จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 71 : หน่วยเงาทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    21 ส.ค. 60

               หลังจากที่หัวหน้าหน่วย เหยาเย่ว ได้กล่าวทักทายเสร็จ ก็เริ่มสั่งกองกำลังเงาทมิฬทันที
               "พวกเจ้าทุกคนเริ่มโจมตี กวาดล้างเหล่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่อาณาจักรนี้ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว"
               "หืม...มันจะมากเกินไปแล้ว ที่จู่ๆจะมากวาดล้างพวกข้า มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก" เตียวกงจื่อกล่าวออกไปด้วยความฉุนเฉียว
               "ฮ่าๆฮ่าๆจะจริงหรือไม่ เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะรู้เอง"
               ออร่าความมืดที่ปล่อยออกมาจาก หัวหน้าหน่วยเหยาเย่วนั้นทำให้ดาบเทพมารสะท้านภพที่อยู่ในแหวนมิติกำลังสั่นจนเกิดเป็นคลื่นเสียงออกมา 
          วิ้งง!! เหมือนกำลังตื่นเต้นสุดๆเมื่อได้เจออาหารโปรดจนอดไม่ไหวอยากจะออกมา
               อิงเป่ยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตามองทัพเงาทมิฬเคลื่อนไหวพร้อมโจมตีเมืองป้อมปราการทมิฬ ก่อนจะหยิบดาบเทพมารสะท้านภพออกมาแล้วทำการส่งพลังปราณเข้าไปแล้ววาดดาบแนวนอนด้านหน้า พลังปราณทที่ส่งแรงกดดันออกมาจากตัวดาบเกิดเป็นไอปราณสีดำทมิฬ
               วูบบๆ วิ้งงง!! ครืนน!! คลื่นพลังปราณก่อตัวเป็นรูปจันทร์เสี้ยวสีดำขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังหน่วยเงาทมิฬ
             เปรี้ยงง!!ก่อนจะรู้ตัวพลังปราณรูปจันทร์เสี้ยวสีดำก็พุ่งตัดผ่านร่างของหน่วยเงาทมิฬขาดออกจากกันเป็นบริเวณกว้าง ไอปราณสีดำแตกสลายทันทีเหลือเพียงผ้าคลุมสีดำร่วงหล่นล่องลอยไปตามสายลมเท่านั้น
อิงเป่ยขมวดคิ้วแน่นทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้า 
               "หืม..มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ทำไมถึงมีแค่ไอปราณสีดำแตกกระจายออกมาเท่านั้นล่ะ หรือว่าภายใต้ผ้าคลุมนั้นไม่มีร่างกายอยู่"
                    อิงเป่ยจึงทำการวาดดาบเหมือนครั้งที่แล้ว ผลก็เป็นเหมือนเดิม อิงเป่ยจึงสรุปได้ว่า มันเป็นเงาพลังปราณวิญญาณที่เกิดจากการใช้ทักษะลึกลับแน่นอน
                ความเสียหายจากการโจมตีในครั้งนี้สร้างแรงกดดันให้กับหัวหน้าหน่วย เหยาเย่ว เป็นอย่างมาก จนไม่อาจจะสงบใจลงได้ จึงได้หันไปทางอิงเป่ยทันที 
               "ไม่นึกว่าจะมีคนที่มีความสามารถขนาดนี้อยู่ด้วย ข้าคงต้องจัดการเจ้าก่อนที่มันจะเกิดปัญหาให้กับแผนการของข้า"
                    ขณะที่หัวหน้าหน่วยเหยาเย่วกำลังจะโจมตีอิงเป่ยอยู่นั้น สายตาพลันเหลทอบไปเห็นดาบที่อยู่ในมือของอิงเป่ย แผ่ไอพลังปราณสีดำออกมา ส่งแรงกดดันลึกลับ คล้ายคลึงกับพลังของตนเองจึงหยุดชะงัก แล้วจ้องมองดาบที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
               "เจ้ามีดาบเล่มนั้นได้ยังไง ใครเป็นคนมอบมันให้เจ้า" 
               "มันไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าจะได้มายังไงเจ้าจะรู้ไปทำไม"
               "เจ้า...ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้ตอบข้าอีกครั้งก่อนที่จะไม่ได้ตอบ"
อิงเป่ยไม่สนใจกับคำพูดของเหย่าเย่ว แต่ใช้วิชา "ดาบเดียวปลิดชีพ" ออกไปแทนคำตอบ 
                   เปรี้ยงงง!! ตู้ม!! แกร๊กก!! การปะทะที่รุนแรงสั่นสะเทือนบรรยากาศ จนเกิดการผันผวน บิดเบี้ยวไปมา หน่วยเงาทมิฬที่อยู่ใกล้ๆได้รับผลกระทบจนแตกสลายหายไป ที่รอบตัวของเหยาเย่วนั้นมีเกราะป้องกันขึ้นก่อนที่คลื่นดาบจะเข้าปะทะร่างทำให้ไม่ได้รับอันตราย แต่เกราะป้องกันก็เกิดเป็นรอยร้าวเป็นทางยาว และซ่อมแซมตัวเองกับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เหยาเย่วถึงกับขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะกับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ก่อนจะตะโกนเยาะเย้ยออกมา
               "อย่าทำเป็นอวดดี มันยังเร็วไปที่จะเอาชนะข้า"
               "โอวว ข้าก็ไม่แปลกใจอยู่แล้วที่พลังแค่นั้นมันจะทำอันตรายเจ้าได้ เจ้าก็อย่าพึ่งโอ้อวดตนจนเกินไป มันอาจจะทำให้เจ้าตายก็ได้นะ"
               "อุบ!ฮ่าๆฮ่าๆ"เสียหัวเราะของเหยาเย่วดังก้องไปทั่ว เหมือนได้ฟังตลกสุดฮาจนไม่อาจข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ขำได้ 
               "ข้านะรึจะตาย เจ้าไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกัน พลังแค่นั้นคิดว่าจะทำได้หรอ"
                    อิงเป่ยส่งพลังปราณเข้าไปในดาบอีกครั้ง จนเกิดเป็นไอพลังปราณความมืดที่น่าสยดสยองออกมาส่งแรงกดดันอันมากล้นไปที่เหยาเย่วโดยตรง แน่นอนว่าย่อมมากกว่าครั้งที่อิงเป่ยฟาดฟันไปก่อนหน้านี้ บรรยากาศรอบๆตัวของอิงเป่ยเริ่มพร่าเลื่อนกลิ่นอายความตายอบอวนไปทั่ว 
               เตียวกงจื่อ จินตงไป๋ เตียวคงจื่อ พร้อมด้วยเหล่าทหารต่างพากันสั่นสะท้านหวาดกลัวจนถึงจิตวิญญาณเหมือนมียมทูตถือเคียวจ่อไว้ที่คอก็มิปาน
               "นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าไม่เคยกลัวเท่าครั้งไหนมาก่อน กลิ่นอายความตายที่มาพร้อมกับไอพลังปราณที่มืดมิด ไม่อาจจะทำใจให้สงบได้เลย"
เตียวกงจื่อกล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว 
                    ครืนนน! "ดาบเดียวปลิดชีพ" ย๊ากก! อิงเป่ยวาดดาบไปด้านข้างก่อนจะฟาดฟันออกไปด้วยความเร็วสูง คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวนับสิบที่ฟาดฟันออกไปในครั้งเดียวพุ่งตรงไปยังเหยาเย่ว ที่มองเห็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 
แต่กับสร้างความกดดันมหาศาลให้ได้ จนต้องรีดเค้นพลังทั้งหมดออกมาต้านรับ เกราะป้องกันรอบกายสว่างวาบขึ้นทันที 
               เปรี้ยงงง!! ตู้มม!! พลังโจมตีที่รุนแรงปะทะเข้ากับเกราะป้องกันที่เหยาเย่วสร้างขึ้น จนเกิดรอยร้าวขึ้น แกร๊กก!! แกร๊กก!! รอยร้าวยาวขึ้นจนไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ทัน ทำให้เหยาเย่วใบหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก พร้อมกับกระอักเลือดออกมา
               อึก!!พรวดด!! "เป็นไปได้ยังไง ข้าใช้พลังปราณทั้งหมดตอนนี้ยังไม่สามารถต้านรับได้หมด ดูเหมือนข้าต้องเอาจริงซะแล้ว"
แต่ก่อนที่จะได้พักหายใจก็รู้สึกถึงอันตรายที่พุ่งตรงมายังตนเองอีกครั้ง แถมยังรุนแรงขึ้นอีกด้วย
               หืม...เหยาเย่วไม่อาจที่จะรับตรงๆได้  จึงใช้ออกด้วยวิชา "ร่างเงามายา" ทันที ฟุบ!!ร่างของเหยาเย่วหายวับไปจากจุดที่เคยอยู่แล้วไปโผล่ที่ด้านข้างทำให้หลบคลื่นพลังที่รวดเร็วได้ทันท่วงที
               ทางด้านหน่วยเงาทมิฬที่เกาะกลุ่มกันอยู่ไม่ขยับเคลื่อนไหวใดๆเลย เหมือนกำลังรอคำสั่ง ถึงจะเคลื่อนไหว และทำการโจมตี แต่ถ้ายังมีการโจมตีระยะไกลจากอิงเป่ยอยู่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสู้ไหว จึงสั่งให้หน่วยเงาทมิฬถอยกลับเข้าช่องว่างมิติทันที
               ทางด้าน ถิงเฟยเหยา ที่ยืนดูการต่อสู้ของทั้ง2อยู่ไม่ไกลนัก 
               "ไม่นึกเลยว่าจะเกินกว่าที่ข้าประเมินไว้ ช่างเป็นคนที่ลึกลับจริงๆ"
               หลางหลิงเยว่ เมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันอันรุนแรงก็ได้พุ่งทะยานออกมาจากห้องยืนอยู่บนหลังคาตึกที่สูงที่สุดเพื่อจ้องมองดูการต่อสู้ในครั้งนี้
               "เหมือนจะมีเรื่องสนุกๆให้ข้าได้ดูแก้เบื่อ นับว่าดีไม่น้อยเลยจริงๆ"  
รอยยิ้มปรากฎ ขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะหายไป
               หัวหน้าหน่วยเหยาเย่วที่บาดเจ็บเข้าใจสถานะการณ์ตอนนี้ดี ว่าถ้าหากเขายังฝืนต่อสู้ไปอาจเพรี้ยงพล้ำพ่ายแพ้แก่อิงเป่ยได้ จึงตัดสินใจเรียก มารนรกโลกันต์ออกมา
               "ข้ายอมรับในความแข็งแกร่งของเจ้าที่สามารถทำให้ข้าบาดเจ็บได้ แต่ว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะสังหารข้าได้ในตอนนี้"
               ครืนนน!! "จงออกมา มารนรกโลกันต์" 
               วิ้งงง! ที่ด้านหน้าของเหยาเย่วปรากฎวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ บรรยากาศผันผวน แปรปรวน ไปมา มารนรกโลกันต์ ค่อยๆปรากฎออกจากจากวงเวทย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากเหยาเย่ว 
               ลักษณะของมารนรกโลกันต์คล้ายเหมือนวัว แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าจนเทียบกันไม่ติด ดวงตาสีแดง เขาสองข้างอันแหลมคม ร่างกายแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันทรงพลัง สูงเกือบ10เมตรได้ ทุกครั้งที่พ่นลมหายใจจะมีควันออกมาจากรูจมูกทั้ง2ข้าง กลิ่นอายอันน่าหวาดกลัวส่งแรงกดดันออกมา ทำให้เหล่าทหาร และผู้ที่อยู่บริเวณนี้ถึงกับหายใจติดขัด ยากที่จะต้านทาน
                    "ฮ่าๆฮ่าๆ ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะรับมือกับมารนรกโลกันต์ยังไง ขอให้สนุกกับของขวัญที่ข้ามอบให้ ข้าคงต้องขอตัวลา"
                    ช่องว่างมิติถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง ก่อนร่างของ เหยาเย่วจะเคลื่อนตัวเข้าไปแล้วหายไปจาก
                    จากคำที่เหยาเย่วบอกกล่าว ก็พอจะเดาได้ว่า การมาครั้งนี้เพียงต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของเหล่ามนุษย์ว่าแข็งแกร่งแค่ไหน และอีกนัยหนึ่งก็คือ ครั้งหน้ามันจะไม่เหมือนครั้งนี้แน่นอน 
                    "ข้าไม่นึกเลยว่าเผ่ามารจะทำการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาแบบนี้  พวกมันมีเหตุผลอะไรกันแน่ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเห็นเผ่ามารจะยุ่งเกี่ยวกับเผ่าอื่นเลยนิ แล้วทำไมตอนนี้ถึง..."ถิงเฟยเหยาบ่นพึมพำเบาๆ
                    อิงเป่ยมองไปที่ มารนรกโลกันต์ ด้วยท่าทีเฉยเมย ไม่แม้แต่จะกล่าวอะไรออกมา ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ 
                    พลังปราณที่เคยใช้ในการต่อสู้ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงพลังปราณปกติที่ยังไม่ได้ใช้พลังแห่งสายเลือดราชันย์มังกร ก็ยังแข็งแกร่งอย่างมาก 
                    แต่ในครั้งนี้มันต่างออกไป มารนรกโลกันต์นั้นแข็งแกร่งกว่าเหยาเย่ว นักทำให้ใช้พลังปราณปกติไม่ได้  ถ้าประมาทคนที่ตายอาจไม่ใช่ 
มารนรกโลกันต์  แต่อาจเป็นตัวเขาเองก็ได้

               
                    เรื่อยๆนะครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง แถมไฟดับบ่อย ต้องมานั่งพิมพ์ประโยคเก่าอีกรอบ
                                                                             ใจร่มๆกันนะครับ อิอิ 

 

 

 

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #928 game6969 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 09:40
    กลับมาได้รึเปล่า
    #928
    0
  2. #927 Kamizama (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:49

    กลับมาใด้แล้วรอยุ

    #927
    0
  3. #926 FarFlower (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 10:51
    หายไปนานเลยนะ รออ่านยุ
    #926
    0
  4. #924 game6969 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:46
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆรีบมาต่อนะคัฟ
    #924
    0
  5. #920 pair (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 07:41
    ทำไมหายไปนานจังจะ สองเดือนอยู่แล้ว มาอัปนิยายได้แล้วค่ะไรท์
    #920
    0
  6. #909 เปลว (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 20:17
    เงี่ยน
    #909
    0
  7. #908 ม๊ากมาก (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 19:48
    รีบมาไวๆ ครับ
    ตามสไตล์ ฆ่าแล้วปล้น
    #908
    0
  8. #905 haremkinglv100 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 10:06
    ปล่อยให้มารทำลายเมืองไปส่วนเราก็ไปผจญภัยต่อที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเจ้าอิงอยู่แล้วนี่
    #905
    0
  9. #903 Beerkuya (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 20:40
    เชือดให้หมดแล้วตบทรัพย์มันให้เกลี้ยงเลย
    #903
    0
  10. #902 JuggernotWanwan (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:03
    หนีแล้วปล่อยมันทำลายเมืองแม่งเลยทีนี้555555
    #902
    0
  11. #901 @ASD (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 17:31
    ก็เปิดประตูมิติกลับไปดิ จะสู้กับมารทำไม ในเมื่อพวกแม่ทัพก็เลวทั้งนั้นปล่อยให้พวกนั้นจัดการเองไป
    #901
    0
  12. #900 kamol1122 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 17:02
    สนุกดีครับ
    #900
    0
  13. #899 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:35
    ตัวละครมาครบแล้ว เจออิงเป่ยแล้วจะทำยังไงต่อกันล่ะ
    #899
    0
  14. #898 joelamtan (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:29
    รอคค้าบ ขอบคุณคร้าบ
    #898
    0
  15. #897 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:23
    ขอบคุณค่ะ ถ้าอิงเป่ยใช้พลังสายเลือดมังกร ต้องโดนรู้ตัวแน่ๆเลย
    #897
    0