จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 54 : ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 ก.ค. 60

               เมื่อชิวเฟยหยูมองเห็นอิงเป่ยแสดงตนออกมาก็ยิ้มออกมาทันที เมื่อสัมผัสพลังปราณของอีกฝ่ายไม่ได้
               "เจ้าคงมาจากที่อื่นสินะถึงไม่รู้อะไรเลย ว่าข้าได้สั่งห้ามคนเข้าร้านค้านี้แล้ว แต่ก็เอาเถอะเจ้ามาใหม่ยังไม่รู้ข้าจะอนุโลมให้ซักครั้ง ถ้าเจ้าก้มลงกราบเท้าข้า" 5555!!
อิงเป่ยเดินไปยืนข้างหน้าชิวเฟยหยู แล้วก็หัวเราะออกมาทันที
          55555!! "คนที่จะได้กราบมันจะเป็นเจ้าซะมากกว่าข้าว่า"
          ข้ารึ! 5555!!! "เจ้าจะให้ข้าก้มกราบเจ้าฝันไปรึเปล่า"
               อิงเป่ยไม่อยากพูดกับคนแบบนี้ เพราะพูดไปคงเสียเวลาเปล่า จึงได้ยกมือขึ้นแล้วนำไปวางที่ไหล่ของชิวเฟยหยูทั้ง2ข้างก่อนจะส่งแรงกดลงพร้อมกันทั้ง2ข้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง  ทำให้ชิวเฟยหยูทรุดตัวลงเข่ากระแทกพื้นจนแตก
          ควับ! พึบ! ตุบ! ตู้ม!! อ๊ากกก! "เข่าข้า ไหล่ข้า เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ เจ้าไม่รอดแน่.."
               อิงเป่ยยกมือออกจากไหล่ข้างขวาก่อนจะนำไปวางไว้บนหัวของ 
ชิวเฟยหยู ก่อนจะออกแรงกดหัวของชิวเฟยหยูลงกระแทกพื้น
      พึบ! ตู้ม!! เสียงหัวของชิวเฟยหยูกระแทกพื้นจนแตกเป็นรอยหน้าผาก 
               "เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะฆ่าเจ้า" 
                    ที่ชิวเฟยยังพูดได้เพราะชิวเฟยได้สร้างเกราะป้องกันขึ้นมาหลังจากที่ถูกทำให้คุกเข่าลงนั่นเอง แต่ก็ไม่อาจขัดขืนแรงของอิงเป่ยได้
อิงเป่ยกดหัวลงทุกครั้งที่ชิวเฟยหยูพูด
               ตู้ม!! "เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากตาย "
               ตู้ม!! "ยังจะปากดีอีก นี่เจ้าโง่รึไงกันว่าใครอยู่ในสถานะใด "
               ผู้ติดตามของชิวเฟยหยู ต่างยืนนิ่งงันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปช่วย แม้แต่ชายชราร้านค้ากับหลานสาวยังอ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่า ชายหนุ่มคนนี้จะกล้ามีเรื่องกับตระกูลชิวที่เป็นตระกูลใหญ่อันดับ1 ที่แม้แต่ราชวงศ์ยังไม่กล้าหือด้วยซ้ำ 
               "เจ้าหนุ่มนี่มันไปกินดีหมีมาใจไหนถึงได้กล้าทำเช่นนี้กัน หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องวุ่นตามมาหรอกนะ"ชายชราคิดในใจ
               ชิวเฟยหยูก็ยังคงยหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเองที่เป็นถึงอัฉริยะของตระกูลชิวอันดับ1ที่จะได้รับการสืบทอดคนต่อไป แต่กับต้องมาโดนใครที่ไหนไม่รู้จับหัวโขกพื้นทั้งๆที่ตนเองมีพลังปราณถึงขั้นจักรพรรดิ์ ระดับ 8 กับถูกทำแบบนี้มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 
               "ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้"ตู้ม!! ปล่อย...ตู้ม!!!
               อิงเป่ยไม่สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยว่าจะคิดยังไง เมื่อชิวเฟยหยูเอ่ยคำ ก็จะถูกอิงเป่ยจับหัวโขกพื้นอย่างแรงทันที จนตอนนี้พลังปราณที่คุ้มกันร่างของชิวเฟยหยูแทบจะไม่ช่วยอะไรแล้ว 
               ตู้ม!!อ๊ากกกกก!! เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเกราะปราณหายไปหน้าของชิวเฟยหยู ก็กระแทกลงที่พื้นจนเลือดติดตามเศษหินที่แตก เมื่ออิงเป่ยยกหัวขึ้นมาเลือดก็หยดลงพื้น 
               ติ๋ง! ติ๋ง!ติ๋ง!  "โอ๊ยยยย  หน้า..ข้า.." 
               ชิวเฟยหยูนำมือมาลูบหน้าตัวเองก็พบว่าเค้าหน้าตอนนี้พังยับไปแล้ว ก็ยิ่งตกใจจนไม่กล้าตะโกนอะไรออกมาอีกเลย 
        "อ้าวเจ้าไม่ตะโกนต่อแล้วรึ เฮ้อ!กว่าจะเข้าใจก็ใช้เวลานานน่าดูเลยนะเนี้ยข้านึกว่าเจ้าจะสมองกลวงซะอีก"
          ชิวเฟยหยูรีบกล่าวออกมาทันที พร้อมกับยกมือไหว้อิงเป่ย 
           "ปล่อยข้าไปเถอะข้าสัญญาว่าจะไม่มาให้เจ้าเห็นหน้าอีก"
          "เอาเถอะ ข้าก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำซะหน่อยจะปล่อยเจ้าไปซักครั้ง ถ้าข้ารู้ว่าเจ้ามารังควานร้านค้านี้อีก ข้าจะถลกหนังเจ้าออกทันที"
               "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่มารังควานร้านนี้อีก "
               "ก็ดี เจ้าไปได้แล้ว"
               อิงเป่ยปล่อยมือจากหัวของชิวเฟยหยูแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหน้าเดินเข้าร้านค้า ชิวเฟยเมื่อหลุดจากการทรมานของอิงเป่ยก็รีบลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกจากที่แห่งนี้ทันทีพร้อมกับไฟแค้น
               "ข้าจะต้องเอาคืนเจ้าให้สาสมที่ทำให้ช้าต้องมาเสียหน้าในครั้งนี้ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ"
               ชายชราเห็นอิงเป่ยทำตัวสบายๆไม่กังวลกับสิ่งที่ตนได้ทำลงไปเลยซักนิด ก็แอบชื่นชมอยูในใจและรอดูว่าเขาจะทำยังไงกับเรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้
       "ดูเหมือนเจ้าจะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะ ข้าฮัวหยุนฟงนับถือเจ้าจริงๆ"
               "ท่านก็กล่าวชมข้าเกินไป ข้าแค่ไม่ชอบอะไรแบบนั้นเท่าไหร่ ข้าให้โอกาสแก้ตัวกับคนแบบนี้ตลอดแต่ดูเหมือนพวกมันจะไร้สมองกันทุกคนจนต้องทำเรื่องโง่ๆทุกครั้ง"
               "งั้นเรามาตกลงเรื่องของเราดีกว่า ข้าจะให้แหวนมิติเจ้า4วง แต่มันเป็นแค่ระดับทั่วไปนะ แลกกับกระบี่ระดับเซียนเจ้า1ชิ้นเจ้าจะตกลงหรือเปล่า"
               "ไม่มีปัญหา ข้าไม่กังวลอยู่แล้วแค่อาวุธระดับเซียน1ชิ้น"
               "หืม..แล้วเจ้าจะเอาแหวนมิติไปทำไม ในเมื่อเจ้ามีอยู่แล้ว แถมระดับมันสูงมาก ข้าคิดว่าคงมีแต่เจ้าที่มีแหวนมิติระดับนี้" 
               "ข้าจะให้ผู้ติดตามข้าทั้ง4คนนั้นน่ะ"
               อิงเป่ยพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังกลุ่มของหลงเทียนที่ยื่นดูของอยู่ เมื่อฮัวหยุนฟงหันไปดูก็ต้องตกตะลึง โดยเฉพาะความรู้สึกแปลกๆเวลามองพวกเขา กลิ่นอายอันน่าขนลุกที่แผ่อยู่รอบๆตัว  มันคล้ายกลิ่นอายสัตว์อสูรมากแต่พิเศษกว่า
               "ผู้ติดตามเจ้าไม่ธรรมดาเลยนะ ที่ทำให้ข้าขนลุกได้เพียงแค่มองดูเนี้ย"
อิงเป่ยเมื่อได้ยินก็แค่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระบี่ให้ฮัวหยุนฟงแล้วรับเอาแหวนมิติมา จากนั้นก็ถามต่ออีกว่า
               "หากข้าต้องการซื้อที่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ ท่านพอจะแนะนำได้รึเปล่า"
               "เจ้าต้องไปที่กรมจัดสรรที่ดินของราชวงศ์ อยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ เดินไปแปบเดียวก็ถึง"
         "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน ไว้โอกาสหน้าข้าจะมาแวะร้านท่านอีก"
          "เจ้าก็ระวังตัวให้มากก็แล้วกัน  ตระกูลชิว มีอำนาจที่สุดในตอนนี้"
           "ข้าจะระวัง ขอบคุณที่กล่าวเตือน"
               อิงเป่ยมุ่งหน้าไปยังกรมที่ดินโดยการนำทางของซุนอ้าวเหลียง เดินเพียงไม่นานก็มาถึง อิงเป่ยเดินเข้าไปในตึกกรมที่ดินก่อนจะมีทหารเข้ามาหา
               "คุณชายต้องการติดต่อเรื่องอะไรรึ ขอรับ"
               "ข้ามาติดต่อเรื่องที่ดินน่ะ เจ้านำทางข้าไปที"
               "เชิญทางนี้เลย ขอรับ"
               อิงเป่ยเดินตามทหารไปก็มาถึงห้องไม่กว้างเท่าไหร่ มีเอกสารเต็มไปหมด มีชายวัยกลางคนแต่งตัวดี หน้าตาเข้ม คิ้วหนา ตาเหยี่ยวคิ้วโก่ง  นั่งทำหน้าเครียดจริงจังกับงานตรงหน้าอยู่ที่โต๊ะ 
               "เจ้ามีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยรึ"
               "ข้ามาหาซื้อที่หรือตึกที่ยังไม่มีคนซื้อน่ะ"
               "หืม..พอดีเลยข้ากำลังเครียดเรื่องนี้พอดี ถ้าเจ้าต้องการตึกและที่ละก็ ข้าแนะนำเจ้าได้นะ แต่ราคามันแพงจึงหาคนซื้อยาก"
               "แล้วพอจะบอกรายละเอียดให้ข้าฟังได้รึเปล่า ถ้าน่าสนใจข้าจะทำการซื้อทันที"
               "ข้ารับรองได้ว่าคุณชายต้องสนใจแน่นอน เพราะมันเป็นตึกที่สวยงามมากๆอยู่ในเมืองนี่ล่ะ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการขายให้กับราชวงศ์มาเป็นตึกตระกูลจินน่ะ"
               "น่าสนใจ แล้วราคาขายเท่าไหร่ล่ะ ถ้าไม่เกินกว่าที่ข้าสามารถซื้อได้ ข้าก็จะซื้อ"
               "ราคารวมทั้งที่และตึกก็ 3000 เพชร"
               อิงเป่ยทำหน้าครุ่นคิดอยู่นานจนอีกฝ่ายเริ่มคิดว่าราคาที่เสนอไปมันแพงเกินไปรึเปล่า จึงได้เอ่ยว่า
               "หรือว่าราคานี้มันจะเกินกำลังซื้อของคุณชายรึ ข้าสามารถลดได้นิดหน่อย 500เพชร"
               "เอ่อ..คือว่า เงินข้ามีแค่1500เพชรเท่านั้น ท่านจะรับเป็นทองแท่งหรืออาวุธในราคา1000เพชรรึเปล่า ถ้าท่านตกลงข้าจะเอาของออกมาให้ท่านเลือกดู" 
               "อืม...ถ้าอย่างนั้นข้าขอดูของหน่อยแล้วข้าจะตัดสินใจทีหลัง"
               อิงเป่ยเอาทองแท่งออกมา1หีบ พร้อมกับอาวุธระดับเซียน3อัน แล้วบอกให้เลือกระหว่าง2สิ่งนี้
               "ท่านเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ท่านอยากได้เถอะ"
               "นั่นมันอาวุธระดับเซียนนิ "ข้าเหวินซี" อยากทราบว่าคุณชายชื่อว่าอย่างไรรึทำไมถึงได้มีอาวุธระดับนี้หลายชิ้น"
               "อืม..ข้าได้มาตอนข้าไปแวะที่เมืองยัคฆ์เมฆามาน่ะ เลยประมูลมาได้"
               "อย่างนี้นี่เอง ข้าต้องการอาวุธ3ชิ้นกับ1500เพชร และนี่ก็เป็นใบสัญญาของตึกตระกูลจิน ท่านต้องเขียนชื่อของท่านตรงนี้แล้วข้าจะประทับตาให้ถือว่าเสร็จสิ้นเรียบร้อย"
               อิงเป่ยเก็บหีบทองเข้าแหวนมิติแล้วหยิบ1500เพชรออกมายื่นส่งให้
เหวินซีไป จากนั้นก็ลงชื่อตัวเองในสัญญา แล้วก็ให้ประทับตาทันที
                    เหวินซีเมื่อเห็นชื่อก็ครุ่นคิด "ทำไมข้าไม่รู้จักตระกูลนี้มาก่อนเลยล่ะ หรือว่าจะเป็นชื่อปลอมกัน"
                    "ท่านไม่ต้องกังวลนั่นเป็นชื่อจริงของข้าไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดหรอก"
เหวินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอภัยอิงเป่ยออกมา
                    "งั้นข้าขอตัวไปดูสถานที่ก่อนก็แล้วกันว่ามีอะไรที่ต้องปรับแต่งต่อเติมรึเปล่า"
                    "คุณต้องการให้ข้าส่งคนนำทางรึเปล่า"
                    "ไม่เป็นไร ข้ามีคนนำทางมาด้วยแล้วล่ะ"
                    "นี่ซุนอ้าวเหลียงเจ้ารู้จักตึกตระกูลจินไหมว่าตั้งอยู่ที่ใด"
                    "แน่นอน มันอยู่ใกล้ๆบ้านของข้าเลย ขอรับ"
                    "พาข้าไปดูหน่อย ว่ามันจะสามารถทำในสิ่งที่ข้าหวังได้รึเปล่า"
                    "งั้นตามข้ามาทางนี้เลย มันไม่ไกลจากที่นี่นัก เดินไปไม่นานก็ถึง"
                    ซุนอ้าวเหลียงพากพวกอิงเป่ยเดินไปมาอยู่พักนึงก็พบเข้ากับตึกขนาดใหญ่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า กำแพงสูงรอบตัวตึกเอาไว้
                    "นี่หรอคือตึกตระกูลจินน่ะ อลังการงานสร้างจริงๆสมแล้วที่เป็นตระกูลใหญ่เมืองนี้"
                    "คุณชายเดินดูข้างในก่อนก็ได้ ข้าจะเอายาที่ซื้อมาเอาไปให้ท่านแม่ข้าก่อน ขอรับ"
                    "เจ้าไปเถอะ เสร็จแล้วค่อยมาพบข้าที่นี่อีกทีละกัน"
ทางด้านชิวเฟยหยูเมื่อกลับไปถึงตระกูลก็รีบไปพบบิดาของตนเองทันที
                    "ก๊อกๆ ก๊อกๆ ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากจะให้ท่านช่วยข้าหน่อย ขอรับ"
                    "เข้ามาได้ หืม..หน้าเจ้าไปโดนอะไรมาอย่างนั้นรึถึงได้โทรมขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าไปถูกคนอื่นทุบตีมา" 5555!!
                    "นี่ท่านพ่อเห็นข้าโดนทุบตีมาแบบนี้ ยังจะมีความสุขมาหัวเราะข้าอีก"
                    "จะไม่ให้ขำได้ยังไงกันล่ะ ทั้งเมืองนี้เจ้านับว่าโดดเด่นที่สุด แล้วจะมีใครทุบตีเจ้าได้กัน มันไม่ตลกไปหน่อยรึไง"
               "ข้าก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่เพราะผู้ติดตามข้ามาแจ้งว่ามีคนเข้าร้านค้าของเจ้าแก่นั้นข้าเลยไปดู 
              "แล้วมันยังไงล่ะ เจ้าไม่ตรวจสอบมันก่อนรึไงถึงได้ไปพลาดท่าอย่างนั้น"
               "ข้าตรวจสอบแล้ว มันเหมือนคุณชายเจ้าสำราญพลังปราณไม่มีข้าเลยบอกให้มันกราบเท้าข้า แล้วจะไม่เอาเรื่อง มันกับเดินมาแล้วจับไหล่ข้าทั้ง2กดลงอย่างแรง จากนั้นก็กดหัวข้ากระแทกพื้นอยู่นานจนเกราะปราณข้าพังทลายลง จนทำให้หน้าข้าเป็นแบบที่ท่านพ่อเห็นนี่ล่ะ"
               "ที่เจ้ามาหาข้าก็เพราะอยากให้ข้าไปแก้แค้นแทนเจ้ารึ
               "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกท่านพ่อ  แค่ให้ใครซักคนไปหักแขนหักขามันให้ข้าก็พอแล้ว"
               "เฮ้อ ข้าละปวดหัวกับพวกเจ้าจริงๆ น้องชายเจ้าก็ถูกใครที่ไหนก็ไม่รู้ตบปากมาไม่นานนี้แล้วยังจะมีเจ้าอีกคนนี่ข้ากำลังฝันร้ายอะไรอยู่รึเปล่าเนี้ย"
               "ชิวเฟยมู่" "เกิดอะไรขึ้นรึท่านพ่อ"
               "เมื่อไม่นานนี่เอง น้องชายเจ้าถูกตบปากจนสลบอยู่ในตัวเมือง แถมยังจำไม่ได้อีกว่าใครทำร้ายตัวเอง"
ชิวเฟยหยูนิ่งเงียบไปนานก่อนจะกล่าวออกมาลอยๆว่า
                "หรือว่ามันจะเป็นคนเดียวกันกับที่ทำร้ายข้า มีโอกาสเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว"
               "เจ้าให้คนไปสืบก่อนว่ามันอยู่ที่ไหนแล้วค่อยมาบอกข้าก็แล้วกัน ข้าจะส่งคนไปจัดการให้เจ้าเอง"
               "เข้าใจแล้วท่านพ่อ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"

ตึกตระกูลจิน
               อิงเป่ยผลักประตูแล้วเดินก้าวเข้าไปด้านใน ตัวตึกนั้นมีอยู่หลายหลัง 
จะมีตึกที่อยู่ตรงกลางเท่านั้นที่สูงและใหญ่กว่าที่อื่นๆ จัดเข้ากับสถานที่ได้อย่างลงตัว มีสระน้ำ ลานกว้าง ศาลาพักผ่อน บ้านพักคนรับใช้ คนงาน จะแยกออกจากส่วนของตึกทั้งหมด อยู่ด้านหลังติดกับกำแพง อิงเป่ยถูกใจกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก 
               "เหมาะมากนี่จะเป็นตึกตระกูลของข้าที่จะก่อตั้งขึ้น แต่ข้าจะไปหาคนมาช่วยข้าได้ยังไงกันล่ะ"
               "คุณชายข้ามาแล้ว ขอรับ"
               "หืม..ข้าลืมซุนอ้าวเหลียงไปได้ไงกัน ถ้าข้าให้เขาช่วยหาคนที่เดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัยเข้ามาอยู่น่าจะปลอดภัยกว่ารับสมัครเอาก็ได้"
               "คุณชาย ข้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ ขอรับ"
               "เจ้ารู้จักคนยากจนไร้ที่พึ่งที่อยู่กันเยอะๆบ้างรึเปล่า ข้าอยากไปพบพวกเขาหน่อย"
                    "เอ่อ..เรื่องนี้ข้าก็รู้อยู่หรอก มันไม่เหมาะที่จะให้คุณชายไปเดินแถวนั้น ขอรับ"
                    "ไม่เป็นไรเจ้าพาข้าไปเถอะ และข้าก็เป็นคนบอกให้เจ้าพาข้าไปเอง"
               "ถ้างั้นข้าจะพาท่านไปเอง" 
               ซุนอ้าวเหลียงนำทางอิงเป่ยไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆจนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งจะว่าบ้านก็คงจะไม่ได้ ถ้าจะเรียกคงจะเป็นสลัมเลยก็ว่าได้ สภาพรอบๆนั้นต่างเต็มไปด้วยความแออัด 
               ทั้งสิ่งของทั้งผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ มีทุกเพศทุกวัย แต่งตัวด้วยเสื่อผ้าเก่าขาดๆ น่าตามอมแมม ร่างกายซูบผอม นอนตามพื้นทางเดิน อิงเป่ยทำหน้าเศร้าสร้อยแทบอดกลั่นน้ำตาแทบไม่ไหว 
               "นี่มันเกินไปแล้วนะ เมืองออกจะใหญ่โต แค่ดูแลประชาชนของตัวเองยังทำไม่ได้เลยรึไง"
               "นี่อ้าวเหลียงเจ้าช่วยไปบอกคนเหล่านี้ให้มารวมตัวกันตรงนี้ได้รึเปล่า ข้ามีเรื่องจะพูดกับพวกเขาเหล่านี้หน่อยน่ะ"
               ซุนอ้าวเหลียง รีบเดินไปหาเหล่าผู้คนที่อยู่ใรสลัมแห่งนี้ พร้อมกับตะโกนบอกกล่าวไปเรื่อยๆ
               "พวกท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ ข้าอยากให้พวกท่านไปรวมตัวกันตรงที่มีคุณชายท่านนั้นยืนอยู่ พวกท่านอาจจะโชคดีแบบข้าก้ได้นะ"
               เหล่าผู้คนที่ได้ยินก็พากันลุกขึ้นแล้วเดินไปทางอิงเป่ยทันที เมื่อดูจากสถานที่แห่งนี้แล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า200คนน่าจะได้ ไม่นานผู้คนก็มารวมตัวกัน อาจจะมีบางคนที่ออกไปหาอาหารเพื่อช่วยประทังชีวิตครอบครัวที่ยังไม่กลับมาอยู่อีกหลายคน
               "คุณชายน่าจะเกือบครบทุกคนแล้ว บางคนน่าจะออกไปหาอาหาร ทำงานจึงไม่อยู่ที่นี่"
                "ไม่เป็นไร ที่ข้ามาวันนี้เพราะอยากจะช่วยเหลือทุกคนที่อยู่นี่ให้ได้รับสิ่งที่ดีๆไม่ต้องมาลำบากอยู่กันที่นี่อีก เพราะข้าจะให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ย้ายไปอยู่ที่ตระกูลข้า ซึ่งข้าได้ซื้อตึกที่เคยเป็นของตระกูลจินมาก่อนไว้แล้ว ซึ่งข้ายังขาดคนคอยช่วยดูแล จึงต้องมาชวนพวกท่านทุกๆคนที่นี่ไปอยู่ที่นั่นด้วยกัน พวกท่านจะไปอยู่กับข้ารึไม่"
                    เมื่ออิงเป่ยพูดจบทุกคนต่างนิ่งเงียบ ดวงตาที่เคยหมองมัวก็ค่อยๆกลับมามีชีวิตขึ้น น้ำตาเอ่อล้นหลั่งไหลออกมาจาก2ตาไหลอาบแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ดังระงมไปทั่ว จนในที่สุดก็หยุดลง
               "ขอบคุณ คุณชายมากที่มองเห็นคุณค่าชีวิตของพวกข้าเหล่านี้ไม่รังเกลียดพวกข้าเลยแม้แต่น้อย และยังช่วยให้พวกข้าได้มีที่อยู่อาศัยดีๆได้พักกัน พวกข้าไม่คิดเลยว่า วันนี้สวรรค์เห็นใจพวกข้าแล้วถึงได้ส่งคุณชายมาปลดปล่อยชีวิตที่ยากแค้นแก่พวกข้าที่นี่"
                   "ข้าก็ช่วยได้เท่าที่ข้าทำได้เท่านั้นล่ะ ไม่ต้องคิดมาก ในเมื่อพวกท่านตัดสินใจที่จะไปอยู่กับข้า ก็พากันเดินไปที่ตระกูลจินในอดีตได้เลย ข้าจะทำการเปลี่ยนที่ตรงนั้นให้เป็น ตระกูลอิง ของข้าแล้วล่ะ"
                    ซุนอ้าวเหลียงนำทางทุกคนไปยังตระกูลจินเก่าทันที ทุกคนในตอนนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมากว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
               "เจ้าก็ไปพาแม่และน้องเจ้ามาเถอะ จะได้ไปพร้อมกัน" 
                ซุนอ้าวเหลียงได้ยิน ก็รีบวิ่งไปที่บ้านตนทันที จากนั้นไม่นานก็พาแม่และน้องเดินเข้ามารวมกลุ่มแล้วเดินไปยังตึกตระกูลจินเก่าทันที





 













 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #894 AnnyDream1 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 06:39
    ซึ้งงงงงงง😢😢
    #894
    0
  2. #854 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 22:55
    น้ำตาคลอเลยหรอออ ใจอ่อนไปป่าวพี่เป่ย
    #854
    0
  3. #432 ทาคาโตะ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:33
    ระวังศัตรูเก่ากลับมาแก้แค้นนะเธอ...
    #432
    0
  4. #431 Looney00 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 06:13
    โอ้วจะสร้างตระกูลแล้ว
    #431
    0
  5. #427 อำพล สิทธิราช (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:23
    รอ รอ หร๊อ รอ รอ ตอนต่อปายยย อิอิ
    #427
    0
  6. #426 defy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:17
    ขอบคุณครับ
    #426
    0
  7. #425 pro1 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 19:23
    กำลังสนุก
    #425
    0
  8. #424 Zanzar (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:17
    เหมือนจะใจดีแต่แอบหาแรงงานฟรีนิหว่า5555
    #424
    0
  9. #423 Karishma99 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 15:48
    อิงเป่ยใจดี
    #423
    0
  10. #422 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    แหม..อิงเป่ยจ๋า เกริ่นขึ้นมาว่าอยากช่วยเหลือทุกคนให้ได้รับสิ่งที่ดีๆ กระผมนี่ใจหายวาบนึกว่าโดนขายตรงเข้าแล้ว 555
    #422
    0
  11. #421 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:51
    พ่อพระจริงๆสามีในจิตนาการเจ๊ โฮ๊ะๆๆๆ
    #421
    0
  12. #420 Falovetik (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:45
    รอน้าาาา
    #420
    0
  13. #419 dfrdz007 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:32
    thank you
    #419
    0
  14. #418 joelamtan (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:14
    ขอบคุณครับ ค่ำๆ ขอ อีก 1 นะ
    #418
    0
  15. #417 kamol1122 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 12:57
    สนุกดีครับ
    #417
    0
  16. #416 makone (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 12:23
    ขอบคุณค่ะ ขออีกได้ไหมอิอิ
    #416
    0
  17. #415 Reezas (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 12:06
    ตระกูลอันดับ1กำลังกำเนิดแล้ววววว
    #415
    0