จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 51 : สัตว์อสูรระดับตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    11 ก.ค. 60

               จินตงไป๋ เคร่งเครียดทันที เมื่อคนที่ไม่อยากเจอที่สุดก็มาปรากฎให้เห็นอีกครั้ง แถมมันยังฆ่าหลานของตัวเอง ตอนนี้จินตงไป๋หมดสิ้นผู้สืบสกุลแล้วทั้งบุตรชาย หลานชายก็มาตกตายกันหมด 
               "ตระกูลจินคงถึงเวลาสูญสิ้นแล้วสินะ "
               จินตงไป๋ หลับตาลงก่อนจะถอนหายใจเบาๆก่อนจะออกจากห้องไปแล้วทำการเรียกประชุมด่วน ครึ่งชั่วยามต่อมา ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องโถง 
               "ที่ข้าเรียกประชุมด่วนในครั้งนี้เพราะข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือ ข้าจะทำการอพยพตระกูลจินออกจากทวีปแดนเหนือไปตั้งถิ่นฐานที่ป้อมปราการทมิฬที่อาณาจักรต้าหลัว"
               "ท่านประมุขจินทำไมต้องรีบเร่งขนาดนี้กันด้วยเล่า หรือว่ามีเหตุฉุกเฉินอันใดร้ายแรงกัน" ผู้อาวุโสกล่าวถามด้วยความสงสัย
               "ผู้อาวุโสท่านลืมไปแล้วหรืออย่างไร ว่าเราต้องเป็นแบบนี้เพราะอะไร ข้าจะไม่พูดซ้ำหรอกนะ"
               "หรือว่า...."
               "อย่างที่ท่านคิดนั่นล่ะ และเมื่อไม่นานนี้แผ่นหยกหลานชายข้าพึ่งจะแตกไป และแสดงภาพคนที่ฆ่าให้เห็นออกมา"
               จินตงไป๋แสดงอาการเศร้าสร้อยออกมา ผู้อาวุโสต่างตกใจในคำกล่าวเมื่อครู่นี้ทุนคนล้วนนิ่งเงียบไม่กล่าวใดๆซักคนเหมือนกับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่คนตาย
               "พวกเจ้าคงเข้าใจในสิ่งที่ข้ากล่าวออกไปแล้วสินะ" 
               "แล้วท่านไม่คิดจะแก้แค้นให้หลานชายท่านเลยรึ"
จินตงไป๋ หลับตาลงแล้วกล่าวเนิบๆว่า
               "ท่านคิดว่าข้าไม่อยากแก้แค้นให้บุตรชายกับหลานข้าเลยรึยังไง 
แต่พวกท่านก็เคยปะทะมาแล้วกับข้ายังไม่ลืมใช่ไหม พวกท่านกับข้ารุมขนาดนั้น มันยังหนีไปได้ โอกาสรอดครั้งที่ 2 ของพวกเราคงไม่มีแล้วล่ะ  แต่ถ้าไปที่ป้อมปราการทมิฬอาจจะมีโอกาสได้แก้แค้นคืนก็ได้"
              "นับว่าไม่เลว เอาอย่างที่ท่านประมุขพูดก็แล้วกัน แก้แค้น10ปียังไม่สาย"
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยจึงไม่มีใครคัดค้านออกมา
               "เอาล่ะ พวกท่านแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเดินทางในวันพรุ่งนี้เลย"
               การที่ตระกูลจินย้ายถิ่นฐานนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าเพราะเหตุใด คงเป็นเพราะตระกูลจินปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นเอาไว้และสั่งห้ามแพร่งพายเด็ดขาดใครฝ่าฝืนมีโทษหนัก 
               ตั้งแต่เมื่อ3เดือนก่อน ตระกูลจินได้ทำการปิดตระกูลเงียบไม่มีงานรื่นเริงใดๆเลย แต่มาวันนี้จู่ๆก็สั่งปิดกิจการทั้งหมดลงทำให้ผู้คนสงสัย จนกระทั่งมีข่าวการย้ายออกจากทวีปแดนเหนือของตระกูลจิน ทำให้มีข่าวลืออยู่พักนึงจากนั้นก็เงียบไป

ตระกูลหยาง
               อิงเป่ยเดินออกไปที่สำนักพร้อมกับประมุขหยาง เพื่อไปช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บ และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น โชคยังดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตเพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนมากจะเป็นคนของตระกูลหยาง
               "คนที่ได้รับบาดเจ็บมารวมกันทางนี้ คนที่ไม่บาดเจ็บช่วยกันเก็บกวาดพื้นที่บริเวณที่เสียหายให้เรียบร้อย  แล้วมารวมกันที่ลานฝึกฝนหลังจากทำงานเสร็จ"
               "ท่านประมุขหยางข้ามีเรื่องต้องไปทำหลังจากที่ช่วยเหลือที่นี่ 
ประมาณ1-2 เดือน มีบางที่ต้องไปสำรวจนิดหน่อย"
               "อีกแล้วรึ! นี่เจ้าจะไปไหนหัดแจ้งไว้หน่อยก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องมานั่งห่วงกันแบบนี้!"
                  "ข้าเข้าใจแล้ว ทีหลังจะแจ้งไว้ล่ะกัน อ้อจริงสิ ข้ามียาที่สกัดไว้นานล่ะ จะให้ท่านเก็บไว้ฝึกฝน" 
                    อิงเป่ยหยิบขวดยาออกมาจากแหวนมิติ 2 ขวด ขวดละ 5 เม็ด ยื่นให้ประมุขหยางไป "แบ่งให้บุตรสาวท่านและอี้หลิวด้วยนะ"
                    ประมุขหยางรับขวดยามาแล้วสำรวจดูก็ต้องนิ่งค้างไม่ไหวติง กว่าจะกลับมาได้ก็ใช้เวลานาน จนอิงเป่ยเดินหนีไปไกลแล้วประมุขหยางเก็บขวดยาลงแหวนมิติทันที แล้วเดินตามอิงเป่ยไป
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ลานฝึกฝนได้มีเหล่าศิษย์ในสำนักมารวมตัวกันมากมาย เพื่อรอฟังคำกล่าว
                    "เอาล่ะในเมื่อที่คนพร้อมแล้วข้าจะประกาศให้ทราบว่า ทางสำนักจะทำการแจกยาให้กับทุกคน 3 เม็ดต่อ1เดือนและเงิน 5 ทอง แล้วจะมีภาระกิจให้ได้ทำกัน สะสมแต้มแลกของรางวัลตามที่ตนเองต้องการ "
                    ทุกคนต่างโห่ร้องยินดีกับสิ่งที่ประกาศออกมา บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปิติยินดีออกมา 
               "วันพรุ่งนี้ให้มารับเม็ดยา และเลือกภาระกิจที่ตนสามารถทำได้อย่าเลือกที่มันยากเกินตัวล่ะ จบเรื่องแจ้งเพียงเท่านี้ แยกย้ายกันไปได้"
               "งั้นข้าไปล่ะนะ ครั้งนี้การเดินทางมันไกลหน่อย ข้าจะแวะเข้าไปในเมืองก่อนจะออกเดินทางสำรวจ ถ้าเสร็จเร็วก็กลับมาเร็วเช่นกัน"
               "เจ้าไม่รอพวกนางกลับมาก่อนหรอ ดูรีบร้อนจังเลยนะ"
               "เอ่อ..มันเป็นเรื่องสำคัญน่ะ ช้าไม่ได้กลัวมันจะไม่ทันการ ข้าฝากท่านทักทายแทนข้าก็แล้วกันนะ ข้าไปล่ะ" ฟุบ!! อิงเป่ยหายวับไปทันที 
               "เอาอีกล่ะ จะไปดีๆก็ไม่ได้ ถึงจะรู้ก็เถอะแต่ไม่ชินซักที"
               "ท่านพ่อมันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมสำนักถึงเป็นแบบนี้ล่ะ" 
               "เอ่อ...เรื่องมันยาว เดี๋ยวพ่อจะเล่าให้ฟัง" 
หยางฟงหยิบขวดยาออกมาจากแหวนแล้วยื่นส่งให้กับบุตรสาว
               "นี่เป็นขวดเม็ดยาที่คุณชายฝากข้าไว้ให้พวกเจ้า รับไปสิ"
               "เอ๊ะ ท่านพ่อว่าอะไรนะ คุณชายมาอย่างนั้นหรอ แล้วคุณชายไปไหนแล้วล่ะ"
               "ใจเย็นๆก่อน เขามีธุระด่วนที่ต้องไปทำจึงออกเดินทางไปแล้ว" 
               "ท่านทำไมไม่บอกให้รอพวกข้าก่อนล่ะ "
               "ข้าบอกแล้ว เขาบอกกับข้าว่า ต้องรีบไปเดี๋ยวไม่ทันการ คงจะร้ายแรงจริงๆถึงได้รีบร้อนขนาดนี้"
               "แล้วคุณชายได้บอกรึเปล่าว่าจะกลับมาเมื่อใด"
               "อืม..ไม่เกิน 2 เดือน เขาบอกไว้แบบนี้"
               หยางซุยหลิงหยิบขวดยาแล้วเดินจากไปทันที โดยไม่กล่าวอะไรอีกเลย
เมื่อเห็นท่าทีบุตรสาวตน หยางฟงถอนหายใจ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา 
          อิงเป่ยที่ออกจากตระกูลหยางก็มาถึงตัวเมืองเดินเข้าออกร้านต่างๆแทบจะทุกร้านเลยก็ว่าได้ เพื่อหาซื้อเสบียงกักตุนเอาไว้ให้มากที่สุดก่อนออกเดินทาง
คงพอสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ขณะที่กำลังจะออกเดินทางหนังสือก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น อิงเป่ยรีบพุ่งทะยานหาที่ปลอดคนเปิดหนังสือดูว่าเกิดอะไรขึ้น
               "แบบนี้หรือว่าสัตว์อสูรจะวิวัฒนาการเสร็จแล้ว กลับไปที่สุสานมังกรก่อนเลยละกัน อยากเห็นใจจะขาดแล้วว่าผลลัพธ์มันจะออกมาน่าสนใจแค่ไหน"
อิงเป่ยรีบพุ่งทะยานออกจากเมืองเข้าไปในป่า ก่อนจะเปิดประตูมิติด้วยแหวนมังกรทอง 
               วิ้งงง!!   ประตูมิติปรากฎขึ้นมาอิงเป่ยรีบพุ่งทะยานเข้าไปทันที มุ่งตรงไปยังห้องสมบัติ แล้วทำการเปิดหนังสือดูข้อมูล
               "ไหนดูสิ เฮ้ย! ไม่มีทำไมถึงไม่มีล่ะ หรือว่าจะล้มเหลว ไม่น๊าาา" 
               "นี่ท่านจะตกใจอะไรกันนักหนา เปิดดูทุกหน้ารึยัง สัตว์อสูรถ้าได้วิวัฒนาการไปเป็นระดับที่พิเศษมันจะอยู่หน้ารองสุดท้าย"
อิงเป่ยรีบเปิดไปหน้ารองสุดท้ายอย่างว่องไว 
     "นี่ไงล่ะ ข้าเจอแล้ว นี่ๆมันระดับตำนานนี่หว่า อีกแค่ระดับเดียวก็ไปถึงระดับเทพแล้ว มันข้ามขั้นมาถึงระดับนี้เลยรึ"
           "ถ้ามันไม่ถึงระดับตำนานนี่สิแปลก เล่นเอาของสุดยอดขนาดนั้นให้พวกมันเลยนิ "
               หมีเหมันต์   ระดับตำนาน มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พูดได้ มีสติปัญญา ทักษะเพิ่มขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งเหมือนมังกร
               งูสายรุ้ง   ระดับตำนาน มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พูดได้ มีสติปัญญา ทักษะเพิ่มขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งเหมือนมังกร
               ราชินีหนอนดิน   ระดับตำนาน มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พูดได้ มีสติปัญญา ทักษะเพิ่มขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งเหมือนมังกร
               หัวหน้าหนูสายฟ้า   ระดับตำนาน มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พูดได้ มีสติปัญญา ทักษะเพิ่มขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งเหมือนมังกร
               "นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว แบบนี้ต่อให้ทั้งทวีปแดนเหนือช่วยกันคงไม่คณามือพวกมันหรอก หึหึ!"
               อิงเป่ยเรียกสัตว์อสูรทั้งหมดออกมา วิ้งงง! วิ้งงง! วิ้งงง! วิ้งงง! 
ปรากฎร่างสัตว์อสูรขนาดมหึมาอยู่ด้านหน้าของอิงเป่ยจนต้องหันมองขึ้นไปข้างบน
               "โห้!!! นี่มันจะใหญ่เกินไปแล้ว พวกเจ้ากลายร่างเป็นมนุษย์ได้ไหม 
ข้าปวดคอเวลาพูดคุยน่ะ"
               สัตว์อสูรเมื่อได้ยินก็ตอบรับ กลายร่างเป็นมนุษย์ทันที
        "แบบนี้ค่อยดีหน่อย เอ๊ะ! ทำไมระดับพลังพวกเจ้าถึงอยู่แค่ขั้นจักรพรรดิ์ล่ะ"
          "เพราะความพิเศษของร่างกายที่เป็นดั่งเช่นมังกร  ทำให้พลังปราณกระจายไปตามจุดนั้นๆ ขอรับ"
          "เข้าใจล่ะ ว่าแต่พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้างล่ะ ข้าจะได้เรียกถูก"
          "พวกข้าไม่มีชื่อหรอก ขอรับ"
งั้นเจ้า ชื่อ    หลงเทียน                (หมีเหมันต์) ชาย
                              หลงหลิง                   (งูสายรุ้ง) หญิง
                              หลงหลิว                 ( ราชินีหนอนดิน) หญิง
                              หลงฟาง                   (หัวหน้าหนูสายฟ้า) หญิง
      (คือไม่รู้จะตั้งยังไงเลยเอา แบบนี้เลยง่ายดี  ถ้าไม่ตรงใจ ขออภัยไว้ล่วงหน้า)

           เมื่อทั้งหมดได้ชื่อแล้วก็ดีใจ กล่าวขอบคุณอิงเป่ยที่มอบชื่อให้ 
               "ขอบคุณ ขอรับ/เจ้าค่ะ" 
             "พวกเจ้าไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน หรือจะเดินเล่นข้างนอกก็ได้ พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางไปทวีปแดนเหนือแล้ว"
              อิงเป่ยจึงถามเมอาต่อไปอีกนิดเพื่อความแน่ใจว่า  ถ้าสัตว์อสูรอยู่ข้าง
นอกนานๆจะเป็นมีผลอะไรรึเปล่า เมอาก็ตอบว่า 
          "ไม่น่าจะมีผลเพราะหนังสือมันสามารถดูดซับพลังธรรมชาติเองได้อยู่แล้ว สำหรับนายท่านก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่ก็ควรเพิ่มพลังเวทย์ให้สูงกว่านี้อีก เวลาต่อสู้จะได้ไม่ลำบาก"
               "ขอบใจเจ้ามากที่แนะนำ"
     อิงเป่ยยิ้มก่อนจะพูดเบาๆว่า 
               "รอก่อนเถอะพวกตระกูลจิน ข้าจะไปหากวาดล้างพวกเจ้าแล้ว" หึหึ!!
               หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน เวลาแห่งการเดินทางก็มาถึง อิงเป่ยเปิดประตูมิติเพื่อออกจากสุสานมังกรแล้วมุ่งออกเดินทางไปพร้อมกับสัตว์สูรของเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังทวีปแดนเหนือ การเดินทางราบรื่นไม่มีสัตว์อสูรตนใดกล้าเข้ามาโจมตีเลยแม้แต่น้อย เพราะมีสิ่งที่น่ากล้วอยู่นั้นเอง อิงเป่ยใช้เวลา15วันก็มาถึงเขตรอบนอกทวีปแดนเหนือแล้ว 
               "ก่อนจะเข้าไปพวกเจ้าปกปิดพลังให้เหลือระดับปฐพีก็แล้วกันเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจจากผู้คนรอบข้าง"
               "เข้าใจแล้ว ขอรับ/เจ้าค่ะ"
               "เอาล่ะเข้าไปในเมืองกันได้"
               อิงเป่ยและสัตว์อสูรมุ่งหน้าสู่เมืองแดนเหนือทันที





 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #379 Reezas (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 06:16
    จะมาทันไม?
    #379
    0
  2. #378 Looney00 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 04:21
    รออิงเป่ยล้างตระกูลจิน
    #378
    0
  3. #376 เทคโนผู้ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 01:13
    เมื่อไหร่จะได้เดินทางรอบโลกเสียที เพิ่งโผล่ต่างแดนก็ล้างแค้น
    #376
    0
  4. #375 aomsunday9 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 00:41
    ขอบคุณ
    #375
    0
  5. #374 Huntherfc (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 00:17
    ตามๆๆๆๆๆอย่าให้หนี
    #374
    0
  6. #373 Zanzar (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 00:13
    ไม่บอกหนอยหรอหน้าตา แต่ละตัวเป็นยังไงตอนเป็นคน
    #373
    1
    • #373-1 Gmgamer(จากตอนที่ 51)
      12 กรกฎาคม 2560 / 00:45
      กำลังหารูปภาพมาอธิบายอยุ่ครับ ใจเย็นๆ
      #373-1
  7. #372 Princesseden (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    มาช้าไปมันหนีไปแล้วโว๊ยยยยยย
    #372
    0
  8. #371 wittayakeen2324 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    ดูแล้วจะย่อยยับไปทั้งแดนเหนือ...ตระกูลจินนี่มันตัวซวยขนานแท้ ตัวเองซวยไม่พอยังลากตระกูลอื่นซวยไปด้วย
    #371
    0
  9. #370 dfrdz007 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:26
    thank you
    #370
    0
  10. #369 miss Iu (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:03
    เข้าหนี่ไปไกลเป็นกิโลแล้วววว
    #369
    0
  11. #368 สโนว์ดราก้อน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:47
    เล่นไล่จับกันหรอพระเอกไล่อีกฝังหลบ ซิงมีแวนว่าพระเอกคงตามไปฆ่าไม่ได้อีกตามเคย
    #368
    0
  12. #367 kamol1122 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:34
    สนุกดีครับ
    #367
    0
  13. #366 Tababuya (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:31
    พวกนั้นหนีไปหมดแล้ว ทำไมไม่ติด GPS 
    #366
    0
  14. #365 Shadow_of_light (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:20
    ค้างค่ะอีเดาะ อึ้ยยยT T
    #365
    0
  15. #364 joelamtan (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:12
    ขอบคุณครับ ตามล่าสุดขอบโลกๆๆ พอเข้าแดยเหนือ อิงเป่ยจะ เงิบอ่ะเป่านี้ดิ อิอิ
    #364
    0