จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 45 : รีบไสหัวออกไปซะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    7 ก.ค. 60

               อี้หลิวอึ้งจนพูดแทบไม่ออก แต่ก็ยังพยายามพูดกับอิงเป่ย
               "คุณชายท่านไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ไม่มีใครมาแย่งท่านกินหรอก เดี๋ยวข้าจะไปเอาอาหารมาให้อีกก็ได้"
               "อ่ะ โทษที มันหิวจนหน้ามืดไปหน่อย ว่าแต่เจ้ารู้รึเปล่าว่าข้าหลับไปนานเท่าไหร่"
               "เอ่อ...น่าจะ1เดือนเต็มเจ้าค่ะ"
               "ห่ะ! 1เดือน มิน่าข้าถึงหิวมากขนาดนี้ ถึงแม้จะฝึกฝนพลังปราณก็เถอะ แต่มนุษย์ยังไงก็ต้องกินบ้าง"
               ระหว่างที่นั่งจิบชาอิงเป่ยก็ได้ถามเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับอี้หลิว และก็ได้รับรู้ว่า
               "หลังจากที่คุณชายอยู่ในห้องนั้นไม่มีใครสามารถผ่านเข้าไปช่วยท่านได้เลยซักคน มันเหมือนมีเกราะป้องกันเอาไว้ ท่านประมุขจึงได้สั่งให้คนมาเปลี่ยนเวรยามกันเฝ้าดูความปลอดภัยให้"
               "นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องอื่นอีกรึเปล่า"
               "อืม...น่าจะไม่มีแล้วล่ะเจ้าค่ะ นอกจากว่าอีกไม่กี่วัน ทางแคว้นมังกรฟ้า เต่าทมิฬ วิหคราชันย์ จะมาทำข้อตกลงกับแคว้นพยัคฆ์เมฆาในการขอเป็นพันธะมิตรพร้อมกับนำของมาแสดงน้ำใจเล็กๆน้อยๆอีกด้วย"
               "เลือกที่จะสงบศึกอย่างนั้นรึ ถือว่าเลือกได้ดี แต่ถ้าคิดก่อสงครามอีกจะไปถล่มถึงแคว้นเลยคอยดู" อิงเป่ยบ่นพึมพำ 
               "ดีแล้วล่ะที่พวกนั้นยังห่วงประชาชนของแคว้นตัวเอง ไม่โง่พอที่จะก่อสงครามต่อ ข้าจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง"
               "คุณชายก็พักมาตั้ง1เดือนแล้ว ยังต้องการพักผ่อนอีกหรอเจ้าค่ะ"
               "อิงเป่ย.........."
               "ว่าแต่ตระกูลหยางตอนนี้ก็แข็งแกร่งที่สุดล่ะตอนนี้ คงจะได้เวลาข้าออกสำรวจอีกครั้งแล้ว"
               "คุณชายจะออกสำรวจแล้วหรอเจ้าค่ะ" 
               "ก็ใช่อะนะ แต่ยังติดเรื่องสำคัญบางอย่างจึงยังไปไม่ได้ตอนนี้ รอให้จบเรื่องก่อนถึงจะออกเดินทาง"
               "เจ้าไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวข้าจะฝึกสมาธิหน่อย"
               "ได้เจ้าค่ะคุณชาย"
               เมื่ออี้หลิวออกไปแล้ว จึงเดินไปนั่งที่เตียงก่อนจะนั่งสมาธิสำรวจร่างกายตนอีกครั้ง อิงเป่ยคิดจะลองกลืนเม็ดยาที่ได้มาตอนไปสุสานมังกรดูอีกครั้ง
               "ลองดูก็ไม่นาจะเสียหายอะไร ยังไงซะ ข้าก็ได้เสี่ยงมาแล้วครั้งนึง จัดอีกครั้งจะเป็นไรไป"
               อิงเป่ยหยิบกล่องที่มีเม็ดยาสีทองออกมา 1 เม็ดก่อนจะกลืนลงไปทันที
พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในเม็ดยาระเบิดออกมาเหมือนคลื่นพายุที่จะพัดกวาดล้างให้พินาศไปทั่ว อิงเป่ยตกตะลึงกับผลลัพธ์นี้
               "นี่มันเกินกว่าที่ข้าคาดไว้หลายเท่าอีกนะเนี้ย ถ้าเป็นข้าคนก่อนคงตกตายไปตั้งแต่คิดจะกลืนยาเม็ดนี้ลงไปแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแม้แต่น้อยที่จะดูดซับพลังเหล่านี้"
                    อิงเป่ยทำการดูดซับอย่างรวดเร็ว พลังปราณที่ก่อตัวเป็นดังพายุเมื่อกี้ก็ค่อยๆสงบลง ความยืดหยุ่นของเส้นชีพจรมังกรนี้ช่างน่าตกใจยิ่งนัก มีขนาดที่ใหญ่และหนาทำให้ทนต่อพลังอันบ้าคลั่งของเม็ดยาได้ 
เมื่อถึงจุดๆนึงอิงเป่ยทำการทะลวงระดับขั้นทันที ด้วยพลังปราณที่ดูดซับไว้จนถึงขีดจำกัด และใช้ทะลวงขั้นในครั้งเดียว
               ปัง!ปัง!เสียงการทะลวงขั้นสำเร็จ อิงเป่ยยิ้มอย่างพอใจในผลลัพธ์นี้ 
               "สุดยอดจริงๆสมแล้วที่ได้มาจากเผ่าพันธุ์มังกรที่แข็งแกร่ง คงต้องฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งกว่านี้ก่อนค่อยทำการเลื่อนระดับอีกครั้ง"
อิงเป่ยลุกจากเตียงแล้วไปอาบน้ำก่อนจะมานั่งปรับสมดุลพลังปราณให้เสถียรที่สุด เพียงไม่นานก็ลืมตาขึ้น ไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ พลังเวทย์ข้าก็เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย 
               อิงเป่ยตอนนี้มีระดับพลังปราณขั้นราชันย์แต่สามารถสู้กับระดับนักบุญได้ พลังเวทย์อยู่ขั้นนักรบเวทย์แล้ว
               จู่ๆความคิดที่อยากจะทดลองอะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว อิงเป่ยยิ้มก่อนจะพูดเบาๆว่า "น่าสนใจ"
               อิงเป่ยหยิบผลึกจิตวิญาณมังกรออกมาจากแหวน1อัน ก่อนจะเรียก
งูสายรุ้งออกมา อิงเป่ยเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วยื่นส่งผลึกไปให้งูสายรุ้ง
เมื่องูสายรุ้งสัมผัสกับพลังแปลกๆที่แผ่ออกมา ก็ตัวสั่นเลื้อยหนีห่างทันที
               "เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะให้เจ้ากลืนมันลงไป มันจะทำให้เจ้าวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นน่ะ" 
               ตอนแรกงูสายรุ้งก็ลังเลใจอยู่นานก่อนจะค่อยๆเลื้อยเข้ามาหาผลึกจิตวิญญาณมังกร แล้วคาบเอาผลึกจิตวิญญาณมังกรจากมือของอิงเป่ย แล้วกลืนมันลงไปจากนั้นก็หายวับเข้าไปในหนังสือทันที
             "อ้าวเห้ย....ช่างมัน! รอดูผลลัพธ์เลยก็แล้วกันว่าจะเป็นยังไง"
อิงเป่ยคาดเอาไว้ว่าน่าจะใช้เวลานานอยู่เหมือนกันที่จะวิวัฒนาการข้ามขั้นรวดเดียว จึงลองถามเมอาดู
               "เมอาข้ามีเรื่องจะถามหน่อย ออกมาทีสิ"
               "ท่านมีอะไรจะถามอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ"
               "เจ้างูสายรุ้งมันจะวิวัฒนาการข้ามขั้นไปเป็นอย่างอื่นนอกจากงูรึเปล่า ข้าพึ่งเอาผลึกจิตวิญญาณมังกรให้มันกินไป"
               "ข้าว่าไม่น่าจะนะ มันก็จะเป็นงูนั่นล่ะ แต่อาจจะกลายพันธุ์มีสายเลือดของมังกรไหลเวียนอยู่ แต่ก็ยังเป็นงูอยู่ดี" 
               "อืมๆเข้าใจละ  แล้วถ้าข้าจะไปที่อื่นนอกจากแคว้นเล็กๆเหล่านี้คงจะมีทวีปอื่นๆอีกสินะ"
               "แน่นอนเจ้าค่ะ มีเยอะมากเลย แต่ข้าไม่อธิบายนะ ถ้าท่านอยากรู้ก็ต้องออกไปค้นหาเอง รับรองได้เลยว่าท่านต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าแคว้นที่ท่านอยู่ตอนนี้มันเล็กขนาดไหน"
               "เอาเถอะ ยังไงข้าก็ต้องออกไปสำรวจซักวัน ถ้าถึงตอนนั้นคงไม่ตกใจแล้วล่ะ"
               "ไปเดินเล่นในเมืองหน่อยดีกว่าเผื่อจะมีอะไรให้ข้าคิดจะทำอีกก็ได้"
อิงเป่ยเดินออกจากห้องไปทันที "นี่เมอาเจ้าอยากได้อะไรรึเปล่า ข้าจะหาให้
               "ข้าอยากได้เตียงนอนนุ่มๆกับชุดใหม่เจ้าค่ะ"
               "หืม..เจ้าไม่มีกายเนื้อจะนอนได้หรอ หรือว่าเจ้าปิดบังอะไรข้าไว้อีก"
               "ท่านจะรู้ไปทำไมเจ้าค่ะ ว่าข้าจะนอนได้หรือเปล่าใส่ได้ไหม นี่มันเรื่องส่วนตัวนะเจ้าค่ะ"
               "เอ่อ....ช่างมันเถอะ เดี๋ยวข้าจะหาให้ก็แล้วกัน"
               หลังจากพูดจบเมอาก็หายเข้าไปในหนังสือเหมือนเดิม ถึงแม้อิงเป่ยจะสงสัยอยู่ แต่จะทำไงได้ล่ะ "คงต้องรอให้เจ้าตัวบอกเองก็แล้วกัน"
               "วันนี้ทำไมถึงเงียบผิดปกติจังฟ่ะ ปกติคนจะเดินเพ่นพ่านเต็มถนนเลยนี่หว่า หรือว่าจะมีงานอะไรจัดขึ้นอีกแล้วล่ะ"
                    อิงเป่ยรีบเดินอย่างเร็วเพื่อจะสอบถามผู้คนแถวนี้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่พบใครเลย จนมาถึงโรงเตี้ยมเซี้ยะโหลที่อิงเป่ยเคยมาพักอยู่ครั้งหนึ่ง ปกติจะมีคนเข้าออกไม่ขาดสาย แต่วันนี้กับเงียบเหงา ไม่มีใครเลย มีแต่คนคุ้มกันจากตระกูลไหนไม่รู้ แต่งตัวไม่เหมือนที่นี่เลย  ยืนเฝ้าอยู่หน้าโรงเตี้ยม 
                    "ลองเข้าไปดูซักหน่อยก็แล้วกัน"
                อิงเป่ยเดินไปที่หน้าทางเข้าโรงเตี้ยมเซี้ยะโหล แล้วเดินเข้าไป แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้ก่อน
               "ที่นี่ห้ามเข้า เจ้าไสหัวกลับไปซะ!"
       "เอ่อ...แล้วทำไมถึงเข้าไม่ได้กันล่ะก็นี่มันโรงเตี้ยม ใครๆก็เข้าได้ไม่ใช่หรอ"
          "เห้ย!! พูดไม่รู้เรื่องรึไง ว่าห้ามเข้า ก็ห้ามเข้าสิว่ะ!"
          "หนอยย ไอ้พวกนี้ ข้าอุตส่าห์ถามดีๆตอบมาแบบนี้ เดี๋ยวจบไม่สวยนะเว้ย"
อิงเป่ยคิดในใจ
            "ข้าถามดีๆตอบแบบนี้อยากตายรึไง!"
               "เหอะ! อย่างเจ้าเนี้ยนะ เพียงแค่ข้าเอานิ้วชี้สะกิด เจ้าก็ไม่รอดแล้ว" 5555!!!
ความอดทนของอิงเป่ยก็หมดลง เปรี้ยง!! ตู้ม!! ชายที่หัวเราะเมื่อกี้ถูกซัดเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรง ปลิวไปกระแทกกับพื้นกระเด้งกระดอนไปกว่า10เมตร 
               การลงมือของอิงเป่ยครั้งนี้ขนาดชายอีกคนยังมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำไป 
              
               ("ได้แต่เหลียวมองไปสุดฟ้าไกล มันช่างน่าเสียดาย ที่เจ้าไปไม่ถึงขอบฟ้าาาา" 5555!!! เข้ากับตอนนี้จริงๆ) กลับเข้าเรื่องล่ะกัน 

               ชายอีกคนที่ยืนอยู่  หันไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกันเมื่อกี้ นอนบนพื้นเลือดไหลออกจากปากอยู่ที่พื้นไปซะแล้ว
               "เอ๊ะ! เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน ชายอีกคนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการเพื่อนทันที เมื่อมาถึงก็ตรวจอาการดูก็รู้ว่าเพียงแค่สลบไปเท่านั้นเอง"
               "เจ้าทำอะไรกันเมื่อกี้" 
               "ข้าไม่ได้ทำอะไรนิ เจ้าก็เห็นว่าข้ายืนอยู่เฉยๆไม่ใช่รึไง"
               "เจ้า......!"
               "เกิดอะไรขึ้น ใครมันกล้าทำร้ายคนจากทวีปแดนเหนือกัน" 
               เสียงที่หยิ่งยโส อวดดี กล่าวออกมา เมื่อเห็นคนคุ้มกันของตนถูกทำร้าย
               "เจ้านั่นมันทำร้ายจิวสงจนบาดเจ็บ ขอรับ"
               "เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหล ข้ายืนอยู่เฉยๆ เจ้าก็เห็นไม่ใช่รึไงไม่นึกเลยว่าคนจากแดนเหนือจะพูดจาใส่ร้ายคนอื่นได้หน้าตาเฉยจริงๆ"
               "มู่เทียน จริงอย่างที่เจ้านั่นพูดรึเปล่า"
               "เอ่อ...คือว่า ข้าไม่เห็นก็จริง แต่อยู่ดีๆจิวสงจะมานอนสลบอยู่นี่ได้ยังไงกันล่ะ ขอรับ ถ้าไม่ใช่มันทำ" 
               "เจ้าคงไม่รู้จักทวีปแดนเหนือสินะ แคว้นเล็กๆเช่นนี้ไม่คณามือข้าหรอก เพราะข้าแข็งแกร่งเหนือกว่าพวกเจ้าทุกคนยังไงล่ะ"
               "บิดาเจ้าไม่เคยสอนรึไงว่าอย่าดูคนแค่เพียงภายนอกน่ะ"  
          อิงเป่ยยืนมือไขว้หลังยิ้มให้กับคุณชายจากแดนเหนือเมื่อกล่าวจบคำ
               เจ้า..............!! 
               "เจ้าไม่ต้องพูดหรอก ข้าไม่อยากฟัง และอีกอย่างเจ้าอย่ามาทำตัว
น่ารำคาญที่นี่อีก มันไม่ใช่ถิ่นของเจ้า รีบไสหัวออกไปซะ!!"
                    ครืนนนน!! คลื่นพลังอันรุนแรงระเบิดออกมาจากชายหนุ่ม ทวีปแแดนเหนือทันที

                                        
                                                   คงไม่ทัน รออ่านต่อพรุ่งนี้นะ ไปละ ฟิ้วว







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #351 เทคโนผู้ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 07:25
    อาเมื่อระดับเวทย์จะเก่งๆ จนไม่มีใครสู้ได้ 
    #351
    0
  2. #281 Looney00 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:11
    ตึบมานนนนอิงเป่ยจัดหนักๆๆๆซ่าข้ามถิ่น
    #281
    0
  3. #272 inasba (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 21:48
    มีคนมาหาเเรื่องอีกแล้ว
    #272
    0
  4. #271 singdong01s (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:40
    มาาาาาาายยยยย
    #271
    0
  5. #270 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    ค้างงงงง!!!
    #270
    0
  6. #269 defy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:02
    แบบนี้ก็ได้เหรอ
    #269
    0
  7. #268 gager3456 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:07
    นับถือๆๆ
    #268
    0
  8. #267 gager3456 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:06
    วิชาตัวเบาของท่านลึกล้ำ
    #267
    0
  9. #266 Huntherfc (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:04
    อ้าวเฮ้ย
    #266
    0
  10. #264 Reezas (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:56
    ไรทๆๆๆๆๆ์ทิ้งระเบิดเอาไว้รีบหนี้เลยยย
    #264
    0
  11. #263 นาย พระจันทร์ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:47
    อ้าวเห้ย มันไม่เหมือนที่คุยไว้นี้หว่า ห้าาาา ต่อเลย
    #263
    0
  12. #262 สนุกมาก (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:28
    สนุกมาก
    #262
    0
  13. #261 joelamtan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:23
    อ่า ค้างสิ ลบเมืองแดนเหนือ ทิ้งเลยยย ขอบคุณครับ สงครามมม อจ่าไปสงบศึกมานนน
    #261
    0
  14. #260 หมาป่าในคืนเหงา (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:09
    รอตอนต่อไป สู้ๆ
    #260
    0