โลกเวทมนตร์ของคาออส (ตีพิมพ์กับสนพ. อาเธน่า)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 ความกราดเกรี้ยวที่มิอาจกักเก็บไว้ (ฉบับตีพิมพ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


ตำราเล่มที่ 11

 

ความกราดเกรี้ยวที่มิอาจกักเก็บไว้

 

คาออสเดินกลับมานั่งที่ของตนอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมายังเขา สายตาบางคู่จ้องมองเขาอย่างสงสัย ขณะที่สายตาอีกหลายๆ คู่ก็มองเขาดั่งคนไร้ค่าซึ่งไม่ต่างอันใดกับเศษขยะ ในขณะเดียวกันสายตาอีกกลุ่มหนึ่งก็มองเขาอย่างโกรธแค้น แต่กระนั้นตัวคาออสก็ไม่มีท่าทีตอบโต้อะไร ทำเพียงชำเลืองมองอยู่ครู่หนึ่งเท่านั้น

เฮ้อ...ดูเหมือนจะยุ่งยากขึ้นแล้วสิ

คาออสลอบถอนหายใจ ความจริงเขาอยากใช้ชีวิตเงียบๆ แท้ๆ แต่ดูเหมือนในตอนนี้คาออสจะมีปัญหาอย่างไม่ตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาศึกษาในโรงเรียนมหาเวทแห่งนี้เสียแล้ว

พี่คาออส...

รัคเน่เรียกเขาด้วยความเป็นห่วง แต่รัคน่ากลับสะกิดให้เธอหยุดทันทีพลางส่ายหน้าไปมา เป็นสัญญานว่าตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสมนัก ควรให้พี่ชายของพวกเขาได้คิดอะไรตามลำพังสักเล็กน้อย รัคน่าเชื่อว่าพี่ชายที่เขานับถือคนนี้จะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน

 

ชายคนนั้น...

โมชิซากิมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่คาดเดาได้ยากยิ่ง นางไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นพวกไร้ซึ่งเวทมนตร์ นั่นก็เพราะตอนที่พวกเขามีปากเสียงกัน ชายหนุ่มรับดาบของเธอได้อย่างง่ายดายโดยใช้เพียงปากกาด้ามเล็กๆ ด้ามหนึ่งเท่านั้น ซึ่งคนไม่มีพลังเวทไม่มีทางทำแบบนั้นได้อย่างแน่นอน เพราะเขาควรจะใช้เวทเสริมพลังกายให้แก่ตนเองตอนที่รับดาบเธอ โมชิซากิคิดเช่นนั้น

มีอะไรงั้นเหรอโมชิซากิ ว่าแต่คนผู้นั้น...เอ ทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน

องค์หญิงเห็นท่าทางแปลกๆ ของอัศวินหญิงคนสนิทจึงกล่าวออกมาพลางนึกถึงชายหนุ่มคนเมื่อครู่นี้ที่รู้สึกคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน แต่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยพบเขาที่ไหนมาก่อน

อ่า...ป...ป...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกองค์หญิง แล้วก็นะ...เขาคนนั้นก็คือคนที่ชนกับองค์หญิงเมื่อวานนี้ยังไงล่ะ

โมชิซากิปฏิเสธออกมาเบาๆ

อ๋อ...คนที่มีเรื่องกับเจ้านี่เอง โมชิซากิ ข้าจำได้แล้ว...แต่น่าสงสารคนผู้นั้นจริงๆ นะ ท่าทางเขาคงต้องพบเจอกับความยากลำบากในการอยู่ที่นี่เสียแล้ว

องค์หญิงกล่าวอย่างแผ่วเบาพร้อมมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความเห็นใจอย่างที่สุด เธอเป็นหนึ่งในนักศึกษาเวทไม่กี่คนที่รู้สึกสงสารชายหนุ่ม ขณะที่คนอื่นๆ ล้วนแล้วโกรธแค้นและสมเพชชายหนุ่มผู้นั้นอย่างมาก

แปลกจริงๆ...ทำไมความรู้สึกของข้ากลับคอยบอกว่าข้าเคยเจอเขามาก่อนกันนะ แถมยังรู้สึกเหมือนข้าเคยเจอเขามานานมากแล้วอีกด้วย

องค์หญิงมองชายหนุ่มวูบหนึ่งพลันบังเกิดความรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็จางหายไปอย่างช้าๆ

ทั้งห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง อาจารย์หนุ่มก้าวขึ้นมายืนบนเวทีพร้อมแจ้งข่าวสารบางอย่างอีกเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก จากนั้นเขาก็เริ่มทยอยปล่อยนักศึกษาเวทให้ออกจากหอประชุมไป

นักศึกษาเวทเดินออกจากอาคารกลางทีละแถวๆ จนในที่สุดก็มาถึงแถวของคาออส เขาลุกขึ้นก่อนจะก้าวออกไปด้วยท่าทีที่เมินเฉยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ราวกับตัวเขาคือผู้เดียวที่ยืนอยู่ในที่แห่งนี้

รัคเน่และรัคน่าเป็นห่วงคาออสมากขึ้นทุกทีจากท่าทีของเขาที่เป็นเช่นนั้น นี่มันนานมากแล้วที่พี่ชายของพวกเขาไม่พูดจาใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ซ้ำท่าทียังนิ่งสนิทราวกับร่างที่ไร้วิญญาณอีกต่างหาก พวกเขาอดไม่ได้ที่จะกังวลใจขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อออกมาจากอาคารกลางแล้วคาออสก็เดินแยกออกจากแถว โดยเดินไปยังบริเวณด้านข้างของอาคารกลาง เขาจ้องมองไปยังผืนฟ้าอันกว้างใหญ่เบื้องบน ร่างแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับเขากำลังมองทะลุผืนฟ้านั้นออกไปไกลแสนไกล

ที่กล่องหน้าตาประหลาดๆ นั่นพูดมันคืออะไรกันแน่นะ มันบอกว่าร่างของข้าไม่มีเกจพลังเวทภายในร่าง แต่สายธารพลังเวทของข้ากลับลอยอยู่รอบๆ ตัวของข้าแทน มันหมายความว่าเช่นไรกันแน่?”

ตั้งแต่เขาลงมาจากเวทีก็เฝ้าคิดถึงคำพูดที่กล่องหน้าตาประหลาดๆ นั่นกล่าวออกมาแทบจะตลอดเวลา เขาคิดแล้วคิดอีกก็ยังไม่เข้าใจ คำพูดของเจ้ากล่องหน้าตาประหลาดนั่นมันช่างคลุมเครือซะเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่คาออสมั่นใจอย่างที่สุดนั่นก็คือตัวเขาเองไม่ได้ไร้พลังเวทอย่างแท้จริง คาออสคิดว่าตอนนี้มันอาจยังไม่ถึงเวลาที่จะสำแดงพลังออกมา หรือไม่แน่เขาก็อาจยังไม่รู้วิธีที่จะใช้มัน ส่วนเรื่องที่เขาเป็นพวกไร้ธาตุหรือมีรากจิตเวทอันต่ำเตี้ยเรี่ยดินอะไรนั่น เขากลับไม่สนใจมันเลย แค่เขาสามารถใช้เวทมนตร์ได้เท่านั้นเขาก็ดีใจมากพอแล้ว

รัคเน่และรัคน่ายืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มตลอดเวลาพลางมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด แต่พวกเขายังอ่อนวัยนัก จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์อันน่าอึดอัดตรงหน้านี้ดี

เฮ้ย!! ไอ้เด็กเส้นนี่หว่า เพราะกลัวเลยแอบมายืนหลบอยู่คนเดียวหรือไง

เสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้น ร่างของเขาค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมด้วยคนอีกสองสามคนเดินตามหลัง แน่นอนว่าคาออสไม่สนใจพวกมัน

เฮ้ย แกหูหนวกหรือไง ไอ้ขยะเอ๊ย!!” ชายอีกคนกล่าวพลางจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มอย่างดูถูก

พวกเจ้า!!”

รัคน่าวิ่งมาประจันหน้ากับพวกมันทันที ใครกล้ามาว่ากล่าวให้ร้ายพี่ชายที่รัคน่าเคารพเช่นนี้ แน่นอนว่ารัคน่าย่อมไม่อยู่เฉยอยู่แล้ว

หือ...อะไรของเจ้าไอ้เด็กน้อย เฮ้ย!! พวกเจ้าดูสิ ไอ้เด็กเส้นนี่ให้เด็กตัวเล็กๆ อย่างเจ้านี่คอยปกป้องด้วยล่ะ

เสียงอันดังนี้ดึงดูดความสนใจนักศึกษาที่อยู่รอบๆ ไม่นานก็มีคนมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ อันที่จริงคำที่ชายคนนั้นกล่าวก็มิได้เกินไปนัก เพราะคนจากเมืองแห่งสายหมอกจะมีรูปร่างค่อนข้างเล็กกว่าคนวัยเดียวกันอยู่พอสมควร เพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงดูเด็กกว่าอายุจริงหนึ่งถึงสองปี

พี่คาออสไม่ใช่คนประเภทนั้น!! และอีกอย่างพี่คาออสเก่งกว่าพวกเจ้าตั้งเยอะ!!”

ชายหนุ่มตัวเล็กนามรัคน่าไม่มีทีท่ากลัวเกรงชายตัวใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกผู้มีพระคุณของเขาอย่างเด็ดขาด ในขณะเดียวกันรัคเน่ก็ได้มองดูพี่ชายของตนและคาออสด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

คาออสมองดูคนกลุ่มนั้นพร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ พวกมันก็คือเหล่าคนที่ด่าทอเขาในห้องประชุมเป็นพวกแรกๆ นั่นเอง ตอนนี้คาออสยังคงนิ่งสงบเพราะเขาคิดว่าถ้าเขาไม่ตอบโต้อะไร อีกไม่นานพวกมันก็คงจะเบื่อและเลิกราไปเอง

รัคน่า!! เจ้ากำลังจะทำอะไรน่ะ

คาออสมองชายหนุ่มตัวเล็กที่มายืนกั้นกลางระหว่างเขาและคนกลุ่มนั้นเอาไว้ด้วยสายตาไม่เข้าใจ ทำไมรัคน่าถึงต้องมายึดติดและปกป้องเขาขนาดนี้

เจ้าข้าเอ๊ย! เจ้าข้าเอ๊ย! ไอ้ขยะนี่มันให้เด็กตัวเล็กๆ มาปกป้องมันด้วยล่ะ ช่างน่าสมเพชจริงๆ!”

ฮ่าๆๆ ขยะมันก็เป็นขยะนั่นแหละ

ขยะอย่างแกที่นี่ไม่ต้อนรับโว้ย กลับบ้านของแกไปซะ!!”

ชายสี่คนยังคงป่าวประกาศด้วยเสียงอันดังลั่นต่อไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันนักศึกษาเวทต่างก็เข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาหลายต่อหลายคนไม่สงสารหรือคิดจะช่วยเหลือคาออส เพราะต่างก็อยากเห็นฉากที่เด็กเส้นโดนกระทืบเสียมากกว่า และยิ่งเห็นเด็กตัวเล็กๆ มายืนปกป้องคาออสด้วยแล้ว พวกเขาก็ยิ่งหัวร่อขบขันคาออสเข้าไปยกใหญ่

พวกเจ้า...ว่าผู้อื่นเช่นนี้ พวกเจ้าคิดว่าตัวเองมีอะไรดีกว่าเขาอย่างนั้นเหรอ?”

รัคน่ากล่าวเสียงดังพลางจ้องไปที่ชายหนุ่มสามสี่คนเบื้องหน้าอย่างมิกลัวเกรง

พี่รัคน่า...พี่คาออส...

รัคเน่น้ำเสียงสั่นเครือ เธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้น ทักษะด้านการต่อสู้ก็ไม่มี ซ้ำฝ่ายตรงข้ามยังเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำอีกต่างหาก จะขอความช่วยเหลือจากคาออสก็เหมือนไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ เลย ตอนนี้ชายหนุ่มเพียงจ้องมองไปทางรัคน่าและชายสามสี่คนนั้นด้วยท่าทีอันนิ่งเฉยเท่านั้น

รัคน่า...ทำไมเจ้าถึงได้ยึดติดกับข้าถึงเพียงนี้กัน...บ้าเอ๊ย!! แล้วทำไมข้าถึงควบคุมร่างของข้าไม่ได้เลย!

คาออสคิดในใจ ไม่ใช่เขาไม่อยากเคลื่อนไหว แต่ดูเหมือนจะมีเวทบางอย่างตรึงร่างของเขาเอาไว้ แม้แต่จะขยับปากเขายังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

หึ...ปากกล้าดีนี่ไอ้หนู...ดี!! ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าข้ามีความสามารถใดที่จะกล่าวเรียกมันว่าขยะได้ งั้นข้าก็จะจัดการสั่งสอนเจ้าก่อนไปจัดการเจ้านั่นก็ยังไม่สาย

ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่หน้าสุดกล่าวพร้อมหยิบไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลเข้มมาถือเอาไว้ เช่นเดียวกับชายที่อยู่เบื้องหลังทั้งสามคน

พวกเขาคิดจะทำอะไรน่ะ...

พวกเขาจะรุมเด็กตัวเล็กคนนั้นเหรอ

ถึงไอ้ขยะนั่นจะน่าโดนกระทืบ แต่เด็กคนนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยนะ

สมน้ำหน้าเจ้าเด็กนั่นมันแล้ว ดันไปปกป้องขยะแบบนั้นซะได้

นักศึกษาเวทบริเวณรอบๆ พูดคุยกันไปต่างๆ นานา บ้างก็สงสารเด็กน้อยคนนั้น บ้างก็สมเพชคาออสที่ต้องให้เด็กน้อยมาปกป้อง ซ้ำเจ้าตัวยังไม่มีท่าทีหรืออาการใดๆ อีกต่างหาก ขณะที่บางคนก็รู้สึกสมน้ำหน้าเจ้าเด็กน้อยแสนโง่งมที่ไปปกป้องขยะแบบนั้น แต่ก็ยังมีนักศึกษาเวทส่วนหนึ่งที่พอมีคุณธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง พวกเขารีบวิ่งไปยังอาคารกลางทันทีเพื่อเรียกเหล่าอาจารย์ให้มาห้ามการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

เคี้ยกๆๆ ข้ายอมให้เจ้าใช้อสูรพันธสัญญาช่วยด้วยก็ได้นะ ชายผู้อยู่หน้าสุดกล่าวพร้อมเผยรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย

ออกมาได้แล้ว เมฆหมอก

รัคน่ากล่าวเบาๆ ทันใดนั้นก็ปรากฏเหยี่ยวสี่ปีกบินมาจากฟากฟ้า ก่อนจะค่อยๆ ถลาลงมาเกาะที่ไหล่ของรัคน่าอย่างนิ่มนวล

ฮ่าๆ ไม่เลวนี่ มีอสูรชั้นเงินซะด้วย

ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มเยาะ เขาคิดจะทำให้ทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส จากนั้นก็จะดึงพันธสัญญาออกจากตัวอสูรและเด็กนี่ ความละโมบก่อเกิดในใจของเขาอย่างชัดเจน แม้การกระทำเหล่านั้นจะผิดกฎของสถาบันอย่างร้ายแรงก็ตามที คราแรกเขาเพียงแค่อยากกระทืบคาออสเล่นเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าในตอนนี้จะได้พานพบกับอสูรพันธสัญญาระดับเงินเป็นของแถม

พูดมากอยู่ได้ เจ้าเข้ามาได้เลย

รัคน่าระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ แม้เขาจะไม่ชำนาญด้านการต่อสู้มากนัก แต่ก็ยังพอเรียนเวทสายต่อสู้มาอยู่บ้าง ซ้ำเขายังอยู่ในขั้นสุดท้ายของระดับชั้นนักเวทฝึกหัด ซึ่งนั่นก็พอๆ กับชายที่อยู่ตรงหน้า จึงคิดว่าเขาน่าจะพอรับมือได้ อย่างน้อยเขาก็ยังมีเจ้าเมฆหมอกอยู่ข้างๆ

แต่ใครจะคาดว่าผู้ที่มาหาเรื่องกลับไม่ได้ต้องการสู้ตัวต่อตัวกับชายหนุ่มเลย ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ พรรคพวกอีกสามคนก็เริ่มระดมใช้เวทระดับหนึ่งและสองใส่ชายร่างเล็กอย่างบ้าคลั่ง แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในระดับสุดท้ายของชั้นนักเวทฝึกหัด แต่นั่นก็เป็นด้านปริมาณพลังเวทเท่านั้น การที่เขาใช้เวทอย่างมิชำนาญเพียงพอทำให้เขาค่อยๆ เพลี่ยงพล้ำ

ปังงงงง!!

ตูมมมมมมม!!

ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นบริเวณด้านบนพร้อมร่างของเจ้าเมฆหมอกร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง มันหายใจอย่างโรยรินพลางมองมาที่เจ้านายของมันด้วยความเป็นห่วง ความจริงรัคน่าน่าจะแพ้ไปตั้งนานแล้วถ้าไม่ได้เจ้าเมฆหมอกคอยก่อกวนการโจมตีของเหล่านักศึกษาเวทกลุ่มนั้นเอาไว้

เจ้าเมฆหมอก!!”

รัคน่าตะโกนดังลั่น ทิ้งการต่อสู้เพื่อไปประคองร่างของเหยี่ยวสี่ปีกไว้ในทันที

พี่ชาย! ระวัง!!”

รัคเน่รีบวิ่งไปทางพี่ชายของเธอพร้อมตะโกนออกมาด้วยเสียงทั้งหมดที่มี

เคี้ยกๆๆ ในระหว่างการต่อสู้ใครให้เจ้าหันหลังให้คู่ต่อสู้กัน เจ้าเด็กน้อย

เปรี้ยงงงงงงง!!

เปรี้ยงงงงง!!

เปรี้ยงงง!!

อ๊าก!!”

พลันที่ชายคนนั้นพูดจบ เวทสามสายก็กระแทกไปยังกลางหลังของชายหนุ่มตัวน้อยผู้ซึ่งไร้อุปกรณ์ป้องกันใดๆ เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่แม้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อยมือจากเจ้าเมฆหมอก ท่ามกลางนักศึกษาเวทกลุ่มใหญ่ที่กำลังมองดูโดยที่ไม่มีใครคิดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยแม้แต่คนเดียว

ปล่อยข้า!! ปล่อยข้าสิโว้ย! ไอ้สารเลวนั่นข้าจะฆ่ามัน!!

คาออสตะโกนกู่ก้องภายในใจอย่างบ้าคลั่ง มองไปที่เหตุการณ์นั้นด้วยแววตาแดงก่ำ เขาในตอนนี้ราวกับราชสีห์ที่ถูกขังอยู่ภายในกรง กู่ก้องร้องคำรามอย่างรุนแรง พยายามจะขยับร่างกายของตัวเองให้ได้อีกครั้ง กกหูของเขามีเลือดสีแดงเข้มหลั่งรินอย่างช้าๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยแม้แต่คนเดียว

 

หยุดมือซะ...ศาสตราจารย์มอกาน่า เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!”

ชายชรากล่าวเสียงดัง มองไปที่หญิงสาวในชุดรัดรูปซึ่งกำลังร่ายเวทบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

แหมๆๆ ศาสตราจารย์มิสทีค ทำไมท่านถึงดูเข้มงวดจังล่ะ มอกาน่ากล่าวทีเล่นทีจริงออกมา

อย่าให้ข้าต้องพูดอีกครั้ง!!” น้ำเสียงของมิสทีคบ่งบอกถึงความโมโหได้อย่างชัดเจน

ก็ได้ๆ ท่านอย่าโมโหเกินไปนักเลย ข้าแค่เล่นสนุกเท่านั้น

มอกาน่ากล่าว จากนั้นก็วางมือจากการร่ายคาถา ก่อนร่างของนางจะค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ ในเวลาต่อมา

ยัยเด็กนี่ทำอะไรลงไป...นี่มันไม่ดีแล้ว!! ข้าต้องรีบไปดูเจ้าหนูนั่น!!”

มีสทีคผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆ ของมอกาน่าพอดิบพอดี มิสทีคจำได้ถึงท่าทางการร่ายเวทนั้นซึ่งมันก็คือเวทระดับสูง...เวทตรึงวิญญาน อันจะทำให้ผู้ที่ถูกร่ายเวทใส่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในหอประชุมก่อนหน้านี้ที่มิสทีคได้เห็นสายตาของมอกาน่าที่จับจ้องไปยังคาออสแทบจะตลอดเวลา เขาจึงคิดว่าจะต้องมีเหตุอันใดเกิดขึ้นกับคาออสเป็นแน่

 

ข้าขยับตัวได้แล้ว!!

คาออสรับรู้ได้ในทันทีว่าร่างของเขากลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งแล้ว

เอาล่ะ ดูเหมือนเจ้าจะทนมือทนเท้าดีนะ งั้นรับไปอีกดอกแล้วกัน ฮ่าๆๆ

กลุ่มชายทั้งสี่เริ่มร่ายเวทระดับสองพร้อมชี้ไปยังจุดที่รัคน่าล้มฟุบอยู่ แผ่นหลังของรัคน่าในตอนนี้สังเกตได้ว่ามีร่องรอยแผลไฟไหม้ขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่รอย

พี่ชาย...ไม่!!”

รัคเน่มายืนขวางรัคน่าเอาไว้ เธอร้องไห้ออกมาแทบตลอดเวลา ก่อเกิดเป็นความเวทนาสงสารแก่นักศึกษาเวทโดยรอบ แต่ในพวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่มีคนใดเลยที่จะออกมาช่วยเหลือสองพี่น้องนั่น

ไม่ดีแล้ว ข้าจะไปช่วยพวกเขา เจ้าพวกนั้นคิดจะฆ่าสองพี่น้องนั่นจริงๆ

หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวขึ้น เตรียมพุ่งไปขัดขวางการต่อสู้เบื้องหน้าทันที

ไม่ต้องไปแล้วล่ะ เซียงเซียง

ชายหนุ่มอีกคนกล่าวพลางจับข้อมือหญิงสาวเอาไว้ และในระหว่างนั้นเอง เวทระดับสองของชายกลุ่มนั้นก็พุ่งเข้าใส่ฝาแฝดชายหญิงอย่างไร้ความปรานี

บึ้มมมมมมม!!

นักศึกษาเวทเหล่านั้นต่างเบือนหน้าหนี พวกเขาไม่อยากเห็นฉากนองเลือดเบื้องหน้า แต่แล้วเมื่อกลุ่มควันสลายหายไป ในจุดที่คิดว่าจะเกิดการนองเลือดขึ้นก็กลับไม่พบแม้แต่เงาของสองพี่น้องนั่นเลย

เกิดอะไรขึ้น?”

พวกเขาหายไปไหน

เหล่านักศึกษาเวทต่างเริ่มพูดคุยกันอย่างแปลกใจ แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็สังเกตเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังโอบกอดร่างของสองพี่น้องเอาไว้อย่างนิ่มนวลที่สุด

มาช้าจังนะ...พี่ชาย

พี่คาออส ช่วยพี่รัคน่าด้วย

รัคน่าและรัคเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและอ่อนแรง เมื่อพวกเขากล่าวจบก็หมดสติไปแทบจะทันที สำหรับรัคน่า ทั้งการบาดเจ็บและการใช้พลังที่มากเกินไปล้วนทำให้ร่างกายมิอาจทานทนได้ไหว ในขณะที่รัคเน่ซึ่งร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็หมดสติไปด้วยเช่นกัน

น้องๆ ทั้งสอง จงพักผ่อนเสียก่อนเถอะ ใครที่ทำกับพวกเจ้าเอาไว้ ข้าจะทำให้มันต้องชดใช้อย่างสาสมที่สุด!!”

ชายหนุ่มค่อยๆ วางร่างของคู่แฝดชายหญิงลง เขาตรวจสอบอาการบาดเจ็บของทั้งคู่ พบว่าไม่ได้อันตรายร้ายแรงถึงชีวิตแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้เขามิได้วิตกกังวลมากมายนัก ตอนนี้เขามีปัญหาต้องจัดการเสียก่อนแม้ว่าเขาจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกมันเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับคนที่เขารักเหมือนดั่งครอบครัว หากใครมาทำร้ายพวกเขา คาออสย่อมต้องทำให้คนผู้นั้นชดใช้ร้อยเท่าพันเท่าเขาถึงจะพอใจ เพราะครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขานั่นเอง

ฮ่าๆๆ นึกว่าใคร ไอ้ขยะนี่เอง

แกจะทำอะไร จะเอาปากกาเล็กๆ นั่นมาทิ่มข้างั้นเรอะ ฮ่าๆๆๆ

ชายพวกนั้นกล่าวราวเป็นเรื่องตลกขบขัน พวกเขาไม่มีท่าทีสนใจคาออส

ขณะเดียวกันตัวคาออสเองก็มิได้สนใจคำกล่าวใดๆ ของพวกเขาเช่นกัน เขาหยิบปากกามาถืออย่างกระชับแน่นเพราะกลัวจะลงมือรุนแรงจนปากกาหลุดมือไป หลังจากนั้นเขาก็พูดบางอย่างออกมาที่ทำให้คนบางคนที่ได้ยินรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว

พวกเจ้า...ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!!”

หืม...

ฮ่าๆๆๆ เฮ้ย!! พวกเจ้าฟังมันเพ้อเข้าสิ กระจอกๆ อย่างแกเนี่ยนะจะทำอะไรพวกข้าได้...ไอ้ขยะเอ๊ย!!”

รนหาที่ตายจริงๆ แกไม่รู้เหรอข้าเป็นใคร ขยะอย่างแก...ไม่ต้องถึงมือของข้าหรอก

ชายผู้อยู่หน้าสุดกล่าวพลางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกคำที่คาออสเอ่ยออกมานั้นเขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

จางยี่ จางเสิน จางเมียง ไปกระทืบมันให้ข้าหน่อยซิ ข้าเบื่อขี้หน้ามันเต็มทีแล้ว

เขาหันไปสั่งการชายสามคนซึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง สำหรับเขา คาออสไม่มีค่าพอให้ลงมือเอง

ทราบแล้ว นายน้อย

สามคนที่อยู่เบื้องหลังพลันก้าวออกมาด้านหน้าในทันที หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาถือไว้ในมือ แม้จะเป็นเพียงผู้ไม่มีพลังเวทมนตร์ใดๆ แต่พวกเขาก็ยังไม่มีความเมตตาให้

เคี้ยกๆๆ เป็นไอ้กระจอกก็น่าจะอยู่แบบไอ้กระจอกนะ

เฮ้อ...ช่างเปลืองแรงพวกข้าเสียจริง กับแค่ขยะอวดดีคนนึง

รีบๆ จัดการมันเถอะ เดี๋ยวนายน้อยจะรอนาน

ทั้งสามคนต่างพูดคุยกันด้วยท่าทางอันแสนสบายไร้ความกังวลใดๆ ทั้งสิ้นราวกับไม่มีคาออสยืนอยู่เบื้องหน้า สำหรับพวกเขา กับอีแค่พวกไม่มีพลังเวทมนตร์เช่นคาออส เพียงแค่ใช้เวทระดับสอง คาออสก็คงกลายเป็นผู้พิการอย่างง่ายดายแล้ว

เจ้าว่ามันจะพิการหรือเปล่า?”

ไม่เหลือน่ะสิ...เวทมนตร์ก็ไม่มี มันจะเอาอะไรไปสู้เจ้าคนพวกนั้นกันล่ะ

ขนาดเด็กคนเมื่อกี้อยู่ในขั้นสุดท้ายของระดับชั้นนักเวทฝึกหัด แถมยังมีอสูรพันธสัญญาชั้นเงินอยู่ด้วยแท้ๆ ยังปางตายเลย...เจ้าไม่เห็นหรือไง

เฮ้อ...ข้าล่ะเวทนาจริงๆ ทำไมมันถึงโง่เง่ามาอยู่ในที่แบบนี้กันนะ

นักศึกษาเวทนับร้อยที่มุงดูอยู่ต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนมากคุยกันว่าคาออสจะมีสภาพน่าอเนจอนาถมากเพียงใด ในขณะที่ส่วนหนึ่งเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นเหตุการณ์นองเลือด มีส่วนน้อยที่รู้สึกสงสารในโชคชะตาของชายหนุ่มที่ต้องมาประสบพบเจอเคราะห์ร้ายแบบนี้ ถึงพวกเขาอยากจะช่วย แต่แน่นอนพวกเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยชายหนุ่มผู้นั้นได้ ทำได้เพียงมองคาออสด้วยความเวทนาพลางภาวนาให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิต

คาออสมองไปทางเหล่านักศึกษาเวทที่มองดูเหตุการณ์เหล่านี้ตั้งแต่ต้น พลันบังเกิดความคับแค้นขึ้นมาอย่างถึงที่สุด พวกมันยังมีความเป็นคนอยู่เหรอ ขณะที่ชายรูปร่างกำยำกลุ่มหนึ่งกำลังรังแกชายหญิงตัวเล็กๆ สองคน กลับไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลย พวกมันเอาแต่มองดู มองดู แล้วก็มองดูราวกับเรื่องราวเหล่านี้เป็นความสนุกของพวกมันเท่านั้น

ความจริงแล้วคาออสไม่ใช่คนก้าวร้าว ออกจะอ่อนโยนเสียด้วยซ้ำไป จนกระทั่งเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในตอนที่มิร่ายังอายุไม่ถึงสามขวบ และคาออสอายุเพียงแค่สิบสี่ปีเศษเท่านั้น คาออสเดินทางไปซื้อของพร้อมกับน้องสาวตัวเล็กของเขา และแล้วในระหว่างทางกลับ เด็กหนุ่มก็พบเจอกับกลุ่มคนที่เขาไม่อยากพบเจอมากที่สุด คนที่เขาเคยใช้เวลาตอนเด็กด้วยกัน คนที่เขาเคยเรียกว่า...เพื่อน

พวกเขาเหล่านั้นเดินเข้ามาเยาะเย้ยคาออสเหมือนเช่นทุกๆ วัน หลังจากนั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ผลักคาออสล้มลงไปพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน ซึ่งแน่นอนคาออสยังคงนิ่งเฉย ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเขาชินแล้วกับคำดูถูกเหยียดหยามของคนพวกนี้ หรือแม้แต่การกลั่นแกล้งใดๆ ก็ตาม แต่ในครั้งนี้มันต่างออกไปเพราะตัวเขาไม่ได้มาคนเดียวเหมือนเช่นในทุกๆ ครั้ง

เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่ประสีประสาอะไรเดินเข้ามาปกป้องพี่ชายของเธอ ผลักเด็กหนุ่มผู้แสนเกเรคนนั้นออกไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เธอมี

เด็กหนุ่มผู้แสนเกเรเห็นอย่างนั้นพลันบังเกิดโทสะขึ้น แม้จะเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ เขาก็ไม่มีอ่อนข้อให้เลย เขาตรงไปผลักไหล่ของเด็กหญิงล้มลง ทำให้ศอกข้างหนึ่งของเด็กหญิงกระแทกพื้นกลายเป็นรอยถลอก เด็กหญิงร้องไห้จ้าออกมาอย่างน่าสงสาร...ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของคาออส

เขาลุกขึ้นเดินไปที่เด็กหนุ่มผู้แสนเกเรคนนั้น ผลักอีกฝ่ายล้มลงไป ก่อนจะหักนิ้วมือข้างที่ใช้ผลักเด็กหญิงตัวน้อยทีละนิ้วๆ เด็กหนุ่มคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ไม่นานนักก็สลบไปพร้อมกับนิ้วทั้งห้าถูกหักจนครบถ้วนสมบูรณ์ ทุกกระบวนการคาออสไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมาทั้งสิ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ จากนั้นเขาก็อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความนิ่มนวล ก่อนจะเดินกลับบ้านของเขา

เมื่อกลับมาถึงบ้านเขารีบทำแผลให้เด็กหญิงด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุด หลังจากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้แม่ของเขาฟังโดยไม่ปิดบัง แม่ของเขาพอได้ฟังก็ไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวเด็กหนุ่ม มีเพียงหยาดน้ำตาใสค่อยๆ ไหลรินออกมาพลางสวมกอดเด็กหนุ่มเบาๆ ก่อนจะพูดบางอย่าง

แม่ขอโทษ คาออส แม่ขอโทษ เป็นความผิดของแม่เอง

เด็กหนุ่มไม่กล่าวอะไร เขาเพียงสวมกอดแม่ของเขาเอาไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเด็กหนุ่มก็ไม่ออกจากบ้านของเขาอีกเลย...

กระแสลมเย็นๆ พัดมาวูบหนึ่งพร้อมกับสายตาของคาออสที่จับจ้องมายังกลุ่มชายสี่คน นั่นทำให้พวกเขารู้สึกสั่นสะท้านไปวูบหนึ่งเลยทีเดียว

อะไรของมันกัน

ขนลุกชะมัด เจ้าดูตาของมันสิ

จางยี่และจางเสินรวมถึงจางเมียงต่างลูบแขนของตนที่ขนทุกเส้นกำลังตั้งชัน ราวกับพบเจอยมทูตตนหนึ่งยังไงยังงั้น

ตายซะเถอะ!!”

ไอ้ขยะ!!”

จางเมียงและจางเสินร่ายเวทระดับสองอย่างรวดเร็วแล้วยิงเวทไปยังจุดที่คาออสยืนอยู่ในทันที

เฮ้ย ทำไมมันถึงไม่หลบ?”

มันอยากตายหรือไงกัน

นักศึกษาเวทที่เฝ้าดูอยู่พูดคุยกันด้วยความประหลาดในขณะที่ลำแสงเวทพุ่งไปที่ชายหนุ่มโดยที่เจ้าตัวไม่มีท่าทีจะหลบหลีก ราวกับว่ายินยอมที่จะรับการโจมตีจากเวทเหล่านั้น

เปรี๊ยะ!!

เปรี๊ยะ!!

ปังงงงง!

ปังงงงง!

กระแสเวทสองสายพุ่งเข้าใส่บริเวณช่วงอกของชายหนุ่มทันที ซึ่งเวทนั้นก็คือเวทสายฟ้าระดับสองนั่นเอง เมื่อมันปะทะเข้ากับชายหนุ่มก็บังเกิดเสียงดังขึ้นพร้อมร่างของชายหนุ่มที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขามีควันเล็กๆ ปรากฏออกมาเพียงเท่านั้น

เขาหลบได้เหรอ?”

หนึ่งในนักศึกษาเวทที่มุงดูพูดขึ้น เมื่อครู่นี้เขาเห็นเหตุการณ์ไม่ชัดเจนมากนัก จึงคิดว่าชายหนุ่มคงจะหลบเวทพวกนั้นได้แบบฉิวเฉียด

หลบบ้านเจ้าสิ!! ข้าเห็นมันฟันเวทพวกนั้นขาดไปดื้อๆ เลยล่ะ

ชายอีกคนกล่าวพลางมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความตื่นตะลึง เมื่อครู่นี้เขาเห็นชายหนุ่มสามารถฟันเวททิ้งได้อย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษยังไงยังงั้น ซ้ำตัวชายหนุ่มยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แม้จะมีคนไม่เชื่อ แต่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ได้อย่างชัดเจนก็มีอยู่บ้าง นั่นเองจึงทำให้เสียงแตกเป็นสองฝ่าย ก่อนพวกเขาจะกลับมาจดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้าต่อไป

อะไรกัน?”

บังเอิญ!! ข้าว่ามันต้องเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

จางเสินและจางยี่ล้วนเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน เห็นชายหนุ่มฟันเวทพวกเขาทิ้งดื้อๆ แต่ก็ยังคงทำใจดีสู้เสือ พร้อมกับกล่าวปลอบใจกันเองว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำไปเมื่อครู่นี้มันคงจะเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่า

เฮ้ย!! ดูนั่นสิ พวกมันจะลงมือพร้อมกันแล้ว!!”

นักศึกษาเวทคนหนึ่งกล่าว เขาสังเกตเห็นท่วงท่าการร่ายเวทที่พวกนี้เคยใช้เมื่อตอนสู้กับเจ้าเด็กน้อย

ลองรับนี่ไป!!”

เคี้ยกๆๆ อย่าตายก่อนซะล่ะ

จางเสินและจางยี่กล่าวออกมาอย่างสบายอารมณ์พลางรวบรวมพลังของตนไว้ การที่รวมพลังกันร่ายเวทบทนี้ถึงสามคน เวทชุดนี้จึงเลื่อนเป็นเวทระดับสามในทันที

นั่นมันเวทระดับสาม!!”

บ้าไปแล้ว พวกเขาใช้มันโจมตีคนที่ไม่มีพลังเวทเนี่ยนะ

นักศึกษาเวทล้วนแตกตื่นเมื่อได้เห็นเวทระดับสาม เพราะมิใช่เรื่องง่ายเลยที่นักศึกษาเวทหน้าใหม่จะสามารถใช้ได้ นักศึกษาเวทส่วนใหญ่หากต้องการใช้เวทซึ่งสูงกว่าระดับสองขึ้นไป ก็ต้องมาเรียนรู้จากโรงเรียนมหาเวทแทบทั้งสิ้น แต่คนกลุ่มนี้กลับรวมพลังกันเปลี่ยนเวทระดับสองให้กลายเป็นระดับสามเพื่อโจมตีคนที่ไม่มีพลังเวท เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าพวกนี้กะจะฆ่าชายหนุ่มให้ตาย

หึ...ก็แค่ของเด็กเล่น

คาออสกระแอมในลำคอเบาๆ สีหน้าของเขาล้วนไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขามองเวทระดับสามเบื้องหน้าด้วยความเฉยชาพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

วูมมมมมมม!!

เพล้งงงงง!!

เวทระดับสองที่กลายเป็นระดับสามนั้น ลักษณะของมันยังเหมือนเดิมไม่มีผิด แต่ที่ต่างออกไปก็คือขนาดที่ใหญ่ขึ้น พลันที่เวทระดับสามปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่ม ชายหนุ่มเพียงเอาปากกาสีทองของเขาจิ้มไปเบาๆ เท่านั้น เวทระดับสองที่กลายเป็นระดับสามนั่นก็แตกสลายหายไปในทันที ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้แก่นักศึกษาเวทที่กำลังมองดูเหตุการณ์นั้นอยู่เป็นอย่างมาก

ความที่คาออสศึกษาตำราเวทเบญจธาตุทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด เขาจึงรู้ทั้งข้อด้อยและข้อดีของเวทระดับหนึ่งถึงสี่ของธาตุห้าธาตุแทบทั้งหมด รวมถึงปากกาที่พ่อของเขาให้มานั้นก็ถือเป็นอุปกรณ์เวทซึ่งมีพลังเวทส่วนหนึ่งที่พ่อของเขาบรรจุเอาไว้ จึงสามารถทำให้เขาสามารถหักล้างเวทเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย เพียงสังเกตอย่างตั้งใจเท่านั้นเขาก็สามารถทำลายเวทระดับหนึ่งถึงสามได้อย่างง่ายดายแล้ว

เขาใช้เวทมนตร์เหรอ?”

แค่จิ้มไปเบาๆ ลูกบอลพลังงานนั่นก็หายไปเลยงั้นเหรอ?”

บ้าน่า...นั่นมันเวทระดับสามเลยนะ เห็นๆ อยู่ว่าเขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลย!!”

นักศึกษาเวทตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด เวทระดับสามนั้นเห็นได้ชัดเลยว่ามันมีอานุภาพรุนแรงอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็นพวกเขา ต่อให้จะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีก็คงมิอาจรับมันตรงๆ ได้อย่างแน่นอน แต่คนผู้นี้คือใครกัน? เป็นผู้ไร้ซึ่งเวทมนตร์ไม่ใช่เหรอ เหตุใดจึงทำลายเวทมนตร์ได้อย่างซึ่งๆ หน้าแบบนั้น พวกเขามิอาจเข้าใจได้เลยจริงๆ

ไม่...

เป็นไปไม่ได้!!”

แกทำอะไร นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง!!”

จางยี่ จางเสินและจางเมียงต่างเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งสามรีดเร้นพลังทั้งหมดที่มีเพื่อโจมตีออกไปแล้ว อย่าว่าแต่คนธรรมดาเช่นคาออสเลย ขนาดนักเวทฝึกหัดที่อยู่ในขั้นสุดท้ายก็คงไม่มีใครบ้ารับเวทระดับสามนั่นซึ่งๆ หน้าอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันชายผู้ยืนอยู่หลังสุดของกลุ่มกลับมีสีหน้าเขียวคล้ำอย่างถึงที่สุด ด้วยกลวิธีหมาหมู่ จึงคิดว่าเรื่องคงจบง่ายๆ เป็นแน่ แต่ที่เขาเห็นนี่คืออะไร ไอ้ขยะนั่นกลับฟันเวทระดับหนึ่งทิ้งได้อย่างง่ายดาย และในตอนที่ลูกน้องทั้งสามใช้เวทขนาดใหญ่อย่างเวทระดับสามออกไป ขณะเขายินดีปรีดาในชัยชนะอย่างแน่นอนแล้ว แต่ที่ไหนได้ไอ้ขยะนั่นเพียงจิ้มเบาๆ เวทระดับสามก็ระเบิดหายไปแทบจะทันทีโดยที่ตัวของไอ้ขยะนั่นกลับไม่มีร่องรอยความเสียหายใดๆ เลย

ไหน...มีของเล่นอะไรอีกไหม?”

น้ำเสียงของคาออสแสนเย็นยะเยือก ราวกับน้ำแข็งที่สามารถแช่แข็งคนให้ตายทั้งเป็นได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาทั้งสี่คนอย่างช้าๆ

ถ้าไม่มีแล้ว...ขอข้าเล่นคืนบ้างแล้วกัน

คาออสก้าวเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเขาก็หายวับไปในทันที ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของนักศึกษาเวทที่ยืนมุงดูอยู่บริเวณนั้นว่าเขาหายไปไหน?

มันไปไหน มันหายไปไหนแล้ว

บ้าเอ๊ย มันอยู่ที่ไหน

ออกมาสิไอ้บ้า ไอ้ขยะ ข้าจะฆ่าแก!!”

จางยี่ จางเสิน และจางเชียงเต็มไปด้วยความกลัวอย่างถึงที่สุด ทั้งสามลุกลี้ลุกลน หันซ้ายหันขวาพลางจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว ในขณะเดียวกันก็พยายามส่งเสียงดังออกมาเรื่อยๆ เพื่อสะกดความกลัวของพวกเขาเอง

หืม...จะฆ่าข้าเหรอ?”

กร๊อบ!

อ๊าก!!”

มีเสียงกระซิบเบาๆ อยู่ข้างๆ จางยี่ เมื่อเขาหันหน้ามาก็เหมือนกับกำลังเห็นผียังไงยังงั้น หน้าเขาซีดขาวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แขนและขาสั่นเทาอย่างที่ไม่อาจจะหยุดได้ ทันใดนั้นก็บังเกิดเสียงเบาๆ ขึ้นพร้อมกับการที่จางยี่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอันโหยหวนปิ่มจะขาดใจ

หืม ไม่มีความอดทนเลยนะ...ข้าเพียงแค่หักแขนเจ้าไปข้างเดียวเอง...

กร๊อบบบบบ!!

อ๊า!!”

คาออสกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทันใดนั้นเขาก็จับไปที่ข้อเท้าของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะบิดไปทางขวาอย่างช้าๆ ก่อให้เกิดเสียงอีกเล็กน้อย จางยี่ทรุดตัวลงนอนพร้อมกับดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากโดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย ปากเฝ้าพร่ำเพ้อร้องเรียกถึงคนผู้หนึ่งอยู่ตลอดเวลา

แม่จ๋า...ช่วยหนูด้วย...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,426 ความคิดเห็น

  1. #12358 poominboonpoom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 18:51
    เรื่องนี้ ตัวละครไม่มีนามสกุลหรอคับ
    #12,358
    0
  2. #11919 อ๊ะๆๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 17:23

    น่าเบื่อตรงปัญหาที่ไม่น่าจะมีดันมีขึ้นมานี่แหละคนไม่มีพลังเต็มที่ก็ไม่มีเพื่อนรึหากลุ่มไม่ได้เพราะกลายเป็นตัวถ่วงไม่มีตนมาต่อยตีให้เสียชื่อหรอกสร้างสถานการณ์เกินจริงบางทีอ่านละเสียรมณ์

    #11,919
    0
  3. #10198 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:32
    ลุงเควิน!! 555
    #10,198
    0
  4. #9100 atom1619 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 19:39
    ท่านกริมค่ะ พิมผิดคะด็
    #9,100
    0
  5. #8107 solomon1141 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 16:34
    -สองแฝดนี้มันเป็นแมงมุมป่าววะ 55555 มีความรู้สึกว่าแบบนั้น ไปเอาความเชื่อผิดๆมาจากไหนวะ
    #8,107
    0
  6. #4842 I'm nani (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:57
    เราเอง: นี้ รัคน่า อานายคงเป็นแมงมุมใช่มะ
    รัคน่า: หืม.. อาเราก็ต้องเป็นมนุษย์สิ เอาอะไรมาคิดว่าอาเราเป็นแมงมุม
    เราเอง: ก็เพราะ "อารัคน่า" ไงละ
    รัคน่า: .......
    รัคเน่: .......
    คาออส: .......
    ในขณะที่สถานะการณ์ในรถม้าเงียบสงัดดั่งป่าช้าและมีอีกาบินผ่าน ก็มีคนคนหนึ่งกระเด็นออกมาจากรถม้ากระแทกพื้นข้างทางจนแน่นิ่งไป ซึ่งรถม้านั้นก็ยังคงวิ่งต่อไปโดยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้่น......

    //เดินคอตกน้ำตาซึมเข้าป่า.....
    #4,842
    0
  7. #4398 I'am.G :)) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 13:03
    บอกแค่ว่าใช้เวทสายรักษาทำไมพรพเอกเดาว่าเป็นธาตุพืชล่ะ ทั้งๆที่อธิบายว่าส่วนใหญ่เป็นธาตุแสงกัน

    อีกอย่างผมว่าเรื่องนี้มีปัญหาอยู่ที่บุคลิกตัวละคร มันไม่เหมาะกับอายุนี่แหละ
    #4,398
    2
    • #4398-1 ดินสอยางลบ(จากตอนที่ 12)
      7 ธันวาคม 2559 / 06:34
      มีพลังรักษามากที่สุด เขาบอกงี้
      #4398-1
    • #4398-2 KatsumaKay(จากตอนที่ 12)
      7 มกราคม 2560 / 01:13
      ฉลาดก็ผิด
      #4398-2
  8. #2989 Narin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 03:34
    สรุปคนที่พระเอกช่วยไว้อายุเท่ากันหรือน้อยกว่าทำไม่เรียกแต่พี่ชาย ทำไมไม่เรียนว่าพี่เฉยๆ หรือเรียกนาย หรือถามชื่อกันไว้เรียกชื่อไปเลยละ เรียกแต่พี่ชายๆ มันรู้สึกขนลุกแปลกๆ นะ ถ้าผู้หญิงเรียกพี่ชายก็ว่าไปอย่าง
    #2,989
    0
  9. #2665 auannie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 15:44
    เดี๋ยวนะผมว่าระยะทางมันสั้นไปอะ พี่สาวเดินทางด้วยรถไฟ 2 ชั่วโมง แต่ถ้านั่งรถม้าไปเดินทาง 8 ชั่วโมง ตามความคิดความคิดผม มันทำให้ไม่เห็นถึงความพิเศษของรถไฟในโลกเวทย์มนต์ ถ้าเปลี่ยนให้คาสออสที่ต้องเดินทางด้วยรถม้า เดินทางนานถึง 1อาทิตย์ แบบนี้รถไฟถึงค่อยมีความพิเศษหน่อย
    ปล.ถ้าแค่ 8ชม ด้วยรถม้า คนมีเวทย์มนต์บินมาด้วยพรม เร็วกว่ารถไฟอีกนะนั้น
    ปล.2 มันจะคล้ายๆนั้ง ขสมก จาก กทม ไปพิษณุโลก 6 ชม แต่ถ้านั้งรถไฟ 2 ชม ขับรถยนต์ไปเอง 3-4 ชม อะไรเทือกๆนั่น
    #2,665
    1
    • #2665-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      2 ตุลาคม 2559 / 15:49
      รถไฟของโลกเวทมนตร์ไม่ได้เด่นด้านความเร็วครับ แต่เด้นที่พื้นที่ใช้สอยแทน
      #2665-1
  10. #1821 BenzSsw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 03:45
    ขอบคุณครับ
    #1,821
    0
  11. #1675 SacredLight (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 13:24
    ลุงเควินมีความขี้แกล้ง
    #1,675
    0
  12. #798 Gnuh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:07
    ขอบคุณครับ
    #798
    0
  13. #461 phairatw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:45
    ขอบคุณครับ
    #461
    0
  14. #359 @zilch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 09:27
    คือถ้าเรื่องนี้มันฮาเร็ม ขออย่างนึงสิคะ สุดท้ายพระเอกจะเลือกรักเพียงแค่คนเดียวช่ายป่ะ คือถ้าพระเอกเป็นพวกเหมาเข่งจะได้เลิกอ่านเลยตอนนี้จะได้ไม่เสียความรู้สึก. พอดีเกลียดพวกเหมาเข่งอย่างรุนแรงเป็นการส่วนตัวอ่ะค่ะ. รบกวนตอบหน่อยนะ ไม่อยากเสียความรู้สึกกับเรื่องที่เขียนมาดี แต่พระเอกเป็นแบบที่เราเกลียด อ่ะค่ะ
    #359
    4
    • #359-3 Weiss1714(จากตอนที่ 12)
      24 สิงหาคม 2559 / 02:02
      ยังไม่เห็นมีตรงไหนบอกฮาเร็มเลย ._. เจ้าหญิงก็คนเดียว พี่สาวน้องสาวตัดไป ที่เจอก็ พี่น้องคู่กัน ชายหญิง
      #359-3
    • #359-4 องค์ชายสายลม(จากตอนที่ 12)
      9 กันยายน 2559 / 03:27
      ฮาเร็มอ่ดีแล้วครับ จะได้ไม่ต้องมีคนเสียใจ
      ไม่ค่อยชอบดราม่าในเมื่อทุกคนมันก็รักกันจะเลือกทำไม
      ให้มีความสุขทุกคนดีกว่าครับ
      #359-4
  15. #124 สายลม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 13:08
    ขอบคุณครับ
    #124
    0
  16. #36 ★ASHURA★ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 21:12
    สนุกดีคับ #ติดตาม
    ปล.ขอพระเอกแบบไม่เกรียน ไม่บ้า ไม่ปัญญาอ่อน และ ไม่แหกปากโวยวายนะ
    #36
    1
    • #36-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 22:36
      ขอบคุณจ้าา
      #36-1
  17. #35 เอเอ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:03
    ขอบคุณครับ
    #35
    1
    • #35-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 16:34
      ขอบคุณงับ
      #35-1
  18. #34 Crasybart (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 15:10
    สนุกดี ขอบคุณครับ... กำลังรออยู่ว่าเมื่อไรจะเริ่มใช้เวทย์ได้ 
    #34
    1
    • #34-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 16:32
      ขอบคุณครับ
      #34-1
  19. #33 MISSION00 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 13:50
    ขอบคุณครับ
    #33
    1
    • #33-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 16:33
      ขอบคุณงับ
      #33-1
  20. #32 kajeab (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 12:14
    สนุกดีค่ะ คำผิดเยอะไปนิส
    #32
    1
    • #32-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 12:25
      ตรงไหนบ้างครับบอกได้ตลอดเลยนะ เพราะบางคำบางประโยคผมก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน ฮ่ะ ๆๆ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 สิงหาคม 2559 / 13:38
      #32-1
  21. วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 11:12
    โถ ตกใจแทบแย่ สุดท้ายใกล้นิดเดียว
    #30
    1
    • #30-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 16:35
      นั่นน่ะสิ ตกใจแทบแย่เลย
      #30-1
  22. #29 สายลมเเห่งมนตรา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 10:56
    รออยู่ ต่อคะต่อ
    #29
    1
    • #29-1 GriMMix(จากตอนที่ 12)
      6 สิงหาคม 2559 / 16:35
      มืด ๆ นะครับ วันนี้แหละ รออ่านได้เลย
      #29-1