.  พลังมันมากไปจนต้องสะกดไว้จนกว่าจะถึงเวลา และอาจสะกดเพื่อกันจากศัตรูต่างๆ บลาๆ แล้วแต่จะปูเรื่อง หรือมีพลังที่ผิดปกติกว่าชาวบ้านเค้า  อย่างชาวบ้านมี เวทย์ธรรมดา พระเอกอาจมีเวทย์แปลกๆที่ไปปิดกั้น พลังอื่นๆ  ._. 
     
    2.  ไม่มีพลังอะไรเลยจริงๆ แต่ ก็มีความมุ่งมั่น ฝึกฝน ศาสตร์อื่นๆจนสามารถเก่งกาจได้เทียบเท่า ผู้ใช้เวทมนต์  (ซึ่งอันนี้น่าจะยาก เพราะ ต้นเรื่องไม่ได้อธิบายถึงศาสตร์อื่นๆเลย บอกแต่เวทมนต์ )
    #548
    0
  22. #485 ลoJเล่u (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 21:23
    #485
    0
  23. #450 phairatw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:00
    ขอบคุณครับ
    #450
    0
  24. #400 xzerox2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 10:41
    แอบผนึกพลังพระเอกใว้นั้นเอง
    #400
    0
  25. #116 สายลม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 09:07
    ขอบคุณครับ
    #116
    0