จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 58 : เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    18 ก.ค. 60

               หลังจากที่ประมุขและผู้อาวุโสเดินกลับมาถึงตระกูลก็ประกาศให้ทุกคนทราบว่า ตระกูลชิวจะทำการสนับสนุนตระกูลอิง ซึ่งทำให้มีหลายคนไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้กล่าวถามกับประมุขทันที
               "ท่านประมุขทำไมเราต้องสนับสนุนตระกูลที่พึ่งจะก่อตั้งมาด้วยล่ะ ตระกูลเราแข็งแกร่งที่สุดตอนนี้ ทำไมต้องกลัวตระกูลใหม่นั่นด้วย"
               "เฮ้อ! แต่ก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงแม้ตระกูลอิงนั้นพึ่งจะก่อตั้งขึ้นมา แต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่อาจสั่นคลอนได้ ข้ากับผู้อาวุโส1ไปทดสอบมาด้วยตัวเองแล้ว ยืนยันได้ว่าเป็นของจริง"
                    "นี่มันเรื่องอะไรกัน ข้า งง ไปหมดแล้วเนี้ย" 
                    "ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆถ้าท่านประมุขและผู้อาวุโส1ไม่ยืนยันด้วยตนเองแบบนี้ ข้าคงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกไปแล้ว"
                    "ท่านประมุขถ้าตระกูลอื่นรู้เข้า เราจะไม่ถูกเยาะเย้ยกันหรอกรึ"
ระหว่างตระกูลชิวล่มสลายกับสนับสนุนตระกูลอิง เจ้าจะเลือกข้อไหน
               เมื่อเจอคำถามแบบนี้ไปจะมีคนโง่ที่ไหนตอบข้อแรกกัน ทุกคนที่เคยถามต่างพากันเงียบกริบ เข้าใจในคำถามทันที
                    "ข้าอยากเตือนพวกเจ้าเอาไว้ ณ ตอนนี้เลยว่าอย่าได้สร้างความวุ่นวายในเมืองแดนเหนือแห่งนี้เด็ดขาด ถ้าใครไม่ฟังที่ข้าเตือน หากเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่ช่วยถึงแม้จะเป็นบุตรของข้าก็ตาม"
                    "แล้วพวกเราต้องเสียอะไรให้กับตระกูลอิงนั่นรึเปล่า ท่านประมุข"
                    "ไม่มีอะไรต้องเสียทุกอย่างก็เหมือนปกติ เพียงแต่มีข้อแม้เท่านั้น" 
                    "ข้อแม้อะไรรึท่านประมุข"
                    "ห้ามสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในเมืองนี้เด็ดขาด"
               ทุกคนต่างทำหน้าสงสัย กับคำตอบของท่านประมุข
                    "แค่นี้จริงๆหรอท่านประมุข นี่มันธรรมดาเกินไปแล้ว"
                    "พวกเจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นกับพวกเจ้ารึไงกัน แยกย้ายกันไปได้แล้ว อย่าลืมคำเตือนที่ข้าพูดไปล่ะ"
                    หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ชิวเอ้อเหลียงก็เดินไปยังห้องลับที่ผู้อาวุโส1พักรักษาตัวอยู่
               "ผู้อาวุโส1ท่านเป็นไงบ้าง" 
               "อืม..ก็ใกล้จะหายเป็นปกติแล้วล่ะ" 
               "ข้าจะจัดงานศพให้บุตรชายข้ายังไงดีล่ะ ศพก็ไม่มี คงต้องทำเพียงป้ายวิญญาณขึ้นมาเท่านั้น" 
               "ข้าว่าท่านประมุขอย่าบอกให้คนในตระกูลรู้จะดีกว่านะ เดี๋ยวมันจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น"
               "ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อาวุโส1 กันไว้ดีกว่าแก้"
             "ข้าว่าจะลองไปพูดกับผู้นำตระกูลอิง อีกซักครั้ง ท่านจะไปกับข้ารึเปล่า "
              "ข้าต้องไปแน่นอนข้าก็อยากรู้ว่าเขามาจากที่ไหน อายุยังน้อยแต่ไปถึงระดับนั้นได้"
               "เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน ท่านพักผ่อนเถอะ ข้าไปล่ะ"
               หลายวันต่อมาข่าวลือเกี่ยวตระกูลอิงก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ทั้งยังช่วยเหลือคนที่อยู่ในสลัมทั้งหมดเข้าไปอยู่ในตระกูล ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างถูกสั่งให้ไปส่งอยู่บ่อยๆ ทั้งข้าว ผัก เนื้อ ผลไม้ ก็เช่นกัน ทำให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำ 
               ตระกูลชิวก็เปลี่ยนไปจนชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าตระกูลชิวจะมาไม้ไหนอีก ที่ทำตัวดี ไม่กดขี่ข่มเหงผู้คนเหมือนแต่ก่อน ทำให้เมืองแดนเหนือน่าอยู่ขึ้น
ทำให้ราชวงศ์แปลกใจกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างมาก  
               โดยเฉพาะตระกูลชิว ที่เป็นปัญหามากที่สุด ทำให้ทางราชวงศ์ไม่กล้าเข้ามายุ่งเพราะความแข็งแกร่งนั่นไม่เท่าตระกูลชิว ถึงแม้จะมีทหารมากมายแต่ก็เป็นทหารระดับทั่วไป จะบอกว่าราชวงศ์ไม่มีทรัพยากรมากพอจะพัฒนากองทัพก็ว่าได้ ต้นเหตุก็มาจากตระกูลชิว และตระกูลต่างๆทั้งนั้น 
               แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ตระกูลอิงมาก่อตั้งที่เมืองนี้ จนทุกคนคิดไปทางเดียวกันว่า ทุกอย่างเป็นเพราะตระกูลิง นั้นเอง

ครึ่งเดือนต่อมา
               อิงเป่ยได้ไปที่กรมจัดสรรที่ดินอีกครั้ง เพื่อซื้อสถานที่เปิดกิจการร้านค้าที่เป็นของตระกูลอิงขึ้นมา เพื่อจะให้คนมนตระกูลได้มีงานทำตามที่ได้บอกกล่าวเอาไว้
              เมื่ออิงเป่ยเดินเข้ามาก็มีพนักงานมาต้อนรับ แล้วพาเดินไปยังห้องด้านใน
               "เชิญด้านในเลยเจ้าค่ะคุณชาย"
               เหวินซีเห็นคนที่เข้ามาก็รีบลุกจากเก้าอี้เข้ามาทักทายอิงเป่ยทันที
               "ข้าดีใจจริงๆที่ได้พบคุณชายอีกครั้ง วันนี้มีอะไรให้ข้าช่วยรึ"
               "อืม..ข้าต้องการสถานที่ใช้เปิดกิจการร้านค้าน่ะ ท่านพอจะแนะนำข้าได้รึเปล่า"
               "โอ้! คุณชายจะเปิดกิจการอย่างนั้นรึ น่าสนใจ ข้าต้องขอเวลาซักครู่ เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะทำเลดีให้ น่าจะมีอยู่3แห่ง ที่ข้าพึ่งจะรับซื่อต่อมาพร้อมกับตระกูลจินเมื่อครั้งนั้น ท่านสนใจรึเปล่า"
               "แล้วสถานที่พวกนั้นอยู่ส่วนไหนของเมืองล่ะ"
               "อยู่ใกล้ๆกับตระกูลจินที่ท่านซื้อไป  ตอนนี้ข้าคงเรียกว่าตระกูลอิงแล้วสินะ  ซึ่งร้านค้าจะอยู่รอบตระกูลอิงทิศเหนือ ตระวันตก ตระวันออก ของตึกตระกูลเลย"
               "อ่ะ พอดีเลย ข้าก็สนใจอยู่เห็นมันว่างๆเลยจะมาคุยที่แท้ก็เป็นร้านค้าเก่าตระกูลจิน แล้วราคามันเท่าไหร่รึ ข้าต้องการทั้ง3เลย"
               "เอ่อ..คือว่า ข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทมาว่า ถ้าท่านมาติดต่อเรื่องที่ดินอีกครั้งอยากจะแลกเปลี่ยนเป็นอาวุธจากคุณชายได้รึเปล่า"
               "อ้อ เรื่องแค่นี้เอง ไม่มีปัญหา แล้วข้าต้องใช้แลกเท่าไหร่ล่ะ"
               "คุณชายไม่ต้องกังวล อาวุธ1ชิ้นต่อร้านค้า1หลัง "
               "อืม..ข้าตกลง แล้วเจ้าต้องการอาวุธอะไรล่ะ ในการแลกเปลี่ยน"
               "ขอเป็นชุดเกราะกับอาวุธ "
               อิงเป่ยหยิบชุดเกราะระดับเซียนออกมา1อันแล้วหยิบทวนกับดาบออกมาอย่างละชิ้น แล้ววางลงที่โต๊ะ 
               "3สิ่งนี้เป็นยังไง แต่ละชิ้นอยู่ละดับเซียน" 
               "ถ้ามีของพวกนี้คงจะทำให้สู้กับสัตว์อสูรได้แน่นอน ข้าเหวินซีขอบคุณมากที่ไม่ปฎิเสธคำขอของฝ่าบาท ข้าขอบคุณจริงๆ"
              "สัตว์อสูรอย่างนั้นรึ! ท่านพอจะเล่าให้ข้าฟังได้รึเปล่า ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
               "ได้สิ มันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน อยู่ๆก็มีสัตว์อสูรออกมาเผ่นพ้านที่เขตปลอดภัยซึ่งจะมีทหารคอยลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านที่ออกมาหาของป่าไปขาย ตอนแรกก็ปกติดีทุกอย่าง แต่เมื่อ 1 เดือนก่อนก็เริ่มมีสัตว์อสูรออกมาจากป่าอสูรมายาที่เป็นเขตอันตราย
เข้ามาทำร้ายชาวบ้านและทหารลาดตะเวนจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสัตว์อสูรก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนักจึงสามารถกำจัดได้"
               อิงเป่ยรู้สึกแปลกๆจึงได้รีบกล่าวถามออกไป  
               "แล้วตอนนี้ยังมีสัตว์อสูรออกมาอีกรึเปล่า"
               "ก็ยังมีอยู่ ถ้าไม่ได้อาวุธของคุณชายเมื่อตอนนั้น อาจจะสู้สัตว์อสูรเหล่านั้นไม่ไหว และที่แปลกก็คือ ทุกครั้งที่สัตว์อสูรมามันจะแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง"
                    อิงเป่ยขมวดคิ้วแน่น คิดหาเหตุผลที่จะเป็นไปได้ที่สุด ก่อนจะคิดถึงราชันย์อสูรค้างคาวตัวนั้น ที่มันบาดเจ็บแล้วหนีไป 
               "มันหนีมาถึงทวีปแดนเหนือเลยรึเนี้ย อืม...หรือว่าจะไม่ใช่หว่า คงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองถึงจะรู้ว่าใช่หรือไม่" อิงเป่ยคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากพูดอีกครั้ง
               "แล้วสัตว์อสูรมันออกมาทางทิศไหนกันรึ ข้าอยากไปดูซักหน่อยน่ะ"
               "ทางทิศเหนือของเขตแดน"
               "อืมๆ ข้าอยากได้ที่ดินไว้สำหรับเพาะปลูก พอจะมีบ้างรึเปล่า" 
อิงเป่ยเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
               "อ่ะ! ก็พอจะมีอยู่บ้างอยู่นอกเขตกำแพงเมืองออกไป เป็นแหล่งเพาะปลูกของเมืองนี้ "
               "ท่านพอจะจัดการให้ได้รึเปล่า ขอเป็นพื้นที่ติดแหล่งน้ำยิ่งดี ส่วนเรื่องราคาท่านก็ไปตกลงกับฝ่าบาทก่อนก็ได้ข้าไม่รีบ"
               "ถ้าอย่างนั้นข้าขอเวลาซัก 3 วัน  และนี่เป็นสัญญาซื้อขายให้คุณชายเก็บไว้ด้วย แล้วข้าจะไปพบคุณชายที่ตระกูล"
               "เอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นข้าขอตัวก่อน" อิงเป่ยยกมือคารวะก่อนจะเดินออกจากกรมจัดสรรที่ดินไป
               เหวินซีก็สั่งพนักงานให้ดูแลแทนตอนที่เขาไม่อยู่ เพราะต้องรีบกลับไปเฝ้าฝ่าบาท พร้อมกับนำอาวุธไปส่งด้วย
               "เจ้าช่วยดูแลแทนข้าซักพักข้ามีธุระสำคัญต้องกลับไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการด่วน ไม่เกิน3วัน ข้าจะรีบกลับมา"
               "เข้าใจแล้ว เจ้าค่ะ 
               ที่เขตแดนทิศเหนือ มีกระโจมอยู่หลายหลัง ตั้งเรียงรายไปรอบๆเขตแดน และด้านหลังกระโจมเหล่านั้นมีกระโจมหลังหนึ่งมีคนคุ้มกันอย่างหนาแน่น กำลังประชุมกันอยู่ 
               "ฝ่าบาทถ้าขืนเป็นแบบนี้รอบหน้าพวกเราจะต้านไม่ไหวนะ พะยะค่ะ"
               "ข้าเข้าใจที่เจ้าพูดแต่เราจะถอยจากตรงนี้ไม่ได้ ประชาชนจะได้รับอันตรายจากเหล่าสัตว์อสูรพวกนี้"
               "แต่ว่าฝ่าบาท" 
               "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ช่วยกันป้องกันให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน อย่ายอมแพ้"
               "ฝ่าบาทท่านเจ้ากรมเหวินซีมาเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"
               "หืม ให้เข้ามา"
               "เชิญท่านเจ้ากรม ขอรับ"
               "เจ้ามาถึงที่นี่ คงจะมีเรื่องด่วน" 
               "กระหม่อมมาวันนี้เพราะ คุณชายอิงเป่ย ที่เคยนำอาวุธระดับเซียนมาจ่ายแทนเงินตอนนั้นได้มาที่กรมอีกครั้ง" 
               "โอ้ แล้วเป็นยังไงล่ะ ที่ข้าสั่งเจ้าไว้ก่อนหน้านั้น"
เหวินซี หยิบ ชุดเกราะ ทวนและดาบออกมาจากแหวนมิติ แล้ววางไว้ที่โต๊ะประชุมตรงหน้าฝ่าบาท
               "นั่นมันชุดเกราะระดับเซียน นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็น " 
               "แสดงว่าเขายอมรับข้อเสนอที่ข้าบอกเจ้าไปสินะ ข้าก็ยังหวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมรับหรือเปล่า"
               "ตอนแรกกระหม่อมก็หวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่เขากับตอบมาว่า 
"เรื่องแค่นี้เอง" ออกมาง่ายๆเลย กระหม่อมก็ตกใจเหมือนกัน"
               "ข้าคิดว่าเขาคงจะมีอาวุธระดับนี้มากมายแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงระดับมนุษย์เลย เขาเป็นใครมาจากไหนเจ้าพอจะทราบรึเปล่า"
               "กระหม่อมก็ไม่ทราบ เขาพึ่งก่อตั้งตระกูลที่เมืองนี้ไม่นานมานี่เอง กระหม่อมว่าจะไปเยี่ยมดูอยู่เหมือนกันหลังจากกลับจากตรงนี้ พะยะค่ะ"
            "ตอนนี้คุณชายอิงเป่ยเขาต้องการพื้นที่สำหรับเพาะปลูกที่ติดกับแหล่งน้ำ ส่วนเรื่องราคา เขาเสนอให้กระหม่อมมาปรึกษากับฝ่าบาทก่อน พะยะค่ะ"
               "นี่มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเรามีอาวุธระดับนี้หลายชิ้น เราก็จะแข็งแกร่งขึ้น  ข้าให้เจ้าจัดการได้เลย  อีกอย่างข้าอยากได้อาวุธระดับมนุษย์ด้วยเหมือนกัน จะได้เอามาให้เหล่าแม่ทัพด้วย"
               "ตามประสงค์ของฝ่าบาท พะยะค่ะ "
             เจ้ากรมเหวินซีเมื่อได้รับคำสั่งก็ได้ขอตัวกลับกรมทันที แล้วก็จะไปตระกูลอิงเพื่อบอกข้อเสนอให้อิงเป่ยฟัง 
          ฝ่าบาทเมื่อได้รับชุดเกราะกับอาวุธก็เก็บลงแหวนมิติก่อนจะประชุมต่อไป


ป่าอสูรมายา
                    ที่ใจกลางป่ามีถ้ำหินขนาดใหญ่ มีต้นไม้หนาทึบล้อบรอบ แสงส่องลงไปได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ว่าจะมองไม่เห็นเลย ทางเข้าถ้ำมืดมิดแสงส่องมาไม่ถึง บรรยากาศเย็นยะเยือก น่าขนลุก ข้างในถ้ำมีราชันย์อสูรตนนึงอยู่ 
                    "ในที่สุดร่างกายข้าก็กลับมาเป็นปกติเสียที ไม่นึกว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้ ข้าต้องระวังดาบนั่นเอาไว้หน่อยก็ดี ขนาดโดนแค่ทักษะยังทำให้ข้าบาดเจ็บได้ขนาดนี้ แถมยังมีปราณแปลกๆนั่นอีก กว่าจะกำจัดออกได้ก็แทบแย่ ถ้าโดนฟันตรงๆข้าอาจจะตายเพราะปราณจากดาบนั่นก็ได้"
               วูบบ!! วูบบ!! "นายท่านข้าได้ทำตามคำสั่งให้ไปทำการโจมตีเมืองนี้
มาหลายครั้งแล้ว นับว่าแข่งแกร่งอยู่ไม่น้อยเลย "
                    "เจ้าไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้ก็ให้หยุดส่งสัตว์อสูรออกไปโจมตีก่อน 
ข้าต้องการพักอีกซักหน่อย  เมื่อข้าพร้อมเมื่อไหร่ข้าจะเป็นคนนำทัพออกไปถล่มพวกมันเอง"
                    "แล้วเมืองที่ท่านจะไปโจมตีก่อนหน้านี้ละ ท่านจะเอายังไง"
                    "เมืองนั้นเอาไว้ก่อน ถ้าข้ายึดเมืองนี้ได้ค่อยไป เพราะที่เมืองนั่นมีตัวอันตรายอยู่ข้าต้องวางแผนดีๆจะไปโจมตีมั่วๆไม่ได้" 


 



  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #809 Dize Ŕeriattă (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 10:56
    เอ็งนี่โง่เน้อะเป็นราชันสัตว์อสูรที่โง่มาก เอ็งไม่สืบข่าวก่อนเดียวรู้เรื่องเลย5555 ไปแบบไม่มีแผนกะจะถล่มเลยหารู้ไม่เอ็งนะแหละจะตาย เพราะตัวอันตรายมาลงหลักปักฐานเมืองนี้เรียบร้อยแล้ว5555 สนุกมากคะไรท์ชอบๆๆๆๆ
    #809
    0
  2. #747 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 11:29
    ขอแนะนำให้เอ็งย้ายไปโจมตีเมืองเก่าจะดีกว่า
    เพราะตัวอันตรายที่เอ็งว่า ได้ย้ายมาลงหลักปักฐานที่เมืองนี้แล้ว
    #747
    1
    • #747-1 N^เสมoปaาe(จากตอนที่ 58)
      28 กรกฎาคม 2560 / 09:40
      5555 เห็นด้วย กับเจ้านะ นิลกาฬ เรามาชมดันเถอะว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป รักไร้ทนะ
      #747-1
  3. #740 kik-kik-saranung (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 00:14
    ขอบคุณครับ
    #740
    0
  4. #692 Kridgoll (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 19:49
    ไม่รู้อยู่ดีๆเดินหา
    #692
    0
  5. #686 Rera-Rey (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 23:21
    วางแผนไปก็เท่านั้น ..คู่กรณีกำลังจะมาเยือนถึงที่(โดยบังเอิญ)แล้ว~
    #686
    0
  6. #634 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 17:20
    ศัตรูทางแคบ เป่ยจะได้ไม่เซ็ง 555
    #634
    0
  7. #546 sutad3352 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 15:24
    Excellent 
    #546
    0
  8. #545 oiltipomsomsuay (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 13:05
    555มาตรงหน้าแล้วรอๆๆๆค่ะ
    #545
    0
  9. #544 makone (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 10:20
    ไม่ติดตามข่าวซะบ้างเลย ตัวอันตรายของเจ้านั้นย้ายมาอยู่ใกล้ๆ เจ้าแล้ว 555
    #544
    0
  10. #543 haremkinglv100 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 10:15
    โลกนี้ช่างกลมแท้ไปไหนก็เจอกัน555+
    #543
    0
  11. #542 Looney00 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 06:44
    เมืองนี้ก็มีตัวอันตรายอยู่นะคะพี่ค้างคาว555
    #542
    0
  12. #541 Zanzar (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 02:44
    นี่สินะที่เรียกว่าบุพเพอาละวาด อ่านจบนีเพลงมาเลย555
    #541
    0
  13. #540 darkmomoka (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 01:33
    และตัวอัตรายที่เองว่าก็ตามมาอยู่เมืองนี้เช่นกัน ซึ่งมันก็ไม่รู้หรอก
    #540
    0
  14. #539 Menight * (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:08
    สนุกมากกเรื่องนี้
    ชอบที่สุดคือไม่มีตัวละครผู้หญิงนิสัยงี่เง่า
    #539
    0
  15. #537 เทคโนผู้ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:06
    ค้างคาวมันจะฉลาดเกินสัตว์ไปถึงไหน ดีแล้วย้ายเมือง ถ้าไปโจมตีเมืองเก่าเฮ้อเละ 
    #537
    0
  16. #536 serapong (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:06
    จัดไป พี่ใหญ่อิงเอามาเป็นเป้ เลย 555
    #536
    0
  17. #535 joelamtan (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    ขอบคุณครับ
    #535
    0
  18. #534 dplay (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:46
    โอ้ค้างคาวน้อยจะมาหาพี่อิงถึงที่เลยเหรอ
    #534
    0
  19. #533 Ultimated (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:40
    เมืองนี้ก็มีนะ ตัวอันตรายตัวเดิม เพิ่มเติมคือย้ายมาเมืองนี้55555
    #533
    0
  20. #532 gragorry (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:29
    โถ่ๆ ค้างคาวน้อยเอย เปิ่นกงขอไว้อาลัยให้เจ้า ช่างดวงซวยยิ่งนัก
    #532
    0
  21. #531 นาย พระจันทร์ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:12
    RIP ค้างคาว ล่วงหน้า
    #531
    0
  22. #530 saqooljung (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 18:12
    ไว้อาลัยให้ค้างคาวล่วงหน้า
    #530
    0
  23. #529 kamol1122 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 17:45
    สนุกดีครับ
    #529
    0
  24. #528 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 17:45
    จ๊ะ..สมกับเป็นตัวประกอบอดทนจริงๆ จะกี่ครั้งก็ยังเจอศัตรูคนเดิม ขอไว้อาลัยล่วงหน้านะค้างคาว
    #528
    0
  25. #527 พรทิพย์ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 17:28
    รอดูฉากต่อสู้
    #527
    0