จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 49 : เทพสงคราม ขั้นที่5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

               หลังจากการต่อสู้ของอิงเป่ยและตระกูลจินจบลง ความเสียหายครั้งนี้มีผลต่อตระกูลจินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านความแข็งแกร่ง การสูญเสียประมุขคนปัจจุบันและอาการบาดเจ็บเสียแขนเสียขาของผู้อาวุโสบางคนที่มาเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
               "เอาล่ะ! ข้าฟื้นฟูพลังได้5ส่วนแล้ว มาเริ่มทำการเปิดประตูมิติกลับตระกูลกันเถอะ" 
               เหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินก็ลืมตาขึ้น แล้วพากันลุกขึ้นและช่วยพยุงคนที่เสียขาไปข้าง แล้วทำการส่งไปพลังเพื่อเปิดประตูมิติขึ้นอีกครั้ง วิ้งงง!! ประตูมิติปรากฎขึ้นมา จินตงไป๋ยกร่างไร้ชีวิตบุตรชายตนขึ้นมก่อนจะกระโดดขึ้นไปที่ทางเข้าประตูมิติเหล่าผู้อาวุโสก็กระโดดตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน

ทวีปแดนเหนือ ตระกูลจิน
               ประตูมิติปรากฎขึ้นเหนือลานกว้างของตระกูล จินตงไป๋ กับเหล่าผู้อาวุโสต่างทะยอยเดินกันออกมาในสภาพทุลักทุเล เสื้อขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิง 
เหล่าคนที่ทำการฝึกฝนอยู่ที่ลานกว้างต่างก็ตกใจกับสภาพที่เห็น จนแตกตื่นวุ่นวายกันไปทั่ว 
               "ท่านผู้นำจินตงไป๋เกิดเรื่องอันใดขึ้น ถึงได้มีสภาพแบบนี้กัน ขอรับ" อาจารย์ฝึกฝนวิชากล่าวถาม
               "เรื่องนี้เอาไว้ก่อน เอาไว้ข้าจะเรียกประชุมอีกที แล้วจะอธิบายให้ได้รู้" 
               "เข้าใจแล้ว ขอรับ" 
               หลังจากที่บอกกล่าวออกไปก็เดินไปยังห้องพักตนเอง เหล่าผู้อาวุโสก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกมา ต่างก็แยกย้ายกันไปเพื่อรักษาฟื้นฟูร่างกายตนเอง

ณ ลานประลองเมืองพยัคฆ์เมฆา
ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ เมื่อเหตุการณ์สงบลงก็เริ่มออกทะยอยเดินมาดูที่เกิดการปะทะกันที่ลานประลองทันที เมื่อมาถึงก็ตกตะลึงกับสภาพที่เห็นตรงหน้า ลานประลองแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงจนไม่เหลือ กลายเป็นซากหักพังเกลื่อนกลาด กระจายไปทั่ว ที่นั่งคนดูที่ล้อมรอบก็พังไม่มีชิ้นดี
               "นี่มันใช่การต่อสู้ของคนจริงรึเนี้ย ข้านึกว่าสัตว์อสูรสุดแกร่งมาเดินเล่นที่ลานประลองซะอีก"
               "เจ้าก็พูดเป็นเล่นไป ถ้าสัตว์อสูรมันคงไม่เดินเล่นแค่ลานกรอกมั้ง น่าจะเดินเล่นแถวบ้านเจ้าด้วย"
               "ก่อนจะเกิดการต่อสู้ที่นี่ ข้าเห็นชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับชายวัยกลางคนที่หน้าโรงเตี้ยมเซี๊ยะโหลด้วยล่ะ ก่อนจะมาลงเอ่ยที่นี่"
               "แล้วเจ้าได้ตามาดูรึเปล่าว่ามันเป็นยังไงต่อจากนั้น"
               "อันนี้ข้าก็ไม่รู้ ข้ากลัวว่าจะโดนลูกหลงน่ะเลยไม่ได้เข้ามาดู" 
               "ดีแล้วที่พวกเจ้าไม่ตามเข้าไปดูน่ะ ข้าเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน โดยเฉพาะการโจมตีของชายหนุ่มนั่น โชคดีของข้าที่ไม่ได้เข้าไปใกล้นักจึงหลบออกมาได้หวุดหวิด"
               "งั้นเจ้าก็เห็นเหตุการณ์ที่ลานประลองทั้งหมดสินะ ช่วยเล่าให้ฟังซักนิดได้รึไม่"
                    "ข้าจะเล่ารวบรัดเลยละกันนะ ชายหนุ่มปะทะกับชายวัยกลางคน ชายหนุ่มชนะอย่างรวดเร็ว ซักพักก็มีชายชรา1คนออกมาจากประตูมิติ ก็สู้ชายหนุ่มไม่ไหว  จากนั้นก็มีชายชราอีก10คนออกมาแต่ถูกทำให้บาดเจ็บไป2คนก่อนจะออกจากประตูมิติมา แล้วทั้งหมด 8 คนก็เข้าล้อมชายหนุ่มเอาไว้แล้วช่วยกันรุมกับชายหนุ่ม1คน แต่ระหว่างที่ชุลมุนอยู่นั้นชายชราที่มาคนแรกได้แอบลอบโจมตีชายหนุ่มจนได้รับบาดเจ็บ จนทำให้ชายหนุ่มโกรธจนใช้ท่าโจมตีบริเวณกว้างโจมตีออกมา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่พวกเจ้าเห็น"
                    "นี่มัน9ต่อ1แล้วนะเว้ย! ไร้ยางอายสิ้นดี แล้วชายหนุ่มเป็นยังไงบ้างล่ะ เจ้ารู้ไหม"
                    "หลังจากที่ใช้ท่าสุดท้ายแล้ว เขาก็หลบหนีออกมาได้น่ะ แต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหนแล้ว"
พวกเขาที่โจมตีชายหนุ่มเป็นใคร มาจากไหนอย่างนั้นรึ
               "อืม..ชายหนุ่มประกาศกร้าวออกมา น่าจะเป็น.. คนจากทวีปแดนเหนือ ตระกูลจิน นี่ล่ะ ที่ข้าได้ยินมา"
               "ห่ะ เจ้าว่าทวีปแดนเหนืออย่างนั้นรึ นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ"
               "เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นไปแคว้นเราปลอดภัยแน่นอน เพราะพวกตระกูลจินคงกำลังหาทางรับมือชายหนุ่มนั่นไม่ว่างมาตีเมืองเราหรอก"
                  หลังจากที่พูดคุยกันอยู่นานก็พากันแยกย้ายกันไป ผ่านไปเพียง3วัน
ได้มีการพูดคุยกันจนกลายเป็นเรื่องที่สะเทือนไปทั่วแคว้นทั้งใกล้และไกล จนมีคนมาดูซากลานประลองที่ถูกทำลายลงด้วยการโจมตีเดียว กลายเป็นที่กล่าวขานของเมืองพยัคฆ์เมฆา จนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวไปโดยปริยาย
ทั้งแคว้นพยัคฆ์เมฆามีเพียง2แห่งเท่านั้นที่พอจะเดาออกว่าเป็นใคร ซึ่งกลายเป็นเรื่องราชวงศ์และตระกูลหยางไปแล้ว
               3 วันมาแล้วที่อิงเป่ยยังคงหมดสติอยู่ แต่ร่างกายและพลังปราณก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องจนกลับมาเป็นปกติ และลืมตาขึ้นมาทันที 
               "อึมม!!" อิงเป่ยลุกนั่งก่อนจะบิดตัวไปมา 
               "นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี้ย" 
                    อิงเป่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องเก็บสมบัติไปยังสุสานด้านนอกก็เห็นว่ามันสว่างจ้าจนแสบตาจึงได้ยกมือขึ้นมาบังเอาไว้ 
               "เมอา นี่ข้าหลับไปกี่วันล่ะ" 
               "ประมาณ 3 วันได้ "
               "ก็ดีกว่า1เดือนละนะ 5555!! ไปหาอะไรมาทำอาหารกินก่อนดีกว่า อุตส่าห์ได้เครื่องปรุงมา ส่วนเรื่องตระกูลจินค่อยกลับมาคิด ก็แล้วกัน" 
               อิงเป่ยใช้งานแหวนมังกรทองเปิดประตูมิติออกไปข้างนอกสุสาน จากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปในประตุออกสู่ป่าหน้าภูเขา ก็พบเข้ากับพวกหนูสายฟ้าบางตัวที่ยังอาศัยอยู่ที่เดิม แต่อิงเป่ยก็ไม่ได้ลงมือสังหาร จึงได้เดินเข้าไปในป่าเพื่อหาไก่ป่า ปลา หมูป่า กระต่าย อะไรที่สามารถจับมากินได้ก็ลงมือสังหารทันที เมื่อได้อาหารตามที่ต้องการแล้ว ก็เดินหาแหล่งน้ำเพื่อใช้ทำความสะอาดก่อนจะทำการชำแหละ ไก่ป่า 1ตัว อิงเป่ยนำถังไม้ออกมาตักน้ำแล้วล้างไก่ให้สะอาด ก่อนจะใช้มีดผ่าเอาเครื่องในออกมา ล้างน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็เอาเครื่องปรุงออกมา หยิบเอาถาดเหล็กออกมาใส่ไก่แล้วใส่เกลือลงไป ทำการหมักไว้ แล้วไปก่อไฟเพื่อย่างไก่ต่อไป เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เอาไม้มาเสียบตัวไก่ ให้ทะลุแล้วปักเสาไม้สำหรับวางไก่ย่างเหนือเปลวไฟเล็กน้อย แล้วนั่งหมุนไก่ไปมา ไม่นานกลิ่นอันหอมหวลก็ลอยฟุ้งกระจายออกมา มันหอมกว่าตอนที่ไม่ได้ปรุงจนแทบจะอดใจไม่ไหว
               "นี่ขนาดใส่แต่เกลือกลิ่นมันยังขนาดนี้ ถ้ามีน้ำจิ้มล่ะก็" อึก!!เสียงกลืนน้ำลายลงคอ
               "ตอนนี้ระดับสัตว์อสูรข้าเป็นยังไงแล้วหว่า ไม่ได้ดูเลยหลังจากที่ไล่ฆ่ากองกำลังมังกรฟ้า" 
               หนังสือเวทย์ปรากฎออกมา เพียงแค่อิงเป่ยนึกถึง 
             "ไหนดูสิเป็นยังไงกันบ้าง"
               หมีเหมันต์ระดับทอง 
               ราชินีหนอนดินระดับทอง 
               หัวหน้าหนูสายฟ้าระดับทอง
               งูสายรุ้ง?
               "มีเพียงงูสายรุ้งสินะที่ยังไม่รู้ แต่ว่าระดับเลื่อนไหวกว่าไล่ฆ่าสัตว์อสูรด้วยกันอีกแหะ" หึหึ!! "รองูสายรุ้งวิวัฒนาการเสร็จก่อนเถอะ ข้าจะไปล้างบางตระกูลจินรับรองได้เลยว่าพวกเจ้าจะต้องเจอหายไปจากทวีปแดนเหนือแน่นอน"
               อิงเป่ยคิดว่าต้องฝึกฝนร่างกายกับเพิ่มพลังปราณตนให้ถึงที่สุดก่อนจะไปเยือนตระกูลจิน "ต่อให้โดนรุมก็ไม่กลัวถ้าแข็งแกร่งจนไม่อาจจะกระทำอันใดได้"
               "อาหารก็เสร็จแล้วกลับไปที่สุสานมังกรดีกว่า" วิ้งง!! ประตูมิติปรากฎขึ้นมาก่อนอิงเป่ยจะเดินเข้าไป ก่อนจะพุ่งทะยานไปยังห้องสมบัติแล้วนั่งกินไก่ย่าง และเรียก "หมีเหมันต์ ราชินีหนอนดิน หัวกน้าหนูสายฟ้า" ออกมา!
               วิ้งง! วิ้งง! วิ้งง! ปรากฎสัตว์อสูรตัวใหญ่3ตัวในห้องสมบัติ อิงเป่ยหยิบผลึกจิตวิญญาณมังกรออกมา 3 ผลึกก่อนจะส่งไปให้สัตว์อสูรทั้ง3ตัว ตอนแรกก็กลัวเหมือนงูสายรุ้งแต่ก็มาคาบเอาไปอยู่ดี    แล้วก็หายวับเข้าไปในหนังสือเองอัตโนมัติ 
               "ระหว่างรอ มาคิดค้นวิชาป้องกัน โจมตี หน่อยดีกว่า ตำราก็มีเยอะจนไม่รู้จะฝึกอันไหนดี"
               เมื่อตัดสินใจแล้วอิงเป่ยทำการฝึกฝนวิชาอย่างหนักทั้งทางร่างกายและฝึกฝนพลังปราณ จนเวลาร่วงเลยมา3เดือน อิงเป่ยกำลังขัดเกลาวิชาที่ทำการคิดข้นขึ้นโดยการนำข้อดีของวิชาดาบมาหลอมรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นวิชาใหม่ขึ้นมา คือ ดาบเดียวปลิดชีพ มี 10 ระดับ
               เป็นการฟันดาบในท่าต่างๆเช่น การฟันด้านหน้า ด้านข้าง แนวราบ แนวเฉียง จะต้องส่งพลังปราณไปที่ตัวดาบความแรงนั้นขึ้นอยู่กับระดับฝึกฝนยิ่งระดับสูงยิ่งแรุนแรง เช่นระดับ 10 ฟันเพียง1ครั้ง จะมีคลื่นออก 10 คลื่น สามารถปลิดชีพได้ภายใน 1 ดาบนั้นเอง อิงเป่ยใช้เวลาคิดค้น1เดือนฝึกอีก1เดือนกว่าจนสามารถใช้ออกได้ตามใจนึกทั้ง10ระดับ 
               จากนั้นก็ฝึกวิชาป้องกัน อิงเป่ยคิดค้นง่ายๆเผื่อเหตุฉุกเฉินเท่านั้น เมื่อถูกลอบโจมตีเกราะปราณจะถูกเรียกใช้เองทันที วิชานี้คือ เกราะปราณป้องกันภัย ข้อดีคือใช้ปราณเพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งไม่มีผลต่อพลังปราณแม้แต่น้อย เหมือนกับการหายใจ ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง 
               ด้านพลังปราณนั้นก็เลื่อนมาที่ขั้นพลังปราณเซียน โดยการกลืนเม็ดยาสีทอง1เม็ด เมื่อเดือนก่อน วันนี้อิงเป่ยต้องการเพิ่มพลังให้ถึงขั้นพลังปราณเทพสงคราม จึงได้กลืนเม็ดยาสีทองลงไปอีกครั้ง พลังปราณที่มหาศาลนั้นเอ่อทะลักออกมาทันที อิงเป่ยรีบดูดซับอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้
               "หืม...ไม่เพียงพอให้ทะลวงขั้นจริงๆสินะ" 
               อิงเป่ยหยิบเม็ดยาแล้วกลืนลงไปทันที ครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควรในการดูดซับ จนมาถึงการบีบอัดเกือบจะเกินขีดจำกัด อิงเป่ยรู้สึกอึดอัดจนแทบจะทนไม่ไหว พลังที่ดูดซับมานั้นเหมือนมันจะมากเกินกว่าที่คิดไว้เหมือนกับว่ามันจะทะลวงผ่านขั้นพลังปราณเทพสงครามไปได้อีกหลายขั้น
          "เอ๊ะ! ระดับพลังปราณมันไม่ได้หยุดอยู่ที่ปราณเทพสงครามหรอกรึ มันยังไงกันเนี้ย"
               อิงเป่ยจึงทำการทะลวงระดับพลังปราณดูว่ามันจะจริงอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า
               ปัง!! เสียงการเลื่อนระดับขึ้นเป็นปราณเทพสงครามสำเร็จ ความผันผวนของอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวไปมา แรงกดดันที่ส่งออกมานั้นทำให้รอบๆสั่นไหว ร่างกายเกิดเป็นแสงสีทองเปล่งประกายห่อหุ้มเอาไว้ ความรู้สึกอบอุ่นร่างกายเบาหวิวเหมือนได้จุติใหม่อีกครั้ง แสงสีทองค่อยๆหายกลับเข้าไปในตัว
ของอิงเป่ยอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เกิดแสงเปล่งประกายสีทองก่อนจะหายวับไป
               อิงเป่ยทำการตรวจสอบพลังปราณตนเองก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดีที่พลังปราณนั้นก้าวผ่านระดับเทพสงครามมาอีก 5 ขั้น
               "ตอนนี้ข้ามีระดับพลังปราณเทพสงคราม ขั้นที่ 5 อาจเป็นเพราะยังไม่มีใครสามารถผ่านมาถึงระดับนี้ก็เป็นไปได้  ถึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ขนาดความทรงจำที่ได้มาจากหยางซุนอี้ยังไม่กล่าวถึงเลยด้วยซ้ำไป แต่เราจะไปหาข้อมูลได้ที่ไหนกันล่ะ ถ้าเป็นทวีปหรืออาณาจักรใหญ่ๆที่มีประวัติยาวนานหลายหมื่นปีคงจะมีให้ข้าได้ศึกษา "
               อิงเป่ยตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนอกจากตามหาไข่ และเศษเสี้ยวจิตวิญญาณนั่นเอง


 
   
 
  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #350 สนุกมาก (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 07:18
    สนุกมาก
    #350
    0
  2. #349 Looney00 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 04:26
    รออิงเป่ยแก้แค้นตระกูลจิน
    #349
    0
  3. #347 ขจร (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 02:19
    ฉากย่างไก่ นึกถึงหนังช่องหลากสีสมัยก่อนเลยครับ ไก่ย่าง5ดาว เสียบไม้ย่าง 555
    #347
    0
  4. #346 What's your name (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:39
    คำว่า ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยครับ มันน่ารำคาญ
    #346
    0
  5. #344 aomsunday9 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:14
    สนุกค่ะรอๆๆ
    #344
    0
  6. #343 kamol1122 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:25
    สนุกดีครับ
    #343
    0
  7. #342 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:46
    รอกวาดล้างตระกูลจิน
    #342
    0
  8. #341 joelamtan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:42
    ขอบคุณครับ
    #341
    0
  9. #340 Gardena (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:40
    ขอบคุณค่ะ
    #340
    0
  10. #339 Reezas (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    ขอบคุณครับ
    #339
    0