จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 4 : หยางชุนเปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    17 ก.ค. 60

            หลังจากที่หยางชุนหลับไปหลายวันในที่สุดหยางชุนก็รู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่สายตายังพร่ามัวอยู่จึงต้องหลับลงอีกครั้งแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ แล้วภาพที่มัวๆอยู่ก็ค่อยๆชัดขึ้น ซึ่งภาพที่เห็นนั้นมันไม่ใช่ผนังที่ทำจากหินเลย ทำให้อิงเป่ยที่อยู่ในร่างของหยางชุนงุนงงทันที 
            แล้วทบทวนความทรงจำของตนเองซึ่งได้ไปสัมผัสกับจี้รูปจันทร์เสี้ยวที่ทำจากหยกจากนั้นก็มีแสงสีขาวพุ่งเข้ามาหา แล้วได้รับความรู้ต่างๆมากมายทั้งสร้างอาวุธ สกัดยาโอสถ ทักษะวิชายุทย์ การฝึกฝนกำลังภายใน การฝึกฝนจิตวิญญาณและอื่นๆอีกมากมาย จากนั้นก็เป็นหนังสือเล่มนั้นที่ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร จากนั้นก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาซึ่งเป็นอี้หลิวนั่นเอง ซึ่งได้ออกไปเปลี่ยนน้ำที่ใช้เช็ดตัวของหยางฟงใหม่
               "แกร๊ก!! แอ๊ดดด!!" เสียงประตูที่เปิดออกมานั้นทำให้อิงเป่ยหันไปมองก็พบกับหญิงสาวคนนึงกำลังถือภาชนะเข้ามาพร้อมกับผ้าผืนเล็กๆที่พาดอยู่ขอบภาชนะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เมื่ออี้หลิวปิดประตูเสร็จแล้วก็หันหน้าเดินไปที่เตียงก็ต้องตกใจเมื่อเห็นนายน้อยหยางชุนมองมาที่ตน จึงอุทานออกมาว่า 
          "นายน้อยท่านฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ "
แต่กลับไม่ได้ยินคำตอบของนายน้อยตอบกลับมา 
          "นายน้อยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ รู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า อี้หลิวจะได้ไปเรียกท่านหมอมาตรวจอีกครั้ง"
          เมื่ออิงเป่ยได้ฟังก็ลุกขึ้นมาแล้วมองสำรวจไปรอบๆแล้วกล่าวว่า
               "นี่มันที่ไหนกัน ข้ามาอยู่นี่ได้อย่างไร แล้วเธอเป็นใครกัน นายน้อยที่ว่าใครรึ!"
อี้หลิวได้ยินถึงกับพูดอะไรไม่ออกทันที แล้วพูดว่า
          "นายน้อยท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าค่ะ ที่นี่คือตระกูลหยาง ข้านั้นเป็นสาวใช้ส่วนตัวนายน้อยยังไงเจ้าค่ะ"
อิงเป่ยมองหน้าสาวใช้แล้วพูดออกมาว่า
ตระกูลหยางหรอ สาวใช้  นี่มันเรื่องอะไรกันละเนี้ย 
          อี้หลิวเมื่อเห็นท่าทีของนายน้อยนั่นก็คิดว่านายน้อยความจำเสื่อม จึงได้รีบวิ่งออกไปบอกแก่ท่านประมุขทันที พร้อมทั้งไปเชิญท่านหมอมาตรวจดูอาการ
          "เรียนท่านประมุขหยางฟง คุณชายหยางชุนฟื้นแล้วเจ้าค่ะ แต่ดูเหมือนว่าคุณชายจะจำอะไรไม่ได้เลยเจ้าค่ะ" 
          เมื่อประมุขหยางได้ยินก็รีบไปทันที เมื่อมาถึงก็เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นบุตรชายของตนกำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง  จึงได้เดินเข้าไปหาและกล่าวกับบุตรชายของตนว่า
               "เจ้าเป็นอย่างไรบ้างหยางชุน เห็นอี้หลิวบอกว่าเจ้าจำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นรึ"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิงเป่ยก็หันหน้าไปมองแล้วพูดว่า
               "ข้าชื่อหยางชุนอย่างนั้นหรอ?"
               "ใช่แล้ว เจ้าชื่อ หยางชุน เป็นบุตรชายคนโตของข้า"
          อิงเป่ยคิดในใจว่า มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่เขาจะชื่อ หยางชุน ก็ในเมื่อข้า ชื่ออิงเป่ย 
          เอ๊ะ! หรือว่าข้าตายแล้วมาอยู่ในร่างของคนอื่นกัน แล้วร่างข้าละอยู่ที่ไหน หรือว่าจะเป็นเพราะไอ้หนังสือลึกลับเล่มนั้นกันที่ทำให้ข้าต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าบุตรชายตนเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างจึงได้ถามออกไปว่า
               "เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยหรือ" 
               "เอ่อ...คือ  ข้าจำอะไรไม่ได้เลย
               เมื่อได้ยินคำตอบหยางฟงถึงกับนิ่งค้างไปเลย บุตรชายเขาที่จำอะไรไม่ได้
               "ข้าจะทำยังไงดี ข้าจะทำยังไงดี"อิงเป่ยรีบคิดหาทางออกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่อยู่ๆก็มีไอความมืดแผ่ออกมาปกคลุมร่างของหยางชุนเอาไว้ 
               หยางฟงที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็นิ่งค้างตาถลนอยู่ข้างเตียงบุตรชายตน หลังจากนั้นไม่นานไอความมืดสีดำก็จางหาย
พร้อมกับปรากฏชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา  ดังในภาพ

                             

          เมื่อหยางฟงได้เห็นถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง จึงได้นำมือมาขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากับไม่ใช่บุตรชายตนอีกแล้ว แต่กับเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม หล่อเหลา นั่งอยู่บนเตียง จึงได้ถามออกไปว่า
               "เจ้าไม่ใช่บุตรชายข้านิ เจ้าเป็นใครกันแน่" 
               เมื่อได้ยินคำถามของหยางฟง อิงเป่ยก็ได้แต่ทำหน้า งงๆ เพราะเขาไม่ทราบว่าเกิดอะไรหลังจากที่ไอความมืดสีดนั้นหายไป จึงได้หันมองไปรอบๆก็พบกระจกที่แขวนอยู่บนผนังห้อง ก็เห็นใบหน้าของตนเองปรากฎให้เห็น ซึ่งเป็นหน้าของเขาเองไม่ใช่หน้าคนอื่น ก็ตกใจจนไม่รู้จะทำตัวยังไงดี ก็ได้แต่ลองเสี่ยงดูซักครั้ง
               "เอ่อ...คือว่าข้าคงจะแก้ตัวไปไปไม่ได้แล้ว ก็จะตอบคำถามท่านตามตรงก็แล้วกัน"
               "เจ้าเป็นใคร แล้วเจ้ามาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไง"
               "ข้าก็ไม่ค่อยจะแน่ใจเท่าไหร่ ว่าข้ามาอยู่ในร่างบุตรชายท่านได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะหนังสือลึกลับเล่มนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งข้าเป็นนักสำรวจและได้ไปสำรวจสุสานโบราณเก่าแก่แห่งหนึ่งและได้พบกับกลไกลทางลับโดยบังเอิญจนไปพบเข้ากับโครงกระดูกเข้า ซึ่งข้าก็ได้เห็นจี้ห้อยคออันนึง เป็นรูปจันทร์เสี้ยวทำจากหยกชั้นดี ข้าได้ยืนมือไปสัมผัสกับหยกชิ้นนั้นและก็ได้มีแสงสีขาวพุ่งเข้าสู่หน้าผากของข้า ทำให้ข้าได้รับความทรงจำมากมายและชื่อของเขานั้น คือ หยางซุนอี้ หลังจากนั้นข้าก็บังเอิญไปสัมผัสกับหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนเตียงหินข้างโครงกระดูก สติของข้าก็ดับวูบลงพอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีข้าก็อยู่ในร่างนี้แล้ว"

               เมื่อหยางฟงได้ฟังเรื่องที่อิงเป่ยเล่านั้นก็ทำให้เขายิ่งตกใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเขาได้ยินคำว่า หยางซุนอี้ 
               "เมื่อกี้เจ้าบอกว่า หยางซุนอี้  อย่างนั้นหรือ แล้วจี้หยกรูปจันทร์เสี้ยวนั้น เป็นแบบนี้รึเปล่า"
               หยางฟงหยิบจี้หยกรูปจันทร์เสี้ยวออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นส่งให้
อิงเป่ยดู
               เมื่ออิงเป่ยเห็นหยกชิ้นนี้ ก็ตกใจทันที แล้วพูดออกมาอย่างรวดเร็วว่า 
          "ใช่แล้ว จี้หยกรูปจันทร์เสี้ยวนี่ละที่ข้าเจอ" 
               เมื่ออย่างฟงแน่ใจแล้วว่า จี้หยกรูปจันทร์เสี้ยวเหมือนกัน ร่างกายของหยางฟงสั่นเทาเล็กน้อย พร้อมกับทรุดเขาลงทันที น้ำตาค่อยๆไหลซึมออกมา แล้วพูดว่า
               "ข้าไม่นึกเลยว่าท่านพ่อของข้าจะตายไปแล้ว ข้านึกว่าท่านเก็บตัวฝึกฝนพลังปราณซะอีก"
               "ท่านบอกว่า หยางซุนอี้ เป็นบิดาท่านอย่างนั้นหรอ ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าทำไมท่านพ่อของท่านถึงไปอยู่ที่สุสานโบราณนั่น คงเป็นเพราะหนังสือลึกลับเล่มนั้นแน่นอน ที่ข้าเจออยู่ข้างๆร่างโครงกระดูกของท่านพ่อของท่าน เมื่อข้าสัมผัสกับมันข้าก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว"
               "ตกลงเจ้ามีชื่อว่ายังไง" 
               "เอ่อ..ข้าชื่อ อิงเป่ย ข้าไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้จริงๆ"
หยางฟงหลับตาลงก่อนจะกล่าวว่า
               "ช่างมันเถอะข้าก็ไม่ได้จะโทษเจ้าหรอก คงเป็นลิขิตจากสวรรค์ที่นำเจ้ามายังที่แห่งนี้ก็ได้"



          

               
 
               






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #866 Kozys88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 09:14
    คำว่า เจ้าค่ะ เจ้าคะ ใช้ผิดเยอะมากค่ะ
    #866
    0
  2. #818 The Killer Princess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 07:51
    วางเรื่องงี้รึ รอดูตอนต่อไปปป
    #818
    0
  3. #807 Panda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 03:27
    เอ้า ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรอ่ะไรท์ มาเข้าร่างลูกชายคนอื่น มาให้ความหวังครอบครัวเค้า แล้วสุดท้ายก็โดนไอดำๆทำให้รูปร่างกลายมาเป็นของตัวเอก ดับความหวังกันซะงั้น เพื่ออะไร ถ้าจะทำแบบนี้ ไม่พาตัวเอกวาปมาทั้งร่างเลยล่ะ จะพามาแต่วิญญาณทำไม จะทำให้มันยุ่งยากลำบากใจไปเพื่ออะไร เราไม่เข้าใจอ่ะไรท์ ไรท์ต้องการอะไร โอย งงใจ
    #807
    1
    • #807-1 Ben Benz Benz(จากตอนที่ 4)
      19 สิงหาคม 2560 / 19:26
      ใจเย็นๆครับ ลองอ่านๆไปก่อนสิครับเผื่อตอนต่อๆไปจะมีเฉลยถ้าไม่มีค่อยถามก็ยังไม่สายนะครับ
      อีกอย่างนี่ก็เป็นปมเริ่มต้นในแนวของไรคเค้าคุณจะบ่นซะเยอะเพื่อ
      #807-1
  4. #791 Cristy_Liht (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:40
    ก.ม. มันคำหยาบครับ ปัจจุบันยังใช้อยู่ ภาษาท่านขุนเค้าใช้ ข้า เอ็ง คุณท่าน เจ้า ไม่น่าไปแซะประวัติศาสตร์นะ
    #791
    0
  5. #771 mitty1994 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 02:52
    อืมไว้ใจคนง้ายง่าย บอกทุกอย่างเลย ถ้าคุยตัวตัวจะปลอดภัยขึ้นมานิดนึงมั้ย
    #771
    0
  6. #695 kik-kik-saranung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    อ้าว อดตีเนียนเลย
    #695
    0
  7. #681 JomMuD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    ขอบคุณครับ
    #681
    0
  8. #448 subankampinit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 20:04
    เป็นสำรวจประวัตืศาสตร์แต่สนใจสมบัติมากกว่าหนังสือโบราณ งงไผอีก
    #448
    0
  9. #446 loliz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 19:21
    เป็นนักสำรวจประวัติศาสตร์ แต่ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์มั่งรึไง ดูโง่ๆพิกล
    #446
    0
  10. #390 kookiooo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:21
    เอิ่ม..พระเอกดูจะใช้ภาษาท่านขุนมากเลยนะ..เเบบพึ่งฟื้นมาก็ควรใช้ผมดีกว่านะ ยังกับกิ่งก่าเปลี่ยนสี ยังไม่เข้าใจสถานการณ์รอบข้างถามว่าที่นี่ที่ใหน เเต่ภาษาที่พูดนี่เเบบ...ราวกับปากมันรู้ว่าที่นี่ที่ใหนก่อนสมองซะอีก
    #พระเอกช่วยงงช่วยเเสดงท่าทีตกใจมากกว่านี้หน่อย
    #เเต่ถ้าตัดเรื่องพวกนี้ออกไปไม่คิดมาก มันก็สนุกน่าสนใจ
    #390
    2
    • #390-1 wicheaindeezawa(จากตอนที่ 4)
      15 กรกฎาคม 2560 / 09:13
      ความรู้สึกของร่างเดิม #ภาษาท่านขุน ไม่ใช่อย่างนี้ เขาใช้ ก อู มึอ ง เคยเรียนประวัติศาสตร์มาป่าวเรา
      #390-1
    • #390-2 Cristy_Liht(จากตอนที่ 4)
      30 กรกฎาคม 2560 / 10:43
      ก.ม. มันคำหยาบครับปัจจุบันยังใช้อยู่ ภาษาท่านขุนเค้าใช้ ข้า เอ็ง คุณท่าน เจ้า ไม่น่าไปแซะประวัติศาสตร์เค้าอ่ะ
      #390-2
  11. #289 0986643402 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:07
    จะสวมบทก้ได้นะ ซื่อตรงเกินไป
    #289
    0
  12. #255 Bloody_Mary (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 08:50
    ทั้งอุตส่าห์พยายามตามหาพยายามรักษา สุดท้ายกลับกลายเป็นคนอื่น
    #255
    0
  13. #239 จันทราเทพ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    หัวใจวายเลยทีนี้ น่าสงสารๆ
    #239
    0
  14. #228 feonixsh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    พ่อช็อคตายพอดีที่รู้ว่าลูกชายคนโตตายไปแล้ววว
    #228
    0
  15. วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 03:53
    เออวะ ปลอมตัวได้แนบเนียนยิ่ง หนังสือนี้
    #69
    0
  16. #59 Waiwit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:15
    พ่อแม่มดีใจเก้อสรุปลูกก็ตายอยู่ดี
    #59
    0
  17. #6 Looney00 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 18:15
    พ่อช๊อคไปแล้วแน่ๆๆๆๆ
    #6
    0