จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 44 : ชีพจรมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    6 ก.ค. 60

               อิงเป่ยเดินดูของที่ชาวบ้านนำมาขายมีทั้งของป่า สมุนไพร เครื่องปรุงบางชนิด ส่วนมากจะเป็นเกลือซะส่วนใหญ่ 
               "แล้วจะไปหาเครื่องปรุงอย่างอื่นได้จากที่ไหนกันล่ะเนี้ย ลองเดินดูอีกหน่อยก่อนก็แล้วกัน"อิงเป่ยคิดในใจ 
          เมื่อเดินดูเรื่อยๆก็มาเจอเข้ากับแผงลอยเล็กๆที่มียายกับหลานตัวเล็กๆกำลังนั่งขายของอยู่จึงเดินเข้าไปถาม
               "ท่านยายของพวกนี้ท่านหามาจากไหนรึ?"
               "อ๋อ ยายเก็บมาจากสวนที่บ้าน บางอย่างก็ทำขึ้นมา" 
               "ข้าต้องการของพวกนี้ท่านยายขายยังไงล่ะ"
               "แต่ละอย่าง10ทองแดง คุณชายต้องการอย่างไหนบ้างล่ะ"
               "พริก  กระเทียม  พริกไทย หอม มะนาว และก็ 2 อย่างนี้ด้วย"
               "คุณชายยายไม่รู้จักของที่เอ่ยมาหรอกนะ ว่ามันคือสิ่งใด?"
               "ฉิบหายละ  ลืมไปเลยว่าเราไม่ได้อยู่โลกของเราอีกแล้ว เลยพูดออกไปตามที่เห็น  ถึงจะบอกไปจะรู้มั้ยเนี้ย ชี้เอาเลยก็แล้วกัน"
               "เอ่อ...ข้าต้องการสิ่งนี้ นี่ โน้น นั่น และก็ สีขาวๆนี่และเกลือ"
อิงเป่ยใช้มือชี้ไปยังสิ่งที่ต้องการ จะได้ไม่ยุ่งยาก 
               ถึงจะ งงๆกับคำพูดของอิงเป่ยอยู่บ้างแต่เมื่ออิงเป่ยชี้ของที่ต้องการก็พอจะเข้าใจ จึงได้จับมัดของที่สั่งแยกออกต่างหาก และบอกราคาทั้งหมดแก่อิงเป่ย
               "คุณชายทั้งหมด 70 ทองแดง" 
               อิงเป่ยหยิบเงินออกมา 1เหรียญทอง ส่งให้ท่านยายไป
เมื่อท่านยายเห็นก็รีบบอกออกไปทันทีว่า
               "ยายไม่มีเงินทอนหรอกนะคุณชาย พึ่งจะมีคุณชายนี่ละที่มาซื้อของเยอะขนาดนี้  ยายอยู่กับหลานเพียง 2 คนเท่านั้น นานๆจะออกมาขายของในเมืองซักครั้ง จึงไม่มีเงินทอนให้"
อิงเป่ยเมื่อได้ฟังก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้บอกกับยายไปว่า
               "เอาอย่างนี้เป็นไงท่านยาย ข้าจะจ่ายเงินให้ท่านก่อนแล้วให้ท่านเก็บผักพวกนี้ส่งไปที่ตระกูลหยางทุก7วัน ท่านยายตกลงไหม"
               "เอาอย่างที่คุณชายว่ามาก็ได้ เพราะว่ายายก็อยู่ไม่ไกลจากตระกูลหยางเท่าไหร่ น่าจะสะดวกกว่ามาขายที่ในตัวเมือง" 
               "ท่านยายท่านไม่ให้หลานไปเข้าสำนักเสี้ยวจันทราล่ะ จะได้ดูแลตัวเองได้ในวันข้างหน้า"
               "เรื่องนี้คงต้องรอให้โตกว่านี้อีกหน่อย ค่อยให้ไปสมัครเข้าที่นั่น" 
               "แล้วแต่ท่านยายก็แล้วกัน ข้าแค่แนะนำก็เท่านั้น"
               "ขอบใจคุณชายมากที่มาอุดหนุน"
               "ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปก่อนนะท่านยาย"
               เมื่ออิงเป่ยได้ของตามที่ต้องการแล้วก็มุ่งหน้ากลับทันที เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว 
               เมื่อมาถึงห้องพักตนเองก็พบกับอี้หลิวที่กำลังจะนำอาหารกลางวันมาให้ เพราะตอนเช้าอิงเป่ยออกไปแต่เช้าเลยไม่ได้กินอาหารก่อนออกไป ถึงแม้อิงเป่ยจะไม่อยู่ อี้หลิวก็จะคอยยกอาหารมาแบบนี้เสมอ
               "คุณชายท่านมาพอดีเลยข้านำอาหารมาให้"
               "อืม..ขอบใจเจ้ามาก นำไปวางไว้ที่โต๊ะก็แล้วกัน"
อิงเป่ยเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้และลงมือกินอาหารที่อี้หลิวนำมาให้ เมื่ออิงเป่ยกินเสร็จก็บอกให้อี้หลิวเก็บจานใส่อาหารออกไปแล้วบอกว่า
               "ข้าจะเก็บตัวฝึกฝนซัก3วัน เจ้าไม่ต้องนำอาหารมาให้ข้าหรอกนะระหว่างที่ข้าฝึกฝน"
               "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ " 
               "เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ"
               อิงเป่ยนั่งจิบน้ำชาอยู่พักนึงก็ลุกจากเก้าอี้ไปนั่งลงที่เตียง แล้วหยิบเม็ดยาที่สกัดกลั่นจากผลึกจิตวิญญาณมังกรออกมา แล้วจ้องมองดูอย่างละเอียดว่ามันมีอะไรผิดปกติรึเปล่า ซึ่งอิงเป่ยไม่แน่ใจว่าถ้ากลืนลงไปแล้วมันจะมีผลกับร่างกายเขายังไงบ้างก็ไม่รู้ ทำให้ลังเลใจอยู่นานเหมือนกัน ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดกลืนเม็ดยานั้นลงไป
                    เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น อิงเป่ยรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ทำให้ทั่วทั้งร่างกายร้อนดั่งไฟ เหมือนร่างกายกำลังถูกหลอมละลาย เสียง กร๊อบแกร๊บ ของกระดูกที่กำลังแตกหัก เส้นชีพจรทั่วทั้งร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัส เหมือนมีเข็มนับร้อยนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงนับไม่ถ้วน อิงเป่ยพยายามอดทนกัดฟันแน่นไม่ให้ร้องแหกปาก นอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียง แต่ก็ไม่อาจจะทนรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว จนต้องแหกปากร้องลั้่นออกมา
               อ๊ากกกก!!!! เสียงร้องของอิงเป่ยทำให้ผู้คนในตระกูลหยางตกใจจนรีบพากันวิ่งมาทางต้นเสียงทันที 
               "หืม นี่มันห้องพักของคุณชายอิงเป่ยนิ มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณชายกัน"
                อ๊าก..ก.ก.ก!!! เสียงร้องของอิงเป่ยยังคงดังอยู่ตลอดเวลา บ่งบอกได้เลยว่ากำลังทรมานแทบขาดใจ  
               มีคนพยายามที่จะเข้าไปช่วยแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ เหมือนกับว่ามีกำแพงใสป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปได้ จึงได้ให้คนไปตามท่านประมุขมา เผื่อว่าจะช่วยได้
                "เจ้าไปตามท่านประมุขมาที่นี่เร็วๆเข้า"
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าวิ่งออกไปท่านประมุขก็พุ่งทะยานมาทันที
               "เกิดอะไรขึ้นกันทำไม พวกเจ้าถึงไม่เข้าไปช่วยกันล่ะ"
               "คือพวกข้าพยายามแล้วแต่เข้าไปไม่ได้เลยท่านประมุข"
               "หืม..พวกเจ้าว่ายังไงนะ ไม่สามารถเข้าไปได้"
               "ใช่แล้วท่านประมุข เหมือนกับว่ามีกำแพงกั้นเอาไว้น่ะ ขอรับ"
               ประมุขทำการเดินเข้าไปใกล้เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นจริงดั่งที่คนเหล่านี้พูดรึเปล่าแต่เมื่อเข้าไปใกล้ประตูแล้วทำการยื่นมือไปผลักประตูก็พบว่าไม่สามารถทำได้มันเหมือนมีกำแพงใสๆกันเอาไว้จริงๆ
               "หืม จริงอย่างที่พวกเจ้าว่า พวกเจ้ากลับไปทำงานกันได้แล้วล่ะ คงไม่มีอะไรมากหรอก คุณชายอาจจะกำลังทะลวงขั้นพลังอยู่ก็ได้"
เสียงร้องเริ่มเบาลงเรื่อยๆ ไม่นานก็เงียบไป อิงเป่ยนอนนิ่งอยู่บนเตียง ผิวหนังที่แตกเป็นรอยก็เริ่มหลุดจากร่างกายมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ผิวหนังของอิงเป่ยเป็นสีแดง ถ้าจะให้พูดง่ายๆคือการลอกคราบนั่นเอง 
               อิงเป่ยตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาฟื้นฟูร่างกายให้กับไปเป็นปกติจึงต้องเข้าสู่สภาวะการจำศีลนั่นเอง พลังปราณของอิงเป่ยก็ลดลงเช่นกันจนเหลือเพียงขั้นปราณฟ้าเท่านั้น ซึ่งอิงเป่ยไม่สามารถตรวจเช็คสภาพของตนเองได้ต้องรอให้ตื่นขึ้นมาเสียก่อนถึงจะรู้ เมอาก็ออกมาจากหนังสือใช้เวทย์รักษาด้วยอีกแรงทำให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพมากขึ้น
               เมอาจ้องมองดูการเปลี่ยนแปลงของอิงเป่ยตลอดเวลา ซึ่งทำให้เมอาถึงกับตกใจเมื่อรับรู้ได้
               "นี่มัน...ชีพจรของมังกรนิ แล้วทำไมมนุษย์อย่างเขาถึงสามารถหลอมรวมเข้ามันได้ล่ะ"
               "ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามนุษย์สามารถหลอมรวมได้ ถ้าเป็นพันธะสัญญาก็ยังยากที่จะสำเร็จเพราะมังกรเป็นตัวตนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีไม่ยอมที่จะมาเป็นทาสรับใช้มนุษย์แน่นอน หรือจะเป็นเพราะว่า อิงเป่ยคือผู้สืบทอดกัน ความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว"
               เมื่อเสียงเงียบไปประมุขหยางที่อยู่ข้างนอกก็กังวลเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงได้สั่งให้คนมาคอยเฝ้าเอาไว้ ถ้ามีอะไรให้ไปเรียกทันที 
ผ่านไป 5 วัน อิงเป่ยก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาเลย 
               "นี่มันก็5วันมาแล้วนะท่านพ่อที่คุณชายยังอยู่ในห้อง"
               "แล้วเจ้าจะให้ข้าทำไงเล่า ก็มันเข้าไปไม่ได้นิ ก็คงได้แต่รออย่างนี้ล่ะ"
หยางกุ้ยเฟย........................! 
               "เจ้าไม่ต้องกังวลไปคุณชายไม่เป็นอะไรหรอก เพียงแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น เจ้ากลับไปฝึกฝนต่อเถอะ ถ้ามีอะไรข้าจะให้คนไปตามเจ้าเอง"
               "ถ้าอย่างนั้น ลูกฝากท่านพ่อก็แล้วกัน ลูกไปก่อนเจ้าค่ะ"
               ตอนนี้ร่างกายของอิงเป่ยกลับมาเป็นปกติแล้ว หน้าตาก็ยังเหมือนเดิม ถ้าจะเรียกคุณชายเจ้าสำอางก็คงไม่ผิด เพราะผิวที่ขาวเนียนดูบอบบาง แต่กับแฝงไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง อาวุธระดับสูงมิอาจสร้างรอยให้กับร่างที่บอบบางนี่ได้ แถมกลิ่นอายที่ทรงพลังเล็ดลอดออกมานั้นเหมือนกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งใกล้เคียงกับพระเจ้า
               แต่เพราะมีกำแพงใสป้องกันเอาถึงสัมผัสกับกลิ่นอายระดับนี้ไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีกำแพงนี้อาจจะเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เป็นแน่
               1เดือนผ่านพ้นไป อิงเป่ยก็ลืมตาตื่นขึ้น กำแพงที่ค่อยป้องกันก็ได้หายไป กลิ่นอายอันแข็งแกร่งก็ทะลักออกจากห้องของอิงเป่ยทันที ผู้คนที่เฝ้าอยู่ถึงกับเกิดอาการสั่นกลัวเมื่อสำผัสกับกลิ่นอายนี้ได้ เมอาจึงรีบเตือนสติของอิงเป่ยทันที
               "นี่ท่านรีบปกปิดกลิ่นอายของท่านเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากไปกว่านี้"
               เมื่อได้ยินดังนั้นจึงสำรวจดูร่างกายตนเองก่อนจะรีบปกปิดทันที อิงเป่ยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตนเองยิ่งนัก 
               "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ระดับพลังของข้าลดลงไปอย่างนั้นรึ เป็นไปได้ไง"
อิงเป่ยเริ่มทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก็ยิ่งตกใจขึ้นไปอีก 
               "ทำไมข้าถึงมีแหล่งเก็บพลังปราณ7แห่งกันละ แถมเส้นชีพจรยังมีขนาดใหญ่หนายืดหยุ่นเป็นอย่างมาก หรือว่าที่พลังข้าลดลงเป็นเพราะสาเหตุนี้กัน"
อิงเป่ยทำการทดลองดึงพลังปราณทั้งหมดมารวมกันที่จุดท้องน้อย ก็พบว่าพลังปราณตนกลับมาที่ระดับเดิมก่อนหน้านี้ 
               จากนั้นจึงกระจายพลังปราณไปตามจุดต่างๆที่เหลืออีก6จุดเช่นเดิมพลังก็ลดลงมาที่ระดับปราณฟ้า 
          "หรือว่านี่จะเป็น....ชีพจรมังกร?  นี่ข้าโชคดีอีกแล้วสินะ " 
               อิงเป่ยยิ้มเล็กน้อย   ก่อนจะลุกจากเตียงเดินได้ก้าวเดียว จู่ๆเรี่ยวแรงก็หดหายก่อนจะหมดแรงล้มลงกระแทกพื้นทันที
               ตุบ!!  โครกกกก!!! อี้หลิวที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาก็ตกใจ
               "อ๊ะ!คุณชายท่านเป็นอะไรน่ะ" 
อี้หลิวรีบเข้ามาพยุงร่างของอิงเป่ยขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ ดูกระวนกระวายใจ
               "คุณชายท่านเป็นยังไงบ้าง"
               "อี้...หลิว...ข้า...อิงเป่ยพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา"
               "คุณชายท่านจะพูดอะไรหรอเจ้าค่ะ"
               "ข้า...ข้า.หิวข้าว หาอะไรมาให้ข้ากินหน่อย"
               "อี้หลิว...........รอซักครู่เจ้าค่ะ"
               "อี้หลิววิ่งออกจากห้องไปด้วยความเร็วสูง เพื่อไปนำอาหารมาให้ "
               ผ่านไปไม่นานอี้หลิวก็กลับมาพร้อมกับอาหารหลายอย่าง เมื่อมาถึงก็พบว่าอิงเป่ยกำลังนั่งดื่มชาด้วยความหิวกระหาย อี้หลิวนำอาหารมาวางลงที่โต๊ะก่อนจะเห็นภาพลางๆของแขนที่ขยับไปมา พร้อมกับภาพอาหารในจานลดลงฮวบฮาบ ทำให้ภาพลักษณ์คุณชายที่ดูดีก่อนหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว มีเพียงแค่คุณชายผู้หิวโหยที่กินอาหารอยู่บนโต๊ะหมดลงภายในไม่กี่อึดใจ 
          อี้หลิวมองดูภาพตรงหน้าก่อนจะคิดในใจ "สมแล้วที่ไม่ได้กินอะไรมานาน"

                                                            ก่อนนอนครับ ฝันดีทุกท่าน ฟิ้ววววว  








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #837 com23476 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 17:27
    ดูๆไปน่ารักดีนะ
    #837
    0
  2. #630 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 15:18
    หมดกันคุณชายเป่ย ดีที่มีอี้หลิวไม่งั้นตายเพราะหิวแน่ๆ
    #630
    0
  3. #280 Looney00 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:07
    55555หมดแรงเพราะหิวๆๆๆ
    #280
    0
  4. #257 serapong (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 12:03
    ขอบคุณนะครับ
    #257
    0
  5. #256 haremkinglv100 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 11:08
    ขอบคุณครับ
    #256
    0
  6. #254 Qsadgu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 07:51
    5555ข้าหิวข้าวยังได้อยู่
    #254
    0
  7. #253 naripultuayati (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:23
    สนุกๆๆขอบคุณ
    #253
    0
  8. #252 joelamtan (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:19
    อ่า ขอบคุณครับ
    #252
    0
  9. #251 kob7586 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:03
    อ่าๆ ขอบคุณ
    #251
    0
  10. #250 cattycall (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:00
    ขอบคุณมาด
    #250
    0