โลกเวทมนตร์ของคาออส (ตีพิมพ์กับสนพ. อาเธน่า)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 การประเมิน (ฉบับตีพิมพ์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


ตำราเล่มที่ 9

 

การประเมิน

 

เจ้า!! เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร!! แล้วเจ้าเรียกใครว่ายัยบ้าพลังกัน?”

หญิงสาวมีท่าทีแสนรังเกียจและดูไม่ค่อยเป็นมิตร

เฮ้อ...ข้าจะพูดอย่างไรกับเจ้าดีนะคาออสลอบถอนหายใจเบาๆ ที่จริงแล้วเขาก็อยากเจอพวกเธอโดยเร็วเพื่อที่จะขอโทษต่อเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพราะตัวเขาเป็นฝ่ายผิด แต่คาออสก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะเจอกันเร็วเช่นนี้ แถมยังเป็นในสถานการณ์แบบนี้อีกต่างหาก

เอาล่ะ!! ก่อนอื่นข้าอยากจะกล่าวบางอย่างกับเจ้าสักหน่อยคาออสเริ่มด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจัง

เรื่องอะไร?” หญิงสาวไม่มองหน้าของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่ท่าทางของเธอก็ถือว่าดีกว่าเก่าค่อนข้างมาก ซ้ำยังไม่ปล่อยจิตสังหารออกมา เห็นทีเธอคงได้รับการอบรมจากองค์หญิงซาฟีน่ามาไม่มากก็น้อย

ข้าเข้าใจเรื่องที่เจ้าจะโกรธข้าอยู่หรอกนะ ซึ่งข้าก็ต้องขอโทษเจ้าด้วยจริงๆ กับเหตุการณ์ในร้านอาหารนั่น อ้อ...แล้วก็รวมถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ข้าได้วิ่งชนกับองค์หญิงของเจ้าในปราสาทด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ตอนนั้นข้าค่อนข้างรีบน่ะคาออสทำหน้าซึม

เฮอะ...แล้วไง คนที่เจ้าขอโทษมันสมควรเป็นข้าอย่างงั้นเหรอ เจ้าทำผิดกับใครไว้เจ้าก็ควรไปขอโทษคนคนนั้นด้วยตัวเองหญิงสาวเหลือบมองชายหนุ่มเล็กน้อย เพราะเหตุการณ์ในร้านอาหารนั้นทำให้นักศึกษาเวทหลายๆ คนรู้ถึงตัวตนขององค์หญิงซาฟีน่าในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าจากนี้ไปการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์ขององค์หญิงซาฟีน่าคงไม่ค่อยอิสระอย่างที่คิดอีกต่อไป

ส่วนเรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องสนใจหรอก เพราะในฐานะอัศวิน ข้าถือว่าสอบตกที่ไม่ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดีพอ หากข้าขบคิดให้มากกว่านี้มันก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น เฮอะ!! ช่างขายหน้าจริงๆ

โมชิซากิพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าสร้อยเล็กน้อย เธอที่เป็นถึงอัศวินส่วนพระองค์ แต่กลับควบคุมตนเองไม่ได้ ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำเช่นนั้น

ข้าเข้าใจนะว่าพวกเจ้ารู้สึกอย่างไร แต่ข้าก็คงทำอะไรให้พวกเจ้าไม่ได้นอกจากกล่าวคำขอโทษเท่านั้น

เมื่อเห็นท่าทีอันเศร้าสร้อยของหญิงสาว คาออสก็รู้สึกผิดเพิ่มขึ้น

ช่างเถอะ!! มันผ่านไปแล้ว อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด ถึงพวกเขาจะไม่รู้ฐานะขององค์หญิงในวันนี้ แต่ในอนาคตก็คงจะรู้เข้าสักวัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อน หญิงสาวรู้ตัวว่าเผลอพูดมากจนเกินไป เธอจึงอยากจบสนทนาให้เร็วที่สุด

เดี๋ยวก่อน ข้าคงไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ คาออสวางกระเป๋าลง

หืม!! เจ้าพูดว่าไงนะ เจ้าไม่ได้มาเพื่อขอโทษงั้นเหรอ? หรือว่าที่จริงแล้วจะ...จะ...เจ้าเป็นพวกโรคจิต!! ถอยไปห่างๆ เลยนะ ข้าล่ะมองเจ้าผิดไปจริงๆ!!”

หญิงสาวถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมหยิบดาบของเธอขึ้นมา กล่าวด้วยท่าทีแสนรังเกียจพลางมองคาออสด้วยสายตาอันเย็นชาอย่างที่สุด ความจริงการที่คาออสกล้ามาขอโทษโดยตรงก็ทำให้เธอมองเขาในแง่ดีขึ้น แต่เมื่อจุดประสงค์ของเขาไม่ได้มีแค่นั้น เธอก็กลับไปมองเขาในแง่ร้ายเช่นเดิม

เดี๋ยวๆๆ หยุด!! หยุดเลย หยุดความคิดบ้าบอของเจ้าได้แล้ว!! ข้าจะให้เจ้าดู เจ้าคงจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

คาออสพูดพลางหยิบบัตรนักศึกษาส่งให้โมชิซากิ

เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!! ล้อกันเล่นหรือไง ตัวข้าต้องอยู่ร่วมห้องกับเจ้า แถมยังต้องเป็นคู่หูกับเจ้าอีกงั้นเหรอ!! บ้า!! นี่มันบ้าชัดๆ ใครเป็นคนจัดห้องแบบนี้กัน

หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง แต่ตัวอักษรเวทมนตร์ที่อยู่บนบัตรนั่น...เธอไม่อาจปฎิเสธความจริงได้เลย

[นักศึกษาเวทที่เป็นสหายร่วมห้องกันจะต้องเป็นคู่หูกันด้วย โดยพวกเขาจะต้องคอยให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนจบเทอมหนึ่งของปีการศึกษา]

งั้นข้าก็ต้องขอรบกวนเจ้าอย่างเป็นทางการแล้วล่ะนะ คาออสยื่นมือไปทางหญิงสาวเพื่อขอจับมือทักทาย

ปังงงงงงง!!

อ้าวเฮ้ย!! เดี๋ยวสิ ข้ายังไม่ได้เข้าไปเลยนะ

หญิงสาวปิดประตูใส่หน้าคาออส ทำเอาคาออสถึงกับมึนงงเล็กน้อย เขาคิดว่าคุยกับเธอรู้เรื่องแล้วซะอีก

เจ้ารออยู่นั่นแหละ ข้าขอจัดการอะไรก่อนครู่หนึ่ง

หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลุกลี้ลุกลนอย่างมาก

เร็วๆ หน่อยล่ะ ข้างนอกนี่หนาวมากเลย เจ้าคงไม่อยากให้ข้าหนาวตายเพราะต้องรอเจ้าจัดห้องใช่ไหม?”

น้ำเสียงคาออสฟังดูกวนๆ เล็กน้อย ถึงแม้อากาศในตอนนี้จะค่อนข้างหนาวจริงๆ แต่สำหรับเขามันก็เป็นเพียงแค่ลมเย็นๆ เท่านั้น

พูดมากซะจริง!! เจ้าเป็นผู้ชายประเภทไหนกันเนี่ย ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย

หญิงสาวตะโกนออกมาด้วยความหมั่นไส้

ผู้หญิงคนนี้นิสัยแปลกชะมัด บางครั้งเธอก็ดี บางครั้งเธอก็ร้าย ความจริงแล้วเธอมีนิสัยยังไงกันแน่ ข้าล่ะไม่เข้าใจเธอเลย

คาออสคิดในใจในระหว่างรอหญิงสาวจัดการกับข้าวของของเธอให้เสร็จเรียบร้อย ความจริงแล้วตอนที่ได้เจอเธออีกครั้งเขาคิดว่าเธอจะฟันดาบใส่เขาโดยไม่สนใจฟังเขาเสียด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้เขาแปลกใจอยู่นิดหน่อยที่ในตอนนี้ท่าทางของเธอดูเป็นมิตรมากขึ้น

ผ่านไปราวๆ สิบห้านาที ประตูไม้เบื้องหน้าของคาออสก็เปิดออกอีกครั้ง

เจ้าเข้ามาได้แล้ว

หญิงสาวยังคงมีท่าทีระแวดระวังเขาอยู่เช่นเดิม แม้เธอจะอนุญาตให้เขาเข้ามา แต่ก็ยังไม่ค่อยไว้ใจมากเท่าไหร่นัก

โอ้ เปิดได้สักที ข้าเกือบจะกลายเป็นตุ๊กตาหิมะเพราะเจ้าอยู่แล้ว

คาออสไม่ลืมที่จะกวนประสาทเธอเช่นเดิม

เจ้าไปอยู่ห้องฝั่งขวาซะ แล้วอย่าคิดอะไรแผลงๆ ล่ะ ข้าเปิดใช้งานกำแพงเวทมนตร์ของห้องนี้แล้ว ถ้าเจ้ากล้ามายุ่มย่ามกับข้าระหว่างที่ข้ากำลังหลับ ข้าคงบอกไม่ได้ว่าศพของเจ้าจะมีสภาพเป็นเช่นไร

หญิงสาวกล่าวเตือนเชิงข่มขู่พลางชี้ให้เห็นกำแพงใสสะท้อนแสงรางๆ ที่ปรากฏอยู่หน้าประตูห้องทางฝั่งซ้ายมือของคาออส

ห้องพักของโรงเรียนมหาเวท ในหนึ่งห้องจะประกอบด้วยสามส่วน นั่นก็คือ

ส่วนแรกอยู่ตรงกลาง เป็นห้องที่สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยสหายร่วมห้องทั้งสองที่อยู่ในห้องเดียวกันนั้นจะใช้ห้องนี้ในการวางแผนและปรึกษาหารือกัน

ส่วนที่สองจะอยู่ทางฝั่งขวาของห้อง เป็นที่พักส่วนตัวของนักศึกษาเวท

ส่วนที่สามซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้าย ก็เป็นที่พักส่วนตัวของนักศึกษาเวทเช่นกัน

ผู้อยู่อาศัยในห้องสามารถเปิดโหมดกำแพงเวทเพื่อป้องกันรูมเมทเข้ามาก่อกวนหรือยุ่มย่ามในเขตที่พักส่วนตัวของตนได้ โดยกำแพงเวทนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ผู้ที่จะทำลายได้ต้องเป็นระดับอาจารย์ของนักศึกษาเวทเท่านั้น

ทราบแล้วๆ ใครจะอยากไปยุ่มย่ามกับเจ้ากันล่ะ

คาออสเมื่อเห็นกำแพงใสนั้นก็รู้ได้ทันทีว่ามันอันตรายแค่ไหน เขาเข้าใจแล้วทำไมเธอใช้เวลาค่อนข้างนานก่อนจะให้เขาเข้ามา ที่แท้เธอก็มาเปิดระบบการทำงานของกำแพงเวทนั่นเอง

ข้าเตือนเพราะกลัวเจ้าจะทำอะไรไม่คิดเท่านั้นแหละ มิใช่อะไร เพราะหากเจ้าตายไปเดี๋ยวข้าก็ต้องคอยจัดการกับศพของเจ้าอีก

หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ผู้ชายคนนี้บางครั้งก็ดูจริงจัง บางครั้งก็ติดเล่นแทบจะตลอดเวลา เธอไม่เข้าใจนิสัยเขาเลย หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าห้องของเธอไป

ความจริงเจ้าก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรสินะดูเหมือนคาออสเริ่มเข้าใจนิสัยของหญิงสาวนิดหน่อยแล้ว

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องของเขาพลางถอดเสื้อผ้าออก คิดอยากจะอาบน้ำสักหน่อยหลังจากที่เขาต้องเดินทางมาตลอดทั้งวันแล้ว

หืม เจ้าเบลฟากอลนี่หลับเป็นตายเลยนะ

คาออสค่อยๆ ถอดกำไลของตนอย่างช้าๆ เมื่อเขาเพ่งกระแสจิตก็เห็นเจ้าเบลฟากอลนอนตีพุงพร้อมกับกรนอย่างสบายใจเฉิบอยู่ภายในกำไลนั้น

ว่าแต่ห้องนี่มันยอดไปเลย ทั้งที่เห็นภายนอกเป็นห้องเล็กๆ แท้ๆ แต่พอเข้ามามันกลับใหญ่กว่าที่คิดไว้มากเลย หนำซ้ำยังมีห้องน้ำและห้องครัวในตัวอีกต่างหาก

คาออสกล่าวอย่างตื่นเต้นในขณะที่รัดผ้าขนหนูรอบเอว จากที่ในตอนแรกเขาคิดว่าจะเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ไหนได้มันกลับมีขนาดเทียบได้กับห้องนอนขนาดกลางห้องหนึ่งเลยทีเดียว

 

เวลาล่วงเลยไป จนตอนนี้ก็ค่อนข้างดึกมากแล้ว

คาออสพลิกตัวไปมา เขาไม่สามารถข่มตาให้กลับได้เลย ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าพรุ่งนี้จะมีการประเมินความสามารถของนักศึกษาเวท มันทำให้คาออสไม่สบายใจ คนที่ไร้พลังเวทย์เช่นเขาต้องกลายเป็นจุดสนใจอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเป็นจุดสนใจด้านดีๆ เขาก็จะไม่คิดอะไรให้มากความ แต่นี่เขาจะกลายเป็นตัวตลกของพวกนั้นซะมากกว่าเนี่ยน่ะสิ

เมื่อไม่มีอะไรทำคาออสจึงส่งเสียงดัง หวังให้หญิงสาวที่อยู่ห้องตรงข้ามได้ยิน

นี่!! ข้านอนไม่หลับเลย!!”

ไม่มีเสียงตอบรับ แต่คาออสก็ไม่หยุดพยายาม ยังคงส่งเสียงโหวกเหวกต่อไป

ยู้ฮู!! ข้ารู้นะว่าเจ้ายังคงตื่นอยู่ ยัยบ้าพลัง

เจ้านอนเงียบๆ ไม่เป็นรึไง!!”

หญิงสาวเริ่มรำคาญเลยส่งเสียงตอบกลับมาเป็นครั้งแรก

ฮ่าๆๆ ข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลยนะ ข้าคาออส มาจากเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งทางตอนเหนือของอาณาจักรแห่งนี้ แล้วเจ้าล่ะชื่ออะไร?”

ถึงยังไงทั้งคู่ก็เป็นคู่หูกันแล้ว คาออสคิดว่าพวกเขาควรจะทำความรู้จักกันไว้บ้าง

หญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง คาออสจึงส่งเสียงดังมากขึ้น

ข้าคาออส แล้วเจ้าล่ะ ยัยบ้าพลัง!! ถ้าไม่บอก ข้าจะตะโกนถามเจ้าแบบนี้ทั้งคืนเลยนะ

โมชิซากิ หญิงสาวตอบกลับมาเบาๆ

หา...อะไรนะ ข้าได้ยินไม่ค่อยชัดเลย

ชายหนุ่มกล่าวถามอีกครั้ง แม้จริงๆ เขาจะได้ยินคำตอบของหญิงสาวแล้วก็ตาม

ก็บอกว่าชื่อโมชิซากิไงล่ะ หลังจากนี้ถ้าเจ้ายังไม่เงียบและนอนซะ ข้าจะเรียกอาจารย์ที่คุมหอนี้มาจัดการกับเจ้า

หญิงสาวกล่าวอย่างโมโห ชายหนุ่มคนนี้ช่างกวนประสาทเธอเสียจริง

ทราบแล้ว ท่านหญิงโมชิซากิ

คาออสกล่าวอย่างสุภาพก่อนจะเงียบเสียงไปในทันที ในที่สุดเขาก็รู้ชื่อของหญิงสาวเจ้าอารมณ์คนนี้เสียที

 

รุ่งเช้าวันต่อมา...

คาออสตื่นแต่เช้าตรู่ ใจจริงเขาอยากจะทักหญิงสาวตอนเธอเดินออกมาจากห้องสักหน่อย แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วเขาพบว่ารองเท้าบูทของเธอหายไป ซึ่งนั่นก็แปลว่าเธอได้ออกไปจากห้องพักแห่งนี้ตั้งแต่เช้ามืดแล้วนั่นเอง

ยัยบ้าพลังนี่ช่างเอาการเอางานซะจริง

ชายหนุ่มกล่าวแผ่วเบา เขารู้ทันทีว่าเธอต้องรีบไปอารักขาองค์หญิงผู้นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

เฮ้อ...แต่ข้าสิ วันนี้จะทำเช่นไรดี ท่าทางจะมีเรื่องให้ข้าปวดหัวอีกเยอะ

คาออสมองไปที่แสงอาทิตย์ซึ่งสาดแสงสว่างขึ้นอย่างช้าๆ พลางถอนหายใจออกมา เขาที่ไร้พลังเวทกลับต้องไปทำการประเมินพลังเวทต่อหน้าคนมากมายเช่นนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย

ฮ้าว...ช่างเป็นเช้าที่อากาศดีซะจริง

คาออสเดินหาวออกจากหอพัก ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนมาใส่เครื่องแบบของนักศึกษาเวทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นี่ เบลฟากอล ข้าว่าเจ้าน่าจะตื่นได้แล้วนะ

คาออสกล่าวทักเจ้าอสูรร่างมินิที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่ภายในมิติกำไลสีเงินของเขาอย่างสบายใจ

อ๊า...มีอะไรงั้นเหรอเจ้านาย เหมียว

เบลฟากอลขานตอบพลางบิดขี้เกียจไปมา จากนั้นมันก็ทำท่าเหมือนจะนอนต่ออีกครั้ง

ไม่ต้องเลย!! เจ้านอนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำแล้วนะ

คาออสส่ายศีรษะเล็กน้อย อสูรตนนี้คงจะเอาแต่นอนทั้งวันจนเคยตัวเป็นแน่

โธ่ เจ้านาย ท่านก็รู้นี่ว่าข้าถูกกักขังมานานแล้ว มันก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกันบ้างสิ เหมียว

เจ้าอสูรกล่าวเบาๆ ดูเหมือนข้ออ้างของมันจะฟังขึ้นอยู่เช่นกัน

เฮ้อ...ตามใจเจ้าแล้วกัน

คาออสส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเจ้าเบลฟากอลได้ยินคำพูดคาออส มันก็กลับไปนอนต่ออย่างสบายใจ ทั้งยังไม่ลืมที่จะกรนออกมาเบาๆ

ไม่นานนักคาออสก็เดินมาถึงอาคารที่เรียกว่าอาคารกลาง ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์พอดิบพอดี โดยผังของโรงเรียนมหาเวทนั้นจะประกอบด้วยอาคารขนาดใหญ่หกอาคาร เรียงตัวกันเป็นรูปดาวห้าแฉก โดยที่ตรงกลางรูปดาวห้าแฉกคืออาคารกลางซึ่งเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของอาคารกลาง คาออสก็พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา พวกเขาล้วนใส่เครื่องแบบแบบเดียวกับคาออส บ่งบอกว่าเป็นนักศึกษาเวทเช่นเดียวกัน

ในระหว่างที่คาออสกำลังสำรวจรอบๆ อยู่นั้น เสียงของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยก็ดังขึ้น

ท่านตื่นสายนะ

สวัสดีตอนเช้าพี่คาออส

เมื่อคาออสหันกลับไปทางต้นเสียงก็พบเข้ากับแฝดชายหญิง โดยพวกเขากำลังเดินแทรกกลางฝูงชนเพื่อมาหาคาออสด้วยความยากลำบาก

อ้าว!! รัคน่า รัคเน่ พวกเจ้ายังไม่เข้าไปข้างในอีกเหรอคาออสรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาคิดว่าสองพี่น้องจะรีบเข้าไปในห้องประชุมซะอีก ไม่นึกเลยว่าทั้งคู่จะยังรอเขาเหมือนเมื่อวานนี้

ถ้าไม่มีพี่ พวกข้าจะเข้าไปได้ไงล่ะ ใช่ไหม? รัคเน่

อ่า...

รัคน่ากล่าวอย่างสบายใจ ในขณะที่รัคเน่ก็ยังคงมีท่าทีเขินอายเช่นเดิม เธอเอาแต่พยักหน้าน้อยๆ

ฝาแฝดคู่นี้ เพิ่งเจอกันไม่นานแท้ๆ ทำไมถึงยึดติดกับข้าได้ขนาดนี้กันนะ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ

คาออสลอบสงสัยอยู่ในใจ ถึงแม้เขาจะเคยช่วยชีวิตสองพี่น้องเอาไว้ แต่พวกเขาก็เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้เอง ซึ่งนั่นก็ไม่น่าจะทำให้พวกเขาสนิทกันง่ายดายถึงเพียงนี้ คาออสไม่รู้เลยว่าสำหรับคนในเมืองแห่งสายหมอกนั้น การถูกช่วยชีวิตไว้ พวกเขาจะถือเป็นบุญคุณไปจนวันตายของพวกเขาเลยทีเดียว นั่นจึงไม่แปลกที่พี่น้องคู่นี้จะยึดติดกับคาออสมากขนาดนี้

ฮ่าๆๆๆ งั้นพวกเรารีบเข้าไปพร้อมกันเถอะคาออสแนะขึ้นเมื่อเห็นนักศึกษาเวทเริ่มทยอยเข้าไปในอาคาร สองพี่น้องพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่ายในทันที

เมื่อเข้ามาในอาคารก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งช่วยนำทางพวกเขาไปยังห้องประชุมขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง

งั้นพวกเรานั่งตรงนี้แล้วกันคาออสเหลือบไปเห็นเก้าอี้ว่างสามที่พอดี จึงชวนให้รัคน่าและรัคเน่ไปนั่งตรงนั้น ซึ่งสองพี่น้องก็เห็นดีด้วยเช่นเดิม

 

นั่นมันเจ้าคนไร้มารยาทนี่นาหญิงสาวกล่าวอย่างแผ่วเบาพลางมองไปที่ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งห่างจากเธอไม่กี่เมตร

เจ้ามีอะไรงั้นเหรอโมชิซากิหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามด้วยความสงสัย เนื่องจากห้องนี้ค่อนข้างเสียงดังจากการมีคนนับพันมารวมอยู่ด้วยกัน เธอจึงได้ยินสิ่งที่โมชิซากิพูดไม่ชัดเจนนัก

เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอกองค์หญิงซาฟีน่า ว่าแต่ท่านเป็นเช่นไรบ้าง...ดีขึ้นแล้วหรือยัง?”

โมชิซากิส่ายศีรษะเบาๆ แล้วถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความเป็นห่วง

ดีขึ้นแล้วล่ะ โมชิซากิ การมาอยู่ต่างสถานที่แบบนี้ ตัวข้าเองก็สมควรเติบโตขึ้นบ้างเช่นกัน

องค์หญิงซาฟีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

แต่ว่าองค์หญิงซาฟีน่า ท่านจะไม่ใช้ชีวิตในโรงเรียนมหาเวทแห่งนี้ได้ยากขึ้นงั้นเหรอ?”

โมชิซากิรู้สึกเป็นห่วง

หามิได้ โมชิซากิ ตัวข้าเองก็ยังคงหวาดกลัวต่อสายตาเหล่านั้นเช่นเดิม แต่ตอนนี้ข้าไม่อาจซ่อนตัวเหมือนเช่นตอนนั้นได้อีกแล้ว ข้าจะลองเผชิญหน้ากับมันดูสักตั้ง

องค์หญิงพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

ท่านกำลังหมายความว่าอย่างไร?” โมชิซากิถามด้วยความมึนงงสงสัย

เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองนั่นแหละ

องค์หญิงตอบสั้นๆ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แน่นอนโมชิซากิไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะนั่นจะเท่ากับเธอก้าวก่ายผู้เป็นนายมากจนเกินไป

“ทุกคน...เงียบบบบบ!!

ทันใดนั้นก็มีชายแก่ตัวใหญ่ยักษ์เดินขึ้นมาบนเวที ตะโกนเสียงดังออกมา อันเป็นผลทำให้นักศึกษาเวทนับพันที่กำลังพูดคุยกันอยู่เงียบเสียงไปในทันใด

เชิญท่านศาสตราจารย์ จากนั้นชายร่างยักษ์ก็หันไปแสดงความเคารพต่อชายผู้หนึ่ง คราวนี้กล่าวออกมาอย่างนิ่มนวล

ขอบใจมากนะ เซบาส

ชายชราอีกคนกล่าวขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินขึ้นเวทีมา ชายชราคนนี้ดูแล้วน่าจะมีอายุพอสมควร เขาใช้คทาหยกสีขาววาววับค้ำยันขณะก้าวเดิน ชุดที่สวมใส่เป็นชุดคลุมสีม่วงขลิบริมสีทองระยิบระยับซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก เมื่อมองใบหน้าชัดๆ ก็จะพบรอยเหี่ยวย่นอย่างชัดเจน พร้อมเคราที่ยาวออกมาจนถึงกลางอก

สวัสดีนักศึกษาใหม่ที่น่ารักทุกคน ข้าคือศาสตราจารย์กาบริเอล อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมหาเวทคาลเดียร์แห่งนี้ ขอต้อนรับพวกเจ้าทุกคนด้วยความรักและความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง เวลาห้าปีนับจากนี้ที่พวกเจ้าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนมหาเวทแห่งนี้ ข้าขอให้พวกเจ้าทุกคนใช้มันอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างที่สุด สุดท้ายนี้ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเจ้าทุกคนจะประสบความสำเร็จด้วยดี

ชายชรานามกาบริเอลกล่าวพลางมองไปที่คาออสและองค์หญิงซาฟีน่าเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมท่ามกลางเสียงปรบมือของนักศึกษาใหม่ในหอประชุม

บุตรของเจ้าเป็นแบบใดกันนะไคริว ข้าขอดูหน่อยเถอะ!! ชายชราคิดในใจพลางกำมือตัวเองเล็กน้อย

เอาล่ะ...นักศึกษาเวททุกคน ต่อไปนี้เราจะเริ่มทำการประเมินค่าความสามารถพื้นฐานของพวกเจ้า

อาจารย์ที่ดูหนุ่มแน่นเดินขึ้นมาบนเวที หลังจากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายว่าการประเมินจะแบ่งออกเป็นสามอย่าง นั่นก็คือ...

อย่างแรก ประเมินด้านธาตุพื้นฐานของนักศึกษาเวทคนนั้นๆ

อย่างที่สอง ประเมินรากจิตวิญญาณเวท ซึ่งเจ้ารากจิตวิญญาณเวทนี่แหละจะเป็นตัวบ่งบอกว่านักศึกษาเวทจะสามารถพัฒนาไปได้ในระดับไหน และมันยังส่งผลต่อเกจพลังเวทโดยตรงอีกด้วย

รากจิตวิญญาณเวทแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

ระดับสามัญ ถึงแม้จะมีพลังเวทอยู่ แต่ก็ไม่สามารถเติบโตได้

ระดับพสุธา แบ่งออกเป็น        ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 10

ระดับนภา แบ่งออกเป็น          ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 10

ระดับสวรรค์ แบ่งออกเป็น       ขั้นที่ 1 – ขั้นที่ 10

รากจิตวิญญาณเวทระดับพสุธาขึ้นไปสามารถพัฒนาได้ตามแต่ความสามารถของบุคคลนั้นๆ ส่วนระดับสามัญมักพบในตัวผู้ที่ไร้ซึ่งพลังเวท

และอย่างสุดท้าย การประเมินระดับชั้นของผู้ใช้เวทมนตร์ซึ่งจะใช้เกจพลังเวทเป็นตัวบ่งบอกพลัง เกจพลังเวทก็คือปริมาณพลังเวทที่ผู้ใช้เวทมนตร์สามารถใช้ได้นั่นเอง

เกณฑ์การประเมินจะแบ่งได้ดังนี้

นักเวทฝึกหัด                                       เกจพลังเวทอยู่ที่ 1 - 400

ผู้ใช้เวทมนตร์                                      เกจพลังเวทอยู่ที่ 401 - 800

ผู้ยืมพลังจากธรรมชาติ                       เกจพลังเวทอยู่ที่ 801 - 1200

ผู้ปลดปล่อยพลังธรรมชาติ                  เกจพลังเวทอยู่ที่ 1201 - 1600

จอมเวท                                               เกจพลังเวทอยู่ที่ 1601 - 2000

จอมเวทศักดิ์สิทธิ์                                เกจพลังเวทอยู่ที่ 2001 - 2400

เจ้าแห่งจอมเวทศักดิ์สิทธิ์                    เกจพลังเวทอยู่ที่ 2401 - 2800

ราชาเวทมนตร์                                    เกจพลังเวทอยู่ที่ 2801 - 3200

จักรพรรดิเวทมนตร์                             เกจพลังเวทอยู่ที่ 3201 - 3600

ราชันจักรพรรดิเวทมนตร์                     เกจพลังเวทอยู่ที่ 3601 - 4000

หลังจากอธิบายเสร็จสิ้นพลันมีแท่นขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากพื้นเวทีจำนวนสามแท่น ที่อยู่บนแท่นแรกคือลูกแก้วแปดสี แต่ละสีก็จะแทนธาตุหนึ่ง ในขณะที่อีกแท่นมีลูกแก้วใสอยู่ลูกหนึ่ง ส่วนแท่นสุดท้ายนั้นต่างออกไป เพราะที่อยู่บนนั้นคือกล่องหน้าตาแปลกๆ ใบหนึ่งเท่านั้น

นักศึกษาเวทที่ข้าขานชื่อ จงก้าวออกมา!!

อาจารย์หนุ่มคนเดิมกล่าวด้วยเสียงอันดังกึกก้อง

“นักศึกษาเวทมิไฮ!!

“ขอรับ!!

นำมือไปวางบนแท่นตรวจสอบอันแรกซะ

ขอรับท่านอาจารย์

วิ้งงงงง...

ทันทีที่ชายหนุ่มวางมือลงบนแท่นแรก ลูกแก้วทั้งแปดสีก็ส่องแสงสว่างออกมา ค่อยๆ ลอยขึ้นอย่างช้าๆ จากนั้นพวกมันก็เริ่มตกลงมาที่เดิมทีละลูกๆ จนในที่สุดก็เหลือแค่ลูกแก้วสีฟ้าและสีครามซึ่งลอยตัวอยู่ทั้งยังส่องแสงอ่อนๆ ออกมาอีกด้วย

อืม ธาตุน้ำและธาตุลมสินะ

อาจารย์กล่าวพลางจดบันทึกลงไปในหนังสือเล่มหนึ่งที่ถือไว้ในมือ

ว่าด้วยเรื่องธาตุและสีของธาตุนั้นๆ

ธาตุดิน สีน้ำตาล ลูกแก้วสีน้ำตาล

ธาตุน้ำ สีฟ้า ลูกแก้วสีฟ้า

ธาตุลม สีคราม ลูกแก้วสีคราม

ธาตุไฟ สีแดง ลูกแก้วสีแดง

ธาตุพฤกษา สีเขียว ลูกแก้วสีเขียว

ธาตุสายฟ้า สีเหลือง ลูกแก้วสีเหลือง

ธาตุมืด สีดำ ลูกแก้วสีดำ

ธาตุแสง สีขาว ลูกแก้วสีขาว

ต่อไปเอามือไปวางบนแท่นที่สองซะ อาจารย์หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขึงขัง

ขอรับ ท่านอาจารย์

วูมมมมม!!

พลันที่ชายหนุ่มวางมือลงไป ภายในลูกแก้วใสก็เกิดกลุ่มควัน มันหมุนวนเป็นวงกลมอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ในที่สุดก็สลายหายไป

อืม...สิบห้าครั้งสินะ...รากจิตวิญญาณเวทระดับนภา ขั้นที่สี่!!” อาจารย์กล่าวพลางตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ถือว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ได้แย่นักหรอกนะ

ทราบแล้ว ท่านอาจารย์

เอาล่ะ สุดท้ายแล้ว!! สอดมือเข้าไปในกล่องนั่นซะ!” อาจารย์กล่าวเสียงเข้มอีกครั้ง

ชายหนุ่มสอดมือเข้าไปในกล่องแปลกๆ ใบนั้นทันที พลันกล่องก็ส่งเสียงออกมา

อืม...จัดว่ากำลังเหมาะสมกับวัย ไม่ได้แย่และไม่ได้ดีนัก เท่านี้คงเหมาะสมกับเจ้าแล้ว

สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็เอามือออกมาจากกล่อง เมื่อสังเกตที่ข้อมือของเขาก็จะพบกับตัวเลขที่สลักไว้ ตอนนี้มันเป็นเลข 3 7 และ 5

โอ้ ใช้ได้นี่! สามร้อยเจ็ดสิบห้า!! นักเวทฝึกหัดขั้นที่สี่!!” อาจารย์หนุ่มส่งเสียงดัง แล้วจึงยิ้มให้นักศึกษาเวท เจ้าไปได้แล้ว

ขอบคุณมาก ท่านอาจารย์

ชายหนุ่มคำนับอาจารย์ผู้นั้นก่อนจะเดินลงจากเวที ถึงรากจิตวิญญาณเวทของเขาจะไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงนัก แต่ก็ใช่ว่ามันจะหยุดอยู่แค่นี้ เขายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะพัฒนามัน รอยสักรูปตัวเลขนั้นอาจารย์ที่อยู่บนเวทีได้กระซิบว่ามันจะไม่หายไป แต่ถ้าเขาเพิ่มค่าเกจพลังเวทภายในร่างของเขาให้มากขึ้นได้ ตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

[รากจิตวิญญาณเวทจะหยุดพัฒนาตอนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์]

คาออสมองการทดสอบตั้งแต่ต้นจนจบอย่างตั้งใจ พลันก็รู้สึกหวั่นไหว เขาไม่สนใจว่าผลการประเมินจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่เขาหวั่นไหวนั้นเป็นเพราะสายตานับพันที่ล้วนจับจ้องไปยังเวทีต่างหาก...

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,426 ความคิดเห็น

  1. #10418 PanphoP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 09:28
    เพิ่งมาอ่านขอตินิดหน่อย คือรู้สึกว่าพระเอกไม่ประมาณตน พยายามคีพลุคให้พระเอกรึเปล่าครับตอนนี้ แต่มันน่ารำคาญนิดหน่อยความรู้สึกตอนแรกๆคือ เวทมนตร์ คือทุกอย่างแต่ตอนนี้มาโชว์เทพวิ่งเข้าป่าโง่ๆ ไม่คิดบ้างเหรอว่าเข้าไปอาจเจอสัตว์ที่ต้องใช้พลังเวทย์เยอะๆจัดการน่ะ ลุงก็ดูทำไรไม่ได้เลย มาชวนพระเอกหยุดรถดูซากรถม้ายังกับพาชมสวน เห็นด้วยกับบางเม้นที่บอกว่าถ้าเป็นความจริงคงตายไปแล้ว
    ปล.เราแค่แสดงความคิดเห็นนน
    #10,418
    0
  2. #8858 PopeyePrommayon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:56
    คือที่ฆ่าไปตอนแรกนี่คือแทงด้วยปากกาเพียวๆเลยเรอะ โหดสัสอ่ะ
    #8,858
    0
  3. #8392 4815 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 22:32
    ท่านลุง หยุดรถทำไม

    นายน้อยดูข้างหน้าซิ ท่านเห็นอะไรไหม

    ท่านจะถามข้าเพื่อ !!?? เห็นอะไรมีอะไรฉุกเฉินก็รีบๆบอกมา ก่อนจะตาย...กันทั้งรถ
    #8,392
    0
  4. #8207 Aek (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 07:56
    ปากกาของเพอร์ซี่ แจ็กสัน รึป่าว
    #8,207
    0
  5. #7950 jiberellin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 14:20
    เป็นกำลังใจให้นะคะ โครงเรื่องน่าสนใจดี จะติดตามอ่านต่อนะคะ แต่คิดว่ายังมีส่วนที่ต้องปรับปรุงอีกในเรื่องสำนวนการเขียน และความเหมาะสม สมเหตุสมผลตามควร ตามที่รีดท่านอื่นกล่าวมา คิดว่าถ้าไรท์มารีไรท์อีกที น่าจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอนเลยค่ะ 

    เสริมนิดหน่อย ลุงเควิน ตอนก่อนหน้าไม่มีเลย (เวลาอยู่ในบ้าน) อยู่ ๆ ก็โผล่มารับอันนี้พอเข้าใจว่าพ่อคาออสเตรียมคนขับไปให้ แต่ตอนแรกที่อ่านเรารู้สึกเหมือนครอบครัวของคาออส เป็นครอบครัวชนชั้นกลาง ดูแลกันเองภายในบ้าน อยู่ ๆ ลุงเควินแกมาเป็นคนรับใช้แล้วก็เรียกคาออสว่า นายน้อย อย่างกับเป็นครอบครัวมหาเศรษฐีอะไรแบบนี้เลยค่ะ น่าจะเรียกแค่คุณคาออส คุณไคริว มากกว่านะคะ

    ป.ล. ลุงเควินแกไม่น่าจะต้องสั่งม้าหยุดรถนะคะ น่าจะเป็นเสียงรถม้าหยุดไปเลยเพราะลุงน่าจะให้ม้าหยุดวิ่งด้วยท่าทางการบังคับม้ามากกว่าค่ะ นึกถึงเวลาบนท้องถนน ขับรถม้าอยู่ดี ๆ ก็มีคนตะโกนหยุดดดด แอบตลกนิดหน่อยค่ะ 555
    #7,950
    0
  6. #7140 บุนทิว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 12:51
    เยสสสสยังกับจอนวิคใช้ปากกาฆ่ากอบลิน โหดอ่า
    #7,140
    0
  7. #6558 Doizy Peeranat ReviveAgain (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 16:33
    อยู่ในบ้านอย่างติ๋ม ออกมานอกบ้านอย่างกร่างเลย
    #6,558
    0
  8. #6543 I'am.G :)) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:18
    ควรจะปูเนื้อเรื่องด้านการฝึกฝนอาวุธแทนเวทมนต์มากกว่าดร่าม่าครอบครัวนะ พอมาตอนนึ้มันดูเหมือนอ่านคนละเรื่องเดียวกันเลยล่ะ
    #6,543
    0
  9. #5719 AbyssWalker (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:06
    คาออสตอนนี้ออกแนวสายพระเอกจ๋าเหมือนมังงะกับนิยายสมัยก่อนเลย  คือแบบไม่คิดอะไรอ่ะเข้าไปบวกลูกเดียว  นี่ถ้าเอาแบบเรื่องก็อบลิน สเลเยอร์นะ ตายห่านไปนานแล้ววว  (อีกใจก็อยากให้คาออสโดนพวกนี้รุมโทรมซะจะได้หลาบจำ) #ชั่วร้ายไปมั้ยเนี่ย
    #5,719
    0
  10. #5653 พิชานนท์ ทรงวัฒนกำจร (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:58
    อีกนิดละกันครับ โทรลโลกนี้ดูฉลาดดีนะครับ มีการรอพวกกอปลินบวกก่อนด้วย ถ้ายังไงเพิ่มข้อมูลสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ชื่อเดียวกันแต่มีรายละเอียดต่างๆไม่เหมือนนิยายหรือตำนานอื่นๆทีครับ :)
    #5,653
    0
  11. #5652 พิชานนท์ ทรงวัฒนกำจร (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:53
    อ่านไปอ่านมาเริ่มสงสัย โลกเวทมนต์เวอร์ชั่นนี้ เป็นยังไงครับ พอดีเห็นมีปากกาด้วย เพราะเห็นออกแนวย้อนยุคหน่อยๆจากคำพูดคำจา ซึ่งพอย้อนยุคแล้วบวกกับมีเวทมนต์ ไม่น่าจะให้กำเนิดปากกาขึ้นมาได้ เว้นจะเป็นปากกาขนนกอะไรพวกนั้น

    ปล. พูดถึงปากกานึกถึงแลนซ์เ-อร์ ก่อนเลย -..- ถ้ายังไงช่วยขยายความคำว่าปากกาที(ในตอนที่พ่อมอบให้น่ะครับ)ว่าเป็นปากกาอะไร ลูกลื่น หมึกซึม ขนนก หรืออะไร คืออยากเห็นภาพน่ะครับ
    #5,652
    1
    • #5652-1 I'am.G :))(จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2560 / 08:15
      รถไฟยังมีเลย ปากกาน่าจะทำได้เป็นชาติแล้ว
      #5652-1
  12. #5587 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:49
    เริ่มเติมทรูแล้วสินะ พ่อเริ่มให้งบมาเติมทรูนิดๆแล้ว
    #5,587
    0
  13. #5193 อ่านๆไปเหอะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:24
    แลดูเนื่้อเรื่องมันน่าเบื่อไงก็ไม่รู้แหะ ติดตามต่ออีกนิดละกัน - -
    #5,193
    1
  14. #4949 suck-it (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 17:55
    มันวิ่งเข้าไปไม่ฟังใคร ตัวเองใช้เวทไม่ได้ยังไม่เจียม ถ้านิยายมันเรียลกว่านี้นะ กุว่าตายตั้งแต่ไม่กี่ตอนแรก เป็นพระเอกที่โง่ที่สุดที่เคยอ่านมาเลย
    #4,949
    3
    • #4949-2 GrFl4D(จากตอนที่ 10)
      30 มกราคม 2560 / 02:07
      อ่านไปเรื่อยๆค่ะ พระเอกเทพม๊ากกก
      #4949-2
    • #4949-3 ALOHA(จากตอนที่ 10)
      21 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:58
      อันนี้ เราก็เพิ่งเริ่มอ่าน แต่ เท่าที่จับใจความพระเอกเก่งมาก เรื่องอาวุธ เพราะชดเชย ที่ตัวเองกากเรื่องเวท มันก็สมเหตุสมผลนะ บวกกับมีปากกาจากพ่ออีก น่าจะไหวนะคะ
      #4949-3
  15. #4514 Paisan Suttayapan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 19:21
    มันไปพูดำรไว้หว่าที่บอกไม่คืนคำ
    #4,514
    0
  16. #4495 Shadow Reader (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 17:03
    โคตรพระเอก....
    #4,495
    0
  17. #4397 I'am.G :)) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 12:40
    ุบุคลิกเปลี่ยนสะงั้น. ตอนก่อนๆยังหง๋อๆ อยู่เลย
    #4,397
    4
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4397-4 GriMMix(จากตอนที่ 10)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:40
      ลองคิดทบทวนระหว่างตอนที่คาออสเจอกับพี่สาวครั้งสุดท้ายและปัจจุบันดูครับ จะเห็นว่ามันห่างกันมาเกินครึ่งปีแล้ว ซึ่งแน่อนว่าเพื่อไม่ให้ความตั้งใจของพี่สาวต้องเสียเปล่าและจมอยู่กับความอ่อนแอที่เขาพร่ำเพ้อถึงอยู่บ่อย ๆ คาออสเองก็ต้องหัดเติบโตและเข้มแข็งขึ้นบ้างครับ
      #4397-4
  18. #4272 Zocalo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 10:22
    ขอบคุณครับ
    #4,272
    0
  19. #4248 sivakornza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 13:01
    ขอบคุณครับ
    #4,248
    0
  20. #3595 ถถถถอนาถ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 12:23
    ฉากสู้ง้องแง้งไม่รู้จะแหกปากทำไม ซักพักเวลาจะฆ่าก็ตายซะเถอะแน่ๆ
    #3,595
    0
  21. #3129 hero1990 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 11:43
    เนื้อเรื่องบอกว่า คาออสแข็งแกร่ง แต่ทำไมอ่านๆไปแล้วนึกความแข็งแกร่งของคาออสไม่ได้เลย
    #3,129
    0
  22. #2988 Narin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 03:22
    รำคาญมากตอนนี้ คนบนต้นไม้จะเจือกอะไรนักหนา นั่งมองดูก้อพอแล้วกุรำคาญพูดอยู่นั่น กระจอกแล้วยังเจือกแสดงความคิดแนะนำออกมาทำเพื่อ คิดว่าพระเอกกรูจะไม่รู้หรือไง
    #2,988
    0
  23. #2663 auannie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 15:15
    อยากรู้ว่า ปากกานี้คนอื่นใช้ได้ป่ะ ถ้าสมมุติคนอื่นใช้ได้ พอมันเห็นของดี(คนมีพลังเวทย์ ต้องรู้สึกถึงพลังเวทของดาบเป็นธรรมดา) ย่อมเกิดกิเลส ไม่ใช้เองก็เอาไปขายได้ราคาดีแน่นอนเพราะดูแล้วน่าจะทรงพลัง ซึ่งฝีมือพระเอกในตอนนี้ ตามที่อธิบายมาสู้กับพวกนักรบระดับอัศวินที่ยังไม่ใช้เวทย์ได้สบาย นั้นหมายถึงเมื่อระดับอัศวินพวกนั้นใช้เวทย์พระเอกแพ้แน่ ของก็ถูกแย่งได้ง่ายๆ แต่ถ้าคนอื่นถึงเอาไปก็เรียกออกมาเป็นดาบไม่ได้ ค่อยน่าปลอดภัยหน่อย
    #2,663
    0
  24. #2412 Fresher Aeolus Zephyrus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 17:50
    แอบรู้สึกว่าคำพูดและการกระทำตัวละครเรื่องนี้ เทียบเท่าอายุปัจจุบัน-ไปสิบปี
    #2,412
    0
  25. #1841 galaxy.inspirit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 10:45
    จิ้นได้มั้ย 55
    #1,841
    0