จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 63 : หลางหลิงเยว่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    17 ส.ค. 60

                         หลังจากที่จินตงไป๋แยกออกจากตระกูลจินมาก็รีบมุ่งหน้าไปยังตระกูลเตียวทันที และก็จำแทบไม่ได้ว่าตระกูลเตียวอยู่ตรงไหน เพราะไม่ได้มานานหลายปี ซึ่งภายในตัวเมืองยังเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ก็ยังจำได้ว่าอยู่ทางทิศไหน จึงมุ่งหน้าไปก็พบเข้ากับป้ายตระกูลเตียว
                    "ในที่สุดข้าก็เจอ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยจริงๆ"
               จินตงไป๋เดินเข้าไปหายามเฝ้าประตู แล้วหยิบป้ายหยกสี่เหลี่ยมสลักตัวหนังสือเอาไว้คือ เตียว ซึ่งจะเป็นป้ายหยกเฉพาะคนในตระกูลหรือแขกคนสำคัญเท่านั้นถึงจะพกติดตัวได้ 
                    "ข้าจินตงไป๋มาจากตระกูลจินมาพบท่านเตียวกงจื่อ"
               เมื่อยามเฝ้าประตูได้ยินแล้วมองป้ายหยกก็ทราบได้ทันที จึงรีบเชิญเข้าไปข้างในห้องรับรองทันที แล้วให้คนไปรายงานผู้นำตระกูลมาพบ
                    "นายท่านมีผู้อาวุโสจากตระกูลจินท่านหนึ่งมาขอพบท่าน ขอรับ"
                    "ตระกูลจินรึ? เขาได้บอกชื่อรึเปล่าว่าเป็นผู้ใด"
                    "ผู้อาวุโส จินตงไป๋ ขอรับ"
                    "แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ"
                    "พักอยู่ที่ห้องรับรอง ขอรับ"
                    "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ เจ้าไปทำหน้าทีต่อเถอะ"
               เตียวกงจื่อเดินไปที่ห้องรับรองแล้วคิดในใจว่า "คงเป็นเรื่องเดือดร้อนจริงๆสินะ ถึงได้มาพบกับข้าเช่นนี้ นานหลายปีมาแล้วที่ไม่ได้เจอกัน"
               เมื่อมาถึงห้องรับรองก็พบเข้ากับจินตงไป๋ที่นั่งจิบชารออยู่จึงได้กล่าวทักทายออกไป
                    "ข้านึกว่าเจ้าจะลืมสหายเช่นข้าไปแล้วซะอีก" 5555!!
                    "จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงกันเล่า ข้าแค่หาเวลามาเยี่ยมเจ้าไม่ได้ก็เท่านั้นเอง" จินตงไป๋ตอบกับไปเมื่อเตียวกงจื่อทักทายมา
                    "วันนี้เจ้ามาเพียงคนเดียวอย่างนั้นรึ บุตรชายเจ้าไปไหนซะล่ะ" 
เมื่อกล่าวถึงบุตรชายจินตงไป๋ก็ทำหน้าเศร้าออกมาทันที แล้วกล่าวว่า
                    "บุตรชายของข้านั้นตายไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วล่ะ" 
                    "หืม...เจ้าพูดว่าอะไรนะ! บุตรชายเจ้าตายแล้ว จะเป็นไปได้ยังไงกันก็ในเมื่อตระกูลเจ้าก็แข็งแกร่งไม่ใช่รึ"
                    "เฮ้อ...เมื่อไม่นานมานี้หลานชายข้าก็พึ่งตายไป สงสัยคงเป็นเวรกรรมของตระกูลข้าก็ได้ที่ต้องสิ้นสูญผู้สืบสกุล และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ข้ามาพบกับเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ"
                    "ข้าเสียใจกับเจ้าจริงๆแล้วทำไมเจ้าถึงไม่ส่งสารมาบอกข้ากันล่ะ"
                    "ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากส่ง แต่เป็นเพราะความถือดีของพวกข้าก็ได้ 
ที่ต้องการจัดการเรื่องนี้เองจนทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น และข้าพึ่งจะเข้าใจวันนี้เองล่ะว่า โลกเรากว้างใหญ่แค่ไหน"
                    "เจ้าไปมีเรื่องกับตระกูลใหญ่มาอย่างนั้นรึ ถึงได้เป็นแบบนี้"
                    "ถ้าข้าบอกไปเจ้าจะเชื่อรึเปล่าว่า พวกข้าเป็นแบบนี้เพราะคนเพียง 1 คนเท่านั้น"
                    "ห๊าา!!นี่มันเรื่องตลกอันใดกัน เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นสินะ"
                    "นี่เรื่องจริง ตอนนี้ข้าได้นำคนตระกูลข้าทั้งหมดมาที่นี่แล้ว จึงอยากให้เจ้าช่วยจัดหาที่พักให้ก่อนชั่วคราว ก่อนที่ข้าจะสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่เสร็จ"
                    "เอ่อ..ถ้าแค่นี้ไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าให้คนนำทางไปบ้านพักรับรองเอง แล้วตอนนี้คนจากตระกูลเจ้าอยู่ที่ไหนล่ะ"
                    "เอ่อ..รออยู่ที่แถวประตูเข้าเมืองน่ะ" 
                    "งั้นข้าจะให้คนไปพาพวกเขามาเอง เจ้าก็อยู่คุยกับข้าก่อนก็แล้วกัน เมื่อคนตระกูลเจ้ามาถึงค่อยไปหา"
                    "เอาอย่างที่เจ้าว่าก็แล้วกัน"
                   ทั้ง2คุยกันไปจวนจะมืดค่ำก็มีคนมาแจ้งว่าตอนนี้ตระกูลจินได้เข้าไปพักอาศัยที่บ้านพักรับรองแล้ว จินตงไป๋กับเตียวกงจื่อก็พากันเดินไปยังบ้านพักรับรอง
                    "นี่อาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควรเจ้าคงไม่ถือสาข้าหรอกนะ"
                    5555!! "เจ้าอย่าคิดมากเลย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะไปติดต่อเรื่องสร้างตระกูลแต่เช้า"
                    "เจ้าก็พักผ่อนให้สบาย ข้าคงต้องขอตัวก่อน" 
                    "ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้าครั้งนี้"
               เตียวกงจื่อ ยกมือโบกไปมา "ไม่เป็นไร ข้ายินดี"
               หลางหลิงเยว่ พุ่งทะยานออกจากป่าปักษาวายุทมิฬเพื่อเข้ามายังด้านในประตูป้อมปราการทมิฬที่เป็นเมืองอยู่ภายใน แต่ก็ไม่ได้เข้าทางประตูตรวจสอบ นางใช้วิชาโดดข้ามกำแพงเข้ามาด้านใน ถึงแม้จะมีทหารยืนอยู่แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรทำให้เข้ามาได้ง่ายๆ
               "ฮิฮิ! ช่างง่ายดายยิ่งนัก"
     ฟางเก๋อหยูที่มองดูการกระทำของ หลางหลิงเยว่ถึงกับกุมขมับตัวเอง 
               "เอ่อ....นี่นางคงไม่ก่อเรื่องอะไรให้ข้าต้องปวดหัวหรอกนะ เฮ้อ.."
               หลางหลิงเยว่กวาดสายตามองรอบๆก่อนจะเดินออกมาจากซอกหลืบข้างกำแพง ทำตาโตยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินดูสิ่งของตามฝั่ง2ข้างทาง
                "นี่มันเปลี่ยนไปมากจนข้าอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ แต่ก่อนมันไม่พัฒนาขนาดนี้เป็นเพียงเมืองเล็กๆเท่านั้น"
                    ความสุขเล็กๆน้อยๆนี่ทำให้นางคิดว่า "มันก็ไม่แย่เท่าไหร่ที่ต้องออกมาแบบนี้ อย่างน้อยก็มีสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจ"
               ทุกคนต่างมองตากันไม่กระพริบเหมือนกับได้เห็นเทพธิดาที่ลงมาจากสวรรค์ก็มิปานสวมชุดสีฟ้าสลับขาวเข้ากับผิวที่เนียนขาว ตาคม คิ้วเรียวงดงาม ปากนิด จมูกหน่อย เข้ากับหน้ารูปไข่ ของนาง 
หลางหิลงเยว่ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นจึงเดินดูของไปเรื่อยๆก็มีเสียงทักขึ้น
                    "คุณหนูสนใจจะซื้ออะไรหรือเปล่า ถ้าคุณหนูสนใจข้าลดให้ได้นะ เจ้าค่ะ"
                    "หืม...ไหนดูสิมีอะไรน่าสนใจรึเปล่า"
                    หลางหลิงเยว่กวาดตามองไปเรื่อยๆจนไปสะดุดเข้ากับของบางอย่างจึงได้ถามว่า
                    "ท่านป้าของสิ่งนั้นขายเท่าไหร่อย่างนั้นรึ ข้าสนใจนิดหน่อย"
                    "กำไลนั่นหรือ เจ้าค่ะ "
                    "ใช่แล้วล่ะท่านป้า"
                    "กำไลคู่นั้นทำมาจากหยกอะไรป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน  ป้าพบตอนจัดย้ายของเก่าที่บ้านเมื่อนานมาแล้ว ถ้าคุณหนูสนใจข้าจะขายให้ 50 ทอง เจ้าค่ะ"
                    "อืม..ข้าตกลงซื้อกำไลนี่ก็แล้วกัน" หลางหลิงเยว่หยิบเงินออกมาจากแหวนมิติ50ทองยื่นส่งให้ แล้วรับเอากำไลคู่นั่นมา
                    "ขอบคุณ เจ้าค่ะ ที่อุดหนุน"
ไม่เป็นไรท่านป้า ข้าไปก่อนนะ 
                    กำไลนี่ถ้ามองดีๆก็เหมือนกับกำไลทั่วไปแต่จริงๆแล้วมันเป็นกำไลมิติที่ใช้เก็บของ ถึงจะมีพื้นที่ไม่มาก ก็ยังมีค่าอยู่ 
              
                โรงเตี้ยมจันทร์ฉาย 
               เป็นสถานที่ขึ้นชื่อของอาณาจักรต้าหลัว เป็นโรงเตี้ยมขนาดใหญ่จุคนได้หลายหมื่นคน มีห้องอาหาร ห้องพัก แยกจากกัน มีทั้งหมด5ชั้น แต่ละชั้นจะมีห้องอาหารอยู่ตรงกลางเป็นลานกว้าง รอบห้องอาหารจะเป็นระเบียงทางเดิน แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกับห้องพักที่อยู่รอบนอก ที่มีผู้คนเข้าออกกันบ่อย ส่วนมากจะเป็นตระกูลมีชื่อเสียง เศรษฐีร่ำรวย บางครั้งก็มีขุนนางจากราชวงศ์มาจัดงานฉลองในบางครั้ง
               "รู้สึกหิวซะแล้วสิ ลองเข้าไปที่นั่นดีกว่า จะมีอะไรให้ข้ากินบ้างนะ" 
หลางหลิงเยว่เดินเข้าไปในโรงเตี้ยมจันทร์ฉายก่อนจะมองหาโต๊ะว่าง 
ก็มีอยู่ที่หนึ่งใกล้ระเบียงจึงเดินไปที่ตรงนั้น ขณะที่กำลังจะเข้าไปนั่ง ก็มีเสียงดังมา
               "คุณชายข้าต้องการโต๊ะว่างตรงนั้นเจ้าไปนั่งที่อื่นซะ"
หลางหลิงเยว่ไม่สนใจ นั่งลงก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร 
               "พนักงานข้าต้องการสั่งอาหารมาทางนี้หน่อย"
ปัง!!เสียงตบโต๊ะดังจนโต๊ะรอบข้างหันมาดูกัน
               "นี่เจ้าน่ะ ไม่ได้ยินที่ข้าบอกรึไงว่าให้ไปนั่งโต๊ะอื่น"
               "เจ้ามาทีหลังข้าอีก แล้วจะมาบอกข้าให้ลุกอย่างนั้นรึ มันไม่เกินไปหน่อยหรอ"
               "ข้าต้องถามความคิดเห็นของเจ้าด้วยรึ ถ้าข้าจะพูดแล้วจะทำไม"
               "อย่ามาทำให้ข้าโมโหจะดีกว่านะ ถ้ายังอยากอยู่ครบเหมือนคนปกติ"
               "อุบ! 5555!! เจ้าก็ดูออกจะสวยขนาดนี้น่าจะฉลาดกว่านี้หน่อยนะ เป็นสตรีที่ปากกล้าจริงๆ"
               "เจ้านี่พูดไม่รู้เรื่องจริงๆสินะ สมแล้วที่มีแต่กล้ามเนื้อไม่มีสมอง ถึงได้พูดจาอวดเบ่งไปทั่ว"
               ชายวัยกลางคนร่างกายใหญ่โต ดูโหดเหี้ยม มีแผลเป็นที่แก้ม ไว้ผมทรงหางม้า ทำหน้าทมึงทึง จ้องมองไปที่หลางหลิงเยว่ ก่อนจะระเบิดพลังปราณในร่างส่งแรงกดดันออกมาเพื่อข่มขู่หลางหลิงเยว่ให้กลัว แต่ทว่า
               ครืนนน! "ก็ถือว่าแข็งแกร่งแต่ว่า..."  ฉั๊วะ!! หลางหลิงเยว่สะบัดมือเพียงเบาๆ แขนของชายวัยกลางคนข้างขวาก็ตัดขาดออกจากกัน โดยที่ไม่รู้สึกตัว 
               "เจ้าไปได้แล้วถ้าไม่อยากตาย" 
               เจ้า...ตุบ! หืม....อึก! อ๊ากกก!! "แขนของข้า" ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นแขนของตนขาดออกจึงรีบสกัดจุดห้ามเลือดทันทีแล้วจ้องหน้าหลางหลิงเยว่                "เจ้า...กล้าตัดแขนข้ารึ ข้าจะให้เจ้าชดใช้"
            "เจ้านี่มันไม่มีสมองจริงๆสินะ เฮ้อ..งั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าล่ะนะ"
               หลางหลิงเยว่รู้สึกหงุดหงิด เมื่อคุยกับคนไม่รู้จักประมาณตนเองจึงได้ระเบิดพลังออกมา
                    ครืนนน!! ตุบ! อึก! "นี่มัน..แรงกดดันอะไรกันถึงไม่หนักหน่วงเช่นนี้ หรือว่าจะมาจากนางกัน" 
                    เมื่อคิดได้ว่าตนกำลังหาเรื่องผิดคนก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวออกมา
               "แม่นางน้อย ข้าต้องขออภัยที่แสดงมารยาทต่ำทรามกับเจ้าไป ยกโทษให้ข้าเถอะ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าจะไม่รบกวนเจ้าอีก ข้าสัญญา" 
               หลางหลิงเยว่มองด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะสลายแรงกดดันแล้วปกปิดพลังปราณเทพสงครามเอาไว้ โดยที่ยังไม่ใช่พลังแท้จริงของตน
               "เจ้าไปซะอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกไม่งั้นข้าจะสับเจ้าด้วยมือของข้าเอง"
ฟางเก๋อหยู ที่แอบซ่อนตัวตนอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มแหยๆออกมา แล้วคิดในใจ
                    "นั่นไงว่าแล้วเชียว เฮ้อ..คงต้องเก็บกวาดเจ้านั่นก่อน ถึงแม้เจ้าจะปล่อยมันไปแต่ข้าจะสังหารมันเอง"
               ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้นแล้วรีบออกจากโรงเตี้ยมจันทร์ฉายไปทันที ผู้คนที่กินอาหารอยู่พากันนั่งนิ่งไม่กล้าเข้ามายุ่งเลยซักคน เมื่อเหตุการณ์สงบลงก็พากันค่อยๆทะยอยลุกออกจากโรงเตี้ยมไปทีละกลุ่ม เพราะกลัวว่าจะมีเตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก 
                    หลางหลิงเยว่ก็เรียกพนักงานมาสั่งอาหารมากินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
                    "ข้าจะสั่งอาหารเจ้ามานี่หน่อย" 
พนักงานรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพูดเสียงสั่นๆว่า
                    "ไม่ทราบว่า ทะ..ทะ..ท่านต้องการจะสั่งอะไรหรือ เจ้าค่ะ"
                    "เจ้าไม่ต้องกลัวไป ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ข้าต้องการอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ซัก4อย่างและน้ำชา"
ได้ เจ้าค่ะ กรุณารอซักครู่
               ชายวัยกลางคนที่วิ่งออกไปรีบกลับไปหาคุณชายของตนโดยหารู้ไม่ว่าชะตาของตนกำลังจะขาดลงแล้ว 
                ชายวัยกลางคนตกใจที่จู่ๆก็มีคนโผล่มาขวางทางตนเอาไว้ ฟุบ!! เหวอ!!เจ้าเป็นใครถึงได้มาขวางทางข้าเช่นนี้
ข้าจะเป็นใครก็ช่างแต่เจ้าบังอาจไปหาเรื่องคนๆหนึ่งที่เจ้าไม่ควรยุ่งเข้าก็เท่านั้น 
ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลเต็มหลัง ร่างกายสั่นด้วยความกลัว
ก้าวถอยหลังออกมา
เจ้าจะทำอะไรข้า แม่นางคนนั้นยกโทษให้ข้าแล้ว เจ้าไม่มีสิทธฺ์จะทำอะไรข้าเช่นนี้
               หึหึ!! "ใช่ที่นางนั้นปล่อยเจ้า แต่ข้านั้นไม่" 
               ฟางเก๋อหยูระเบิดพลังปราณที่รุนแรงออกมาส่งแรงกดดันไปยังชายวัยกลางคนทันที 
               พลังปราณมหาศาลที่ฟางเก๋อหยูระเบิดออกมานั้นมันเหนือกว่าระดับเทพสงครามซะอีก
                เมื่อสัมผัสกับแรงกดดันที่มหาศาลเช่นนี้ชายวัยกลางคนไม่อาจทนได้ทำให้ร่างกายของเขาระเบิดออกมาทันที เศษเนื้อและเลือดสาดกระเด็นไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งในอากาศ ผู้คนที่พบเห็นถึงกับอาเจียนออกมาทันทีเมื่อพบเห็น ฟางเก๋อหยูก็หายวับไปทันที
               หลางหลิงเยว่ที่กำลังกินอาหารอยู่ที่โรงเตี้ยมสัมผัสได้ก็ทำหน้าหน้าจริงจังขมวดคิ้วแน่นทันที 
               "หืม..พลังระดับนี่มัน...มีคนที่แข็งแกร่งอยู่ที่เมืองนี้ด้วยอย่างนั้นรึ ไม่น่าจะเป็นไปได้นิ ก็ข้าตรวจสอบแล้วไม่อาจสัมผัสได้เลย สงสัยข้าคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ซะแล้ว อาจเป็นพวกเผ่ามังกรก็ได้ที่ส่งคนออกมาตามหาเช่นเดียวกันกับเผ่าอสูรข้า"  หลางหลิงเยว่บ่นพึมพำ
 
 ที่เขตป่าอสูรมายา
                    ประตูมิติได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวก้าวเดินออกมาสวมชุดสีขาวลวดลายดอกไม้ ผิวขาวเนียนดุจเทพธิดา ตากลม คิ้วหนาเล็กน้อย ริมฝีปากอมชมพู ที่มือถือกระบี่ 
                    "นี่เป็นเมืองที่ข้าจะต้องเริ่มต้นหาเป็นเมืองแรก ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่รึเปล่า ถ้าไม่มีค่อยไปที่เมืองอื่นก็แล้วกัน"
                    ถิงเฟยเหยาพุ่งทะยานไปที่เมืองแดนเหนือทันที ที่หน้าประตูเมืองมีทหารยามคอยตรวจสอบผู้คนเข้าเมืองอยู่ ถิงเฟยเหยาร่อนลงพื้นก่อนจะเดินเข้าไป
                    "ข้าต้องการเข้าเมืองต้องทำอย่างไรบ้าง"
ทหารยามเมื่อเห็นถิงเฟยเหยาก็นิ่งอึ้งไปทันที จนถิงเฟยเหยาต้องเรียกอีกครั้ง
                    "นี่พวกท่าน ข้าถามว่าจะต้องทำเช่นไรถึงจะเข้าเมืองไปได้ ช่วยตอบมาเร็วๆหน่อยได้ไหม ข้ารีบ"
                    "เอ่อ..แม่นางแค่จ่ายเงิน 20 ทอง ทำป้ายเข้าไปแค่นั้น ขอรับ"
                    "นี่เงิน20ทอง สำหรับทำป้ายเข้าเมือง" 
ทหารรับเงินไปแล้วยื่นป้ายหยกมาให้ 
                    "เชิญแม่นางเข้าเมืองได้เลย ขอรับ"


                         พอดีไปผ่าฟันคุดมา เลยไม่ได้ลง นิยายให้ ขอพักก่อนนะครับ ผ่ามาแล้วอ้าปากกิน                                                  อะไรไม่ค่อยได้ ทำให้คิดอะไรไม่ออก คงต้องรอซักพัก 
                                                          เดี๋ยวมาแต่งตอนต่อไปให้ ขอบคุณที่รอ ครับ

 





  
   









 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #716 Karishma99 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 09:52
    ขอบคุณค่ะ ดีไวๆนะ
    #716
    0
  2. #715 nu_myZA (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:31
    หายไวๆนะ
    #715
    0
  3. #713 inasba (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:36
    ขอบคุณครับ หายไวๆนะ
    #713
    0
  4. #712 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:36
    สนุกมากเลยครับ
    #712
    0
  5. #711 Looney00 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:33
    หายเร็วๆๆๆนะคะ
    #711
    0
  6. #710 Zanzar (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:31
    จะเจอเมียหรือแม่ก็รอดูกันต่อไป555
    #710
    0
  7. #709 goinlove1 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 17:32
    Yes ใช้หลอดดูดเอา จะกินอะไรต้องปั่นก่อน 5555
    #709
    0
  8. #708 วิโรจน์ ศรเพชร (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 17:23
    อ้าปากไม่ค่อยได้ กินอะไรก็ไม่อร่อย... ใช้หลอดดูด...
    #708
    0
  9. #706 kamol1122 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 16:43
    สนุกดีครับ
    #706
    0
  10. #705 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 16:37
    หญิงสองนางความประพฤติผิดกันเลย แอบเชียร์ถิงเฟยเหยาให้เป็นนางเอก ชอบนาง..
    #705
    0
  11. #703 KidtisakJaidee (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 16:15
    ขอบคุณคร๊าบบบ
    #703
    0
  12. #702 joelamtan (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:49
    ขอบคุณครับ รอๆๆ นอนรอไรท์
    #702
    0
  13. #701 Gardena (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:26
    ขอบคุณค่ะ
    #701
    0