จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 50 : เจ้าอีกแล้วรึ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    11 ก.ค. 60

               "ตอนนี้ข้ายังไปไหนไม่ได้จนกว่าสัตว์อสูรจะวิวัฒนาการเสร็จก่อน นี่มันก็3เดือนมาแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่ได้ซะที"
               วิ้งงง!! จู่ๆเมอาก็โผล่ออกมาแล้วพูดว่า 
               "นายท่านใจร้อนเกินไปแล้วนะ ถ้าเป็นผลึกจิตวิญญาณธรรมดา คงเสร็จสิ้นไปนานแล้ว นี่เล่นให้ผลึกจิตวิญญาณมังกรที่เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มันก็ต้องใช้เวลามากกว่าหลายเท่าอยู่แล้ว"
               "ข้าลืมไปได้ยังไงกัน ถามจากเมอาก็ได้นี่หว่า ถ้าเมอาไม่โผล่ออกมาก็ลืมไปเลยนะเนี้ย"
                 เมอาทำหน้างุนงงจ้องมองไปที่อิงเป่ย.....?
               "นี่เมอาพลังปราณมันมีระดับที่สูงกว่าปราณเทพสงครามอีกรึไม่?"
               "น่าจะมีนะแต่ก็ไม่แน่ใจเพราะตอนที่ได้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณมาตอนไปสำรวจที่ตระกูลหวางก็รู้เพียงแค่ถึงระดับเทพสงคราม แต่ถ้าเป็นพลังเวทย์ล่ะก็ข้ารู้ดีกว่าอีกนะจะฟังรึเปล่า ข้าจะเล่าให้ฟัง"เมอาพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
               "เอาไว้ทีหลังล่ะกัน ว่าแต่ข้าจะฝึกเวทย์มนต์ได้รึเปล่านอกจากเรียกสัตว์อสูรออกมา ถ้าข้าสามารถฝึกได้คงจะสุดยอดไปเลย"
               "ก็ข้ากำลังจะพูดให้ฟัง แต่นายท่านไม่อยากฟังเอง ข้าไปล่ะ"
               อิงเป่ย.........."มีงอลด้วยให้ตายสิ แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี้ย คงต้องหาของมาให้เดี๋ยวคงหายเองล่ะ "อิงเป่ยไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
               "นี่มันก็นานมากแล้วนะที่ไม่ได้กลับไปที่ตระกูลหยาง ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า ข่าวคราวก็ไม่ค่อยมีคงต้องไปสืบซักหน่อย"
                    อิงเป่ยเปิดประตูมิติด้วยแหวนมังกรทอง แล้วมุ่งหน้ากลับสู่ตระกูลหยาง เมื่อมาถึงตระกูลหยางก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เคยรู้จักแผ่ขยายออกมา
               "หืม..พลังระดับนี้นี่มัน หรือว่าจะเป็น....." 
               ความร้อนรน กังวลใจทำให้อิงเป่ยรีบพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด เมื่อมาถึง ภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือ ภาพผู้คนบาดเจ็บร้องครวญครางนอนดิ้นไปมา อยู่ที่ลานฝึกสำนัก
               ความโกรธเกรี้ยวของอิงเป่ยทำให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่กลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นได้เล็ดรอดออกมาพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง แล้วค่อยๆลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า  เคลื่อนตัวไปเหนือตระกูลอย่างทันที กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะตะโกนออกมาด้วยโทสะอันมากล้นสั่นสะท้านไปทั่วแคว้นพยัคฆ์เมฆา
เหล่าผู้ที่ได้ยินต่างสั่นสะท้านหายใจติดขัด 
          "เจ้ายังกล้ามาโจมตีตระกูลหยางอีกไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!! ชอบแส่หาความตายนักใช่ไหม ข้าจะไปหาเจ้าเอง"
               อิงเป่ยสัมผัสถึงพลังปราณได้ที่ภายในตระกูลหยางจึงหาบวับไปทันที แล้วก็มาโผล่ที่ห้องโถง และยืนกั้นระหว่างประมุขหยางฟงกับผู้บุกรุกทันที
               "ท่านประมุขเป็นอย่างไรบ้าง แล้วทุกคนไปไหนหมด อิงเป่ยรีบกล่าวถามทันที"
               "หืม...ในที่สุดเจ้าก็มา" อึก!! พรวดด!! 
               "ดูเหมือนท่านจะได้รับบาดเจ็บหนัก เดี๋ยวข้าจัดการเอง"
อิงเป่ยหันหน้าไปทางผู้บุกรุก เมื่อเห็นก็จำได้ ว่ามันเป็นใคร
               "เจ้าอีกแล้วรึ! อุตส่าห์ปล่อยให้มีชีวิตยังจะมาสร้างความเดือดร้อนอีกตระกูลจินเจ้าจะต้องหายไปเพราะเจ้าเป็นต้นเหตุ"
               จินเปียวเมื่อเห็นอิงเป่ยก็ถึงกับตัวสั่นทันทีเมื่อสัมผัสได้กับพลังที่มันนั้นไม่อาจไฝ่ฝันถึง ต่อให้เป็นตระกูลมันทั้งหมดก็ไม่อาจทำอันใดได้ เมื่อเจอกับคนๆนี้ ความหึกเหิม หยิ่งยโสพันมลายหายไปจนสิ้นเหลือแต่เพียงความหวาดกลัว จินเปียวก้าวถอยหลังไปจนสะดุดล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นแสดงอาการหวาดกลัวออกทางใบหน้า ยกมือขึ้นมาป้องกันไว้
               "อย่าเข้ามานะ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ที่ตระกูลนี้ จึงได้มาทำร้ายคนที่นี่ ข้ากลัวแล้ว ข้าจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้ "
               "เจ้าไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว" 
               อิงเป่ยพูดออกไปด้วยความเฉยเมยไม่สนคำกล่าวใดๆเลยซักนิด แล้วยื่นมือหยิบดาบเทพมารออกมาจากแหวนมิติ เดินตรงเข้าไปหาจินเปียวพร้อมกับชักดาบออกมา แล้วแทงไปที่หน้าอกของจินเปียวทันที
                    ฉึก!! อ๊ากกกก!!! "ถ้าเจ้าฆ่าข้าตระกูลข้าจะมาสังหารเจ้า" 
                    5555!! ตระกูล นี่เจ้าไม่ได้รู้อะไรเลยอย่างนั้นสินะ ว่าตระกูลเจ้าเสียหายหนักแค่ไหนหลังจากที่เจ้าสลบไป ไม่มีใครเล่าให้เจ้าฟังเลยรึไง"
               "เรื่องนั้นข้ารู้ แต่ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนตระกูลหยางนี่ต่างหากเล่า"
               "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ตอนนี้ก็รู้แล้วสินะ  เพราะความโง่เขลาถึงได้ทำตัวแบบนี้ สมควรตาย!!" 
               จินเปียวจู่ๆก็รู้สึกผิดปกติขึ้นมาจึงสำรวจร่างกายของตนเองก็พบว่ามีพลังปราณความมืดกลุ่มหนึ่งกำลังแทรกแซงพลังปราณของตนอยู่ และเริ่มดูดซับพลังปราณตนที่ละน้อย ก่อนจะหันมาจ้องหน้ากล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ
               "เจ้าทำอะไรข้ากันแน่ ไอ้พลังปราณความมืดนี่มันอะไรกัน"
               "มันคือสิ่งที่จะเอาชีวิตของเจ้าไปทีละน้อยจนกว่าเจ้าจะตายไปยังไงล่ะ"
จินเปียวหน้าซีดเผือด หน้าตาบูดเบี้ยวแสดงอาการหวาดกลัวออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่แสดงออกทางใบหน้า
               อึก! อ๊ากกก!! จินเปียวเอามือคว้าจับดาบแล้วดึงออกจากหน้าอกตัวเอง ก่อนจะนอนดิ้นไปมา ร่างกายเริ่มซีดผอมลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็แน่นิ่งไป
ประมุขหยางที่เห็นถึงกับขนลุกซู่กับการตายของจินเปียว แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป   อิงเป่ยหันมาทางประมุขหยาง จึงหยิบยาออกมาจากแหวนส่งไปให้ 
           "นี่ท่านประมุขพอจะอธิบายให้ข้าฟังได้รึเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่"
           "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ สำนักคงถูกโจมตีก่อนแล้วก็มาตระกูลซึ่งข้ากำลังจะไปที่สำนักก็มาเจอเข้ากับมันนี่ล่ะ ข้าจึงถามมันไปว่า เจ้าเป็นใคร มาที่นี่ได้ยังไง มันก็พูดลอยๆว่าสำนักแห่งนี้มีดีแค่นี้เองหรอ น่าเบื่อจริงๆ หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็นนั่นล่ะ"
          "แล้วบุตรสาวท่านกับอี้หลิวไปไหนทำไมข้าไม่เห็นพวกนางเลยล่ะ" 
         "เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พวกนางเข้าไปในเมืองเพื่อสืบหาข่าวคราวเจ้านั่นล่ะ" 
อิงเป่ยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเกาหัวตัวเองเบาๆ
               "คงเป็นเจ้าสินะที่ก่อเรื่องไว้แล้วหายหัวไปเลย"
               "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นหรอกแต่พวกมันไม่หยุดมารบกวนข้าซะที เลยลงมือหนักไปหน่อยเท่านั้นเอง"
               "มันไม่หน่อยแล้ว เล่นพังสนามประลองไปทั้งสนามแบบนั้น แถมได้ยินมาว่าเจ้าสู้กับพวกนั้น1ต่อ9เลยรึ"
               "ก็อย่างที่ท่านได้ยินมา แต่ก็ตึงมืออยู่เหมือนกัน ถูกลอบโจมตีจนบาดเจ็บเลยต้องหนี   จึงได้ถล่มพวกมันซะเลยก่อนจะหลบหนีออกมา"

ตระกูลจิน
               จินตงไป๋ที่กำลังนั่งฝึกฝนอยู่นั้นก็ได้ลืมตาขึ้น เมื่อหยกพลังชีวิตของ 
จินเปียวอยู่ๆก็แตกสลายไป 
               แกร๊ก!เพล้ง!! จินตงไป๋มองดูหยกที่แตกไปถึงกับหน้าซีดร่างกายอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นน้ำตาเอ่อไหลทะลักออกมาทันที
"จินเปียววว! ไม่นะ!  เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้ากัน" 
               หลังจากที่หยกแตกไปก็เกิดเป็นแสงสีขาวเล็กๆลอยขึ้นมา ปรากฎเป็นร่างจิตวิญญาณของจินเปียวขึ้นมาให้เห็น จินตงไป๋จ้องมองภาพตรงหน้าก่อนจะค่อยๆคลานเข้าไปหาร่างจิตวิญญาณของจินเปียว 
              "ท่านปู่ช่วยแก้แค้นให้ข้าด้วย" 
           ก่อนจะปรากฎภาพสุดท้ายให้เห็นว่า ใครเป็นคนฆ่า ก่อนภาพนั้นจะหายไป
จินตงไป๋ขมวดคิ้วแน่ เอ่ยออกมาเบาๆ 
               "เป็นเจ้าอีกแล้วรึ!"


                                                  ถ้าปั่นทัน จะมาลงให้อีกตอน ถ้าไม่ก็รอพรุ่งนี้นะครับ 

 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #861 yuda2519 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 03:29
    สนุกมากค่ะติดงอมแงมเลย
    #861
    0
  2. #631 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 15:50
    คนที่ไปหาเรื่องก็คือตระกูลจินนะ สมแล้วที่จะโดนล้างตระกูล
    #631
    0
  3. #377 Looney00 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 04:19
    อิ่งเป่ยล้างตระกูลจินเลย
    #377
    0
  4. #362 aomsunday9 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 17:35
    ขอบคุณ
    #362
    0
  5. #361 Reezas (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 16:26
    ได้ตายสมใจ
    #361
    0
  6. #359 คนเช็ดเงา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 14:22
    เหอๆๆเกรียนดีนักสมควรแล้ว
    #359
    0
  7. #358 Zanzar (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 13:14
    ซ่าดีนักตายๆไปเหอะ
    #358
    0
  8. #357 cattycall (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:58
    ขอบคุณ
    #357
    0
  9. #356 Princesseden (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:45
    สมน้ำหน้าซ่าไม่หยุดตายดลย5555
    #356
    0
  10. #355 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:43
    พวกไม่หยุดกวนตินสักที
    #355
    0
  11. #354 สนุกมาก (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:33
    สนุกมาก
    #354
    0
  12. #353 kamol1122 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:18
    สนุกดีครับ
    #353
    0
  13. #352 joelamtan (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:06
    ขอบคุณครับ ค้างสิ
    #352
    0